Partager

บทที่ 384

Auteur: หยกงาม
เสียงสนทนาค่อย ๆ ห่างออกไป กู้หว่านอวิ๋นยืนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ แววตาตื่นตระหนกตกใจ หยดน้ำตาร่วงเผาะลง
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Chapitre verrouillé

Dernier chapitre

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 474

    ฮูหยินผู้เฒ่ากู้เข้าใจความหมายในคำพูดของจี้หานอีดี นี่แสดงว่าภายในใจนางกำลังเจ็บปวดแล้วนางกู้ที่อยู่ด้านข้างก็เพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ใบหน้าจึงซีดเผือดในทันใด “เจ้ายากลำบากแทบแย่กว่าจะหลุดพ้นจากสกุลเซี่ยมาได้ แล้วป้าสะใภ้ใหญ่ของเจ้ากลับยังไปชักนำคนสกุลเซี่ยมาอีก...”ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ขอบตาแดงเรื่อ ทอดสายตามองจี้หานอี “ยายรู้ดีว่าบัดนี้เจ้ามีวิถีทางของตนเอง ทุกเรื่องราวในใจล้วนกำหนดเอาไว้แล้ว ยายจะไม่บังคับฝืนใจเจ้าอีก”จี้หานอีนิ่งเงียบไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา “ที่หลานบอกเรื่องนี้กับท่านยาย ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาคิดบัญชีย้อนหลังอันใดหรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่อยากสะสางเรื่องราวทุกอย่างให้กระจ่างแจ้งเท่านั้นเอง”“ก่อนหน้านี้ท่านแม่ของหลานอาศัยอยู่ที่นี่มาถึงสามปี ย่อมได้รับการดูแลจากป้าสะใภ้ใหญ่และพี่เยี่ยนจริง ๆ ไม่ว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นเช่นไร แต่นั่นก็นับเป็นบุญคุณ หลานย่อมจดจำไว้ในใจเสมอ”“แต่เมื่อครู่ป้าสะใภ้ใหญ่ก็กล่าวเองว่า สามีของหลานจะตัดสินใจเช่นไรย่อมเป็นเรื่องของเขา สิ่งที่หลานทำได้คือ หากสามีหลานมีน้ำใจอยากช่วยเหลือย่อมสามารถทำได้ แต่หากเขาไม่ยินยอม หลานก็จะไม่

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 473

    กู้สวินจึงรีบยกชายเสื้อคลุมขึ้น แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าเสิ่นซื่อทันทีสายตาของผู้คนต่างพากันหันมามองตามการคุกเข่าของกู้สวินนางจางมองดูภาพนั้น พลางลอบคิดในใจว่านางหลิวถึงขั้นยอมให้กู้สวินคุกเข่าเพื่อประจบท่านโหวเสิ่นเชียวหรือ จึงได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจที่ตนเองคิดไม่ทัน การคุกเข่าให้เสิ่นซื่อหาใช่เรื่องน่าอายไม่ หากสามารถสร้างเส้นสายกับเขาได้ ผู้ที่มีโอกาสคุกเข่าขอร้องให้เสิ่นซื่อช่วยเหลือนั้น จะมีสักกี่คนกันเชียว?เสิ่นซื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย หางตาเหลือบเห็นจี้หานอีมองมาทางตนเองเช่นกัน จึงบอกให้กู้สวินลุกขึ้นพูดตามตรง การที่จี้หานอีต้องมาเห็นพี่สวินคุกเข่าให้เสิ่นซื่อด้วยตาตนเองเช่นนี้ ก็ให้รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก ถึงอย่างไรเขาก็เป็นญาติพี่น้องของนางแต่เมื่อนึกได้ว่าเสิ่นซื่อเป็นผู้ช่วยชีวิตพี่สวิน ประกอบกับฐานะของเสิ่นซื่อเองก็สูงส่งอยู่ก่อนแล้ว นางจึงไม่ได้คิดอะไรอีก นอกจากควรต้องซาบซึ้งในบุญคุณของเสิ่นซื่อให้มากเข้าไว้พลันได้ยินเสิ่นซื่อเอ่ยขึ้นด้วยเสียงราบเรียบประโยคหนึ่ง “ข้าทำเพื่อช่วยหานอี ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ”นางหลิวชะงักงันไปชั่วขณะ ครั้นตระหนักถึงความหมาย ก็รีบหัน

