LOGIN“นางตายแล้วหรือไม่” เสียงบุรุษเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ขอรับ”
“พะ พี่เหลียง หากผู้อื่นรู้ ว่าข้า...”
“เงียบเสีย ที่นี่มีแต่คนของเจ้าและของข้า ผู้ใดจะรู้ว่าเจ้าทำให้นางตาย รองแม่ทัพจ้าวกำลังจะมาแล้ว เจ้ารีบไปเตรียมตัวเสีย อย่าให้ผู้ใดจับพิรุธของเจ้าได้ ทางนี้พี่จะจัดการเอง”
“จะ เจ้าค่ะ”
เสียงฝีเท้าสองสามคู่จากไปอย่างเร่งรีบ ลี่หลันที่ยังไม่อาจลืมตาขึ้นได้ ได้แต่มึนงงกับประโยคที่พวกเขาสนทนากันอยู่ แต่ละคนที่พูดออกมาล้วนแต่ไม่เคยได้ยินจากที่ไหน
เสียงบุรุษที่ถูกเรียกว่าพี่เหลียง สั่งความกับคนของตนให้แบกร่างที่เย็นเหยียบของลี่หลันไปทิ้งในป่า ลี่หลันที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังไม่มีเรี่ยวแรงที่จะขัดขืน ทั้งยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น คนที่แบกร่างของนางอยู่ไม่ใช่ลูกน้องของนางที่ควรจะพานางไปส่งโรงพยาบาทหรือ
ชายร่างใหญ่สองคนพาร่างของลี่หลันขึ้นบนรถม้า เดินทางออกไปห่างไกลหลายร้อยลี้ เพื่อพานางไปทางที่ป่าห่างไกลจากเมืองหงซวง
ทั้งสองแบกร่างของลี่หลันเข้ามาทิ้งไว้กลางป่าอย่างไม่ไยดี เดิมควรจะต้องฝังร่างของนางตามคำสั่งของผู้เป็นนาย เพียงแต่...เกียจคร้านเกินกว่าที่จะขุดหลุม ด้วยคิดจะทิ้งร่างของนางเอาไว้ให้เป็นอาหารของพวกสัตว์ป่า
“คุณหนูใหญ่ อำมหิตเสียจริง” หนึ่งในนั้นเอ่ยออกมา เมื่อวางร่างของลี่หลันลงบนพื้นดิน
“ช่วยไม่ได้ คุณหนูรองนางไร้มารดาคอยช่วยเหลือ อีกทั้งรองแม่ทัพจ้าวดันพึงใจนาง เดิมการแต่งงานครั้งนี้ก็ควรเป็นของคุณหนูใหญ่ พอไม่มีคุณหนูรอง รองแม่ทัพจ้าวยอมต้องยอมหมั้นหมายกับคุณหนูใหญ่เช่นเดิม”
“คุณหนูรองนางเป็นเพียงบุตรอนุ หากฮูหยินเรียกนางไปพูดคุย มีหรือที่นางจะไม่ยอมถอยให้คุณหนูใหญ่”
“คุณหนูรองนางต้องยอมแน่อยู่แล้ว แต่รองแม่ทัพจ้าว จะยอมด้วยหรือ ไปเถิด...เรื่องของเจ้านาย อย่าปากมากไปยุ่งจะดีกว่า หากเจ้าไม่อยากมีจุดจบเช่นคุณหนูรอง”
เสียงฝีเท้าทั้งสองเดินห่างออกไปไกลแล้ว ลี่หลันก็ลืมตาขึ้นมามองรอบตัวที่นางอยู่ เมื่อครู่ความทรงจำเดิมของเจ้าของร่างทำให้นางเห็นภาพชีวิตที่ผ่านมาของนาง
ตู้ลี่หลัน คุณหนูรองตระกูลตู้ อายุสิบห้าหนาว บุตรีตู้เฉียง เป็นเจ้าเมืองหงซวง อยู่ทิศตะวันออกของแคว้นต้าหลี่ มารดาของนางเป็นอนุสาม หวงลู่เอิน เลี้ยงดูตู้ลี่หลันได้เพียงห้าปี นางก็สิ้นใจลง
