Partager

บทที่ 6

Auteur: หยกงาม
ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวพลันย่ำแย่ลงเมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น แม้จี้หานอีเดินจากไปแล้ว นางก็ยังตั้งสติไม่ได้

หรงชุนเดินตามติดจี้หานอี ขณะนึกถึงคำพูดของฮูหยินน้อยเมื่อครู่ ก็ให้รู้สึกสะใจขึ้นมาเล็กน้อย

แต่นางก็อดกล่าวด้วยความกังวลไม่ได้ "หากนางไปฟ้องนายท่านอีกจะทำอย่างไรเจ้าคะ..."

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย หลี่หมิงโหรวภายนอกดูอ่อนหวานใจดี แต่ลับหลังมักชิงลงมือใส่ร้ายป้ายสีก่อนเสมอ และนายท่านก็เข้าข้างนางมาโดยตลอด ไม่เคยเชื่อฮูหยินน้อยเลยสักครั้ง

เดิมที จี้หานอีก็ตั้งใจจะพูดเรื่องหย่าขาดกับเซี่ยอวี้เหิงในเร็ววันนี้อยู่แล้ว ต่อให้หลี่หมิงโหรวไปฟ้องเซี่ยอวี้เหิงจริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด

นางกับเซี่ยอวี้เหิงนั้น บางทีอาจไม่ได้คู่กันมาตั้งแต่แรก

นางกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกบนร่าง พลางกระซิบ "ไม่ต้องห่วง พวกเรากลับกันก่อนเถิด"

ถนนหินเขียวชุ่มชื้นไปด้วยหยดน้ำ ยามชายกระโปรงกวาดผ่าน ก็สะท้อนเงาสีสันอันเลือนราง

ขณะเดินผ่านป่าไผ่ ก็แว่วเสียงผู้คนพูดคุยกันดังมาจากด้านหน้าว่า "เจ้าดูสิ เมื่อเช้านี้นางไม่กล้าพูดอะไรสักคำ ได้แต่กัดฟันกลืนเลือดลงท้องใช่หรือไม่?"

"ตอนที่นางแต่งเข้ามา สินเดิมยากไร้มีแค่สองหาบ เป็นอวี้เหิงหรอกที่ยอมแต่งกับนาง"

พูดจบก็ถอนหายใจ "น่าเสียดาย อวี้เหิงกับหมิงโหรวเหมาะสมกันยิ่งนัก กลับถูกนางแทรกกลางเข้ามาเสียได้"

เท้าของจี้หานอีหยุดชะงักอยู่ที่เดิม

เสียงที่ฟังดูเยาว์วัยกว่าดังขึ้น "แต่ว่าไปแล้ว ข้าก็เห็นใจนางจริง ๆ เจ้าค่ะ"

"ครั้งเมื่อสกุลจี้ยังอยู่ดี ไม่ทราบรุ่งเรืองเพียงใด? สกุลเซี่ยเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำ ผู้ใดจะไปคิดว่าเพียงชั่วข้ามคืน..."

เสียงหัวเราะด้วยความไม่ยี่หระดังแทรกขึ้น "จะไปเห็นใจทำไม นี่เป็นเรื่องของโชคชะตา"

"แต่ทำไมพี่สะใภ้ใหญ่ถึงไม่ให้นางช่วยดูแลเรือนเล่า? คงเพราะกลัวนางจะขโมยของไปจุนเจือมารดาขี้โรคนั่นใช่หรือไม่? เวลานี้ตระกูลท่านตาของนางตกต่ำแล้ว ขืนให้นางดูแล มีหวังคงต้องขนของไปให้คนนอกหมดแน่กระมัง?"

