Masukเช้าวันหยุดพิมพ์มาดาลากกระเป๋าเดินทางทั้งของตัวเองและนภาสำหรับทริปเที่ยวทะเลในสุดสัปดาห์นี้ และคนขับคือปกรณ์ ไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงบ้านพักที่หล่อนจองไว้ เป็นบ้านพักริมทะเลบรรยากาศเงียบสงบ หาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้าไกลสุดลูกหูลูกตา คลื่นทะเลเล็กๆ ซัดเข้าหาฝั่งเป็นระลอก น้ำทะเลกระทบกับแสงแดดระยิบระยับ ลมทะเลค่อนข้างแรงพัดมาเป็นระยะ ยอดมะพร้าวที่ขึ้นอยู่ริมหาดปลิวโอนเอนตามลม
ถ้าไม่อยู่ในหน้าที่ก็จะลากเก้าอี้เปลมานอนตรงนี้แหละเธอคิดในใจ
พิมพ์มาดาจัดเตรียมอุปกรณ์ปิ้งย่างสำหรับมื้อค่ำไว้ที่ระเบียงหน้าบ้านพักสำหรับปาตี้ครอบครัวเล็กๆ และเตรียมเครื่องดื่มสำหรับชายหนุ่มอีกด้วย
“รอบคอบจริง” เขาคิดในใจ
เป็นไปตามคาดหญิงชราสดชื่นอย่างเห็นได้ชัด พูดคุยไม่ขาดปาก
“นานมากแล้วที่ย่าไม่ได้มาเปิดหูเปิดตาขลุกอยู่แต่ในบ้าน”
เธอยิ้มและสูดรับกลิ่นบรรยากาศลมทะเลเข้าเต็มปอดและหลับตาผ่อนคลาย
“คนแก่ไปไหนก็ยุ่งยากเป็นภาระคนอื่น” ลืมตาแล้วเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ
“เป็นภาระที่ไหนคะคุณท่าน มาหลายคนสนุกดีค่ะ”
“บอกให้เรียกย่า” พิมพ์มาดายิ้มแห้งชำเลืองมองหลานชายคุณย่าแค่แวบหางตา
“เราถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันนะคะ นานๆ จะได้มาแบบนี้”
หญิงสาวเข็นรถเข็นผู้สูงวัยเดินหามุมสวยถ่ายรูปจุดนั้นจุดนี้อย่างสนุก ส่วนคนหน้าหล่อก็นั่งวางมาดจิบเครื่องดื่มไปพลางๆ เหมือนไม่มีตัวตนสำหรับหล่อนเลย
“ตากรณ์มาถ่ายด้วยกันสิ…เร็วเข้า” นภาเอ่ยชวนชายหนุ่ม
“เดี๋ยวพิมพ์ถ่ายให้ค่ะ” เธออาสาเป็นตากล้อง
“พิมพ์มาถ่ายด้วยกันยังไม่มีรูปสามคนเลย”
หลังจากได้รูปคู่กับหลานชายแล้ว โดยใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือจับเวลาถ่ายจนได้ภาพเป็นที่พอใจของผู้เป็นย่า ชายหนุ่มเองก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้เวลาผ่อนคลายแบบนี้สักเท่าไหร่ นอกเสียจากมาคุยเรื่องธุรกิจซึ่งก็ไม่ได้ผ่อนคลายแบบจริงจัง
ในระหว่างที่หญิงสาวเตรียมอาหารสำหรับมื้อค่ำและสนทนากับหญิงชราเขาก็เผลอหลับไปบนเก้าอี้เปลริมชายหาด หญิงชราผู้ซึ่งมองดูผู้เป็นหลานอย่างเอ็นดูราวกับว่าเขายังเป็นเด็กน้อยอยู่เสียอย่างนั้น
ตั้งแต่พ่อกับแม่ของเขาแยกทางกันก็มีแค่เธอที่เลี้ยงดูเขามาด้วยความรักที่เต็มเปี่ยมหัวใจ ปกรณ์เป็นเด็กดีเสมอไม่เคยทำให้เธอหนักใจเลยสักครั้ง จนวันที่พ่อของเขาจากไปด้วยอาการป่วย
