Share

บทที่ 6

Author: หยกงาม
ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวพลันย่ำแย่ลงเมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น แม้จี้หานอีเดินจากไปแล้ว นางก็ยังตั้งสติไม่ได้

หรงชุนเดินตามติดจี้หานอี ขณะนึกถึงคำพูดของฮูหยินน้อยเมื่อครู่ ก็ให้รู้สึกสะใจขึ้นมาเล็กน้อย

แต่นางก็อดกล่าวด้วยความกังวลไม่ได้ "หากนางไปฟ้องนายท่านอีกจะทำอย่างไรเจ้าคะ..."

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย หลี่หมิงโหรวภายนอกดูอ่อนหวานใจดี แต่ลับหลังมักชิงลงมือใส่ร้ายป้ายสีก่อนเสมอ และนายท่านก็เข้าข้างนางมาโดยตลอด ไม่เคยเชื่อฮูหยินน้อยเลยสักครั้ง

เดิมที จี้หานอีก็ตั้งใจจะพูดเรื่องหย่าขาดกับเซี่ยอวี้เหิงในเร็ววันนี้อยู่แล้ว ต่อให้หลี่หมิงโหรวไปฟ้องเซี่ยอวี้เหิงจริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด

นางกับเซี่ยอวี้เหิงนั้น บางทีอาจไม่ได้คู่กันมาตั้งแต่แรก

นางกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกบนร่าง พลางกระซิบ "ไม่ต้องห่วง พวกเรากลับกันก่อนเถิด"

ถนนหินเขียวชุ่มชื้นไปด้วยหยดน้ำ ยามชายกระโปรงกวาดผ่าน ก็สะท้อนเงาสีสันอันเลือนราง

ขณะเดินผ่านป่าไผ่ ก็แว่วเสียงผู้คนพูดคุยกันดังมาจากด้านหน้าว่า "เจ้าดูสิ เมื่อเช้านี้นางไม่กล้าพูดอะไรสักคำ ได้แต่กัดฟันกลืนเลือดลงท้องใช่หรือไม่?"

"ตอนที่นางแต่งเข้ามา สินเดิมยากไร้มีแค่สองหาบ เป็นอวี้เหิงหรอกที่ยอมแต่งกับนาง"

พูดจบก็ถอนหายใจ "น่าเสียดาย อวี้เหิงกับหมิงโหรวเหมาะสมกันยิ่งนัก กลับถูกนางแทรกกลางเข้ามาเสียได้"

เท้าของจี้หานอีหยุดชะงักอยู่ที่เดิม

เสียงที่ฟังดูเยาว์วัยกว่าดังขึ้น "แต่ว่าไปแล้ว ข้าก็เห็นใจนางจริง ๆ เจ้าค่ะ"

"ครั้งเมื่อสกุลจี้ยังอยู่ดี ไม่ทราบรุ่งเรืองเพียงใด? สกุลเซี่ยเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำ ผู้ใดจะไปคิดว่าเพียงชั่วข้ามคืน..."

เสียงหัวเราะด้วยความไม่ยี่หระดังแทรกขึ้น "จะไปเห็นใจทำไม นี่เป็นเรื่องของโชคชะตา"

"แต่ทำไมพี่สะใภ้ใหญ่ถึงไม่ให้นางช่วยดูแลเรือนเล่า? คงเพราะกลัวนางจะขโมยของไปจุนเจือมารดาขี้โรคนั่นใช่หรือไม่? เวลานี้ตระกูลท่านตาของนางตกต่ำแล้ว ขืนให้นางดูแล มีหวังคงต้องขนของไปให้คนนอกหมดแน่กระมัง?"

