Masukบรรยากาศงานเลี้ยงแถวชายหาดคืนนี้ ทุกคนมาในชุดผ้าผริ้วสวยหลากสีสันเพื่อนชาวต่างชาติบางคนก็มีพวงมาลัยดวงไม้ลีลาวดีสีขาวที่ทางโรงแรมจัดให้ คล้องคอบ้าง ใส่ข้อมือบ้าง ทุกคนต่างยิ้มแย้ม จับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนคาร์ริน เธออยู่ในชุดผ้าซีฟองสีขาวล้วนเปิดไหล่เล็กน้อย เธอกำลังเดินออกมาร่วมงาน “อ๊ะ...อุ้ย...” ยังไม่ทันที่ร่างบางจะก้าวเท้าลงบันไดหน้าตึก ร่างเล็กของเธอก็ต้องชะงักเท้า เมื่อแขนเล็กเรียวถูก แตะอย่างแผ่วเบา หญิงสาวหันไปมองมือหนานั้นหล่อนก็ต้องส่งยิ้มให้อย่างเสียไม่ได้
“ระวังหน่อยนะครับคนสวย เดี๋ยวตกบันไดไปหละแย่เลย” เสียงชายหนุ่มทุ้มกล่าวก่อนจะเข้ามาประคองให้ร่างเล็กเกาะแขนเขาลงบันไดนั้น
“เอ้า...คุณอเล็ก ขอบคุณคะ” เสียงหวานหันไปขอบคุณร่างสูงที่เข้ามาช่วยหล่อนให้หล่อน เดินได้อย่างสะดวกมากขึ้น ก็เพราะชุดนี้นะสิ ยาวไปนิดจนทำให้ร่างบางเดินไม่ถนัด
“แหมมม...อเล็ก ไม่เห็นประคองแอนนาบ้างเลย” เสียงหญิงสาวอีกคนหนึ่งตัดพ้อมาจากด้านหลัง ของทั้งสอง คาร์รินหันไปอมยิ้มให้กับเพื่อนสาวที่กล่าวแซวหล่อนเมื่อสักครู่ ส่วนอเล็ก นั้นก็หันไปยิ้มหวานให้กับหญิงสาวแล้วก็หันหลังไปคล้องแขนเจ้าหล่อนด้วยท่าทางอารมณ์ดี ทั้งสามต่างพากันเดินหัวเราะร่วนมาลงไปยังชายหาด
ทุกสายตาต่างจ้องมองคาร์ริน ซึ่งเธอดูสวยที่สุดในงานนี้ ทั้งๆ ที่ทุกคนก็แต่งตัวคล้ายๆ กัน แต่หล่อนก็ยังโดดเด่นด้วยความสวย น่ารัก สดใสและเป็นกันเองกับเพื่อนๆ เสมอ ทั้งๆ ที่หล่อนก็ถือว่าเป็นลูกคุณหนูคนหนึ่ง แต่หล่อนเองไม่เคยถือเนื้อถือตัว บรรดาบอร์ดี้การ์ดหล่อน เธอจะให้ไปพักผ่อนยามที่เธออยู่กับเพื่อนๆ ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน เธอให้พวกเขาเที่ยวได้ตามสบาย เสร็จงานแล้วจะเรียกหาเอง ถ้าป๋าโทรมาก็ให้รายงานเป็นปกติ
ทางด้านของแกรนด์เดร์นั้น ชายหนุ่มปลีกตัวออกมาจากงานสังคมให้ห้องบอลลูนนั้น เขาไม่ชอบผู้คนสายบันเทิงเท่าไรนัก เขาปล่อยให้ซาร่า ฟอร์มทีมงานของหล่อนในวันพรุ่งนี้ บรรดาทีมงานระดับฮอลิวูดก็น่าจะรู้ๆ กันอยู่ว่าเขาเนี๊ยบประมาณไหน ชายหนุ่มจึงออกมาเดินเล่นรับลมกลางคืนแถวชายหาด โดยมีลูกน้องของเขาคอยดูอยู่ห่างๆ ในมือของเขามีแก้วบรั่นดีชั้นหนึ่งติดมือมาด้วย เขาชอบจิบมันบางๆ เวลาปล่อยอารมณ์อยู่ตอนนี้ ในใจของเขาก็คิดถึงเรื่องราวต่างๆ นาๆ
