INICIAR SESIÓNบรรยากาศงานเลี้ยงแถวชายหาดคืนนี้ ทุกคนมาในชุดผ้าผริ้วสวยหลากสีสันเพื่อนชาวต่างชาติบางคนก็มีพวงมาลัยดวงไม้ลีลาวดีสีขาวที่ทางโรงแรมจัดให้ คล้องคอบ้าง ใส่ข้อมือบ้าง ทุกคนต่างยิ้มแย้ม จับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนคาร์ริน เธออยู่ในชุดผ้าซีฟองสีขาวล้วนเปิดไหล่เล็กน้อย เธอกำลังเดินออกมาร่วมงาน “อ๊ะ...อุ้ย...” ยังไม่ทันที่ร่างบางจะก้าวเท้าลงบันไดหน้าตึก ร่างเล็กของเธอก็ต้องชะงักเท้า เมื่อแขนเล็กเรียวถูก แตะอย่างแผ่วเบา หญิงสาวหันไปมองมือหนานั้นหล่อนก็ต้องส่งยิ้มให้อย่างเสียไม่ได้
“ระวังหน่อยนะครับคนสวย เดี๋ยวตกบันไดไปหละแย่เลย” เสียงชายหนุ่มทุ้มกล่าวก่อนจะเข้ามาประคองให้ร่างเล็กเกาะแขนเขาลงบันไดนั้น
“เอ้า...คุณอเล็ก ขอบคุณคะ” เสียงหวานหันไปขอบคุณร่างสูงที่เข้ามาช่วยหล่อนให้หล่อน เดินได้อย่างสะดวกมากขึ้น ก็เพราะชุดนี้นะสิ ยาวไปนิดจนทำให้ร่างบางเดินไม่ถนัด
“แหมมม...อเล็ก ไม่เห็นประคองแอนนาบ้างเลย” เสียงหญิงสาวอีกคนหนึ่งตัดพ้อมาจากด้านหลัง ของทั้งสอง คาร์รินหันไปอมยิ้มให้กับเพื่อนสาวที่กล่าวแซวหล่อนเมื่อสักครู่ ส่วนอเล็ก นั้นก็หันไปยิ้มหวานให้กับหญิงสาวแล้วก็หันหลังไปคล้องแขนเจ้าหล่อนด้วยท่าทางอารมณ์ดี ทั้งสามต่างพากันเดินหัวเราะร่วนมาลงไปยังชายหาด
ทุกสายตาต่างจ้องมองคาร์ริน ซึ่งเธอดูสวยที่สุดในงานนี้ ทั้งๆ ที่ทุกคนก็แต่งตัวคล้ายๆ กัน แต่หล่อนก็ยังโดดเด่นด้วยความสวย น่ารัก สดใสและเป็นกันเองกับเพื่อนๆ เสมอ ทั้งๆ ที่หล่อนก็ถือว่าเป็นลูกคุณหนูคนหนึ่ง แต่หล่อนเองไม่เคยถือเนื้อถือตัว บรรดาบอร์ดี้การ์ดหล่อน เธอจะให้ไปพักผ่อนยามที่เธออยู่กับเพื่อนๆ ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน เธอให้พวกเขาเที่ยวได้ตามสบาย เสร็จงานแล้วจะเรียกหาเอง ถ้าป๋าโทรมาก็ให้รายงานเป็นปกติ
ทางด้านของแกรนด์เดร์นั้น ชายหนุ่มปลีกตัวออกมาจากงานสังคมให้ห้องบอลลูนนั้น เขาไม่ชอบผู้คนสายบันเทิงเท่าไรนัก เขาปล่อยให้ซาร่า ฟอร์มทีมงานของหล่อนในวันพรุ่งนี้ บรรดาทีมงานระดับฮอลิวูดก็น่าจะรู้ๆ กันอยู่ว่าเขาเนี๊ยบประมาณไหน ชายหนุ่มจึงออกมาเดินเล่นรับลมกลางคืนแถวชายหาด โดยมีลูกน้องของเขาคอยดูอยู่ห่างๆ ในมือของเขามีแก้วบรั่นดีชั้นหนึ่งติดมือมาด้วย เขาชอบจิบมันบางๆ เวลาปล่อยอารมณ์อยู่ตอนนี้ ในใจของเขาก็คิดถึงเรื่องราวต่างๆ นาๆ
