Share

บทที่ 6

Penulis: หยกงาม
ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวพลันย่ำแย่ลงเมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น แม้จี้หานอีเดินจากไปแล้ว นางก็ยังตั้งสติไม่ได้

หรงชุนเดินตามติดจี้หานอี ขณะนึกถึงคำพูดของฮูหยินน้อยเมื่อครู่ ก็ให้รู้สึกสะใจขึ้นมาเล็กน้อย

แต่นางก็อดกล่าวด้วยความกังวลไม่ได้ "หากนางไปฟ้องนายท่านอีกจะทำอย่างไรเจ้าคะ..."

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย หลี่หมิงโหรวภายนอกดูอ่อนหวานใจดี แต่ลับหลังมักชิงลงมือใส่ร้ายป้ายสีก่อนเสมอ และนายท่านก็เข้าข้างนางมาโดยตลอด ไม่เคยเชื่อฮูหยินน้อยเลยสักครั้ง

เดิมที จี้หานอีก็ตั้งใจจะพูดเรื่องหย่าขาดกับเซี่ยอวี้เหิงในเร็ววันนี้อยู่แล้ว ต่อให้หลี่หมิงโหรวไปฟ้องเซี่ยอวี้เหิงจริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด

นางกับเซี่ยอวี้เหิงนั้น บางทีอาจไม่ได้คู่กันมาตั้งแต่แรก

นางกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกบนร่าง พลางกระซิบ "ไม่ต้องห่วง พวกเรากลับกันก่อนเถิด"

ถนนหินเขียวชุ่มชื้นไปด้วยหยดน้ำ ยามชายกระโปรงกวาดผ่าน ก็สะท้อนเงาสีสันอันเลือนราง

ขณะเดินผ่านป่าไผ่ ก็แว่วเสียงผู้คนพูดคุยกันดังมาจากด้านหน้าว่า "เจ้าดูสิ เมื่อเช้านี้นางไม่กล้าพูดอะไรสักคำ ได้แต่กัดฟันกลืนเลือดลงท้องใช่หรือไม่?"

"ตอนที่นางแต่งเข้ามา สินเดิมยากไร้มีแค่สองหาบ เป็นอวี้เหิงหรอกที่ยอมแต่งกับนาง"

พูดจบก็ถอนหายใจ "น่าเสียดาย อวี้เหิงกับหมิงโหรวเหมาะสมกันยิ่งนัก กลับถูกนางแทรกกลางเข้ามาเสียได้"

เท้าของจี้หานอีหยุดชะงักอยู่ที่เดิม

เสียงที่ฟังดูเยาว์วัยกว่าดังขึ้น "แต่ว่าไปแล้ว ข้าก็เห็นใจนางจริง ๆ เจ้าค่ะ"

"ครั้งเมื่อสกุลจี้ยังอยู่ดี ไม่ทราบรุ่งเรืองเพียงใด? สกุลเซี่ยเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำ ผู้ใดจะไปคิดว่าเพียงชั่วข้ามคืน..."

เสียงหัวเราะด้วยความไม่ยี่หระดังแทรกขึ้น "จะไปเห็นใจทำไม นี่เป็นเรื่องของโชคชะตา"

"แต่ทำไมพี่สะใภ้ใหญ่ถึงไม่ให้นางช่วยดูแลเรือนเล่า? คงเพราะกลัวนางจะขโมยของไปจุนเจือมารดาขี้โรคนั่นใช่หรือไม่? เวลานี้ตระกูลท่านตาของนางตกต่ำแล้ว ขืนให้นางดูแล มีหวังคงต้องขนของไปให้คนนอกหมดแน่กระมัง?"

