Share

บทที่ 3

Author: กระต่ายนัมบะ
ผมเดินเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวของน้องเมีย เปิดลิ้นชักตู้เสื้อผ้าออก ก็เห็นกางเกงในลายน่ารักๆ จัดวางเรียงรายไว้อย่างเป็นระเบียบ จึงหยิบกางเกงในตัวจิ๋วลายสตรอว์เบอร์รี่ติดมือมาตัวหนึ่ง จากนั้นก็เดินกลับมาที่หน้าห้องน้ำ เคาะประตูเบาๆ แล้วยื่นกางเกงในส่งเข้าไปด้านใน

น้องเมียแง้มประตูออกเล็กน้อย รีบรับกางเกงในไปสวมใส่ทันที

อึดใจต่อมา ไอละอองน้ำอุ่นจากในห้องน้ำก็ลอยล่องออกมา พร้อมกับร่างของน้องเมียที่สวมเพียงเสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงในปรากฏขึ้นตรงหน้าผม

ผิวพรรณของหล่อนหลังอาบน้ำร้อนเสร็จใหม่ๆ ดูเนียนลื่นราวกับแก้วเจียระไน และด้วยความที่ไม่ได้สวมยกทรง ประกอบกับเสื้อสายเดี่ยวทำจากผ้าฝ้ายเนื้อบางเฉียบ ทรวดทรงองเอวอันอวบอิ่มคู่ตึงนั้นจึงเด่นหราชัดเจนจนเห็นยอดอกนูนเด่นเป็นตุ่มไตเล็กๆ ทั้งสองข้าง

ส่วนกางเกงในลายสตรอว์เบอร์รี่ท่อนล่างนั้นดูเหมือนจะตัวเล็กไปสักหน่อย จนแทบจะโอบอุ้มบั้นท้ายกลมกลึงอวบอัดเอาไว้ไม่มิด และเน้นย้ำสัดส่วนเนินเนื้อสาวด้านหน้าให้เด่นชัด

เมื่อเห็นผมยืนขวางประตูอยู่ น้องเมียก็คงจะยังอายอยู่ไม่น้อย ผิวขาวผ่องของหล่อนพลันขึ้นสีแดงระเรื่อ

"พี่... พี่เขยคะ พี่ไปเข้าห้องน้ำเถอะค่ะ..."

ยามที่ได้กลิ่นหอมกรุ่นจากเรือนร่างสาวแรกรุ่นลอยมาเตะจมูกเป็นระยะขนาดนี้ หากผมยังทนไหวก็คงไม่ใช่คนแล้ว ผมจัดการรวบตัวน้องเมียเข้ามาไว้ในอ้อมแขนแล้วประกบริมฝีปากบดจูบลงไปทันที สอดแทรกปลายลิ้นผ่านไรฟันที่ปิดสนิท ไล้เลียไปตามริมฝีปากนุ่มนวลอย่างแผ่วเบาและช่ำชอง

"อื้อ... อือ..."

น้องเมียครางประท้วงในลำคอ แว่วเสียงครางอื้ออึงที่แฝงไปด้วยความวาบหวาม แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงค่อยๆ อ่อนระทวยและโค้งงอลงทีละน้อย จนกระทั่งไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืนและซบลงในอ้อมอกของผมอย่างหมดท่า

ผ่านไปร่วมสองสามนาที หล่อนก็ยังคงไม่ยอมอ้าปากออก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตื่นเต้นจนคิดต่อต้าน หรือเป็นเพราะสมองเบลอไปหมดจนทำอะไรไม่ถูกกันแน่

ผมจึงตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยละลายพฤติกรรมสักหน่อย โดยการทาบฝ่ามือลงบนทรวงอกอวบหยุ่นของหล่อน

นี่คงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เติบโตเป็นสาวเต็มวัยที่หล่อนถูกผู้ชายสัมผัสหน้าอก ท่อนแขนเรียวรีบยกขึ้นมาจับข้อมือของผมไว้แน่นเพื่อดึงออกทันที

