Share

ความโกลาหล

Author: Goldberry
last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-20 21:01:29

เช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงแดดอ่อนๆ ที่เริ่มสาดส่องเข้ามาในหมู่บ้าน นางหลี่ซื่อภรรยาของลุงจื้ออิงตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เธอต้องรีบไปตรวจงานบ้านที่โยนให้จื้ออิงทำเมื่อวานก่อนจะเริ่มวันใหม่ที่แสนน่าเบื่อ

"จื้ออิง!"

"ตื่นขึ้นมาทำงานได้แล้ว"

หลี่ซื่อตะโกนเสียงดังจากห้องครัว แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือความเงียบผิดปกติ

"ยัยเด็กนี่! แอบอู้อีกแล้วสินะ"

หลี่ซื่อเดินกระทืบเท้าตึงตังไปที่ห้องพักของสองพี่น้องอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าภายในห้องนอนเล็กๆ นั้นว่างเปล่า ผ้าห่มถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย และไม่มีวี่แววของจื้ออิงและจื้อหง เลย

"หนีงานไปเที่ยวเล่นรึไงนะ!"

เธอพึมพำด้วยความโมโห

"ถ้ากลับมาเมื่อไหร่นะจะตีให้ขาหักเลย"

นางหลี่ซื่อพูดไปก็ฟึดฟัดไป จังหวะที่กำลังจะเดินออกไป สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางไว้ หลี่ซื่อขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาอ่าน ข้อความที่เขียนด้วยลายมือของจื้ออิงทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

เงินทั้งหมดที่ป้าขโมยไปจากครอบครัวเรา จื้ออิงเอาคืนมาแล้วนะคะและขอให้ป้ามีความสุขกับ 'ของขวัญ' ชิ้นสุดท้ายที่จื้ออิงมอบให้ค่ะ

หลี่จื้ออิง

"อะ...อะไรนะ! ยัยเด็กสารเลวนี่"

หลี่ซื่อกรีดร้องเสียงแหลมด้วยความเดือดดาล ทันทีที่อ่านจบ เธอก็รีบวิ่งไปที่ห้องครัวทันที ซึ่งสิ่งเดียวที่วนอยู่ในหัวตอนนี้ก็คือ 'เงิน' ซึ่งมีแค่เธอที่รู้ว่าซ่อนไว้ที่ไหน เงินที่นังเด็กนั่นพูดถึงคืออะไร ยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนใจจนหน้าแดง

"ไม่มีทาง ไม่มีทาง"

ปากของนางหลี่ซื่อพึมพำไม่หยุดขณะที่มือก็ทั้งควานทั้งล้วงไห ด้วยความกลัวว่าเงินจะหายไปทำให้เธอรีบเร่งจนข้าวสารหกกระจายไปทั่วพื้น

ฟึ่บ!

เมื่อล้วงถึงก้นไหมือของเธอก็สัมผัสได้ถึงห่อผ้าเก่าๆ ที่มัดไว้ ทุกอย่างที่เก็บซ่อนไว้ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป นางหลี่ซื่อรู้สึกโล่งใจ จนกระทั่งห่อผ้าถูกแกะออกมาพร้อมกับก้อนหินหลายสิบก้อนที่ร่วงพรู

"กรี๊ดดดดดดดดด!!!"

เสียงกรีดร้องด้วยความโกรธแค้นผสมเจ็บใจของป้าสะใภ้ดังไปทั่วบ้าน ถุงผ้าที่บรรจุหินถูกโยนลงพื้นพร้อมกับสีหน้าแดงก่ำ ไอ้เด็กเลวสองคนนั้นมันขโมยเงินของเธอหนีไปแล้ว

นางหลี่ซื่อใช้หลายชั่วโมงในการตามหาเด็กสองคนที่น่าจะหนีไปได้ไม่นาน เธอเดินหาจนทั่วหมู่บ้าน ทุกซอก ทุกซอย เธอเดินเข้าออกพร้อมแววตาที่โกรธจัด ขนาดหมาที่เห่ายังโดนตะคอก

"หุบปาก!!"

