Mag-log inพิมพ์มาดาหยุดยืนอยู่จุดพักเบรกของแผนกการตลาด มองร่างชายหนุ่มจากด้านหลังที่นั่งจิบกาแฟอยู่อย่างลังเล ว่าใช่คนที่เธอคุ้นเคยหรือเปล่า
“ทัศ”
เอ่ยชื่อออกไปพร้อมกับเดินเข้าไปหา ผู้ถูกเรียกหันมามองตามเสียง
ทัศเทพ คือเพื่อนชายที่สนิทเพียงคนเดียวของพิมพ์มาดา มาตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนที่มหาวิทยาลัย คนที่พยายามจะครอบครองหัวใจของเธอให้ได้ตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ได้แค่ความเป็นเพื่อนที่แสนดีจากเธอเท่านั้น แม้กระทั่งในวันที่เขามีหวานใจ ก็ได้หล่อนที่คอยให้คำปรึกษาอยู่เสมอ
และเขาที่เพิ่งเริ่มงานใหม่ได้ไม่นานในฝ่ายการตลาด จากการแนะนำตำแหน่งงานว่างของเพื่อนสาวพิมพ์มาดา
“พิมพ์” ทัศเทพลุกขึ้นยืนพร้อมกับส่งยิ้มให้
“เป็นไงบ้าง งานใหม่โอเคไหม?” ถามและนั่งลงเก้าอี้ข้างกัน
“อยู่ในช่วงเรียนรู้ ปรับตัวนิดหน่อยก็คงเข้าที่เข้าทาง”
“ขอบคุณนะพิมพ์”
“ไม่ต้องขอบคุณพิมพ์หรอก พิมพ์ก็แค่แนะนำให้เท่านั้น ส่วนเรื่องการสอบสัมภาษณ์ทัศก็ทำเองทั้งหมด ที่ได้งานก็เพราะฝีมือทัศทั้งนั้นแหละ ทัศเก่งจะตาย” ปากหวานชมเพื่อนผู้ถูกชมแค่ยิ้มเท่านั้น
“มีอะไรให้ช่วยก็บอกพิมพ์ได้ตลอดเลยนะ”
“อือ”
เขาพยักหน้า ก่อนพูดคุยถามไถ่จากที่ไม่ค่อยได้เจอกันนานนับตั้งแต่เรียนจบ มากสุดก็แค่ส่งข้อความสั้น ๆ หากันเท่านั้น
พิมพ์มาดายื่นแก้วกาแฟที่ถือมาในมือให้กับจันทร์เจ้า พร้อมส่งยิ้มให้เธอในฐานะแม่สื่อฟ้าประทานของธนา
“คุณธนาฝากให้คุณจันทร์ค่ะ” ส่งยิ้มให้
จันทร์เจ้าขมวดคิ้วเอียงคอแทนคำถาม พิมพ์มาดาเอามือป้องปากพูดเสียงเบาเหมือนเป็นความลับ
“ฝากพิมพ์มาให้ค่ะ ไม่กล้าเอามาให้เอง”
“เนื่องในโอกาสอะไรคะ?” จันทร์เจ้าทำหน้าสงสัย
“เนื่องในโอกาศชอบค่ะ” พิมพ์มาดายื่นหน้าตอบร่าเริง
“ชอบจันทร์…?”
“ค่ะ”
“นานแล้วค่ะ คุณจันทร์ไม่ทราบเหรอคะ?” ผู้ถูกถามส่ายหน้า
“จันทร์นึกว่าจีบคุณพิมพ์เสียอีก”
ไม่เพียงแค่จันทร์เจ้าเท่านั้นที่คิดว่าธนาชอบและตามจีบเลขาพิมพ์ บอสก็ด้วย
หน้าที่ของพิมพ์มาดาคือส่งกาแฟถึงมือจันทร์เจ้าทุกวัน โดยค่าจ้างของเธอคือกาแฟฟรีหนึ่งแก้วจากธนา ชายหนุ่มจะถือมาวางที่โต๊ะให้กับเธอทุกวันเพื่อส่งต่อ ซึ่งไม่รอดพ้นสายตาของเจ้านายมาดเข้ม
และวันนี้ก็เช่นเดียวกันเมื่อผู้ช่วยหนุ่มยื่นกาแฟสองแก้วให้กับพิมพ์มาดา ยังไม่ทันที่เธอจะรับ มือยาวของเจ้านายก็สาวไป
“กำลังอยากกินกาแฟอยู่พอดีขอละกัน” เขาพูดหน้าตาเฉย
“พิมพ์มาพบผมที่ห้อง” มองหน้าธนาที่เหลอหลาอยู่และหันไปสั่งเลขาเสียงเรียบ
“ค่ะ”
พิมพ์มาดาลุกจากเก้าอี้ทำหน้าดุชี้มือไปที่ธนา พร้อมปากขมุบขมิบว่าเขาที่ไม่รู้จักมองหน้ามองหลัง เจ้าตัวรีบเผ่นก่อนจะโดนบอสเรียก
เธอยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานเจ้านายหนุ่ม มองดูเขาดูดกาแฟของคนอื่นอย่างเอร็ดอร่อยหน้าตาเฉย จนน่าหมั่นไส้
“ทำไม?”
