เข้าสู่ระบบย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือน…*。✿*゚
ดาวเหนือ รสิกา ปัฐทวิกานต์ สาวทายาทบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ผลิตอาวุธส่งออกทั่วโลก สาวสวยสุดมั่นหน้า มั่นโหนก เพราะเพื่อนอวยเก่งอย่างเธอ ที่หุ่นสวยแซบได้แม่มาแบบพิมพ์เดียวกัน หุ่นทรงองค์เอวสวยสะดุดตา โดยเฉพาะบั้นท้ายดินระเบิด ที่ปอยเพื่อนสาวสองปากคมอย่างกับกรรไกรให้ฉายาว่า เนินนมไม่มี เนิน...ฮี...อลังการนั้น ทำให้ความมั่นใจที่จะแต่งตัวเซ็กซี่มากขึ้น
แต่ทว่า....
“ยัยดาวเหนือ เมื่อไหร่จะกลับมารับช่วยแม่ทำงาน...” มีน มีนรดา ปัฐทวิกานต์ แม่ของดาวเหนือผู้เกิดราศีมีน ขึ้นชื่อเรื่องอาภัพดับโชคกับคู่ครอง ต้องโทรมาตาม
“แม่คะ...ใจเย็นอีกนิดเดียว...เหนือใกล้กลับไปแล้ว ขอเหนือหาประสบการณ์อีกนิดนะคะ” ดาวเหนือผู้ไม่อยากกลับบ้านเป็นที่สุด
บ้านเธออยู่ใกล้แค่ปราจีนบุรี เขตรอยต่อนครราชสีมา ที่ขับรถเพียงไม่นานก็ถึง แต่ว่าดาวเหนือผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งดาวนำทาง อยากนำทางตัวเองให้มาค้นหา ในสิ่งที่ตัวเองชอบเสียก่อน หากมันไม่รุ่งค่อยหากลับไปกินกงสีก็ยังไม่สาย
อย่างไรเสียบริษัทของพ่อเธอ ก็ต้องตกเป็นของเธออยู่แล้วเพราะมีเธอเป็นทายาทเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายตอนเธออายุได้สิบปี คุณพ่อได้จากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับ แม้แต่ศพก็หาไม่พบ ทุกคนในบ้านไม่ได้บอกรายละเอียด แต่เธอก็แอบได้ยิน นั่นคือเหตุผลที่ดาวเหนือเชื่อลึกๆ ว่าคุณพ่อของเธอยังอยู่ที่ไหนสักที่
“แม่ให้เวลาแกแค่สิ้นปีนี้เท่านั้น หากยังไม่กลับแม่จะให้ เดม่อนไปลากตัวลูกลงมา แล้วให้ขังไว้” มีนรดาไม่อยากใช้ไม้แข็ง เพียงแต่รอให้เจรจาการค้าเรื่องยานยนต์หุ้มเกราะ ที่ส่งไปขายในกองทัพของประเทศแถบตะวันออกกลางเรียบร้อยเสียก่อน จึงหันมาจัดการกับลูกสาวตัวดีได้
“โห...แม่คะ...ต่อเวลาอีกนิดได้ไหม”
“ไม่ได้ แม่ให้เวลาลูกมาสองปีแล้วหลังจากเรียนจบ ถึงเวลาแล้ว หนูเป็นทายาทเพียงคนเดียวของ ปัฐทวิกานต์ หากวันหนึ่งแม่เป็นอะไรไป ลูกจะต้องสืบทอดต่อได้” มีนรดา กังวลอยู่เช่นกัน เพราะว่าหากขึ้นมานั่งหลังเสือแล้ว อันตรายรอบด้าน เธอไม่รู้ว่าวันไหนเจอจะโดนลอบฆ่าเหมือนกัน แต่หากชีวิตเธอจบลง ปัฐทวิกานต์จะไร้ผู้สืบทอดไม่ได้
เมื่อถึงวันนั้นเธอจะบอกทุกสิ่งที่เป็นความลับของตระกูลให้กับดาวเหนือ แต่ดาวเหนือต้องแกร่งพอที่จะมานั่งเป็นผู้นำของปัฐทวิกานต์ให้ได้ก่อน