“เอ๊ะ...นั้นงานอะไรนะ” แกรนด์เดร์เปรยออกมาเมื่อสายตาคมเหลือบเห็นกิจกรรมชายหาดของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แสงคบไฟบริเวณนั้น และเสียงดนตรี ทำให้เขารู้ว่าต้องมีการจัดปาร์ตี้กันแน่ๆ ชายหนุ่มเดินเข้าไปไกล้ๆ สายตาคมนั้นก็ต้องลุกวาวอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
“น้องคาร์ริน ....” ชายหนุ่มเปรยชื่อหญิงสาวที่เขานึกถึงอยู่ตลอดเวลานั้น เขากระพริบตาถี่ๆ เมื่อเห็นหญิงสาวในชุดเปิดไหล่สีขาวสะอาดตา กำลังเต้นเริงร่าอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ ของหล่อนนี้ หัวใจของเขาเต้นรัวเมื่อเห็นใบหน้างามนี้ หล่อนมาที่นี่ได้อย่างไรกัน แล้วมากับใคร แล้วไอ้หน้าระรื่นที่เข้ามาเต้นกับหล่อนนั้นมันเป็นใคร ทำไมทำตัวแบบนี้นะ หัวใจของชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาทันที ทุกการกระทำของหญิงสาวมันดูขัดหูขัดตาไปหมด เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะเจอหล่อนที่นี่
ชายหนุ่มเฝ้ายืนดูทุกอิริยาบถของหญิงสาว เขากำมือแน่นเมื่อมีชายหนุ่มเข้ามาขายขนมจีบหล่อนแบบไม่ซ้ำหน้า พวกมันเป็นใคร แล้วมาจีบน้องสาวเขาได้ยังไง ยิ่งไอ้บ้าที่ยืนยิ้มหน้าระรื่นนั้น เขาชักเริ่มไม่ชอบขี้หน้า ทำมาตีสนิทหล่อนตลอดเวลา นี่ไม่เจอกันนาน จากเด็กสาวที่ใสซื่อ ตอนนี้กลายเป็นคนละคนเลยรึไงเนี๊ย ในใจชายหนุ่มนึกเป็นห่วงหล่อนสารพัด ตลอดเวลาไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เป็นห่วงหล่อน แต่เห็นว่าหล่อนอยู่กับอาเควิ่น แล้วก็มาบอร์ดี้การ์ดคอยดูแลอยู่ เขาจึงไม่ค่อยเป็นห่วงหล่อนมากนัก แต่นี้ เขาพยายามกวาดสายตามองแล้ว ไม่เห็นพวกมันสักตัว
ทันทีที่ร่างหญิงสาวเดินปลีกตัวออกมาจากบรรดากลุ่มเพื่อนๆ ชายหนุ่มก็เคลื่อนย้ายร่างกายเขาตามหญิงสาวนั้นไปทันที ร่างบางเดินทอดอารมณ์ออกมาจากกลุ่มไม่มากนัก หล่อนก็กลัวอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน เพียงแต่หล่อนขอพักหน่อยและขอรับลมทะเลยามค่ำคืนนี้สักครู่แล้วก็จะกลับเข้างานเอง ร่างเล็กยืนมองเกลียวคลื่นที่มันสาดกระทบเข้าหาฝั่ง หล่อนเห็นมันได้ เพราะจากตรงนี้ยังพอมีแสงไฟริมชายหาดที่ทางโรงแรมเขาจัดให้อยู่บ้าง
