FAZER LOGINตอนที่ 1
เด็กชงเหล้า ปัง! เสียงประตูปิดกระแทกดังลั่นห้อง ก่อนที่ร่างสูงของ“เจย์”จะก้าวเข้ามาภายในอย่างไม่รีบร้อนนัก ชายหนุ่มเจ้าของความสูงราว 185 เซนติเมตร กับสัดส่วนสมส่วนของน้ำหนักที่รับกับเรือนกายได้อย่างลงตัว ท่วงท่าการเดินนิ่ง เรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเงียบลงโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าหล่อคมสันราวกับถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างตั้งใจ โครงหน้าชัด ดวงตาลึกคมเข้มจนยากจะคาดเดาความคิด ริมฝีปากบางได้รูปแต่แทบไม่เคยยกยิ้มให้ใครง่าย ๆ ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมออกอย่างลวก ๆ ก่อนจะโยนมันลงข้างตัว แล้วทิ้งร่างลงบนโซฟาอย่างคนคุ้นเคยกับพื้นที่ ขาเรียวยาวเหยียดพาดไปยังโต๊ะด้านหน้าในท่าทีสบาย ๆ ราวกับโลกทั้งใบไม่มีอะไรน่ากังวล ปลายนิ้วเรียวหยิบบุหรี่ขึ้นมาแตะริมฝีปาก ก่อนจะจุดไฟ แสงสีส้มเล็ก ๆ วาบขึ้นท่ามกลางความเงียบ เจย์สูบมันเข้าไปช้า ๆ ก่อนจะเอนศีรษะพิงพนักโซฟา ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยควันสีจางถูกพ่นออกมาอย่างเนิบช้า ลอยอ้อยอิ่งกลางอากาศ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ไม่นานนักเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้อง คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ ร่างสูงที่กำลังเอนกายสูบบุหรี่อยู่ก่อนหน้าเผยสีหน้าหงุดหงิดออกมาอย่างชัดเจน “ใครมาอีกวะ” เจย์สบถเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะดับบุหรี่ลงกับที่เขี่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตู ทันทีที่บานประตูถูกเปิดออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือหญิงสาววัยราวยี่สิบต้น ๆ ยืนพิงกรอบประตูเล็กน้อย รอยยิ้มบางประดับอยู่บนริมฝีปากสีระเรื่อ สายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความยั่วยวนอย่างไม่คิดปิดบัง ปลายนิ้วเรียวแตะกรอบประตูเบา ๆ ก่อนที่ร่างเล็กจะขยับเข้าใกล้อีกนิด “พี่เจย์…วันนี้อยากให้น้ำช่วยมั้ยคะ” เสียงหวานเอ่ยอ่อน ราวกับตั้งใจจะยั่วคนฟัง ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย สายตาคมกวาดมองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่เร่งรีบ มันไม่ใช่ภาพแปลกตาอะไรสำหรับเขา เพราะแทบทุกคืนจะต้องมีใครสักคนมายืนอยู่ตรงจุดนี้ ไม่ได้มาเพื่อมีเซ็กส์แต่ว่ามาเพื่อคอยปรนนิบัติเขาก็เท่านั้น ร่างสูงยังคงยืนพิงกรอบประตู สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรสามารถสั่นคลอนเขาได้ “วันนี้ฉันไม่ได้เรียก” เสียงทุ้มเอ่ยสั้น ๆ ตัดบทอย่างไม่ใส่อารมณ์ “ไม่เอาสิ ไหนไหนน้ำก็มาแล้ว ให้น้ำได้เข้าไปเอาอกเอาใจพี่เจย์สักหน่อยก็ยังดี” หญิงสาวตรงหน้ายังคงส่งสายตาออดอ้อน พลางขยับเข้ามาใกล้อีกนิดโดยไม่ยอมถอย เจย์มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉยปนรำคาญเล็กน้อย ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรกลับในทันที เพียงแค่ล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงอย่างไม่รีบร้อนนัก