Share

ชีวิตใหม่

Author: Goldberry
last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-20 21:00:26

ความเย็นเยียบ...

คือสิ่งแรกที่จื้ออิงรู้สึกเมื่อได้สติคืนกลับมา ดวงตาที่หนักอึ้งของเธอค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ กลิ่นยาจีนฉุนๆ ลอยแตะจมูกทันที่ที่ลืมตา และเพดานไม้เก่าๆ ที่เห็นตรงหน้าก็ทำเธองุนงง

ที่นี่ที่ไหน?

จื้ออิงคิดขณะพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เธอรู้สึกเจ็บไปทั้งร่างกาย แต่ไม่ทันที่เธอจะได้นึกหาย้อนถึงเหตุการณ์ เสียงร้องไห้เล็กๆ ก็ดึงความสนใจ

"ฮึกๆๆ"

เธอเห็นเด็กผู้ชายตัวผอมอายุราวๆ สี่ถึงห้าปีกำลังนั่งร้องไห้ สภาพของเด็กคนนี้ดูแล้วน่าสงสารจับใจ เสื้อผ้าที่สวมดูเก่าและซีดจนมองหาสีเดิมไม่ได้ เมื่อเห็นเธอขยับตัวเด็กน้อยก็ดูดีใจ มือที่ผอมแห้งจับมือของเธอไว้พร้อมกับพูดเสียงสะอื้นว่า

"ฮึกๆ พี่สาวฟื้นแล้ว"

เด็กชายตัวน้อยรีบปาดน้ำตา หลายวันที่ผ่านมาเขาได้แต่นั่งมองพี่สาวที่นอนซม ความหวังเริ่มริบหรี่ลงเมื่อเห็นว่าพี่สาวไม่มีปฏิกิริยาสนองตอบใดๆ แต่เขาก็ยังหวัง หวังว่าพี่สาวจะลุกขึ้นมาได้ สามวันผ่านไป ในที่สุดพี่สาวก็ลืมตา

"จื้อหงขอโทษ"

ดวงตากลมโตสั่นเทาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา และเอาแต่โทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุให้พี่สาวต้องโดนตี

"พี่สาวเจ็บมากไหม"

จื้อหงสะอื้นอีกครั้ง น้ำตาไหลอาบแก้มเด็กน้อยที่น่าสงสาร สิ่งที่เด็กชายพูดเธอไม่เข้าใจสักอย่าง และปากเล็กๆ นั้นก็เอาแต่เรียกเธอว่าพี่สาวไม่หยุด

พี่สาวงั้นเหรอ?

จื้ออิงมองมือเล็กๆ ที่จับมือของเธอไว้ และเมื่อเห็นมือของตัวเองก็ตกใจ มันทั้งแห้ง ทั้งซีดเหมือนคนขาดสารอาหารที่วันๆ ไม่กินอะไร แล้วร่องรอยของการโดนทำร้ายก็ชัดจนน่ากลัว

"โอ้ย!!"

หญิงสาวยกมือขึ้นมากุมศรีษะที่อยู่ๆ ก็ปวดหนึบจนต้องสูดลมหายใจ ความทรงจำใหม่ที่หลั่งไหลทำให้เธอรู้ว่าได้เข้ามาอยู่ในร่างใครบางคนที่มีชื่อเหมือนกันกับเธอ

ถึงร่างนี้จะชื่อ จื้ออิง เหมือนกัน แต่ความเป็นอยู่กลับรันทดและน่าสงสาร เธอเป็นเด็กสาววัยสิบแปดปีที่มีหน้าตาน่ารัก แต่แววตากลับไม่ได้สดใสเหมือนหญิงสาวในวัยเดียวกัน เธออาศัยอยู่กับลุงแท้ๆ และป้าสะใภ้ที่ชอบใช้ให้ทำงานสารพัด ภาพความทรงจำสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาทำยิ่งทำให้จื้ออิงรู้สึกสงสาร เจ้าของร่างนี้เข้าไปช่วยน้องชายไม่ให้ถูกป้าสะใภ้ทำโทษ ก็เลยโดนฟาดไม่ยั้ง และที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือความรักความผูกพันธ์ของสองพี่น้องส่งผ่านมาถึงเธอ

'หนูขอโทษค่ะ'

'ป้าสะใภ้อย่าตีน้องหนูเลยนะคะ'

'โอ้ย!!!!'

