LOGINตอนที่สี่ เรียกออกมาได้จริงด้วย
“อืม...แม้จะโรยผงห้ามเลือดแล้วแต่แผลนี้ลึกถึงกระดูก หากไม่เย็บให้ติดกันดีดี อาจจะตายภายในไม่กี่ชั่วยาม”
“เช่นนั้นก็เย็บเถิด” แม่ทัพมู่หันหน้าไปอีกทางเพื่อให้หญิงสาวได้ลงมือ
หญิงสาวควักเข็มโค้งขนาดเท่านิ้วก้อย แล้วหยิบด้ายบางเบาออกจากห่อผ้าเล็ก
รองแม่ทัพเหอที่เฝ้าระวังอยู่ด้านข้างรีบถลาเข้ามาถามอย่างตกใจ “ของสิ่งนั้นคืออะไรกัน!”
หลินหยุนซีเพียงสบตาแล้วกล่าวเรียบๆ “ก็แค่เข็มวิเศษกับด้ายจากเส้นไหมเทพ ไม่เคยเห็นล่ะสิ”
ท่าทางเยาะหยันอย่างมั่นใจของหมอหญิงทำให้รองแม่ทัพได้แต่ชะเง้อมองเมื่อแม่ทัพหนุ่มส่งสัญญาณว่าปล่อยให้นางลงมือ
หลินหยุนซีสาดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อที่หยิบติดมือมาแล้วเริ่มชะล้างแผลก่อนจะตั้งใจปักเข็มอย่างเชื่องช้าโดยไม่สนใจใบหน้าที่กัดฟันแน่นในทุกฝีเข็มที่จรดลงไปในเนื้อหนา
ชิ...ปลุกอารมณ์ตัวเองอยู่ตั้งนานกว่าจะได้ของพวกนี้มา ต้องใช้ให้คุ้มค่าหน่อย
เพราะเมื่อครู่ต้องหลบไปสร้างความสุขด้วยนิ้วของตัวเองกระทั่งของพวกนี้มาปรากฎตรงหน้า หลินหยุนซีจึงเชื่อมั่นในฝีมือของตัวเองมากขึ้นอีกหน่อย
อยู่ในที่แบบนี้ยังอุตส่าห์ช่วยตัวเองจนเสร็จ น่านับถือจริงๆ ยัยซีซี
คิดว่าจะมีความสุขมากกว่านี้ แต่…เฮ้อ!...มองไปทางไหนก็มีแต่เลือด จะเอาความสุขมาจากไหนกัน
หมอหญิงอดคิดประชดประชันไม่ได้ ขณะลงมือเย็บแผลสดจนเรียบร้อยก่อนจะหมุนตัวแอบฉีดยาแก้ปวดและแก้อักเสบไปอีกหนึ่งเข็มแล้วพรั่งพรูลมหายใจเมื่อจรดฝีเข็มสุดท้าย
“เอาล่ะ เสร็จแล้ว ระหว่างนี้ก็อย่าขยับให้มาก แผลจะปริและทำให้ปวดบวมได้”
แม่ทัพหนุ่มเหลือบมองบาดแผลที่เย็บเป็นระเบียบงดงามอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนพลางมองหมอหญิงซึ่งเมื่อครู่ยังดูหมิ่นด้วยสายตาที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
มือของนางเบามาก ทั้งยังเย็บอย่างมั่นใจ
ส่วนด้ายของนางช่างบางนักยามสอดลงไปในเนื้อแทบไร้ความเจ็บปวด
นางบอกว่าคืออะไรนะ เข็มวิเศษกับด้ายจากเส้นไหมเทพ อืม...น่าสนใจจริง
“ขอบคุณมากและขอโทษที่เมื่อครู่เอ่ยวาจาไม่ดีต่อเจ้า” เมื่อได้รับความช่วยเหลือ น้ำเสียงของแม่ทัพหนุ่มจึงอ่อนโยนลง
“หากอยากขอโทษ ข้าขอเป็นอาหารที่ดีหน่อยให้กับกลุ่มคนที่มาพร้อมกับข้าได้หรือไม่ พวกเราอดอยากหิวโหยกันมาหลายวันแล้ว”
