Partager

บทที่ 6

Auteur: หยกงาม
ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวพลันย่ำแย่ลงเมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น แม้จี้หานอีเดินจากไปแล้ว นางก็ยังตั้งสติไม่ได้

หรงชุนเดินตามติดจี้หานอี ขณะนึกถึงคำพูดของฮูหยินน้อยเมื่อครู่ ก็ให้รู้สึกสะใจขึ้นมาเล็กน้อย

แต่นางก็อดกล่าวด้วยความกังวลไม่ได้ "หากนางไปฟ้องนายท่านอีกจะทำอย่างไรเจ้าคะ..."

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย หลี่หมิงโหรวภายนอกดูอ่อนหวานใจดี แต่ลับหลังมักชิงลงมือใส่ร้ายป้ายสีก่อนเสมอ และนายท่านก็เข้าข้างนางมาโดยตลอด ไม่เคยเชื่อฮูหยินน้อยเลยสักครั้ง

เดิมที จี้หานอีก็ตั้งใจจะพูดเรื่องหย่าขาดกับเซี่ยอวี้เหิงในเร็ววันนี้อยู่แล้ว ต่อให้หลี่หมิงโหรวไปฟ้องเซี่ยอวี้เหิงจริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด

นางกับเซี่ยอวี้เหิงนั้น บางทีอาจไม่ได้คู่กันมาตั้งแต่แรก

นางกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกบนร่าง พลางกระซิบ "ไม่ต้องห่วง พวกเรากลับกันก่อนเถิด"

ถนนหินเขียวชุ่มชื้นไปด้วยหยดน้ำ ยามชายกระโปรงกวาดผ่าน ก็สะท้อนเงาสีสันอันเลือนราง

ขณะเดินผ่านป่าไผ่ ก็แว่วเสียงผู้คนพูดคุยกันดังมาจากด้านหน้าว่า "เจ้าดูสิ เมื่อเช้านี้นางไม่กล้าพูดอะไรสักคำ ได้แต่กัดฟันกลืนเลือดลงท้องใช่หรือไม่?"

"ตอนที่นางแต่งเข้ามา สินเดิมยากไร้มีแค่สองหาบ เป็นอวี้เหิงหรอกที่ยอมแต่งกับนาง"

พูดจบก็ถอนหายใจ "น่าเสียดาย อวี้เหิงกับหมิงโหรวเหมาะสมกันยิ่งนัก กลับถูกนางแทรกกลางเข้ามาเสียได้"

เท้าของจี้หานอีหยุดชะงักอยู่ที่เดิม

เสียงที่ฟังดูเยาว์วัยกว่าดังขึ้น "แต่ว่าไปแล้ว ข้าก็เห็นใจนางจริง ๆ เจ้าค่ะ"

"ครั้งเมื่อสกุลจี้ยังอยู่ดี ไม่ทราบรุ่งเรืองเพียงใด? สกุลเซี่ยเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำ ผู้ใดจะไปคิดว่าเพียงชั่วข้ามคืน..."

เสียงหัวเราะด้วยความไม่ยี่หระดังแทรกขึ้น "จะไปเห็นใจทำไม นี่เป็นเรื่องของโชคชะตา"

"แต่ทำไมพี่สะใภ้ใหญ่ถึงไม่ให้นางช่วยดูแลเรือนเล่า? คงเพราะกลัวนางจะขโมยของไปจุนเจือมารดาขี้โรคนั่นใช่หรือไม่? เวลานี้ตระกูลท่านตาของนางตกต่ำแล้ว ขืนให้นางดูแล มีหวังคงต้องขนของไปให้คนนอกหมดแน่กระมัง?"