เพียงเพราะเข้าไปปกป้องน้องชายตัวเล็กที่ชื่อ 'หลี่จื้อหง' ไม่ให้โดนลงโทษ ทำให้เธอโดนป้าสะใภ้ฟาดด้วยไม้กวาดอยู่หลายครั้ง น้องชายร้องไห้ในอ้อมแขนของพี่สาวที่ใช้ตัวบัง ภาพที่ผุดขึ้นมาในความทรงจำนั้นโหดร้ายและทารุณเหลือเกิน

'ฮือๆ จื้อหงจะไม่ดื้อแล้ว'

สองพี่น้องร้องไห้กอดกันกลม แต่ป้าสะใภ้หาได้รู้สึกสงสารไม่ เธอคิดว่าเด็กสองคนนี้คือภาระที่ต้องแบกไว้ สมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้ก็ถูกป้าสะใภ้ขายเอาเงินมาปรนเปรอความสุขของตัวเอง

"จื้อหงจะไม่ยอมให้ป้าตีพี่อีกแล้ว"

เด็กชายพูดเสียงสั่น ภาพที่พี่สาวโดนตีคงฝังในความทรงจำ ดวงตากลมโตแดงก่ำ น้ำตาที่ไหลสะท้อนให้เห็นถึงความรักความผูกพันธ์ ซึ่งเธอไม่เคยสัมผัสได้จากพี่ชายที่เห็นแก่ตัว ความรักความห่วงใยในครอบครัวคือสิ่งที่ไกลตัวเธอเหลือเกิน

"จื้อหงจะต้องปกป้องพี่ให้ได้"

เด็กตัวเล็กแค่นี้จะทำอะไรได้ แต่คำพูดนี้กลับทำเธอน้ำตาไหล เพราะชีวิตที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้รับการปกป้องจากใคร แม้กระทั่งพี่ชายแท้ๆ ของตัวเอง

"ไม่เป็นไรจื้อหง พี่ไม่เป็นไรแล้ว"

เธอยิ้มให้เด็กชายตัวน้อยที่มุ่งมั่นจะปกป้องเธอจากป้าสะใภ้ที่ใจร้าย เด็กตัวเล็กแค่นี้แต่กลับทำให้หัวใจที่หนาวเหน็บของเธออบอุ่นขึ้นมาได้ เรียวแขนผอมบางโอบกอดน้องชายตัวเล็กไว้

ในเมื่อ...

โชคชะตาให้โอกาสเธอเริ่มต้นใหม่ ชีวิตที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนว่าการเป็นคนดีไม่ได้ช่วยอะไร ความเจ็บปวดจากชาติที่แล้วเป็นแรงผลักดันและย้ำเตือนไม่ให้เธอเดินซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป ชาติที่แล้วเธอไม่เคยได้รับความรักจากพี่ชาย แต่ชาตินี้เธอรับรู้ได้ว่าเด็กชายตัวน้อยตรงหน้ารักพี่สาวเหลือเกิน

ฉันจะไม่มีวันทิ้งน้อยชายเธอ...