หวงลู่เอิน เป็นสาวงามของเมืองหงซวง ตอนที่ตู้เฉียงพานางเข้ามาอยู่ในจวนเจ้าเมือง ความโปรดปรานเขาก็มอบให้นางหมดแต่เพียงผู้เดียว ทำให้ฮูหยินเอก กงมี่ฟาง เกิดความริษยา คอยหาทางกลั่นแกล้งนางลับหลังอยู่เสมอ
แต่พอหวงลู่เอินสิ้นใจลง ตู้เฉียงก็หลงลืมไปว่า ตนเองมีบุตรีกับหญิงอันเป็นที่รักอยู่คน ตู้ลี่หลันจึงถูกละเลย ทั้งฮูหยินเอกก็รังเกียจนาง ทำให้บ่าวไพร่ไม่สนใจไยดี ความเป็นอยู่ของนางจึงไม่ค่อยดีนัก อาจจะสู้บุตรของบ่าวในจวนบางคนไม่ได้ด้วยซ้ำ
คุณหนูใหญ่ ตู้หนิงเซียน และคุณชายใหญ่ ตู้เหลียง คือบุตรของกงมี่ฟาง ตระกูลตู้อยากเกี่ยวดองกับตระกูลจ้าว เป็นเพราะจ้าวชิงรุ่ย เพิ่งจะได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพ ดูแลกองทัพทางทิศตะวันออกได้ไม่นาน อีกทั้งรูปโฉมก็นับว่ามิได้ด้อยไปกว่าผู้ใดในเมืองหงซวง
ตู้หนิงเซียนที่เห็นเขาครั้งแรกก็พึงใจทันที แต่ไม่คิดว่า จ้าวชิงรุ่ย จะพึงใจตู้ลี่หลัน ในครั้งแรกที่เขาได้รับเทียบเชิญให้มาร่วมงานในจวนตระกูลตู้
เดิมตู้ลี่หลันก็ไม่สมควรได้ออกมาพบเจอแขกเหรื่อในงาน ด้วยนางถูกสั่งห้ามให้ออกมาจากเรือนพัก กงมี่ฟาง ทำเหมือนว่านางไม่มีตัวตนในจวน ตนอื่นในตระกูลตู้ต่างก็ไม่คิดไถ่ถามหานางด้วยเช่นกัน หากมิใช่ว่าตู้หนิงเซียนอยากจะกลั่นแกล้งให้นางอับอาย โดยการให้สาวใช้ไปตามนางมาพบที่สวนดอกไม้ เพื่อให้สหายของนางที่มาร่วมงานได้ร่วมกับดูแคลนตู้ลี่หลัน
“เอ๊ะ!!! น้องรอง เจ้าแต่งกายเช่นนี้ออกมาได้อย่างไรกัน วันนี้เป็นวันฉลองที่พี่ใหญ่สอบผ่านจิ้นซื่อ เจ้าไม่คิดจะแต่งการดีๆ หรือ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่อยากมาร่วมแสดงความยินดี แต่ไม่เห็นจะต้องสร้างความอับอายให้ท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ใหญ่เลย” ตู้หนิงเซียนแสร้งก้มหน้าลงด้วยความเสียใจ
สหายของนางต่างก็พากันเข้ามาปลอบประโลม และมองตู้ลี่หลันด้วยสายตาตำหนิ “นี่...น้องรองที่เจ้าว่าหรือ ช่างไร้มารยาทนัก สมแล้วที่เป็นเพียงบุตรอนุ ทั้งมารดาเจ้าเล่ห์ของนางก็ชิงตายไปก่อน คงไม่มีผู้ใดสั่งสอนนางกระมัง”
“หากข้าไม่ได้รู้ว่าก่อนว่านางชอบแย่งเสื้อผ้าและเครื่องประดับของเจ้า คงจะคิดว่านางถูกพวกเจ้าแม่ลูกรังแก แต่นี่...ได้ของดีแต่เพียงผู้เดียว แต่ยังแต่งงานได้ราวกับขอทาน คงอยากให้ตระกูลตู้เสียหน้าเป็นแน่”