มีนรดา หยิบรูปสามี อเล็กซานเดอร์ ที่วางอยู่บนโต๊ะมาลูบคลำ ตั้งแต่เธอเข้ามาในปัฐทวิกานต์ เธอก็ไม่เคยมองผู้ชายคนใดอีกเลย ในโลกใบนี้มีเพียงเขาที่กอบกุมหัวใจผู้หญิงแกร่งอย่างเธอได้
แต่อุบัติเหตุครั้งนั้น ทำให้เธอและเขาไม่อาจจะอยู่ด้วยกัน จนบัดป่านนี้แม้ศพก็ยังหาไม่พบ
“คุณมีนครับ คุณดาวเหนือยังไม่กลับมาอีกเหรอครับ”
เดม่อนเข้ามาทันได้ยินพอดี
“ปล่อยไปอีกสักพัก ให้คนของเราตามดาวเหนือด้วย อย่าให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เด็ดขาด” แม้ว่าจะไม่ได้ห้ามเรื่องมีแฟน แต่มีนรดาก็ให้คนตามลูกสาวตัวเธอเพื่อคุ้มครองอยู่ห่างๆ ตลอด เผื่อมีเหตุไม่คาดฝัน
“ครับ คุณมีน”
วันนี้เป็นวันเสาร์ แน่นอนว่าหากแม่ไม่โทรปลุกเธอไม่มีวันได้ลุกขึ้นมาจากที่นอนเด็ดขาด อาชีพหลักของเธอนอกจากทำตัวเป็นพนักงานออฟฟิตเหมือนเหล่าเพื่อนๆ และกินเหล้าหัวราน้ำทุกศุกร์แล้ว วันเสาร์ก็ยังคงเป็นวันนอนแห่งชาติ
“เหนืออยู่ไหน” ไอยเพื่อนสาวที่เปลี่ยนผู้ชาย ยิ่งกว่าเปลี่ยนผ้าอนามัยช่วงวันนั้นของเดือน โทรหาเพื่อนสาวดาวเหนือผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอ
“อยู่คอนโดไง...จะไปไหนได้ เมื่อคืนก็ตีสี่” ดาวเหนือกรอกเสียงตามสายไปด้วยความงัวเงีย นอกจากแม่แล้วก็มีเพื่อนที่โทรหาเธอ ไม่รู้ทำไมไม่มีผู้ชายเข้ามาสักคน
“เมิง...ฮื้อ...ฮื้อ...ฮื้อ...” ไอยปล่อยโฮออกมา เมื่อเพื่อพูดตอบกลับ
“เฮ้ย! ไอยเป็นอะไร...เดี๋ยวใจเย็นๆ อยู่ไหน” ดาวเหนือตกใจกับเสียงของเพื่อน พูดจาไม่รู้เรื่องแถมยังร้องไห้อย่างเดียว จนเธอต้องถามหาที่อยู่เพื่อจะไปหา
......
“อีปอย อีออฟ เมิงไปที่ร้านประจำเราด่วนเลย อีไอยไปปล่อยโฮอยู่ร้านเหล้าคนเดียว กูถามก็พูดจาไม่รู้เรื่อง” ดาวเหนือโทรหาเพื่อนสาวสองและเก้งหนุ่มไปเจอกันที่ร้านเหล้า
“จะมีอะไรอีกอีเหนือ...กูว่าเดจาวู เหมือนเดิม”
“อะไรของเมิงว่ะ อีปอย เดจาวู” ดาวเหนือไม่เข้าใจ
“อีไอย นอกจากโดนผู้หลอก มีอย่างอื่นที่มันร้องไห้อีกไหม ขนาดยายมันตาย มันยังไม่ร้องไห้เท่าผัวคนที่แปดพันสี่ร้อยแปดสิบสองมันทิ้ง เมิงเชื่อกู” ปอย ผู้รู้สันดานเพื่อนสาวคนนี้ดี เดี๋ยวควงเดี๋ยวทิ้ง ส่วนใหญ่จะโดนเท หลังจากเปย์ไปจนหมด
“อีกแล้วเหรออีปอย...” ดาวเหนือปวดขมับ เพื่อนแต่ละคนให้มันได้อย่างงี้สิ ให้ตายเถอะ
“ไปเจอมันก่อนแล้วกันเมิง...เอาไงต่อค่อยว่ากัน” ดาวเหนือเป็นห่วงไอย เพราะเวลารู้สึกดึ่ง แล้วอาการหนักอย่างกับคนเป็นโรคซึมเศร้า หากปล่อยให้อยู่คนเดียวจะอันตราย
“พนันกันไหมชะนี” เก้งหนุ่มอย่างออฟ แบะปากมองบนอย่างรู้ทัน
“เออ...ช่างมันเถอะไปปลอบมันหน่อย” ดาวเหนือตัดรำคราญให้ไปเจอกันที่ร้านดีที่สุด