ไม่รู้ว่าจื้ออิงคนเดิมจะได้ยินไหม แต่นี้คือสิ่งที่เธออยากบอกออกไป ในเมื่อเธอเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว เธอก็จะขอเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการทำหน้าที่ 'พี่สาว' ดูแล 'น้องชาย' ความรู้ของเธอมีท่วมหัวจะต้องเอาตัวรอดในยุค 80 นี้ให้ได้ ชีวิตใหม่จะต้องสดใสและดีขึ้นกว่าเดิมแน่ๆ

"จื้อหง"

จื้ออิงลูบผมแห้งกร้านของน้องชาย เด็กวัยนี้ควรได้กินอาหารดีๆ วิ่งเล่น มีความสุขไม่ต้องคิดอะไร แต่น้องชายของเธอกลับไม่ได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านั้นเลย

"ฮะ"

เด็กน้อยขานรับแววตาซื่อใส ในชีวิตของเขาสิ่งที่ดีที่สุดคือพี่สาวที่รักและหวังดีกับเขามากกว่าใคร รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์ทำให้หัวใจของจื้ออิงสั่นสะเทือน

"พี่สาวจะดูแลจื้อหงให้ดีที่สุดนะ"

เป็นคำพูดที่ออกมาจากใจ ในชาติที่แล้วเธอมีพี่ชายที่ไม่เอาถ่านเป็นภาระ แต่ชาตินี้ไม่ใช่ ดวงตากลมโตมองเธอด้วยความรักลึกซึ้งที่ไม่สามารถหาได้จากพี่ชาย เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจจากมือน้อยๆ ผอมๆ แห้งๆ ที่เกาะกุม

"อื้อ!"

จื้อหงตั้งใจฟังคำพูดของพี่สาวอย่างเชื่อฟัง แค่พี่สาวฟื้นขึ้นมาหัวใจของเด็กน้อยที่ห่อเหี่ยวก็กลับมาอิ่มฟูอีกครั้ง ภาพที่พี่สาวโดนตียังติดในความทรงจำ ไม้กวาดที่ใช้ตีถูกนำไปโยนทิ้งท้ายหมู่บ้าน พอป้าสะใภ้ถาม เขาก็ส่ายหน้าและตอบกลับแค่ว่า 'ผมไม่รู้'

"จื้อหงก็จะดูแลพี่สาวเหมือนกัน"

คำพูดของเด็กน้อยทำให้หัวใจของจื้ออิงกลับมาอุ่นซ่าน ถึงจะยังเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างแต่ความรู้สึกมุ่งมั่นกลับสวนทาง จื้ออิงคนเดิมรักน้องชายมาก และความรู้สึกนั้นก็ส่งผ่านมาถึงเธอด้วย

"จากนี้ไป..."

"จะไม่มีใครรังแกเราได้อีก!"

เธอไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาโขกสับได้ ในยุคสมัยของเธอผู้หญิงทั้งเก่งและแกร่งไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร แค่มีหนึ่งสมอง สองมือ ก็หาเลี้ยงชีพตัวเองได้ เธอไม่ได้โทษจื้ออิงคนเก่าที่หัวอ่อนไม่กล้าลุกขึ้นสู้กับป้าใจร้าย การที่เห็นสองพี่น้องโดนเอาเปรียบมันช่างขัดใจ ในโลกใหม่นี้เธออาจไม่มีเงิน ไม่มีเทคโนโลยี แต่เธอมี 'ความรัก' ที่ยากจะหาได้ และนั่นเพียงก็พอแล้วที่จะทำให้ 'จื้ออิงคนใหม่'

ตัดสินใจ....

สู้ชีวิตอีกครั้งที่นี่!!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ลิขิตรักยุค 80   วันแรกในตลาด