เสียงถากถางและเสียงหัวเราะของสตรีหลายนางตรงหน้า ทำให้ตู้ลี่หลันที่ไม่ค่อยได้พบเจอผู้คนตื่นตกใจไม่น้อย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาที่จวนเจียนจะไหลออกมา นางอดกลั้นต่อคำดูแคลนและการกลั่นแกล้งของตู้หนิงเซียนมาโดยตลอด แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้นางจะทำให้นางต้องอับอายต่อหน้าผู้คนมากเพียงนี้
ตู้ลี่หลันมิได้โต้เถียงออกมา นางหมุนตัวกลับแล้ววิ่งไปทางเรือนพักของนาง แต่พอหันหลังออกวิ่งไปได้ไม่ไกล เป็นเพราะนางไม่ได้มองตรงหน้าว่ามีผู้ใดขวางทางอยู่หรือไม่ จึงชนเข้ากับจ้าวชิงรุ่ย ที่เดินมาพร้อมกับตู้เหลียงและสหายของเขาอีกหลานคน
“ขออภัยเจ้าค่ะ” นางก้มหน้าลงพร้อมกับกลั้นน้ำตาเอาไว้
“น้องรอง!!! เจ้ากล้าแต่งกายเช่นนี้ออกมาหรือ แล้วเหตุใดถึงได้ไร้มายาทเช่นนี้ อารุ่ยข้าขออภัยแทนนางด้วย”
ตู้ลี่หลันเงยหน้าขึ้นเพื่ออธิบายให้ตู้เหลียงเข้าใจ เขาจะได้ไม่ต้องเรียกนางมาต่อว่าในภายหลัง ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมา “พะ พี่ใหญ่ ขะ ข้า” นางพูดไม่ออก เมื่อเห็นสายตาข่มขู่ของเขา จึงก้มหน้าลงอีกครั้ง
“ไม่เป็นอันใด เจ้าเจ็บที่ใดหรือไม่” จ้าวชิงรุ่ยยังคงประคองนางเอาไว้หลวมๆ
ตู้ลี่หลันเบี่ยงตัวออกแล้วถอยห่างออกมาสองก้าว นางยังคงก้มหน้าลงเช่นเดิม “ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ ข้าน้อยขออภัยคุณชายอีกครั้ง ขอตัวก่อนเจ้าค่ะ” นางเร่งฝีเท้ากลับไปทันที โดยไม่สนใจเสียงตำหนิที่ไล่ตามหลังมาของคนอื่น
นั้นคือเหตุการณ์ที่ได้พบหน้าจ้าวชิงรุ่ยโดยบังเอิญ และอีกหลายครั้งเมื่อจ้าวชิงรุ่ยสืบรู้ว่าตู้ลี่หลันมีความเป็นอยู่ภายในจวนตระกูลตู้เช่นใด เขามักจะให้คนแอบส่งข้าวของมาให้ตู้ลี่หลันอยู่บ่อยครั้ง นานวันเข้าทั้งสองก็เริ่มมีใจตรงกัน
จ้าวชิงรุ่ยจึงเดินทางมาที่จวนตระกูลตู้ เพื่อขอหมั้นหมายกับตู้ลี่หลัน แม้บิดาและมารดาของเขาจะไม่เห็นด้วยก็ตาม เป็นเพราะตู้ลี่หลันนางเป็นเพียงบุตรอนุ ไม่มีตรงใดที่เหมาะสมกับจ้าวชิงรุ่ยเลยสักนิด แต่เพราะความดื้อรั้นของจ้าวชิงรุ่ย ทำให้บิดามารดาของเขาต้องยอมถอยให้สองก้าว แต่ยอมให้แต่งตู้ลี่หลันเป็นเพียงฮูหยินรองเท่านั้น วันหน้าหากเขาพบเจอสตรีที่เหมาะสมจนยอมแต่งเป็นฮูหยินเอก ค่อยรับตู้ลี่หลันเข้ามาในจวน
พอตู้หนิงเซียนนางรู้เรื่องเข้า นางก็มาหาเรื่องตู้ลี่หลันถึงที่เรือนของนาง เรือนพักของลี่หลันอยู่เกือบท้ายจวน ทั้งยังไม่ค่อยมีบ่าวคนใดยอมเข้ามาดูแลนาง จึงเป็นโอกาสอันดีที่ตู้หนิงเซียนจะลงมือทำร้ายตู้ลี่หลัน
