Mag-log inแกรนด์เดร์ ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความที่สุดจะเพลีย เมื่อคืนหลังจากที่เขาพูดความในใจให้กับคู่หมั้นเขาไปแล้ว เราก็พล่อยหลับไป ด้วยความเพลีย เจ้าหล่อนไม่ได้ตอบโต้ใดๆ เลย ไม่รู้ด้วยว่าเจ้าหล่อนคิดยังไง ชายหนุ่มค่อยๆ สลัดความคิดเรื่องเมื่อคืนออก กายแกร่งตะแคงมาข้างขวาหวังจะคว้าเอวบางเข้าหาอ้อมกอด เอ๊ะ..น้องคาร์รินไปไหน....ไวเท่าความคิด ชายหนุ่มรีบชันกายขึ้นด้วยความรวดเร็ว มือหนาที่ควานหาหล่อนเมื่อกี้รีบเปิดผ้าห่มหนาขึ้นเพื่อเปิดดู เผื่อร่างบางจะมุดผ้าห่มอยู่แถวๆ นี้ในใจของชายหนุ่มเริ่มร้อนรน
“คาร์ริน น้องคาร์รินอยู่ในนั้นหรือเปล่า” หลังจากชายหนุ่มใช้ผ้าขนหนูพันท่อนล่าง เขาก็รีบวิ่งหาหญิงสาวของเขาทันที เสียงทุ้มตะโกนเรียกหาตั้งแต่ระเบียง ในห้องน้ำ ไม่มีแม้ของเจ้าหล่อน นี่อย่าบอกนะว่าหนีไปแล้ว ไวเท่าความคิด ชายหนุ่มรีบกดโทรศัพท์หาลูกน้องเขาสองสามคนที่ตามมาด้วยทันที
“พวกมึงเห็นน้องคาร์รินไหม” แกรนด์เดร์กระแทกน้ำเสียงใส่ลูกน้องของเขาทันทีที่พวกนั้นมายืนเรียงหน้ากัน
“ก็นายน้อยให้เธอไปซื้อยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่เหรอครับ” เสียงหัวหน้ามันตอบออกมาด้วยท่าทีปกติ
“ซื้อบ้าบออะไรมึง กูยังไม่รู้เรื่องเลย”
“ก็คุณหนูคาร์รินบอกนิครับ เมื่อตอนเช้านี้เองที่เธอออกไปขอกุญแจรถจากผม” ลูกน้องของเขาตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก พวกมันไม่กล้าขัดคำสั่งนายน้อยของมัน แล้วก็ไม่กล้าขัดคำสั่งคุณหนูลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของคุณเควิ่นด้วย
“บัดซบ พวกมึงถูกน้องคาร์รินหลอก ไปจับ GPS เดี๋ยวนี้” แกรนด์เดร์แทบอยากจะกระทืบพวกมันรายตัว แต่ด้วยความที่รีบตามหาน้อง จึงไม่อยากจะลงมือตอนนี้ เขาให้พวกมันแก้ตัว โดยตามหาหล่อนจากการจับสัณญาณ GPS จากรถยนต์ของเขา
ทางด้านของคาร์ริน หล่อนแอบหนีมาตอนหกโมงเช้านี่เอง หล่อนต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นอันมาก ที่ย่องออกมาจากห้องนั้น หล่อนไม่อยากจะอยู่เห็นหน้าเขาแล้ว หล่อนไม่อยากจะฟังคำที่เขาพูด ไม่รู้ว่ามันจะจริงแค่ไหนเพียงใด อีกอย่างหากอยู่ใกล้เขาหัวใจของหล่อนคงทนไม่ไหวแน่ เธอจึงตัดสินใจหนีเขาออกมา
หญิงสาวขับรถออกมามุ่งหน้าสู่สนามบิน เธอขึ้นเครื่องเที่ยวบินที่ด่วนที่สุดของรอบวันนี้ หญิงสาวเดินขึ้นเครื่องโดยไม่วายมองไปยังด้านหลัง ด้วยความระแวง หล่อนเอารถจอดไว้ยังที่ฝากรถ พร้อมด้วยกุญแจ เพราะเจ้าหล่อนคิดว่าเขาต้องตามหาหล่อนจากรถยนต์ของเขาที่เธอขับออกมานั้น ระหว่างทางหล่อนนึกถึงเรื่องของหล่อนกับเขาตลอดเวลา หัวใจที่แสนปวดร้าวตอนนี้มันยิ่งทวีขึ้นทุกขณะ หล่อนจะกลับบ้านไปคุยเรื่องนี้กับมารดาของหล่อน เพื่อให้เขาไปคุยกับคุณน้าริกา มารดาของผู้ชายใจร้ายคนนั้น
