Accueil / รักโบราณ / ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง / ตอนที่ 8 ยาพิษในถ้วยชา

Partager

ตอนที่ 8 ยาพิษในถ้วยชา

last update Date de publication: 2026-01-13 13:12:02

ณ ห้องลับในตำหนักองค์ชายจิ้น

บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจุดไฟติด ร่างขององครักษ์ผู้เคราะห์ร้ายนอนคุกเข่าเอาศีรษะโขกพื้น เลือดจากแผลที่ต้นแขนไหลซึมออกมาเปรอะเปื้อนพรมราคาแพง

“ไร้ประโยชน์!”

เพล้ง!

ถ้วยชาถูกขว้างใส่หน้าผากองครักษ์จนแตกละเอียด เลือดสีสดไหลอาบหน้าผสมกับเลือดที่แขน

“ข้าส่งเจ้าไปจัดการสตรีบอบบางเพียงคนเดียว... แต่เจ้ากลับทำงานพลาด! แถมยังปล่อยให้นางหนีกลับไปได้!”

องค์ชายจิ้นตะคอกเสียงกร้าว กิริยาสง่างามดั่งราชนิกุลที่เคยมีมลายหายสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความอำมหิตดุจสัตว์ร้ายที่กำลังคลุ้มคลั่ง

“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์ตัวสั่นงันงก

“ตะ... แต่นางไม่ได้อยู่คนเดียว! มีคนมาช่วยนางพ่ะย่ะค่ะ!”

องค์ชายจิ้นชะงัก “ใคร?”

“ข้าน้อยมองไม่ชัด... มันมืดมาก... เห็นเพียงเงามืดและอาภรณ์สีน้ำเงินเข้ม...” องครักษ์เสียงสั่น พยายามนึกรายละเอียด

“มันวรยุทธ์สูงส่งมากพ่ะย่ะค่ะ ใช้เพียงพัดจีบเล่มเดียวซัดดาบข้าน้อยจนหลุดมือ!”

ชุดน้ำเงิน... พัดจีบ หรือ

คิ้วเข้มขององค์ชายจิ้นขมวดมุ่น ในวังหลวงนี้มีบุรุษที่พกพัดจีบและสวมชุดสีน้ำเงินเป็นเอกลักษณ์เพียงคนเดียว... ไป๋อวี้!

แต่ความคิดนั้นถูกปัดทิ้งไปในทันที

“ไอ้ขี้โรคนั่นน่ะรึ” องค์ชายจิ้นแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน

“เป็นไปไม่ได้... เจ้าไป๋อวี้แค่เดินสามก้าวก็หอบจนตัวโยนแล้ว จะเอาแรงที่ไหนมาซัดดาบเจ้าหลุดมือ”

“แต่... แต่ลักษณะมัน...”

“หุบปาก!” องค์ชายจิ้นตวาด

“คงเป็นศัตรูทางการเมืองของข้าที่จ้างยอดฝีมือมาขัดขวาง แล้วจงใจแต่งกายเลียนแบบเจ้าขี้โรคนั่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ... หึ ช่างบังอาจนัก”

แม้ปากจะปฏิเสธ ทว่าในใจองค์ชายจิ้นกลับเกิดตะกอนแห่งความระแวง... หรือข้าจะมองข้ามสิ่งใดไป ไม่... เป็นไปไม่ได้ สายข่าวรายงานชัดเจนว่าไป๋อวี้ป่วยกระเสาะกระแสะมาแต่กำเนิด ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้แต่จะประคองดาบ ย่อมไม่มีทางเป็นยอดฝีมือไปได้

“ซูเฟย...” องค์ชายหันไปเรียกสตรีข้างกายที่ยืนหน้าซีดอยู่

“เจ้าแน่ใจนะว่าเหม่ยอันไม่รู้เรื่องที่เจ้าเป็นคนล่อนางไป”