"พี่สะใภ้ใหญ่ระแวงนางมาตลอดนั่นแหละ"

เสียงสนทนาค่อย ๆ ห่างออกไป ก่อนจะเลือนหายไปในดงไม้อันแห้งเหี่ยวของฤดูหนาว

หรงชุนหันขวับกลับมามองจี้หานอีด้วยความตกตะลึง

เสียงพูดคุยเมื่อครู่ ฟังปราดเดียวก็รู้ เป็นฮูหยินรองกับสะใภ้เรือนรองนั่นเอง

จี้หานอียืนอยู่ที่เดิม ขณะเงยหน้ามองใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นลงมา ก่อนยื่นมือออกไปรองรับเกล็ดหิมะที่เริ่มโปรยปราย พลางระบายลมหายใจสีขาวยาวแรง

ในใจมีเพียงความเย้ยหยัน

ยามค่ำคืน จี้หานอีนั่งเขียนจดหมายอยู่ในเรือนด้านหลัง

เรือนแห่งนี้ถูกใช้เป็นห้องหนังสือส่วนตัวของจี้หานอี เนื่องจากนางไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องหนังสือของเซี่ยอวี้เหิง แม้เขาจะขลุกอยู่แต่ห้องหนังสือเรือนหน้าเป็นประจำ แต่ห้องหนังสือเรือนในก็ยังห้ามไม่ให้นางย่างกรายเข้าไปอยู่ดี

จี้หานอีรู้ดีว่าเอกสารคดีความที่เซี่ยอวี้เหิงดูแลนั้นซับซ้อนเพียงใด ย่อมไม่อาจให้ผู้ใดเข้าออกห้องหนังสือได้ตามอำเภอใจ นางจึงจัดห้องว่างในเรือนด้านหลังไว้หนึ่งห้อง

สถานที่แห่งนี้อยู่ติดกับห้องเก็บของ ปกติไม่ค่อยมีผู้ใดแวะเวียนมา จี้หานอีเป็นคนชอบความสงบ และด้วยความที่ไม่ต้องดูแลเรื่องในจวน นอกจากเวลาที่เซี่ยอวี้เหิงกลับมาแล้ว ยามว่างนางก็มักจะมาขลุกอยู่ที่นี่เสมอ

แม้แสงเทียนไม่ได้ส่องสว่างมากนัก แต่ก็เพียงพอให้มองเห็นได้ทั่วโต๊ะเขียนอักษร

จี้หานอีนั่งตัวตรง คลี่กระดาษออก จรดพู่กันเขียนข้อความ

ยามนี้เมื่อไม่มีสกุลจี้ ซ้ำยิ่งไปรบกวนท่านตาไม่ได้ นางจึงต้องเตรียมหาทางหนีทีไล่หลังการหย่าให้แก่ตนเองเสียก่อน

เมื่อตวัดพู่กันเขียนจบ จี้หานอีก็มองตัวอักษรบนหน้ากระดาษ พลางยื่นมือไปลูบขนเจ้าแมวขาวในอ้อมกอด

เจ้าแมวขาวตัวนี้นางเป็นคนเก็บมาเลี้ยง แต่เซี่ยอวี้เหิงไม่ชอบ นางจึงไม่เคยอุ้มไปให้เขาเห็น และเลี้ยงมันไว้ที่นี่ตลอดมา

ขณะหรงชุนผู้อยู่ข้างกายเข้ามาช่วยเก็บจดหมาย ก็ได้ยินจี้หานอีพูดขึ้นแผ่วเบา "รบกวนรีบส่งด้วย"

หรงชุนพยักหน้ารับคำสั่ง

จี้หานอีกางภาพวาดซึ่งวาดค้างไว้ครึ่งหนึ่งออกมา ก่อนก้มหน้าลงจรดพู่กันวาดต่อจากเดิม

เมื่อเซี่ยอวี้เหิงกลับถึงจวน เนื้อตัวก็แปดเปื้อนด้วยความชื้นแฉะของฤดูหนาว ขณะก้าวเท้าเข้ามา ก็พบว่าในเรือนหลักกลับไร้ผู้คน ว่างเปล่าเสียจนเงียบเหงาวังเวง

เขาจำได้ดีว่าเมื่อก่อนเวลาตนเองกลับมา จี้หานอีก็จะรีบเข้ามาช่วยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ และนำชามน้ำแกงบำรุงร่างกายซึ่งเคี่ยวจนได้ที่แล้วมาใส่มือเขา

ไม่ว่าเขากลับมาเวลาใด นางก็จะรอคอยอยู่เสมอ

แต่เซี่ยอวี้เหิงก็เพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้ไต่ถามอันใด กลับเป็นบ่าวอาวุโสด้านข้างเดินเข้ามากระซิบว่า "ฮูหยินน้อยอยู่ที่เรือนด้านหลัง ให้บ่าวไปตามไหมเจ้าคะ?"