ทางด้านของแกรนด์เดร์ หลังจากที่ลูกน้องเขารายงานว่าพบรถยนต์ของเขาจอดอยู่ที่สนามบิน ชายหนุ่มก็สั่งให้ลูกน้องของเขามารับเขาไปขึ้นเครื่องบินส่วนตัวแล้วตรงบึ่งไปยังคฤหาสน์แกรนด์เดร์สันที่ประเทศอเมริกา ด้วยความร้อนใจ ในใจของเขาคิดถึงแต่ใบหน้าสวยหวานของคู่หมั้นเขา ซึ่งตอนนี้ได้เป็นเมียเขาทางพฤตินัยไปเรียบร้อยแล้ว นี่เจ้าหล่อนโกรธเขามากขนาดนี้เชียวเหรอเนี้ยะ เขาขอโทษแล้วนี่ และสำนึกผิดแล้วด้วยจะให้เขาทำยังไงอีก ชายหนุ่มนั่งขมวดคิ้วตลอดเวลาที่เขาอยู่บนเครื่อง
“คุณแม่ฮะ...ขอกอดหน่อย” แกรนด์เดร์เดินโผเข้ากอดมาดามริก้า มารดาของเขาทันทีที่ชายหนุ่มลงจากเครื่อง มุ่งหน้ามายังคฤหาสน์เพื่อหามารดาของเขา
“อะจ๊า ลูกจ๋ามีอะไรหรือเปล่าเนี๊ย ไปเที่ยวมาสนุกไหม” หญิงวัยกลางคนที่ยังคงความสวยไม่เคยสร่าง โผเข้ากอดตอบบุตรชาย แล้วถามชายหนุ่มด้วยแววตาห่วงใย
“เปล่าครับ ผมรู้สึกว่าคิดถึงคุณแม่เป็นพิเศษ ส่วนไปเที่ยวก็สนุกดีฮะ” แกรนด์เดร์ตอบมารดาของตัวเองโดยพยายามจะทำให้น้ำเสียงของเขาปกติ
“อ๋อจ้า ดีเลยลูกกลับมา แม่มีเรื่องจะขอคุยด้วยหน่อย” ริก้าดึงบุตรชายให้มานั่งที่โซฟา เพื่อหล่อนจะได้พูดทุกอย่างถนัดขึ้น
“เรื่องอะไรฮะคุณแม่” แกรนด์เดร์รีบถามมารดาของเขาด้วยความอยากรู้
“เมื่อสักครู่นี้ แม่เพิ่งวางหูจากคุณอาน้ำใส เขามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเรา เรื่องของลูกกับหนูคาร์รินนะลูก”
“มีอะไรหรือฮะคุณแม่ เกิดอะไรขึ้น” ชายหนุ่มรีบถามมารดาของเขาด้วยความรีบร้อน
“เห็นเขาบอกว่า ให้เราทบทวนเรื่องหมั้นอีกที” ริก้าบอกบุตรชายของตนเองด้วยแววตาที่ผิดหวังเล็กน้อย
“ทำไมหละฮะแม่” แกรนด์เดร์รีบถามมารดาของตนเอง ด้วยหัวใจที่ร้อนรน
“ก็เห็นคุณอาน้ำบอกแม่ว่า หนูคาร์รินมาบอกเขาว่าตัวลูกจ๋าของแม่ไม่เต็มใจหมั้นกับเขา แล้วก็ไม่เห็นด้วยเรื่องการหมั้นนี่” ริก้า บอกบุตรชายของตนเองตามความจริงที่เพื่อนสาวโทรศัพท์มาปรึกษาหล่อน ซึ่งพวกเราจะนัดเจอกันสัปดาห์หน้า
“น้องคาร์รินบอกคุณอาน้ำแบบนั้นเหรอครับ” แกรนด์เดร์สอบถามมารดาของเขาโดยต้องการคำตอบจากมารดาโดยเร็วที่สุด
“เห็นคุณอาน้ำพูดแบบนั้นนะ คุณแม่จ๋าหละเครียดเลยลูก” ริก้าบอกบุตรชายตัวเอง ด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวังเล็กน้อย
“แล้วคุณแม่บอกอาน้ำว่ายังไงฮะ” ชายหนุ่มเซ้าซี้มารดาของเขาอีก
“แม่ก็บอกว่าอันนั้นค่อยมาพูดกัน อาทิตย์หน้าครอบครัวของเรามีนัดทานข้าวกัน”
“ที่ไหนฮะคุณแม่”