จากนั้นปลายนิ้วกดโทรออก รอสายเพียงไม่กี่วินาทีเสียงจากปลายสายก็ดังเล็ดลอดออกมา “ฮัลโหลค่ะน้องเจย์~” น้ำเสียงหวานสูงปลายประโยค มีลูกเล่นและจังหวะเฉพาะตัว ฟังดูคล่องแคล่ว มั่นใจ และเป็นกันเองแบบคนคุ้นเคยในสายงาน ร่างสูงไม่เสียเวลาเกริ่นนำรีบตอบกลับไปในทันที “เจ๊ วันนี้ฉันไม่ได้เรียกคนชื่อน้ำมานี่ รบกวนเปลี่ยนคนให้ด้วย” “อ้าว ทำไมล่ะคะน้องเจย์ น้องน้ำที่ไปน่ะ ตัวท็อปเลยนะคะ เห็นเรียกหาตั้งหลายครั้ง… เจ๊ก็นึกว่าน้องเจย์ชอบสะอีก” เจย์ยังคงยืนพิงกรอบประตู สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่นิด “ถ้านี่เรียกว่าตัวท็อป…เจ๊ก็ปิดร้านไปเถอะ” เมื่อสิ้นประโยคทำเอาปลายสายถึงกลับเงียบกริบ “แล้วก็…อย่าส่งคนชื่อน้ำมาให้ฉันอีก ภายในครึ่งชั่วโมง ถ้ายังไม่มีคนใหม่มายืนหน้าห้องฉัน… ร้านเจ๊ได้เจ๊งไม่เป็นท่าแน่” พูดจบเขาก็กดวางสายทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบ บรรยากาศกลับมาเงียบงันอีกครั้ง ดวงตาคมตวัดกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า “กลับไปได้แล้ว” “…” หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น สีหน้าเสียไปเล็กน้อย “ทีหลัง…ถ้าฉันไม่ได้เรียก ไม่ต้องเสนอหน้ามา…ฉันไม่ชอบผู้หญิงที่จู้จี้จุกจิก มันน่ารำคาญ” ปัง! สิ้นคำบานประตูถูกปิดลงอย่างแรง ทิ้งให้ความเงียบและความอับอาย ตกค้างอยู่ด้านนอกเพียงลำพัง “โอ๊ย เอาใจยากอะไรขนาดนี้นะ” เสียงบ่นของเจ๊ลอยแทรกไปกับจังหวะเพลงที่ดังกระหึ่มทั่วทั้งร้านเหล้า พร้อมกับการสะบัดมือเล็กน้อยอย่างคนหงุดหงิด ร่างอวบอิ่มของหญิงวัยราวสี่สิบปีในชุดสีจัดจ้านยืนกอดอก หน้าตาแต่งเต็มเป๊ะทุกมุม จริตการพูดการจาแพรวพราว มีความมั่นใจและเป็นตัวของตัวเองสูง “ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกค้ารายใหญ่นะ แม่ไม่ง้อหรอก!” เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจยาว ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงใส ๆ ดังขึ้น “เจ๊ เป็นอะไรคะ หน้าบูดหน้าบึ้งเชียวเชียว ” ร่างเล็กเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใส “ข้าวหอม”เด็กสาวหน้าสวยตาหวานอายุราวยี่สิบต้น ๆ ผมยาวสลวย ผิวขาวเนียน รูปร่างบางแต่มีสัดส่วนอย่างพอดี การเคลื่อนไหวดูเป็นธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งมาก แต่กลับสะดุดตาคนมองได้ง่าย เจ๊หันไปมองก่อนจะเบะปากเล็กน้อย “ก็ลูกค้ารายใหญ่น่ะสิ! ส่งยัยน้ำไปให้ตั้งหลายรอบ ตอนแรกก็บอกว่าได้หมดได้หมดแค่มานั่งกินเหล้าเป็นเพื่อน พอมาวันนี้ดันไม่เอา จะเอาคนใหม่อีก จะไปหาจากไหนทัน ยัยน้ำมันก็ตัว ท็อปสุดแล้ว” ข้าวหอมยักไหล่เบา ๆ อย่างไม่ค่อยใส่ใจ “ก็หาคนอื่นให้เขาสิเจ๊” พูดจบก็ทำท่าจะหมุนตัวคล้ายกำลังจะมุ่งหน้าไปหาลูกค้าต่อ “ยัยหอม เดี๋ยวก่อน!” ทว่าปลายเท้าเรียวริกก็ต้องหยุดชะงักในทันที พร้อมกับหันมาพูดสวนขึ้นอย่างรู้ทัน “ฉันไม่ว่างนะเจ๊ ต้องไปชงเหล้าให้ลูกค้าอีกหลายโต๊ะ” “ถือว่าช่วยเจ๊หน่อยเถอะนะ ทั้งร้านเนี่ย… ฉันเห็นก็มีแต่แกนี่แหละ ที่พอจะสู้ได้อีกคน” ข้าวหอมส่ายหน้ารัว