“เอ๊ะ...นั้นงานอะไรนะ” แกรนด์เดร์เปรยออกมาเมื่อสายตาคมเหลือบเห็นกิจกรรมชายหาดของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แสงคบไฟบริเวณนั้น และเสียงดนตรี ทำให้เขารู้ว่าต้องมีการจัดปาร์ตี้กันแน่ๆ ชายหนุ่มเดินเข้าไปไกล้ๆ สายตาคมนั้นก็ต้องลุกวาวอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
“น้องคาร์ริน ....” ชายหนุ่มเปรยชื่อหญิงสาวที่เขานึกถึงอยู่ตลอดเวลานั้น เขากระพริบตาถี่ๆ เมื่อเห็นหญิงสาวในชุดเปิดไหล่สีขาวสะอาดตา กำลังเต้นเริงร่าอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ ของหล่อนนี้ หัวใจของเขาเต้นรัวเมื่อเห็นใบหน้างามนี้ หล่อนมาที่นี่ได้อย่างไรกัน แล้วมากับใคร แล้วไอ้หน้าระรื่นที่เข้ามาเต้นกับหล่อนนั้นมันเป็นใคร ทำไมทำตัวแบบนี้นะ หัวใจของชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาทันที ทุกการกระทำของหญิงสาวมันดูขัดหูขัดตาไปหมด เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะเจอหล่อนที่นี่
ชายหนุ่มเฝ้ายืนดูทุกอิริยาบถของหญิงสาว เขากำมือแน่นเมื่อมีชายหนุ่มเข้ามาขายขนมจีบหล่อนแบบไม่ซ้ำหน้า พวกมันเป็นใคร แล้วมาจีบน้องสาวเขาได้ยังไง ยิ่งไอ้บ้าที่ยืนยิ้มหน้าระรื่นนั้น เขาชักเริ่มไม่ชอบขี้หน้า ทำมาตีสนิทหล่อนตลอดเวลา นี่ไม่เจอกันนาน จากเด็กสาวที่ใสซื่อ ตอนนี้กลายเป็นคนละคนเลยรึไงเนี๊ย ในใจชายหนุ่มนึกเป็นห่วงหล่อนสารพัด ตลอดเวลาไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เป็นห่วงหล่อน แต่เห็นว่าหล่อนอยู่กับอาเควิ่น แล้วก็มาบอร์ดี้การ์ดคอยดูแลอยู่ เขาจึงไม่ค่อยเป็นห่วงหล่อนมากนัก แต่นี้ เขาพยายามกวาดสายตามองแล้ว ไม่เห็นพวกมันสักตัว
ทันทีที่ร่างหญิงสาวเดินปลีกตัวออกมาจากบรรดากลุ่มเพื่อนๆ ชายหนุ่มก็เคลื่อนย้ายร่างกายเขาตามหญิงสาวนั้นไปทันที ร่างบางเดินทอดอารมณ์ออกมาจากกลุ่มไม่มากนัก หล่อนก็กลัวอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน เพียงแต่หล่อนขอพักหน่อยและขอรับลมทะเลยามค่ำคืนนี้สักครู่แล้วก็จะกลับเข้างานเอง ร่างเล็กยืนมองเกลียวคลื่นที่มันสาดกระทบเข้าหาฝั่ง หล่อนเห็นมันได้ เพราะจากตรงนี้ยังพอมีแสงไฟริมชายหาดที่ทางโรงแรมเขาจัดให้อยู่บ้าง
