登入เมื่อไม่นานมานี้ น้องเมียที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายแวะมาเที่ยว และขอพักอยู่ที่บ้านของผมเป็นการชั่วคราว เด็กสาวที่เติบโตเต็มวัยจนทรวดทรงองค์เอวอวบอัดสะพรั่ง มักจะสวมเสื้อสายเดี่ยวตัวจิ๋วกับกางเกงขาสั้นกุดเดินไปเดินมาในบ้านทุกวัน แถมหล่อนยังไม่ชอบสวมยกทรงอีกต่างหาก ยามที่หล่อนเดินหรือนั่งลง ทรวงอกอวบอิ่มคู่นั้นมักจะชูชันเด่นหรา หน้าท้องแบนราบคอดกิ่วรับกับบั้นท้ายกลมกลึงที่งอนเชิดอยู่ตลอดเวลา ภาพเย้ายวนตาขนาดนี้... ผู้ชายก็คงคิดกันไปไหนถึงไหน โดยเฉพาะกับคนประเภทที่มีทั้งความกระสันและมีความกล้าเต็มประดาอย่างผม คำว่าน้องเมียสำหรับผมแล้ว มันคือสิ่งเร้าที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ายวนใจขั้นสุดยอด...
查看更多เมื่อกี้ภรรยาเอาแรงจากไหนมาฉุดกระชากตัวผมแล้วเหวี่ยงออกไปด้านข้างกันนะ?หล่อนออกจะผอมบางและอ่อนแอขนาดนั้น หล่อนทำแบบนั้นลงไปได้ยังไงกัน? คนที่สมควรตายมันควรจะเป็นผมแท้ๆ...ไม่ ยังไม่ตาย ภรรยาของผมยังไม่ตาย...โชคดีที่แถวๆ โรงแรมมีโรงพยาบาลอยู่แห่งหนึ่ง รถกู้ชีพจึงเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีหลังจากเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์มาถึง ผมก็ถูกเทียนนี่ดึงตัวออกมาอยู่อีกด้านหนึ่งเทียนนี่เอ่ยปากพูดสะอื้นไห้จนจับใจความแทบไม่ได้ "ไม่เป็นไรนะ... พี่สาวต้องไม่เป็นไร คุณหมอต้องมีวิธีช่วยแน่ๆ อย่ากังวลไปเลยนะ... อย่ากังวลเลย..."หล่อนเห็นได้ชัดว่ากำลังใช้คำพูดปลอบใจผมเพื่อสะกดข่มความขวัญเสียของตัวเอง ร่างกายของหล่อนสั่นเทายิ่งกว่าผมเสียอีก มือที่จับแขนผมไว้เย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็ง"เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สัญญาณชีพจรและการหายใจหยุดทำงานหมดแล้ว..."ผมได้ยินเสียงคุณหมอคนหนึ่งลดเสียงต่ำเอ่ยปากปรึกษากับหมออีกคนผมรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าเข้ากลางกบาล ร่างกายทรุดฮวบจนแทบจะทรงตัวยืนไว้ไม่อยู่"โทรแจ้ง 191 เพื่อรายงานต่อตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ หรือหน่วยงานจัดการจราจรของกรมตำรวจเถอะ ทาง
เมื่อเห็นดังนั้น ผมจึงหันไปถามหล่อนทันควัน "ใครเปลี่ยนกางเกงในให้ฉัน? เธอเป็นคนเปลี่ยนงั้นเหรอ?"ทันทีที่ประโยคนี้หลุดจากปาก ในหัวก็พลันผุดความทรงจำรำไรขึ้นมาว่าเมื่อคืนคล้ายกับผมจะ... คล้ายกับมีเซ็กส์งั้นเหรอ? หรือว่าเป็นแค่ฝันเปียกกันแน่?เทียนนี่ถูกเสียงตะโกนของผมปลุกจนตื่นขึ้นมาอีกคน ผมจ้องมองพวกหล่อนทั้งสองคนสลับไปมา ก่อนจะเอ่ยปากถามออกไปตรงๆ อย่างไม่อ้อมค้อม "เมื่อคืนพวกเธอแอบใส่อะไรลงไปในเหล้าให้ฉันกินหรือเปล่า? ปกติฉันไม่มีทางเมาพับเร็วขนาดนี้แน่ๆ"ภรรยาเอ่ยตอบ "เปล่านะคะ... กางเกงของคุณฉันเป็นคนเปลี่ยนให้เองแหละ พอพวกเราอาบน้ำเสร็จเดินออกมาเห็นคุณหลับสนิทเป็นตาย ก็เลยกะว่าจะช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เฉยๆ"ผมหันไปมองเทียนนี่ หล่อนใช้สายตาที่ยังคงสะลึมสะลือเนื่องจากเพิ่งตื่นนอนจ้องตอบกลับมา ซึ่งผมดูไม่ออกเลยจริงๆ ว่าหล่อนกำลังเสแสร้งแกล้งทำอยู่หรือไม่ผมอ้าปากค้างทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิด โดยไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อวันนี้ยังคงมีโปรแกรมท่องเที่ยวรออยู่ ช่างมันเถอะ... แกล้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไปก่อนแล้วกันผมพูดขึ้นว่า "ไม่มี