ชีวิตของเขามีแต่งานและภาระอันหนักอึ้ง ปล่อยให้เขาได้พักผ่อนแบบนี้บ้างก็ดี แท้จริงแล้วการที่เธอยอมตกลงกับคำขอของพิมพ์มาดา ไม่ใช่แค่ว่าอยากมาเที่ยว แต่เธอแค่อยากให้เขาที่ทำงานหนักมาตลอดได้พักต่างหาก
พิมพ์มาดาก้มมองใบหน้าผู้ชายอันเป็นที่รักของคุณนภาตรงหน้าเธอที่หลับอยู่อย่างสำรวจ เส้นผมที่ปลิวเบาๆ ตามแรงลมที่พัดมาเป็นระยะ เคลื่อนไปมาอยู่บริเวณหน้าผาก ปากหนาได้รูปที่ปิดสนิท แผ่นหน้าอกกว้างขยายขึ้นลงตามจังหวะหายใจ เธอเผลอมองอยู่แบบนั้นอย่างลืมตัว แล้วก็สะดุ้งเมื่อเขาลืมตาขึ้นมามองเธอ
“อาหารเสร็จแล้วค่ะ” ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วหันหลังเดินกลับไป
มื้อค่ำวันนี้คุณย่าเจริญอาหารเป็นพิเศษ แถมยังอารมณ์ดีเล่าอดีตและเรื่องราวมากมายให้สองหนุ่มสาวฟังอย่างเพลิดเพลิน ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจนึกขอบคุณพิมพ์มาดาในใจที่เป็นต้นเรื่องพาคุณย่าของเขามาเปิดหูเปิดตาแบบนี้
“ตั้งแต่พิมพ์มาอยู่ที่นี่ยังไม่ได้ลาหยุดเลย ถ้ามีธุระที่ไหนก็ไปได้นะไม่ต้องเกรงใจ” นภาเอ่ยขึ้น
“แล้วมาเที่ยวต่างจังหวัดแบบนี้พี่บ้านไม่ว่าใช่ไหม?”
“อ๋อ พี่พรไม่ว่าหรอกค่ะ” เธอตอบอย่างอารมณ์ดี
“ย่าหมายถึงแฟนเราน่ะ ขอโทษด้วยนะที่ถามเรื่องส่วนตัว”
“พิมพ์ไม่มีแฟนค่ะ” พูดพลางตักอาหารใส่ปากเคี้ยว
“ไม่เคยมีเลยเหรอ?”
“ก็เคยมีนะคะคุณย่า…แต่เลิกแล้วค่ะ” เธอเว้นช่วง
“ตั้งแต่อยู่อนุบาล” เธอพูดติดตลกพร้อมรอยยิ้มสดใส
“โธ่เอ๊ย” นภาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“เหมือนตากรณ์เลย ถามทีไรก็ไม่มีแฟน”
ชายหนุ่มชะงักที่จู่ ๆ ก็วกเรื่องมาที่เขา
“อ้าวทำไมละคะ คุณกรณ์ก็หล่อ...” ห้ามปากไว้ไม่ทันรีบตักข้าวเข้าปากเคี้ยวแก้เก้อ แล้วผู้หญิงคนที่มาวันนั้นไม่ใช่แฟนของเขาหรือไงนะ หรือแค่คู่ควง หล่อเลือกได้สินะ
ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้มาเติมน้ำแข็งใส่แก้ว
“ใช่หล่อ ฉลาด เก่ง แต่ทำไมถึงไม่มีแฟน พิมพ์คิดว่าไง?” คำถามจากหญิงชรา
“พิมพ์คิดว่า…คุณกรณ์ฟอร์มจัด และก็ขี้เก๊กค่ะ” เธอพูดกระซิบเบาๆ
เสียงแก้วน้ำวางกระแทกลงบนโต๊ะทันทีที่เธอพูดจบ หญิงสาวสะดุ้ง บวกกับเสียงหัวเราะเบาๆ ของหญิงสูงวัย