ตัวตู้หนิงเซียนเองก็คิดไม่ถึงว่านางจะพลั้งมือทำร้ายตู้ลี่หลันจนนางพลัดตกลงไปในบ่อน้ำ กว่าจะตามคนมาพาตัวนางขึ้นจากน้ำได้ ตู้ลี่หลันก็สิ้นใจไปเสียแล้ว
ผ่านมาได้หกเดือน ลี่หลันนางก็คลอดบุตรสาวออกมา นางเจ็บท้องไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็คลอดทารกตัวอวบอ้วนออกมาเสียแล้ว ซ่งซือหยุนกับลี่หลันมองตากันทันทีที่รู้ว่าบุตรของตนเองเป็นสตรี“ท่านเตรียมใจไว้บ้างก็ดี” นางตบบ่าสามีที่อุ้มลูกอยู่ข้างตัวนาง“เอาไปซ่อนไว้ที่ใดดี”“พรืดดดดด คนมารอดูอยู่หน้าห้อง ท่านจะไปพาออกไปจริงหรือ ท่านแม่คงร้อนใจเต็มทีแล้ว” ซ่งจินอวี่ที่อยู่เรือนพักยังมาไม่ทันหลานสาวคลอดเลยซ่งซือหยุนอุ้มบุตรีหน้าดำคล้ำออกไปด้านนอก คนที่เห็นพากันส่ายหน้าเพราะคิดว่าซ่งซือหยุนอยากได้บุตรชายมากกว่าบุตรสาว“อาหยุน เจ้ายังมีเรี่ยวแรง จะทำบุตรชายเมื่อใดก็ได้” ถังจื้อเต๋อได้แต่ส่ายหน้า แล้วเดินเข้ามาดูหลานสาวตัวน้อยคนอื่นจะเข้ามาชื่นชมเช่นใด เด็กน้อยก็หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของคนเป็นพ่อ แต่พอจ้าวชิงรุ่ยเดินเข้ามา เด็กน้อยในห่อผ้าก็ลืมตามองเขาทันที ทั้งยังชูมือขึ้นราวกับจะคว้ามือของเขาเอาไว้จ้าวชิงรุ่ยจำต้องเอื้อมมือไปจับมือของเด็กน้อยเอาไว้ เมื่อสบตาเข้ากับดวงตาของนาง ภายในอกของเขาก็สั่นไหวอย่างน่าประหลาด เด็กน้อยจ้องมองเขาแล้วยิ้มจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง“พอแล้ว!!!” ซ่งซือหยุนรีบพาบุตรสาวเข้
ลี่หลันสั่งให้ไป่ไป๋จัดการทำให้ไป๋เสียนเฟยกลายเป็นเช่นเดียวกับเจียหลาน ร่างบางระหงล้มลงไปนอนอยู่กับพื้นนางได้ดิ้นพล่านอยู่เพียงครู่เดียว ร่างก็สงบลงไม่อาจขยับได้อีก แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับไม่จางหายไปด้วย ลี่หลันยืนมองจนพอใจ นางก็หมุนตัวเพื่อจะกลับออกไปจากตำหนัก แต่ยังไม่ลืมที่จะปล่อยตัวองค์ชายห้าให้เป็นอิสระเสียก่อนแต่ไม่คิดว่าองค์ชายห้าจะใจกล้าใช้มีดสั้นพุ่งตัวเข้ามาจะแทงลี่หลันจากด้านหลัง นางยังไม่ทันหันไปมองก็เห็นเพียงร่างขององค์ชายห้าที่ลอยไปกระแทกผนังห้องจนกระอักเลือด“ข้าปล่อยเจ้าไปแล้ว เพราะเห็นว่าเจ้ายังเด็กคงจะเปลี่ยนนิสัยได้” นางบ่นพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมเดินเข้าไปหาซ่งซือหยุนที่ยืนหน้าดำคล้ำอยู่ “เพิ่งกลับมาถึงหรือ”“อืม มารับเจ้า”“ไปเถิด