“ทำไมหรือจ๊ะ เราจะไปด้วยหรอลูก” ริก้าถามบุตรชายของตัวเองด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เพราะเจ้าหล่อนไม่ค่อยเห็นบุตรชายของเขาสนใจนัดเลย พักหลังๆ เขาก็ไม่ค่อยไปด้วย
“ครับผมไปแน่นอนฮะ” แกรนด์เดร์เค้นเสียงต่ำ สันกรามของเขาขบกันแน่น แววตามองออกไปภายนอกอย่างหมายมาด ซึ่งมารดาของเขาก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ในใจ
ทางด้านของคาร์ริน หลังจากที่หล่อนตัดสินใจบอกมารดาของหล่อนเรื่องการถอนหมั้นแล้ว หญิงสาวก็เอาแต่นั่งเหม่ออยู่ตลอดเวลา วันๆ หล่อนก็เอาแต่ทำงาน ข้าวปลาก็ทานน้อยลง หล่อนเป็นแบบนี้มาเกือบสัปดาห์แล้ว หญิงสาวนั่งนึกถึงถ้อยคำที่ชายหนุ่มพร่ำบอกตอนหล่อนกับเขานอนด้วยกัน เขาขอโทษหล่อน เขาทำไปเพราะความโมโห ที่เขาพูดใส่หน้าหล่อนเมื่อปีก่อนเพราะเขาโกรธหล่อนที่มาว่าเขา และก็ที่ตบหน้าเขา แล้วทำไมก่อนหน้านี้เขาไม่มาคุยกับหล่อนเลย ปล่อยให้เวลามันล่วงเลยมาได้เป็นปี
“คาร์รินลูก ทำอะไรอยู่จ๊ะ วันนี้เรามีนัดไปทานข้าวกับบ้านคุณน้าริก้านะลูก” เสียงหญิงวัยกลางคนที่ยังคงสวยดูดี และมีสายตาคมดุจเหยี่ยวนี้เดินเข้ามาเรียกหล่อน
“คะคุณแม่ แล้วป๋าละคะ” คาร์รินเอ่ยตอบมารดาของหล่อนไป โดยไม่วายถามถึงบิดาของหล่อนซึ่งอาจเป็นเกาะชั้นดีให้หล่อนได้
“ป๋าเสร็จเรียบร้อยแล้วลูก รออยู่ด้านล่าง แล้วหนูหละ เสร็จยังจ๊ะ” น้ำใสเดินเข้ามายังโต๊ะเครื่องแป้งที่บุตรสาวนั่งแปรงผมอยู่หน้ากระจก
“เสร็จแล้วคะแม่ หนูกำลังจะลงไป” คาร์รินวางหวีแปรงผมก่อนที่จะเงยหน้าไปมองมารดาของหล่อนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“หนูตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมลูก” น้ำใสจับบ่ามนของบุตรสาวถามหล่อนอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
คาร์รินไม่ได้ตอบคำใดๆ หล่อนเพียงพยักหน้าสวยนั้นเล็กน้อย แววตาไหววูบสลดลงเล็กน้อย หญิงสาวลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าใบเล็กนั้นแล้วเดินนำมารดาของหล่อนไปยังบิดาที่รอหล่อนอยู่ก่อนแล้ว
ทางด้านแกรนด์เดร์ก็เร่งมารดาของเขาถี่ยิบเพื่อให้ท่านเร่งฝีเท้าในการเดินลงบันได เพื่อจะได้ถึงรถหรูที่เขาและคุณพ่อรออยู่แล้วในนั้น
“คุณแม่ฮะ ช้าจังเชียว อย่างนี้ผมไปปลุกคุณแม่ก็ดีหรอก” แกรนด์เดร์เอ่ยบอกมารดาของเขาด้วยอาการรีบร้อน
“อะไรนี่ลูกจ๋า แม่ก็รีบแล้วลูก” ริก้าบอกบุตรชายของหล่อนที่ดูจะรีบร้อนผิดปกติ เขาดูเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วที่หล่อนบอกกับเขาเรื่องถอนหมั้น
“แกรนด์เดร์อย่าเร่งแม่ซิไอ้เสือ เดี๋ยวก็ตกบันไดพอดี” เสียงทุ้มของชายวัยกลางคนที่พูดออกมาจากด้านในรถอย่างใจดี