หญิงสาวนึกถึงเรื่องราวครั้งที่หล่อนจมน้ำทะเลวัยเด็ก หล่อนเกือบเอาชีวิตไม่รอดถ้าไม่ได้ผู้ชายคนนั้นช่วยไว้ ตั้งแต่วันนั้นหล่อนก็รักและเทิดทูนผู้ชายคนนั้นมาจนเติบใหญ่ พี่ชายที่คอยดูแลหล่อนตลอด พี่ชายที่แสนดีแล้วก็มีศักดิ์เป็นคู่หมั้นหล่อนด้วย แต่ตั้งแต่วันนั้น วันที่เขาตะโกนใส่หน้าหล่อน วันที่หล่อนตบหน้าเขา หล่อนพยายามไม่เจอหน้าเขาอีกเลย และหล่อนก็คิดว่ากำลังจะให้ผู้ใหญ่ถอนหมั้นในเร็ววันนี้แน่นอน หล่อนจะต้องตัดใจจากเขาให้ได้ ผู้ชายใจร้ายและจอมร้ายกาจคนนั้น คาร์รินยืนทอดอารมณ์อยู่สักพักร่างเล็กก็เตรียมจะกลับเข้าไปในงาน
“อุ้ย...อ๊ะ....ว้ายยยย” ยังไม่ทันที่ร่างบางจะหันหน้ากลับมาเต็มตัวร่างงามก็ชนเข้ากับร่างหนาของใครบางคนจนร่างหล่อนเซถลาเข้าหาร่างหนานั้นอย่างจัง หล่อนเกือบล้มก้นจุ่มทรายแล้วหากชายหนุ่มนี้ไม่จับแขนเรียวของหล่อนเอาไว้แล้วกระชากเข้าหาร่างหนาด้วยความรวดเร็ว เมื่อทุกอย่างเป็นปกติ ดวงตาคู่สวยก็ต้องเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ เมื่อชายหนุ่มหล่อที่ยืนประจันหน้าอยู่นี้คือคนที่หล่อนรู้จักดี ถึงดีที่สุด
“พะ...พี่แกรนด์เดร์” ร่างบางอุทานชื่อชายหนุ่มออกมาเบาๆ ใบหน้าสวยยังคงแหงนเงยมองใบหน้าหล่อคม ที่จ้องมองมายังหล่อนเขม็งอยู่นี้ ร่างเล็กพยายามดีดตัวออกโดยใช้แขนเรียวดันหน้าอกกว้างเอาไว้ หล่อนพยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดบ้าๆ นี้
“ทำไม เห็นพี่แล้ว ตกใจขนาดนั้นเลยหรือไง” แกรนด์เดร์พูดใส่หญิงสาวคำแรกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ชายหนุ่มพยายามมองใบหน้าสวยที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ หล่อนมองดูตกอกตกใจเมื่อเจอหน้าเขา แล้วรู้สึกว่าเหมือนอยากจะตีตัวออกห่างเขาเสียด้วย
“ก็นิดหน่อยหละคะ นึกว่าผีทะเลที่ไหน” คาร์รินพูดใส่หน้าชายหนุ่มด้วยท่าทีเย้ยๆ น้องสาวที่น่ารักสำหรับเขาไม่มีอีกแล้ว เธอกับผู้ชายตรงนี้ ต่อไปนี้จะมีแค่คนเคยรู้จักเท่านั้น หญิงสาวนึกในใจเมื่อมองใบหน้าหล่อที่อยู่ใกล้หล่อนไม่ถึงคืบ
“นี่น้องคาร์ริน เดี๋ยวนี้พูดจาไม่น่ารักเลยนะ แล้วนี่มากับใคร มาทำอะไรที่นี่” แกรนด์เดร์ถามหญิงสาวด้วยความอยากรู้ ตอนนี้เขายังไม่อยากมีเรื่องกับหล่อน เขาอยากรู้แค่ว่าหล่อนมากับใครนอนกับใคร แล้วมาทำอะไรที่นี่