ช่วงค่ำหลังจากกินข้าวเสร็จอุณหภูมิก็ลดต่ำลง พวกเราจึงพากันกลับเข้าโรงแรมที่จองไว้ล่วงหน้าก่อนกำหนดเทียนนี่เหลือบไปเห็นไพ่ป๊อกกับลูกเต๋าที่วางอยู่บนโต๊ะ หล่อนพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า "พวกเรามาเล่นเกมก๊งเหล้ากันเถอะค่ะ!"ผมเอ่ยปากขัด "จะเล่นก็เล่นไปสิ แต่จะดื่มเหล้าทำไมกัน"เทียนนี่ได้ยินดังนั้นก็เบ้ปากทันควัน ภรรยาเห็นท่าไม่ดีจึงพูดขึ้นมาว่า "ยัยนี่ก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หล่อนอยากดื่มก็ปล่อยให้ดื่มเถอะ ถือโอกาสทดสอบคอไปด้วยเลย ดื่มเมาต่อหน้าคนในครอบครัวยังไงก็ดีกว่าไปเมาแอ๋ข้างนอก"ผมมองไปที่คิวอาร์โค้ดสำหรับสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนโต๊ะ พอกดสแกนเข้าไปเช็กประเภทดูก็เห็นว่ามีพวกค็อกเทลดีกรีต่ำอยู่ จึงยอมตกลงภรรยาโน้มตัวเข้ามาดูด้วย หล่อนกดสั่งเหล้าขาวดีกรีสูงมาสามกระป๋อง พร้อมกับยิ้มขำแล้วพูดว่า "นานๆ ทีจะได้ดื่มเหล้ากัน เอาให้สุดเหวี่ยงไปเลยดีกว่า อีกอย่าง ไหนๆ ก็บอกว่าจะวัดคอยัยหนูแล้วไม่ใช่เหรอ? ดีกรีต่ำพวกนั้นคงไม่พอหรอก ขนาดฉันเองยังไม่รู้สึกเลยมั้ง"ผมขมวดคิ้วมุ่น ลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่สุดท้ายก็ยอมตามใจภรรยาพอเหล้าถูกยกมาส่งถึงห้อง พวกเราก็เริ่มล้อมวงเล่นไพ่กันฝีมือการ
ทว่าในวินาทีนั้นเอง ห้องข้างๆ กลับมีเสียงดัง "ตุบ!" แว่วข้ามมา ตามด้วยเสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวดของภรรยาผมตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ รีบกุลีกุจอคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่แล้ววิ่งหน้าตั้งไปยังห้องนอนใหญ่ ทว่ากลับพบภรรยานอนคุดคู้อยู่บนพื้น มือหนึ่งกุมท้องไว้แน่น ใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อกาฬไหลโซม "ที่รักคะ... ฉันปวดท้องเหลือเกินค่ะ"กว่าผมจะขับรถพาร่างของภรรยามาส่งถึงโรงพยาบาล ท้องฟ้าก็เริ่มส่งแสงรำไรจวนจะรุ่งสางแล้วสองวันให้หลัง ผลการตรวจร่างกายก็ออกมา มะเร็งปากมดลูกหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น ผมพาหล่อนไปเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลประจำเมือง ชีวิตน่ะ รอดตายหวุดหวิดรักษาไว้ได้ แต่ทว่าต้องแลกกับการถูกตัดมดลูกทิ้งไปช่วงปีแรกหลังการผ่าตัดนับเป็นช่วงเวลาที่ทรมานใจที่สุด อารมณ์ของหล่อนแปรปรวนไม่คงที่ ตัวหล่อนเองก็รู้ดีว่านิสัยเปลี่ยนไป บางครั้งยังเอ่ยปากบอกไม่ให้ผมถือสาหาความ ส่วนตัวผมเองก็คอยเอาอกเอาใจใส่ใจหล่อนเป็นอย่างดี และเป็นฝ่ายเสนอตัวช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านให้มากขึ้นแต่เป็นเพราะสูญเสียมดลูกไป ภรรยาจึงเอาแต่จมปลักอยู่กับความทุกข์โศกซึมเศร้าไปวันๆ หล่อนรู้สึกผิดที่ไม่อาจปล่อยให้มีทา