“ก็ได้ฮะ แต่ดูคุณแม่สิ ช้าจังเลย” ชายหนุ่มยังไม่วายฟ้องบิดาของตนด้วยความร้อนใจ
อาลัลมองดูลูกชาย ซึ่งดูลุกลี้ลุกลนจนผิดสังเกต ทำไมวันนี้ไอ้เสือของเขาดูกระวนกระวายใจ เหมือนไอ้เสือติดจั่นแบบนั้น มันต้องมีเรื่องร้อนใจอะไรแน่ๆ มองดูรีบร้อนเชียว เขามองดูบุตรชายตัวเอง แล้วก็ส่ายหน้าไปมา นึกถึงเขาเองสมัยหนุ่มๆ แบบนี้มันต้องเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อย่างเดียวเลย แต่ร้อยวันพันปี มันไม่เคยมีอาการใดๆ ไอ้เสือของเขามันก็เสือตัวที่สามแห่งตระกูลแกรนด์เดร์สันนั่นแหละ เรื่องผู้หญิงนี่มันแทบควงไม่ซ้ำหน้า เฮ้ออออ...หนุ่มสาวสมัยนี้ตามไม่ทันจริงๆ
ระหว่างที่ครอบครัวคาซิโอ กำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารอยู่แล้ว สามพ่อแม่ลูกแห่งตระกูลแกรนด์เดร์สัน ก็มาถึง ทั้งหมดเดินเข้ามาหาผู้ที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ยิ้มให้แก่กันอย่างอารมณ์ดี แต่ชายหนุ่มอายุน้อยที่เดินมานี่สิใบหน้าตูมขึ้นมาทันที เมื่อสายตาคมพยายามมองหาร่างบางที่เขาคิดถึงใจจะขาดแล้วไม่มีแม้เงาให้เขาเห็นด้วยซ้ำ
“ว่ายังไงพ่อแกรนด์เดร์รูปหล่อ มองหาอะไรจ๊ะ” เสียงของน้ำใส ถามบุตรชายของเพื่อนรักเขาที่ยืนชะเง้อชะแง้มองหาบางสิ่งบางอย่างจนหล่อนสังเกตได้ชัด
“เอ่อ..ๆ ๆ น้อง.......” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดชื่อหญิงสาวนั้น ร่างบางของหญิงสาวที่เขามองหาก็ก้าวพ้นขอบประตูห้องดินเนอร์หรูของโรงแรมมาทันที หล่อนอยู่ในชุดเดรสสั้นเหนือเข่าเปิดไหล่สีขาวสะอาด ผมสลวยสีน้ำตาลถูกรวบจนเผยต้นคอขาวระหงส์นั้น ทำเอาชายหนุ่มเกือบหยุดหายใจ ทำไมเมียเขาสวยจังเลย ทรวดทรวงองค์เอวที่ดูดีนั้น มันทำให้บริกรที่ยืนบริการอยู่นั้น ถึงกับมองตาม แกรนด์เดร์แทบอยากจะเอามือกวักลูกตามันออกเหลือเกิน มันมองทั้งไหล่ทั้งเรียวขาขาวนั้น นึกแล้วก็ขัดใจเขาเป็นบ้าเลย
“อ๋อ คาร์รินมาพอดีลูก มานั่งนี่สิ พวกคุณอามากันแล้ว” เสียงน้ำใสบอกบุตรสาวตัวเองที่เดินมายืนอยู่ใกล้ๆ หล่อนนี้
คาร์รินกล่าวทักทายญาติผู้ใหญ่สองท่านแล้วก็นั่งลง โดยไม่เหลือบไปมองชายหนุ่มที่ยืนหน้าเรียบอยู่นี้ หล่อนไม่อยากที่จะมองหน้าชายหนุ่มเท่าไรนัก หัวใจของหล่อนมันยังไม่เข้มแข็งพอเลยด้วยซ้ำ ทั้งสองครอบครัวพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่บรรดาลูกๆ ทั้งสองต่างนั่งกันเงียบกริบ จนคนเป็นพ่อสังเกตได้
“เด็กๆ ถ้าเบื่อก็ไปเดินเล่นกันก่อนก็ได้ อาอนุญาตให้พาน้องไปเที่ยวได้หลานแกรนด์เดร์” เควิ่นแอบสังเกตเห็นบุตรสาวของตนเองที่หล่อนดูเกร็งๆ แล้วก็เบื่อๆ ผิดปกติ แล้วเขาก็ดูว่าทั้งคู่ต้องมีปัญหากันแน่ๆ เพราะก่อนหน้านี้ แกรนด์เดร์เคยโทรมาฟ้องเรื่องที่ประเทศไทย พวกเขาอาจผิดใจอะไรกัน วันนี้มองไม่พูดกันเลยสักคำ