"พี่สะใภ้ใหญ่ระแวงนางมาตลอดนั่นแหละ"

เสียงสนทนาค่อย ๆ ห่างออกไป ก่อนจะเลือนหายไปในดงไม้อันแห้งเหี่ยวของฤดูหนาว

หรงชุนหันขวับกลับมามองจี้หานอีด้วยความตกตะลึง

เสียงพูดคุยเมื่อครู่ ฟังปราดเดียวก็รู้ เป็นฮูหยินรองกับสะใภ้เรือนรองนั่นเอง

จี้หานอียืนอยู่ที่เดิม ขณะเงยหน้ามองใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นลงมา ก่อนยื่นมือออกไปรองรับเกล็ดหิมะที่เริ่มโปรยปราย พลางระบายลมหายใจสีขาวยาวแรง

ในใจมีเพียงความเย้ยหยัน

ยามค่ำคืน จี้หานอีนั่งเขียนจดหมายอยู่ในเรือนด้านหลัง

เรือนแห่งนี้ถูกใช้เป็นห้องหนังสือส่วนตัวของจี้หานอี เนื่องจากนางไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องหนังสือของเซี่ยอวี้เหิง แม้เขาจะขลุกอยู่แต่ห้องหนังสือเรือนหน้าเป็นประจำ แต่ห้องหนังสือเรือนในก็ยังห้ามไม่ให้นางย่างกรายเข้าไปอยู่ดี

จี้หานอีรู้ดีว่าเอกสารคดีความที่เซี่ยอวี้เหิงดูแลนั้นซับซ้อนเพียงใด ย่อมไม่อาจให้ผู้ใดเข้าออกห้องหนังสือได้ตามอำเภอใจ นางจึงจัดห้องว่างในเรือนด้านหลังไว้หนึ่งห้อง

สถานที่แห่งนี้อยู่ติดกับห้องเก็บของ ปกติไม่ค่อยมีผู้ใดแวะเวียนมา จี้หานอีเป็นคนชอบความสงบ และด้วยความที่ไม่ต้องดูแลเรื่องในจวน นอกจากเวลาที่เซี่ยอวี้เหิงกลับมาแล้ว ยามว่างนางก็มักจะมาขลุกอยู่ที่นี่เสมอ

แม้แสงเทียนไม่ได้ส่องสว่างมากนัก แต่ก็เพียงพอให้มองเห็นได้ทั่วโต๊ะเขียนอักษร

จี้หานอีนั่งตัวตรง คลี่กระดาษออก จรดพู่กันเขียนข้อความ

ยามนี้เมื่อไม่มีสกุลจี้ ซ้ำยิ่งไปรบกวนท่านตาไม่ได้ นางจึงต้องเตรียมหาทางหนีทีไล่หลังการหย่าให้แก่ตนเองเสียก่อน

เมื่อตวัดพู่กันเขียนจบ จี้หานอีก็มองตัวอักษรบนหน้ากระดาษ พลางยื่นมือไปลูบขนเจ้าแมวขาวในอ้อมกอด

เจ้าแมวขาวตัวนี้นางเป็นคนเก็บมาเลี้ยง แต่เซี่ยอวี้เหิงไม่ชอบ นางจึงไม่เคยอุ้มไปให้เขาเห็น และเลี้ยงมันไว้ที่นี่ตลอดมา

ขณะหรงชุนผู้อยู่ข้างกายเข้ามาช่วยเก็บจดหมาย ก็ได้ยินจี้หานอีพูดขึ้นแผ่วเบา "รบกวนรีบส่งด้วย"

หรงชุนพยักหน้ารับคำสั่ง

จี้หานอีกางภาพวาดซึ่งวาดค้างไว้ครึ่งหนึ่งออกมา ก่อนก้มหน้าลงจรดพู่กันวาดต่อจากเดิม

เมื่อเซี่ยอวี้เหิงกลับถึงจวน เนื้อตัวก็แปดเปื้อนด้วยความชื้นแฉะของฤดูหนาว ขณะก้าวเท้าเข้ามา ก็พบว่าในเรือนหลักกลับไร้ผู้คน ว่างเปล่าเสียจนเงียบเหงาวังเวง

เขาจำได้ดีว่าเมื่อก่อนเวลาตนเองกลับมา จี้หานอีก็จะรีบเข้ามาช่วยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ และนำชามน้ำแกงบำรุงร่างกายซึ่งเคี่ยวจนได้ที่แล้วมาใส่มือเขา

ไม่ว่าเขากลับมาเวลาใด นางก็จะรอคอยอยู่เสมอ

แต่เซี่ยอวี้เหิงก็เพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้ไต่ถามอันใด กลับเป็นบ่าวอาวุโสด้านข้างเดินเข้ามากระซิบว่า "ฮูหยินน้อยอยู่ที่เรือนด้านหลัง ให้บ่าวไปตามไหมเจ้าคะ?"