"พี่สะใภ้ใหญ่ระแวงนางมาตลอดนั่นแหละ"

เสียงสนทนาค่อย ๆ ห่างออกไป ก่อนจะเลือนหายไปในดงไม้อันแห้งเหี่ยวของฤดูหนาว

หรงชุนหันขวับกลับมามองจี้หานอีด้วยความตกตะลึง

เสียงพูดคุยเมื่อครู่ ฟังปราดเดียวก็รู้ เป็นฮูหยินรองกับสะใภ้เรือนรองนั่นเอง

จี้หานอียืนอยู่ที่เดิม ขณะเงยหน้ามองใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นลงมา ก่อนยื่นมือออกไปรองรับเกล็ดหิมะที่เริ่มโปรยปราย พลางระบายลมหายใจสีขาวยาวแรง

ในใจมีเพียงความเย้ยหยัน

ยามค่ำคืน จี้หานอีนั่งเขียนจดหมายอยู่ในเรือนด้านหลัง

เรือนแห่งนี้ถูกใช้เป็นห้องหนังสือส่วนตัวของจี้หานอี เนื่องจากนางไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องหนังสือของเซี่ยอวี้เหิง แม้เขาจะขลุกอยู่แต่ห้องหนังสือเรือนหน้าเป็นประจำ แต่ห้องหนังสือเรือนในก็ยังห้ามไม่ให้นางย่างกรายเข้าไปอยู่ดี

จี้หานอีรู้ดีว่าเอกสารคดีความที่เซี่ยอวี้เหิงดูแลนั้นซับซ้อนเพียงใด ย่อมไม่อาจให้ผู้ใดเข้าออกห้องหนังสือได้ตามอำเภอใจ นางจึงจัดห้องว่างในเรือนด้านหลังไว้หนึ่งห้อง

สถานที่แห่งนี้อยู่ติดกับห้องเก็บของ ปกติไม่ค่อยมีผู้ใดแวะเวียนมา จี้หานอีเป็นคนชอบความสงบ และด้วยความที่ไม่ต้องดูแลเรื่องในจวน นอกจากเวลาที่เซี่ยอวี้เหิงกลับมาแล้ว ยามว่างนางก็มักจะมาขลุกอยู่ที่นี่เสมอ

แม้แสงเทียนไม่ได้ส่องสว่างมากนัก แต่ก็เพียงพอให้มองเห็นได้ทั่วโต๊ะเขียนอักษร

จี้หานอีนั่งตัวตรง คลี่กระดาษออก จรดพู่กันเขียนข้อความ

ยามนี้เมื่อไม่มีสกุลจี้ ซ้ำยิ่งไปรบกวนท่านตาไม่ได้ นางจึงต้องเตรียมหาทางหนีทีไล่หลังการหย่าให้แก่ตนเองเสียก่อน

เมื่อตวัดพู่กันเขียนจบ จี้หานอีก็มองตัวอักษรบนหน้ากระดาษ พลางยื่นมือไปลูบขนเจ้าแมวขาวในอ้อมกอด

เจ้าแมวขาวตัวนี้นางเป็นคนเก็บมาเลี้ยง แต่เซี่ยอวี้เหิงไม่ชอบ นางจึงไม่เคยอุ้มไปให้เขาเห็น และเลี้ยงมันไว้ที่นี่ตลอดมา

ขณะหรงชุนผู้อยู่ข้างกายเข้ามาช่วยเก็บจดหมาย ก็ได้ยินจี้หานอีพูดขึ้นแผ่วเบา "รบกวนรีบส่งด้วย"

หรงชุนพยักหน้ารับคำสั่ง

จี้หานอีกางภาพวาดซึ่งวาดค้างไว้ครึ่งหนึ่งออกมา ก่อนก้มหน้าลงจรดพู่กันวาดต่อจากเดิม

เมื่อเซี่ยอวี้เหิงกลับถึงจวน เนื้อตัวก็แปดเปื้อนด้วยความชื้นแฉะของฤดูหนาว ขณะก้าวเท้าเข้ามา ก็พบว่าในเรือนหลักกลับไร้ผู้คน ว่างเปล่าเสียจนเงียบเหงาวังเวง

เขาจำได้ดีว่าเมื่อก่อนเวลาตนเองกลับมา จี้หานอีก็จะรีบเข้ามาช่วยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ และนำชามน้ำแกงบำรุงร่างกายซึ่งเคี่ยวจนได้ที่แล้วมาใส่มือเขา

ไม่ว่าเขากลับมาเวลาใด นางก็จะรอคอยอยู่เสมอ

แต่เซี่ยอวี้เหิงก็เพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้ไต่ถามอันใด กลับเป็นบ่าวอาวุโสด้านข้างเดินเข้ามากระซิบว่า "ฮูหยินน้อยอยู่ที่เรือนด้านหลัง ให้บ่าวไปตามไหมเจ้าคะ?"