“มันเรื่องของคาร์รินคะ คุณไม่เกี่ยว” หญิงสาวพูดใส่หน้าชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงประชดประชัน โดยหล่อนเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกเขา ฟังดูเหมือนเป็นคนอื่น แกรนด์เดร์ฟังแล้วแทบสะอึก นี่หล่อนเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เหรอ เหล่อนเปลี่ยนไปมากจริงๆ
“นี่น้องคาร์ริน บอกมาดีๆ มาทำอะไร มากับใคร” ชายหนุ่มพยายามถามประโยคเดิมอีกเพื่อต้องการคำตอบเสียให้ได้ ร่างงามไม่ยอมตอบเขา แถมพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมกอดเขาซะอีก เนื้อตัวเจ้าหล่อนยังนุ่มนิ่มน่าสัมผัสเหมือนเช่นเดิม เด็กเป็นยังไง ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น
“คาร์รินจะมากับใครมันก็เรื่องของคาร์ริน เราไม่ได้เป็นอะไรกัน รบกวนปล่อยดิฉันด้วยคะ” หญิงสาวพูดใส่ชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงแสนจะเรียบ ฟังดูยิ่งห่างเหินขึ้นทุกที
“พี่ไม่ปล่อย มากับไอ้บ้าหน้าระรื่นนั้นใช่ไหม อย่าบอกนะว่านอนห้องเดียวกับมันด้วย” แกรนด์เดร์กัดฟันพูดกับหญิงสาวอย่างที่สมองตัวเองคิด อารมณ์ภายในแสนจะครุกรุ่นเป็นที่สุด
“นี่....” ร่างบางหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง “ใช่คะ ฉันมากับอเล็ก แล้วมีอะไรหรือเปล่าหละคะ” คาร์ริน บอกชายหนุ่มไปด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน หล่อนก็อยากให้เขารู้บ้างว่านอกจากเขาแล้วหล่อนก็รักคนอื่นเป็นเหมือนกัน โดยปดไปตามใจคิดนั้น
“อ๋อ...นอนกับมันแล้วใช่ไหม”
เพี๊ยะ!!!!! สิ้นเสียงของชายหนุ่มคือเสียงของฝ่ามือเรียวกระทบกับใบหน้าคมอย่างแรงจนทำให้ใบหน้าคมของร่างหนาสะบัดไปตามแรงมือนั้น ชายหนุ่มหันกลับมามองหญิงสาวในอ้อมกอดเขาอย่างช้าๆ เขากัดกรามขึ้นเป็นสันนูน แววตาที่ขุ่นมัวอยู่แล้ว มันก็มีไฟลุกวาวขึ้นมา
“ตบหน้าพี่ใช่ไหมน้องคาร์ริน.......อุ๊บ!!!!! อื้อออ...อ่อยอะ...” สิ้นเสียงพูดของชายหนุ่ม ปากหนาก็กดปิดเรียวปากบางสีสวยนั้นทันที ชายหนุ่มจับล็อคลำคอสวยของหญิงสาวไว้แน่น ปากหนากดปิดแนบแน่นอย่างรุนแรง เขาบดเบียดเสียดสีหล่อนอย่างหนักหน่วง ร่างบางดิ้นรนไปมา มือเรียวที่เป็นอิสระพยายามทุบตีบ่ากว้างอย่างแรง ชายหนุ่มพยายามสอดแทรกเรียวลิ้นเพื่อเข้าไปควานหาความหวานภายใน แต่ปากสวยของร่างงามไม่ยอมปริเปิดมันแม้แต่น้อย ปากหนาขบเม้มริมฝีปากล่างอย่างแรง อ๊ะ...!!!! ร่างเล็กร้องอุทานอย่างเจ็บๆ ทำให้เรียวลิ้นร้อนของชายหนุ่มถือโอกาสนั้นสอดเข้าไปภายในทันที