“มะ... ไม่รู้เพคะ นางยังกอดข้าร้องไห้อยู่เลย” ซูเฟยรีบตอบ

“ดี...” องค์ชายจิ้นคลี่ยิ้ม นัยน์ตาฉายแววเหี้ยมเกรียม

“ในเมื่อแผน ‘ทำลายความบริสุทธิ์’ ด้วยกำลังไม่สำเร็จ... เราก็ต้องใช้แผนที่แนบเนียนกว่านั้น”

เขาเดินไปหยิบพู่กัน จุ่มหมึกสีชาดแดงฉาน แล้วตวัดเขียนคำว่า ‘มลทิน’ ลงบนกระดาษอย่างหนักแน่น

“รุ่งสางพรุ่งนี้... จะมีพิธีตรวจคัดเลือกเรือนร่างซิ่วหนวี่ประจำปี”

ซูเฟยหรี่ตาอย่างมีนัย  “พระองค์ทรงดำริจะ...”

“หากมีข่าวลือแพร่งพรายออกไปว่า... บนเรือนกายของคุณหนูหลี่ มี ‘ร่องรอย’ แปดเปื้อนของบุรุษ... เจ้าคิดว่านางจะยังมีหน้าเชิดคออยู่ในวังหลวงแห่งนี้ได้อีกหรือ”

องค์ชายจิ้นหันมามององครักษ์ที่หมอบอยู่

“ส่วนเจ้า... คนที่ทำงานพลาด ย่อมไม่มีสิทธิ์แก้ตัว”

ฉึก!

ดาบยาวถูกดึงออกจากฝักและตวัดผ่านลำคอขององครักษ์ในชั่วพริบตา ร่างนั้นกระตุกเกร็งสองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป พร้อมกับความลับที่ตายไปกับตัว

แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างเรือนไป่เหอ เหม่ยอันนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ในมือถือผ้าเช็ดหน้าสีขาวของไป๋อวี้ นางสังเกตเห็นตัวอักษรเล็กๆ ที่ปักด้วยด้ายสีเงินตรงมุมผ้า... ‘หยก’ (อวี้) กลิ่นสมุนไพรจางๆ ยังคงติดอยู่ที่ผ้า และติดอยู่ที่ปลายจมูกของนาง

ราตรีนี้ช่างยาวนานนัก ทว่านางตระหนักดีว่า ทิวาพรุ่งนี้จะยาวนานและโหดร้ายยิ่งกว่า ลางสังหรณ์บางอย่างร้องเตือนนาง... เป็นลางสังหรณ์ที่แม่นยำยิ่งกว่าคำทำนายของโหราจารย์คนใด

เสียงระฆังบอกเวลาตีบอกยามสาม เหม่ยอันลุกขึ้นเดินไปที่เตียง แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นสิ่งผิดปกติที่โต๊ะข้างเตียง ถ้วยชาที่วางไว้

เมื่อหัวค่ำ ตำแหน่งของมันขยับไปเล็กน้อย และมีผงสีขาวบางอย่างลอยฟ่องอยู่บนผิวน้ำที่เย็นชืด

มีผู้บุกรุก... แอบลอบเข้ามาในห้องยามนางไม่อยู่ และจุดประสงค์... มิใช่เพื่อปลิดชีพ ความทรงจำเรื่องกฎวังหลวงก็ผุดขึ้น รุ่งสางพรุ่งนี้จะมี ‘พิธีตรวจแต้มพรหมจรรย์’ รอยยิ้มบางเบาแต้มขึ้นที่มุมปากของเหม่ยอัน นางตระหนักถึงแผนการอันชั่วร้ายได้ในทันที คิดจะใช้ยาปลุกกำหนัด เพื่อสร้างรอยมลทินแปดเปื้อนให้ข้าก่อนวันตรวจคัดเลือกกระนั้นรึ...