ร้านเหล่าย่านทองหล่อ
ดาวเหนือไปถึงหลังจากเพื่อนตุ๊ดและเก้ง เนื่องจากเหมือนเดิม ดูจีพีเอสผิด จีพีเอสให้เลี้ยวขวา เธอเลี้ยวซ้ายแล้วก็วนกลับรถมาใหม่ กว่าจะฝ่าการจราจรกรุงเทพในช่วงเย็นมาได้ ไม่แห้งตายคารถนับว่าแต้มบุญยังสูงอยู่
“อีเหนือ เมิงโทรชวนแต่มาช้าสุดเลยนะ” อีปอยปากตลาด เตรียมด่ากราดเพื่อนชะนี ที่กี่ทีก็หลงทางตลอด อยู่จนจะเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์แล้วก็ยังหลง
“เออ...อีปอย กูดูจีพีเอสแล้วเลี้ยวผิด แล้วไอยเป็นไงบ้าง” มาถึงก็ถามหาเพื่อนสาวที่โทรหาตนเป็นคนแรก แต่กลับมาปลอบเพื่อนเป็นคนสุดท้าย
อีปอยไม่ยอมพูด แต่พยักหน้าให้ดูโน้น อีไอยซบอีออฟราวกับว่าเป็นผู้ใหม่ของมัน
“ไอยเป็นไงบ้าง...”
“เศร้า!! พี่สาธิตเค้าทิ้งกู...” ไอยบอกเพื่อนทั้งน้ำตา
“เรื่องมันเป็นยังไงไหนเล่า”
“ก็มันมาบอกกูว่า...มันไม่ได้รักกู มันเข้ากับกูไม่ได้” ไอยเล่าทั้งน้ำตา
“แล้วมันเข้าไปกี่หนแล้ว ที่บอกเข้าไม่ได้”
“ไม่ต่ำกว่ายี่สิบ” ไอยบอกด้วยสีหน้าสลด
“ยี่สิบ...อกอีปอยจะแตก ผู้ชายสันดานหมา...เด้าจนเบื่อแล้วก็ทิ้ง”
อีปอยตุ๊ดหุ่นอวบพูดด้วยความเดือดด่าน
“อื้อ....แง่งงงงง” ไอยร้องหนักกว่าเก่า
“เอ่อ...เมิงไม่ต้องสนใจหรอก ผู้ชายแบบนั้นหาใหม่ดีกว่า เชื่อกู”
อีออฟเก้งหนุ่มแนะนำเพื่อนสาว
“โน้น...กูว่าเหยื่อมึงมาล่ะ” อีออฟสบสายตาให้เพื่อนเป็นประกายวิ้ง ยกยิ้มฟันขาวเห็นแต่ไกล ให้ผู้ใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในร้านเหล้า
“อีออฟ สายฝอ...” อีปอยพูดสำทับ มองน้ำลายแทบหก
“อีปอย เช็ดน้ำลายหน่อย เกินไปแล้ว” ดาวเหนือไม่ได้หันมามอง เพราะไม่ว่าสไตล์ไหนเธอก็แห้วอยู่ดี แต่ก็พอจะรู้ว่าฝีมือแม่เธอ ส่งคนมาจัดการไม่ให้ใครยุ่งกับเธอ แต่ก็ช่างเถอะยังไงดาวเหนือคนนี้ก็มั่นใจว่า ต้องหาผู้ที่หล่อรวย...ใหญ่ได้อยู่แล้ว
“เมิง...อีเหนือ...เมิงหันไป...” อีออฟสะกิดบอก
“กูแดกแห้วชินละ พวกเมิงเชิญอ่อยตามสบาย” ดาวเหนือกระดกเครื่องดื่มลงคอ ราวกับว่าที่ดื่มนั้นคือน้ำเปล่า
“มึงอีไอย...เมิงไปดิวมา” เก้งหนุ่มถีบเพื่อนออกมาให้ประจันหน้ากับผู้ใหม่
“สวัสดีค่ะ” ปอยทักเป็นภาษาอังกฤษ
“สวัสดีครับ” หนุ่มมาใหม่ทักเธอกลับบ้าง
“ไม่ทราบว่ามีโต๊ะหรือยังคะ...สนใจนั่งกับพวกเราไหมคะ” ปอยกรีดนิ้วไปบนเรือนผม ทัดไว้ที่ใบหูส่งสายตาเชิญชวนอย่างที่สุด ใครมองก็รู้ว่าสนใจผู้ชายคนนี้
แต่ชายหนุ่มคนนั้นกลับอมยิ้มให้เธอ หันกลับไปพูดกับเพื่อนด้วยภาษาอะไรไม่รู้ ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
ดาวเหนือได้ฟังก็ถึงกับวางแก้วเหล้ากึก...!!