เซี่ยอวี้เหิงเพียงผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ได้พูดคำใด ชัดเจนว่าไม่ต้องการ บ่าวผู้นั้นจึงถอยออกไปอย่างรู้ความ

เซี่ยอวี้เหิงเดินออกจากห้อง ผู้ติดตามเข้ามาสวมเสื้อคลุมกันลมให้ ระหว่างก้าวเท้าจะเดินไปห้องหนังสือ สายตาก็เหลือบไปเห็นเตาต้มยาที่กำลังเดือดปุดส่งควันร้อนพวยพุ่งอยู่หน้าประตู กลิ่นสมุนไพรลอยฟุ้ง ทำให้ทั่วทั้งลานเรือนอบอวลไปด้วยกลิ่นขมฝาด

หลังสาวใช้ตัวน้อยผู้นั่งยอง ๆ ต้มยาอยู่ข้างเตาเห็นเซี่ยอวี้เหิงมองมา ก็รีบลุกขึ้นยืนรายงานว่า "บ่าวกำลังต้มยาแก้ลมหนาวให้ฮูหยินน้อยเจ้าค่ะ"

เซี่ยอวี้เหิงหวนนึกถึงครั้งนั้นที่ตนได้ยินจี้หานอีไอเบา ๆ ซึ่งนี่ก็ผ่านมาได้หลายวันแล้ว

เขาได้ยินพ่อบ้านบอกว่านางเชิญหมอมา ดูท่าคงป่วยเป็นไข้หวัด

ในความทรงจำของเขา จี้หานอีคล้ายไม่เคยเจ็บป่วย ผิดกับหมิงโหรวที่ร่างกายอ่อนแอ เจ็บออด ๆ แอด ๆ อยู่ตลอด

เขาเม้มริมฝีปาก ไม่พูดอะไร ก้าวเท้าเดินต่อไป

ตอนที่จี้หานอีเดินกลับมาจากห้องหนังสือของตน เวลาก็ล่วงเลยไปมากแล้ว นางเพลิดเพลินอยู่กับการวาดภาพ ทั้งไม่ได้ใส่ใจว่าเซี่ยอวี้เหิงจะกลับห้องหรือไม่ จึงกลับมาช้ากว่าปกติพอควร

หลังกลับมาถึงเรือนหลัก ภายในห้องยังคงว่างเปล่า ดูจากแสงเทียนที่สลัวราง จี้หานอีก็รู้ทันทีว่าเซี่ยอวี้เหิงยังไม่ได้กลับมา

แต่สาวใช้หน้าประตูกลับเดินตามหลังจี้หานอีเข้ามากระซิบว่า "นายท่านกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"

จี้หานอีชะงักเท้า

สาวใช้คนนั้นรีบกล่าวต่อ "นายท่านอยู่ที่ห้องหนังสือ"

จี้หานอีจึงหันกายมองไปทางหอเก๋งด้านข้าง เมื่อทอดสายตาผ่านเงาความมืดมิดยามค่ำคืน ก็จะเห็นหน้าต่างหอเก๋งสว่างไสว บนบานหน้าต่างสะท้อนเงาคนสองคน

และหนึ่งในเงานั้น เพียงปรายตามองนางก็จำได้ทันที

นางจึงหลุบตาลง

ห้องหนังสือที่นางไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าไป หลี่หมิงโหรวกลับสามารถเข้าออกได้ตามใจชอบ

จี้หานอีเพียงพยักหน้ารับรู้ ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าห้อง

เซี่ยอวี้เหิงไม่ค่อยกลับมานอนที่นี่ วันนี้ไม่รู้เหตุใดถึงมาอยู่ที่ห้องหนังสือประจำเรือนได้ คาดว่าคงมาเพราะหลี่หมิงโหรวกระมัง