เซี่ยอวี้เหิงเพียงผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ได้พูดคำใด ชัดเจนว่าไม่ต้องการ บ่าวผู้นั้นจึงถอยออกไปอย่างรู้ความ

เซี่ยอวี้เหิงเดินออกจากห้อง ผู้ติดตามเข้ามาสวมเสื้อคลุมกันลมให้ ระหว่างก้าวเท้าจะเดินไปห้องหนังสือ สายตาก็เหลือบไปเห็นเตาต้มยาที่กำลังเดือดปุดส่งควันร้อนพวยพุ่งอยู่หน้าประตู กลิ่นสมุนไพรลอยฟุ้ง ทำให้ทั่วทั้งลานเรือนอบอวลไปด้วยกลิ่นขมฝาด

หลังสาวใช้ตัวน้อยผู้นั่งยอง ๆ ต้มยาอยู่ข้างเตาเห็นเซี่ยอวี้เหิงมองมา ก็รีบลุกขึ้นยืนรายงานว่า "บ่าวกำลังต้มยาแก้ลมหนาวให้ฮูหยินน้อยเจ้าค่ะ"

เซี่ยอวี้เหิงหวนนึกถึงครั้งนั้นที่ตนได้ยินจี้หานอีไอเบา ๆ ซึ่งนี่ก็ผ่านมาได้หลายวันแล้ว

เขาได้ยินพ่อบ้านบอกว่านางเชิญหมอมา ดูท่าคงป่วยเป็นไข้หวัด

ในความทรงจำของเขา จี้หานอีคล้ายไม่เคยเจ็บป่วย ผิดกับหมิงโหรวที่ร่างกายอ่อนแอ เจ็บออด ๆ แอด ๆ อยู่ตลอด

เขาเม้มริมฝีปาก ไม่พูดอะไร ก้าวเท้าเดินต่อไป

ตอนที่จี้หานอีเดินกลับมาจากห้องหนังสือของตน เวลาก็ล่วงเลยไปมากแล้ว นางเพลิดเพลินอยู่กับการวาดภาพ ทั้งไม่ได้ใส่ใจว่าเซี่ยอวี้เหิงจะกลับห้องหรือไม่ จึงกลับมาช้ากว่าปกติพอควร

หลังกลับมาถึงเรือนหลัก ภายในห้องยังคงว่างเปล่า ดูจากแสงเทียนที่สลัวราง จี้หานอีก็รู้ทันทีว่าเซี่ยอวี้เหิงยังไม่ได้กลับมา

แต่สาวใช้หน้าประตูกลับเดินตามหลังจี้หานอีเข้ามากระซิบว่า "นายท่านกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"

จี้หานอีชะงักเท้า

สาวใช้คนนั้นรีบกล่าวต่อ "นายท่านอยู่ที่ห้องหนังสือ"

จี้หานอีจึงหันกายมองไปทางหอเก๋งด้านข้าง เมื่อทอดสายตาผ่านเงาความมืดมิดยามค่ำคืน ก็จะเห็นหน้าต่างหอเก๋งสว่างไสว บนบานหน้าต่างสะท้อนเงาคนสองคน

และหนึ่งในเงานั้น เพียงปรายตามองนางก็จำได้ทันที

นางจึงหลุบตาลง

ห้องหนังสือที่นางไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าไป หลี่หมิงโหรวกลับสามารถเข้าออกได้ตามใจชอบ

จี้หานอีเพียงพยักหน้ารับรู้ ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าห้อง

เซี่ยอวี้เหิงไม่ค่อยกลับมานอนที่นี่ วันนี้ไม่รู้เหตุใดถึงมาอยู่ที่ห้องหนังสือประจำเรือนได้ คาดว่าคงมาเพราะหลี่หมิงโหรวกระมัง