หมดเรื่องของพวกเราแล้ว”“เดินไหวหรือไม่”“ไม่ไหว” นางออดอ้อนสามีทันทีซ่งซือหยุนส่ายหน้ายิ้มขำก่อนจะช้อนตัวนางอุ้มเอาไว้แล้วเดินออกไปจากตำหนักไป๋เสียนเฟย นางกำนัลขันทีที่เห็นต่างก็ขนลุก เมื่อครู่ตอนลี่หลันลงมือ ไม่ได้น่าเอ็นดูเช่นตอนที่อยู่กับสามีของนางทั้งสองเมื่อกลับถึงจวนตระกูลไป๋ก็พบว่าท่านมหาเสนาบดี ท่านราชครูและโซ่วอ๋องมารอพบอยู่ก่อน
เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้องทำให้เห็นด้วยตา กลุ่มคนที่อยู่ด้านหน้าสุดถูกพลังปราณล้มตายราวกับใบไม้ร่วง คนที่เหลือเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เริ่มหวาดกลัว เพราะซ่งซือหยุนและอู๋เทียนเพียงแค่วาดดาบผ่านอากาศผู้คนก็ล้มตายเสียแล้ว“จะหยุดได้หรือยัง” อู๋เทียนตะโกนถามอย่างเบื่อหน่ายกองกำลังทั้งสองฝ่ายที่ยังเหลือรอดต่างทิ้งดาบหันหลังวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ซ่งซือหยุนจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร เขาใช้พลังปราณกักตัวทั้งหมดเอาไว้จนไม่สามารถขยับตัววิ่งหนีได้“พวกเจ้าไปมัดตัวให้หมด” ซ่งซือหยุนสั่งทหารของตนที่ติดตามมายามนี้กองทัพม้าห้าร้อยนายเพิ่งจะได้เห็นเช่นกันว่าท่านแม่ทัพและกุนซือของพวกเขากลายเป็นผู้ฝึกตนไปแล้วซ่งซือหยุนส่งต่อให้เจ้าเมืองและเจ้าหน้าที่เมืองจินหลางจับตัวกองกำลังลับของทั้งสองตระกูลส่งกลับเมืองหลวงเพื่อตัดสินโทษต่อไปมีชาวบ้านไม่น้อยที่ได้รับบาดเจ็บ ยังดีที่เจ้าเมืองจินหลางเป็นขุนนางตงฉิน เขารีบสั่งให้ตั้งค่ายช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมทั้งจัดหาหมอมาช่วยดูแล บ้านเรือนไม่น้อยที่ถูกเผาทำลายไป ซ่งซือหยุนเลยนำเงินที่ลี่หลันได้มาจากตระกูลไป๋ มอบให้เจ้าเมืองจินหลางหนึ่งพันตำลึงทอง เพื่อให้เขาจ
แคว้นต้าหลี่ย่ำแย่มาหลายปี ขุนนางตงฉินเช่นพวกเขาก็หวังว่าจะมีฮ่องเต้พระองค์ใหม่ที่ช่วยให้หลุดพ้นกับความอดยากของชาวบ้าน จึงยังไม่รู้ว่าสมควรจะแต่งตั้งผู้ใดดี“โซ่วอ๋องมีราชโองการแต่งตั้งจากฮ่องเต้พระองค์ก่อน พวกท่านรู้เรื่องนี้หรือไม่” ซ่งซือหยุนเอ่ยออกมา ทำให้ทั้งสองตกตะลึงอ้าปากค้างไปตามกัน เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อน“ท่านแน่ใจหรือ”“ท่านทั้งสองไปตรวจสอบที่ตำหนักโซ่วอ๋องเถิด ข้าเชื่อว่าท่านอ๋องต้องยอมบอกกล่าวพวกท่านแน่”“แต่ว่า...” ราชครูเกิดความลังเลขึ้นมา เพราะชื่อเสียงของโซ่วอ๋องมิได้ดีนัก