ทว่าแรงอารมณ์ที่อยากจะอุทานด้วยความตกใจนั้น กลับทำให้ไรฟันที่เคยปิดสนิทเผยออ้าออกจนได้

เมื่อแผนเบี่ยงเบนความสนใจประสบความสำเร็จ ผมก็ส่งเรียวลิ้นเข้าไปสำรวจความอุ่นชื้นภายในโพรงปากอย่างย่ามใจ ตวัดเกี่ยวรัดตรึงลิ้นเล็กๆ ของหล่อนที่หมดทางหนีทีไล่ได้อย่างเชี่ยวชาญ

น้ำลายเหนียวหนืดพลันผสมผสานพัวพันกันนัวเนีย

รสจูบอันลึกซึ้งและร้อนแรงถึงพริกถึงขิงขนาดนี้ เพียงพอที่จะทำให้เด็กสาวที่ไร้เดียงสาและไม่มีประสบการณ์ความรักต้องยอมสยบอย่างราบคาบ

ยามที่ผมสอดมือเข้าไปใต้เสื้อสายเดี่ยวอีกครั้งเพื่อลองเชิงลูบไล้ขึ้นมา น้องเมียขยับเอวบิดไปมาเล็กน้อย และยังคงเอื้อมมือมากุมมือของผมไว้ ทว่าคราวนี้ หล่อนไม่ได้ออกแรงกระชากมันออกไปอีกแล้ว

นิ้วมือทั้งห้าที่กางออก จึงได้โอกาสบีบเฟ้นเค้นคลึงทรวงอกอันเต่งตึงของสาวบริสุทธิ์อย่างหนำใจ

ในเมื่อได้คืบก็ต้องเอาศอก ในเมื่อได้จูบได้ลูบคลำหน้าอกแล้ว มีหรือที่ผมจะหลงเหลือความเกรงใจใดๆ อีก ผมละริมฝีปากออกจากเรียวลิ้นของหล่อนหลังจากจูบกันอยู่ครู่ใหญ่ แล้วเลื่อนลงไปโจมตีที่ซอกคอขาวเนียนแทน

"พี่... พี่เขย... อย่าลูบตรงนั้นสิคะ... อ๊า..."

น้องเมียร่างกายอ่อนระทวย หล่อนเอ่ยปากห้ามปรามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักแผ่วเบา

แต่เมื่อริมฝีปากของผมทาบลงบนจุดอ่อนไหวข้างลำคอ หล่อนก็กักเก็บเสียงครางหวานหยดย้อยเอาไว้ไม่อยู่ น้ำเสียงแปลเปลี่ยนเป็นออดอ้อนและเซ็กซี่ขึ้นมาทันที

เมื่อเสียงครางกระเส่าเริ่มถี่กระชั้นขึ้นตามจังหวะการบีบเฟ้นหน้าอกที่เร่งเร้าของผม ความอดทนของผมก็พังทลายลงจนถึงขีดสุด ผมไซ้เลียติ่งหูของหล่อนพลางกระซิบกระซาบด้วยลมหายใจหอบพร่า "นีนี่ ชอบให้พี่ลูบแบบนี้ไหม?"

"ชอบค่ะ..." หล่อนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังละเมอ ก่อนจะพึมพำเสียงแผ่ว "แต่คุณเป็นพี่เขยของหนูนะ..."

ผมย่อตัวลง ช้อนร่างของหล่อนขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวได้อย่างง่ายดาย แล้วสาวเท้าก้าวเข้าไปในห้องนอน วางร่างของหล่อนลงบนเตียงนุ่มที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอม พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "งั้นยอมให้พี่เขยช่วยเปิดซิงให้นะเด็กดี?"

"คือ... คือว่า..."