หลายคืนมานี้นางยังคงมีอาการไอ คิดว่าต่อให้เซี่ยอวี้เหิงกลับมาที่เรือนหลัก ประเดี๋ยวก็คงต้องจากไป

เขาเป็นคนตื่นง่าย ทนเสียงรบกวนไม่ได้

แต่นางก็อยากรอเซี่ยอวี้เหิง เพื่อจะได้พูดคุยเรื่องหย่ากับเขาให้จบสิ้น

สาวใช้หน้าประตูเดินตามเข้ามาพลางกระซิบต่อ "เมื่อครู่บ่าวยกน้ำแกงบำรุงร่างกายไปให้นายท่าน แต่นายท่านให้ยกกลับมาเจ้าค่ะ เวลานี้ยังร้อนอยู่เลย"

"ฮูหยินน้อยจะรับหรือไม่เจ้าคะ?"

จี้หานอีเดินเข้าห้องชั้นใน และนั่งลงบนเก้าอี้เท้าแขนตัวหนึ่ง

นางยื่นมือไปอังเตาไฟ เปลวไฟสีเหลืองนวลเต้นระริกบนแก้มเนียน แววตาไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก

จี้หานอีลืมกำชับสาวใช้ไปว่า ต่อไปไม่ต้องต้มน้ำแกงบำรุงร่างกายให้เซี่ยอวี้เหิงแล้ว ก่อนหน้านี้เขาเคยบอกว่าไม่ชอบ เพียงแต่นางนึกสงสารที่เขาต้องทำงานดึกดื่นก็เท่านั้น

ทุกครั้งที่น้ำแกงถูกส่งคืนกลับมา นางตัดใจทิ้งไม่ลง จึงมักดื่มเองเสมอ

จี้หานอีนวดคลึงหว่างคิ้ว ก่อนเงยหน้ามองสาวใช้ "น้ำแกงนั่นพวกเจ้าแบ่งกันดื่มเถิด"

จากนั้นจึงกล่าวต่อ "วันหลังไม่ต้องต้มแล้ว"

สาวใช้ผู้นั้นตะลึงงัน นึกว่าตนฟังผิด จึงมองจี้หานอี พลางถามย้ำด้วยความไม่แน่ใจ "ไม่ต้มแล้วจริงหรือเจ้าคะ?"

จี้หานอีพยักหน้า สั่งให้สาวใช้ออกไปก่อน จากนั้นจึงค่อยคลายหัวไหล่ลง

หรงชุนประคองถ้วยยาเดินเข้ามา กล่าวด้วยความปวดใจ "ไม่รู้เมื่อใดไข้หวัดของฮูหยินน้อยจะหายดีเสียทีนะเจ้าคะ"

"ผู้ใดจะไปคิดเลยว่าเจ็บป่วยครั้งหนึ่งจะยาวนานถึงเพียงนี้"

จี้หานอีรับถ้วยยามาโดยไม่ได้พูดคำใด รสขมฝาดของยานั้นทำให้นางขมวดคิ้วด้วยความทรมาน ขณะรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาชอบกล

ทว่ายายังไม่ทันหมดถ้วย เสียงอ่อนหวานแสดงความห่วงใยก็ดังขึ้น "พี่สะใภ้"

เมื่อจี้หานอีเงยหน้า ก็เห็นเซี่ยอวี้เหิงเดินเข้ามาพร้อมหลี่หมิงโหรว

เซี่ยอวี้เหิงเดินรั้งอยู่ด้านหลังหลี่หมิงโหรวเล็กน้อย คล้ายกำลังปกป้องนางในความเงียบ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Commentaires (1)
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
เราอยากมาเป๋นพ่อบ้านให้ตระกูลของฺํหยินน้อยจังจะเอาหม่ามุ้ยไปโรยให้นางร้ายวันละหยิบมืออิอิ
VOIR TOUS LES COMMENTAIRES