“เสียดายกาแฟรึไง?” เขาพูดยียวน
“ผมเห็นธนาซื้อให้คุณทุกวัน ไม่ได้กินวันเดียวคงไม่ลงแดงหรอกมั้ง”
เขากลายเป็นคนประชดประชันไปแล้วหรือยังไง
“ไม่ใช่ของพิมพ์นะคะบอส” พูดแบบเบื่อหน่ายเต็มทน เขาก็เป็นคนมีมารยาทนี่นาน่าจะถามก่อนไหม
“ของใคร?”
“ของคุณจันทร์….” หลุดปากพูดไปแล้ว
หญิงสาวเอามือตบปากตัวเองเบา ๆ หลายครั้ง
“บอสคะ โห...พิมพ์อุตส่าห์เก็บเป็นความลับ”
ชายหนุ่มนึกทวนคำพูดของเธอ
“กาแฟของจันทร์เจ้า?”
“ค่ะ”
“ธนาซื้อให้จันทร์เจ้า?” มาดนิ่งถาม
“แต่บอสห้ามบอกใครนะคะ พิมพ์รับปากคุณธนาแล้ว”
“ถ้ารู้ว่าพิมพ์พูดต้องงอนพิมพ์แน่เลยค่ะ”
สีหน้าเป็นกังวล ก็แน่ล่ะเจ้าเล่ห์กะล่อน เจ้าชู้เสือผู้หญิงขนาดนั้น ถ้าใครรู้ว่าต้องพึ่งพายัยซื่อบื้อนี่จีบสาวให้ ก็คงน่าอายเสียฟอร์มอยู่หรอก
“คุณเป็นแม่สื่อ?” ถามแบบอารมณ์ดีขึ้นมาทันที
หญิงสาวยิ้มรับหน้าระรื่น แต่คนที่ระรื่นกว่าน่าจะเป็นเจ้านายเธอ
วันนี้คุณกลับก่อนได้เลยผมมีประชุมสรุปประมูลโครงการรอบสุดท้ายน่าจะดึก เขาบอกเธอก่อนเข้าห้องประชุมในตอนบ่าย
“ค่ะบอส”
ชายหนุ่มสาวเท้ายาวก้าวขาเดินฉับ ๆ แบบเร่งรีบหลังจากออกจากห้องประชุมแล้วโทรกลับคุณหมอประจำตัวของผู้เป็นย่า ซึ่งตอนนี้แอดมิดอยู่ที่โรงพยาบาล เปิดประตูเข้าห้องเข้าไปภาพที่เห็นคือพิมพ์มาดาที่ยังอยู่ในชุดทำงาน นอนฟุบอยู่ข้างเตียงคุณย่าพร้อมกับคนไข้สูงอายุ เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เห็นย่ายังอยู่ในสภาพนอนหลับปกติ
เดินเข้าไปใกล้สำรวจใบหน้าเหี่ยวย่นของผู้มีพระคุณที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก และหยุดอยู่ที่เจ้าของฉายา “ยัยซื่อบื้อ” ที่เขาตั้งให้ ซึ่งนั่งหลับบนเก้าอี้และฟุบหน้าลงที่เตียงทับแก้มจนย้วย ปากเล็กเผยอน้อย ๆ เหมือนเด็ก
เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ นั่งลงที่ขอบเตียงมองกรอบหน้าคนเฝ้าไข้ที่หลับสนิทพอกันกับคนป่วย วางมือที่ศีรษะเธอและเผลอลูบเรือนผมเบา ๆ
“บอส”
ลืมตางัวเงียตื่นมองเขา ชายหนุ่มดึงมือกลับทันที
“คุณย่าเป็นยังไงบ้าง?”