นางหยิบถ้วยชาใบนั้นขึ้นมา นัยน์ตาวาวโรจน์ในความมืด นางไม่เทมันทิ้ง มือบางประคองถ้วยยาพิษนั้นไว้อย่างทะนุถนอม ราวกับเป็นของล้ำค่า

“ของกำนัลล้ำค่าเยี่ยงนี้ หากข้ามิรับไว้ ก็คงเสียมารยาทแย่”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 85 (อวสาน) ใต้ร่มเงาพยัคฆ์และมังกร

    สิบเหมันต์ผันผ่าน ดั่งสายน้ำไหลหลากมิหวนคืน ต้นท้อหน้าตำหนักที่เคยเป็นเพียงกล้าไม้ บัดนี้แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาครึ้ม รากหยั่งลึกค้ำจุนแผ่นดินเฉกเช่นเดียวกับรากฐานแห่งราชวงศ์ณ ท้องพระโรงอันวิจิตร บรรยากาศยามเช้าเต็มไปด้วยมนต์ขลัง บนบัลลังก์มังกรทองคำ บุรุษหนุ่มวัยสิบเจ็ดชันษาในฉลองพระองค์สีเหลืองทองปักลายมังกรห้าเล็บ ประทับนั่งด้วยท่วงท่าสง่างาม พระพักตร์คมคายฉายแววปรีชาชาญ แฝงความเมตตาดุจน้ำทิพย์ชโลมใจ... ฮ่องเต้หยางเฟย มังกรหนุ่มผู้ปีกกล้าขาแข็งได้เติบโตขึ้นเป็นกษัตริย์ที่สมบูรณ์แบบแล้วม่านไม้ฉลุลายหงส์หลังบัลลังก์ถูกเลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยร่างของ องค์หญิงเจาหยาง แม้กาลเวลาจะฝากรอยริ้วรอยไว้บนใบหน้า แต่ความงามสง่าดุจนางพญามิเคยเสื่อมคลาย “ทูลฝ่าบาท...” พระนางก้าวออกมาถวายบังคม“บัดนี้ พระองค์เพียบพร้อมด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิ หน้าที่ผู้สำเร็จราชการของหม่อมฉัน ได้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แล้วเพคะ”พระนางประคองตราหยกขาวคืนแด่ฮ่องเต้หนุ่ม“ขอพระองค์ทรงปกครองแผ่นดินด้วยธรรม... หม่อมฉันขอทูลลาไ

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 84 รอยสิเน่หาและฟ้าใหม่

    “พี่คิดถึงเจ้า...คิดถึงแทบขาดใจ”ริมฝีปากอุ่นจัดประทับลงบนเรียวปากอิ่ม มอบจุมพิตที่อ่อนหวานทว่าลึกซึ้งดูดดื่ม อาภรณ์ถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างแช่มช้า เผยผิวขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดีสะท้อนแสงเทียน เขาก้มลงพรมจูบไปทั่วเรือนร่าง สร้างรอยตราความเป็นเจ้าของสีกุหลาบจางๆ บนผิวเนียน"เหม่ยอัน..." เสียงกระซิบของเขาแหบพร่า ชิดริมหู"พี่คิดถึงเจ้า... คิดถึงแทบขาดใจ"เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายเฉพาะตัวของนางอย่างหิวกระหาย ก่อนจะพรมจูบไล่ลงมาตามลาดไหล่และเนินอกอิ่ม สร้างรอยตราสีกุหลาบจางๆ ไว้เป็นหลักฐานแห่งความเป็นเจ้าของ เหม่ยอันเผลอไผลไปกับสัมผัสที่ทั้งเร่าร้อนและอ่อนโยน นางแอ่นกายรับสัมผัส ปล่อยเสียงครางแผ่วเบาในลำคอเมื่อมือหนาของเขาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างอย่างรู้ใจไป๋อวี้ปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างและมัดกล้ามเนื้อที่ตึงแน่นจากการกรำศึก เขาทาบทับลงมาอีกครั้ง ผิวเนื้อที่เปลือยเปล่าสัมผัสกัน ก่อให้เกิดความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย"พี่จะมอบความอบอุ่นให้เจ้าเอง..."มือหนาเลื่อนต่ำลงมาสัมผัส