“อืมมมม” ร่างหนาครางอย่างขัดใจ เมื่อเจ้าลิ้นเล็กภายในเอาแต้หดหนีลิ้นร้อนเขา แต่ด้วยความที่เขาช่ำชอง ลิ้นร้ายจึงต้อนลิ้นเล็กซะจนมุม เขาดูดดึงเรียวลิ้นเล็กนั้นไปมาเบาๆ ลิ้นร้ายกาจนั้นควานหาความหวานทุกซอกทุกมุมในอุ้งปากสวยนั้น มือเรียวของหญิงสาวตอนนี้เริ่มสงบลง ร่างหญิงสาวอ่อนปวกเปียกจนเกือบล้มลง ชายหนุ่มต้องตะกองกอดร่างบางไว้แนบลำตัวแน่น
“คาร์ริน ๆ เธออยู่ไหน” เสียงเพื่อนสาวร้องเรียกชื่อหล่อน ทำให้ร่างบางที่กำลังจะเคลิบเคลิ้มอยู่นี้ได้สติ หล่อนใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักร่างหนาออก...จู๊บบบบบ!!!! เสียงเรียวปากหนาดึงออกจากปากบางอย่างเสียดาย
เพี๊ยะ!!!! “คนบ้า มาจูบเค้าทำไม” สิ้นเสียงฝ่ามือคือเสียงหญิงสาวพูดใส่หน้าชายหนุ่มแล้ววิ่งออกไปจากตรงนั้น เพื่อไปหาเพื่อนสาวที่กำลังเดินมากับชายหนุ่มที่ขายขนมจีบหล่อนนี้
แกรนด์เดร์ ยืนมองร่างงามด้วยแววตาไหวระริก อีกมือก็กุมแก้มตนเองแล้วลูบไปมา ในใจของเขาตอนนี้มันพองโตอย่างบอกไม่ถูก แววตาสับสนไปหมด เขาคิดยังไงกับน้องสาวในฐานะคู่หมั้นเขาคนนี้กันแน่ รสจูบเมื่อกี้ทำให้เขารู้สึกชอบในความหอมหวานและความไร้เดียงสาของมัน ........
“ตอนนี้เธอเป็นคู่หมั้นพี่อยู่ เธอห้ามมีใครเด็ดขาด” ชายหนุ่มสบทกับตัวเองเบาๆ แววตาหมายหมาด ในใจเขาตอนนี้มันแสนจะสับสนไปหมด .......>>>>>>>>
คาร์รินยืนมองทะเลเพื่อสูดอากาศบริสุทธ์อยู่อย่างนั้น หล่อนบอกอเล็กให้กลับเข้าไปหาแอนนาก่อน เพราะหล่อนยังไม่อยากจะเข้าไป หล่อนอยากเดินเล่นอยู่แบบนี้สักพัก เมื่อคืนมาถึงก็ดึกแล้ว แต่ยังดีที่ป๋าพามาเครื่องส่วนตัว หล่อนเลยชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวด้วย โดยป๋าบอกเพียงว่ามาเที่ยวช่วงซัมเมอร์ที่นี่ หล่อนจึงอยากมาเที่ยวให้สบายอารมณ์บ้างคาร์รินเดินออกไปจากจุดเดิมเรื่อยๆ หล่อนเขี่ยไม้เล่นกับทรายละเอียดนั้นอยู่สักพัก หญิงสาวก็เห็นโขดหินหล่อนก็อยากจะปีนขึ้นไปนั่งเล่น เจ้าหล่อนจึงสวมวิญญาณคาร์รินตอนเด็กจัดแจงก้าวเท้าเรียวเพื่อปีนโขดหินนั้น....