เซี่ยอวี้เหิงเพียงผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ได้พูดคำใด ชัดเจนว่าไม่ต้องการ บ่าวผู้นั้นจึงถอยออกไปอย่างรู้ความ

เซี่ยอวี้เหิงเดินออกจากห้อง ผู้ติดตามเข้ามาสวมเสื้อคลุมกันลมให้ ระหว่างก้าวเท้าจะเดินไปห้องหนังสือ สายตาก็เหลือบไปเห็นเตาต้มยาที่กำลังเดือดปุดส่งควันร้อนพวยพุ่งอยู่หน้าประตู กลิ่นสมุนไพรลอยฟุ้ง ทำให้ทั่วทั้งลานเรือนอบอวลไปด้วยกลิ่นขมฝาด

หลังสาวใช้ตัวน้อยผู้นั่งยอง ๆ ต้มยาอยู่ข้างเตาเห็นเซี่ยอวี้เหิงมองมา ก็รีบลุกขึ้นยืนรายงานว่า "บ่าวกำลังต้มยาแก้ลมหนาวให้ฮูหยินน้อยเจ้าค่ะ"

เซี่ยอวี้เหิงหวนนึกถึงครั้งนั้นที่ตนได้ยินจี้หานอีไอเบา ๆ ซึ่งนี่ก็ผ่านมาได้หลายวันแล้ว

เขาได้ยินพ่อบ้านบอกว่านางเชิญหมอมา ดูท่าคงป่วยเป็นไข้หวัด

ในความทรงจำของเขา จี้หานอีคล้ายไม่เคยเจ็บป่วย ผิดกับหมิงโหรวที่ร่างกายอ่อนแอ เจ็บออด ๆ แอด ๆ อยู่ตลอด

เขาเม้มริมฝีปาก ไม่พูดอะไร ก้าวเท้าเดินต่อไป

ตอนที่จี้หานอีเดินกลับมาจากห้องหนังสือของตน เวลาก็ล่วงเลยไปมากแล้ว นางเพลิดเพลินอยู่กับการวาดภาพ ทั้งไม่ได้ใส่ใจว่าเซี่ยอวี้เหิงจะกลับห้องหรือไม่ จึงกลับมาช้ากว่าปกติพอควร

หลังกลับมาถึงเรือนหลัก ภายในห้องยังคงว่างเปล่า ดูจากแสงเทียนที่สลัวราง จี้หานอีก็รู้ทันทีว่าเซี่ยอวี้เหิงยังไม่ได้กลับมา

แต่สาวใช้หน้าประตูกลับเดินตามหลังจี้หานอีเข้ามากระซิบว่า "นายท่านกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"

จี้หานอีชะงักเท้า

สาวใช้คนนั้นรีบกล่าวต่อ "นายท่านอยู่ที่ห้องหนังสือ"

จี้หานอีจึงหันกายมองไปทางหอเก๋งด้านข้าง เมื่อทอดสายตาผ่านเงาความมืดมิดยามค่ำคืน ก็จะเห็นหน้าต่างหอเก๋งสว่างไสว บนบานหน้าต่างสะท้อนเงาคนสองคน

และหนึ่งในเงานั้น เพียงปรายตามองนางก็จำได้ทันที

นางจึงหลุบตาลง

ห้องหนังสือที่นางไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าไป หลี่หมิงโหรวกลับสามารถเข้าออกได้ตามใจชอบ

จี้หานอีเพียงพยักหน้ารับรู้ ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าห้อง

เซี่ยอวี้เหิงไม่ค่อยกลับมานอนที่นี่ วันนี้ไม่รู้เหตุใดถึงมาอยู่ที่ห้องหนังสือประจำเรือนได้ คาดว่าคงมาเพราะหลี่หมิงโหรวกระมัง