สีหน้าชัดเจนว่าไม่เอาแน่ “ไม่เอา ก็บอกแล้วไง…ฉันแค่มาชงเหล้า นั่งคุยเป็นเพื่อน ไม่ได้จะไปขายตัวให้ใครแบบที่เจ๊คิด… เห็นแบบนี้ ฉันก็ยังโสดยังซิงนะคะ” ข้าวหอมเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้เพียงเดือนกว่า ๆ เท่านั้น เธอเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ขึ้นมาเรียนต่อในกรุงเทพฯ และในช่วงที่มหาวิทยาลัยยังไม่เปิดเทอม หญิงสาวจึงเลือกมาทำงานพาร์ตไทม์ฆ่าเวลาไปพลาง ๆ งานของเธอมีเพียงชงเครื่องดื่ม นั่งคุยเป็นเพื่อนลูกค้า และสร้างบรรยากาศให้โต๊ะดูครึกครื้นก็เท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้ว…ถ้าเป็นเรื่องออกไปหาลูกค้านอกสถานที่ หรืออะไรที่มากกว่านั้น ข้าวหอมไม่คิดจะทำมันเด็ดขาด เจ๊รีบโบกมือ “โอ๊ย ไม่ต้องห่วง! แกไม่เสียตัวหรอกน่า” ข้าวหอมยืนกอดอกเลิกคิ้วอย่างไม่เชื่อ “เจ๊มั่นใจได้ยังไง ถ้าเกิดฉันไปแล้วเสียตัวขึ้นมาจะทำยังไง” เจ๊ยิ้มมุมปาก ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบเหมือนมีความลับ “เชื่อฉันเถอะ…ขนาดยัยน้ำไปตั้งหลายครั้ง…ยังไม่ได้กินเขาเลยสักครั้ง” “หรือว่า…” เธอพึมพำเบา ๆ พลางยกมือขึ้นแตะคางเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างจริงจัง “ผู้ชายคนนั้นจะเป็นตาลุงแก่ ๆ ที่ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรแล้วกันนะ…” พูดจบก็ยังไม่วายทำหน้าครุ่นคิด คิ้วบางขมวดนิด ๆ เหมือนพยายามปะติดปะต่อภาพในหัวอย่างตั้งใจ โป้ก! “โอ๊ย!” ข้าวหอมร้องดังลั่น พลางยกมือกุมหน้าผากตัวเองทันที ก็เจ๊น่ะสิ อยู่ ๆ ก็ยกนิ้วดีดหน้าผากเธอเข้าให้แบบไม่ทันตั้งตัว จนหน้าผากขึ้นสีแดงระเรื่อ “เจ๊! ฉันเจ็บนะเนี่ย!” หญิงวัยกลางกลอกตาเล็กน้อยอย่างเอือม ๆ พลางยกมือขึ้นไล่ “มัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย รีบไปเตรียมตัวได้แล้ว เดี๋ยวเจ๊จะส่งที่อยู่ให้ทางโทรศัพท์” ก่อนจะพูดย้ำขึ้นอีกที “แล้วฟังให้ดีนะ…ห้ามทำอะไรให้เขาไม่พอใจเด็ดขาด ไม่งั้น…ทั้งแก ทั้งฉัน ได้ตกงานแน่” ข้าวหอมเบ้ปากนิด ๆ อย่างคนไม่ค่อยเต็มใจ “รู้แล้วน่า… แต่ถ้านอกเหนือจากการชงเหล้าฉันไม่รับปากนะ” “ดะ…เดี๋ยว…” พูดจบข้าวหอมก็หมุนตัวเดินออกไปทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เจ๊ได้พูดอะไรต่อ ร่างบางก้าวหายไปท่ามกลางแสงไฟและเสียงเพลงในร้านอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เจ๊ที่กำลังอ้าปากจะพูดต่อต้องชะงักค้าง คำพูดทุกอย่างหยุดอยู่เพียงแค่ปลายลิ้น เมื่ออีกฝ่ายไม่อยู่ให้ฟังเสียแล้วตอนที่ 4ไม่ได้พิเศษไปมากกว่าใคร“ถ้าเสียวก็ครางออกมา...”ชายหนุ่มตวัดปลายลิ้นรัววนซ้ายขวา ก่อนจะลากยาวขึ้นตามแนวกึ่งกลางร่องเนื้ออุ่น สองนิ้วหนาช่วยแหวกแบะกลีบดอกไม้ให้เปิดกว้างขึ้น แล้วดูดซดกลีบกระสันเข้าปากจนเกิดเสียงดังเฉอะแฉะลามก สอดประสานแข่งกับเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนตัวเล็ก“อื้อ....สะเสียว”ลิ้นร้อนที่ตวัดถี่ขึ้นตรงจุดใจกลางความเสียวบีบให้หญิงสาวครางสั่นเครือ ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยความสยิว ก่อนที่เจย์จะถอนริมฝีปากขึ้นมาสบตา แล้วจงใจส่งเรียวนิ้วแกร่งแหวกว่ายเบียดแทรกเข้าไปในซอกเนื้อนุ่มอย่างช้าๆ“ซี้ด!...