LOGINผ่านมาได้หกเดือน ลี่หลันนางก็คลอดบุตรสาวออกมา นางเจ็บท้องไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็คลอดทารกตัวอวบอ้วนออกมาเสียแล้ว ซ่งซือหยุนกับลี่หลันมองตากันทันทีที่รู้ว่าบุตรของตนเองเป็นสตรี“ท่านเตรียมใจไว้บ้างก็ดี” นางตบบ่าสามีที่อุ้มลูกอยู่ข้างตัวนาง“เอาไปซ่อนไว้ที่ใดดี”“พรืดดดดด คนมารอดูอยู่หน้าห้อง ท่านจะไปพาออกไปจริงหรือ ท่านแม่คงร้อนใจเต็มทีแล้ว” ซ่งจินอวี่ที่อยู่เรือนพักยังมาไม่ทันหลานสาวคลอดเลยซ่งซือหยุนอุ้มบุตรีหน้าดำคล้ำออกไปด้านนอก คนที่เห็นพากันส่ายหน้าเพราะคิดว่าซ่งซือหยุนอยากได้บุตรชายมากกว่าบุตรสาว“อาหยุน เจ้ายังมีเรี่ยวแรง จะทำบุตรชายเมื่อใดก็ได้” ถังจื้อเต๋อได้แต่ส่ายหน้า แล้วเดินเข้ามาดูหลานสาวตัวน้อยคนอื่นจะเข้ามาชื่นชมเช่นใด เด็กน้อยก็หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของคนเป็นพ่อ แต่พอจ้าวชิงรุ่ยเดินเข้ามา เด็กน้อยในห่อผ้าก็ลืมตามองเขาทันที ทั้งยังชูมือขึ้นราวกับจะคว้ามือของเขาเอาไว้จ้าวชิงรุ่ยจำต้องเอื้อมมือไปจับมือของเด็กน้อยเอาไว้ เมื่อสบตาเข้ากับดวงตาของนาง ภายในอกของเขาก็สั่นไหวอย่างน่าประหลาด เด็กน้อยจ้องมองเขาแล้วยิ้มจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง“พอแล้ว!!!” ซ่งซือหยุนรีบพาบุตรสาวเข้
ลี่หลันสั่งให้ไป่ไป๋จัดการทำให้ไป๋เสียนเฟยกลายเป็นเช่นเดียวกับเจียหลาน ร่างบางระหงล้มลงไปนอนอยู่กับพื้นนางได้ดิ้นพล่านอยู่เพียงครู่เดียว ร่างก็สงบลงไม่อาจขยับได้อีก แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับไม่จางหายไปด้วย ลี่หลันยืนมองจนพอใจ นางก็หมุนตัวเพื่อจะกลับออกไปจากตำหนัก แต่ยังไม่ลืมที่จะปล่อยตัวองค์ชายห้าให้เป็นอิสระเสียก่อนแต่ไม่คิดว่าองค์ชายห้าจะใจกล้าใช้มีดสั้นพุ่งตัวเข้ามาจะแทงลี่หลันจากด้านหลัง นางยังไม่ทันหันไปมองก็เห็นเพียงร่างขององค์ชายห้าที่ลอยไปกระแทกผนังห้องจนกระอักเลือด“ข้าปล่อยเจ้าไปแล้ว เพราะเห็นว่าเจ้ายังเด็กคงจะเปลี่ยนนิสัยได้” นางบ่นพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมเดินเข้าไปหาซ่งซือหยุนที่ยืนหน้าดำคล้ำอยู่ “เพิ่งกลับมาถึงหรือ”“อืม มารับเจ้า”“ไปเถิด หมดเรื่องของพวกเราแล้ว”“เดินไหวหรือไม่”“ไม่ไหว” นางออดอ้อนสามีทันทีซ่งซือหยุนส่ายหน้ายิ้มขำก่อนจะช้อนตัวนางอุ้มเอาไว้แล้วเดินออกไปจากตำหนักไป๋เสียนเฟย นางกำนัลขันทีที่เห็นต่างก็ขนลุก เมื่อครู่ตอนลี่หลันลงมือ ไม่ได้น่าเอ็นดูเช่นตอนที่อยู่กับสามีของนางทั้งสองเมื่อกลับถึงจวนตระกูลไป๋ก็พบว่าท่านมหาเสนาบดี ท่านราชครูและโซ่วอ๋องมารอพบอยู่ก่อน
เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้องทำให้เห็นด้วยตา กลุ่มคนที่อยู่ด้านหน้าสุดถูกพลังปราณล้มตายราวกับใบไม้ร่วง คนที่เหลือเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เริ่มหวาดกลัว เพราะซ่งซือหยุนและอู๋เทียนเพียงแค่วาดดาบผ่านอากาศผู้คนก็ล้มตายเสียแล้ว“จะหยุดได้หรือยัง” อู๋เทียนตะโกนถามอย่างเบื่อหน่ายกองกำลังทั้งสองฝ่ายที่ยังเหลือรอดต่างทิ้งดาบหันหลังวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ซ่งซือหยุนจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร เขาใช้พลังปราณกักตัวทั้งหมดเอาไว้จนไม่สามารถขยับตัววิ่งหนีได้“พวกเจ้าไปมัดตัวให้หมด” ซ่งซือหยุนสั่งทหารของตนที่ติดตามมายามนี้กองทัพม้าห้าร้อยนายเพิ่งจะได้เห็นเช่นกันว่าท่านแม่ทัพและกุนซือของพวกเขากลายเป็นผู้ฝึกตนไปแล้วซ่งซือหยุนส่งต่อให้เจ้าเมืองและเจ้าหน้าที่เมืองจินหลางจับตัวกองกำลังลับของทั้งสองตระกูลส่งกลับเมืองหลวงเพื่อตัดสินโทษต่อไปมีชาวบ้านไม่น้อยที่ได้รับบาดเจ็บ ยังดีที่เจ้าเมืองจินหลางเป็นขุนนางตงฉิน เขารีบสั่งให้ตั้งค่ายช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมทั้งจัดหาหมอมาช่วยดูแล บ้านเรือนไม่น้อยที่ถูกเผาทำลายไป ซ่งซือหยุนเลยนำเงินที่ลี่หลันได้มาจากตระกูลไป๋ มอบให้เจ้าเมืองจินหลางหนึ่งพันตำลึงทอง เพื่อให้เขาจ
แคว้นต้าหลี่ย่ำแย่มาหลายปี ขุนนางตงฉินเช่นพวกเขาก็หวังว่าจะมีฮ่องเต้พระองค์ใหม่ที่ช่วยให้หลุดพ้นกับความอดยากของชาวบ้าน จึงยังไม่รู้ว่าสมควรจะแต่งตั้งผู้ใดดี“โซ่วอ๋องมีราชโองการแต่งตั้งจากฮ่องเต้พระองค์ก่อน พวกท่านรู้เรื่องนี้หรือไม่” ซ่งซือหยุนเอ่ยออกมา ทำให้ทั้งสองตกตะลึงอ้าปากค้างไปตามกัน เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อน“ท่านแน่ใจหรือ”“ท่านทั้งสองไปตรวจสอบที่ตำหนักโซ่วอ๋องเถิด ข้าเชื่อว่าท่านอ๋องต้องยอมบอกกล่าวพวกท่านแน่”“แต่ว่า...” ราชครูเกิดความลังเลขึ้นมา เพราะชื่อเสียงของโซ่วอ๋องมิได้ดีนัก วันๆ ก็ไม่ต่างจากองค์ชายพระองค์อื่นที่เอาแต่เที่ยวเล่นหาความสำราญ อีกทั้งเรื่องเรียนก็ถูกอาจารย์สำนักหลวงตำหนิไม่เว้นวัน“หากท่านกังวลเรื่องความรู้ความสามารถของท่านอ๋อง ท่านเป็นถึงราชครู คงตรวจสอบเรื่องนี้ได้ไม่ยาก”ท่านราชครูพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ทั้งสามปรึกษาเรื่องที่ซ่งซือหยุนจะเดินทางไปเมืองจินหลางเมื่อจัดการกองทัพของตระกูลไป๋และตระกูลหลินต่ออีกครู่ใหญ่ เพราะมหาเสนาบดีและท่านราชครูต่างไม่เคยได้ข่าวเรื่องนี้มาก่อน“กองทัพของข้าจะเดินทางมาถึงเมืองหลวงในอีกสิบวัน ทางนี้พวกท่านก็คิดอ่า
