Share

วันแรกในตลาด

Author: Goldberry
last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-24 08:29:54

เช้าวันใหม่ในเมืองเสิ่นซื่อช่างคึกคัก จื้ออิงเปิดหน้าต่างห้องออกมา เธอมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาและรถราที่ไม่ค่อยมีให้เห็นในชนบทที่ห่างไกล เธอตื่นเต้นกับการเริ่มต้นใหม่ในยุคสมัยที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในซี่รี่ย์ย้อนยุคที่เธอเคยดู

"วันนี้เราจะไปตลาดกันนะ จื้อหง"

จื้ออิงบอกน้องชายที่ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ร่างกายที่ผอมกว่าเด็กในวัยเดียวกันนี้สักวันเธอจะต้องขุนให้อ้วนพีีให้ได้เลย

"เราจะไปทำอะไรกันฮะ?"

จื้อหงถามพี่สาวด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตมองหน้าพี่สาวที่ยิ้มให้ ก่อนจะตอบให้้เด็กชายคลายความสงสัยว่า

"ไปหาโอกาสที่จะทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นไง"

ถึงจื้อหงจะฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ แต่เขาก็พยักหน้าให้พี่สาวที่ใจดี ในชีวิตของเขามีแค่พี่สาวที่หวังดี ไม่ว่าพี่สาวจะสั่งให้ทำอะไร เขาไม่เคยงอแง

"ถ้าพี่สาวหาเงินได้เยอะๆ พี่สาวจะรีบซื้อชุดใหม่ให้จื้อหงนะ"

จื้ออิงบอกน้องชายขณะช่วยสวมเสื้อให้ ดูจากร่องรอยของการปะชุนก็รู้แล้วว่าสองพี่น้องใช้ชีวิตมาอย่างไร ต่อให้เสื้อเก่า กางเกงขาด ป้าสะใภ้ก็ไม่เคยสนใจ เธออยากซื้อชุดใหม่ให้ แต่ชายน้อยกลับส่ายหน้าและบอกว่า

"ผมยังไม่อยากได้ฮะ"

"ทำไมล่ะ"

"เสื้อผ้าพวกนี้ผมยังใส่ได้ แล้วผมก็อยากประหยัดเงินช่่วยพี่สาวด้วยฮะ"

คำพูดของจื้อหงตัวน้อยทำเอาจื้ออิงถึงกลับต้องกลั้นน้ำตา น้องชายไม่อยากทำตัวเป็นภาระทั้งๆ ที่เขาอายุแค่เพียงห้าขวบกว่าๆ เท่านั้น

"แต่พี่สาวอยากซื้อให้เพราะจื้อหงเป็นเด็กดี แล้วถ้าจื้อหงใส่เสื้อผ้าดีๆ พี่สาวก็จะดีใจ"

"จริงเหรอฮะ"

ถึงปากจะบอกว่าไม่อยากได้ แต่เมื่อเธอยืนยันบอกว่าจะซื้อให้ สีหน้าและแววตาของจื้อหงนิสัยก็เปลี่ยนไป รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ มองแล้วช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน

"อื้อ"

จื้ออิงพูดพร้อมกับยิ้มอ่อนโยนให้ เธอช่วยแต่งตัวให้น้องชายและหยิบเงินที่เก็บไว้บางส่วนออกมา จุดหมายปลายทางในวันนี้ของเธอก็คือ 'ตลาดการค้าเสิ่นซื่อ' ที่เป็นศูนย์กลางให้คนมาค้าขายได้ทุกอย่าง และเธอก็หมายมั่นปั้นมือว่าตลาดแห่งนี้จะเป็นขุมทรัพย์ให้เธอกอบโกย

#ตลาดเสิ่นซื่อ

"หลีกทางด้วยๆ"

"ไข่ไก่สดๆ จ้า"

"ผักสดเพิ่งเก็บมาราคาถูกๆ ทางนี้"