วันๆ ก็ไม่ต่างจากองค์ชายพระองค์อื่นที่เอาแต่เที่ยวเล่นหาความสำราญ อีกทั้งเรื่องเรียนก็ถูกอาจารย์สำนักหลวงตำหนิไม่เว้นวัน“หากท่านกังวลเรื่องความรู้ความสามารถของท่านอ๋อง ท่านเป็นถึงราชครู คงตรวจสอบเรื่องนี้ได้ไม่ยาก”ท่านราชครูพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ทั้งสามปรึกษาเรื่องที่ซ่งซือหยุนจะเดินทางไปเมืองจินหลางเมื่อจัดการกองทัพของตระกูลไป๋และตระกูลหลินต่ออีกครู่ใหญ่ เพราะมหาเสนาบดีและท่านราชครูต่างไม่เคยได้ข่าวเรื่องนี้มาก่อน“กองทัพของข้าจะเดินทางมาถึงเมืองหลวงในอีกสิบวัน ทางนี้พวกท่านก็คิดอ่า
ลี่หลันเมื่อลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า ก็อดที่จะรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ “หรือว่าเด็กในท้องเป็นสตรี” นางลูบท้องเบาๆซ่งซือหยุนดึงตัวลี่หลันที่ลุกขึ้นนั่งเข้ามาสวมกอด “เจ้าเก่งกาจถึงขั้นรู้ว่าบุตรของพวกเราเป็นสตรีเลยหรือ”“มิใช่ ข้าฝันถึงตู้ลี่หลัน” จากนั้นลี่หลันก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ซ่งซือหยุนฟัง รวมถึงให้เขานำความไปบอกอารุ่ยด้วย“หึหึ หากข้าคิดว่านางคงได้มาสวมร่างของสตรีคนใดสักคนเช่นเจ้ากระมัง หากมาเกิดเป็นบุตรีของข้า กว่าอารุ่ยจะได้แต่งงานก็คงเกือบสี่สิบหนาว เหมือนบิดานางมากกว่าจะเป็นสามี” เขาส่ายหน้านึกขำ กับสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นจริงลี่หลันกลอกตามองซ่งซือหยุน ที่พูดออกมาไม่นึกถึงตัวเองเลย “ก็เหมือนท่านอย่างไรเล่า แก่จนเป็นบิดาของข้าได้ ยังได้แต่งกับข้าเลย”“อืม...เรี่ยวแรงข้ายังดีจะเรียกว่าแก่ได้อย่างไร หากเจ้าไม่เชื่อจะให้ข้าพิสูจน์เลยหรือไม่”“เหอะ ไม่กลัวลูกจะหลุดออกมาก็ลองดู” ซ่งซือหยุนหุบยิ้มเจ้าเล่ห์ทันทีผ่านไปได้ไม่ถึงห้าวัน ข่าวใหญ่ในเมืองหลวงที่ทุกจวนและทุกโรงน้ำชากำลังพูดถึง คือการสิ้นพระชนม์ขององค์ชายสาม มือสังหารมิเกรงกลัวสิ่งใดเลย เพราะบุกเข้าไปถึงตำหนักขององค์ชายสามและสังหารอ
เป็นเช่นที่ถังจื้อเต๋อว่า ไป๋ลู่ฮุ่ยแทบเสียสติ นอกจากอาการป่วยของเจียหลานที่ไม่มีหมอคนใดสามารถช่วยนางให้หายดีได้ และยิ่งได้รู้ว่าสมบัติที่สะสมมานานถูกกวาดหายไปจนหมดจวน สองสิ่งนี้ก็นับว่าทำให้ไป๋ลู่ฮุ่ยเสียสติได้แล้ว แต่อีกสิ่งที่ทำให้เขาได้รู้ว่าตนเองไม่มีเงาหัวเหลืออยู่คงเป็นบัญชีเลี้ยงดูกองกำลังลับ หลักฐานที่เขายักยอกเงินคลังหลวง