"พี่สะใภ้ใหญ่ระแวงนางมาตลอดนั่นแหละ"

เสียงสนทนาค่อย ๆ ห่างออกไป ก่อนจะเลือนหายไปในดงไม้อันแห้งเหี่ยวของฤดูหนาว

หรงชุนหันขวับกลับมามองจี้หานอีด้วยความตกตะลึง

เสียงพูดคุยเมื่อครู่ ฟังปราดเดียวก็รู้ เป็นฮูหยินรองกับสะใภ้เรือนรองนั่นเอง

จี้หานอียืนอยู่ที่เดิม ขณะเงยหน้ามองใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นลงมา ก่อนยื่นมือออกไปรองรับเกล็ดหิมะที่เริ่มโปรยปราย พลางระบายลมหายใจสีขาวยาวแรง

ในใจมีเพียงความเย้ยหยัน

ยามค่ำคืน จี้หานอีนั่งเขียนจดหมายอยู่ในเรือนด้านหลัง

เรือนแห่งนี้ถูกใช้เป็นห้องหนังสือส่วนตัวของจี้หานอี เนื่องจากนางไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องหนังสือของเซี่ยอวี้เหิง แม้เขาจะขลุกอยู่แต่ห้องหนังสือเรือนหน้าเป็นประจำ แต่ห้องหนังสือเรือนในก็ยังห้ามไม่ให้นางย่างกรายเข้าไปอยู่ดี

จี้หานอีรู้ดีว่าเอกสารคดีความที่เซี่ยอวี้เหิงดูแลนั้นซับซ้อนเพียงใด ย่อมไม่อาจให้ผู้ใดเข้าออกห้องหนังสือได้ตามอำเภอใจ นางจึงจัดห้องว่างในเรือนด้านหลังไว้หนึ่งห้อง

สถานที่แห่งนี้อยู่ติดกับห้องเก็บของ ปกติไม่ค่อยมีผู้ใดแวะเวียนมา จี้หานอีเป็นคนชอบความสงบ และด้วยความที่ไม่ต้องดูแลเรื่องในจวน นอกจากเวลาที่เซี่ยอวี้เหิงกลับมาแล้ว ยามว่างนางก็มักจะมาขลุกอยู่ที่นี่เสมอ

แม้แสงเทียนไม่ได้ส่องสว่างมากนัก แต่ก็เพียงพอให้มองเห็นได้ทั่วโต๊ะเขียนอักษร

จี้หานอีนั่งตัวตรง คลี่กระดาษออก จรดพู่กันเขียนข้อความ

ยามนี้เมื่อไม่มีสกุลจี้ ซ้ำยิ่งไปรบกวนท่านตาไม่ได้ นางจึงต้องเตรียมหาทางหนีทีไล่หลังการหย่าให้แก่ตนเองเสียก่อน

เมื่อตวัดพู่กันเขียนจบ จี้หานอีก็มองตัวอักษรบนหน้ากระดาษ พลางยื่นมือไปลูบขนเจ้าแมวขาวในอ้อมกอด

เจ้าแมวขาวตัวนี้นางเป็นคนเก็บมาเลี้ยง แต่เซี่ยอวี้เหิงไม่ชอบ นางจึงไม่เคยอุ้มไปให้เขาเห็น และเลี้ยงมันไว้ที่นี่ตลอดมา

ขณะหรงชุนผู้อยู่ข้างกายเข้ามาช่วยเก็บจดหมาย ก็ได้ยินจี้หานอีพูดขึ้นแผ่วเบา "รบกวนรีบส่งด้วย"

หรงชุนพยักหน้ารับคำสั่ง

จี้หานอีกางภาพวาดซึ่งวาดค้างไว้ครึ่งหนึ่งออกมา ก่อนก้มหน้าลงจรดพู่กันวาดต่อจากเดิม

เมื่อเซี่ยอวี้เหิงกลับถึงจวน เนื้อตัวก็แปดเปื้อนด้วยความชื้นแฉะของฤดูหนาว ขณะก้าวเท้าเข้ามา ก็พบว่าในเรือนหลักกลับไร้ผู้คน ว่างเปล่าเสียจนเงียบเหงาวังเวง

เขาจำได้ดีว่าเมื่อก่อนเวลาตนเองกลับมา จี้หานอีก็จะรีบเข้ามาช่วยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ และนำชามน้ำแกงบำรุงร่างกายซึ่งเคี่ยวจนได้ที่แล้วมาใส่มือเขา

ไม่ว่าเขากลับมาเวลาใด นางก็จะรอคอยอยู่เสมอ

แต่เซี่ยอวี้เหิงก็เพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้ไต่ถามอันใด กลับเป็นบ่าวอาวุโสด้านข้างเดินเข้ามากระซิบว่า "ฮูหยินน้อยอยู่ที่เรือนด้านหลัง ให้บ่าวไปตามไหมเจ้าคะ?"