“คุณหมอบอกความดันกำเริบค่ะ แต่ให้ยาแล้ว น่าจะหลับนาน”
“คุณกลับไปพักผ่อนเถอะผมให้พยาบาลพิเศษเฝ้าคุณย่าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่เป็นไรหรอก”
พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนพร้อมกับเสียงร้องขออาหารในท้องที่ดังขึ้น หันขวับไปมองเขาทันทีฝ่ามือกุมท้องไว้ยิ้มเจื่อน ๆ แบบเขิน ๆ
โคตรจะขายขี้หน้ามาร้องทำไมตอนนี้นะ
กลิ่นหอมของน้ำซุบบะหมี่ริมทางที่ถูกยกมวางตรงหน้าสองหนุ่มสาวเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี สำหรับคนที่เพิ่งออกห้องประชุมและตรงดิ่งไปที่โรงพยาบาลทันทีโดยที่ยังไม่มีอะไรหล่นถึงท้องเลยตั้งแต่บ่าย กับอีกคนที่ออกจากบริษัททันทีเช่นเดียวกันหลังรับสายจากที่บ้านว่าคุณย่าต้องแอดมิดและยังไม่ได้แตะอาหารเลย
เพียงไม่นานบะหมี่ชามโตก็เหลือเพียงชามเปล่า
“บอสเคยมาร้านนี้เหรอคะ?”
“เปล่า”
“เคยขับผ่านแต่เห็นคนเยอะตลอดก็เลยลองจอดดู เป็นไงอร่อยไหม?”
เขาถามคนอิ่มที่เพิ่งตั้งใจกินแบบไม่พูดไม่จาก่อนหน้า และชวนเขาคุยหลังจากท้องเต็มแล้ว
“อร่อยมากเลยค่ะ”
“อีกอย่างตอนกลางวันพิมพ์ไม่ได้กินข้าวก็เลยหิวมาก” พูดอย่างอารมณ์ดี
“ทำไมไม่กิน?”
“ลืมค่ะ” ตอบเขาด้วยรอยยิ้มและกวาดสายตาไปรอบบริเวณ มองดูผู้คนที่เดินไปเดินมาบนริมทางไปเรื่อยเปื่อย
คนบ้าอะไรลืมกินข้าว ปกรณ์นึกขำในใจกับท่าทีของเธอ
“ถ้าชอบวันหลังจะพามากินใหม่” เขาพูดเรียบ ๆ
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวตักอาหารใส่ปากเคี้ยวกลืนลงคอได้ไม่กี่วิมันก็ตีขึ้นจ่ออยู่ที่คอเหมือนเดิมอีกแล้ว พะอืดพะอม สุดท้ายทนไม่ไหวลุกจากโต๊ะอาหารมือปิดปากวิ่งเข้าห้องน้ำ พร้อมเสียงโอ๊กอ๊ากที่ดังทะลุออกมา ปกรณ์ที่ยืนรออยู่ด้านหน้า เขาจำได้ครั้งก่อนที่โรงแรมเธอก็มีอาการแบบนี้ แสดงว่า…“กินไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน”หญิงชราที่จับสังเกตและพูดกับหญิงสาว ขณะที่ปกรณ์พยุงมานั่งที่เดิม เธอมองดูปฏิกิริยาของหลานชายที่ปฏิบัติต่อหญิงสาวก็เดาได้ไม่ยาก พิมพ์มาดาที่ทนไม่ไหวเอื้อมไปจิ้มผลไม้ดองตรงหน้าใส่ปากเคี้ยวต่อได้อีก“พิมพ์ไปหาหมอมาหรือยัง?” คำถามจากหญิงชราทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมอง“คะ...คุณย่า?”“ตรวจหรือยัง?”หญิงชราถามซ้ำทำให้หน้าที่ซีดอยู่แล้วซีดหนักลงไปอีก คำว่าไก่ต้มคงจะเทียบไม่ได้“กี่เดือนแล้ว?” ขยี้ต่อ“เอ่อ...คือ…” ความที่ไม่กล้าโกหก ทำได้แค่เพียงอ้ำ ๆ อึ้งๆความเงียบเข้าครอบคลุมบนโต๊ะอาหารชั่วขณะ“แล้วเมื่อไหร่แกจะจัดงานแต่ง?” หันหน้ามามองชายหนุ่ม“จะรอให้ย่าตายก่อนแล้วค่อยเอารูปย่าไปวางไว้หน้างานแต่งของแกหรือยังไง?” ประชดประชันหลานชาย“คุณย่าต้องถามพิมพ์ก่อนว่าเขาอยากแต่งกับผมหรือเปล่า?”หน้าซีด ๆ ที่เงยขึ้นมองผู
บรรยากาศในการทำงานกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง พร้อมกับธนาที่ยืดอกรับความสงบสุขในการทำงานอย่างภาคภูมิใจ แต่สิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาทำให้บอสประหลาดใจอยู่เป็นประจำ คือเลขาที่ขี้โมโห อารมณ์แปรปรวน หัวเราะอยู่ดีๆ ในไม่กี่ชั่วโมงก็หันกลับมาวีนเขาเสียแล้วแค่เรื่องทิ้งขยะไม่ลงถัง หรือหล่อนจะทำงานหนักไปเขานึกในใจคงต้องปล่อยให้หล่อนได้พักบ้างเขาปฏิเสธมื้อเที่ยงในวันนี้โดยอ้างว่านอนไม่หลับทั้งคืนอยากงีบสักหน่อย โดยปล่อยให้เธอไปรีแลคกับเพื่อน ๆ บ้าง หลังพักเที่ยงกลับมาคนที่นั่งทำงานตรงหน้ากลับใจลอย ไม่พูดไม่จา หรือหล่อนจะกังวลเรื่องพี่สาวกดโทรศัพท์เช็คกับทางโรงพยาบาลไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะหาข้อมูลคนไข้ เนื่องจากยอดบริจาคที่เขาให้กับโรงพยาบาลเพื่อใช้เป็นทุนการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์อยู่เป็นประจำ พรพิมลสุขภาพแข็งแรงดีทุกอย่างไม่มีเรื่องให้ต้องกังวลใดๆ“วันนี้ผมจะออกไปข้างนอกและจะไม่เข้ามาแล้ว มีธุรกับคุณย่านิดหน่อย เดี๋ยวจะให้ลุงเพิ่มมารับคุณ”พูดหูซ้ายแต่เหมือนจะทะลุไปออกหูขวาหล่อนไม่หือไม่อือเลยสักนิด“พิมพ์”“คะ?”“บอสว่าไงนะคะ?”“ผมบอกว่าจะไม่กลับเข้ามาแล้ว จะให้ลุงเพิ่มมารับคุณ”“อ๋อ ไม่เป็นไรค
ภาพหญิงสาวที่เขารอและอยากเจอตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ลงจากรถกับภัสพงษ์โดยชายหนุ่มหิ้วของและเดินมาส่งเธอที่หน้าประชาสัมพันธ์ แก้วไวน์ที่อยู่ในมือของคนที่นั่งอยู่ในห้องกระจก แทบแตกด้วยแรงเกร็งและบีบของมือใหญ่ นี่เธอไม่รับสายเขาและปล่อยให้เขารอทั้งที่นัดกันไว้ดิบดี เพียงเพราะไปกับไอ้ช่างถ่ายภาพหน้าเซอร์นี่เหรอ ชายหนุ่มรู้สึกถึงความร้อนวูบวาบที่ใบหน้า ลุกขึ้นออกจากห้องรับรองและเดินขึ้นห้องไปพิมพ์มาดาเข้ามาในห้องแต่ปราศจากเงาของเขา เธอยังอยู่ในชุดถ่ายแบบรวมทั้งหน้าตาที่แต่งแต้มไว้อย่างบรรจง ผิดกับวิถีชีวิตประจำวันของเธอปกรณ์เปิดห้องตามเข้ามา มองใบหน้าและหลุบตาลงต่ำสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า นี่เธอเปลี่ยนแปลงตัวเองขนาดนี้เพื่อใครกัน“พิมพ์ขอโทษนะคะที่ไปรับบอสไม่ทัน”“ภัสพงษ์คงสำคัญกับคุณมาก” เสียงต่ำ ดูจากสีหน้าแล้วหญิงสาวพอจะเดาอารมณ์เขาได้“ไม่ใช่นะคะบอส คือ….”“ผมโทรหาคุณตั้งกี่สาย อยู่กับคนอื่นไม่กล้ารับสายผมเหรอ ยังจะกล้าให้มาส่งที่นี่อีก”“พิมพ์ไปทำงาน”“งานอะไร?”“ถ่ายแบบ”“ทำไมต้องถ่าย คุณก็มีงานอยู่แล้ว ยุ่งไม่พอเหรอ?”“แล้วต้องมาแต่งหน้า ทาปาก แล้วชุดนี่อีก ชอบเหรอแบบนี้?”เขามองหน้
