เข้าสู่ระบบ
บทนำ
ร่างสูงของ“เจย์”พิงรถหรูคู่ใจที่จอดนิ่งอยู่หน้าร้านเหล้าในยามค่ำคืน มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบายอารมณ์ อีกมือคีบบุหรี่ไว้ระหว่างนิ้ว ก่อนจะยกขึ้นสูบแล้วพ่นควันออกจากริมฝีปากช้า ๆ เคียงข้างเขาคือ“ราม”และ“มังกร” เพื่อนสนิทสองคนที่ยืนสูบบุหรี่กันอย่างเคยชิน ไม่นานนัก ร่างของชายหนุ่มอีกคนก็ปรากฏขึ้นพร้อมจักรยานคู่ใจที่ถูกปั่นมาอย่างไม่เร่งรีบ ท่วงท่าของเขาดูผ่อนคลายราวกับไม่ได้รีบร้อนจะไปไหน คนคนนั้นคือ“เลออน” เพื่อนสนิทอีกคนของกลุ่ม “อ้าว ทำไมพวกมึงยังไม่ขึ้นไปกันอีก…ป่านนี้ ไอ้ห่าพายุมันคงถึงแล้วมั้ง” "...ให้แม่งรอซะบ้าง" รามเพื่อนสนิทอีกคนพูดขึ้นในขณะที่ควันบุหรี่ยังคงลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ “พวกมึงก็ไปแกล้งมัน…...” มังกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขบขัน คล้ายจะแฝงแผนเอาคืนอยู่ในที มุมปากยกยิ้มบางอย่างมีเลศนัย “สมควร...” เจย์ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นบ้าง พลางดีดบุหรี่ทิ้งลงกับพื้น ท่าทีไม่ได้จริงจังอะไรนัก น้ำเสียงที่หลุดออกมาเมื่อครู่ก็แค่หมั่นไส้เพื่อนสนิทเท่านั้น เพราะทุกครั้งที่นัดกัน พายุก็มักจะมาสายอยู่เสมอ “นัดกี่รอบ แม่งก็ช้าตลอด วันนี้ให้มันนั่งแดกน้ำแข็งไปก่อน” “ป่ะ... เข้าไปกันได้ละ” เลออนเป็นฝ่ายเอ่ยชวนขึ้น พลางก้าวนำออกไปอย่างไม่รีรอ “ปล่อยมันรอนาน เดี๋ยวมันก็เห่าอีก” สี่หนุ่มต่างพยักหน้าหงึก ๆ อย่างเห็นด้วย ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเข้าไปด้านในร้าน ทันทีที่ฝ่าเท้าทั้งสี่แตะพื้นก็ตกเป็นเป้าสายตาในพริบตา เมื่อท่วงท่าการเดินออร่าหล่อคมคาย กระแทกสายตาสาว ๆ รอบข้างจนแทบละสายตาไม่ได้ ทว่าชายหนุ่มทั้งสี่กลับไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นแม้แต่น้อย ราวกับภาพตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องธรรมดาที่พวกเขาคุ้นชินดีอยู่แล้ว “กว่าจะโผล่หัวมาได้นะพวกสัด! ปล่อยกูรอเกือบชั่วโมง!” พายุชี้หน้าตะโกนด่าใส่ทันทีที่เห็นเพื่อนสนิททั้งสี่เดินมาถึง น้ำเสียงเดือดดาลไม่ปิดบัง สีหน้าบูดตึงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับพร้อมจะสาดคำด่าใส่ไม่ยั้ง เจย์ที่ได้ยินกลับไม่สะทกสะท้าน เขาเพียงยักไหล่เล็กน้อยเหมือนไม่ใส่ใจ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงอย่างสบายอารมณ์ มือคว้าขวดเหล้ามารินใส่แก้ว แล้วกระดกเข้าปากรวดเดียวราวกับจะตัดบทคำบ่นเมื่อครู่ทิ้งไปเสียเฉย ๆ เมื่อทุกคนนั่งลงบนเก้าอี้ครบแล้ว พายุก็คว้าขวดเหล้าขึ้นมากระดกลงคอทันทีโดยไม่รีรอ ภาพนั้นทำให้เจย์ถึงกับขมวดคิ้ว สีหน้าฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน เมื่อเห็นริมฝีปากของอีกฝ่ายแนบกับปากขวดตรง ๆ จนเขาเผลอทำหน้ารังเกียจออกมาโดยไม่รู้ตัว “สกปกไอ้สัด! พวกกูจะแดกต่อยังไง” “ของดีขนาดนี้ กูแดกคนเดียวแล้วกัน” ทว่าอีกฝ่ายที่โดนด่ากลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย “โถ่ไอ้…” ชายหนุ่มทำท่าจะด่าต่อ แต่คำพูดกลับค้างอยู่กลางอากาศ ร่างสูงถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเอือมระอา ก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อยกับความกวนประสาทของอีกฝ่าย เวลาล่วงเลยผ่านไปพักใหญ่ ปึง! เสียงขวดเหล้าราคาแพงกระทบโต๊ะดังสนั่น เรียกสายตาของเจย์ที่เริ่มมึนเล็กน้อยให้หันไปมอง พายุยังวางมืออยู่ในท่าหมุนขวด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์คลี่ขึ้นช้า ๆ บนริมฝีปาก ดวงตาคมฉายแววมีเลศนัย กวาดมองเพื่อนสนิททีละคนราวกับกำลังคิดเรื่องสนุก ๆ ออก “วันนี้กูมีเกมส์มาให้พวกมึงเล่น” พายุเอ่ยขึ้นทันที ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ตั้งคำถาม มือหนาออกแรงหมุนขวดไปพร้อมกันอย่างไม่ลังเล ขณะที่เจย์ยกแก้วขึ้นกระดกเหล้าเข้าปากอีกครั้ง สายตาจับจ้องภาพตรงหน้าอย่างเรียบเฉย “ไอ้เหี้ยพายุ มึงจะทำส้นตีนอะไร?” เลออนเป็นฝ่ายทักท้วงขึ้นก่อน พร้อมกับรีบเอื้อมมือไปหมายจะคว้าขวดเหล้ากลับมา ทว่ากลับช้าไปเพียงเสี้ยววินาที เมื่อพายุไหวตัวทันและดึงขวดกลับไปได้อย่างหวุดหวิด “รวมหัวกันดีนักนะพวกมึง” นิ้วเรียวยาวชี้ไล่ไปยังเพื่อนทีละคนอย่างจริงจัง แววตาฉายแววเอาเรื่องชัดเจน ทว่าแทนที่อีกฝ่ายจะสะทกสะท้าน เพื่อนสนิทกลับพากันหลุดยิ้มขำกับท่าทีของเขามากกว่า “เกมส์ Truth or Dare… กติกาง่าย ๆ เลย ถ้ากูหมุนขวดแล้วปากขวดไปหยุดที่ใคร คนนั้นต้องทำตามคำสั่ง” เจย์นั่งฟังเงียบ ๆ สายตาจับอยู่ที่พายุ ขณะอีกฝ่ายเว้นจังหวะเล็กน้อย ทิ้งความเงียบให้แผ่กระจายเหมือนตั้งใจจะกดบรรยากาศให้ตึงขึ้น “ถ้าใครไม่กล้าหรือไม่ยอมทำ ต้องเหมาจ่ายค่าเหล้ารอบโต๊ะคืนนี้ทั้งหมด” สิ้นคำของพายุ เขาวางขวดลงบนโต๊ะอีกครั้ง เจย์กวาดสายตามองไปรอบวงเงียบ ๆ รอดูปฏิกิริยาของแต่ละคน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความนิ่งงัน “พวกมึงเงียบถือว่าตกลงตามนี้” “มึงไม่มีตังก็พูดมา” รามเอ่ยขึ้นราวกับรู้ทันนิสัยของเพื่อนสนิทเป็นอย่างดี เพราะถ้าอีกฝ่ายตังค์หมดก็มักจะหาเกมพวกนี้มาให้เล่นเสมอ พายุไม่ได้ใส่ใจกับคำทักท้วงของใครเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มวางขวดเหล้าลงบนโต๊ะอีกครั้งอย่างไม่รีรอ ทันทีที่ขวดถูกหมุน ทุกสายตาบนโต๊ะก็จับจ้องไปที่มันโดยอัตโนมัติ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากที่เมื่อครู่ยังดูเฉย ๆ กันอยู่ ตอนนี้แต่ละคนกลับเอนตัวเข้ามาเล็กน้อย ราวกับถูกดึงความสนใจเข้าไปโดยไม่รู้ตัว แกรก แกรก~ เสียงขวดเหล้าหมุนครืดไปบนโต๊ะ ดึงสายตาของเจย์ให้จับจ้องตามโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศรอบวงค่อย ๆ ตึงขึ้นอย่างแปลกประหลาด ยิ่งขวดเริ่มชะลอลง ความเงียบก็ยิ่งแผ่คลุมไปทั่วโต๊ะ ราวกับไม่มีใครอยากพลาดวินาทีต่อไป สุดท้ายปากขวดก็หยุดชี้ตรงหน้าเลออนพอดี เจย์กระตุกมุมปากนิด ๆ กับภาพนั้น มองพายุที่ยกยิ้มขึ้นอย่างถูกใจ ขณะที่อีกฝ่ายหัวเราะลั่น พร้อมตบไหล่เลออนแรง ๆ จนแทบเสียหลัก ส่วนพายุกลับนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้า เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างที่ไม่น่าจะธรรมดา “ไอ้เหี้ยเลออน… มึงจะต้องนอนกับผู้หญิงที่กูเลือกให้ในแอปหาคู่” “…” ยังไม่ทันที่เลออนจะพูดอะไร พายุก็ฉวยจังหวะที่เลออนเผลอ คว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูบนโต๊ะไปปลดล็อกอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวไวเสียจนเจแทบจะเดาทันว่ามันต้องมีอะไรปั่นประสาทตามมาแน่ นิ้วเรียวยาวของพายุไถหน้าจออย่างคล่องแคล่ว ราวกับคุ้นเคยกับสิ่งนั้นดีอยู่แล้ว “เอาคืนมาไอ้สัด! เล่นห่าอะไรปัญญาอ่อน” เมื่อเห็นว่าเลออนขยับตัวทำท่าเหมือนจะคว้าโทรศัพท์คืน เจย์ก็เอื้อมมือไปล็อกแขนอีกฝ่ายไว้แทบจะทันที ขณะที่อีกข้างก็ถูกมังกรจับยึดไว้พร้อมกัน เจย์มองพายุที่รัวนิ้วพิมพ์อะไรบางอย่างลงไปอย่างคล่องแคล่ว ใช้เวลาเพียงไม่นานอีกฝ่ายจะโยนโทรศัพท์คืนลงบนโต๊ะอย่างไม่ยี่หระ “อ่ะ เอาไป กูแมตช์ให้แล้ว” พายุยักคิ้วหลิ่วตากวนส้นตีนอย่างคนพอใจในผลงานตัวเองเต็มที่ และทันทีที่รู้ว่าแผนการสำเร็จ เจย์ก็คลายมือที่ล็อกแขนเลออนออก ปล่อยอีกฝ่ายเป็นอิสระทันที “เหี้ยอะไรวะเนี่ย!” เลออนสบถออกมาเสียงดัง เจย์สังเกตได้ว่าสีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพียงเอนตัวนั่งกลับตามเดิมอย่างไม่คิดจะสนใจต่อ แกรก แกรก ขวดเหล้าบนโต๊ะหมุนวนอีกครั้ง ก่อนจะชะลอลงทีละนิด สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ปลายทางของมันอย่างพร้อมเพรียง และสุดท้าย…มันก็หยุดชี้ไปที่พายุพอดี ชายหนุ่มกระดกเหล้าเข้าปากอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบสายตามองพายุที่ถูกปลายขวดชี้ไปหาบ้าง ภาพตรงหน้ายิ่งทำให้เลออนพอใจหนัก มุมปากของอีกฝ่ายยกยิ้มกริ่ม ก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้น “กูรู้นะว่ามึงมันเสือเงียบไอ้พายุ นัดผู้หญิงแทบจะทุกคืน งั้นมึงช่วยกดโทรออกเบอร์ล่าสุดและพูดกับปลายสายไปว่า ‘คืนนี้มานอนที่ห้องพี่ไหมครับ?’ มึงกล้าไหมครับเพื่อน” เมื่อสิ้นสุดประโยคของเลออนก็ทำเอาเจย์กลั้นขำไม่อยู่ พลางมองปฏิกิริยาของพายุที่ตอนนี้ทำท่าทีเล่กลั่กอย่างปิดไม่อยู่ “ไอ้สัด! มึงไม่คิดว่าจะเป็นเบอร์แม่กูบ้างเหรอวะ” “ถ้าเบอร์แม่มึงจริง เดี๋ยวกูพูดสวัสดีแม่มึงเพราะ ๆ เลย” พายุถอนหายใจออกมาเบา ๆ คล้ายยอมจำนน ก่อนจะก้มลงมองหน้าจอมือถือในมือ เพียงแค่ท่าทีนั้นก็ทำให้เจย์จับสังเกตได้ทันทีว่าอีกฝ่ายรู้ว่าเบอร์นั้นเป็นของใคร “ไง? ถ้ามึงไม่กล้าก็จ่ายเงินพวกกูมา” เจย์จ้องหน้าพายุตาเขม็ง ขณะเดียวกันเสียงยั่วยุของเลออนก็ยังดังต่อเนื่องไม่หยุด ราวกับตั้งใจไล่ต้อนให้อีกฝ่ายจนมุม พายุส่ายหน้าเบา ๆ สีหน้าที่เคยเรียบเฉยเริ่มมีรอยรำคาญเจืออยู่บาง ๆ จากนั้นมือหนาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลออนที่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องหน้าจอ ก็รีบเดินเข้ามาดูทันที คล้ายกลัวว่าจะมีการเล่นตุกติกเกิดขึ้น “มึงไม่มานั่งตักกูเลยละไอ้เลออน ถ้าจะขี้เสือกขนาดนี้ พายุด่าขัดขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าเลออนชะโงกหน้าเข้ามาใกล้เกินจำเป็น ทว่าคนถูกด่ากลับเพียงยักไหล่ไม่ใส่ใจ ส่วนเจย์ได้แต่มองนิ่ง ๆ ก่อนจะส่งสายตาคะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายรีบกดโทรออกไปยังเบอร์ล่าสุด จากนั้นพายุก็กดโทรออก เสียงรอสายดังขึ้นเพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะมีเสียงเล็ก ๆ ดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ เจย์ถึงกับเงยหน้าขึ้นมองพายุไม่วาง ขณะที่อีกฝ่ายไล่สายตามองเพื่อนสนิททีละคน ราวกับกำลังชั่งใจบางอย่างอยู่ เมื่อทนแรงกดดันจากสายตาของเพื่อนสนิทแต่ละคนไม่ไหว พายุก็เอ่ยปากพูดออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “คืนนี้มานอนที่ห้องพี่ไหมครับ?” แกรก แกรก เมื่อผ่านตาของพายุไปและ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีท่าทีไม่พอใจเล็กน้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ปลายขวดเหล้าก็เริ่มหมุนต่อก่อนที่จะมาหยุดตรงหน้าเจย์บ้าง เขาถึงกับชะงักไปชั่วขณะ เพราะไม่เคยคิดจะเล่นเกมบ้า ๆ นี้ตั้งแต่แรก สายตาของเพื่อนทั้งสี่คนหันมาจับจ้องมาที่เขาพร้อมกัน ท่าทีที่เคยนิ่งเฉยก่อนหน้านี้กลับแฝงความตื่นเต้นขึ้นมาอย่างชัดเจน เลออนซึ่งเป็นคนหมุนขวดเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาเป็นประกายเหมือนกำลังคิดอะไรสนุก ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ “นิ่ง ๆ แบบมึงจูบสาวโชว์สักคนสิ” เจย์ส่ายหน้าระรัวเป็นความหมายว่าไม่ทำแน่ “ไม่เอา เกมส์ห่าอะไรของพวกมึง” “ไม่ทำก็หมา...