เซี่ยอวี้เหิงเพียงผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ได้พูดคำใด ชัดเจนว่าไม่ต้องการ บ่าวผู้นั้นจึงถอยออกไปอย่างรู้ความ

เซี่ยอวี้เหิงเดินออกจากห้อง ผู้ติดตามเข้ามาสวมเสื้อคลุมกันลมให้ ระหว่างก้าวเท้าจะเดินไปห้องหนังสือ สายตาก็เหลือบไปเห็นเตาต้มยาที่กำลังเดือดปุดส่งควันร้อนพวยพุ่งอยู่หน้าประตู กลิ่นสมุนไพรลอยฟุ้ง ทำให้ทั่วทั้งลานเรือนอบอวลไปด้วยกลิ่นขมฝาด

หลังสาวใช้ตัวน้อยผู้นั่งยอง ๆ ต้มยาอยู่ข้างเตาเห็นเซี่ยอวี้เหิงมองมา ก็รีบลุกขึ้นยืนรายงานว่า "บ่าวกำลังต้มยาแก้ลมหนาวให้ฮูหยินน้อยเจ้าค่ะ"

เซี่ยอวี้เหิงหวนนึกถึงครั้งนั้นที่ตนได้ยินจี้หานอีไอเบา ๆ ซึ่งนี่ก็ผ่านมาได้หลายวันแล้ว

เขาได้ยินพ่อบ้านบอกว่านางเชิญหมอมา ดูท่าคงป่วยเป็นไข้หวัด

ในความทรงจำของเขา จี้หานอีคล้ายไม่เคยเจ็บป่วย ผิดกับหมิงโหรวที่ร่างกายอ่อนแอ เจ็บออด ๆ แอด ๆ อยู่ตลอด

เขาเม้มริมฝีปาก ไม่พูดอะไร ก้าวเท้าเดินต่อไป

ตอนที่จี้หานอีเดินกลับมาจากห้องหนังสือของตน เวลาก็ล่วงเลยไปมากแล้ว นางเพลิดเพลินอยู่กับการวาดภาพ ทั้งไม่ได้ใส่ใจว่าเซี่ยอวี้เหิงจะกลับห้องหรือไม่ จึงกลับมาช้ากว่าปกติพอควร

หลังกลับมาถึงเรือนหลัก ภายในห้องยังคงว่างเปล่า ดูจากแสงเทียนที่สลัวราง จี้หานอีก็รู้ทันทีว่าเซี่ยอวี้เหิงยังไม่ได้กลับมา

แต่สาวใช้หน้าประตูกลับเดินตามหลังจี้หานอีเข้ามากระซิบว่า "นายท่านกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"

จี้หานอีชะงักเท้า

สาวใช้คนนั้นรีบกล่าวต่อ "นายท่านอยู่ที่ห้องหนังสือ"

จี้หานอีจึงหันกายมองไปทางหอเก๋งด้านข้าง เมื่อทอดสายตาผ่านเงาความมืดมิดยามค่ำคืน ก็จะเห็นหน้าต่างหอเก๋งสว่างไสว บนบานหน้าต่างสะท้อนเงาคนสองคน

และหนึ่งในเงานั้น เพียงปรายตามองนางก็จำได้ทันที

นางจึงหลุบตาลง

ห้องหนังสือที่นางไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าไป หลี่หมิงโหรวกลับสามารถเข้าออกได้ตามใจชอบ

จี้หานอีเพียงพยักหน้ารับรู้ ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าห้อง

เซี่ยอวี้เหิงไม่ค่อยกลับมานอนที่นี่ วันนี้ไม่รู้เหตุใดถึงมาอยู่ที่ห้องหนังสือประจำเรือนได้ คาดว่าคงมาเพราะหลี่หมิงโหรวกระมัง