น้องเมียมีแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด หล่อนขยับตัวร่นถอยไปที่มุมเตียง เรียวขาทั้งสองข้างหุบเข้าหากันตามสัญชาตญาณ ใบหน้าแดงก่ำราวกับกำลังจับไข้ "ถ้าพี่สาวรู้เข้าจะทำยังไงคะ?"

"เธอไม่พูดฉันไม่พูด แล้วหล่อนจะรู้ได้ยังไงล่ะ?"

ผมไม่ยอมรีรอให้เสียเวลาอีกต่อไป อาศัยจังหวะที่เด็กสาวกำลังลังเลใจ สอดสองมือเข้าไปใต้เสื้อสายเดี่ยวของหล่อนอีกครั้งอย่างไร้สิ่งกีดขวาง แล้วกุมหมับเข้าที่ทรวงอกอวบอัดเต็มไม้เต็มมือ

น้องเมียสะดุ้งเฮือกเนื้อตัวสั่นเทา ทว่าหล่อนกลับไม่ได้ปัดป้องมือของผมออก แต่กลับเป็นฝ่ายค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาประกบจูบกับผมอย่างเต็มใจ

ผมรู้ดีว่าหล่อนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบอันลึกซึ้งที่พัวพันกันนัวเนียนี้ จึงยอมละความสนใจจากการสำรวจจุดอื่นชั่วคราว ผมจูบหล่อนอย่างดูดดื่มรุนแรง พลางอาศัยจังหวะจัดการถอดกางเกงและกางเกงในของตัวเองออกอย่างเงียบๆ

"อื้อ... อือ..."

ลิ้นของเด็กสาวถูกผมดูดดึงและเล้าโลมอย่างต่อเนื่อง เสียงครางละมุนในลำคอดังประสานกันไม่ขาดสาย ร่างกายของหล่อนอ่อนระทวยอยู่บนเตียง ยอมยกแขนขึ้นอย่างว่าง่ายเพื่อให้ผมถอดเสื้อสายเดี่ยวออกจากร่าง

พริบตานั้น เรือนร่างกึ่งเปลือยเปล่าอันสะอาดสะอ้านหมดจดของเด็กสาวแรกรุ่นก็ปรากฏแก่สายตาของผม

และที่ตรงเป้าของกางเกงในตัวจิ๋วลายสตรอว์เบอร์รี่ตัวนั้น ตอนนี้ได้มีรอยคราบน้ำหวานซึมเป็นวงจางๆ ออกมาเรียบร้อยแล้ว...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลิ้มรสท้อสุกงอม   บทที่ 7

    เมื่อกี้ภรรยาเอาแรงจากไหนมาฉุดกระชากตัวผมแล้วเหวี่ยงออกไปด้านข้างกันนะ?หล่อนออกจะผอมบางและอ่อนแอขนาดนั้น หล่อนทำแบบนั้นลงไปได้ยังไงกัน? คนที่สมควรตายมันควรจะเป็นผมแท้ๆ...ไม่ ยังไม่ตาย ภรรยาของผมยังไม่ตาย...โชคดีที่แถวๆ โรงแรมมีโรงพยาบาลอยู่แห่งหนึ่ง รถกู้ชีพจึงเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีหลังจากเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์มาถึง ผมก็ถูกเทียนนี่ดึงตัวออกมาอยู่อีกด้านหนึ่งเทียนนี่เอ่ยปากพูดสะอื้นไห้จนจับใจความแทบไม่ได้ "ไม่เป็นไรนะ... พี่สาวต้องไม่เป็นไร คุณหมอต้องมีวิธีช่วยแน่ๆ อย่ากังวลไปเลยนะ... อย่ากังวลเลย..."หล่อนเห็นได้ชัดว่ากำลังใช้คำพูดปลอบใจผมเพื่อสะกดข่มความขวัญเสียของตัวเอง ร่างกายของหล่อนสั่นเทายิ่งกว่าผมเสียอีก มือที่จับแขนผมไว้เย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็ง"เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สัญญาณชีพจรและการหายใจหยุดทำงานหมดแล้ว..."ผมได้ยินเสียงคุณหมอคนหนึ่งลดเสียงต่ำเอ่ยปากปรึกษากับหมออีกคนผมรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าเข้ากลางกบาล ร่างกายทรุดฮวบจนแทบจะทรงตัวยืนไว้ไม่อยู่"โทรแจ้ง 191 เพื่อรายงานต่อตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ หรือหน่วยงานจัดการจราจรของกรมตำรวจเถอะ ทาง