หรือว่ามึงป๊อด จะไม่ทำก็ได้นะ แต่ต่อไปขอเรียกว่าไอ้ขี้ป๊อด” รามที่นั่งเงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยานคางจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ “ไอ้ขี้ป๊อด ๆ” เสียงล้อเลียนดังระงมไปทั่วโต๊ะ เจย์มองภาพนั้นนิ่ง ๆ คิ้วขมวดลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เสียงหัวเราะที่ก่อนหน้านี้ฟังดูขำ ๆ เริ่มกลายเป็นอะไรที่น่ารำคาญขึ้นมานิด ๆ ปัง! มือหนากระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะอย่างแรง เสียงดังลั่นทำเอาทั้งโต๊ะสะดุ้งตัวโหยงในพริบตาเดียว ชายหนุ่มมองเพื่อนทั้งสี่ด้วยแววตานิ่ง ๆ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นช้า ๆ หมับ! เมื่อฟังเสียงยุยงจากเพื่อนสนิทไม่ไหว เจย์ก็เอื้อมมือคว้าร่างบางของเด็กชงเหล้าตัวเล็กข้างกายเข้ามาแนบตัว ก่อนก้มลงจูบโดยไม่ลังเล ริมฝีปากได้รูปสัมผัสกันได้เพียงชั่วครู่ก็ถูกผละออกจากอีกฝ่าย เพี๊ยะ!! ก่อนที่ฝ่ามือเรียวจะฟาดลงบนใบหน้าของเขาเต็มแรง แรงตบนั้นทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มเซไปเล็กน้อย ความแสบร้อนแล่นวาบขึ้นมาฉับพลัน แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงทำหน้าเรียบเฉยไว้ได้อย่างฝืน ๆ ก่อนจะตวัดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาไม่เข้าใจ คิ้วเข้มขมวดลงเล็กน้อย เขาก็ไม่ใช่คนหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ทำไมเธอถึงทำเหมือนรังเกียจมากขนาดนี้ “ไอ้บ้า! โรคจิตหรือไง!” เสียงตวาดลั่นทำเอาชายหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ ภาพตรงหน้าคือร่างบางกำลังยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองแรง ๆ ราวกับรังเกียจสุดขีด “ฉันมาชงเหล้า ไม่ได้มาขายตัวให้พวกนายนะ!” เขาชะงักงัน อ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกอยู่ชั่วขณะ ความมั่นใจที่เคยมีเหมือนพังทลายลงอย่างง่ายดาย และทันทีที่อีกฝ่ายด่าจบก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา “ฮ่าๆๆ” เมื่อร่างเล็กเดินออกไปไกล เสียงหัวเราะของเพื่อนสนิทดังขึ้นตามมาอย่างชอบใจ คล้ายสะใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น “เป็นไง ถึงกลับหน้าเสียเลยดิ” เสียงของรามดังขึ้นในจังหวะที่เจย์ยกมือแตะมุมปากของตัวเองเบา ๆ ปลายนิ้วลูบผ่านช้า ๆ ราวกับกำลังเช็กว่ามีเลือดซึมหรือเปล่า “อยู่ดีไม่ว่าดี โง่!” “โถ่ไอ้สัด! ส่วนมึงนี่เงียบเลยนะ กลัวเหรอวะ?” “ทำไมกูต้องกลัว... แค่เกมส์ส้นตีน!” ความเสียหน้าจากเมื่อครู่ยังคงค้างคาอยู่ในอกของชายหนุ่ม เจย์หันกลับไปมองรามทันที แววตาแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยท้าทายกลับไปอย่างไม่ยอม “งั้นแน่จริงมึงลงไปแย่งน้องคนนั้นดิ หนึ่งวันจีบให้ติดแล้วเขี่ยทิ้ง” “ทำไมกูต้องทำ” เจย์ไม่ได้ตอบทันที