หลายคืนมานี้นางยังคงมีอาการไอ คิดว่าต่อให้เซี่ยอวี้เหิงกลับมาที่เรือนหลัก ประเดี๋ยวก็คงต้องจากไป

เขาเป็นคนตื่นง่าย ทนเสียงรบกวนไม่ได้

แต่นางก็อยากรอเซี่ยอวี้เหิง เพื่อจะได้พูดคุยเรื่องหย่ากับเขาให้จบสิ้น

สาวใช้หน้าประตูเดินตามเข้ามาพลางกระซิบต่อ "เมื่อครู่บ่าวยกน้ำแกงบำรุงร่างกายไปให้นายท่าน แต่นายท่านให้ยกกลับมาเจ้าค่ะ เวลานี้ยังร้อนอยู่เลย"

"ฮูหยินน้อยจะรับหรือไม่เจ้าคะ?"

จี้หานอีเดินเข้าห้องชั้นใน และนั่งลงบนเก้าอี้เท้าแขนตัวหนึ่ง

นางยื่นมือไปอังเตาไฟ เปลวไฟสีเหลืองนวลเต้นระริกบนแก้มเนียน แววตาไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก

จี้หานอีลืมกำชับสาวใช้ไปว่า ต่อไปไม่ต้องต้มน้ำแกงบำรุงร่างกายให้เซี่ยอวี้เหิงแล้ว ก่อนหน้านี้เขาเคยบอกว่าไม่ชอบ เพียงแต่นางนึกสงสารที่เขาต้องทำงานดึกดื่นก็เท่านั้น

ทุกครั้งที่น้ำแกงถูกส่งคืนกลับมา นางตัดใจทิ้งไม่ลง จึงมักดื่มเองเสมอ

จี้หานอีนวดคลึงหว่างคิ้ว ก่อนเงยหน้ามองสาวใช้ "น้ำแกงนั่นพวกเจ้าแบ่งกันดื่มเถิด"

จากนั้นจึงกล่าวต่อ "วันหลังไม่ต้องต้มแล้ว"

สาวใช้ผู้นั้นตะลึงงัน นึกว่าตนฟังผิด จึงมองจี้หานอี พลางถามย้ำด้วยความไม่แน่ใจ "ไม่ต้มแล้วจริงหรือเจ้าคะ?"

จี้หานอีพยักหน้า สั่งให้สาวใช้ออกไปก่อน จากนั้นจึงค่อยคลายหัวไหล่ลง

หรงชุนประคองถ้วยยาเดินเข้ามา กล่าวด้วยความปวดใจ "ไม่รู้เมื่อใดไข้หวัดของฮูหยินน้อยจะหายดีเสียทีนะเจ้าคะ"

"ผู้ใดจะไปคิดเลยว่าเจ็บป่วยครั้งหนึ่งจะยาวนานถึงเพียงนี้"

จี้หานอีรับถ้วยยามาโดยไม่ได้พูดคำใด รสขมฝาดของยานั้นทำให้นางขมวดคิ้วด้วยความทรมาน ขณะรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาชอบกล

ทว่ายายังไม่ทันหมดถ้วย เสียงอ่อนหวานแสดงความห่วงใยก็ดังขึ้น "พี่สะใภ้"

เมื่อจี้หานอีเงยหน้า ก็เห็นเซี่ยอวี้เหิงเดินเข้ามาพร้อมหลี่หมิงโหรว

เซี่ยอวี้เหิงเดินรั้งอยู่ด้านหลังหลี่หมิงโหรวเล็กน้อย คล้ายกำลังปกป้องนางในความเงียบ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 100