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 83 ยุคทอง

    สายลมบูรพาพัดหวนคืน นำพาไออุ่นแห่งวสันตฤดูมาเยือนแผ่นดินต้าเยี่ยนกลีบดอกท้อปลิวว่อนไปทั่วหุบเขา ส่งกลิ่นหอมจรุงใจกลบกลิ่นคาวเลือดที่เคยคละคลุ้ง สามเดือนในยามสงคราม ยาวนานดั่งสามชั่วอายุคนสำหรับผู้รอคอย ในที่สุด ธงทิวสีแดงชาดก็โบกสะบัดเหนือประตูเมือง ประกาศชัยชนะของ'ทัพพยัคฆ์'ที่กึกก้องไปทั่วหล้าบนกำแพงเมืองสูงตระหง่าน เหม่ยอันในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ขลิบทองยืนสงบนิ่ง ชายเสื้อสะบัดพลิ้วตามแรงลม สายตาจับจ้องเส้นขอบฟ้าที่ไกลลิบ“มาแล้วเจ้าค่ะ...” ชุนเถาตะโกนด้วยความตื่นเต้น“ธงพยัคฆ์...พวกเขากลับมาแล้ว”ที่ปลายสุดของเส้นทาง กองทัพม้าศึกนับหมื่นปรากฏกายขึ้นดั่งคลื่นทะเลสีดำทะมึน ฝุ่นตลบอบอวลมิอาจบดบังบารมีของแม่ทัพผู้เกรียงไกรไป๋อวี้ในชุดเกราะเงินยวงสะท้อนแสงตะวันเจิดจ้า ควบอาชาสีนิลนำทัพเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย ใบหน้าคมคายกรำแดดฝนดูดุดันขึ้นหลายส่วน ทว่าดวงตาสีนิลลึกล้ำคู่นั้น...ยังคงทอประกายอบอุ่นดั่งแสงแรกของวัน ยามสบประสานกับดวงตาของนางเขาชักม้าหยุดที่หน้าประตูเมื

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 82 นางพญาคู่บัลลังก์

    ไฟสงครามชายแดนเหนือโหมกระหน่ำรุนแรงดั่งเพลิงโลกันตร์ กองทัพม้าเผ่าเป่ยเยี่ยนเชี่ยวชาญภูมิประเทศทุ่งหญ้าดุจปีศาจลม ทำให้ทัพต้าเยี่ยนต้องเผชิญศึกหนักที่ยืดเยื้อ ทว่าภายในกำแพงเมืองหลวง แม้ไร้เสียงดาบปะทะ... แต่ 'ศึกปากท้อง' และ 'ศึกความมั่นคง' กลับรดต้นคอผู้คนมิแพ้กันเมื่อแม่ทัพใหญ่อย่างไป๋อวี้ต้องออกศึกค้ำจุนแผ่นดิน ภาระหนักอึ้งในการพยุงเสาหลักของเมืองหลวง จึงตกอยู่บนบ่าบอบบางของ ฮูหยินตราตั้งหลี่เหม่ยอันเหม่ยอันนั่งสงบนิ่งบนเก้าอี้ไม้สลักลายหงส์กลางโถงว่าราชการ อาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายหงส์ทองขับเน้นสง่าราศี เบื้องหน้าคือกองบัญชีและฎีกาที่กองพะเนิน“ฮูหยินขอรับ...” หัวหน้ากรมพาณิชย์ก้าวเข้ามารายงานด้วยสีหน้ากังวล“ราคาข้าวสารและเกลือพุ่งสูงสามเท่า พ่อค้าอ้างสงครามทำให้ขนส่งยากลำบาก ราษฎรเริ่มอดอยากและก่อจลาจลแล้วขอรับ”เหม่ยอันจรดพู่กันค้างไว้ นัยน์ตาหงส์ตวัดมองคมกริบ“ขนส่งลำบากเยี่ยงนั้นหรือ เส้นทางเสบียงหลักอยู่ทิศทักษิณ สงครามอยู่ทิศอุดร... มันจะลำบากได้อย่างไร”นางวางพู่กันลงเสียงหนัก เดินไปหยุดหน้าแผนที่เมืองหลวง“พวกเหลือบไรแผ่นดิน... ฉวยโอกาสขูดเลือดเนื้อราษฎรยามบ้านเมืองมีภัย”