ลี่หลันเมื่อลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า ก็อดที่จะรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ “หรือว่าเด็กในท้องเป็นสตรี” นางลูบท้องเบาๆซ่งซือหยุนดึงตัวลี่หลันที่ลุกขึ้นนั่งเข้ามาสวมกอด “เจ้าเก่งกาจถึงขั้นรู้ว่าบุตรของพวกเราเป็นสตรีเลยหรือ”“มิใช่ ข้าฝันถึงตู้ลี่หลัน” จากนั้นลี่หลันก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ซ่งซือหยุนฟัง รวมถึงให้เขานำความไปบอกอารุ่ยด้วย“หึหึ หากข้าคิดว่านางคงได้มาสวมร่างของสตรีคนใดสักคนเช่นเจ้ากระมัง หากมาเกิดเป็นบุตรีของข้า กว่าอารุ่ยจะได้แต่งงานก็คงเกือบสี่สิบหนาว เหมือนบิดานางมากกว่าจะเป็นสามี” เขาส่ายหน้านึกขำ กับสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นจริงลี่หลันกลอกตามองซ่งซือหยุน ที่พูดออกมาไม่นึกถึงตัวเองเลย “ก็เหมือนท่านอย่างไรเล่า แก่จนเป็นบิดาของข้าได้ ยังได้แต่งกับข้าเลย”“อืม...เรี่ยวแรงข้ายังดีจะเรียกว่าแก่ได้อย่างไร หากเจ้าไม่เชื่อจะให้ข้าพิสูจน์เลยหรือไม่”“เหอะ ไม่กลัวลูกจะหลุดออกมาก็ลองดู” ซ่งซือหยุนหุบยิ้มเจ้าเล่ห์ทันทีผ่านไปได้ไม่ถึงห้าวัน ข่าวใหญ่ในเมืองหลวงที่ทุกจวนและทุกโรงน้ำชากำลังพูดถึง คือการสิ้นพระชนม์ขององค์ชายสาม มือสังหารมิเกรงกลัวสิ่งใดเลย เพราะบุกเข้าไปถึงตำหนักขององค์ชายสามและสังหารอ
เป็นเช่นที่ถังจื้อเต๋อว่า ไป๋ลู่ฮุ่ยแทบเสียสติ นอกจากอาการป่วยของเจียหลานที่ไม่มีหมอคนใดสามารถช่วยนางให้หายดีได้ และยิ่งได้รู้ว่าสมบัติที่สะสมมานานถูกกวาดหายไปจนหมดจวน สองสิ่งนี้ก็นับว่าทำให้ไป๋ลู่ฮุ่ยเสียสติได้แล้ว แต่อีกสิ่งที่ทำให้เขาได้รู้ว่าตนเองไม่มีเงาหัวเหลืออยู่คงเป็นบัญชีเลี้ยงดูกองกำลังลับ หลักฐานที่เขายักยอกเงินคลังหลวง ลอบค้าเกลือหายไปด้วย“ต้องหาให้พบ จะต้องค้นทั้งเมืองหลวงก็ต้องทำ” เขาพึมพำออกมาราวกับคนเสียสติ ในมือยังถือดาบที่เปื้อนไปด้วยคราบเลือดขององครักษ์และบ่าวในจวนที่เขาเพิ่งลงมือสังหารไปนับสิบคนไป๋ต้วนเองก็เคร่งเครียดไม่น้อย มันไม่ใช่เพียงโจรปล้นจวน แต่มันคือชีวิตของคนทั้งตระกูลไป๋ ไม่เว้นแม้แต่ไป๋เสียนเฟยและองค์ชายห้าที่ต้องเคราะห์ร้ายไปด้วย“ท่านพ่อ ตระกูลใหญ่จะยอมให้พวกเราค้นจวนหรือขอรับ”“ไม่ยอมก็ถือว่าขโมยของข้าไป” เขาตวัดตามองบุตรชาย “ส่งข่าวไปให้เจียวเจียวรีบลงมือ”“ท่านพ่อ!!!” ไป๋ต้วนเดินเข้าไปจับแขนบิดาเพื่อเรียกสติ “ตอนนี้ยังมิใช่เวลาที่เหมาะสม หากท่านรีบร้อนทุกอย่างที่เตรียมการเอาไว้จะพังลงทั้งหมด”“หรือเจ้าต้องรอให้หลักฐานตกไปอยู่ในมือของผู้อื่นเสียก