“อีเหนือเป็นอะไร” อีปอยถาม
“มันด่าอีไอย...” ดาวเหนือแทบทนฟังไม่ไหวแล้ว
“มันด่าว่า”
“ผู้หญิงไทย ก็หากินแบบนี้เป็นกระหรี่อาชีพเสริม..แต่งตัวก็รู้อยากได้เงินจากพวกเขา”
ฮะ!!! สองตุ๊ดเก้งมองหน้ากันเดือด อีออฟเก้งหนุ่มลุกขึ้นยืน สาดหมัดเข้าไปหาชายฝรั่งนั่นหนึ่งที
ปั่ก!!!
อีออฟสะบัดมือไปมา เนื่องจากเจ็บที่มือนัก
โอ๊ย...!!!
“เมิงมาต่อยกูทำไม” ผู้ชายฝรั่งจากพูดภาษาอะไรก็ไม่รู้ กลับมาพูดภาษาไทยชัดปรื๋อทีเดียว
“อ่าวอีนี่ พูดไทยได้ก็ยังมาด่าภาษาอื่น...คิดว่าพวกกูดูโง่งั้นเหรอ”
“ด่าอะไร” ชายฝรั่งมองหน้าเลิกลั่ก ไม่คิดว่าจะมีคนฟังออก เขาพูดเป็นภาษารัสเซีย
ดาวเหนือทนไม่ไหวสวนกลับบ้าง เป็นภาษารัสเซีย
“ว่าพวกฉันกระหรี่ พวกแกก็ไม่ต่างจากฝรั่งขี้นก กุ๊ย สถุลที่มาด่าคนอื่นแบบนี้”
สองหนุ่มนั่นไม่คิดว่าเธอฟังออก จึงรีบเดินชิ่งหนีออกไป
เพื่อนในกลุ่มหันมองดาวเหนือ ที่มาเหนือเมฆพร้อมกับปรบมือให้เพื่อน
“อีเหนือมันด่าพวกเราภาษาอะไร”
“รัสเซีย”
“เมิงเรียนมากี่ภาษา” ไอยสงสัยเพื่อนที่ทำไมรู้หลายภาษา
“ไทย อังกฤษ รัสเซีย อาหรับ กรีก เยอรมัน”
เชดดดด!!!
ทั้งกลุ่มอุทานพร้อมกัน
“เมิงเรียนทำไม่ก่อน เยอะขนาดนั้น สมองมึงว่าง อ่อ” อีปอยถามเพื่อนชะนีสาว ที่เก่งภาษา
“แม่กูบังคับ หากไม่เชี่ยวชาญภาษาพวกนี้ ต้องกลับไปบ้าน กูขี้เกียจเลยไปเรียนแล้วเอาใบสอบเกรดต่างๆ ไปให้แม่” ดาวเหนือพูดเหมือนที่ทำอยู่ง่าย แต่เพื่อนมองอย่างเหลือเชื่อ
“เมิงโหลดกูเกิลทรานสเลทไว้ในสมอง อ่อ.. ทำไมไม่โหลดจีพีเอสไว้ด้วย ค่ายเดียวกันนะ” อีปอยค่อนแคะเพื่อน
“เออ...กูโง่แผนที่จบไหม...” ดาวเหนือตัดจบเพื่อให้เพื่อนเปลี่ยนเรื่องคุย
เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาใครบางคน ที่จ้องมองมายังเธอด้วยความหน้าสนใจ
“วิล ติดต่อผู้หญิงคนนี้ให้ฉันหน่อย ฉันอยากพาเธอไปดิวกับมาดามมีน” เคลย์ ที่มาถึงเมืองไทยก่อนนัดเจรจา เพื่อดูลู่ทางและสำรวจความได้เปรียบจากการเจรจาในครั้งนี้
“คืนนี้เรียกผู้หญิงเข้าไปไหมครับ” วิลสัน ฮาดลีย์ คนที่โตมาพร้อมกับเคลย์ถามขึ้น เขาเป็นผู้ช่วยและรู้ดีว่าเคลย์ต้องการอะไร
“ขอดีๆ หน่อยนะ ไม่เอาแบบเมื่อคืน จ้องจะจับฉันอย่างเดียว”