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้อยู่ในบรรยากาศเช่นนี้กับผู้เป็นย่า เห็นเวลาที่พิมพ์มาดาดูแลหญิงอันเป็นที่รักของเขา โดยที่เขาเองยังไม่เคยปฏิบัติกับผู้เป็นย่าเลย นึกแล้วก็รู้สึกละอายใจอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่พ่อไม่อยู่เขาก็ทุ่มเทให้กับงานอย่างหนักจนแทบจะไม่มีเวลาให้กับย่าเลยเสียด้วยซ้ำ
ด้วยความที่อยากให้หนุ่มสาวได้พักผ่อนมีเวลาส่วนตัวบ้าง ไม่ใช่คอยประคบประหงมแต่คนแก่มันคงน่าเบื่อ ในตอนสายของวันใหม่ หญิงชราอ้างว่าบรรยากาศดีจะขอนอนต่อสักพัก
“พิมพ์ไปพักเถอะย่าของีบยาวๆ สักหน่อย”
หลังจากเตรียมยาไว้ให้หญิงชราแล้ว เธอก็เดินรับลมเล่นที่หาดทราย พิมพ์มาดายืนแหงนหน้าหลับตาสูดลมหายใจรับลมทะเลเข้าเต็มปอด ริมฝีปากเหยียดโค้งยิ้มอย่างมีความสุขเพียงลำพัง ผมยาวหยักศกเป็นลอนปลิวตามลม หน้าหวานยังหลับตายิ้มค้างอยู่อย่างนั้น ชุดเดรสกระโปรงยาวผ่าข้างสีหวานปลิวสะบัดตามแรงลมแนบไปกับเรือนร่าง เหมือนรูปปั้นปติมากรรมที่ห่อด้วยผ้าเนื้อดีโดดเด่นบนหาดทรายกว้าง สายเสื้อคล้องไหล่เส้นจิ๋วจับจีบเป็นระบายพองปิดหัวไหล่และต้นแขนบาง
“สดชื่นจัง” ลืมตามองทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา พลันหญิงสาวก็ขมวดคิ้วสงสัยสิ่งที่อยู่ในทะเลไกลออกไปที่ผลุบๆ โผล่ ๆ ขึ้นลงตามแรงคลื่น
“เจ้าเหมียว” เธอพึมพำคนเดียวเบา ๆ
ลูกแมวตัวเล็กกำลังตะเกียกตะกายเข้าฝั่งแต่ไม่เป็นผล พิมพ์มาดาตัดสินใจในทันที สองมือจับเดรสถลกขึ้นวิ่งลงทะเลไป เจ้าเหมียวที่หมดแรงตะเกียกตะกายปล่อยตัวให้ลอยตามคลื่น มือบางคว้าจับตัวมันไว้แต่คลื่นที่ซัดมาทำให้มันห่างออกไปอีก เธอว่ายน้ำตามมันออกไปแต่กระโปรงดันมาสร้างปัญหามันพันขาหล่อนไว้ ขณะจะพุ่งตัวว่ายน้ำออกไป ตั้งใจจะช่วยแมวแต่จะช่วยตัวเองยังลำบาก
ปกรณ์ถอดแว่นกันแดดสีดำออกขมวดคิ้วมองภาพตรงหน้าอย่างงงงวย
“เค้าทำอะไรของเค้า” ส่ายหน้าพร้อมเดินลงทะเล
ร่างใหญ่ตัวสูงลากร่างบางที่กอดลูกแมวไว้ขึ้นจากน้ำทะเล พิมพ์มาดาอุ้มประคองลูกแมวไว้ในอก ปกรณ์เดินดุ่ม ๆ ขึ้นชายหาดหนีบร่างบางด้วยแขนเพียงข้างเดียว หน้าเธอคว่ำลงที่พื้นมองตามเท้าที่ก้าวยาวๆ ไปกับหาดทราย ขาหญิงสาวห้อยแกว่งตามจังหวะเดินของเขา แล้ววางร่างบางลงกับพื้นทราย
“ใครเขาอุ้มผู้หญิงแบบนี้กัน…ผู้ชายอะไรไม่มีความโรแมนติกเอาเสียเลย”
คิดในใจ เธอไอแค้ก ๆ ไล่ความเค็มน้ำทะเลออกจากลำคอและปาก
“คุณว่างมากเหรอ?”
แทนที่จะห่วงใยกัน ร่างสูงที่เปียกไปทั้งตัวยืนมองหญิงสาวที่นั่งพับเพียบอยู่บนพื้นทราย เม็ดทรายเล็กๆ กระจายอยู่ตามขาและเท้า
“คุณกรณ์ไม่เห็นลูกแมวเหรอคะ?”