“ขอบคุณครับคุณอา งั้นขอตัวนะครับ.” “..อุ้ยยย…”
สิ้นเสียงของชายหนุ่มคือเสียงของหญิงสาวที่ร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อแขนเรียวของหล่อนถูกกระชากออกมาจากที่ตรงนั้น อย่างไม่แรงมากนัก ชายหนุ่มเดินนำหญิงสาวออกมาจากห้องนั้น ไปยังลานโล่งนอกอาคารที่มีสระน้ำและสวนหย่อมไว้เพื่อพักผ่อนสำหรับแขกที่มาพัก
“ปล่อยน๊า....จะพาคาร์รินไปไหนเนี๊ย” ร่างบางพูดกับชายหนุ่ม พรางสลัดมือเรียวเพื่อหวังให้ออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่มนั้น
“ไม่ปล่อย มานี่เลยมาพูดกันให้รู้เรื่อง” แกรนด์เดร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้ม แววตาเขาจริงจัง บ่งบอกว่าตอนนี้อารณ์เขาไม่ค่อยดีนัก
“เรื่องอะไรคะ” หญิงสาวหันไปพูดกับชายหนุ่มด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ก็เรื่องที่วันนั้น แอบหนีพี่มาทำไม” แกรนด์เดร์รีบเปิดประเด็นทันทีที่ดึงร่างบางออกมาไกลพอสมควร
“ก็คาร์รินไม่อยากอยู่นี่คะ เบื่อคนแถวนี้” หญิงสาวหันไปพูดกับชายหนุ่มด้วยแววตาและสีหน้าที่เรียบเฉย
“เบื่อใคร คืนนั้นยังครวญครางเรียกพี่อยู่เลย” แกรนด์เดร์พูดกับหญิงสาวโดยที่หรี่ตาคมอย่างกวนๆ
“อย่ามาพูดแบบนั้นนะ ก็พี่เจ้าเล่ห์ขนาดนั้นนี่” คาร์รินพูดกับชายหนุ่มด้วยพวงแก้มที่แดงปลั่ง
“แล้วนี่อีกอย่าง จะถอนหมั้นกับพี่เหรอ” ชายหนุ่มถามคำถามที่เขาอยากรู้มากที่สุดตอนนี้
“ใช่คะ ก็พี่แกรนด์เดร์ไม่อยากแต่งนี่คะ อีกอย่างพี่ก็ไม่เต็มใจด้วยคาร์รินก็เลยบอกให้คุณแม่ บอกถอนหมั้น”
“ไม่มีทาง พี่ไม่ถอน จะถอนหมั้นกับผู้ชายทั้งๆ ที่เสียตัวให้เขาแล้วนี่นะ” ชายหนุ่มตัดสินใจพูดออกมาเพื่อประชดหญิงสาว
“เสียแล้วก็ไม่เห็นเป็นไรนี่คะ” ชายหนุ่มพูดกับหญิงสาวด้วยสีหน้าและแววตาที่หมายมาด
“อ๋องั้นแสดงว่า ยังไงก็จะถอนหมั้นใช่ไหม” แกรนด์เดร์พูดกับหญิงสาวพรางบีบต้นแขนเนียนนั้นอย่างลืมตัว
“ใช่คะ ก็คนไม่เต็มใจจะบีบบังคับเขาทำไม” คาร์รินพูดกับชายหนุ่มด้วยน้ำตาคลอเบ้า
“ใครบอกว่าพี่ไม่เต็มใจหะ” แกรนด์เดร์พูดใส่หน้าหญิงสาวจนเกือบจะตะโกนใส่หน้าหล่อนด้วยซ้ำ
“ก็ใครหละที่พูดไว้เมื่อปีก่อน จำไม่ได้หรือคะ” คาร์รินพูดใส่หน้าเขาบ้าง
“พี่ขอโทษแล้วไง พี่ไม่ได้ตั้งใจ แล้วที่พูดไปก็เพราะอารมณ์โกรธ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขามองใบหน้าหวานด้วยสีหน้าแล้วก็แววตาที่จริงจัง เขามองใบหน้าสวยที่จ้องมองเขาเขม็ง แววตาดื้อรั้นของหล่อนมาเต็ม ชายหนุ่มเริ่มหนักใจกับร่างบางตรงหน้านี้ หากหล่อนดึงดันจะถอนหมั้นเขาจะทำยังไงดี แววตาวิตกกังวลของชายหนุ่มเริ่มปรากฏขึ้น....>>>>>>>>