    “คนที่ชอบกินขนมพุทราเชื่อม มีเพียงหลี่หมิงโหรวเท่านั้นเจ้าค่ะ”“ข้าเองก็เข้านอนแล้ว นายท่านรีบกลับไปเถิด”เซี่ยอวี้เหิงมองจี้หานอีด้วยแววตาไม่เข้าใจ “เจ้าก็แค่อยากให้ข้าใส่ใจเจ้า ก็แค่รู้สึกว่าข้าอยู่เป็นเพื่อนหมิงโหรวมากกว่าเจ้าเท่านั้น”“วันหน้าข้าจะพยายามกลับเรือนมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าให้มากขึ้นก็แล้วกัน”“เจ้ายังจะเอาแต่ใจอันใดอีก?”กล่าวพลางสายตาของเขาก็มองทรวดทรงอรชรภายใต้เสื้อผ้าบางเบาของจี้หานอี ใบหน้าที่งดงามปานดอกไม้แรกแย้มยามนี้ดูอ่อนหวานและหมดจดภายใต้แสงตะเกียง กลิ่นหอมอวลอุ่นบนร่างนางทำเอาเขามองจนเกิดความรู้สึกพลุ่งพล่านในใจแม้น้อยครั้งนักที่จะได้สานสัมพันธ์นางแนบชิด แต่เรือนร่างของจี้หานอีก็ทำให้เขาลุ่มหลงมัวเมาได้อย่างแท้จริงเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความคลุมเครือแห่งห้วงอารมณ์ “ข้าจะพยายามมีลูกกับเจ้าให้ได้สักคน หากเจ้ามีลูกแล้วจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านอีก”เซี่ยอวี้เหิงกล่าวพลางเอื้อมมือมาหมายจะสัมผัสใบหน้าจี้หานอี แต่ยังไม่ทันได้แตะต้อง จี้หานอีก็เบี่ยงหน้าหลบอย่างแนบเนียน ปลายนิ้วของเซี่ยอวี้เหิงจึงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ได้แต่จ้องมองจี้หานอีนิ่งง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 99

    เขากลับมาไม่ดึกนัก ขณะนี้เพิ่งล่วงเข้ายามซวีเท่านั้นเมื่อก่อนจี้หานอีไม่เคยเข้านอนไวถึงเพียงนี้ แต่ถึงแม้นางจะหลับไปแล้ว หากรู้ว่าเขากลับมา ก็จะลุกขึ้นมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาอยู่ดีวันนี้เขาพาหลี่หมิงโหรวออกไปข้างนอก ระหว่างทางบังเอิญพบปะสหายขุนนาง ด้วยความที่หลี่หมิงโหรวสวมหมวกติดผ้าคลุมหน้า สหายขุนนางเหล่านั้นจึงไม่อาจแยกแยะได้ว่าสตรีข้างกายเซี่ยอวี้เหิงคือผู้ใด จึงทึกทักเอาเองว่าหลี่หมิงโหรวคือภรรยาของเขาอย่างที่ควรจะเป็นเมื่อพวกเขาเอ่ยชมว่าความสัมพันธ์สามีภรรยาช่างแน่นแฟ้น ภายในใจเซี่ยอวี้เหิงก็พลันปรากฏความอ้างว้างว่างเปล่าขึ้นมาสายหนึ่งจี้หานอีในฐานะภรรยาตัวจริง กลับไม่เคยได้เดินเคียงคู่ข้างกายเขาตามลำพังที่ผ่านมาไม่เคยรู้สึกผิดอะไร แต่บัดนี้ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดยิ่งนักเซี่ยอวี้เหิงก้มหน้ามองขนมพุทราเชื่อมในมือ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าจี้หานอีเคยบอกว่านางชอบทานขนมพุทราเชื่อมในมือเวลานี้เย็นชืดลงนานแล้ว มือของเซี่ยอวี้เหิงที่ยกขึ้นหมายจะผลักบานประตูตรงหน้า กลับชะงักค้างกลางอากาศความจริง เขาอยากให้จี้หานอีแสดงความไม่พอใจ ให้นางโวยวายระบายอารมณ์ใส่เขาเสียยัง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 98