ตลาดในช่วงเช้าเต็มไปด้วยผู้คนที่ขนสินค้าจากนอกเมืองมาวางขาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารแห้งทีให้เลือกมากมาย คนที่มาซื้อของก็เยอะกว่าชนบทที่ห่างไกล จื้ออิงที่ตั้งใจมาสำรวจตลาดใช้เวลาเดินดูถึงสองชั่วโมงเพื่อเก็บข้อมูล

"เหนื่อยไหม"

เธอถามน้องชายตัวน้อยที่จับมือไม่ห่าง

"ไม่เหนื่อยฮะ"

เป็นคำตอบที่มาพร้อมรอยยิ้มสดใส นี่คือความสุขเล็กๆ ที่เธอสัมผัสได้ ถึงจะไม่มีเงินแต่ก็อบอุ่นใจ เมื่อมองย้อนกลับไปพี่ชายเธอไม่เคยให้ความรู้สึกพวกนี้เลย

"เก่งมาก"

เธอเอ่ยชมและลูบหัวน้องชาย ตลาดเช้าเต็มไปด้วยอาหารและของกินเล่นมากมาย เมื่อเช้ารีบออกมาจนไม่ได้กินอะไร เธอจึงจูงมือน้องชายไปยังแผงขายซาลาเปา

"จื้อหงหิวแล้วใช่ไหม"

"ฮะ"

เด็กน้อยตอบพร้อมกับแววตาที่ไร้เดียงสา ถ้าเธอไม่ถาม จื้อหงก็คงอดทนต่อไปสินะ เมื่อคิดถึงอดีตที่สองพี่น้องเคยผ่านมา เธอก็อดสงสารไม่ได้เลย

"ถ้างั้นเราพักกินซาลาเปากันก่อนดีกว่า"

เธอพูดพร้อมกับหยิบเงินออกมาซื้อซาลาเปาให้น้องชาย ดวงตาใสซื่อเป็นประกายเมื่อรับซาลาเปาร้อนๆ จากคนขายมาไว้ในอุ้งมือ

"ระวังร้อนนะ"

จื้ออิงเตือนน้องชายด้วยความเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางที่ดูตื่นเต้นดีใจ ความทรงจำของจื้ออิงคนเดิมทำเธอปวดใจ เพราะป้าสะใภ้ใจร้ายไม่เคยให้สองพี่น้องได้กินซาลาเปาที่อัดแน่นไปด้วยไส้หมูเต็มๆ คำ

'ห้ามแตะต้องนะ'

'ถ้าฉันรู้ว่าพวกแกแอบกินจะตีให้มือหักเลย'

ในความทรงจำของร่างเดิม สองพี่น้องได้กินแต่ของเหลือที่ไม่ต่างอะไรจากเศษอาหาร ของดีๆ ป้าสะใภ้จะแอบกินเองไม่แบ่งปัน ต่อให้น้องชายของเธอยืนกลืนน้ำลายมองตาเป็นมันก็ไม่สนใจ สภาพความเป็นอยู่ช่างน่าสงสารจับใจ นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมสองพี่น้องถึงได้มีร่างกายที่ผอมแห้งเหลือเกิน

"อร่อยมากเลยฮะ"

จื้อหงบอกด้วยรอยยิ้มที่ซื่อใส ช่วงเวลาที่มีความสุขของจื้อหงคือการได้อยุ่ใกล้ๆ กับพี่สาวตลอดไป ซาลาเปาในมือน้อยๆ ถูกแบ่งให้พี่สาวพร้อมคำพูดที่ซึ้งกินใจ

"พี่สาวหิวไหม จื้อหงป้อน"