เผลอขมวดคิ้วเล็กๆ หน้าคว่ำอย่างลืมตัว เงยหน้ามองเขา ถ้าเป็นตัวเขาจะปล่อยให้มันตายต่อหน้าหรือยังไงกัน
“ใจดำ” คิดในใจ ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งช่วยเธอขึ้นมาแท้ๆ
ตอนนี้ชุดสวยของเธอเปียกปอนไปด้วยน้ำทะเล เผยให้เห็นบราตัวจิ๋วด้านในชัดเจน ผมเปียกลีบแนบไปกับไหล่และแผ่นหลัง เสื้อที่เปียกน้ำทำให้คอมันย้วยลงไปจนเห็นร่องอกอวบที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ เธอโน้มตัวลงลูบขนเจ้าเหมียวที่เปียกเพื่อไล่น้ำออกจากตัวมัน ทำให้สะโพกและบั้นท้ายแอ่นขึ้นเห็นกางเกงในตัวจิ๋วสีหวานชัดเจน ชุดสวยที่เปียกฉ่ำบางแจ๋ว แม้จะมีซับอยู่ก็ไม่สามารถอำพรางสรีระให้หล่อนได้เลย ชายหนุ่มละสายตาไปทางอื่น
“มันปลอดภัยแล้วก็ปล่อยมันได้แล้ว”
“อีกอย่าง…”
“คุณก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว หรือจะถ่ายแบบชุดว่ายน้ำต่อ”
พูดจบก็หันหลังเดินจากไป พิมพ์มาดานั่งงง ก้มลงมองตัวเอง อ้าปากหวอเอามือปิดหน้าอกทันทีด้วยความตกใจ
“คุณพระ”
“เห็นหมดเลย” แต่ไม่ทันแล้ว
ทุกเช้าพิมพ์มาดาจะเตรียมกระเป๋าส่วนตัวที่เขาต้องนำไปสำนักงานด้วยทุกวัน และแฟ้มเอกสารต่างๆ ที่หอบกลับมาทำต่อที่บ้าน พร้อมเสื้อสูทของชายหนุ่มไว้รอ ในระหว่างที่เขาจิบกาแฟตอนเช้าและพูดคุยกับคุณย่า หลังจากนั้นเธอจะเดินไปส่งเขาที่รถพร้อมอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ของเขา ลุงเพิ่มติดเครื่องยนต์รออยู่ในรถก่อนแล้ว นี่คือกิจวัตรประจำวันของเธอ
“อีกหน่อยคงเป็นง่อย คนมีเงินมีหน้าที่แค่หายใจหรือยังไง” ได้แต่คิดในใจ
มื้อเย็นในวันหยุดสุดสัปดาห์บนโต๊ะอาหารมื้อค่ำผู้สูงวัยตักอาหารเข้าปากอย่างไม่มีรสชาติเพียงลำพัง โดยไม่มีเงาหลานชายร่วมโต๊ะอาหาร จนถึงเวลาเข้านอนหญิงชราก็ยังคงนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เพื่อรอพบหน้าหลานชายที่ยังไม่กลับบ้าน
“ดึกแล้วนะคะคุณย่า พิมพ์ว่าเข้านอนดีกว่าค่ะ สักพักคุณกรณ์คงกลับ”
“ยุ่งแค่ไหนก็ควรจะรับสาย โทรไปไม่รู้กี่สายก็ไม่รับ แถมไม่โทรกลับอีกต่างหาก”
ผู้เป็นย่าบ่นแต่จริง ๆ แล้วคือเป็นห่วงมาก เสียงรถจอดหน้าบ้าน ลุงเพิ่มคนขับวิ่งลงมาเปิดประตูรถสักพักก็เดินหิ้วปีกพยุงกึ่งลากร่างใหญ่เข้าบ้านกลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้งมาปะทะจมูก
“ทำไมเมาขนาดนี้ล่ะนายเพิ่ม”
“วันนี้เลี้ยงรับรองลูกค้าและฉลองปิดโปรเจกครับคุณท่าน”
“แล้วธนาไม่ดูแลเหรอถึงปล่อยให้เมาขนาดนี้บอกไม่รู้กี่ครั้ง”
“คุณธนาก็สภาพไม่ต่างกับคุณกรณ์ครับ น่าจะหนักกว่าด้วยซ้ำครับ”
“โอ๊ย…ไปๆ พาขึ้นห้อง”
หญิงชราที่นั่งรถเข็นไม่สามารถช่วยอะไรนายเพิ่มได้ ปัญหาต่อมาคือลากร่างใหญ่ขึ้นข้างบน