    คำถามของเซี่ยอวี้เหิงทําให้จี้หานอีต้องขมวดคิ้วนางชะงักเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้า “ละครลิงไม่รู้ว่าจะมีอีกเมื่อใด หมิงโหรวยังรอท่านอยู่ นายท่านไม่จําเป็นต้องรั้งอยู่เป็นเพื่อนข้าหรอกเจ้าค่ะ รีบไปเถิด”เซี่ยอวี้เหิงอดนึกถึงค่ำคืนหิมะตกครั้งนั้นขึ้นมาไม่ได้ นางก็พูดเช่นนี้ บอกว่าหมิงโหรวยังรอเขาอยู่ ไม่ต้องสนใจนางนางกล่าวอย่างมีเหตุผลและใจกว้าง ราวกับว่าการที่เขาผู้เป็นสามี ทอดทิ้งนางเพื่อไปอยู่กับสตรีอีกคนหนึ่ง กลายเป็นเรื่องปกติสําหรับนางไปเสียแล้วความเจ็บปวดอันไร้เรี่ยวแรงสายนั้นครอบงําจิตใจมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งก่อเกิดเป็นความตื่นตระหนกขึ้นมาเขาเงยหน้ามองจี้หานอีด้วยแววตาลึกซึ้ง พลางกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า “หานอี ขอเพียงเจ้าอยากให้ข้ารั้งอยู่เป็นเพื่อน ข้าก็จะอยู่”“ข้าไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเจ้ามานานแล้ว”จี้หานอีชะงักงัน จากนั้นจึงส่ายหน้า “นายท่าน ข้าหาได้ต้องการไม่เจ้าค่ะ”กล่าวพลางจี้หานอีก็ผลักมือของเซี่ยอวี้เหิงที่กอบกุมข้อมือตนออก ก่อนจะย่อกายคารวะเซี่ยอวี้เหิง แล้วกล่าวต่อ “ยามนี้หิมะยังไม่หยุดตก นายท่านรีบไปเถิด หมิงโหรวร่างกายอ่อนแอ อย่าให้นางต้องมายืนตากลมหนาวอยู่ด้านน

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 97

    กล่าวพลางนางก็มองเซี่ยอวี้เหิง "ท่านกับหมิงโหรวไปดูละครลิงนับเป็นเรื่องสำคัญ ข้าเพียงเรียกรถม้าคันใหม่ริมถนนหาได้ยากเย็นอันใด ซ้ำข้าไม่ได้คิดตำหนิท่านเลยเจ้าค่ะ"แผ่นหลังที่เหยียดตรงของเซี่ยอวี้เหิงพลันห่อเหี่ยวลงในชั่วพริบตา เขาจ้องมองจี้หานอีเขม็ง จ้องมองทุกอารมณ์ความรู้สึกบนใบหน้าของนาง ก่อนจะแค่นยิ้มขมขื่นออกมาบางเบาเขาเอ่ยว่า "ข้าจะไปส่งเจ้ากลับจวนก่อน แล้วค่อยออกไปกับหมิงโหรว"จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย สำหรับการตัดสินใจเช่นนี้ของเซี่ยอวี้เหิง นางย่อมประหลาดใจอย่างแท้จริงในใจของเซี่ยอวี้เหิง หมื่นแสนสรรพสิ่งล้วนไม่อาจเทียบเทียมความสำคัญของหลี่หมิงโหรวว่าไปแล้ว นางก็คิดลงจากรถม้าที่ริมถนนจริง ๆ ด้วยยังมีธุระบางอย่างต้องไปจัดการแต่ในเมื่อเซี่ยอวี้เหิงกล่าวเช่นนี้ นางก็คร้านจะทุ่มเถียงกับเขาอีก จึงเพียงแต่พยักหน้าเบา ๆ ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจเช่นไร ก็หาได้สำคัญไม่ภายในรถม้าพลันเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงล้อรถม้าที่บดพื้นถนนไปตามทางหลี่หมิงโหรวปรายตามองจี้หานอีปราดหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย "พี่สะใภ้โกรธแล้วใช่หรือ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 96