    เช้าวันใหม่ในเมืองเสิ่นซื่อช่างคึกคัก จื้ออิงเปิดหน้าต่างห้องออกมา เธอมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาและรถราที่ไม่ค่อยมีให้เห็นในชนบทที่ห่างไกล เธอตื่นเต้นกับการเริ่มต้นใหม่ในยุคสมัยที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในซี่รี่ย์ย้อนยุคที่เธอเคยดู"วันนี้เราจะไปตลาดกันนะ จื้อหง"จื้ออิงบอกน้องชายที่ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ร่างกายที่ผอมกว่าเด็กในวัยเดียวกันนี้สักวันเธอจะต้องขุนให้อ้วนพีีให้ได้เลย"เราจะไปทำอะไรกันฮะ?"จื้อหงถามพี่สาวด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตมองหน้าพี่สาวที่ยิ้มให้ ก่อนจะตอบให้้เด็กชายคลายความสงสัยว่า"ไปหาโอกาสที่จะทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นไง"ถึงจื้อหงจะฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ แต่เขาก็พยักหน้าให้พี่สาวที่ใจดี ในชีวิตของเขามีแค่พี่สาวที่หวังดี ไม่ว่าพี่สาวจะสั่งให้ทำอะไร เขาไม่เคยงอแง"ถ้าพี่สาวหาเงินได้เยอะๆ พี่สาวจะรีบซื้อชุดใหม่ให้จื้อหงนะ"จื้ออิงบอกน้องชายขณะช่วยสวมเสื้อให้ ดูจากร่องรอยของการปะชุนก็รู้แล้วว่าสองพี่น้องใช้ชีวิตมาอย่างไร ต่อให้เสื้อเก่า กางเกงขาด ป้าสะใภ้ก็ไม่เคยสนใจ เธออยากซื้อชุดใหม่ให้ แต่ชายน้อยกลับส่ายหน้าและบอกว่า"ผมยังไม่อยากได้ฮะ""ทำไมล่ะ""เสื้อผ้าพวกนี้ผมยังใ

  • ลิขิตรักยุค 80   ก้าวแรกในเมืองเสิ่นซื่อ

    เสียงหวูดรถไฟดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ขบวนรถจะค่อยๆ ชะลอความเร็วเข้าสู่สถานี 'เมืองเสิ่นซื่อ' ที่เต็มไปด้วยผู้คนและความวุ่นวาย ต่างจากชนบทที่ดูเรียบง่าย ไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย"ถึงแล้วจื้อหง ลืมตาขึ้นมาดูสิ"จื้ออิงปลุกน้องชายที่หลับสนิทมาตลอดทาง ภาพที่เห็นทำเด็กน้อยที่ยังง่วงเบิกตากว้าง สถานีรถไฟเสิ่นซื่อในยุค 80s เต็มไปด้วยความอลหม่าน ทุกสิ่งเต็มไปด้วยความเร่งรีบและให้บรรยากาศที่คึกคักแตกต่างจากหมู่บ้านชนบทที่เคยใช้ชีวิตอยู่อย่างสิ้นเชิง"พี่จื้ออิง... คนเยอะจังเลยฮะ"จื้อหงกระซิบขณะมองคนที่เดินสวนไปมา ความอยากรู้มีมาก ความกลัวก็เช่นกัน มือน้อยๆ เกาะกุมมือของพี่สาวไว้มั่น และจื้ออิงก็สัมผัสได้"ไม่ต้องกลัวนะ จื้อหง"จื้ออิงกุมมือเล็กๆ ของน้องชายไว้แน่น แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวแต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น นี่คือเมืองที่พร้อมมอบโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ ผู้คนที่นี่แต่งตัวเรียบง่าย แต่แววตาของทุกคนเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวังที่จะสร้างชีวิตที่ดีกว่า"คืนนี้เราจะนอนที่ไหนฮะ"เด็กชายถามพี่สาวแววตาซื่อใส จื้ออิงก็คิดเรื่องนี้มาตั้งแต่นั่งอยู่ในรถไฟ สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี

  • ลิขิตรักยุค 80   ความโกลาหล

    เช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงแดดอ่อนๆ ที่เริ่มสาดส่องเข้ามาในหมู่บ้าน นางหลี่ซื่อภรรยาของลุงจื้ออิงตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เธอต้องรีบไปตรวจงานบ้านที่โยนให้จื้ออิงทำเมื่อวานก่อนจะเริ่มวันใหม่ที่แสนน่าเบื่อ"จื้ออิง!""ตื่นขึ้นมาทำงานได้แล้ว"หลี่ซื่อตะโกนเสียงดังจากห้องครัว แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือความเงียบผิดปกติ"ยัยเด็กนี่! แอบอู้อีกแล้วสินะ"หลี่ซื่อเดินกระทืบเท้าตึงตังไปที่ห้องพักของสองพี่น้องอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าภายในห้องนอนเล็กๆ นั้นว่างเปล่า ผ้าห่มถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย และไม่มีวี่แววของจื้ออิงและจื้อหง เลย"หนีงานไปเที่ยวเล่นรึไงนะ!"เธอพึมพำด้วยความโมโห"ถ้ากลับมาเมื่อไหร่นะจะตีให้ขาหักเลย"นางหลี่ซื่อพูดไปก็ฟึดฟัดไป จังหวะที่กำลังจะเดินออกไป สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางไว้ หลี่ซื่อขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาอ่าน ข้อความที่เขียนด้วยลายมือของจื้ออิงทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเงินทั้งหมดที่ป้าขโมยไปจากครอบครัวเรา จื้ออิงเอาคืนมาแล้วนะคะและขอให้ป้ามีความสุขกับ 'ของขวัญ' ชิ้นสุดท้ายที่จื้ออิงมอบให้ค่ะ

  • ลิขิตรักยุค 80   ตอบโต้

    จื้ออิงค่อยๆ พยุงตัวเองที่เพิ่งได้สติให้ลุกขึ้นนั่ง เธอหลับตาลงเพื่อรวบรวมและประมวลผลความทรงจำ เมื่อเธอคิดจะลุกขึ้นสู้ชีวิตอีกครั้ง ข้อมูลทุกอย่างก็ควรเก็บให้ครบทุกเม็ด'วันนี้หนูขอพักได้ไหมคะ'จื้ออิงคนเดิมร้องขอความเมตตาจากป้าสะใภ้ที่บังคับให้ทำงานเยี่ยงคนใช้ งานหนักทุกอย่างในบ้านถูกโยนให้หญิงสาวทำหมด'ไม่ได้!!!''แต่หนูรู้สึกเหมือนจะไม่สบาย'จื้ออิงบอกเมื่อรู้สึกว่าร่างกายเริ่มไม่ไหว เธอทำงานหนักแต่ได้กินแค่น้ำต้มข้าวจางๆ และผักดองจะไปมีแรงทำงานหนักติดต่อกันได้อย่างไร หากเธอล้มหมอนนอนเสื่อไป น้องชายก็จะไม่มีอะไรกิน'ถ้าแกไม่ทำ น้องแกก็ไม่ต้องกินข้าวเย็น'เป็นคำขู่ที่ใช้กับจื้ออิงคนเดิมได้ผล เธอเป็นหญิงสาวจิตใจดี อ่อนแอ และยอมคน และนั่นก็ทำให้คนเห็นแก่ตัวอย่างป้าสะใภ้ได้ใจ'หนูจะลุกไปทำเดี๋ยวนี้ค่ะ ป้าสะใภ้อย่าให้น้องหนูต้องอดข้าวเย็นเลยนะคะ'นั่นคือความทรงจำของจื้ออิงคนเก่าที่ลำบาก แต่จื้ออิงคนใหม่ไม่ใช่คนที่หัวอ่อน ยอมคน ขนาดนั้น ความทรงจำของร่างเดิมทำเธอรู้สึกโกรธแค้นแทนสองพี่น้องที่โดนเอาเปรียบจากป้าสะใภ้มากๆ มีลุงแท้ๆ แต่กลับกลัวเมีย ช่วยอะไรหลานไม่ได้สักอย่าง ถึงจะเป็นครอบครัว