งานแต่งของเคลย์และดาวเหนือ ถูกเนรมิตขึ้นในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ในสวนของบ้านฮาดลีย์ โนร่า ที่อาสาจัดการเองทุกอย่าง เรียกได้ว่างานแต่งลูกชายคนโต ทุ่มสุดตัวจนงานที่ออกมาสวยงาม อย่างกับในฝัน ทางเดินของบ่าวสาว ประดับไปด้วยกุหลาบสีขาว และทั้งงานก็เป็นตรีมสีขาว ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ดาวเหนือชอบ ลูกชายสุดที่รักผู้อยากเอาใจภรรยา แอบไปหาข้อมูลมาจนหมด แล้วส่งให้มารดาเป็นผู้จัดการ “ตื่นเต้นไหมจ๊ะลูก” มีนรดาที่อยู่ในห้องแต่งตัวของลูกสาว จับมือแล้วเอ่ยถามขึ้น “ตื่นเต้นมากๆ เลยค่ะแม่ ตอนแม่แต่งงานเป็นเหมือนหนูไหม” ดาวเหนือตอนนี้มือเย็นเฉียบไปหมด เพราะอีกสักพักจะต้องเข้าพิธีแล้ว “ตื่นเต้นสิลูก รู้ไหมแม่นอนไม่หลับเลย จนพ่อของหนูต้องมาอยู่เป็นเพื่อนแม่ทั้งคืน” มีนรดาบอกลูกสาว เพราะตอนนั้นเธอแต่งงานแบบไทย ยังไงคืนก่อนแต่งงานก็ต้องแยกกันอยู่ดี แต่พ่อของดาวเหนือเจ้าเล่ห์นัก แอบปีนมาหาเธอ เพื่อคอยให้กำลังใจ และกล่อมจนหลับ “พ่อเหนือโรแมนติกที่สุดเลย อยากให้เคลย์เหมือนพ่อจัง ที่รักแม่มากที่สุด” ดาวเหนือพูดกับมารดาตัวเอง “แม่ว่าเคลย์รักเหนือมาก
อเล็กและมีนรดาตัดสินใจพักฟื้นที่รัสเซียหนึ่งเดือน เนื่องจากคุณหมอประเมินอาการแล้ว ต้องดูแลใกล้ชิดอีกสักหน่อย ก่อนเดินทางไกล ดาวเหนือก็ไม่ห่างพ่อกับแม่ เธอมานอนค้างที่บ้านพักที่พ่อใช้พักฟื้น จนผ่านไปสามวันเคลย์ก็มาตาม “เคลย์ลูก มาหาดาวเหนือเหรอ” มีนรดา ถามว่าที่ลูกเขย ที่เดินหน้ามุ่ย น่าจะเพิ่งกลับจากทำงาน “ครับ ดาวเหนืออยู่ไหนครับแม่” เคลย์ถามมีนรดา “พ่อลูกกำลังนั่งคุยกันอยู่ทางโน้นจ๊ะ ตั้งแต่พ่อเขากลับมาพูดไม่หยุดเลย จนแม่ไม่รู้จะฟังเรื่องอะไรก่อน สงสัยคงคิดถึงกันมาก” มีนรดาอมยิ้ม ลูกสาวจากที่เก็บตัวเงียบๆ มาหลายปี วันนี้ดูสดใสขึ้นมาก “เห็นดาวเหนือยิ้มได้แบบนี้ผมก็สบายใจครับ แม่ครับผมอยากแต่งงานกับดาวเหนือ ตอนนี้คุณพ่อก็อยู่ด้วยจะได้ร่วมงานกันที่นี่เลย” เคลย์พูดด้วยความตั้งใจจริง เขาคิดมาแล้ว แต่ดาวเหนือยังไม่ตอบตกลงสักที พูดมาจนเกือบอาทิตย์แล้ว จนต้องมาตามกลับไปนอนด้วย “แม่ก็เห็นด้วยกับเคลย์นะ” มีนรดาที่อยากให้ทั้งคู่แต่งงานกันเร็วๆ เธอเองจะได้หมดห่วง ตอนนี้สามีเธอกลับมาแล้ว คิดว่าไม่ต้องพึ่งลูกสาวเรื่องที่บ้าน