หญิงสาวนึกถึงเรื่องราวครั้งที่หล่อนจมน้ำทะเลวัยเด็ก หล่อนเกือบเอาชีวิตไม่รอดถ้าไม่ได้ผู้ชายคนนั้นช่วยไว้ ตั้งแต่วันนั้นหล่อนก็รักและเทิดทูนผู้ชายคนนั้นมาจนเติบใหญ่ พี่ชายที่คอยดูแลหล่อนตลอด พี่ชายที่แสนดีแล้วก็มีศักดิ์เป็นคู่หมั้นหล่อนด้วย แต่ตั้งแต่วันนั้น วันที่เขาตะโกนใส่หน้าหล่อน วันที่หล่อนตบหน้าเขา หล่อนพยายามไม่เจอหน้าเขาอีกเลย และหล่อนก็คิดว่ากำลังจะให้ผู้ใหญ่ถอนหมั้นในเร็ววันนี้แน่นอน หล่อนจะต้องตัดใจจากเขาให้ได้ ผู้ชายใจร้ายและจอมร้ายกาจคนนั้น คาร์รินยืนทอดอารมณ์อยู่สักพักร่างเล็กก็เตรียมจะกลับเข้าไปในงาน
“อุ้ย...อ๊ะ....ว้ายยยย” ยังไม่ทันที่ร่างบางจะหันหน้ากลับมาเต็มตัวร่างงามก็ชนเข้ากับร่างหนาของใครบางคนจนร่างหล่อนเซถลาเข้าหาร่างหนานั้นอย่างจัง หล่อนเกือบล้มก้นจุ่มทรายแล้วหากชายหนุ่มนี้ไม่จับแขนเรียวของหล่อนเอาไว้แล้วกระชากเข้าหาร่างหนาด้วยความรวดเร็ว เมื่อทุกอย่างเป็นปกติ ดวงตาคู่สวยก็ต้องเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ เมื่อชายหนุ่มหล่อที่ยืนประจันหน้าอยู่นี้คือคนที่หล่อนรู้จักดี ถึงดีที่สุด
“พะ...พี่แกรนด์เดร์” ร่างบางอุทานชื่อชายหนุ่มออกมาเบาๆ ใบหน้าสวยยังคงแหงนเงยมองใบหน้าหล่อคม ที่จ้องมองมายังหล่อนเขม็งอยู่นี้ ร่างเล็กพยายามดีดตัวออกโดยใช้แขนเรียวดันหน้าอกกว้างเอาไว้ หล่อนพยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดบ้าๆ นี้
“ทำไม เห็นพี่แล้ว ตกใจขนาดนั้นเลยหรือไง” แกรนด์เดร์พูดใส่หญิงสาวคำแรกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ชายหนุ่มพยายามมองใบหน้าสวยที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ หล่อนมองดูตกอกตกใจเมื่อเจอหน้าเขา แล้วรู้สึกว่าเหมือนอยากจะตีตัวออกห่างเขาเสียด้วย
“ก็นิดหน่อยหละคะ นึกว่าผีทะเลที่ไหน” คาร์รินพูดใส่หน้าชายหนุ่มด้วยท่าทีเย้ยๆ น้องสาวที่น่ารักสำหรับเขาไม่มีอีกแล้ว เธอกับผู้ชายตรงนี้ ต่อไปนี้จะมีแค่คนเคยรู้จักเท่านั้น หญิงสาวนึกในใจเมื่อมองใบหน้าหล่อที่อยู่ใกล้หล่อนไม่ถึงคืบ
“นี่น้องคาร์ริน เดี๋ยวนี้พูดจาไม่น่ารักเลยนะ แล้วนี่มากับใคร มาทำอะไรที่นี่” แกรนด์เดร์ถามหญิงสาวด้วยความอยากรู้ ตอนนี้เขายังไม่อยากมีเรื่องกับหล่อน เขาอยากรู้แค่ว่าหล่อนมากับใครนอนกับใคร แล้วมาทำอะไรที่นี่