“คุณพิมพ์ช่วยลุงหน่อยครับเดี๋ยวจะตกบันไดลงมาซะก่อนจะถึงห้อง” ลุงเพิ่มเอ่ยขอความช่วยเหลือ
พิมพ์มาดายืนงก ๆ เงิ่น ๆ เธอไม่เคยดูแลคนเมามาก่อนทำอะไรไม่ถูก
“ไป...พิมพ์ช่วยนายเพิ่มหน่อย”
คำสั่งจากเจ้านายสูงวัยทำให้หล่อนต้องจำใจหิ้วปีกอีกข้างของชายหนุ่มช่วยลุงเพิ่มลากขึ้นบันไดไปอย่างทุลักทุเล วางเขาไว้ที่เตียงนอนแล้วลงมารายงานผู้เป็นย่า
“แล้วทิ้งเขาไว้แบบนั้นน่ะเหรอ?” แทนคำตอบหญิงสาวหลับตาปริบ ๆ
“เอาผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้าเช็ดตาให้เรียบร้อยก่อน”
หญิงชราพูดแบบไม่คิดถึงเรื่องอื่นเลยในใจห่วงแค่หลานชายเท่านั้น นี่คุณย่าจะให้เราอยู่แบบสองต่อสองกับผู้ชายตอนเขาเมาได้ยังไงกัน เธอคิดในใจ เหมือนรู้ความในใจหญิงอ่อนวัย
“ไม่มีอะไรหรอก พิมพ์ก็คิดว่าตากรณ์เป็นย่า เช็ดตัวให้ย่าตอนไม่สบายก็แล้วกัน”
“ถ้าย่าเดินเหินสะดวกคงไม่รบกวนใครหรอก” พูดทิ้งท้ายอย่างน้อยใจ
“ได้ค่ะคุณย่า งั้นคุณย่าเข้านอนก่อนนะคะพิมพ์ไปส่ง ดึกมากแล้ว”
หญิงสาวตักอาหารใส่ปากเคี้ยวกลืนลงคอได้ไม่กี่วิมันก็ตีขึ้นจ่ออยู่ที่คอเหมือนเดิมอีกแล้ว พะอืดพะอม สุดท้ายทนไม่ไหวลุกจากโต๊ะอาหารมือปิดปากวิ่งเข้าห้องน้ำ พร้อมเสียงโอ๊กอ๊ากที่ดังทะลุออกมา ปกรณ์ที่ยืนรออยู่ด้านหน้า เขาจำได้ครั้งก่อนที่โรงแรมเธอก็มีอาการแบบนี้ แสดงว่า…“กินไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน”หญิงชราที่จับสังเกตและพูดกับหญิงสาว ขณะที่ปกรณ์พยุงมานั่งที่เดิม เธอมองดูปฏิกิริยาของหลานชายที่ปฏิบัติต่อหญิงสาวก็เดาได้ไม่ยาก พิมพ์มาดาที่ทนไม่ไหวเอื้อมไปจิ้มผลไม้ดองตรงหน้าใส่ปากเคี้ยวต่อได้อีก“พิมพ์ไปหาหมอมาหรือยัง?” คำถามจากหญิงชราทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมอง“คะ...คุณย่า?”“ตรวจหรือยัง?”หญิงชราถามซ้ำทำให้หน้าที่ซีดอยู่แล้วซีดหนักลงไปอีก คำว่าไก่ต้มคงจะเทียบไม่ได้“กี่เดือนแล้ว?” ขยี้ต่อ“เอ่อ...คือ…” ความที่ไม่กล้าโกหก ทำได้แค่เพียงอ้ำ ๆ อึ้งๆความเงียบเข้าครอบคลุมบนโต๊ะอาหารชั่วขณะ“แล้วเมื่อไหร่แกจะจัดงานแต่ง?” หันหน้ามามองชายหนุ่ม“จะรอให้ย่าตายก่อนแล้วค่อยเอารูปย่าไปวางไว้หน้างานแต่งของแกหรือยังไง?” ประชดประชันหลานชาย“คุณย่าต้องถามพิมพ์ก่อนว่าเขาอยากแต่งกับผมหรือเปล่า?”หน้าซีด ๆ ที่เงยขึ้นมองผู
บรรยากาศในการทำงานกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง พร้อมกับธนาที่ยืดอกรับความสงบสุขในการทำงานอย่างภาคภูมิใจ แต่สิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาทำให้บอสประหลาดใจอยู่เป็นประจำ คือเลขาที่ขี้โมโห อารมณ์แปรปรวน หัวเราะอยู่ดีๆ ในไม่กี่ชั่วโมงก็หันกลับมาวีนเขาเสียแล้วแค่เรื่องทิ้งขยะไม่ลงถัง หรือหล่อนจะทำงานหนักไปเขานึกในใจคงต้องปล่อยให้หล่อนได้พักบ้างเขาปฏิเสธมื้อเที่ยงในวันนี้โดยอ้างว่านอนไม่หลับทั้งคืนอยากงีบสักหน่อย โดยปล่อยให้เธอไปรีแลคกับเพื่อน ๆ บ้าง หลังพักเที่ยงกลับมาคนที่นั่งทำงานตรงหน้ากลับใจลอย ไม่พูดไม่จา หรือหล่อนจะกังวลเรื่องพี่สาวกดโทรศัพท์เช็คกับทางโรงพยาบาลไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะหาข้อมูลคนไข้ เนื่องจากยอดบริจาคที่เขาให้กับโรงพยาบาลเพื่อใช้เป็นทุนการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์อยู่เป็นประจำ พรพิมลสุขภาพแข็งแรงดีทุกอย่างไม่มีเรื่องให้ต้องกังวลใดๆ“วันนี้ผมจะออกไปข้างนอกและจะไม่เข้ามาแล้ว มีธุรกับคุณย่านิดหน่อย เดี๋ยวจะให้ลุงเพิ่มมารับคุณ”พูดหูซ้ายแต่เหมือนจะทะลุไปออกหูขวาหล่อนไม่หือไม่อือเลยสักนิด“พิมพ์”“คะ?”“บอสว่าไงนะคะ?”“ผมบอกว่าจะไม่กลับเข้ามาแล้ว จะให้ลุงเพิ่มมารับคุณ”“อ๋อ ไม่เป็นไรค
ภาพหญิงสาวที่เขารอและอยากเจอตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ลงจากรถกับภัสพงษ์โดยชายหนุ่มหิ้วของและเดินมาส่งเธอที่หน้าประชาสัมพันธ์ แก้วไวน์ที่อยู่ในมือของคนที่นั่งอยู่ในห้องกระจก แทบแตกด้วยแรงเกร็งและบีบของมือใหญ่ นี่เธอไม่รับสายเขาและปล่อยให้เขารอทั้งที่นัดกันไว้ดิบดี เพียงเพราะไปกับไอ้ช่างถ่ายภาพหน้าเซอร์นี่เหรอ ชายหนุ่มรู้สึกถึงความร้อนวูบวาบที่ใบหน้า ลุกขึ้นออกจากห้องรับรองและเดินขึ้นห้องไปพิมพ์มาดาเข้ามาในห้องแต่ปราศจากเงาของเขา เธอยังอยู่ในชุดถ่ายแบบรวมทั้งหน้าตาที่แต่งแต้มไว้อย่างบรรจง ผิดกับวิถีชีวิตประจำวันของเธอปกรณ์เปิดห้องตามเข้ามา มองใบหน้าและหลุบตาลงต่ำสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า นี่เธอเปลี่ยนแปลงตัวเองขนาดนี้เพื่อใครกัน“พิมพ์ขอโทษนะคะที่ไปรับบอสไม่ทัน”“ภัสพงษ์คงสำคัญกับคุณมาก” เสียงต่ำ ดูจากสีหน้าแล้วหญิงสาวพอจะเดาอารมณ์เขาได้“ไม่ใช่นะคะบอส คือ….”“ผมโทรหาคุณตั้งกี่สาย อยู่กับคนอื่นไม่กล้ารับสายผมเหรอ ยังจะกล้าให้มาส่งที่นี่อีก”“พิมพ์ไปทำงาน”“งานอะไร?”“ถ่ายแบบ”“ทำไมต้องถ่าย คุณก็มีงานอยู่แล้ว ยุ่งไม่พอเหรอ?”“แล้วต้องมาแต่งหน้า ทาปาก แล้วชุดนี่อีก ชอบเหรอแบบนี้?”เขามองหน้