วันเปิดตัวศูนย์การค้าแห่งใหม่ มาพร้อมกับวันวุ่นวายชุลมุนของทุกฝ่ายในการเตรียมงาน ป้ายบิลบอร์ดพรีเซนเตอร์ขนาดใหญ่ที่ทิชาดาเชิญชวนให้มาสัมผัส ติดหราในใจกลางเมืองมองเห็นได้อย่างถนัดตา บรรยากาศในศูนย์การค้าคึกคัก ทั้งลานกิจกรรมและบูทแสดงสินค้าลดราคาต้อนรับการเปิดในวันแรกในลานกิจกรรมเต็มไปด้วยผู้คนที่มาร่วมสนุกในการแข่งขันเพื่อรับของรางวัล และบัตรส่วนลดต่าง ๆ มากมาย เสียงพิธีกรประกาศและบรรยายกิจกรรมการแข่งขันอย่างตื่นเต้นและสนุกสนานตลอดทั้งวันปกรณ์นำพิมพ์มาดาเดินทั่วทั้งศูนย์การค้า โดยหญิงสาวเดินแวะแทบทุกบูทจนขาล้า ของพะรุงพะรังเต็มมือทั้งตัวเองและชายหนุ่มที่ประหนึ่งว่าเธอเป็นลูกค้าวีไอพีของศูนย์การค้านี้อย่างร่าเริง คนที่เดินตรวจงานก็พลอยสนุกไปกับเธอด้วยเช่นกัน“การมีแฟนรวยมันก็ดีแบบนี้นี่เอง” เธอคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ในใจถึงแม้เขาจะไม่เคยบอกก็เถอะสิ้นสุดวันเปิดตัวศูนย์การค้าก็ต่อด้วยงานมงคลระหว่าง ทิชาดา และ พงศกร โดยจัดขึ้นที่โรงแรมหรูของปกรณ์พิมพ์มาดาในชุดราตรีสีหวานสดใสควงคู่มากับบอสของเธอเดินเข้าไปในงาน ชายสูงวัยท่าทางใจดีมองพินิจพิเคราะห์ใบหน้าพิมพ์มาดาอยู่ยกใหญ่“นึกว่าใครที่ไห
พิมพ์มาดานั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกร้านอย่างลืมตัว ที่ร้านอาหารร้านเดิมที่คุ้นเคยของสองพี่น้อง หลังจากนัดกินมื้อเย็นหลังเลิกงานกับพรพิมล ภาพเจ้านายของเธอที่หัวเราะต่อกระซิกกับสาวสวยในห้องทำงานมันไม่หายไปจากเมมโมรีในสมอง ไม่หนำซ้ำยังชัดเจนขึ้นมาเรื่อย ๆ อีกต่างหาก“พิมพ์มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า ดูเครียดๆ นะ” เสียงพรพิมลปลุกเธอให้ตื่นจาภวังค์“เรื่องงานน่ะพี่พร ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” เธอโกหกและปรับสีหน้ายิ้มก่อนจะหาเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง ชวนผู้เป็นพี่คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อย เพื่อให้ลืมเรื่องที่คอยกวนใจเธออยู่ในตอนนี้ตกเย็นก็ขลุกตัวอยู่ในห้องนั่งวาดภาพจะได้ไม่ต้องฟุ้งซ่าน พรุ่งนี้เป็นวันหยุดก็จะได้ส่งงานให้ลูกค้าและปิดจบจ็อบเสียทีภาพหญิงสาวนั่งสนทนากับชายแปลกหน้าอย่างใกล้ชิดก้มดูอะไรสักอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะ ปกรณ์มองเห็นไม่ถนัดขณะที่เขาเดินผ่านร้านไอศกรีมจนต้องหยุดมอง วันนี้เป็นวันหยุดอุตส่าห์ไม่เรียกกะจะให้เธอได้พัก แต่เธอมาทำอะไรที่นี่ กับใครที่เขาไม่รู้จัก ชายหนุ่มปลีกตัวออกมาจากกลุ่มที่เดินมาด้วยกัน และมาหยุดอยู่ตรงหน้า“พิมพ์” เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียก“บอส”“งั้นผมขอตัวกลับก่อ