Dernier chapitre

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 858

    จี้หานอีมักเป็นคนอ่อนโยนและไม่เคยแสดงท่าทีแข็งกร้าวกับผู้คนมาแต่ไหนแต่ไร ทว่านางกลับส่ายหน้าปฏิเสธนางจาง “ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ”นางจางถึงกับซวนเซไปเล็กน้อยทันทีที่นางจางและกู้หว่านอวิ๋นเดินออกไป หรงชุนก็อดพูดขึ้นมาไม่ได้ว่า “ฮูหยินกู้เปลี่ยนไปแล้วหรือไรกัน นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเจ้าคะที่บ่าวเห็นนางร้องไห้”“อีกทั้งเมื่อครู่นี้จู่ ๆ นางก็คุกเข่า ทำเอาบ่าวเองตกใจแทบแย่”จี้หานอีก้มหน้าลงจิบน้ำชา ความหอมของชาชุ่มชื่นรื่นคอ นางกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา “ก่อนหน้านี้นางคิดว่าที่จวนหรงกั๋วกงหมายตากู้หว่านอวิ๋น ย่อมเป็นเพราะพวกเขาถูกใจกู้หว่านอวิ๋นจริง ๆ นางจึงรู้สึกภาคภูมิใจ”“แต่ตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่พวกเขาหมายตาไว้คืออะไรกันแน่”อีกด้านหนึ่ง กู้หว่านอวิ๋นและนางจางเพิ่งเดินออกมาจากเรือนของจี้หานอีได้ไม่นาน ระหว่างทางก็บังเอิญพบเข้ากับนางไป๋พอดีไม่ต้องสงสัยเลยว่า นางไป๋ทราบดีว่านางจางมาเยือน จึงจงใจมาดักรออยู่บริเวณทางแยกนางไป๋ส่งยิ้มพลางบอกให้สาวใช้ข้างกายจี้หานอีที่เดินมาส่งกลับไปก่อน นางกล่าวกับสาวใช้ผู้นั้นอย่างเปิดเผยว่าจะขอสนทนากับนางจางสักครู่ จากนั้นจึงชวนนางจางให้แวะไปนั่งพ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 857

    การคุกเข่าของนางจางในครั้งนี้ช่างกะทันหันเสียจริง จี้หานอีเองก็คาดไม่ถึงว่าอยู่ดี ๆ นางจางจะคุกเข่าลงมาเช่นนี้กู้หว่านอวิ๋นที่ยืนอยู่ด้านข้างยิ่งเบิกตาโตจ้องมองมารดาผู้คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยความตกตะลึง รู้สึกเพียงว่านี่เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อยิ่งนักจี้หานอีย่อมไม่อาจรับการคุกเข่าเช่นนี้ได้ ยามนี้ชื่อเสียงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะถูกหรือผิด ถึงอย่างไรนางก็เป็นเพียงผู้น้อย หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปคงทำให้ชื่อเสียงของนางต้องมัวหมองเป็นแน่ยังนับว่าโชคดีที่นางสั่งให้บรรดาสาวใช้ภายในห้องถอยออกไปก่อนแล้ว จึงช่วยลดทอนเรื่องยุ่งยากไปได้บ้างจี้หานอีโน้มกายลงประคองท่อนแขนของนางจาง ขณะจ้องมองดวงตาอันรื้นด้วยหยดน้ำตาของอีกฝ่าย นางไม่ได้คิดอยู่แล้วว่านางจางจะสำนึกผิดจริง ๆ เนื่องจากคนเห็นแก่ตัวย่อมไม่มีวันสำนึกผิดนี่เป็นเพียงการกระทำที่ไตร่ตรองมาอย่างดีแล้วก็เท่านั้นหากนางจางไม่โง่เขลา ย่อมต้องรู้ดีว่าเหตุใดจวนหรงกั๋วกงถึงได้อยากจัดงานมงคลครั้งนี้นางกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา "ยิ่งท่านป้าสะใภ้ทำเช่นนี้ วันหน้าข้าก็ยิ่งไม่อยากพบหน้าท่านป้าสะใภ้อีกนะเจ้าคะ""หากวันหน้าท่านป้าสะใภ้ยังทำเช่นนี้อ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 856