  • ลิ้มรสท้อสุกงอม   บทที่ 6

    เมื่อเห็นดังนั้น ผมจึงหันไปถามหล่อนทันควัน "ใครเปลี่ยนกางเกงในให้ฉัน? เธอเป็นคนเปลี่ยนงั้นเหรอ?"ทันทีที่ประโยคนี้หลุดจากปาก ในหัวก็พลันผุดความทรงจำรำไรขึ้นมาว่าเมื่อคืนคล้ายกับผมจะ... คล้ายกับมีเซ็กส์งั้นเหรอ? หรือว่าเป็นแค่ฝันเปียกกันแน่?เทียนนี่ถูกเสียงตะโกนของผมปลุกจนตื่นขึ้นมาอีกคน ผมจ้องมองพวกหล่อนทั้งสองคนสลับไปมา ก่อนจะเอ่ยปากถามออกไปตรงๆ อย่างไม่อ้อมค้อม "เมื่อคืนพวกเธอแอบใส่อะไรลงไปในเหล้าให้ฉันกินหรือเปล่า? ปกติฉันไม่มีทางเมาพับเร็วขนาดนี้แน่ๆ"ภรรยาเอ่ยตอบ "เปล่านะคะ... กางเกงของคุณฉันเป็นคนเปลี่ยนให้เองแหละ พอพวกเราอาบน้ำเสร็จเดินออกมาเห็นคุณหลับสนิทเป็นตาย ก็เลยกะว่าจะช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เฉยๆ"ผมหันไปมองเทียนนี่ หล่อนใช้สายตาที่ยังคงสะลึมสะลือเนื่องจากเพิ่งตื่นนอนจ้องตอบกลับมา ซึ่งผมดูไม่ออกเลยจริงๆ ว่าหล่อนกำลังเสแสร้งแกล้งทำอยู่หรือไม่ผมอ้าปากค้างทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิด โดยไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อวันนี้ยังคงมีโปรแกรมท่องเที่ยวรออยู่ ช่างมันเถอะ... แกล้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไปก่อนแล้วกันผมพูดขึ้นว่า "ไม่มี