ตะคอกใส่ไม่พอยังหยิบก้อนหินเขวี้ยงใส่ แต่นางหลี่ซื่อประเมินหมาจรข้างทางต่ำเกินไป มันวิ่งไล่จนนางหลี่ซื่อต้องวิ่งหนีกลับบ้านไป เธอทั้งหอบ ทั้งเหนื่อย และหิวจนตาลาย และนึกขึ้นได้ว่ายังมีผักกาดดองสูตรเด็ดที่หมักไว้อยู่ในครัว

'กินก่อนแล้วค่อยไปตามหาละกัน'

เธอเปิดฝาไหผักดองออกและใช้ตะเกียบคีบผักออกมากินเพื่อระงับความหิวและความโกรธที่พุ่งพล่าน ถึงจะรู้สึกว่ารสชาติมันแปลกๆ และขมฝาดแต่ความหิวก็เอาชนะความสงสัยนั้นและยังเคี้ยวและคีบผักดองในไหกินอีกหลายคำ พออิ่มแล้วก็นั่งพัก

แต่...

นั่งได้ไม่นานจู่ๆ ท้องของนางหลี่ซื่อก็ปั่นป่วนอย่างรุนแรง

"โอ๊ยยยยยยยย!"

"ทำไมมันปวดท้องอย่างนี้"

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เสียงร้องครวญครางและเสียงโครกครากในห้องส้วมก็ดังเป็นระยะๆ นางหลี่ซื่อวิ่งเข้าออกห้องส้วมแทบจะตลอดเวลา ร่างกายเริ่มหมดแรงจากการถ่ายท้องไม่หยุด

"พวกแก...."

"แกกล้าทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง!"

นางหลี่ซื่อคิดถึงข้อความในกระดาษที่จื้ออิงเขียนทิ้งไว้ ผักดองที่กินเข้าไปต้องเป็นฝีมือของพวกเด็กนั่นอย่างแน่นอน

"โอ้ย! ปวดท้อง"

ออกจากห้องส้วมได้ไม่ถึงนาทีก็ต้องคลานเข้าไปใหม่ สามีก็ไม่รู้หายหัวไปไหน จะเรียกให้คนช่วยก็ไม่มีแรง ทำได้เพียงนอนแหมบอยู่หน้าห้องส้วมที่เปิดประตูคาไว้ ถือเป็นการเอาคืนป้าสะใภ้อย่างเจ็บแสบกับสิ่งที่เคยทำ

ในขณะเดียวกัน...

จื้ออิงลูบหัวน้องชายที่กำลังหลับอยู่ในรถไฟที่กำลังมุ่งหน้าไปสู่เมืองเสิ่นซื่อด้วยความหวัง ดวงตาคู่สวยแฝงไว้ด้วยความแน่วแน่และมุ่งมั่น ชีวิตที่น่ารันทดควรจบลงที่ชนบทแห่งนี้และเริ่มต้นใหม่ในเมืองที่ไม่มีใครรู้จัก ในเมื่อโชคชะตามอบโอกาสให้เธออีกครั้ง

ฉัน...

จะต้องใช้ชีวิตที่สองนี้ให้คุ้มค่าที่สุด!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ลิขิตรักยุค 80   วันแรกในตลาด