สัด! แค่นิ้วเดียวก็ตอดจนแทบหัก”ชายหนุ่มสบถคำหยาบคายออกมาในลำคอ คราบน้ำรักเหนียวหนืดสีขาวขุ่นที่เปรอะเปื้อนเต็มเรียวนิ้วยิ่งโหมกระพือความต้องการให้เขายากจะบดเบียดสอดใส่ตัวตนเข้าไปในกายเธอใจจะขาด“อื้อ...ซี้ด!”เสียงครางหวานของข้าวหอมเล็ดออกมาจากลำคอ นิ้วยาวที่ยังขยับเข้าออกมันทำให้เธอเสียวซ่านจนแทบบ้า “อื้อ...ฉันไม่ไหวแล้วเงี่ยนฉิบหาย!”ชายหนุ่มกระชากผ้าเช็ดตัวผืนบางออกจากเรือนร่าง เผยให้เห็นแก่นกายขนาดยักษ์ที่แข็งขึงเต็มเหยียด เส้นเลือดหนาปูดโปนพาดผ่านตาม
ตอนที่ 3รุ่นพี่ตัดภาพมาที่มหาวิทยาลัยข้าวหอมในชุดนักศึกษา กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่า เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนอย่างชวนมองเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกถักเปียไว้อย่างหลวม ๆ ทิ้งปอยผมบางส่วนให้พลิ้วไหวรับกับใบหน้า เพิ่มเสน่ห์ให้ดูอ่อนหวานปนซุกซนเสื้อนักศึกษาที่หญิงสาวสวมใส่แนบกระชับไปตามสัดส่วน ขับเน้นรูปร่างให้เด่นชัดราวกับจะปริออกจากกัน“ข้าวหอม! ทางนี้!”เสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากอีกฟากของตึกคณะบริหารธุรกิจ “ใบตอง” เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยประถมของเธอโบกมือเรียกอย่างเด่นชัด ทำให้ร่างเล็กต้องเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นทันที เพราะรู้ดีว่าถ้าช้ากว่านี้อีกนิด มีหวังโดนบ่นจนหูชากันพอดี“นี่…กว่าจะเสด็จมาได้นะยะ ฉันมารอแกตั้งนานแล้วเนี่ย”และก็เป็นไปตามคาด ใบตองยืนกอดอกบ่นใส่ทันทีที่เธอเดินเข้าไปถึง แม้คำพูดจะฟังดูดุ ๆ แต่สีหน้าของอีกฝ่ายกลับไม่ได้จริงจังอะไรนัก ข้าวหอมยกมือขึ้นเกาศีรษะเบา ๆ ก่อนจะยิ้มแหย“ขอโทษน่า… ก็วันแรกนี่ มหาลัยตั้งใหญ่ ฉันเดินหาตึกเรียนตั้งนาน”“งั้นรีบขึ้นเรียนกันเถอะ วันนี้ฉันจะไม่เอาเรื่องก็แล้วกัน” ใบตองว่าพลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะคว้าแขนเพื่อนสนิทลากขึ้นตึกไปด้วยกันควัน
ตอนที่ 2คนโรคจิตคนนั้นก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้เจย์ ชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ถึงกับชะงักเป็นครั้งที่สองบุหรี่ในมือถูกเขี่ยทิ้งลงกับที่เขี่ยอย่างไม่ใส่ใจ กลิ่นควันยังคงลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องชายหนุ่มเหยียดตัวลุกขึ้นจากโซฟาในท่าทีสบาย ๆ ราวกับไม่ได้รีบร้อนอะไร ทว่าดวง ตาคมที่หรี่ลงเล็กน้อยนั้น กลับฉายแววรำคาญอย่างชัดเจนข้าวหอมยืนอยู่หน้าประตูห้องหนึ่งภายในคอนโดหรูใจกลางเมือง ท่าทีของเธอดูประหม่าอยู่ไม่น้อย มือเล็กกำชายกระโปรงแน่นเล็กน้อยราวกับพยายามเรียกสติให้ตัวเองมือบางเพิ่งละจากบานประตูเมื่อครู่ ตอนนี้เหลือเพียงรอเวลาให้คนข้างในมาเปิดต้อนรับเท่านั้น หัวใจดวงเล็กเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุแกร๊ก“สวัสดีค่ะ ฉันข้าวหอม…มาแทนน้ำค่ะ”ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก ร่างเล็กก็รีบพูดออกไปแทบจะในทันที น้ำเสียงรวดเร็วเล็กน้อยเหมือนกลัวว่าจะลืมสิ่งที่ต้องพูด ใบหน้าเรียวเล็กก้มลงต่ำอย่างมีมารยาท โดยที่เธอยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาเจ้าของห้องตรง ๆ“เข้ามาก่อนสิ”น้ำเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังขึ้น โทนเสียงที่ควรจะเรียบเฉย กลับแฝงความนุ่มลึกบ