หลายคืนมานี้นางยังคงมีอาการไอ คิดว่าต่อให้เซี่ยอวี้เหิงกลับมาที่เรือนหลัก ประเดี๋ยวก็คงต้องจากไป

เขาเป็นคนตื่นง่าย ทนเสียงรบกวนไม่ได้

แต่นางก็อยากรอเซี่ยอวี้เหิง เพื่อจะได้พูดคุยเรื่องหย่ากับเขาให้จบสิ้น

สาวใช้หน้าประตูเดินตามเข้ามาพลางกระซิบต่อ "เมื่อครู่บ่าวยกน้ำแกงบำรุงร่างกายไปให้นายท่าน แต่นายท่านให้ยกกลับมาเจ้าค่ะ เวลานี้ยังร้อนอยู่เลย"

"ฮูหยินน้อยจะรับหรือไม่เจ้าคะ?"

จี้หานอีเดินเข้าห้องชั้นใน และนั่งลงบนเก้าอี้เท้าแขนตัวหนึ่ง

นางยื่นมือไปอังเตาไฟ เปลวไฟสีเหลืองนวลเต้นระริกบนแก้มเนียน แววตาไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก

จี้หานอีลืมกำชับสาวใช้ไปว่า ต่อไปไม่ต้องต้มน้ำแกงบำรุงร่างกายให้เซี่ยอวี้เหิงแล้ว ก่อนหน้านี้เขาเคยบอกว่าไม่ชอบ เพียงแต่นางนึกสงสารที่เขาต้องทำงานดึกดื่นก็เท่านั้น

ทุกครั้งที่น้ำแกงถูกส่งคืนกลับมา นางตัดใจทิ้งไม่ลง จึงมักดื่มเองเสมอ

จี้หานอีนวดคลึงหว่างคิ้ว ก่อนเงยหน้ามองสาวใช้ "น้ำแกงนั่นพวกเจ้าแบ่งกันดื่มเถิด"

จากนั้นจึงกล่าวต่อ "วันหลังไม่ต้องต้มแล้ว"

สาวใช้ผู้นั้นตะลึงงัน นึกว่าตนฟังผิด จึงมองจี้หานอี พลางถามย้ำด้วยความไม่แน่ใจ "ไม่ต้มแล้วจริงหรือเจ้าคะ?"

จี้หานอีพยักหน้า สั่งให้สาวใช้ออกไปก่อน จากนั้นจึงค่อยคลายหัวไหล่ลง

หรงชุนประคองถ้วยยาเดินเข้ามา กล่าวด้วยความปวดใจ "ไม่รู้เมื่อใดไข้หวัดของฮูหยินน้อยจะหายดีเสียทีนะเจ้าคะ"

"ผู้ใดจะไปคิดเลยว่าเจ็บป่วยครั้งหนึ่งจะยาวนานถึงเพียงนี้"

จี้หานอีรับถ้วยยามาโดยไม่ได้พูดคำใด รสขมฝาดของยานั้นทำให้นางขมวดคิ้วด้วยความทรมาน ขณะรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาชอบกล

ทว่ายายังไม่ทันหมดถ้วย เสียงอ่อนหวานแสดงความห่วงใยก็ดังขึ้น "พี่สะใภ้"

เมื่อจี้หานอีเงยหน้า ก็เห็นเซี่ยอวี้เหิงเดินเข้ามาพร้อมหลี่หมิงโหรว

เซี่ยอวี้เหิงเดินรั้งอยู่ด้านหลังหลี่หมิงโหรวเล็กน้อย คล้ายกำลังปกป้องนางในความเงียบ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 686