  • ลิ้มรสท้อสุกงอม   บทที่ 5

    ช่วงค่ำหลังจากกินข้าวเสร็จอุณหภูมิก็ลดต่ำลง พวกเราจึงพากันกลับเข้าโรงแรมที่จองไว้ล่วงหน้าก่อนกำหนดเทียนนี่เหลือบไปเห็นไพ่ป๊อกกับลูกเต๋าที่วางอยู่บนโต๊ะ หล่อนพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า "พวกเรามาเล่นเกมก๊งเหล้ากันเถอะค่ะ!"ผมเอ่ยปากขัด "จะเล่นก็เล่นไปสิ แต่จะดื่มเหล้าทำไมกัน"เทียนนี่ได้ยินดังนั้นก็เบ้ปากทันควัน ภรรยาเห็นท่าไม่ดีจึงพูดขึ้นมาว่า "ยัยนี่ก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หล่อนอยากดื่มก็ปล่อยให้ดื่มเถอะ ถือโอกาสทดสอบคอไปด้วยเลย ดื่มเมาต่อหน้าคนในครอบครัวยังไงก็ดีกว่าไปเมาแอ๋ข้างนอก"ผมมองไปที่คิวอาร์โค้ดสำหรับสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนโต๊ะ พอกดสแกนเข้าไปเช็กประเภทดูก็เห็นว่ามีพวกค็อกเทลดีกรีต่ำอยู่ จึงยอมตกลงภรรยาโน้มตัวเข้ามาดูด้วย หล่อนกดสั่งเหล้าขาวดีกรีสูงมาสามกระป๋อง พร้อมกับยิ้มขำแล้วพูดว่า "นานๆ ทีจะได้ดื่มเหล้ากัน เอาให้สุดเหวี่ยงไปเลยดีกว่า อีกอย่าง ไหนๆ ก็บอกว่าจะวัดคอยัยหนูแล้วไม่ใช่เหรอ? ดีกรีต่ำพวกนั้นคงไม่พอหรอก ขนาดฉันเองยังไม่รู้สึกเลยมั้ง"ผมขมวดคิ้วมุ่น ลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่สุดท้ายก็ยอมตามใจภรรยาพอเหล้าถูกยกมาส่งถึงห้อง พวกเราก็เริ่มล้อมวงเล่นไพ่กันฝีมือการ

  • ลิ้มรสท้อสุกงอม   บทที่ 4

    ทว่าในวินาทีนั้นเอง ห้องข้างๆ กลับมีเสียงดัง "ตุบ!" แว่วข้ามมา ตามด้วยเสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวดของภรรยาผมตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ รีบกุลีกุจอคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่แล้ววิ่งหน้าตั้งไปยังห้องนอนใหญ่ ทว่ากลับพบภรรยานอนคุดคู้อยู่บนพื้น มือหนึ่งกุมท้องไว้แน่น ใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อกาฬไหลโซม "ที่รักคะ... ฉันปวดท้องเหลือเกินค่ะ"กว่าผมจะขับรถพาร่างของภรรยามาส่งถึงโรงพยาบาล ท้องฟ้าก็เริ่มส่งแสงรำไรจวนจะรุ่งสางแล้วสองวันให้หลัง ผลการตรวจร่างกายก็ออกมา มะเร็งปากมดลูกหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น ผมพาหล่อนไปเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลประจำเมือง ชีวิตน่ะ รอดตายหวุดหวิดรักษาไว้ได้ แต่ทว่าต้องแลกกับการถูกตัดมดลูกทิ้งไปช่วงปีแรกหลังการผ่าตัดนับเป็นช่วงเวลาที่ทรมานใจที่สุด อารมณ์ของหล่อนแปรปรวนไม่คงที่ ตัวหล่อนเองก็รู้ดีว่านิสัยเปลี่ยนไป บางครั้งยังเอ่ยปากบอกไม่ให้ผมถือสาหาความ ส่วนตัวผมเองก็คอยเอาอกเอาใจใส่ใจหล่อนเป็นอย่างดี และเป็นฝ่ายเสนอตัวช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านให้มากขึ้นแต่เป็นเพราะสูญเสียมดลูกไป ภรรยาจึงเอาแต่จมปลักอยู่กับความทุกข์โศกซึมเศร้าไปวันๆ หล่อนรู้สึกผิดที่ไม่อาจปล่อยให้มีทา