หลายคืนมานี้นางยังคงมีอาการไอ คิดว่าต่อให้เซี่ยอวี้เหิงกลับมาที่เรือนหลัก ประเดี๋ยวก็คงต้องจากไป

เขาเป็นคนตื่นง่าย ทนเสียงรบกวนไม่ได้

แต่นางก็อยากรอเซี่ยอวี้เหิง เพื่อจะได้พูดคุยเรื่องหย่ากับเขาให้จบสิ้น

สาวใช้หน้าประตูเดินตามเข้ามาพลางกระซิบต่อ "เมื่อครู่บ่าวยกน้ำแกงบำรุงร่างกายไปให้นายท่าน แต่นายท่านให้ยกกลับมาเจ้าค่ะ เวลานี้ยังร้อนอยู่เลย"

"ฮูหยินน้อยจะรับหรือไม่เจ้าคะ?"

จี้หานอีเดินเข้าห้องชั้นใน และนั่งลงบนเก้าอี้เท้าแขนตัวหนึ่ง

นางยื่นมือไปอังเตาไฟ เปลวไฟสีเหลืองนวลเต้นระริกบนแก้มเนียน แววตาไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก

จี้หานอีลืมกำชับสาวใช้ไปว่า ต่อไปไม่ต้องต้มน้ำแกงบำรุงร่างกายให้เซี่ยอวี้เหิงแล้ว ก่อนหน้านี้เขาเคยบอกว่าไม่ชอบ เพียงแต่นางนึกสงสารที่เขาต้องทำงานดึกดื่นก็เท่านั้น

ทุกครั้งที่น้ำแกงถูกส่งคืนกลับมา นางตัดใจทิ้งไม่ลง จึงมักดื่มเองเสมอ

จี้หานอีนวดคลึงหว่างคิ้ว ก่อนเงยหน้ามองสาวใช้ "น้ำแกงนั่นพวกเจ้าแบ่งกันดื่มเถิด"

จากนั้นจึงกล่าวต่อ "วันหลังไม่ต้องต้มแล้ว"

สาวใช้ผู้นั้นตะลึงงัน นึกว่าตนฟังผิด จึงมองจี้หานอี พลางถามย้ำด้วยความไม่แน่ใจ "ไม่ต้มแล้วจริงหรือเจ้าคะ?"

จี้หานอีพยักหน้า สั่งให้สาวใช้ออกไปก่อน จากนั้นจึงค่อยคลายหัวไหล่ลง

หรงชุนประคองถ้วยยาเดินเข้ามา กล่าวด้วยความปวดใจ "ไม่รู้เมื่อใดไข้หวัดของฮูหยินน้อยจะหายดีเสียทีนะเจ้าคะ"

"ผู้ใดจะไปคิดเลยว่าเจ็บป่วยครั้งหนึ่งจะยาวนานถึงเพียงนี้"

จี้หานอีรับถ้วยยามาโดยไม่ได้พูดคำใด รสขมฝาดของยานั้นทำให้นางขมวดคิ้วด้วยความทรมาน ขณะรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาชอบกล

ทว่ายายังไม่ทันหมดถ้วย เสียงอ่อนหวานแสดงความห่วงใยก็ดังขึ้น "พี่สะใภ้"

เมื่อจี้หานอีเงยหน้า ก็เห็นเซี่ยอวี้เหิงเดินเข้ามาพร้อมหลี่หมิงโหรว

เซี่ยอวี้เหิงเดินรั้งอยู่ด้านหลังหลี่หมิงโหรวเล็กน้อย คล้ายกำลังปกป้องนางในความเงียบ

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
เราอยากมาเป๋นพ่อบ้านให้ตระกูลของฺํหยินน้อยจังจะเอาหม่ามุ้ยไปโรยให้นางร้ายวันละหยิบมืออิอิ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 856