จื้ออิงส่ายหน้าพร้อมยิ้มให้ จื้อหงตัวน้อยช่างน่ารักและมีน้ำใจ ช่างแตกต่างจากพี่ชายของเธอที่เห็นแก่ตัว ในขณะที่ปล่อยให้จื้อหงนั่งกินซาลาเปาอย่างเอร็ดอร่อย จื้ออิงก็ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เธอสังเกตุเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่ในตลาดดูรีบร้อน โดยเฉพาะในช่วงเช้า บะหมี่ โจ๊ก หรือซาลาเปาไส้ต่างๆ ที่ต้องยืนกินจะขายดี นั่นทำให้เธอประเมินพฤติกรรมของคนที่นี่ว่าต้องรีบกิน รีบไปทำงาน อะไรที่สะดวก รวดเร็วจะตอบโจทย์มาก จื้ออิงรวบรวมข้อมูลและมองหาลู่ทางที่พอจะหาเงิน

'ถ้ามีอาหารที่กินง่าย ๆ แค่คำสองคำก็อิ่ม มีรสชาติอร่อย และที่สำคัญคือ ไม่ต้องใช้ช้อนหรือตะเกียบ พวกเขาจะสนใจไหมนะ'

จื้ออิงคิดในใจ ทันใดนั้นภาพความทรงจำจากชีวิตก่อนที่เธอเคยเป็นพนักงานออฟฟิศก็ผุดขึ้นมา อาหารเช้าเร่งด่วนที่เรียกกันว่า 'ข้าวปั้น' ขายดีมาก ราคาถูก กินแล้วอิ่มท้อง ให้พลังงาน ซึ่งเหมาะกับคนที่เร่งรีบไปทำงานอย่างเธอ

"ข้าวปั้นงั้นเหรอ…"

จื้ออิงพึมพำ หากนำข้าวสวยที่ปรุงรสเล็กน้อยมาปั้นเป็นก้อนพอดีคำ ใส่ไส้ที่มีรสชาติจัดจ้านแล้วห่อด้วยไข่เจียวนุ่มๆ น่าจะขายดี ซื้อแล้วก็สามารถหยิบใส่ปากได้ทันที ทั้งอิ่มทั้งช่วยประหยัดเวลาดีภาพในหัวที่คิดนี้ทำดวงตาของจื้ออิงเป็นประกาย นี่ล่ะคือโอกาสที่เธอจะหาเงินได้ เธอหันไปหาน้องชายและพูดด้วยความดีใจว่า

"พี่สาวจะทำข้าวปั้นขาย"

"จื้อหงอยากช่วย"

เด็กน้อยพูดขึ้นอย่างจริงจัง ถึงเขาจะไม่รู้จักข้าวปั้น แต่ปากเล็กๆ ที่เคี้ยวซาลาเปาไส้หมูสับตุ้ยๆ นั้นก็รีบเสนอตัว

"แน่นอนสิ"

จื้ออิงยิ้มแล้วลูบผมน้องชาย อีกมือก็ยื่นไปหยิบเศษแป้งซาลาเปาที่ติดปากน้องชายและพูดด้วยแววตาที่เอ็นดูน้องชายตัวน้อยว่า

"จื้อหงต้องเป็นผู้ช่วยที่เก่งที่สุดอยู่แล้ว"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ลิขิตรักยุค 80   วันแรกในตลาด