    ภายในจวนสกุลเสิ่น จี้หานอีกำลังร่วมรับประทานอาหารค่ำกับเสิ่นซื่อแม้จี้หานอีมีนิสัยเนิบนาบอ่อนโยน ทั้งยังค่อนข้างเงียบขรึมและเก็บเนื้อเก็บตัว แต่ก็ไม่ได้เงียบงันจนดูไร้ชีวิตชีวาเช่นเสิ่นซื่อแน่นอนช่วงเวลาที่ทั้งสองได้รับประทานอาหารค่ำร่วมกันนั้นมีไม่มาก เดิมทีคิดว่าเสิ่นซื่อจะไม่กลับมา อาหารค่ำจากโรงครัววันนี้จึงมีแต่จานโปรดของจี้หานอีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นจานที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน รสหวานนำ รสเปรี้ยวจัด แล้วก็ยังมีปลาหลีฮื้อทอดรสเผ็ดเล็กน้อยอีกหนึ่งจานบนโต๊ะอาหารทั้งสองต่างไร้ซึ่งวาจา เสิ่นซื่อยิ่งเงียบงันไม่ยอมพูดคุยแม้ครึ่งคำ เขาเพียงคอยคีบอาหารให้จี้หานอีเป็นระยะเช่นเดิมเท่านั้นจี้หานอีเห็นเสิ่นซื่อคล้ายแทบไม่แตะต้องอาหาร สุดท้ายจึงถามด้วยความลังเลใจว่า “หรือจะให้โรงครัวทำมาให้ใหม่ดีไหมเจ้าคะ?”นั่นเอง เสิ่นซื่อถึงค่อยเงยหน้าขึ้นมองจี้หานอี แววตานั้นราวคนที่ถูกละเลยมาเนิ่นนาน แฝงไว้ด้วยความแง่งอนระคนตัดพ้อประหนึ่งว่าในที่สุดนางก็นึกถึงเขาเสียทีจี้หานอีเองก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเหตุใดตนจึงสัมผัสได้ถึงห้วงอารมณ์เช่นนี้ของเสิ่นซื่อ ทั้งที่ใบหน้าของเขายังคงราบเรียบเย็นชา ซ้ำยังคงไว้ซ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 685

    "อีกสองเดือนข้าก็จะอายุครบยี่สิบห้า ข้ารอต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ มิเช่นนั้นท่านพ่อคงได้เฆี่ยนข้าจนเนื้อปริแน่ หรือเจ้าต้องการให้ข้าป่าวประกาศเรื่องนี้ต่อหน้าผู้คนสกุลชุยในเวลานั้นเล่า?"ชุยจาวอวิ๋นรู้สึกตีบตันในลำคอ ชัดเจนว่าชุยจิ่นจวินกำลังพูดข่มขู่ บีบให้นางจำต้องตอบตกลงแผงอกอันแข็งแกร่งดุจผนังทองแดงกำแพงเหล็กของชุยจิ่นจวินกดทับลงมาจนชุยจาวอวิ๋นแทบหายใจไม่ออก ท่วงท่าของทั้งสองยามนี้ช่างดูคลุมเครือชวนให้คิดลึก แม้ภายในรถม้าจะกว้างขวาง แต่ชุยจาวอวิ๋นกลับถูกชุยจิ่นจวินโอบกอดและกดทับไว้ใต้ร่าง ตรึงไว้ตรงมุมหนึ่งจนไม่อาจขยับเขยื้อนลมหายใจร้อนระอุเป่ารดลงมาที่ตัวนาง ตลอดหลายปีนี้ แม้กล่าวว่าชุยจิ่นจวินมักบีบบังคับนาง มักบุกรุกเข้ามาในห้องนอนนางโดยไม่บอกล่วงหน้า ทว่าเขาก็ยังรู้จักหักห้ามใจตนเอง ไม่เคยกระทำการใดเกินงาม ซ้ำมือของเขาก็ไม่เคยลูบคลำบนกายนางสะเปะสะปะ แม้นางจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากตัวเขา แต่เขาก็เพียงประทับจูบนางสองสามหน แล้วก็รีบผละจากไปอย่างรวดเร็วทันทีแต่เวลานี้แววตาของชุยจิ่นจวินกลับไม่เหมือนเดิม แลดูมืดทะมึนน่าหวาดกลัว แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งการรุกล้ำน่าครั่นค