วันเปิดตัวศูนย์การค้าแห่งใหม่ มาพร้อมกับวันวุ่นวายชุลมุนของทุกฝ่ายในการเตรียมงาน ป้ายบิลบอร์ดพรีเซนเตอร์ขนาดใหญ่ที่ทิชาดาเชิญชวนให้มาสัมผัส ติดหราในใจกลางเมืองมองเห็นได้อย่างถนัดตา บรรยากาศในศูนย์การค้าคึกคัก ทั้งลานกิจกรรมและบูทแสดงสินค้าลดราคาต้อนรับการเปิดในวันแรกในลานกิจกรรมเต็มไปด้วยผู้คนที่มาร่วมสนุกในการแข่งขันเพื่อรับของรางวัล และบัตรส่วนลดต่าง ๆ มากมาย เสียงพิธีกรประกาศและบรรยายกิจกรรมการแข่งขันอย่างตื่นเต้นและสนุกสนานตลอดทั้งวันปกรณ์นำพิมพ์มาดาเดินทั่วทั้งศูนย์การค้า โดยหญิงสาวเดินแวะแทบทุกบูทจนขาล้า ของพะรุงพะรังเต็มมือทั้งตัวเองและชายหนุ่มที่ประหนึ่งว่าเธอเป็นลูกค้าวีไอพีของศูนย์การค้านี้อย่างร่าเริง คนที่เดินตรวจงานก็พลอยสนุกไปกับเธอด้วยเช่นกัน“การมีแฟนรวยมันก็ดีแบบนี้นี่เอง” เธอคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ในใจถึงแม้เขาจะไม่เคยบอกก็เถอะสิ้นสุดวันเปิดตัวศูนย์การค้าก็ต่อด้วยงานมงคลระหว่าง ทิชาดา และ พงศกร โดยจัดขึ้นที่โรงแรมหรูของปกรณ์พิมพ์มาดาในชุดราตรีสีหวานสดใสควงคู่มากับบอสของเธอเดินเข้าไปในงาน ชายสูงวัยท่าทางใจดีมองพินิจพิเคราะห์ใบหน้าพิมพ์มาดาอยู่ยกใหญ่“นึกว่าใครที่ไห
พิมพ์มาดานั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกร้านอย่างลืมตัว ที่ร้านอาหารร้านเดิมที่คุ้นเคยของสองพี่น้อง หลังจากนัดกินมื้อเย็นหลังเลิกงานกับพรพิมล ภาพเจ้านายของเธอที่หัวเราะต่อกระซิกกับสาวสวยในห้องทำงานมันไม่หายไปจากเมมโมรีในสมอง ไม่หนำซ้ำยังชัดเจนขึ้นมาเรื่อย ๆ อีกต่างหาก“พิมพ์มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า ดูเครียดๆ นะ” เสียงพรพิมลปลุกเธอให้ตื่นจาภวังค์“เรื่องงานน่ะพี่พร ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” เธอโกหกและปรับสีหน้ายิ้มก่อนจะหาเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง ชวนผู้เป็นพี่คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อย เพื่อให้ลืมเรื่องที่คอยกวนใจเธออยู่ในตอนนี้ตกเย็นก็ขลุกตัวอยู่ในห้องนั่งวาดภาพจะได้ไม่ต้องฟุ้งซ่าน พรุ่งนี้เป็นวันหยุดก็จะได้ส่งงานให้ลูกค้าและปิดจบจ็อบเสียทีภาพหญิงสาวนั่งสนทนากับชายแปลกหน้าอย่างใกล้ชิดก้มดูอะไรสักอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะ ปกรณ์มองเห็นไม่ถนัดขณะที่เขาเดินผ่านร้านไอศกรีมจนต้องหยุดมอง วันนี้เป็นวันหยุดอุตส่าห์ไม่เรียกกะจะให้เธอได้พัก แต่เธอมาทำอะไรที่นี่ กับใครที่เขาไม่รู้จัก ชายหนุ่มปลีกตัวออกมาจากกลุ่มที่เดินมาด้วยกัน และมาหยุดอยู่ตรงหน้า“พิมพ์” เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียก“บอส”“งั้นผมขอตัวกลับก่อ