ด้วยความที่มันเปียกน้ำแล้วก็ลื่นมาก หญิงสาวจึงปีนอย่างลำบาก...“ว้ายยยยยย........หมับ!!!” ร่างบางก้าวพลาด เหยียบโขดหินลื่น จนทำให้ร่างหล่อนหงายหลัง คาร์รินรีบหลับตาปี๋ งานนี้มีเจ็บตัวอีกแน่ๆ ยังดีที่ร่างบางปะทะกับบางสิ่งบางอย่าง เหมือนมีสิ่งรองรับไว้ได้ คาร์รินค่อยๆ ลืมตามองสิ่งที่อยู่ใต้ร่างหล่อน เหมือนมีร่างหนาของใครบางคนอยู่ตรงนั้น“อุ้ย...พี่แกรนด์เดร์” หญิงสาวอุทานเรียกชื่อชายหนุ่มที่หล่อนตกลงมาทับร่างเขา พรางดวงตาหวานก็พองโตอย่างไม่เชื่อสายตา“ก็พี่นะสิ ซุกซนอ
หลังจากวันที่คาร์รินมาดูแลปรนนิบัติเขานั้น หล่อนยังคงโทรถามอาการของชายหนุ่มอยู่เป็นประจำ แกรนด์เดร์รู้สึกดีขึ้นมากแล้วและจะเป็นปกติแล้ว โดยเขาแอบดีใจลึกๆ ที่เจ้าหล่อนยังคงห่วงใยเขา แม้แต่เวลาพูดหล่อนจะไม่หวานเหมือนเดิมนั้น เขายังคงแอบเอาดอกไม้ไปให้เจ้าหล่อนทุกอาทิตย์ในที่ทำงาน แต่เขาไม่ได้ระบุชื่อหรอก เขาเกรงว่าร่างบางจะไม่รับน้ำใจของเขา ชายหนุ่มแอบติดตามเรื่องราวของเธออยู่กรายๆ ตอนนี้ได้ข่าวว่าพ่อลูกเศรษฐีบ่อน้ำมัน มาตามขายขนมจีบให้กับเจ้าหล่อนอยู่ บางครั้งได้ข่าวว่าไปทานข้าวบ้าง ไปเที่ยวบ้าง แต่ก็ยังดีที่มีเพื่อนสาวของเธอไปด้วย ไม่ได้ไปกันสองต่อสอง เขาก็ยังรู้สึกโล่งอกอยู่บ้างแกรนด์เดร์เอาแต่ทำงานจนไม่ได้มีวันหยุดพัก ไม่เช่นนั้นเขาต้องคิดมากจนหัวจะระเบิดเลยทีเดียว จะไม่ให้คิดมากได้อย่างไรกัน เขากำลังจะทำให้เมียตัวเองหลุดมือไปแล้ว ตอนนี้กับสาวคนอื่นเขาก็ไม่มีอารมณ์ไปเล่นด้วยหรอก สาวๆ หลายคนโทรมาอยากเจอหน้าเขา โดยเจ้าหล่อนยินดีมาบริการให้ถึงที่ แต่ตอนนี้แกรนด์เดร์รู้สึกเบื่อหน่าย จนคนเป็นพ่อสังเกตเห็นได้ชัด“เป็นไรไอ้เสือ พักนี้ดูหงอยๆ” เสียงชายวัยกลางคนถามบุตรชายตัวเองด้วยความอยากรู
ชายหนุ่มลืมตามองใบหน้าสวยที่มันอยู่ใกล้ๆ ใบหน้าหล่อคมของเขา สายตาหวานเยิ้มก็ปรากฏขึ้น สายตาคมมองตามหญิงสาวที่เคลื่อนตัวขึ้นลงไปมา คาร์รินไม่รู้ตัวเลยว่าหญิงสาวถูกชายหนุ่มแอบมองนานแล้ว หล่อนหันกลับไปมองใบหน้าคมเมื่อรู้สึกตัวว่ามีใครกำลังจ้องมองอยู่ ดวงตาทั้งคู่สบกันอย่างจัง แกรนด์เดร์พยายามส่งสายตาหวานมายังหล่อน หญิงสาวมองลึกลงในดวงตาคู่คมนั้นอยู่นาน ใบหน้าหล่อค่อยๆ เคลื่อนเข้าหาใบหน้าสวยอย่างช้าๆ คาร์รินรีบสลัดความเคลิบเคลิ้มนั้นออกทันที“เอ่อๆ คาร์รินกลับก่อนนะคะ นี่ก็ออกมานานแล้ว” หญิงสาวรีบพูดเร็วปรือ ก่อนที่ปากหยักจะเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบถึงแก้มนวลนั้น“เอ่อ..