ดาวเหนือตบหน้าธราธรไปฉาดใหญ่ แล้วก็ต้องการให้เขาปล่อยพ่อของเธอธนาธรเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเล็กน้อย เพราะแรงที่ดาวเหนือตบ ทำให้ปากเขาแตก กลิ่นคาวเลือดจางๆ ในปากบอกได้เป็นอย่างดี“หึ...จะตายอยู่แล้วยังปากดีอีก...” ธราธรเงื้อมือจะจัดการดาวเหนือ แต่ทว่าเคลย์มาจับแล้วก็ขวางไว้ เขาอาปืนขึ้นจ่อหัวของธราธร เพราะมันไม่น่าจะเก่งต่อสู้เหมือนเขา“แกกล้าทำร้ายเมียฉันก็ลองดู” เคลย์กัดฟันกรอดพูดลอดไรฟันออกมา“แก...” ธราธรที่คิดว่าตัวเองวางแผนมาดี แต่กลับมาเสียท่าเพราะไอ้บ้านี่นึกเจ็บใจนัก“ปล่อยพ่อดาวเหนือซะ...” เคลย์เอาปืนจ่อที่หัว พร้อมลั่นไกทุกเมื่อ หากมันตุกติก“แกคิดว่าจะออกไปจากห้องนี้ได้งั้นเหรอ ไม่มีวันหรอก” ธราธรเปิดสัญญาณเตือนภัย แล้วห้องจะถูกปิดตาย“เคลย์...ทำไงดี...พ่อ”“คุณกับมาดามไปเอา ไอ้นี่ไปเอาเปิดประตู ช่วยคุณพ่อมาก่อน ส่วนไอ้นี่ผมจัดการเอง” เคลย์กดหัวธราธรจมพื้นแล้วเอาเข่ากดไว้อีกที“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...แกทำอะไรไม่ได้หรอก สุดท้ายพวกแกก็จะตายอยู่ในนี้อยู่ดี” ธราธรพูดอย่างเดือดด่าน“งั้นก็มาค่อยดูกัน” เคลย์มั่นใจว่าพ่อกับลุงไมลีน่าจะพร้อมชาร์ตแล้ว จึงไม่กลัวสิ่งใด“เดม่อน ...เร็วช่วยพ่อหน่
“แม่ค่ะ แม่ไปคุยงานวันไหนค่ะ” ดาวเหนือถามมารดา เธอคิดจะไปเป็นเพื่อนมารดา เพราะอยากรู้เรื่องธุรกิจของที่บ้านด้วย “พรุ่งนี้แม่ขอพักวันหนึ่ง วันมะรืนถึงจะมีนัดเจรจาจ๊ะ” “เหนือไปด้วยได้ไหม เหนือจะได้ช่วยแม่ไงค่ะ” แค่ก แค่ก ๆ เคลย์สำลักขึ้นมาทันที ที่เมียรักจะตามแม่ไปทำงานด้วย แบบนี้ก็ตายเลยสิ “ตาเคลย์เสียมารยาท” โนร่าปรามลูกชาย “ขอโทษครับแม่” เคลย์เอ่ยขอโทษ “เอ่อ...ผมว่าวันนั้นให้ผมไปเป็นเพื่อนไหมครับ พอดีช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานครับ” เคลย์อาสาไปดูแลเมียกับแม่ยายเอง เพราะหากปล่อยไปสองคน เดี๋ยวกลัวจะเกิดเรื่อง “ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ” มีนรดาเอ่ยอย่างเกรงใจ “ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ ให้ตาเคลย์ไปด้วยดีแล้วค่ะ”โนร่าเห็นด้วยกับลูกชายเพราะว่า หากลูกชายไปมีอะไรจะได้ช่วยกันได้ “ถ้าอย่างนั้นแม่รบกวนด้วยนะ” มีนรดาจำต้องตกลง เคลย์ค่อยหายใจโล่งหน่อย หลังจากมื้อค่ำเสร็จดาวเหนือก็คลุกอยู่กับแม่ในห้อง เคลย์ที่อยากเอาเมียมานอนด้วย เขาจึงคิดหาวิธีดึงเมียเข้ามาที่ห้องเขา “คุณกระเ