    จี้หานอีพยักหน้า “ป้าสะใภ้ใหญ่กล่าวได้ถูกต้องแล้ว เรื่องในอดีตก็ปล่อยผ่านไปเถิด เรามาพูดถึงเรื่องในยามนี้กันดีกว่า”“เรื่องการแต่งงานในครั้งนี้ ข้าเคยบอกไปนานแล้วว่าจวนหรงกั๋วกงไม่ได้หวังดี แต่ป้าสะใภ้ใหญ่กลับหาว่าข้าทนเห็นหว่านอวิ๋นได้ดีไม่ได้”“บัดนี้หว่านอวิ๋นหมั้นหมายเรียบร้อยแล้ว ข้าย่อมต้องแสดงความยินดี แต่หากจวนหรงกั๋วกงปรารถนาจะสู่ขอโดยไม่มีเจตนาแอบแฝง และฮูหยินใหญ่สกุลไป๋ก็ชื่นชอบหว่านอวิ๋นจากใจจริง ต่อให้นายท่านสามสกุลไป๋ไม่ถูกปล่อยตัวออกมา มันก็ไม่ได้เกี่ยวอันใดกับน้องหญิงเลย หรือพวกเขายังคิดจะข่มเหงรังแกน้องหญิงเพราะเหตุนี้?”สีหน้าของนางจางพลันแข็งค้างอยู่อย่างนั้น ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้ดึงกู้หว่านอวิ๋นให้ลุกขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความผิดหวัง “ต่อให้เมื่อก่อนข้าจะเคยทำเรื่องที่ไม่ถูกต้องไปบ้าง แต่ตอนเจ้ายังเด็ก ไม่ทราบข้าดีต่อเจ้าเช่นไร?”จี้หานอีเงยหน้าขึ้นมองนางจางผู้ลุกขึ้นยืน “หากท่านพ่อเกิดเรื่องตั้งแต่ตอนที่ข้ายังเด็ก ป้าสะใภ้ใหญ่ยังจะดีต่อข้าอยู่หรือไม่?”ใบหน้าของนางจางซีดเผือดลง สายตาของจี้หานอีทั้งเย็นชาและห่างเหิน ภายในแววตาอันเรียบเฉยนั้นราวกับมีความสงบนิ่งท

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 855

    นางจางมองปฏิกิริยาของจี้หานอีด้วยความเหม่อลอย พินิจรอยยิ้มตามมารยาทแต่ก็บอกถึงความห่างเหินบนใบหน้าของอีกฝ่ายรอยยิ้มเช่นนี้กลับทำให้นางจางรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาในใจ ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตนเองเคยกระทำต่อจี้หานอีพลันฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำในชั่วขณะนี้ นางตระหนักอย่างชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใดว่าจี้หานอีไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป บัดนี้อีกฝ่ายคือผู้สูงศักดิ์ ตัวนางและสกุลกู้ล้วนต้องอาศัยบารมีนาง ทว่าในอดีตความสัมพันธ์ระหว่างพวกนางทั้งสองกลับไม่สู้ดีนักนางจางพลันรู้สึกกระดากอายพูดอะไรไม่ออกกู้หว่านอวิ๋นที่นั่งอยู่ข้างนางจางเห็นมารดาอึกอักไม่ยอมเอ่ยปากเสียที ก็ทนรอไม่ไหวชิงพูดขึ้นก่อนว่า "งานแต่งของข้ากำหนดวันแน่นอนแล้วเจ้าค่ะ เป็นเดือนหน้า วันนี้พวกเราจึงตั้งใจมาบอกกล่าวให้พี่หญิงทราบไว้"จี้หานอีหันไปมองกู้หว่านอวิ๋น เห็นนัยน์ตาของอีกฝ่ายทอประกายระยิบระยับ แฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจราวกับได้เชิดหน้าชูตาเสียทีแต่ชาติตระกูลของจวนหรงกั๋วกงนั้นไม่ธรรมดาจริง ๆ บุรุษที่กู้หว่านอวิ๋นจะแต่งงานด้วยนับว่าเป็นผู้มีความสามารถโดดเด่น การที่นางจะมีสีหน้าเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดจี้หานอีเพียงพยักห