  • ลิ้มรสท้อสุกงอม   บทที่ 3

    ผมเดินเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวของน้องเมีย เปิดลิ้นชักตู้เสื้อผ้าออก ก็เห็นกางเกงในลายน่ารักๆ จัดวางเรียงรายไว้อย่างเป็นระเบียบ จึงหยิบกางเกงในตัวจิ๋วลายสตรอว์เบอร์รี่ติดมือมาตัวหนึ่ง จากนั้นก็เดินกลับมาที่หน้าห้องน้ำ เคาะประตูเบาๆ แล้วยื่นกางเกงในส่งเข้าไปด้านในน้องเมียแง้มประตูออกเล็กน้อย รีบรับกางเกงในไปสวมใส่ทันทีอึดใจต่อมา ไอละอองน้ำอุ่นจากในห้องน้ำก็ลอยล่องออกมา พร้อมกับร่างของน้องเมียที่สวมเพียงเสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงในปรากฏขึ้นตรงหน้าผมผิวพรรณของหล่อนหลังอาบน้ำร้อนเสร็จใหม่ๆ ดูเนียนลื่นราวกับแก้วเจียระไน และด้วยความที่ไม่ได้สวมยกทรง ประกอบกับเสื้อสายเดี่ยวทำจากผ้าฝ้ายเนื้อบางเฉียบ ทรวดทรงองเอวอันอวบอิ่มคู่ตึงนั้นจึงเด่นหราชัดเจนจนเห็นยอดอกนูนเด่นเป็นตุ่มไตเล็กๆ ทั้งสองข้างส่วนกางเกงในลายสตรอว์เบอร์รี่ท่อนล่างนั้นดูเหมือนจะตัวเล็กไปสักหน่อย จนแทบจะโอบอุ้มบั้นท้ายกลมกลึงอวบอัดเอาไว้ไม่มิด และเน้นย้ำสัดส่วนเนินเนื้อสาวด้านหน้าให้เด่นชัดเมื่อเห็นผมยืนขวางประตูอยู่ น้องเมียก็คงจะยังอายอยู่ไม่น้อย ผิวขาวผ่องของหล่อนพลันขึ้นสีแดงระเรื่อ"พี่... พี่เขยคะ พี่ไปเข้าห้องน้ำเถอะค่ะ

  • ลิ้มรสท้อสุกงอม   บทที่ 2

    ผมรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทวีคูณนึกไม่ถึงเลยว่าน้องเมียที่ดูใสซื่อบริสุทธิ์ จะแอบมาส่องดูพี่เขยกับพี่สาวแท้ๆ เริงรักกันแบบนี้เพื่อให้น้องเมียได้เห็นชัดๆ และจดจำบทเรียนเรื่องเพศศึกษาครั้งแรกนี้ไปจนขึ้นใจผมไม่สนอีกต่อไปว่าภรรยาจะรู้ตัวหรือไม่ว่าน้องสาวกำลังแอบดูอยู่ ผมจัดการดึงร่างของหล่อนให้ลุกขึ้น บังคับให้แอนบั้นท้ายและยืดท่อนบน หันหน้าไปทางห้องโถงด้านนอกประตูทันทีพร้อมกับกระชากชุดนอนของหล่อนออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นเรือนร่างทุกสัดส่วนอย่างไม่มีปิดบัง ก่อนจะเริ่มโหมแรงกระแทกกระทั้นซ้ำๆ อย่างป่าเถื่อนราวกับกระทิงคลั่ง"อุ๊ย... สามีคะ... ฉันจะขาดใจตายคาอกคุณอยู่แล้ว..."ทรวงอกอวบอิ่มของภรรยากระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง หล่อนไม่อาจสะกดกลั้นเสียงร้องครางของตัวเองได้เลย และเพราะสองมือถูกผมพันธนาการไว้แน่นหนา จึงไม่สามารถยกขึ้นมาอุดปากได้ ใจหนึ่งก็อยากร้อง แต่อีกใจก็ไม่กล้าส่งเสียง"อื้อ... ฉันไม่ไหวแล้ว... ปล่อยฉันเถอะนะ..."กระทั่งเสียงครางของหล่อนเริ่มมีแววสะอื้นไห้ ร่างกายอ่อนระทวยฟุบลงกับเตียง เหลือเพียงสะโพกกลมกลึงอวบอัดที่ถูกผมรั้งยึดไว้ยังคงแอ่นเชิดขึ้นสูงผมคว้ากางเกงบ็อกเซอร์มาส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status