วันนี้ทุกคนที่บ้านแกรนเดร์สัน กำลังวุ่นวายอยู่กับการต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้าน ภรรยาและบุตรคนแรกของแกรนด์เดร์กำลังกลับมาจากโรงพยาบาล ชายหนุ่มออกโรงสั่งคนที่บ้านจัดห้องหับเพื่อต้อนรับบุตรสาวและภรรยาของเขาด้วยตนเอง เสียงแตรรถบ่งบอกว่าตอนนี้ทุกคนกำลังมาถึงแล้ว ชายหนุ่มรีบวิ่งลงไปดูด้วยความตื่นเต้น"มาแล้วคะคุณแกรนด์เดร์ คุณคาร์รินกับคุณหนูน้อยมาแล้วคะ" เสียงคนรับใช้ขึ้นมาบอกเขา ด้วยสีหน้าแววตาที่ตื่นเต้นไม่แพ้เจ้านาย"มาแล้วเหรอ ไปๆ รีบลงไปเร็ว " ชายหนุ่มเอ่ยชวนเด็กรับใช้ก่อนที่เขาจะเดินแกมวิ่งไปหาลูกเมียเขาที่หน้าบ้านทันทีเมื่อมาถึงรถหรูของบ้านเขาได้จอดเทียบบันไดบ้าน คนใช้ต่างยืนเข้าแถวรอกันอย่างเป็นระเบียบ พ่อตาแม่ยายของเขาลงรถจากคันถัดไป ส่วนแด็ดกับมาดามของเขาก็ลงตามมากันติดๆ ประตูรถเปิดอัตโนมัติ ภาพหญิงสาวอุ้มเด็กทารกเพศหญิงแก้มแดงอย่างกับลูกตำลึงสุกเดินออกมาจากรถ ทุกคนต่างฮือฮาในความน่ารักน่าชังของเจ้านายน้อยในบ้านแกรนด์เดร์ยิ้มหน้าบานแฉ่งที่เขาได้ลูกสาวสมใจ เขาเห็นแวบแรกตั้งแต่ที่อยู่โรงพยาบาลก็รู้แล้วว่าลูกสาวเขานะเหมือนใคร พ่ออย่างไงลูกสาวก็อย่างนั้น เขายังไม่ได้ตั้งชื่อให้ลูกสาว
แกรนด์เดร์ ยืนขยับเน็คไทสีสวยอยู่นานสองนาน เขามองซ้ายมองขวาหาภรรยาสุดที่รักของเขาก็ยังไม่มาสักที ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำ รองเท้าหรูนั้นมันวาวสะดุดตา วันนี้เขามาร่วมงานมงคลสมรสของลูกน้องคนสนิท แล้วก็เพื่อนสาวคนของเขาเช่นกัน งานจัดขึ้นที่โรงแรมของเขาเอง โรงแรมที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราติดอันดับ 1 ใน 3 ของบราซิลนี้ มาคัส ดูแลกิจการที่นี่ได้เป็นอย่างดี วันนี้งานทุกอย่างเขาจึงจัดการให้มาคัสหมดเลย ถือว่าเป็นของขวัญวันแต่งงานแล้วกัน แด็ดกับมาดามริก้า ก็คงเข้างานแล้วก็นั่งสนทนาภาษาคนอายุเยอะอยู่กับพ่อตาแม่ยายของเขา คุณอาเควิ่นกับคุณอาน้ำใส แล้วยังมีพ่อเจ้าสาวด้วย แต่เขานี่สิ รอภรรยาสุดที่รักกลับมาจากการเสริมสวยอยู่"เอ้าที่รักคะ ยังไม่เสร็จหรือคะนี่" เสียงคาร์รินดังมาจากทางประตูห้อง ชายหนุ่มเงยหน้าไปมอง ดวงตาคมก็ส่งหวานเยิ้มมายังเจ้าหล่อน หญิงสาวอยู่ในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินยาว หล่อนดูขาวอวบขึ้น แต่ยังคงความสวยหวานอยู่ ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง หล่อนยังดูสวย แม้จะตั้งท้องได้ห้าเดือนแล้ว แกรนด์เดร์เดินเข้าไปหาหญิงสาว แล้วโอบกอดเอวนั้นอย่างหลวมๆ"ยังเลยครับที่รัก ไม่มีใครแต่งตัวให้ เล