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 472

    หากไม่มีความคิดเช่นนี้แต่แรกก็คงไม่เป็นไร แต่เมื่อคิดขึ้นมาแล้วกลับไม่ได้ครอบครอง นั่นต่างหากคือสิ่งที่ทรมานใจคนยิ่งกว่ากู้หว่านอวิ๋นยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเสียจนไม่อยากมองจี้หานอีแม้แต่ปราดเดียวในสถานการณ์นี้ มีเพียงใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่ากู้และคนของบ้านรองเท่านั้นที่แสดงออกถึงความกระตือรือร้นอย่างแท้จริง ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเสิ่นซื่อก็ยังคงดูประหม่าอยู่บ้าง ไม่กล้าทำตัวสนิทสนมจนเกินงาม ได้แต่กล่าวเชิญให้ผู้มาเยือนเดินเข้าไปด้านในป้าสะใภ้รองนางหลิวถึงกับก้าวเข้ามาคล้องแขนจี้หานอี หลังพินิจดูอย่างละเอียดก็เริ่มไถ่ถามความเป็นอยู่ด้วยความเอาใจใส่แต่ก่อนนางมักรู้สึกอยู่เสมอว่าบางทีวันหนึ่งจี้หานอีอาจได้รับวาสนาครั้งใหญ่ นึกไม่ถึงว่าบัดนี้จะสามารถแต่งเข้าจวนสกุลเสิ่นได้จริง ๆ นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าหลานสาวจะมีวาสนาที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ตอนแรกที่ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานมงคลสมรสในจวนสกุลเสิ่นก็ว่าน่าเหลือเชื่อแล้ว วันนี้เมื่อได้มาเห็นด้วยตาตนเองก็บอกไม่ถูกว่าเป็นความรู้สึกเช่นไร นางทั้งดีใจแทนจี้หานอี และก็รู้สึกว่าหลานสาวช่างดวงดีเหลือเกินสำหรับสตรีที่ตระกูลฝั่งมารดากำลังตกต่ำผู้หนึ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 471

    แล้วกาลเวลาก็ล่วงเลยมาถึงวันที่สาม ซึ่งเป็นกำหนดกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมอย่างรวดเร็ว ในเมื่อจี้หานอีแต่งออกจากจวนเฉิงอันโหว ก็ต้องเดินทางไปที่จวนเฉิงอันโหวก่อนเป็นอันดับแรกเมื่อไปถึงจวนเฉิงอันโหว ผู้คนในจวนต่างก็พากันมารอต้อนรับอย่างครึกครื้นแต่เช้าตรู่จี้หานอีเพิ่งเข้าไปคารวะองค์หญิงใหญ่หรงชิ่งเสร็จ ก็ถูกผู้คนดึงตัวไปพูดคุยด้วยทันทีเสิ่นซื่อปรายตามองจี้หานอีผู้ถูกคนในจวนเฉิงอันโหวรุมล้อมชวนคุย ครั้นเห็นรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้มที่ขาวผ่องและว่าง่ายของนาง เขาก็คลายความกังวล ก่อนจะเดินไปยังเรือนส่วนหน้าเพื่อร่วมวงสนทนากับพวกบุรุษองค์หญิงใหญ่หรงชิ่งแย้มยิ้มพลางกล่าว "ดอกสาลี่ในลานเรือนบานแล้ว แดดวันนี้ก็กำลังดี อย่ามัวแต่นั่งอุดอู้อยู่ในห้องนี้เลย ประเดี๋ยวจะรู้สึกอึดอัดเสียเปล่า ๆ"ดังนั้น ผู้คนทั้งหลายจึงพากันมุ่งหน้าไปยังเรือนหลีฮวาที่อยู่หลังจวนบนโต๊ะจัดวางน้ำชาหอมกรุ่นคู่กับผลไม้หลากชนิด สายตาของทุกคนต่างก็จับจ้องมาที่จี้หานอี เมื่อเห็นว่านางมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง คิ้วตาดูอ่อนโยนละมุนละไม คล้ายเป็นสตรีที่ได้แต่งงานกับคู่ครองแสนดีและถูกดูแลอย่างทะนุถนอม ก็ให้อดรู้สึกอิจฉาข