ธนาแจ้งประชุมด่วนผู้บริหาร เรื่องถอดอิงอรออกจากการเป็นพรีเซนเตอร์ของศูนย์การค้า แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วในบริษัท และเปิดคัดเลือกพรีเซนเตอร์คนใหม่ หลังจากนั้นก็มีประกาศติดทุกบอร์ดในสำนักงานเรื่องนี้พิมพ์มาดาหลับยาวจากฤทธิ์ยา ลืมตาตื่นขึ้นมาแบบงงๆ กวาดตาไปรอบห้อง คนที่เพิ่งกลับจากประชุมนั่งเฝ้าเธออยู่ เขานั่งอ่านหนังสือธุรกิจอยู่ที่โซฟา ทันทีที่ได้ยินเสียงเธอพลิกตัวก็ลุกเดินมาที่เตียง“พิมพ์มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?”ทำท่าครุ่นคิดลำดับเหตุการณ์ ชายหนุ่มไม่ตอบ“จำได้ว่าพิมพ์นัดเจอกับคุณอิงอร” พูดไปคิดไป“แล้วก็จำอะไรไม่ได้เลย”“คุณเป็นลม พนักงานไปเจอตอนเข้าไปทำความสะอาด”“ทีหลังอย่าไปไหนคนเดียวอีก ถ้าจำเป็นต้องไปจริง ๆ ให้บอกผมก่อนทุกครั้ง หรือไม่ก็ให้บอกธนา” ยังไม่อยากบอกเธอตอนนี้ให้ตกใจและเป็นกังวล“คุณคงนอนน้อย วันนี้ก็นอนที่นี่แหละไม่ต้องห่วงคุณย่าหรอก”หลังจากที่ยุ่งวุ่นวายกับหลายเรื่องทั้งเขาและพิมพ์มาดา ชายหนุ่มให้หาพยาบาลมาเฝ้าคุณย่าอีกแรงเพื่อช่วยป้านวลแบ่งเบา แน่นอนว่าเธอไม่เลือกพยาบาลสาว โดยอ้างว่าวัยกลางคนและมีครอบครัวแล้วจะมีภาวะความรับผิดชอบได้ดีกว่า อย่าหวังว่าเขาจะได้เจอพยา
บอร์ดประชาสัมพันธ์ของบริษัททำให้พนักงานดี๊ด๊ากันยกใหญ่ กับหัวเรื่อง งานเลี้ยงประจำปี โดยทางบริษัทจะจัดงานขึ้นที่โรงแรมสาขาใหญ่ รวมทั้งการประกาศโบนัสและของรางวัลสำหรับพนักงานที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปีทุกฝ่ายต่างจัดเตรียมสถานที่และความพร้อมกันอย่างครึกครื้น และส่งการ์ดเชิญคู่ค้าร่วมธุรกิจเก่าแก่ของบริ
ก่อนวันออกเดินทางไปประชุมต่างจังหวัด พิมพ์มาดานั่งทบทวนรายละเอียดโปรเจกงานอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งในห้องทำงานของเจ้านายหนุ่ม ทั้งที่ตรวจไปแล้วไม่รู้กี่รอบเขาก็มีอย่างอื่นมาเพิ่มอยู่ตลอด ทำให้เธอไม่ได้ออกไปเม้าท์มอยส์กับคู่หูธนาเลย แถมบอสยังสั่งย้ายโต๊ะทำงานของเธอเข้ามาไว้ในห้องทำงานของเขาอีกต่างหาก ซึ่
เปิดประตูเข้ามาในห้องชายหนุ่มอีกครั้ง กลิ่นแอลกอฮอล์เหมือนจะแรงขึ้นกว่าเดิม พิมพ์มาดาถือกะละมังผ้าชุบน้ำเย็น วางบนโต๊ะข้างเตียงของเขา ตอนนี้ชายหนุ่มนอนตะแคงและพลิกหน้าคว่ำลง เธอนั่งลงเตียงนอนนุ่มจับไหล่กว้างให้เขาพลิกตัวหงายขึ้น ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ เช็ดตามใบหน้าและลำคอ เลื่อนมือมาเช็ดที่แผ่นอกแน่น
เช้าวันหยุดพิมพ์มาดาลากกระเป๋าเดินทางทั้งของตัวเองและนภาสำหรับทริปเที่ยวทะเลในสุดสัปดาห์นี้ และคนขับคือปกรณ์ ไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงบ้านพักที่หล่อนจองไว้ เป็นบ้านพักริมทะเลบรรยากาศเงียบสงบ หาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้าไกลสุดลูกหูลูกตา คลื่นทะเลเล็กๆ ซัดเข้าหาฝั่งเป็นระลอก น้ำทะเลกระทบกับแสงแดดระยิบระยับ ลมทะเ