อแมนด้า ยืนเหม่ออยู่ที่ชายทะเลใกล้บ้านพักของหล่อน ในใจนึกถึงชายหนุ่มที่หล่อนคุยด้วยเกือบทุกวัน แต่นี้เขาหายไปเกือบอาทิตย์แล้ว ไม่ติดต่อกลับมาเลย หัวใจที่เคยชุ่มชื่นตอนนี้รู้สึกว่ามันเริ่มจะห่อเหี่ยวอย่างบอกไม่ถูก หรือว่าโปรโมชั่นรักของเราจะอยู่ได้เพียงหกเดือนเท่านั้น ตั้งแต่ที่หล่อนตอบตกลงคบกับเขา หลังงานแต่งคุณแกรนเดร์และคุณคาร์ริน หล่อนกับเขาก็เซร์ฮัลโหลกันตลอด หล่อนกลับมาบราซิล เขาอยู่ติดตามคุณแกรนด์เดร์ที่ฮ่องกง แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการรักกันเลย เราติดต่อกันตลอด แต่นี่ทำไมกันนะ เขาหายไปไหน ดวงตาหวานของร่างบางเริ่มเอ่อไปด้วยน้ำอุ่นๆหญิงสาวเดินกลับบ้านไปด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก มันดูเศร้าสร้อยหงอยเหงายังไงชอบกล แล้วยิ่งบิดาของหล่อนไม่อยู่ด้วยแล้ว หล่อนยิ่งไม่รู้จะคุยกับใคร พ่อของเธอไปเที่ยวภาษาคนแก่กับเพื่อนๆ ตั้งสองวันที่แล้ว และเห็นโทรมาบอกว่าอีกสามวันถึงจะกลับ เฮ้อ เหงาจัง หล่อนถอนหายใจยาวเหยียด จากนั้นก็เดินเข้าบ้าน แล้วนั่งกดทีวีอย่างเบื่อๆ หล่อนนั่งคิดอะไรเพลินๆ จนถึงเวลามืดค่ำ หญิงสาวมารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อมีเสียงก๊อกแก๊กจากทางนอกบ้านเสียงอะไรอะ หล่อนเปิดม่านดูผ่านกร
แกรนด์เดร์ มองก้นงอนของหล่อนอยู่อย่างนั้น เขารู้สึกว่าเจ้าหล่อนจะไม่ยอมลุกขึ้นจากกายแกร่งของเขาง่ายๆ ชายหนุ่มกระดกหัวเขาแล้วชันแขนลุกขึ้นนั่ง คาร์ริน เหลียวมองแล้วยิ้มแห้ง หล่อนชันตัวเองลุกขึ้นเช่นกัน กำลังจะคลานเข่าลงไปยังปลายเท้าของชายหนุ่ม"อุ้ย อื้อออ พะพี่แกรนด์เดร์" ยังไม่ทันที่หล่อนจะพ้นจากร่างหนานั้น ชายหนุ่มก็จับสะโพกงอนของหล่อนดึงไว้"จะรีบไปไหนหละเมียจ๋า ต่ออีกรอบนะที่รัก" ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พรางก้มหน้าลงกับก้นงอนนั้น จนหญิงสาวสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ขนกายสาวของคาร์รินลุกซู่ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มจูบก้นสวยของหล่อนอย่างหนักหน่วง จุ๊บบบะ!!!"อ๊ะ อ๊ะ อ๊า" คาร์รินแหงนหน้าร้องครางด้วยความเสียว เมื่อชายหนุ่มเริ่มลงลิ้นร้อนของเขาบนแก้มก้นของหล่อนทีละนิดๆ เขาลากเรียวลิ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของมัน "อืมมมมมมม" เสียงทุ้มครางออกมาจากลำคอหนา เมื่อเขาสัมผัสแก้มก้นสีขาวสะอาดนั้นเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่ร่องกลางระหว่างกันนั้น เขาหลงใหลร่างบางนี้ทุกส่วนของเรือนร่างหล่อนไม่เว้นแม้แต่สิ่งที่ทุกคนรังเกียจ แต่เขาไม่เคยรังเกียจเลย ชายหนุ่มลงลิ้นเลียวนตรงส่วนนั้น"อ๊ะ อ๊ะ สะเสียวคะ