    จี้หานอีพยักหน้า “ป้าสะใภ้ใหญ่กล่าวได้ถูกต้องแล้ว เรื่องในอดีตก็ปล่อยผ่านไปเถิด เรามาพูดถึงเรื่องในยามนี้กันดีกว่า”“เรื่องการแต่งงานในครั้งนี้ ข้าเคยบอกไปนานแล้วว่าจวนหรงกั๋วกงไม่ได้หวังดี แต่ป้าสะใภ้ใหญ่กลับหาว่าข้าทนเห็นหว่านอวิ๋นได้ดีไม่ได้”“บัดนี้หว่านอวิ๋นหมั้นหมายเรียบร้อยแล้ว ข้าย่อมต้องแสดงความยินดี แต่หากจวนหรงกั๋วกงปรารถนาจะสู่ขอโดยไม่มีเจตนาแอบแฝง และฮูหยินใหญ่สกุลไป๋ก็ชื่นชอบหว่านอวิ๋นจากใจจริง ต่อให้นายท่านสามสกุลไป๋ไม่ถูกปล่อยตัวออกมา มันก็ไม่ได้เกี่ยวอันใดกับน้องหญิงเลย หรือพวกเขายังคิดจะข่มเหงรังแกน้องหญิงเพราะเหตุนี้?”สีหน้าของนางจางพลันแข็งค้างอยู่อย่างนั้น ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้ดึงกู้หว่านอวิ๋นให้ลุกขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความผิดหวัง “ต่อให้เมื่อก่อนข้าจะเคยทำเรื่องที่ไม่ถูกต้องไปบ้าง แต่ตอนเจ้ายังเด็ก ไม่ทราบข้าดีต่อเจ้าเช่นไร?”จี้หานอีเงยหน้าขึ้นมองนางจางผู้ลุกขึ้นยืน “หากท่านพ่อเกิดเรื่องตั้งแต่ตอนที่ข้ายังเด็ก ป้าสะใภ้ใหญ่ยังจะดีต่อข้าอยู่หรือไม่?”ใบหน้าของนางจางซีดเผือดลง สายตาของจี้หานอีทั้งเย็นชาและห่างเหิน ภายในแววตาอันเรียบเฉยนั้นราวกับมีความสงบนิ่งท

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 855

    นางจางมองปฏิกิริยาของจี้หานอีด้วยความเหม่อลอย พินิจรอยยิ้มตามมารยาทแต่ก็บอกถึงความห่างเหินบนใบหน้าของอีกฝ่ายรอยยิ้มเช่นนี้กลับทำให้นางจางรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาในใจ ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตนเองเคยกระทำต่อจี้หานอีพลันฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำในชั่วขณะนี้ นางตระหนักอย่างชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใดว่าจี้หานอีไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป บัดนี้อีกฝ่ายคือผู้สูงศักดิ์ ตัวนางและสกุลกู้ล้วนต้องอาศัยบารมีนาง ทว่าในอดีตความสัมพันธ์ระหว่างพวกนางทั้งสองกลับไม่สู้ดีนักนางจางพลันรู้สึกกระดากอายพูดอะไรไม่ออกกู้หว่านอวิ๋นที่นั่งอยู่ข้างนางจางเห็นมารดาอึกอักไม่ยอมเอ่ยปากเสียที ก็ทนรอไม่ไหวชิงพูดขึ้นก่อนว่า "งานแต่งของข้ากำหนดวันแน่นอนแล้วเจ้าค่ะ เป็นเดือนหน้า วันนี้พวกเราจึงตั้งใจมาบอกกล่าวให้พี่หญิงทราบไว้"จี้หานอีหันไปมองกู้หว่านอวิ๋น เห็นนัยน์ตาของอีกฝ่ายทอประกายระยิบระยับ แฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจราวกับได้เชิดหน้าชูตาเสียทีแต่ชาติตระกูลของจวนหรงกั๋วกงนั้นไม่ธรรมดาจริง ๆ บุรุษที่กู้หว่านอวิ๋นจะแต่งงานด้วยนับว่าเป็นผู้มีความสามารถโดดเด่น การที่นางจะมีสีหน้าเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดจี้หานอีเพียงพยักห