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 854

    เสิ่นซื่อมองนางอีกครั้ง “ตอนที่บิดาเจ้ายังมีชีวิต เขาลงมืออย่างเด็ดขาดเฉียบคม ทั้งยังมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ไม่เคยเห็นแก่พวกพ้องหรือรับสินบน คอยจัดระเบียบขุนนางให้อยู่ในกรอบ ทุกคดีที่เขาเคยสะสางในศาลต้าหลี่ล้วนต้องล่วงเกินผู้คน แต่คนผู้หนึ่งที่ไร้ซึ่งภูมิหลังและมีชาติกำเนิดต่ำต้อย กลับสามารถจัดการคดีเหล่านั้นสำเร็จลุล่วง เช่นนั้นแล้ว เขาถือเป็นขุนนางผู้มากความสามารถ หรือขุนนางผู้ภักดีกันแน่?”จี้หานอีครุ่นคิดโดยละเอียด “น่าจะเป็นขุนนางผู้มากความสามารถกระมัง”เสิ่นซื่อหลุบตาลง “แต่ตอนที่เขาเกิดเรื่อง กลับไม่มีผู้ใดออกหน้าช่วยเหลือสักคน เช่นนั้นเขาโดดเดี่ยวหรือไม่?”จี้หานอีรู้สึกราวกับได้เผชิญด้วยตนเอง “โดดเดี่ยวเจ้าค่ะ”เสิ่นซื่อกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ “การที่บิดาเจ้าเป็นขุนนางผู้โดดเดี่ยวนั้น เป็นเพราะเขาเต็มใจ หรือถูกบีบบังคับให้เป็น? หากยอมคล้อยตามพวกกังฉิน ก็ย่อมเป็นขุนนางผู้ภักดีไม่ได้”“ขุนนางผู้มากความสามารถเมื่อถึงคราวต้องกระทำการ ก็จำต้องสร้างเส้นสาย ขุนนางผู้ภักดีเมื่อถึงคราวต้องปกป้องผู้คน ก็จำต้องรู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์ ขุนนางผู้โดดเดี่ยวเมื่อถึงคราวต้องรักษาชีวิต ก็จ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 853

    ตอนที่หารือกัน ฮูหยินผู้เฒ่าก็กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่มีทางให้แก้ไขอีกแล้ว การที่ไทเฮาสามารถออกพระราชเสาวนีย์นี้ได้ ย่อมเป็นประสงค์ของฮ่องเต้เช่นกันและฮองเฮาก็เสด็จมาแจ้งข่าวว่า ฮ่องเต้มีรับสั่งว่าการแต่งงานครั้งนี้เหมาะสมกันดั่งกิ่งทองใบหยก การที่ไทเฮาทรงเป็นผู้จัดแจงก็เพื่อผูกไมตรีระหว่างสองตระกูล ฮองเฮาตั้งใจไปขอร้อง แต่ฮ่องเต้กลับไม่ยอมให้เข้าเฝ้าฮ่องเต้นับว่าเป็นปราชญ์กษัตริย์ หลายปีนี้ทรงรักษาสมดุลในราชสำนัก การปกครองดูแลราษฎรก็ล้วนมีผลงานประจักษ์ชัด ทั้งยังขยันขันแข็งในราชกิจ ไม่ลุ่มหลงสตรีในวังหลัง ทว่าฮ่องเต้ก็ต้องทรงให้ความสำคัญกับความสมดุล เมื่ออำนาจของสกุลเสิ่นเริ่มมากขึ้น ต่อให้ฮ่องเต้จะทรงไว้วางพระทัยเพียงใดก็ย่อมเกิดความระแวงเป็นธรรมดา การให้คนจากฝั่งไทเฮาแต่งเข้ามา จึงเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็วเดิมทีเรื่องนี้สมควรตกเป็นของเสิ่นฉางหลิงอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาเป็นถึงหลานชายสายตรงสกุลเสิ่น ซ้ำยังเพิ่งสร้างความดีความชอบ หากให้จับคู่กับซุนเป่าฉยงก็นับว่าเหมาะสมทุกประการแต่บัดนี้ เสิ่นฉางหลิงหมั้นหมายไปแล้ว ในบรรดาลูกหลานสายตรงสกุลเสิ่น ผู้ที่เกิดจากภรรยาเอกและมีอ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 852

    เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ขณะเสิ่นซื่อกำลังจะลุกจากเตียง จี้หานอีก็ดึงแขนเสื้อของเขาไว้พลางถาม "ท่านพี่ ท่านว่าคุณชายสามจะมีโอกาสได้ทำตามใจตนเอง เลือกภรรยาที่เขาต้องการได้สักครั้งหรือไม่?"การเคลื่อนไหวของเสิ่นซื่อชะงักงัน เขาหันกลับมามองจี้หานอีเรือนผมยาวสลวยของจี้หานอีสยายลงมา นางสวมอาภรณ์สีขาวสะอาดตา กำลังยันกายลุกขึ้นนั่ง เรือนผมที่ยาวถึงช่วงเอวทิ้งตัวลงบนผ้าห่มแพรไหม ทรวดทรงอรชร หว่างคิ้วและพวงแก้มยังคงเจือสีแดงเรื่อ นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนแสงเทียนจากนอกม่านเสิ่นซื่อจ้องมองจี้หานอีด้วยแววตาสงบนิ่ง ก่อนตอบเสียงทุ้ม "เจ้าเห็นใจเขาหรือไร?"จี้หานอีชะงักไปเล็กน้อย นางรู้สึกว่านั่นไม่ใช่ความเห็นใจ แต่เพราะในสายตาของนาง หลี่ซู่อวี้ที่รู้จักหาใช่คนดีอันใด ประกอบกับเสิ่นฉางหลิงเองก็ไม่ได้ชอบพอ นางจึงรู้สึกว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่เหมาะสมนักแต่นางก็ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับผู้ใด เรื่องของบ้านใหญ่นางย่อมไม่สะดวกสอดมือยุ่งเกี่ยว นางเพียงอยากบอกกับเสิ่นซื่อเท่านั้นนางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้า "ก็ไม่เชิงหรอกเจ้าค่ะ ข้าเพียงได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณชายสามอาละวาดหนักทีเดียว"แววตาของเสิ่นซื่อปรากฏแว

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 851

    จี้หานอีตกใจในการกระทำของเสิ่นซื่อจนสะดุ้งเล็กน้อย นางร้องอุทานแผ่วเบา ก่อนกระชับวงแขนกอดลำคอของเสิ่นซื่อแน่นนางถูกเสิ่นซื่ออุ้มเข้ามาในห้องหนังสือ แล้วเขาก็ยกตัวนางขึ้นไปวางลงบนโต๊ะหนังสือจี้หานอีคิดขยับตัวลงมา แต่เพียงครู่เดียวก็ถูกเสิ่นซื่อกดเอวไว้ เบื้องหน้าคือร่างสูงใหญ่ของเขาที่โน้มลงมาทาบทับสุ้มเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเย้ายวนดังแว่วเข้าหู “หานอี ทำกันตรงนี้เถิด เจ้าว่าอย่างไร”จี้หานอีรู้ดีว่าตนเองไม่อาจปฏิเสธ แต่ไหนแต่ไรมาเสิ่นซื่อก็เป็นคนเผด็จการและเอาแต่ใจนัก ต่อให้นางบอกว่าไม่ยินยอม เขาก็จะทำเป็นหูทวนลม และดึงดันกระทำในสิ่งที่ตนเองปรารถนาต่อไปอยู่ดีอาภรณ์ในฤดูร้อนนั้นบางเบายิ่ง เรือนผมยาวสยายของจี้หานอีหลังอาบน้ำถูกเกล้าไว้หลวม ๆ เพียงประดับด้วยปิ่นหยกยาวที่ปักเฉียงไว้ ก็แผ่กลิ่นอายเย้ายวนอันสั่นคลอนจิตใจผู้คนแล้วสาบเสื้อถูกปลดเปลื้อง อาภรณ์หลุดลุ่ยลงมาจรดหัวไหล่ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องเนียนละเอียดภายใต้แสงสลัว เสิ่นซื่อทอดสายตามองเรือนร่างอันบอบบางล้ำค่าดุจหยกเนื้อดีของจี้หานอีอย่างทะนุถนอม เขาเอื้อมมือไปลูบไล้สัมผัส ก่อนก้มหน้าลงประทับจูบดูดดื่มกับริมฝีปากจิ้มลิ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status