    เช้าวันใหม่ในเมืองเสิ่นซื่อช่างคึกคัก จื้ออิงเปิดหน้าต่างห้องออกมา เธอมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาและรถราที่ไม่ค่อยมีให้เห็นในชนบทที่ห่างไกล เธอตื่นเต้นกับการเริ่มต้นใหม่ในยุคสมัยที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในซี่รี่ย์ย้อนยุคที่เธอเคยดู"วันนี้เราจะไปตลาดกันนะ จื้อหง"จื้ออิงบอกน้องชายที่ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ร่างกายที่ผอมกว่าเด็กในวัยเดียวกันนี้สักวันเธอจะต้องขุนให้อ้วนพีีให้ได้เลย"เราจะไปทำอะไรกันฮะ?"จื้อหงถามพี่สาวด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตมองหน้าพี่สาวที่ยิ้มให้ ก่อนจะตอบให้้เด็กชายคลายความสงสัยว่า"ไปหาโอกาสที่จะทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นไง"ถึงจื้อหงจะฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ แต่เขาก็พยักหน้าให้พี่สาวที่ใจดี ในชีวิตของเขามีแค่พี่สาวที่หวังดี ไม่ว่าพี่สาวจะสั่งให้ทำอะไร เขาไม่เคยงอแง"ถ้าพี่สาวหาเงินได้เยอะๆ พี่สาวจะรีบซื้อชุดใหม่ให้จื้อหงนะ"จื้ออิงบอกน้องชายขณะช่วยสวมเสื้อให้ ดูจากร่องรอยของการปะชุนก็รู้แล้วว่าสองพี่น้องใช้ชีวิตมาอย่างไร ต่อให้เสื้อเก่า กางเกงขาด ป้าสะใภ้ก็ไม่เคยสนใจ เธออยากซื้อชุดใหม่ให้ แต่ชายน้อยกลับส่ายหน้าและบอกว่า"ผมยังไม่อยากได้ฮะ""ทำไมล่ะ""เสื้อผ้าพวกนี้ผมยังใ

  • ลิขิตรักยุค 80   ก้าวแรกในเมืองเสิ่นซื่อ

    เสียงหวูดรถไฟดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ขบวนรถจะค่อยๆ ชะลอความเร็วเข้าสู่สถานี 'เมืองเสิ่นซื่อ' ที่เต็มไปด้วยผู้คนและความวุ่นวาย ต่างจากชนบทที่ดูเรียบง่าย ไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย"ถึงแล้วจื้อหง ลืมตาขึ้นมาดูสิ"จื้ออิงปลุกน้องชายที่หลับสนิทมาตลอดทาง ภาพที่เห็นทำเด็กน้อยที่ยังง่วงเบิกตากว้าง สถานีรถไฟเสิ่นซื่อในยุค 80s เต็มไปด้วยความอลหม่าน ทุกสิ่งเต็มไปด้วยความเร่งรีบและให้บรรยากาศที่คึกคักแตกต่างจากหมู่บ้านชนบทที่เคยใช้ชีวิตอยู่อย่างสิ้นเชิง"พี่จื้ออิง... คนเยอะจังเลยฮะ"จื้อหงกระซิบขณะมองคนที่เดินสวนไปมา ความอยากรู้มีมาก ความกลัวก็เช่นกัน มือน้อยๆ เกาะกุมมือของพี่สาวไว้มั่น และจื้ออิงก็สัมผัสได้"ไม่ต้องกลัวนะ จื้อหง"จื้ออิงกุมมือเล็กๆ ของน้องชายไว้แน่น แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวแต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น นี่คือเมืองที่พร้อมมอบโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ ผู้คนที่นี่แต่งตัวเรียบง่าย แต่แววตาของทุกคนเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวังที่จะสร้างชีวิตที่ดีกว่า"คืนนี้เราจะนอนที่ไหนฮะ"เด็กชายถามพี่สาวแววตาซื่อใส จื้ออิงก็คิดเรื่องนี้มาตั้งแต่นั่งอยู่ในรถไฟ สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี

  • ลิขิตรักยุค 80   ความโกลาหล

    เช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงแดดอ่อนๆ ที่เริ่มสาดส่องเข้ามาในหมู่บ้าน นางหลี่ซื่อภรรยาของลุงจื้ออิงตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เธอต้องรีบไปตรวจงานบ้านที่โยนให้จื้ออิงทำเมื่อวานก่อนจะเริ่มวันใหม่ที่แสนน่าเบื่อ"จื้ออิง!""ตื่นขึ้นมาทำงานได้แล้ว"หลี่ซื่อตะโกนเสียงดังจากห้องครัว แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือความเงียบผิดปกติ"ยัยเด็กนี่! แอบอู้อีกแล้วสินะ"หลี่ซื่อเดินกระทืบเท้าตึงตังไปที่ห้องพักของสองพี่น้องอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าภายในห้องนอนเล็กๆ นั้นว่างเปล่า ผ้าห่มถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย และไม่มีวี่แววของจื้ออิงและจื้อหง เลย"หนีงานไปเที่ยวเล่นรึไงนะ!"เธอพึมพำด้วยความโมโห"ถ้ากลับมาเมื่อไหร่นะจะตีให้ขาหักเลย"นางหลี่ซื่อพูดไปก็ฟึดฟัดไป จังหวะที่กำลังจะเดินออกไป สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางไว้ หลี่ซื่อขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาอ่าน ข้อความที่เขียนด้วยลายมือของจื้ออิงทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเงินทั้งหมดที่ป้าขโมยไปจากครอบครัวเรา จื้ออิงเอาคืนมาแล้วนะคะและขอให้ป้ามีความสุขกับ 'ของขวัญ' ชิ้นสุดท้ายที่จื้ออิงมอบให้ค่ะ

  • ลิขิตรักยุค 80   ตอบโต้

    จื้ออิงค่อยๆ พยุงตัวเองที่เพิ่งได้สติให้ลุกขึ้นนั่ง เธอหลับตาลงเพื่อรวบรวมและประมวลผลความทรงจำ เมื่อเธอคิดจะลุกขึ้นสู้ชีวิตอีกครั้ง ข้อมูลทุกอย่างก็ควรเก็บให้ครบทุกเม็ด'วันนี้หนูขอพักได้ไหมคะ'จื้ออิงคนเดิมร้องขอความเมตตาจากป้าสะใภ้ที่บังคับให้ทำงานเยี่ยงคนใช้ งานหนักทุกอย่างในบ้านถูกโยนให้หญิงสาวทำหมด'ไม่ได้!!!''แต่หนูรู้สึกเหมือนจะไม่สบาย'จื้ออิงบอกเมื่อรู้สึกว่าร่างกายเริ่มไม่ไหว เธอทำงานหนักแต่ได้กินแค่น้ำต้มข้าวจางๆ และผักดองจะไปมีแรงทำงานหนักติดต่อกันได้อย่างไร หากเธอล้มหมอนนอนเสื่อไป น้องชายก็จะไม่มีอะไรกิน'ถ้าแกไม่ทำ น้องแกก็ไม่ต้องกินข้าวเย็น'เป็นคำขู่ที่ใช้กับจื้ออิงคนเดิมได้ผล เธอเป็นหญิงสาวจิตใจดี อ่อนแอ และยอมคน และนั่นก็ทำให้คนเห็นแก่ตัวอย่างป้าสะใภ้ได้ใจ'หนูจะลุกไปทำเดี๋ยวนี้ค่ะ ป้าสะใภ้อย่าให้น้องหนูต้องอดข้าวเย็นเลยนะคะ'นั่นคือความทรงจำของจื้ออิงคนเก่าที่ลำบาก แต่จื้ออิงคนใหม่ไม่ใช่คนที่หัวอ่อน ยอมคน ขนาดนั้น ความทรงจำของร่างเดิมทำเธอรู้สึกโกรธแค้นแทนสองพี่น้องที่โดนเอาเปรียบจากป้าสะใภ้มากๆ มีลุงแท้ๆ แต่กลับกลัวเมีย ช่วยอะไรหลานไม่ได้สักอย่าง ถึงจะเป็นครอบครัว

  • ลิขิตรักยุค 80   ชีวิตใหม่

    ความเย็นเยียบ...คือสิ่งแรกที่จื้ออิงรู้สึกเมื่อได้สติคืนกลับมา ดวงตาที่หนักอึ้งของเธอค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ กลิ่นยาจีนฉุนๆ ลอยแตะจมูกทันที่ที่ลืมตา และเพดานไม้เก่าๆ ที่เห็นตรงหน้าก็ทำเธองุนงงที่นี่ที่ไหน?จื้ออิงคิดขณะพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เธอรู้สึกเจ็บไปทั้งร่างกาย แต่ไม่ทันที่เธอจะได้นึกหาย้อนถึงเหตุการณ์ เสียงร้องไห้เล็กๆ ก็ดึงความสนใจ"ฮึกๆๆ"เธอเห็นเด็กผู้ชายตัวผอมอายุราวๆ สี่ถึงห้าปีกำลังนั่งร้องไห้ สภาพของเด็กคนนี้ดูแล้วน่าสงสารจับใจ เสื้อผ้าที่สวมดูเก่าและซีดจนมองหาสีเดิมไม่ได้ เมื่อเห็นเธอขยับตัวเด็กน้อยก็ดูดีใจ มือที่ผอมแห้งจับมือของเธอไว้พร้อมกับพูดเสียงสะอื้นว่า"ฮึกๆ พี่สาวฟื้นแล้ว"เด็กชายตัวน้อยรีบปาดน้ำตา หลายวันที่ผ่านมาเขาได้แต่นั่งมองพี่สาวที่นอนซม ความหวังเริ่มริบหรี่ลงเมื่อเห็นว่าพี่สาวไม่มีปฏิกิริยาสนองตอบใดๆ แต่เขาก็ยังหวัง หวังว่าพี่สาวจะลุกขึ้นมาได้ สามวันผ่านไป ในที่สุดพี่สาวก็ลืมตา"จื้อหงขอโทษ"ดวงตากลมโตสั่นเทาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา และเอาแต่โทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุให้พี่สาวต้องโดนตี"พี่สาวเจ็บมากไหม"จื้อหงสะอื้นอีกครั้ง น้

  • ลิขิตรักยุค 80   ชีวิตต้องสู้

    "จื้ออิงวันนี้ว่างไหม""เธอจะทำแต่งานอย่างเดียวรึไง""โอ้ย! ชีวิตคนเรามันต้องมีสีสันบ้างสิ"'จื้ออิง' ในวัยยี่สิบห้าปีได้แต่ยิ้มรับ เธอรู้ดีว่าเพื่อนคงเป็นห่วงที่เห็นเธอทำงานหนัก การได้ไปเที่ยวไปผ่อนคลายบ้าง ก็เหมือนเป็นการได้เติมพลัง ผู้หญิงในวัยเดียวกันไม่มีใครทำงานหนักเหมือนเธอ"ฉันไม่ว่างน่ะสิ""คำก็ไม่ว่าง สองคำก็ไม่ว่าง เธอควรหาความสุขให้กับตัวเองบ้างสิจื้ออิง""ไว้ครั้งหน้าแล้วกันนะ""อย่าเบี้ยวล่ะ""อื้อ!"จื้ออิงรับคำเพื่อนที่ชวนเธอหลายครั้ง เธอเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่บอกปัด แต่ด้วยภาระที่ต้องแบกรับทำให้เธอต้องใช้เงินอย่างประหยัด เธอทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดูตัวเองและพี่ชายเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่'จื้อหมิง' เป็นพี่ชายที่ไม่เอาถ่าน เขาเหมือนปลิงที่คอยดูดเลือดน้องสาวไม่ทำงาน วันๆ ขลุกแต่เล่นการพนัน และทุกสิ้นเดือน เงินของจื้ออิงก็จะถูกขูดรีดไปใช้ในเรื่องที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี"จื้ออิง! วันนี้เงินเดือนออกแล้วใช่ไหม""ช่วงนี้พี่มีปัญหา พี่ขอยืมเงินหน่อยสิ""ถ้าได้เงินจากเพื่อนพี่จะรีบเอามาคืน"มันคือคำโกหกเดิม ๆ ที่จื้อหมิงใช้ ดวงตาคมไม่มีแม้แต่ความละอายใจ จื้ออิงมองดูมือที่ยื่นม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status