ตามสบายนะ ขอบใจมากที่ทำแผลให้” ชายหนุ่มไม่รู้จะพูดอะไร เขาจึงตอบหญิงสาวไปทั้งๆ ที่ในใจต้องการจะให้หล่อนอยู่ถ้าอย่างนั้นคาร์รินขอตัวนะคะ ขอบคุณนะคะที่ช่วย” หญิงสาวหันไปบอกชายหนุ่มที่นอนมองหล่อนเก็บข้าวเก็บของเพื่อไปที่นี่ แกรนด์เดร์ไม่รู้จะทำยังไงดี“ถ้าอย่างนั้นก็ดูแลตัวเองดีดีนะ...พี่....โอ้ยยยย!!!!” ชายหนุ่มพูดยังไม่ทันจบประโยค ปากหยักก็ส่งเสียงลั่นด้วยอาการเจ็บปวด“อุ้ย พี่แกรนด์เดร์ เจ็บมากไหมคะ” ยังไม่ทันที่ร่างบางจะใ
แกรนด์เดร์นั่งมองหญิงสาวอันเป็นที่รักพูดคุยอยู่กับชายอื่นอยู่อย่างนั้น มือหนาก็ยกแก้วนั้นดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า หัวใจที่สุดแสนจะปวดร้าวของเขาตอนนี้มันเหมือนถูกขยี้ด้วยเท้าเรียวๆ ของร่างบางชุดสีแดงเพลิงนั้น อารมณ์ของเขาตอนนี้ใครมาพูดอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแบบไม่ค่อยจะตรงทางนักตามร่างบางนั้นออกไปยังทางเดินนั้นคาร์รินเดินออกมาจากกลุ่มเพื่อนเพื่อจะเข้าห้องน้ำ หญิงสาวรู้สึกว่าเหมือนมีใครบางคนกำลังเดินตามหล่อนมายังที่นี่ ใบหน้าสวยจึงหันรีหันขวางเพื่อมองยังสิ่งผิดปกตินั้น “อุ้ย...ว้ายยย คุณเป็นใครหนะ หลบไปนะ” ร่างบางถึงกับสะดุ้งร้องตกใจเมื่อหล่อนหันกลับไปเพื่อจะเดินตรงไปยังห้องน้ำก็พบชายตะวันตกคนหนึ่งยืนขวางทางหล่อนอยู่ หัวใจของคาร์รินเต้นรัวขึ้นทันที เมื่อมันทำท่าเหมือนหื่นกระหายเดินเข้ามายังร่างบางของหล่อน“อะไรจ๊ะน้องสาว แค่นี้ทำเป็นตกใจ คุยกันหน่อยไหมจ๊ะ” เสียงแหบพร่าของมันฟังดูน่ากลัวผิดปกติ คาร์รินมองหาคนช่วย แต่นี่คงจะดึกแล้วกระมัง พวกสาวๆ หนุ่มๆ จึงแดนซ์กระจายกันแบบนันสต๊อบ จึงไม่มีใครผ่านมาเลยด้วยซ้ำ“ไม่ หลบไปนะฉันไม่มีอะไรจะคุยด้วย” หญิงสาวรีบเบี่ยงตัวเองหนีคนแปล