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 684

    เสียงของชุยจิ่นจวินไม่ต่างไปจากกรวดหินก้อนเล็ก ๆ ที่ร่วงกราวลงกลางหัวใจขอบตาของชุยจาวอวิ๋นค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อคำพูดของชุยจิ่นจวินทำให้นางไม่อาจหาเหตุผลใดมาโต้แย้งได้อีกต่อให้นางไม่อยากยอมรับ แต่นางก็กำลังใช้ประโยชน์จากชุยจิ่นจวินอยู่จริง ๆแม้นางจะไม่เคยขาดแคลนข้าวของเครื่องใช้ใดเมื่ออยู่ในจวนโหว ซ้ำเบี้ยหวัดรายเดือนของคุณหนูทุกคนต่างก็ได้รับเท่ากันหมด ลำพังค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันย่อมเพียงพอ แต่คงไม่มีทางนำไปจุนเจือเด็กกำพร้าจำนวนมากถึงเพียงนั้นแน่ชุยจิ่นจวินเป็นคนมือเติบ ด้วยความที่เป็นถึงบุตรชายคนโตของสกุลชุย เป็นผู้นำตระกูลชุยในอนาคต ซ้ำตำแหน่งขุนนางก็ไม่ได้ต่ำต้อย ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้ ข้าวของทุกชิ้นที่ผ่านมือเขาจึงต้องเป็นของชั้นเลิศทั้งสิ้นตัวนางเองย่อมไม่อาจนำเครื่องประดับทั้งหมดไปจำนำหรือขายต่อ อย่างไรเสียก็ต้องมีเครื่องประดับไว้สวมใส่ให้ผู้คนได้เห็น ทั้งเครื่องประดับของนางล้วนเป็นของที่จวนโหวจัดส่งมาให้ หากอยู่ดี ๆ เกิดสูญหายไปโดยไร้เหตุ ย่อมตกเป็นที่เคลือบแคลงของผู้คนอย่างเลี่ยงไม่ได้ดังนั้น บรรดาของกำนัลที่ชุยจิ่นจวินดึงดันมอบมาให้ นาง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 683

    อารมณ์ความรู้สึกของเขามักถูกดึงดูดไปตามการมีอยู่ของนาง ยามใดมีนางอยู่ เขาก็ไม่อาจละสายตาไปจากนางแม้แต่น้อยถึงขั้นยอมเดินทางไกลนับพันลี้เพื่อไปเสาะหายามารักษานางในอดีตชุยจาวอวิ๋นเคยสนิทสนมกับเขา ทว่าบัดนี้นางกลับเอาแต่ผลักไส ราวกับว่าเขาเป็นภัยพิบัติหรือสัตว์ร้ายอย่างไรอย่างนั้นชุยจิ่นจวินค่อย ๆ คลายมือออก พลางกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า “ต่อให้ข้าเป็นคนที่น้องหญิงรองไม่ชอบก็ไม่เป็นไร แต่ยามนี้ที่บ้านกำลังเจรจาเรื่องแต่งงานให้ข้า ถึงเวลานั้นข้าจะไปบอกกล่าวกับท่านแม่โดยตรงเอง”กล่าวพลางชุยจิ่นจวินก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชุยจาวอวิ๋น “อย่างไรเสีย เรื่องราวระหว่างเราก็ต้องมีคนรู้เข้าสักวันไม่ใช่หรือ?”ร่างกายของชุยจาวอวิ๋นสั่นสะท้านแผ่วเบา นัยน์ตาค่อย ๆ รื้นด้วยความหวาดผวาขณะจ้องมองชุยจิ่นจวิน “เรื่องราวอันใดระหว่างพวกเรา? ข้ากับท่านไม่มีเรื่องอันใดต่อกันทั้งสิ้น…”“หากท่านทำเช่นนี้ แล้วจะให้ข้าอาศัยอยู่ในสกุลชุยต่อไปได้อย่างไร? ท่านจะให้ข้าสู้หน้าท่านแม่และคนอื่น ๆ ในสกุลชุยได้อย่างไร?”ชุยจิ่นจวินเลิกคิ้วมองท่าทางอันหวาดผวาของชุยจาวอวิ๋น “ระหว่างพวกเราไม่มีความสัมพันธ์อันใดต่อกันงั้น