มาดามมีนรดา เมื่อจัดการสะสางงานทางนี้เสร็จแล้ว ก็รีบเตรียมตัวเดินทางไปมอสโก โดยไม่ลืมที่จะเอาบอดี้การ์ดมือหนึ่งอย่างเดม่อนไปด้วย งานนี้ต้องไปเจรจาเรื่องสำคัญจึงขาดเดม่อนไม่ได้ “เดม่อนเตรียมตัวเสร็จแล้วใช่ไหม” มีนรดาเรียกลูกน้องคนสนิทเข้ามาซักถาม “เรียบร้อยแล้วครับ” “ดี อีกสามวันเดินทางน่าจะไม่มีปัญหาอะไร ทางนี้ฉันเคลียร์งานเสร็จแล้ว จะไปคุยเรื่องดาวเหนือด้วยคิดว่าคงหลายวัน” มาดามมีนรดา บอกกับบอดีการ์ดคนสนิท “เอ่อ...มาดามครับ แน่ใจเรื่องคุณดาวเหนือกับ คุณอารอนแล้วเหรอครับ” เดม่อนถามย้ำ เขาไม่ค่อชอบใจเรื่องนี้นัก “ลูกรักใครฉันก็รักทั้งนั้นแหละ ฉันรู้นายดูแลดาวเหนือมาตั้งแต่เล็ก ถึงเวลาที่ดาวเหนือต้องมีครอบครัวแล้ว” มีนรดาเข้าใจว่าลูกน้องของเธอ รักและเป็นห่วงลูกสาวเธอมาก เพราะตั้งแต่ที่พ่อของดาวเหนือจบชีวิตลงคราวนั้น ก็เห็นมีแต่เดม่อนที่เข้าหน้าลูกสาวเธอได้อยู่คนเดียว กับเธอเสียอีก ที่เวลามีอะไรแล้วจะไม่ค่อยบอก “ครับ” เดม่อนเดินกำหมัดแน่นออกไป เรื่องนี้เขาไม่อยากให้จบแบบนี้ ต้องมีทางสิเขาติดต่อใครบางคน เมื่อพูดคุยกัน
ไมลีและโลเวล สืบจนได้เรื่องแล้วว่า ตอนนี้ดร.แอเรียลอยู่ในมือใคร แต่ที่ไม่เข้าใจคือ เหตุใดจึงมุ่งเป้ามาที่บ้านฮาดลีย์ จุดประสงค์อะไรกันแน่ เพราะทางฮาดลีย์เอง ก็ไม่ได้เกี่ยวอันใดกับทางนั้นเลย “ไมลี นายคิดว่ามัน ต้องการอะไร” “ต้องการมีอำนาจ เพราะหากดร.แอเรียล คือคนที่จะทำให้สามารถสร้างอาวุธที่ทรงพลังได้จริง นั่นจะเป็นอันตรายมาก” ไมลีคาดเดา เพราะผู้ที่อยากครอบครองอาวุธหนัก ก็ต้องการเป็นเจ้าครองโลกด้วยกันทั้งนั้น “แล้วเหตุใดต้องพุ่งเป้ามาที่ฮาดลีย์” ไมลีส่ายหน้า เพื่อนคาดเดาผิดไปแล้ว ฮาดลีย์แค่หมาก ผู้ที่พวกมันต้องการคือ ปัฐวิกานต์ต่างหาก “ดาวเหนือคือกุญแจสำคัญ หากให้ฉันเดา ดร.แอเรียลเป็นพ่อของหนูดาวเหนือจริง หากเอาครอบครัวมาขู่ เขาก็สามารถทำทุกอย่างตามคำสั่ง” “ซับซ้อน...” “ใช่ซับซ้อน” ไมลีครุ่นคิด จากประสบการณ์การเป็นสายลับมาหลายปี เข้าไปแฝงอยู่ทุกกลุ่ม ทั้งก่อการร้ายและไม่ใช่พวกก่อการร้าย เป้าหมายพวกนี้คืออำนาจ ส่วนเงินเป็นส่วนประกอบเท่านั้น “แล้วครอบครัวหนูดาวเหนือก็อันตรายนะสิ ฉันได้ยินโนร่า