    เช้าวันใหม่ในเมืองเสิ่นซื่อช่างคึกคัก จื้ออิงเปิดหน้าต่างห้องออกมา เธอมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาและรถราที่ไม่ค่อยมีให้เห็นในชนบทที่ห่างไกล เธอตื่นเต้นกับการเริ่มต้นใหม่ในยุคสมัยที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในซี่รี่ย์ย้อนยุคที่เธอเคยดู"วันนี้เราจะไปตลาดกันนะ จื้อหง"จื้ออิงบอกน้องชายที่ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ร่างกายที่ผอมกว่าเด็กในวัยเดียวกันนี้สักวันเธอจะต้องขุนให้อ้วนพีีให้ได้เลย"เราจะไปทำอะไรกันฮะ?"จื้อหงถามพี่สาวด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตมองหน้าพี่สาวที่ยิ้มให้ ก่อนจะตอบให้้เด็กชายคลายความสงสัยว่า"ไปหาโอกาสที่จะทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นไง"ถึงจื้อหงจะฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ แต่เขาก็พยักหน้าให้พี่สาวที่ใจดี ในชีวิตของเขามีแค่พี่สาวที่หวังดี ไม่ว่าพี่สาวจะสั่งให้ทำอะไร เขาไม่เคยงอแง"ถ้าพี่สาวหาเงินได้เยอะๆ พี่สาวจะรีบซื้อชุดใหม่ให้จื้อหงนะ"จื้ออิงบอกน้องชายขณะช่วยสวมเสื้อให้ ดูจากร่องรอยของการปะชุนก็รู้แล้วว่าสองพี่น้องใช้ชีวิตมาอย่างไร ต่อให้เสื้อเก่า กางเกงขาด ป้าสะใภ้ก็ไม่เคยสนใจ เธออยากซื้อชุดใหม่ให้ แต่ชายน้อยกลับส่ายหน้าและบอกว่า"ผมยังไม่อยากได้ฮะ""ทำไมล่ะ""เสื้อผ้าพวกนี้ผมยังใ

  • ลิขิตรักยุค 80   ก้าวแรกในเมืองเสิ่นซื่อ

    เสียงหวูดรถไฟดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ขบวนรถจะค่อยๆ ชะลอความเร็วเข้าสู่สถานี 'เมืองเสิ่นซื่อ' ที่เต็มไปด้วยผู้คนและความวุ่นวาย ต่างจากชนบทที่ดูเรียบง่าย ไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย"ถึงแล้วจื้อหง ลืมตาขึ้นมาดูสิ"จื้ออิงปลุกน้องชายที่หลับสนิทมาตลอดทาง ภาพที่เห็นทำเด็กน้อยที่ยังง่วงเบิกตากว้าง สถานีรถไฟเสิ่นซื่อในยุค 80s เต็มไปด้วยความอลหม่าน ทุกสิ่งเต็มไปด้วยความเร่งรีบและให้บรรยากาศที่คึกคักแตกต่างจากหมู่บ้านชนบทที่เคยใช้ชีวิตอยู่อย่างสิ้นเชิง"พี่จื้ออิง... คนเยอะจังเลยฮะ"จื้อหงกระซิบขณะมองคนที่เดินสวนไปมา ความอยากรู้มีมาก ความกลัวก็เช่นกัน มือน้อยๆ เกาะกุมมือของพี่สาวไว้มั่น และจื้ออิงก็สัมผัสได้"ไม่ต้องกลัวนะ จื้อหง"จื้ออิงกุมมือเล็กๆ ของน้องชายไว้แน่น แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวแต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น นี่คือเมืองที่พร้อมมอบโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ ผู้คนที่นี่แต่งตัวเรียบง่าย แต่แววตาของทุกคนเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวังที่จะสร้างชีวิตที่ดีกว่า"คืนนี้เราจะนอนที่ไหนฮะ"เด็กชายถามพี่สาวแววตาซื่อใส จื้ออิงก็คิดเรื่องนี้มาตั้งแต่นั่งอยู่ในรถไฟ สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี

  • ลิขิตรักยุค 80   ความโกลาหล

    เช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงแดดอ่อนๆ ที่เริ่มสาดส่องเข้ามาในหมู่บ้าน นางหลี่ซื่อภรรยาของลุงจื้ออิงตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เธอต้องรีบไปตรวจงานบ้านที่โยนให้จื้ออิงทำเมื่อวานก่อนจะเริ่มวันใหม่ที่แสนน่าเบื่อ"จื้ออิง!""ตื่นขึ้นมาทำงานได้แล้ว"หลี่ซื่อตะโกนเสียงดังจากห้องครัว แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือความเงียบผิดปกติ"ยัยเด็กนี่! แอบอู้อีกแล้วสินะ"หลี่ซื่อเดินกระทืบเท้าตึงตังไปที่ห้องพักของสองพี่น้องอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าภายในห้องนอนเล็กๆ นั้นว่างเปล่า ผ้าห่มถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย และไม่มีวี่แววของจื้ออิงและจื้อหง เลย"หนีงานไปเที่ยวเล่นรึไงนะ!"เธอพึมพำด้วยความโมโห"ถ้ากลับมาเมื่อไหร่นะจะตีให้ขาหักเลย"นางหลี่ซื่อพูดไปก็ฟึดฟัดไป จังหวะที่กำลังจะเดินออกไป สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางไว้ หลี่ซื่อขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาอ่าน ข้อความที่เขียนด้วยลายมือของจื้ออิงทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเงินทั้งหมดที่ป้าขโมยไปจากครอบครัวเรา จื้ออิงเอาคืนมาแล้วนะคะและขอให้ป้ามีความสุขกับ 'ของขวัญ' ชิ้นสุดท้ายที่จื้ออิงมอบให้ค่ะ

  • ลิขิตรักยุค 80   ตอบโต้

    จื้ออิงค่อยๆ พยุงตัวเองที่เพิ่งได้สติให้ลุกขึ้นนั่ง เธอหลับตาลงเพื่อรวบรวมและประมวลผลความทรงจำ เมื่อเธอคิดจะลุกขึ้นสู้ชีวิตอีกครั้ง ข้อมูลทุกอย่างก็ควรเก็บให้ครบทุกเม็ด'วันนี้หนูขอพักได้ไหมคะ'จื้ออิงคนเดิมร้องขอความเมตตาจากป้าสะใภ้ที่บังคับให้ทำงานเยี่ยงคนใช้ งานหนักทุกอย่างในบ้านถูกโยนให้หญิงสาวทำหมด'ไม่ได้!!!''แต่หนูรู้สึกเหมือนจะไม่สบาย'จื้ออิงบอกเมื่อรู้สึกว่าร่างกายเริ่มไม่ไหว เธอทำงานหนักแต่ได้กินแค่น้ำต้มข้าวจางๆ และผักดองจะไปมีแรงทำงานหนักติดต่อกันได้อย่างไร หากเธอล้มหมอนนอนเสื่อไป น้องชายก็จะไม่มีอะไรกิน'ถ้าแกไม่ทำ น้องแกก็ไม่ต้องกินข้าวเย็น'เป็นคำขู่ที่ใช้กับจื้ออิงคนเดิมได้ผล เธอเป็นหญิงสาวจิตใจดี อ่อนแอ และยอมคน และนั่นก็ทำให้คนเห็นแก่ตัวอย่างป้าสะใภ้ได้ใจ'หนูจะลุกไปทำเดี๋ยวนี้ค่ะ ป้าสะใภ้อย่าให้น้องหนูต้องอดข้าวเย็นเลยนะคะ'นั่นคือความทรงจำของจื้ออิงคนเก่าที่ลำบาก แต่จื้ออิงคนใหม่ไม่ใช่คนที่หัวอ่อน ยอมคน ขนาดนั้น ความทรงจำของร่างเดิมทำเธอรู้สึกโกรธแค้นแทนสองพี่น้องที่โดนเอาเปรียบจากป้าสะใภ้มากๆ มีลุงแท้ๆ แต่กลับกลัวเมีย ช่วยอะไรหลานไม่ได้สักอย่าง ถึงจะเป็นครอบครัว