“ได้” เมื่อแม่ทัพมู่หยางรับปาก อาหารจำนวนหนึ่งจึงถูกส่งมายังเรือนพักของผู้อพยพในเวลาไม่นาน
หลินหยุนซีคิดไม่ถึงว่าอาหารที่ได้แบ่งมาจากเสบียงทหารจะมีแค่ข้าวต้มกับผักดองและเศษเนื้อแห้งๆแข็งๆ ไม่กี่ชิ้นเท่านั้น สายตาผิดหวังทำให้ทหารที่นำมาส่งถึงกับต้องเอ่ยบอก
“นี่เป็นของที่ดีที่สุดของพวกเราแล้ว หมอหญิงคงไม่รู้ว่าพวกเรากินกันแต่ข้าวต้มเปล่ามาหลายวันติดต่อกันจนสิ้นไร้เรี่ยวแรงจะต่อสู้
ทหารอย่างเราต้องใช้แรงกาย หากไม่มีอาหารจะรักษาเมืองไว้ได้อีกสักกี่วัน”
ตอนที่ยี่สิบแปดเมียจ๋าเจียจิวซินร้องได้เพียงเท่านั้นด้วยโดยโจมตีอย่างดุเดือด ยิ่งชายหนุ่มรัวทั้งลิ้นทั้งนิ้วนางก็ยิ่งบิดเกร็งเร่าร้อนจนสั่นกระตุกไปในที่สุดซานจิ้นเหอเมื่อได้กลั่นแกล้งจนพอใจจึงขยับร่างขึ้นคร่อมร่างบางก่อนจะจับแก่นแกร่งเข้าจ่อทิ่มแทงไปอย่างเร็วหญิงสาวรับแรงกระแทกด้วยความซ่านเสียวก่อนจะยกสะโพกขึ้นลงสอดรับกับการตอกตรึงนั้นสองร่างเกลือกกลิ้งอยู่กลางดงดอกไม้พร้อมส่งเสียงร้องครวญครางไม่ได้หยุด“ดีหรือไม่ ร้องให้ดังอีกสิน้องซินซิน” ซานจิ้นเหอตอกย้ำอย่างรุนแรง ทั้งดึงเข้าทั้งตอกทิ่มเข้ามาจนกายบางสั่นสะท้านเสียงตอกกระแทกดังสนั่นหวั่นไหวคลอเคล้าไปกับเสียงร้องด้วยความหวามไหว จนม้าที่ผูกอยู่ไกลๆยังส่งเสียงร้องสอดรับออกมาจนเมื่อความสุขถึงที่สุด สองร่างสั่นเกร็งเปล่งเสียงออกมาเกือบพร้อมกัน ก่อนที่ซานจิ้นเหอจะซบลงบนอกอวบเพื่อผ่อนคลาย“ที่นี่ดียิ่ง พวกเรามากันให้บ่อยหน่อยดีหรือไม่” ถึงตอนนี้เขานึกขอบคุณมารดายิ่งนักดอกไม้งามยังส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งในขณะที่เสียงน้ำไหลฟังคล้ายก
ตอนที่ยี่สิบเจ็ด ในสวน เจียจิวซินอดเอ่ยชมออกมาไม่ได้“พวกเจ้าชอบหรือไม่” องค์หญิงผู้มารดาซึ่งเดินออกมารอรับถามขึ้นทันที“ไม่มีผู้ใดไม่ชอบความงามนะเพคะ” เจียจิวซินเอ่ยตอบอย่างนอบน้อมเมื่อนึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวตรงหน้ามีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิง วันที่พบกันครั้งแรกด้วยความวุ่นวาย พวกเขาจึงยังไม่ได้คุยกันอย่างจริงจังนัก“ไม่ต้องพูดเช่นนั้นกับแม่หรอก แม้จะยังมีศักดิ์เป็นองค์หญิง แต่แม่ไม่ได้อยู่ในวังหลวงแล้ว ยามนี้แม่เป็นเพียงภรรยาแม่ทัพผู้หนึ่งเท่านั้น อีกทั้งแม่ยังเป็นมารดาของสามีของเจ้า เรียกแม่ได้หรือไม่” องค์หญิงหมิวเย่เดินมาจูงมือสะใภ้ให้เดินไปด้วยกันอย่างพยายามแสดงความสนิทสนม“ได้เจ้าค่ะ”เมื่อผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดู เจียจิวซินก็ไม่เล่นตัวให้มากเรื่อง“พวกเจ้าขี่ม้ากันมาไกล เหนื่อยหรือไม่”“ไม่เหนื่อยมากเจ้าค่ะ จะว่าไกลก็ไม่มากนัก” หญิงสาวตอบตามความรู้สึก“ท่านเรียกพวกเรามามีเรื่องใดหรือ” ซานจิ้นเหอซึ่งเดินตามมาเอ่ยถามสวนขึ้นมาเมื่อเห็นว่าผู้เป็นมารดาไม่เข้าเรื่องสักที“ใจร้อนจร
ตอนที่ยี่สิบหก เที่ยวเล่นเสียงพูดคุยกันของสองหนุ่มสาวเงียบหายไปก่อนจะกลายเป็นเสียงครางกระเส่าและเสียงจ๊วบจ๊าบดังขึ้นแทน ซานจิ้นเหอพาเจียจิวซินคลานเข้าไปใกล้จนมองเห็นเงาร่างของทั้งสองซึ่งเปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางถ้ำสลัว เจียจิวซินอ้าปากค้างด้วยไม่อยากเชื่อสายตาว่าชุนเถาผู้ขลาดกลัวจะกล้าลอบออกมาร่วมรักกับชายหนุ่มซึ่งเพิ่งสนิทสนมกันไม่นาน แต่ภาพตรงหน้าช่างชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธได้ มิหนำซ้ำความช่ำชองของพวกเขายังบ่งบอกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่พวกเขาร่วมรักกันมาหลายคราแล้วต่างหาก “พี่ฮุยพื้นนี้แข็งนัก” เสียงชุนเถาร้องออกมา “เช
ตอนที่ยี่สิบหกเที่ยวเล่น“ผู้ใดจะรู้ว่าหากเจ้าได้เห็นความหรูหราในจวนอ๋องจะไม่เปลี่ยนใจ” ซานจิ้นเหอสารภาพความคิดออกมา “เชอะ หรูหราแล้วอย่างไร อ๋องบ้ากามเช่นนั้น ข้าไม่อยากได้เสียหน่อย โชคดีที่ท่านชิงตัวข้ามา ไม่เช่นนั้นชีวิตที่เหลือคงคล้ายตกอยู่ในนรก” เจียจิวซินเอ่ยตามตรง “เช่นนั้นน้องซินซินยินดีที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างแน่นอนใช่หรือไม่” ซานจิ้นเหอถามย้ำ “ถึงเพียงนี้ยังต้องถามอีกหรือ” “ที่ข้าตอบท่านแม่ทัพไปล้วนมาจากใจจริง ข้ายินดีแต่งงานกับท่านเพราะหากไม่ยินดี ไม่ว่าผู้ใดก็บังคับไม่ได้” ห
ตอนที่ยี่สิบห้าตกลงกันความคิดในหัวของอ๋องหนุ่มยังวนเวียนอยู่ในความเสียหน้านั้นด้วยไม่เคยมีผู้ใดทำเช่นนั้นกับเขามาก่อนอ๋องมู่ไม่ได้หันมาใส่ใจชายาที่สี่อีก เขาปล่อยให้นางมองดูเขาเสร็จสมกับอนุสาวนางอื่นจนถ้วนทั่วเมื่อเหนื่อยอ่อนแล้วอ๋องหนุ่มจึงนอนหงายมือลูบไล้เล่นอกอวบของอนุสองนางซึ่งนอนขนาบซ้ายขวาอย่างสุขใจ ในขณะที่อนุอีกนางเช็ดทำความสะอาดแท่งหยกให้เขาอย่างเอาใจใส่“เชอะ พวกเจ้าดูสิ ชายาที่สี่ของข้า ใบหน้าหรือก็เรียบๆ รูปร่างก็เล็กแกร่น ยิ่งทรวงอกของนาง