“มันเรื่องของคาร์รินคะ คุณไม่เกี่ยว” หญิงสาวพูดใส่หน้าชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงประชดประชัน โดยหล่อนเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกเขา ฟังดูเหมือนเป็นคนอื่น แกรนด์เดร์ฟังแล้วแทบสะอึก นี่หล่อนเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เหรอ เหล่อนเปลี่ยนไปมากจริงๆ
“นี่น้องคาร์ริน บอกมาดีๆ มาทำอะไร มากับใคร” ชายหนุ่มพยายามถามประโยคเดิมอีกเพื่อต้องการคำตอบเสียให้ได้ ร่างงามไม่ยอมตอบเขา แถมพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมกอดเขาซะอีก เนื้อตัวเจ้าหล่อนยังนุ่มนิ่มน่าสัมผัสเหมือนเช่นเดิม เด็กเป็นยังไง ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น
“คาร์รินจะมากับใครมันก็เรื่องของคาร์ริน เราไม่ได้เป็นอะไรกัน รบกวนปล่อยดิฉันด้วยคะ” หญิงสาวพูดใส่ชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงแสนจะเรียบ ฟังดูยิ่งห่างเหินขึ้นทุกที
“พี่ไม่ปล่อย มากับไอ้บ้าหน้าระรื่นนั้นใช่ไหม อย่าบอกนะว่านอนห้องเดียวกับมันด้วย” แกรนด์เดร์กัดฟันพูดกับหญิงสาวอย่างที่สมองตัวเองคิด อารมณ์ภายในแสนจะครุกรุ่นเป็นที่สุด
“นี่....” ร่างบางหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง “ใช่คะ ฉันมากับอเล็ก แล้วมีอะไรหรือเปล่าหละคะ” คาร์ริน บอกชายหนุ่มไปด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน หล่อนก็อยากให้เขารู้บ้างว่านอกจากเขาแล้วหล่อนก็รักคนอื่นเป็นเหมือนกัน โดยปดไปตามใจคิดนั้น
“อ๋อ...นอนกับมันแล้วใช่ไหม”
เพี๊ยะ!!!!! สิ้นเสียงของชายหนุ่มคือเสียงของฝ่ามือเรียวกระทบกับใบหน้าคมอย่างแรงจนทำให้ใบหน้าคมของร่างหนาสะบัดไปตามแรงมือนั้น ชายหนุ่มหันกลับมามองหญิงสาวในอ้อมกอดเขาอย่างช้าๆ เขากัดกรามขึ้นเป็นสันนูน แววตาที่ขุ่นมัวอยู่แล้ว มันก็มีไฟลุกวาวขึ้นมา
“ตบหน้าพี่ใช่ไหมน้องคาร์ริน.......อุ๊บ!!!!! อื้อออ...อ่อยอะ...” สิ้นเสียงพูดของชายหนุ่ม ปากหนาก็กดปิดเรียวปากบางสีสวยนั้นทันที ชายหนุ่มจับล็อคลำคอสวยของหญิงสาวไว้แน่น ปากหนากดปิดแนบแน่นอย่างรุนแรง เขาบดเบียดเสียดสีหล่อนอย่างหนักหน่วง ร่างบางดิ้นรนไปมา มือเรียวที่เป็นอิสระพยายามทุบตีบ่ากว้างอย่างแรง ชายหนุ่มพยายามสอดแทรกเรียวลิ้นเพื่อเข้าไปควานหาความหวานภายใน แต่ปากสวยของร่างงามไม่ยอมปริเปิดมันแม้แต่น้อย ปากหนาขบเม้มริมฝีปากล่างอย่างแรง อ๊ะ...!!!! ร่างเล็กร้องอุทานอย่างเจ็บๆ ทำให้เรียวลิ้นร้อนของชายหนุ่มถือโอกาสนั้นสอดเข้าไปภายในทันที