  • ลิขิตรักยุค 80   ชีวิตใหม่

    ความเย็นเยียบ...คือสิ่งแรกที่จื้ออิงรู้สึกเมื่อได้สติคืนกลับมา ดวงตาที่หนักอึ้งของเธอค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ กลิ่นยาจีนฉุนๆ ลอยแตะจมูกทันที่ที่ลืมตา และเพดานไม้เก่าๆ ที่เห็นตรงหน้าก็ทำเธองุนงงที่นี่ที่ไหน?จื้ออิงคิดขณะพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เธอรู้สึกเจ็บไปทั้งร่างกาย แต่ไม่ทันที่เธอจะได้นึกหาย้อนถึงเหตุการณ์ เสียงร้องไห้เล็กๆ ก็ดึงความสนใจ"ฮึกๆๆ"เธอเห็นเด็กผู้ชายตัวผอมอายุราวๆ สี่ถึงห้าปีกำลังนั่งร้องไห้ สภาพของเด็กคนนี้ดูแล้วน่าสงสารจับใจ เสื้อผ้าที่สวมดูเก่าและซีดจนมองหาสีเดิมไม่ได้ เมื่อเห็นเธอขยับตัวเด็กน้อยก็ดูดีใจ มือที่ผอมแห้งจับมือของเธอไว้พร้อมกับพูดเสียงสะอื้นว่า"ฮึกๆ พี่สาวฟื้นแล้ว"เด็กชายตัวน้อยรีบปาดน้ำตา หลายวันที่ผ่านมาเขาได้แต่นั่งมองพี่สาวที่นอนซม ความหวังเริ่มริบหรี่ลงเมื่อเห็นว่าพี่สาวไม่มีปฏิกิริยาสนองตอบใดๆ แต่เขาก็ยังหวัง หวังว่าพี่สาวจะลุกขึ้นมาได้ สามวันผ่านไป ในที่สุดพี่สาวก็ลืมตา"จื้อหงขอโทษ"ดวงตากลมโตสั่นเทาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา และเอาแต่โทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุให้พี่สาวต้องโดนตี"พี่สาวเจ็บมากไหม"จื้อหงสะอื้นอีกครั้ง น้

  • ลิขิตรักยุค 80   ชีวิตต้องสู้

    "จื้ออิงวันนี้ว่างไหม""เธอจะทำแต่งานอย่างเดียวรึไง""โอ้ย! ชีวิตคนเรามันต้องมีสีสันบ้างสิ"'จื้ออิง' ในวัยยี่สิบห้าปีได้แต่ยิ้มรับ เธอรู้ดีว่าเพื่อนคงเป็นห่วงที่เห็นเธอทำงานหนัก การได้ไปเที่ยวไปผ่อนคลายบ้าง ก็เหมือนเป็นการได้เติมพลัง ผู้หญิงในวัยเดียวกันไม่มีใครทำงานหนักเหมือนเธอ"ฉันไม่ว่างน่ะสิ""คำก็ไม่ว่าง สองคำก็ไม่ว่าง เธอควรหาความสุขให้กับตัวเองบ้างสิจื้ออิง""ไว้ครั้งหน้าแล้วกันนะ""อย่าเบี้ยวล่ะ""อื้อ!"จื้ออิงรับคำเพื่อนที่ชวนเธอหลายครั้ง เธอเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่บอกปัด แต่ด้วยภาระที่ต้องแบกรับทำให้เธอต้องใช้เงินอย่างประหยัด เธอทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดูตัวเองและพี่ชายเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่'จื้อหมิง' เป็นพี่ชายที่ไม่เอาถ่าน เขาเหมือนปลิงที่คอยดูดเลือดน้องสาวไม่ทำงาน วันๆ ขลุกแต่เล่นการพนัน และทุกสิ้นเดือน เงินของจื้ออิงก็จะถูกขูดรีดไปใช้ในเรื่องที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี"จื้ออิง! วันนี้เงินเดือนออกแล้วใช่ไหม""ช่วงนี้พี่มีปัญหา พี่ขอยืมเงินหน่อยสิ""ถ้าได้เงินจากเพื่อนพี่จะรีบเอามาคืน"มันคือคำโกหกเดิม ๆ ที่จื้อหมิงใช้ ดวงตาคมไม่มีแม้แต่ความละอายใจ จื้ออิงมองดูมือที่ยื่นม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status