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 854

    เสิ่นซื่อมองนางอีกครั้ง “ตอนที่บิดาเจ้ายังมีชีวิต เขาลงมืออย่างเด็ดขาดเฉียบคม ทั้งยังมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ไม่เคยเห็นแก่พวกพ้องหรือรับสินบน คอยจัดระเบียบขุนนางให้อยู่ในกรอบ ทุกคดีที่เขาเคยสะสางในศาลต้าหลี่ล้วนต้องล่วงเกินผู้คน แต่คนผู้หนึ่งที่ไร้ซึ่งภูมิหลังและมีชาติกำเนิดต่ำต้อย กลับสามารถจัดการคดีเหล่านั้นสำเร็จลุล่วง เช่นนั้นแล้ว เขาถือเป็นขุนนางผู้มากความสามารถ หรือขุนนางผู้ภักดีกันแน่?”จี้หานอีครุ่นคิดโดยละเอียด “น่าจะเป็นขุนนางผู้มากความสามารถกระมัง”เสิ่นซื่อหลุบตาลง “แต่ตอนที่เขาเกิดเรื่อง กลับไม่มีผู้ใดออกหน้าช่วยเหลือสักคน เช่นนั้นเขาโดดเดี่ยวหรือไม่?”จี้หานอีรู้สึกราวกับได้เผชิญด้วยตนเอง “โดดเดี่ยวเจ้าค่ะ”เสิ่นซื่อกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ “การที่บิดาเจ้าเป็นขุนนางผู้โดดเดี่ยวนั้น เป็นเพราะเขาเต็มใจ หรือถูกบีบบังคับให้เป็น? หากยอมคล้อยตามพวกกังฉิน ก็ย่อมเป็นขุนนางผู้ภักดีไม่ได้”“ขุนนางผู้มากความสามารถเมื่อถึงคราวต้องกระทำการ ก็จำต้องสร้างเส้นสาย ขุนนางผู้ภักดีเมื่อถึงคราวต้องปกป้องผู้คน ก็จำต้องรู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์ ขุนนางผู้โดดเดี่ยวเมื่อถึงคราวต้องรักษาชีวิต ก็จ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 853

    ตอนที่หารือกัน ฮูหยินผู้เฒ่าก็กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่มีทางให้แก้ไขอีกแล้ว การที่ไทเฮาสามารถออกพระราชเสาวนีย์นี้ได้ ย่อมเป็นประสงค์ของฮ่องเต้เช่นกันและฮองเฮาก็เสด็จมาแจ้งข่าวว่า ฮ่องเต้มีรับสั่งว่าการแต่งงานครั้งนี้เหมาะสมกันดั่งกิ่งทองใบหยก การที่ไทเฮาทรงเป็นผู้จัดแจงก็เพื่อผูกไมตรีระหว่างสองตระกูล ฮองเฮาตั้งใจไปขอร้อง แต่ฮ่องเต้กลับไม่ยอมให้เข้าเฝ้าฮ่องเต้นับว่าเป็นปราชญ์กษัตริย์ หลายปีนี้ทรงรักษาสมดุลในราชสำนัก การปกครองดูแลราษฎรก็ล้วนมีผลงานประจักษ์ชัด ทั้งยังขยันขันแข็งในราชกิจ ไม่ลุ่มหลงสตรีในวังหลัง ทว่าฮ่องเต้ก็ต้องทรงให้ความสำคัญกับความสมดุล เมื่ออำนาจของสกุลเสิ่นเริ่มมากขึ้น ต่อให้ฮ่องเต้จะทรงไว้วางพระทัยเพียงใดก็ย่อมเกิดความระแวงเป็นธรรมดา การให้คนจากฝั่งไทเฮาแต่งเข้ามา จึงเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็วเดิมทีเรื่องนี้สมควรตกเป็นของเสิ่นฉางหลิงอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาเป็นถึงหลานชายสายตรงสกุลเสิ่น ซ้ำยังเพิ่งสร้างความดีความชอบ หากให้จับคู่กับซุนเป่าฉยงก็นับว่าเหมาะสมทุกประการแต่บัดนี้ เสิ่นฉางหลิงหมั้นหมายไปแล้ว ในบรรดาลูกหลานสายตรงสกุลเสิ่น ผู้ที่เกิดจากภรรยาเอกและมีอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status