“อืมมมม” ร่างหนาครางอย่างขัดใจ เมื่อเจ้าลิ้นเล็กภายในเอาแต้หดหนีลิ้นร้อนเขา แต่ด้วยความที่เขาช่ำชอง ลิ้นร้ายจึงต้อนลิ้นเล็กซะจนมุม เขาดูดดึงเรียวลิ้นเล็กนั้นไปมาเบาๆ ลิ้นร้ายกาจนั้นควานหาความหวานทุกซอกทุกมุมในอุ้งปากสวยนั้น มือเรียวของหญิงสาวตอนนี้เริ่มสงบลง ร่างหญิงสาวอ่อนปวกเปียกจนเกือบล้มลง ชายหนุ่มต้องตะกองกอดร่างบางไว้แนบลำตัวแน่น
“คาร์ริน ๆ เธออยู่ไหน” เสียงเพื่อนสาวร้องเรียกชื่อหล่อน ทำให้ร่างบางที่กำลังจะเคลิบเคลิ้มอยู่นี้ได้สติ หล่อนใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักร่างหนาออก...จู๊บบบบบ!!!! เสียงเรียวปากหนาดึงออกจากปากบางอย่างเสียดาย
เพี๊ยะ!!!! “คนบ้า มาจูบเค้าทำไม” สิ้นเสียงฝ่ามือคือเสียงหญิงสาวพูดใส่หน้าชายหนุ่มแล้ววิ่งออกไปจากตรงนั้น เพื่อไปหาเพื่อนสาวที่กำลังเดินมากับชายหนุ่มที่ขายขนมจีบหล่อนนี้
แกรนด์เดร์ ยืนมองร่างงามด้วยแววตาไหวระริก อีกมือก็กุมแก้มตนเองแล้วลูบไปมา ในใจของเขาตอนนี้มันพองโตอย่างบอกไม่ถูก แววตาสับสนไปหมด เขาคิดยังไงกับน้องสาวในฐานะคู่หมั้นเขาคนนี้กันแน่ รสจูบเมื่อกี้ทำให้เขารู้สึกชอบในความหอมหวานและความไร้เดียงสาของมัน ........
“ตอนนี้เธอเป็นคู่หมั้นพี่อยู่ เธอห้ามมีใครเด็ดขาด” ชายหนุ่มสบทกับตัวเองเบาๆ แววตาหมายหมาด ในใจเขาตอนนี้มันแสนจะสับสนไปหมด .......>>>>>>>>
วันนี้ทุกคนที่บ้านแกรนเดร์สัน กำลังวุ่นวายอยู่กับการต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้าน ภรรยาและบุตรคนแรกของแกรนด์เดร์กำลังกลับมาจากโรงพยาบาล ชายหนุ่มออกโรงสั่งคนที่บ้านจัดห้องหับเพื่อต้อนรับบุตรสาวและภรรยาของเขาด้วยตนเอง เสียงแตรรถบ่งบอกว่าตอนนี้ทุกคนกำลังมาถึงแล้ว ชายหนุ่มรีบวิ่งลงไปดูด้วยความตื่นเต้น"มาแล้วคะคุณแกรนด์เดร์ คุณคาร์รินกับคุณหนูน้อยมาแล้วคะ" เสียงคนรับใช้ขึ้นมาบอกเขา ด้วยสีหน้าแววตาที่ตื่นเต้นไม่แพ้เจ้านาย"มาแล้วเหรอ ไปๆ รีบลงไปเร็ว " ชายหนุ่มเอ่ยชวนเด็กรับใช้ก่อนที่เขาจะเดินแกมวิ่งไปหาลูกเมียเขาที่หน้าบ้านทันทีเมื่อมาถึงรถหรูของบ้านเขาได้จอดเทียบบันไดบ้าน คนใช้ต่างยืนเข้าแถวรอกันอย่างเป็นระเบียบ พ่อตาแม่ยายของเขาลงรถจากคันถัดไป ส่วนแด็ดกับมาดามของเขาก็ลงตามมากันติดๆ ประตูรถเปิดอัตโนมัติ ภาพหญิงสาวอุ้มเด็กทารกเพศหญิงแก้มแดงอย่างกับลูกตำลึงสุกเดินออกมาจากรถ ทุกคนต่างฮือฮาในความน่ารักน่าชังของเจ้านายน้อยในบ้านแกรนด์เดร์ยิ้มหน้าบานแฉ่งที่เขาได้ลูกสาวสมใจ เขาเห็นแวบแรกตั้งแต่ที่อยู่โรงพยาบาลก็รู้แล้วว่าลูกสาวเขานะเหมือนใคร พ่ออย่างไงลูกสาวก็อย่างนั้น เขายังไม่ได้ตั้งชื่อให้ลูกสาว
แกรนด์เดร์ ยืนขยับเน็คไทสีสวยอยู่นานสองนาน เขามองซ้ายมองขวาหาภรรยาสุดที่รักของเขาก็ยังไม่มาสักที ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำ รองเท้าหรูนั้นมันวาวสะดุดตา วันนี้เขามาร่วมงานมงคลสมรสของลูกน้องคนสนิท แล้วก็เพื่อนสาวคนของเขาเช่นกัน งานจัดขึ้นที่โรงแรมของเขาเอง โรงแรมที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราติดอันดับ 1 ใน 3 ของบราซิลนี้ มาคัส ดูแลกิจการที่นี่ได้เป็นอย่างดี วันนี้งานทุกอย่างเขาจึงจัดการให้มาคัสหมดเลย ถือว่าเป็นของขวัญวันแต่งงานแล้วกัน แด็ดกับมาดามริก้า ก็คงเข้างานแล้วก็นั่งสนทนาภาษาคนอายุเยอะอยู่กับพ่อตาแม่ยายของเขา คุณอาเควิ่นกับคุณอาน้ำใส แล้วยังมีพ่อเจ้าสาวด้วย แต่เขานี่สิ รอภรรยาสุดที่รักกลับมาจากการเสริมสวยอยู่"เอ้าที่รักคะ ยังไม่เสร็จหรือคะนี่" เสียงคาร์รินดังมาจากทางประตูห้อง ชายหนุ่มเงยหน้าไปมอง ดวงตาคมก็ส่งหวานเยิ้มมายังเจ้าหล่อน หญิงสาวอยู่ในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินยาว หล่อนดูขาวอวบขึ้น แต่ยังคงความสวยหวานอยู่ ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง หล่อนยังดูสวย แม้จะตั้งท้องได้ห้าเดือนแล้ว แกรนด์เดร์เดินเข้าไปหาหญิงสาว แล้วโอบกอดเอวนั้นอย่างหลวมๆ"ยังเลยครับที่รัก ไม่มีใครแต่งตัวให้ เล
อแมนด้า ยืนเหม่ออยู่ที่ชายทะเลใกล้บ้านพักของหล่อน ในใจนึกถึงชายหนุ่มที่หล่อนคุยด้วยเกือบทุกวัน แต่นี้เขาหายไปเกือบอาทิตย์แล้ว ไม่ติดต่อกลับมาเลย หัวใจที่เคยชุ่มชื่นตอนนี้รู้สึกว่ามันเริ่มจะห่อเหี่ยวอย่างบอกไม่ถูก หรือว่าโปรโมชั่นรักของเราจะอยู่ได้เพียงหกเดือนเท่านั้น ตั้งแต่ที่หล่อนตอบตกลงคบกับเขา หลังงานแต่งคุณแกรนเดร์และคุณคาร์ริน หล่อนกับเขาก็เซร์ฮัลโหลกันตลอด หล่อนกลับมาบราซิล เขาอยู่ติดตามคุณแกรนด์เดร์ที่ฮ่องกง แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการรักกันเลย เราติดต่อกันตลอด แต่นี่ทำไมกันนะ เขาหายไปไหน