คาร์รินยืนจ้องมองใบหน้าคมของผู้ชายตรงหน้านี้อย่างอ่านใจเขาไม่ถูก ที่เขาพูดมามันจะเชื่อใจได้สักเท่าไรกันนะ ดวงตาคูหวานกรอกไปมาอย่างช้าๆ แววตาไหววูบ หล่อนตัดสินใจแล้วว่าหล่อนจะถอนหมั้น ยังไงซะ หล่อนก็จะถอน อนาคตก็คืออนาคต ส่วนปัจจุบันนี้ หล่อนจะต้องทำให้ผู้ชายคนนี้รู้สึกเสียบ้าง หญิงสาวรีบสะบัดใบหน้าสวยออกไปอีกทางทันที เมื่อชายหนุ่มเริ่มส่งสายตาหวานอย่างน่าเห็นใจมายังหล่อน.....ตืดดด...!!! ตืดดด!!! ตืดดด!!! ยังไม่ทันที่แกรนด์เดร์จะเอ่ยคำใดออกมา เสียงมือถือเครื่องหรูของเขาก็ดังขึ้น ขัดจังหวะของเขาทันที ชายหนุ่มยกขึ้นมองรายชื่อนั้น ถึงกับต้องกดรับอย่างหัวเสีย“ว่าไงซาร่า มีธุระอะไรนักหนา” แกรนด์เดร์รีบกรอกเสียงเข้มใส่คนปลายสายด้วยอารมณ์ที่แสนหงุดหงิด“เดี๋ยวผมดูอีกที เย็นนี้ค่อยว่ากัน” แกรนด์เดร์รีบตัดบททันที เมื่อสายตาคมเหลือบเห็นร่างบางกำลังจะเดินออกมาจากตรงนั้น“นี่น้องคาร์รินอย่าเพิ่งเดินหนีสิ เรายังคุยกันไม่จบ” ชายหนุ่มรีบมาคว้าข้อมือบางเอาไว้มั่นกันร่างบางจะหนีหายไปอีก“จบแล้วคะ มันจบแล้ว คาร์รินตัดสินใจแล้ว” หญิงสาวพูดใส่ชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่แสนจะเรียบนิ่ง หล่อนตัดสินใจเด็ดขาดเมื่อ
แกรนด์เดร์ ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความที่สุดจะเพลีย เมื่อคืนหลังจากที่เขาพูดความในใจให้กับคู่หมั้นเขาไปแล้ว เราก็พล่อยหลับไป ด้วยความเพลีย เจ้าหล่อนไม่ได้ตอบโต้ใดๆ เลย ไม่รู้ด้วยว่าเจ้าหล่อนคิดยังไง ชายหนุ่มค่อยๆ สลัดความคิดเรื่องเมื่อคืนออก กายแกร่งตะแคงมาข้างขวาหวังจะคว้าเอวบางเข้าหาอ้อมกอด เอ๊ะ..น้องคาร์รินไปไหน....ไวเท่าความคิด ชายหนุ่มรีบชันกายขึ้นด้วยความรวดเร็ว มือหนาที่ควานหาหล่อนเมื่อกี้รีบเปิดผ้าห่มหนาขึ้นเพื่อเปิดดู เผื่อร่างบางจะมุดผ้าห่มอยู่แถวๆ นี้ในใจของชายหนุ่มเริ่มร้อนรน“คาร์ริน น้องคาร์รินอยู่ในนั้นหรือเปล่า” หลังจากชายหนุ่มใช้ผ้าขนหนูพันท่อนล่าง เขาก็รีบวิ่งหาหญิงสาวของเขาทันที เสียงทุ้มตะโกนเรียกหาตั้งแต่ระเบียง ในห้องน้ำ ไม่มีแม้ของเจ้าหล่อน นี่อย่าบอกนะว่าหนีไปแล้ว ไวเท่าความคิด ชายหนุ่มรีบกดโทรศัพท์หาลูกน้องเขาสองสามคนที่ตามมาด้วยทันที“พวกมึงเห็นน้องคาร์รินไหม” แกรนด์เดร์กระแทกน้ำเสียงใส่ลูกน้องของเขาทันทีที่พวกนั้นมายืนเรียงหน้ากัน“ก็นายน้อยให้เธอไปซื้อยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่เหรอครับ” เสียงหัวหน้ามันตอบออกมาด้วยท่าทีปกติ“ซื้อบ้าบออะไรมึง กูยังไม่รู้เรื่องเลย”