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 81 กลองศึกบรรเลง

    เขาเชยคางนางขึ้น ประทับจูบดูดดื่มลงบนริมฝีปาก เป็นจูบที่ผนึกวิญญาณสองดวงให้หลอมรวมเป็นหนึ่ง ไป๋อวี้อุ้มนางวางลงบนเตียงกว้าง วางนางลงอย่างทะนุถนอม ม่านมุ้งสีแดงถูกปลดลง“คืนนี้... เจ้าเป็นของพี่ และพี่เป็นของเจ้า... ตราบชั่วลมหายใจ”ค่ำคืนแห่งมงคลฤกษ์ดำเนินไปอย่างหอมหวานและเร่าร้อนดั่งไฟสุมขอน เสียงกระซิบรักดังก้องท่ามกลางเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ไป๋อวี้บรรจงประทับจูบไล่ลงไปตามเรือนร่างบอบบางอย่างทะนุถนอมและโหยหา ราวกับต้องการสำรวจทุกตารางนิ้วของสตรีที่เขาเฝ้ารอมาข้ามภพข้ามชาติมือหนาค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกไปดุจการลอกกลีบบุปผา เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดีที่สะท้อนแสงเทียนวูบไหว สัมผัสอุ่นร้อนลูบไล้ไปทั่วสรรพางค์กาย ปลุกเร้าให้ไฟปรารถนาลุกโชนปลายนิ้วเรียวยาวของเขาลากไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะแตะสัมผัสลงยังจุดอ่อนไหวที่สุด ปลุกเร้าให้เกสรดอกไม้ฉ่ำน้ำเพื่อเตรียมพร้อมรับการมาเยือน“อ๊า...” เสียงครางหวานหูเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบาง เมื่อความวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายไป๋อวี

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 80 ความลับข้ามภพ

    เสียงประทัดกึกก้องกัมปนาทขับไล่ภยันตราย ท้องนภาเหนือวังหลวงถูกแต้มระบายด้วยสีแดงฉานจากโคมมงคลนับหมื่นที่ลอยล่องประหนึ่งดวงดาราบนพื้นพิภพ ขบวนรับเจ้าสาวทอดยาวดุจพญามังกรทองเลื้อยผ่านใจกลางนครหลวง กลีบบุปผาโปรยปรายลงมาจากระเบียงเรือนราษฎร ดั่งสายฝนทิพย์อำนวยพร วันนี้... ต้าเยี่ยนร่วมเฉลิมฉลองมงคลสมรสพระราชทานแห่งทศวรรษ ระหว่างอัครมหาเสนาบดี ไป๋อวี้ และฮูหยินตราตั้ง หลี่เหม่ยอันภายในเกี้ยวแปดคนหามที่โยกไหวแผ่วเบา เหม่ยอันลูบไล้อาภรณ์สีแดงเพลิงปักลาย 'หงส์คู่มังกร' ด้วยดิ้นทองคำบริสุทธิ์ ผ้าคลุมหน้าสีแดงชาดบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า ทว่ามิอาจปิดกั้นเสียงหัวใจที่เต้นระรัวดั่งกลองศึก“ถึงแล้วเจ้าค่ะ...”เสียงชุนเถากระซิบ เกี้ยวถูกวางลงอย่างนิ่มนวล ปลายม่านถูกเลิกขึ้น มือหนาที่แสนคุ้นเคยยื่นเข้ามา“เหม่ยอัน... พี่มารับเจ้าแล้ว”น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เปี่ยมด้วยความรักลึกซึ้ง ขับไล่ความประหม่าให้มลายสิ้น เหม่ยอันวางมือลงบนฝ่ามืออุ่นหนา สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความมั่นคงเข้าสู่ดวงใจ ไป๋อวี้ในชุดมงคลสีแดงเข้มขับเน้นให้ดูสง่างามดุจเทพบุตรหยก ใบหน้า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status