ดวงตาหวานของร่างบางเริ่มเอ่อไปด้วยน้ำอุ่นๆหญิงสาวเดินกลับบ้านไปด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก มันดูเศร้าสร้อยหงอยเหงายังไงชอบกล แล้วยิ่งบิดาของหล่อนไม่อยู่ด้วยแล้ว หล่อนยิ่งไม่รู้จะคุยกับใคร พ่อของเธอไปเที่ยวภาษาคนแก่กับเพื่อนๆ ตั้งสองวันที่แล้ว และเห็นโทรมาบอกว่าอีกสามวันถึงจะกลับ เฮ้อ เหงาจัง หล่อนถอนหายใจยาวเหยียด จากนั้นก็เดินเข้าบ้าน แล้วนั่งกดทีวีอย่างเบื่อๆ หล่อนนั่งคิดอะไรเพลินๆ จนถึงเวลามืดค่ำ หญิงสาวมารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อมีเสียงก๊อกแก๊กจากทางนอกบ้านเสียงอะไรอะ หล่อนเปิดม่านดูผ่านกร
แกรนด์เดร์ มองก้นงอนของหล่อนอยู่อย่างนั้น เขารู้สึกว่าเจ้าหล่อนจะไม่ยอมลุกขึ้นจากกายแกร่งของเขาง่ายๆ ชายหนุ่มกระดกหัวเขาแล้วชันแขนลุกขึ้นนั่ง คาร์ริน เหลียวมองแล้วยิ้มแห้ง หล่อนชันตัวเองลุกขึ้นเช่นกัน กำลังจะคลานเข่าลงไปยังปลายเท้าของชายหนุ่ม"อุ้ย อื้อออ พะพี่แกรนด์เดร์" ยังไม่ทันที่หล่อนจะพ้นจากร่างหนานั้น ชายหนุ่มก็จับสะโพกงอนของหล่อนดึงไว้"จะรีบไปไหนหละเมียจ๋า ต่ออีกรอบนะที่รัก" ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พรางก้มหน้าลงกับก้นงอนนั้น จนหญิงสาวสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ขนกายสาวของคาร์รินลุกซู่ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มจูบก้นสวยของหล่อนอย่างหนักหน่วง จุ๊บบบะ!!!"อ๊ะ อ๊ะ อ๊า" คาร์รินแหงนหน้าร้องครางด้วยความเสียว เมื่อชายหนุ่มเริ่มลงลิ้นร้อนของเขาบนแก้มก้นของหล่อนทีละนิดๆ เขาลากเรียวลิ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของมัน "อืมมมมมมม" เสียงทุ้มครางออกมาจากลำคอหนา เมื่อเขาสัมผัสแก้มก้นสีขาวสะอาดนั้นเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่ร่องกลางระหว่างกันนั้น เขาหลงใหลร่างบางนี้ทุกส่วนของเรือนร่างหล่อนไม่เว้นแม้แต่สิ่งที่ทุกคนรังเกียจ แต่เขาไม่เคยรังเกียจเลย ชายหนุ่มลงลิ้นเลียวนตรงส่วนนั้น"อ๊ะ อ๊ะ สะเสียวคะ