    เมื่อจี้หานอีได้ยินคำพูดจอมปลอมของเซี่ยอวี้เหิงแล้วก็ให้รู้สึกอึดอัดใจนักนางรักษาความสงบสุขและหน้าตาจอมปลอมให้เขามาแต่ไหนแต่ไร แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านางจะไม่โกรธเคืองเสียหน่อยอันที่จริง จี้หานอีอยากถามเซี่ยอวี้เหิงเหลือเกินว่า ในฐานะภรรยาของเขา นางควรต้องยอมให้เขาชักใยไปเสียทุกเรื่องเชียวหรือทั้งปล่อยให้เขาทอดทิ้งนางไว้กลางหิมะตามอำเภอใจทั้งปล่อยให้เขาลำเอียงเข้าข้างสตรีอื่นตามใจชอบนี่หรือคือภรรยาของเขาแต่หลังสูดลมหายใจเข้าลึก ท้ายที่สุดนางก็ยังไม่ได้พูดคำใดด้วยหากกล่าวออกไปก็จะเป็นเพียงความเคียดแค้น เป็นการพร่ำบ่น เป็นความขุ่นเคืองต่อเรื่องราวในอดีตเป็นการระบายความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมาเนิ่นนานใส่เซี่ยอวี้เหิงเป็นการแสดงออกว่านางยังคงคาดหวังในตัวเขาแต่ระหว่างนางกับเขานั้นไร้ซึ่งความหวังใดมานานแล้วจี้หานอีไม่ได้คิดปิดบังความขุ่นเคืองใจบนใบหน้า นางก้มศีรษะใช้มือกุมขมับ ไม่อยากมองเซี่ยอวี้เหิงแม้เพียงนิด ปลายนิ้วเรียวนวดคลึงหว่างคิ้วแผ่วเบา ขณะกล่าว "นายท่าน ข้าเหนื่อยแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ"เสียงทอดถอนใจของนางแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าชัดเจนสกัดกั้นถ้อยคำที่เซี่ย

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 95

    ทางด้านจี้หานอีเมื่อได้ขึ้นมานั่งบนรถม้าแล้ว ก็พบว่าภายในรถม้ากว้างขวางยิ่งนัก หลี่หมิงโหรวเองก็ก้าวขึ้นรถม้าตามหลังจี้หานอีมาติด ๆ เช่นกันนับจากลมหายใจแรกที่นางเห็นจี้หานอีเมื่อครู่ ก็เอาแต่จับจ้องสำรวจร่างของจี้หานอีไม่วางตานางสำรวจมองเนื้อตัวของอีกฝ่ายทั้งในและนอกร่มผ้า กระทั่งเส้นผมทุกเส้นบนศีรษะก็ยังไม่เว้นจี้หานอียังคงนั่งอย่างสง่างามและใจเย็นเช่นเคย เรือนผมยังคงเรียบร้อยไร้ที่ติ แม้แต่ตำแหน่งของปิ่นปักผมก็ยังไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงแต่มันไม่ควรเป็นเช่นนี้สิสายตาของหลี่หมิงโหรวเลื่อนไปจับจ้องตรงชายกระโปรงของจี้หานอีที่โผล่พ้นออกมา ก่อนชำเลืองมองเซี่ยอวี้เหิงผู้ก้าวขึ้นรถม้าเป็นคนสุดท้ายปราดหนึ่ง จากนั้นจึงถามจี้หานอีว่า "พี่สะใภ้ ท่านไปเปลี่ยนอาภรณ์มาหรือเจ้าคะ?"เมื่อเซี่ยอวี้เหิงได้ยินคำถามของหลี่หมิงโหรว ก็อดสำรวจมองไม่ได้ขณะนั่งลงข้างกายจี้หานอี ก่อนเอ่ย "เจ้าเปลี่ยนอาภรณ์ในจวนสกุลเสิ่นรึ?"จี้หานอีมีสีหน้าเป็นปกติ "ขณะที่ข้าสนทนากับฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น สาวใช้ยกน้ำชามาให้ไม่ระวังทำอาภรณ์ข้าเปียก ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นจึงให้คนนำชุดใหม่มาให้ข้าผลัดเปลี่ยนเจ้าค่ะ"เซี่ยอวี้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status