ลอบค้าเกลือหายไปด้วย“ต้องหาให้พบ จะต้องค้นทั้งเมืองหลวงก็ต้องทำ” เขาพึมพำออกมาราวกับคนเสียสติ ในมือยังถือดาบที่เปื้อนไปด้วยคราบเลือดขององครักษ์และบ่าวในจวนที่เขาเพิ่งลงมือสังหารไปนับสิบคนไป๋ต้วนเองก็เคร่งเครียดไม่น้อย มันไม่ใช่เพียงโจรปล้นจวน แต่มันคือชีวิตของคนทั้งตระกูลไป๋ ไม่เว้นแม้แต่ไป๋เสียนเฟยและองค์ชายห้าที่ต้องเคราะห์ร้ายไปด้วย“ท่านพ่อ ตระกูลใหญ่จะยอมให้พวกเราค้นจวนหรือขอรับ”“ไม่ยอมก็ถือว่าขโมยของข้าไป” เขาตวัดตามองบุตรชาย “ส่งข่าวไปให้เจียวเจียวรีบลงมือ”“ท่านพ่อ!!!” ไป๋ต้วนเดินเข้าไปจับแขนบิดาเพื่อเรียกสติ “ตอนนี้ยังมิใช่เวลาที่เหมาะสม หากท่านรีบร้อนทุกอย่างที่เตรียมการเอาไว้จะพังลงทั้งหมด”“หรือเจ้าต้องรอให้หลักฐานตกไปอยู่ในมือของผู้อื่นเสียก
ตู้เฉียงเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เพราะไม่ได้ยินข่าวว่าซ่งซือหยุนจะเดินทางมาที่เมืองหงซวงมาก่อน “ท่านแม่ทัพซ่งพักอยู่ที่นี่หรือ”“ขอรับ มีเพียงห้องพักของคู่หมั้นท่านแม่ทัพซ่งที่ไม่ยอมให้พวกข้าน้อยเข้าไปตรวจ”“อืม” ตู้เฉียงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ข้าจัดการเอง” เขาเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมมิใช่ว่าต้องการตรวจสอบ แต
ถังจื้อเต๋อยื่นหน้าเข้าไปใกล้ลี่หลัน เหมือนว่าเขาจะรับรู้ได้ถึงสายตาไม่พอใจของคนที่อยู่ด้านนอกศาลา จึงได้ถอยห่างออกมา“เจ้าหาหลักฐานมาได้อย่างไร ข้าใช้ความสามารถที่เรียนมาในชีวิตก่อนทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่อาจแกะร่องรอยได้”“ไม่ต้องรู้ เจ้าต้องตรวจสอบเจ้าเมืองหงซวงด้วยหรือไม่”“หืม...ไม่มีคำสั่ง ว่าแต
อู๋เทียนเห็นซ่งซือหยุนไม่ยอมกลับมาเสียที ถังจื้อเต๋อก็มารออยู่ที่จวนนานแล้ว เขามารอซ่งซือหยุนที่หน้าจวนอยู่นาน พอเห็นเดินออกมาก็ไม่ยอมเดนกลับจวนเสียที จนต้องเข้ามาลากตัวกลับ “ท่านจะยืนอาลัยอาวรณ์อีกนานหรือไม่ ผู้ตรวจการถังร้อนใจจนจะบุกเข้าไปในเรือนของแม่นางเถาแล้ว”“ข้าอาลัยอาวรณ์อันใด” เขาดันตัวอู
เจ้าเมืองลั่วตงก็ใบหน้าเขียวคลำอย่างไม่น่ามอง เมื่อเจ้าหน้าที่ของตนกำลังสารภาพออกมาว่าได้รับเงินมาจากหลงจู๊หม่าจริง ทั้งยังมีตั๋วเงินเป็นหลักฐาน ครั้งนี้เขาจะเข้าข้างนายท่านใหญ่หลิวก็เห็นจะไม่ได้ เพราะมีซ่งซือหยุนเข้าร่วมฟังการตัดสินด้วย ได้แต่ส่งสายตาให้นายท่านใหญ่หลิวยอมสละหลงจู๊หม่าทิ้งเสียทุกก