  • ลิขิตรักยุค 80   ชีวิตใหม่

    ความเย็นเยียบ...คือสิ่งแรกที่จื้ออิงรู้สึกเมื่อได้สติคืนกลับมา ดวงตาที่หนักอึ้งของเธอค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ กลิ่นยาจีนฉุนๆ ลอยแตะจมูกทันที่ที่ลืมตา และเพดานไม้เก่าๆ ที่เห็นตรงหน้าก็ทำเธองุนงงที่นี่ที่ไหน?จื้ออิงคิดขณะพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เธอรู้สึกเจ็บไปทั้งร่างกาย แต่ไม่ทันที่เธอจะได้นึกหาย้อนถึงเหตุการณ์ เสียงร้องไห้เล็กๆ ก็ดึงความสนใจ"ฮึกๆๆ"เธอเห็นเด็กผู้ชายตัวผอมอายุราวๆ สี่ถึงห้าปีกำลังนั่งร้องไห้ สภาพของเด็กคนนี้ดูแล้วน่าสงสารจับใจ เสื้อผ้าที่สวมดูเก่าและซีดจนมองหาสีเดิมไม่ได้ เมื่อเห็นเธอขยับตัวเด็กน้อยก็ดูดีใจ มือที่ผอมแห้งจับมือของเธอไว้พร้อมกับพูดเสียงสะอื้นว่า"ฮึกๆ พี่สาวฟื้นแล้ว"เด็กชายตัวน้อยรีบปาดน้ำตา หลายวันที่ผ่านมาเขาได้แต่นั่งมองพี่สาวที่นอนซม ความหวังเริ่มริบหรี่ลงเมื่อเห็นว่าพี่สาวไม่มีปฏิกิริยาสนองตอบใดๆ แต่เขาก็ยังหวัง หวังว่าพี่สาวจะลุกขึ้นมาได้ สามวันผ่านไป ในที่สุดพี่สาวก็ลืมตา"จื้อหงขอโทษ"ดวงตากลมโตสั่นเทาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา และเอาแต่โทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุให้พี่สาวต้องโดนตี"พี่สาวเจ็บมากไหม"จื้อหงสะอื้นอีกครั้ง น้

  • ลิขิตรักยุค 80   ชีวิตต้องสู้

    "จื้ออิงวันนี้ว่างไหม""เธอจะทำแต่งานอย่างเดียวรึไง""โอ้ย! ชีวิตคนเรามันต้องมีสีสันบ้างสิ"'จื้ออิง' ในวัยยี่สิบห้าปีได้แต่ยิ้มรับ เธอรู้ดีว่าเพื่อนคงเป็นห่วงที่เห็นเธอทำงานหนัก การได้ไปเที่ยวไปผ่อนคลายบ้าง ก็เหมือนเป็นการได้เติมพลัง ผู้หญิงในวัยเดียวกันไม่มีใครทำงานหนักเหมือนเธอ"ฉันไม่ว่างน่ะสิ""คำก็ไม่ว่าง สองคำก็ไม่ว่าง เธอควรหาความสุขให้กับตัวเองบ้างสิจื้ออิง""ไว้ครั้งหน้าแล้วกันนะ""อย่าเบี้ยวล่ะ""อื้อ!"จื้ออิงรับคำเพื่อนที่ชวนเธอหลายครั้ง เธอเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่บอกปัด แต่ด้วยภาระที่ต้องแบกรับทำให้เธอต้องใช้เงินอย่างประหยัด เธอทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดูตัวเองและพี่ชายเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่'จื้อหมิง' เป็นพี่ชายที่ไม่เอาถ่าน เขาเหมือนปลิงที่คอยดูดเลือดน้องสาวไม่ทำงาน วันๆ ขลุกแต่เล่นการพนัน และทุกสิ้นเดือน เงินของจื้ออิงก็จะถูกขูดรีดไปใช้ในเรื่องที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี"จื้ออิง! วันนี้เงินเดือนออกแล้วใช่ไหม""ช่วงนี้พี่มีปัญหา พี่ขอยืมเงินหน่อยสิ""ถ้าได้เงินจากเพื่อนพี่จะรีบเอามาคืน"มันคือคำโกหกเดิม ๆ ที่จื้อหมิงใช้ ดวงตาคมไม่มีแม้แต่ความละอายใจ จื้ออิงมองดูมือที่ยื่นม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status