สาบานได้ว่านั่นคืออกของหญิงสาว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช่างแบนจนขันทีของข้ายังมีอกที่ใหญ่กว่า”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะประสานกันดังออกมาจากทั้งสี่คนที่นอนกองกันอยู่บนเตียง สายตาทั้งสี่คู่มองมาอย่างเหยียดหยามจนเจียจิวหลินอยากจะมุดลงไปใต้ดินให้สิ้นอายเขาให้นางมายืนดูการร่วมรักกับหญิงอื่นแล้วยังมาประจานรูปร่างหน้าตาของนางอย่างหยาบคายเช่นนี้อีกเจียจิวหลินแววตาแดงก่ำด้วยความเคียดแค้น“อันใด มองหาเรื่องหรือ ฮ่า
ตอนที่ยี่สิบสี่ เสียหน้า เจียจิวซินเอ่ยออกมาอย่างนอบน้อมโดยไม่เหลือบมองใบหน้ายับย่นของอ๋องมู่ซึ่งตะโกนออกมาด้วยความโกรธกริ้ว “นางหญิงไม่รักดี ข้าอุตส่าห์ไม่ถือที่เจ้าโดนปู้ยี่ปู้ยำมาแล้ว หวังดีไปพาตัวออกมาล้างคราบคาวเพื่อให้กินดีมีสุขอยู่ในจวนอ๋อง เจ้ากลับใฝ่ต่ำอยากจะกลับไปกัดก้อนเกลือกับเจ้าโจรหนุ่ม ชิเต็มใจแต่งงานหรือ ยามเจ้าโดนฉุดกระชากพาตัวไปไยไม่ร้องเรียนบ้างเล่า” อ๋องหนุ่มร้องตะโกนอย่างหลุดมาดผู้ดี “ในเมื่อแม่นางเจียอยากกลับไปกับสามีของนาง เช่นนั้นท่านอ๋องก็ปล่อยตัวออกมาเถิด อย่าให้ต้องเป็นเรื่องเป็นราวให้อายผู้คนเลย” แม่ทัพเอ่ยขณะทำสัญญาณให้กำลังทหารขยับตัวเพื่อข่มขู่&nbs
ตอนที่สิบแปด พวกเราทั้งสองคนไฟสวาทถูกจุดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าแผดเผาเร่าร้อนจนร่องรักของนางถูกเผาไหม้ร้อนระอุติงชางไม่ยอมหยุดพักส่งแท่งกายแข็งจ้วงลึกครูดลากอย่างแข็งกร้าวแต่กลับเย้ายวนแฝงไว้ด้วยเสน่หาทุกครั้งที่ถาโถมแรงปรารถนาจนแผ่ซ่าน
ตอนที่สิบเจ็ดร่านนักก็มาหาข้าหลินหยุนซีถอนหายใจเฮือกๆ ก่อนจะปักเข็มน้ำเกลือแล้วลุกขึ้นแขวนขวดแก้วบนเสาทั้งท่อนล่างที่เปลือยเปล่าเมื่อหันมาเห็นว่าแม่ทัพมู่หยางเองก็มีบาดแผลกระจัดกระจายบนตัวไม่น้อย จึงบอกให้เขานอนลงแล้วลงมือถอด
ตอนที่สิบห้า สู้หรือ ครั้นดูแลเย็บแผลเรียบร้อย สองขาเรียวจึงถูกยกขึ้นพาดบ่าเพื่อส่งลำแท่งแข็งให้ตอกลึกอย่างเร่าร้อนโดยไม่รั้งรอเวลาอีกแท่งทวนใหญ่มุดเข้าถอนออกชั่วพริบตาพาหัวบานแดงฉ่ำผ่านปากช่องทางอุ่นชื้นของนางอีกครั้งและอีกครั้งขณะสองมือแ
ตอนที่สิบ ตัวตนของอีกฝ่าย หลินหยุนซีค้อนขวับไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเพียงหยิบเสื้อผ้าเดินกระย่องกระแย่งไปผลัดเปลี่ยนที่ฉากด้านหลังครั้นออกมายังเห็นเจ้าเมืองหนุ่มยืนรออยู่จึงมองหน้าเป็นเชิงถาม“ข้ารอเจ้าออกไปกินข้าวพร้อมกัน”