มาคัส เดินมากับอแมนด้า ชายหนุ่มแอบมองแผ่นหลังเนียนของคนที่ตกลงเป็นแฟนเขาเมื่อสักครู่นี้ เขาก็ยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ หญิงสาวอยู่ในชุดราตรีเปิดแผ่นหลังคว้านจนไปถึงสะโพก มาคัสรู้สึกหวงนิดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรหล่อนนัก เพราะเขารู้ว่ามันเป็นความชอบของหล่อน ชายหนุ่มรีบเดินให้ทันหญิงสาว มือหนาของเขาก็คว้าเอวคอดของหล่อนนั้นทันที"อุ้ย นี่คุณอายเขานะ" อแมนด้าเอียงแก้มสวยหันไปบอกชายหนุ่ม แต่หล่อนก็ไม่หยุดก้าวเท้า"อายอะไรคนเป็นแฟนกัน ใครๆ เขาก็ทำแบบนี้แหละคุณ" เขาพูดชิดแก้มสวยนั้น ทำเอาคนฟังหลุดยิ้มออกมา"ตามใจคุณเลยคะ จะทำมากกว่านี้ก็ได้นะ" หล่อนพูดพร้อมกับหยุดเดิน หล่อนหันหน้ามาหาชายหนุ่ม แขนเรียวโอบรอบคอเขา ส่งดวงตายวนยั่วชายหนุ่มเต็มที่ มาคัสมองซ้ายมองขวา เมื่อเขาเห็นว่าไม่มีคน ชายหนุ่มจึงกดจุมพิตหล่อนจ๊วบใหญ่ทั้งสองแลกลิ้นกันอยู่นานสองนาน กว่าจะพละออกจากกันได้นั้น ต้องรอให้มีคนเดินผ่านมาก่อน ซึ่งทั้งสองหันไปมองหน้ากันแล้วก็อมยิ้ม จากนั้นพวกเขาก็เดินเข้าไปหาคู่บ่าวสาวทันที"เอ้า สวัสดีครับคุณอแมนด้า " แกรนด์เดร์กล่าวต้อนรับแขก VIP ที่เขาสั่งให้มาคัสเป็นคนดูแลหล่อนนั้น"สวัสดีคะคุณแกรนด์เดร์
มาคัสนอนทอดสายตายาวออกไปนอกหน้าต่างตรงโซฟานั้น โดยมีร่างบางของอแมนด้าอยู่ข้างๆ เขากอดหล่อนเอาไว้แน่น อแมนด้าก็กอดตอบเขาเช่นกัน หล่อนนอนมองแผ่นอกกว้างอยู่อย่างนั้น ใบหน้าหล่อนซบลงกับไหล่เขาอย่างอบอุ่น ทั้งสองไม่มีใครพูดอะไรออกมา หญิงสาวเหลือบไปเห็นนาฬิกาบอกเวลา อุ้ยจะทุ่มแล้วหรือ ศีรษะทุยเงยขึ้นอย่างตกใจ "อุ้ย อ๊ะ" หญิงสาวร้องอย่างตกใจ เมื่อชายหนุ่มจับศีรษะหล่อนซบอกกว้างอย่างรวดเร็ว"จะรีบไปไหนงานเริ่มตั้งสองทุ่ม" มาคัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ"ก็รีบไปแต่งตัวสิคะ เดี๋ยวจะไม่ทันนะ" หล่อนตอบเขาด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือหล่อนพูดเพราะขึ้น"ยังกอดไม่หายคิดถึงเลย" มาคัสพูดออกมาจากใจจริง ทำเอาคนฟังใบหน้าแดงขึ้นมาทันที ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวบนอกเขาเงียบนิ่ง เขาจึงตะแคงข้างเพื่อมองใบหน้าสวยนั้น"มองอะไร" อแมนด้าถามชายหนุ่มอย่างเขินๆ หล่อนหลบสายตาเขาแล้วเบนมันไปทางอื่น"เรามาคบกันนะอแมนด้า ผมอยากลองคบกับคุณ" มาคัสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคมมองใบหน้าหล่อนนิ่ง มือหนาของเขาค่อยๆ เชยคางเรียวที่ก้มหน้างุดอยู่อย่างนั้นให้เงยขึ้นมองหน้าเขา"เอ่อๆ ฉัน ๆ " อแมนด้าไม่รู็ว่าจะตอบเขายังไงดี มันเร็