มาคัส เดินมากับอแมนด้า ชายหนุ่มแอบมองแผ่นหลังเนียนของคนที่ตกลงเป็นแฟนเขาเมื่อสักครู่นี้ เขาก็ยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ หญิงสาวอยู่ในชุดราตรีเปิดแผ่นหลังคว้านจนไปถึงสะโพก มาคัสรู้สึกหวงนิดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรหล่อนนัก เพราะเขารู้ว่ามันเป็นความชอบของหล่อน ชายหนุ่มรีบเดินให้ทันหญิงสาว มือหนาของเขาก็คว้าเอวคอดของหล่อนนั้นทันที"อุ้ย นี่คุณอายเขานะ" อแมนด้าเอียงแก้มสวยหันไปบอกชายหนุ่ม แต่หล่อนก็ไม่หยุดก้าวเท้า"อายอะไรคนเป็นแฟนกัน ใครๆ เขาก็ทำแบบนี้แหละคุณ" เขาพูดชิดแก้มสวยนั้น ทำเอาคนฟังหลุดยิ้มออกมา"ตามใจคุณเลยคะ จะทำมากกว่านี้ก็ได้นะ" หล่อนพูดพร้อมกับหยุดเดิน หล่อนหันหน้ามาหาชายหนุ่ม แขนเรียวโอบรอบคอเขา ส่งดวงตายวนยั่วชายหนุ่มเต็มที่ มาคัสมองซ้ายมองขวา เมื่อเขาเห็นว่าไม่มีคน ชายหนุ่มจึงกดจุมพิตหล่อนจ๊วบใหญ่ทั้งสองแลกลิ้นกันอยู่นานสองนาน กว่าจะพละออกจากกันได้นั้น ต้องรอให้มีคนเดินผ่านมาก่อน ซึ่งทั้งสองหันไปมองหน้ากันแล้วก็อมยิ้ม จากนั้นพวกเขาก็เดินเข้าไปหาคู่บ่าวสาวทันที"เอ้า สวัสดีครับคุณอแมนด้า " แกรนด์เดร์กล่าวต้อนรับแขก VIP ที่เขาสั่งให้มาคัสเป็นคนดูแลหล่อนนั้น"สวัสดีคะคุณแกรนด์เดร์
มาคัสนอนทอดสายตายาวออกไปนอกหน้าต่างตรงโซฟานั้น โดยมีร่างบางของอแมนด้าอยู่ข้างๆ เขากอดหล่อนเอาไว้แน่น อแมนด้าก็กอดตอบเขาเช่นกัน หล่อนนอนมองแผ่นอกกว้างอยู่อย่างนั้น ใบหน้าหล่อนซบลงกับไหล่เขาอย่างอบอุ่น ทั้งสองไม่มีใครพูดอะไรออกมา หญิงสาวเหลือบไปเห็นนาฬิกาบอกเวลา อุ้ยจะทุ่มแล้วหรือ ศีรษะทุยเงยขึ้นอย่างตกใจ "อุ้ย อ๊ะ" หญิงสาวร้องอย่างตกใจ เมื่อชายหนุ่มจับศีรษะหล่อนซบอกกว้างอย่างรวดเร็ว"จะรีบไปไหนงานเริ่มตั้งสองทุ่ม" มาคัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ"ก็รีบไปแต่งตัวสิคะ เดี๋ยวจะไม่ทันนะ" หล่อนตอบเขาด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือหล่อนพูดเพราะขึ้น"ยังกอดไม่หายคิดถึงเลย" มาคัสพูดออกมาจากใจจริง ทำเอาคนฟังใบหน้าแดงขึ้นมาทันที ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวบนอกเขาเงียบนิ่ง เขาจึงตะแคงข้างเพื่อมองใบหน้าสวยนั้น"มองอะไร" อแมนด้าถามชายหนุ่มอย่างเขินๆ หล่อนหลบสายตาเขาแล้วเบนมันไปทางอื่น"เรามาคบกันนะอแมนด้า ผมอยากลองคบกับคุณ" มาคัสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคมมองใบหน้าหล่อนนิ่ง มือหนาของเขาค่อยๆ เชยคางเรียวที่ก้มหน้างุดอยู่อย่างนั้นให้เงยขึ้นมองหน้าเขา"เอ่อๆ ฉัน ๆ " อแมนด้าไม่รู็ว่าจะตอบเขายังไงดี มันเร็