ธนาแจ้งประชุมด่วนผู้บริหาร เรื่องถอดอิงอรออกจากการเป็นพรีเซนเตอร์ของศูนย์การค้า แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วในบริษัท และเปิดคัดเลือกพรีเซนเตอร์คนใหม่ หลังจากนั้นก็มีประกาศติดทุกบอร์ดในสำนักงานเรื่องนี้พิมพ์มาดาหลับยาวจากฤทธิ์ยา ลืมตาตื่นขึ้นมาแบบงงๆ กวาดตาไปรอบห้อง คนที่เพิ่งกลับจากประชุมนั่งเฝ้าเธออยู่ เขานั่งอ่านหนังสือธุรกิจอยู่ที่โซฟา ทันทีที่ได้ยินเสียงเธอพลิกตัวก็ลุกเดินมาที่เตียง“พิมพ์มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?”ทำท่าครุ่นคิดลำดับเหตุการณ์ ชายหนุ่มไม่ตอบ“จำได้ว่าพิมพ์นัดเจอกับคุณอิงอร” พูดไปคิดไป“แล้วก็จำอะไรไม่ได้เลย”“คุณเป็นลม พนักงานไปเจอตอนเข้าไปทำความสะอาด”“ทีหลังอย่าไปไหนคนเดียวอีก ถ้าจำเป็นต้องไปจริง ๆ ให้บอกผมก่อนทุกครั้ง หรือไม่ก็ให้บอกธนา” ยังไม่อยากบอกเธอตอนนี้ให้ตกใจและเป็นกังวล“คุณคงนอนน้อย วันนี้ก็นอนที่นี่แหละไม่ต้องห่วงคุณย่าหรอก”หลังจากที่ยุ่งวุ่นวายกับหลายเรื่องทั้งเขาและพิมพ์มาดา ชายหนุ่มให้หาพยาบาลมาเฝ้าคุณย่าอีกแรงเพื่อช่วยป้านวลแบ่งเบา แน่นอนว่าเธอไม่เลือกพยาบาลสาว โดยอ้างว่าวัยกลางคนและมีครอบครัวแล้วจะมีภาวะความรับผิดชอบได้ดีกว่า อย่าหวังว่าเขาจะได้เจอพยา
บอร์ดประชาสัมพันธ์ของบริษัททำให้พนักงานดี๊ด๊ากันยกใหญ่ กับหัวเรื่อง งานเลี้ยงประจำปี โดยทางบริษัทจะจัดงานขึ้นที่โรงแรมสาขาใหญ่ รวมทั้งการประกาศโบนัสและของรางวัลสำหรับพนักงานที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปีทุกฝ่ายต่างจัดเตรียมสถานที่และความพร้อมกันอย่างครึกครื้น และส่งการ์ดเชิญคู่ค้าร่วมธุรกิจเก่าแก่ของบริ
พิมพ์มาดาหยุดยืนอยู่จุดพักเบรกของแผนกการตลาด มองร่างชายหนุ่มจากด้านหลังที่นั่งจิบกาแฟอยู่อย่างลังเล ว่าใช่คนที่เธอคุ้นเคยหรือเปล่า“ทัศ”เอ่ยชื่อออกไปพร้อมกับเดินเข้าไปหา ผู้ถูกเรียกหันมามองตามเสียงทัศเทพ คือเพื่อนชายที่สนิทเพียงคนเดียวของพิมพ์มาดา มาตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนที่มหาวิทยาลัย คนที่พยายา
ก่อนวันออกเดินทางไปประชุมต่างจังหวัด พิมพ์มาดานั่งทบทวนรายละเอียดโปรเจกงานอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งในห้องทำงานของเจ้านายหนุ่ม ทั้งที่ตรวจไปแล้วไม่รู้กี่รอบเขาก็มีอย่างอื่นมาเพิ่มอยู่ตลอด ทำให้เธอไม่ได้ออกไปเม้าท์มอยส์กับคู่หูธนาเลย แถมบอสยังสั่งย้ายโต๊ะทำงานของเธอเข้ามาไว้ในห้องทำงานของเขาอีกต่างหาก ซึ่
เปิดประตูเข้ามาในห้องชายหนุ่มอีกครั้ง กลิ่นแอลกอฮอล์เหมือนจะแรงขึ้นกว่าเดิม พิมพ์มาดาถือกะละมังผ้าชุบน้ำเย็น วางบนโต๊ะข้างเตียงของเขา ตอนนี้ชายหนุ่มนอนตะแคงและพลิกหน้าคว่ำลง เธอนั่งลงเตียงนอนนุ่มจับไหล่กว้างให้เขาพลิกตัวหงายขึ้น ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ เช็ดตามใบหน้าและลำคอ เลื่อนมือมาเช็ดที่แผ่นอกแน่น