ตอนที่ 1เด็กชงเหล้าปัง!เสียงประตูปิดกระแทกดังลั่นห้อง ก่อนที่ร่างสูงของ“เจย์”จะก้าวเข้ามาภายในอย่างไม่รีบร้อนนักชายหนุ่มเจ้าของความสูงราว 185 เซนติเมตร กับสัดส่วนสมส่วนของน้ำหนักที่รับกับเรือนกายได้อย่างลงตัว ท่วงท่าการเดินนิ่ง เรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเงียบลงโดยไม่รู้ตัวใบหน้าหล่อคมสันราวกับถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างตั้งใจ โครงหน้าชัด ดวงตาลึกคมเข้มจนยากจะคาดเดาความคิด ริมฝีปากบางได้รูปแต่แทบไม่เคยยกยิ้มให้ใครง่าย ๆชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมออกอย่างลวก ๆ ก่อนจะโยนมันลงข้างตัว แล้วทิ้งร่างลงบนโซฟาอย่างคนคุ้นเคยกับพื้นที่ ขาเรียวยาวเหยียดพาดไปยังโต๊ะด้านหน้าในท่าทีสบาย ๆ ราวกับโลกทั้งใบไม่มีอะไรน่ากังวลปลายนิ้วเรียวหยิบบุหรี่ขึ้นมาแตะริมฝีปาก ก่อนจะจุดไฟ แสงสีส้มเล็ก ๆ วาบขึ้นท่ามกลางความเงียบ เจย์สูบมันเข้าไปช้า ๆ ก่อนจะเอนศีรษะพิงพนักโซฟา ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยควันสีจางถูกพ่นออกมาอย่างเนิบช้า ลอยอ้อยอิ่งกลางอากาศก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!ไม่นานนักเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้อง คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ ร่างสูงที่กำลังเอนกายสูบบุหรี่
บทนำร่างสูงของ“เจย์”พิงรถหรูคู่ใจที่จอดนิ่งอยู่หน้าร้านเหล้าในยามค่ำคืน มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบายอารมณ์ อีกมือคีบบุหรี่ไว้ระหว่างนิ้ว ก่อนจะยกขึ้นสูบแล้วพ่นควันออกจากริมฝีปากช้า ๆ เคียงข้างเขาคือ“ราม”และ“มังกร” เพื่อนสนิทสองคนที่ยืนสูบบุหรี่กันอย่างเคยชิน ไม่นานนัก ร่างของชายหนุ่มอีกคนก็ปรากฏขึ้นพร้อมจักรยานคู่ใจที่ถูกปั่นมาอย่างไม่เร่งรีบ ท่วงท่าของเขาดูผ่อนคลายราวกับไม่ได้รีบร้อนจะไปไหน คนคนนั้นคือ“เลออน” เพื่อนสนิทอีกคนของกลุ่ม“อ้าว ทำไมพวกมึงยังไม่ขึ้นไปกันอีก…ป่านนี้ ไอ้ห่าพายุมันคงถึงแล้วมั้ง” "...ให้แม่งรอซะบ้าง"รามเพื่อนสนิทอีกคนพูดขึ้นในขณะที่ควันบุหรี่ยังคงลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ“พวกมึงก็ไปแกล้งมัน…...”มังกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขบขัน คล้ายจะแฝงแผนเอาคืนอยู่ในที มุมปากยกยิ้มบางอย่างมีเลศนัย “สมควร...”เจย์ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นบ้าง พลางดีดบุหรี่ทิ้งลงกับพื้น ท่าทีไม่ได้จริงจังอะไรนัก น้ำเสียงที่หลุดออกมาเมื่อครู่ก็แค่หมั่นไส้เพื่อนสนิทเท่านั้น เพราะทุกครั้งที่นัดกัน พายุก็มักจะมาสายอยู่เสมอ“นัดกี่รอบ แม่งก็ช้าตลอด วันนี้ให้มันนั่งแดกน้ำแข็งไปก่อน”