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 682

    แม้ชุยจาวอวิ๋นจะมองไม่เห็นสีหน้าของชุยจิ่นจวิน แต่นางกลับรู้สึกว่าการที่เขายืนอยู่ในยามนี้ก็ไม่ต่างจากมีขุนเขาตั้งตระหง่านกลิ่นอายบนร่างเขาโอบล้อมตัวนางไว้ ทำให้ไม่ว่านางจะไปที่ใด ก็ไม่อาจหนีพ้นชุยจาวอวิ๋นหลุบตาลง สองเท้าก้าวไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ด้วยความยากลำบากเล็กน้อยชุยจิ่นจวินยื่นมือไปหมายช่วยประคอง แต่นางกลับไม่มีทีท่าว่าจะวางมือลง ซ้ำยังก้าวขึ้นรถม้าไปคนเดียวเสียอีกชุยจิ่นจวินทอดสายตามองท่าทีรักษาระยะห่างของชุยจาวอวิ๋นอย่างเงียบงัน เขารอกระทั่งนางขึ้นรถม้าไปแล้ว ถึงค่อยก้าวตามขึ้นไปติด ๆภายในรถม้ามีเพียงเขากับนางสองคน ชุยจิ่นจวินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับชุยจาวอวิ๋น เมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ชุยจิ่นจวินก็จ้องมองชุยจาวอวิ๋นพลางถาม "นี่อยากหลบหน้าข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"ชุยจาวอวิ๋นไม่ได้ตอบคำใด เพียงนั่งมองม่านหน้าต่างที่สะบัดไหวไปมาตามจังหวะการเคลื่อนตัวของรถม้าในความเงียบ ชุยจิ่นจวินมองดูท่าทีเมินเฉยของชุยจาวอวิ๋น นับตั้งแต่เขาเผยความในใจ นางก็เอาแต่แสดงท่าทีเย็นชาเช่นนี้มาโดยตลอด ทั้งยังพยายามหลบหน้าเขาทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ทั้งที่นางก็รู้

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 681

    เหตุผลที่เขายุ่งเช่นนี้ก็เพราะหมายเร่งปิดคดีจวนหย่งชิงโหวให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่งานรัดตัวที่สุด เนื่องจากอยากมีเวลาว่างมาคอยอยู่เคียงข้างนางให้มากขึ้นเสิ่นซื่อรู้ตัวดีมาตลอดว่า ช่วงเวลาที่ตนเองได้อยู่เคียงข้างจี้หานอีนั้นมีน้อยเหลือเกินตลอดเวลากว่าหนึ่งเดือนหลังเข้าพิธีวิวาห์ก็มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายแต่ความจริงนั้น สุดท้ายก็เป็นตัวเขาเองที่คิดถึงจี้หานอีมากที่สุดซ้ำยังอดใจแทบไม่ไหวที่จะได้สัมผัสนางเสิ่นซื่อยื่นมือออกไป สัมผัสลงบนใบหน้าอันขาวผ่องของจี้หานอี ผิวหน้านั้นเนียนนุ่มลื่นมือดุจแพรพรรณ สัมผัสแล้วชวนให้รู้สึกดีเสียจนอดบีบเบา ๆ ไม่ได้ยามทอดสายตามองนัยน์ตาคู่งามที่สะท้อนแสงโคมไฟ เสิ่นซื่อก็หลุบตามองจี้หานอี ก่อนเสียงทุ้มต่ำของเขาจะดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว “หลายวันนี้คิดถึงข้าบ้างหรือไม่?”ใบหน้าของจี้หานอีถูกเสิ่นซื่อเชยขึ้นมา ข้างกายมีเพียงโคมไฟสองดวง แสงสว่างที่วูบไหวทำให้มองเห็นใบหน้าของเสิ่นซื่อไม่ชัดเจนนัก กอปรกับเสิ่นซื่อมีรูปร่างสูงใหญ่ สวมใส่เสื้อคลุมตัวโคร่งสีดำ เนื้อผ้าต่วนทอประกายระยิบระยับล้อแสงไฟ ยิ่งขับเน้นให้เสิ่นซื่อดูสูงส่งจนมิอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status