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 470

    แต่ความเจ็บแปลบบนริมฝีปากกลับย้ำเตือนว่าเรื่องราวคล้ายไม่ใช่ความฝันเมื่อนางลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ ก็เห็นเสิ่นซื่อกำลังหลับตากอดนางไว้ ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูเคร่งขรึมและจริงจังยิ่งแต่เมื่อคืนบุรุษผู้ดูเคร่งขรึมจริงจังผู้นี้ กลับ...จี้หานอีไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านต่อ ได้แต่จ้องมองใบหน้าของเสิ่นซื่อจนเหม่อลอยไปชั่วขณะในอดีตตอนที่ยังไม่ได้ใกล้ชิดกับเสิ่นซื่อถึงเพียงนี้ นางไม่เคยบังเกิดความรู้สึกใด ๆ ต่อเขาเลย ทว่ายามราตรีตลอดสองคืนที่ผ่านมา หลังได้นอนร่วมเรียงเคียงหมอน นางก็ตระหนักดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเสิ่นซื่อนั้น มีบางอย่างได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว...ขณะกำลังจ้องมองใบหน้าของเสิ่นซื่ออย่างเหม่อลอย เสิ่นซื่อก็พลันลืมตาขึ้นมาทันทีเมื่อจี้หานอีสบตาเขา หนังศีรษะก็พลันชายิบ รีบหลับตาลงด้วยความรู้สึกผิดราวโจรขโมยของ แม้รู้ดีว่าพฤติกรรมนี้ไม่ต่างอันใดกับการปิดหูขโมยกระดิ่ง แต่ก็ไม่อาจทนสบตากับเสิ่นซื่อได้จริง ๆเมื่อคืนนางไม่ได้ปรารถนาเลยแท้ ๆ แต่ความสุขสมซาบซ่านนั้นกลับเป็นสิ่งที่นางไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิตในอดีตเซี่ยอวี้เหิงไม่เคยเป็นเช่นนั้น หลังแต่งงานช่วงแรก เขาก็มักเร่งรีบอยู่เส

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 469

    ดวงจันทร์นอกหน้าต่างลอยเด่นเหนือยอดไม้ เงาไม้ส่งเสียงสวบสาบขณะไหวเอนไปตามสายลมแสงเทียนถูกครอบคุ้มไว้ในโคมผ้าโปร่ง ประหนึ่งดวงดาราที่ถูกโอบอุ้มเงาร่างทาบทับซ้อนกันบนฉากกั้น เสมือนดั่งภาพวาดสาดน้ำหมึกที่เพิ่งเข้ากรอบเสร็จใหม่ ๆ มีทั้งทิวเขาคดเคี้ยวสลับซับซ้อน และมวลเมฆาที่ก่อตัวขึ้นอย่างอิสระยามเส้นผมดำขลับทิ้งตัวลงมาพลันบังเกิดสายลมแผ่วเบา พัดกวนธูปในกระถางปั๋วซานที่กำลังจะดับมิดับแหล่ ควันธูปเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน ลอยละล่องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนั่นคือทิศทางที่สำนักโหรหลวงเคยกล่าวไว้ว่าเป็นทิศสถิตของเทพเจ้าแห่งความปีติยินดีในคืนนี้หยกพกพลันกระทบเข้ากับที่วางเท้า บังเกิดเสียง "เคล้ง" ดังกังวานใส ปลุกดวงจันทร์ที่ขดตัวอยู่เหนือตะขอเกี่ยวผ้าม่านให้ตื่นตระหนก แสงจันทร์จึงสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างลายข้าวหลามตัดช่องที่เจ็ดเข้ามา อาบไล้ครอบคลุมข้อเท้าพอดีกลิ่นเครื่องหอมอ้อยอิ่ง กลุ่มควันที่ม้วนตัวขึ้นมาจากกระถางธูปปั๋วซานชะงักค้างกลางอากาศ กลายเป็นมาตรวัดแห่งกาลเวลากลุ่มควันสั่นไหวก่อนแตกกระจายและรวมตัวกันใหม่ด้วยความตื่นตระหนก ราวกับฝูงนกกระเรียนที่ถูกก่อกวน และนางก็คือนก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status