เพียงหันไปมองรามที่ถูกโยนเงื่อนไขใส่ตรง ๆ สายตาจับจ้องอีกฝ่ายเขม็งพลางหัวเราะหยันในลำคอ “เหอะ! กูนึกว่าจะแน่” “หนึ่งวันเลยเหรอวะ” เสียงของมังกรพูดขัดขึ้นมา ทำให้เจย์เหลือบตามองเล็กน้อย มุมปากของอีกฝ่ายยกยิ้มกริ่ม ราวกับมั่นใจเต็มที่ว่ารามไม่มีทางทำได้แน่นอน “แต่ไอ้รามมันรวย แค่ค่าเหล้า...” “กูรับคำท้า! รอดูเลยไอ้พวกเหี้ย!” ทันทีที่ได้ยิน เจย์ก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างพอใจ สายตายังจับอยู่ที่ราม ก่อนจะเห็นอีกฝ่ายหันหน้าไปทางมังกรที่นั่งเป็นคนสุดท้าย “เหลือมึงอ่ะ ไอ้มังกร” ทุกคนเงียบลงเล็กน้อยเมื่อรามพูดต่อ “กูอยากให้มึงมีเมียใหม่ในคืนนี้” มังกรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะสวนกลับทันที “แล้วทำไมกูต้องมี” “ก็เกมไง…หรือว่ามึงไม่อยากมี เพราะยังลืมเมียเก่าไม่ได้” “ลืมไม่ได้ก็ควายละ ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีค่าให้กูต้องจดจำ มึงอย่ามาพูดถึงมันเลยว่ะ ได้ยินแล้วระคายหูฉิบหาย” สีหน้าของมังกรที่ตอบกลับมาดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย แต่แววตากลับสั่นไหวราวกับไม่มั่นใจในคำตอบของตัวเอง “เออ งั้นมึงก็หาเมียใหม่ให้ได้ภายในคืนนี้…หรือจะไม่เล่นเกมก็ได้ แต่แสดงว่ามึง…” “กูเล่น แล้วกูคิดว่ากูหาได้แล้วด้วย” รามยังพูดไม่ทันจบ มังกรก็ชิงตัดบททันที ราวกับรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังจะสื่อถึงอะไร คำว่า “กูคิดว่ากูหาได้แล้วด้วย” ทำให้เจย์ที่กำลังเหม่อลอย จากแรงตบเมื่อครู่ชะงักไปเล็กน้อย สายตาคมเลื่อนตามสายตาของมังกรไปโดยอัตโนมัติก่อนที่จะไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวอีกฝั่งหนึ่งของร้าน บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกทำลายลงด้วยเสียงของพายุคนที่เป็นฝ่ายริเริ่มเกมนี้ขึ้นมา “แล้วกูขอบอกไว้อย่างเลยนะ...” พายุพูดขึ้นพรางชี้นิ้วไล่ไปทีละคน แต่เจย์กลับไม่ได้สนใจฟังนัก เพียงยกแก้วขึ้นกระดกเหล้าเข้าปากอีกครั้งอย่างไม่ใส่ใจคำพูดพวกนั้นนัก “เกมนี้... แค่วันเดียวก็พอ” “ถ้าพวกมึงมีนอกรอบ... กูจะถือว่าพวกมึงแพ้” “วันเดียวก็วันเดียวสิ เมื่อกี้แค่จูบ หน้าก็ยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ” เจย์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ มุมปากยกยิ้มเหยียดนิด ๆ น้ำเสียงที่หลุดออกมาเรียบเฉย แต่แฝงความกวนประสาทชัดเจน ราวกับเรื่องเมื่อครู่ไม่มีค่าให้เก็บมาคิดเลยแม้แต่นิดเดียว #สวัสดีค่า ฝากกดเพิ่มเข้าชั้น+คอมเม้นต์+กดเลิฟ เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊า เดี๋ยวมีของมาแจกค่ะตอนที่ 2คนโรคจิตคนนั้นก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้เจย์ ชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ถึงกับชะงักเป็นครั้งที่สองบุหรี่ในมือถูกเขี่ยทิ้งลงกับที่เขี่ยอย่างไม่ใส่ใจ กลิ่นควันยังคงลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องชายหนุ่มเหยียดตัวลุกขึ้นจากโซฟาในท่าทีสบาย ๆ ราวกับไม่ได้รีบร้อนอะไร ทว่าดวง ตาคมที่หรี่ลงเล็กน้อยนั้น กลับฉายแววรำคาญอย่างชัดเจนข้าวหอมยืนอยู่หน้าประตูห้องหนึ่งภายในคอนโดหรูใจกลางเมือง ท่าทีของเธอดูประหม่าอยู่ไม่น้อย มือเล็กกำชายกระโปรงแน่นเล็กน้อยราวกับพยายามเรียกสติให้ตัวเองมือบางเพิ่งละจากบานประตูเมื่อครู่ ตอนนี้เหลือเพียงรอเวลาให้คนข้างในมาเปิดต้อนรับเท่านั้น หัวใจดวงเล็กเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุแกร๊ก“สวัสดีค่ะ ฉันข้าวหอม…มาแทนน้ำค่ะ”ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก ร่างเล็กก็รีบพูดออกไปแทบจะในทันที น้ำเสียงรวดเร็วเล็กน้อยเหมือนกลัวว่าจะลืมสิ่งที่ต้องพูด ใบหน้าเรียวเล็กก้มลงต่ำอย่างมีมารยาท โดยที่เธอยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาเจ้าของห้องตรง ๆ“เข้ามาก่อนสิ”น้ำเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังขึ้น โทนเสียงที่ควรจะเรียบเฉย กลับแฝงความนุ่มลึกบ
ตอนที่ 1เด็กชงเหล้าปัง!เสียงประตูปิดกระแทกดังลั่นห้อง ก่อนที่ร่างสูงของ“เจย์”จะก้าวเข้ามาภายในอย่างไม่รีบร้อนนักชายหนุ่มเจ้าของความสูงราว 185 เซนติเมตร กับสัดส่วนสมส่วนของน้ำหนักที่รับกับเรือนกายได้อย่างลงตัว ท่วงท่าการเดินนิ่ง เรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเงียบลงโดยไม่รู้ตัวใบหน้าหล่อคมสันราวกับถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างตั้งใจ โครงหน้าชัด ดวงตาลึกคมเข้มจนยากจะคาดเดาความคิด ริมฝีปากบางได้รูปแต่แทบไม่เคยยกยิ้มให้ใครง่าย ๆชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมออกอย่างลวก ๆ ก่อนจะโยนมันลงข้างตัว แล้วทิ้งร่างลงบนโซฟาอย่างคนคุ้นเคยกับพื้นที่ ขาเรียวยาวเหยียดพาดไปยังโต๊ะด้านหน้าในท่าทีสบาย ๆ ราวกับโลกทั้งใบไม่มีอะไรน่ากังวลปลายนิ้วเรียวหยิบบุหรี่ขึ้นมาแตะริมฝีปาก ก่อนจะจุดไฟ แสงสีส้มเล็ก ๆ วาบขึ้นท่ามกลางความเงียบ เจย์สูบมันเข้าไปช้า ๆ ก่อนจะเอนศีรษะพิงพนักโซฟา ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยควันสีจางถูกพ่นออกมาอย่างเนิบช้า ลอยอ้อยอิ่งกลางอากาศก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!ไม่นานนักเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้อง คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ ร่างสูงที่กำลังเอนกายสูบบุหรี่
บทนำร่างสูงของ“เจย์”พิงรถหรูคู่ใจที่จอดนิ่งอยู่หน้าร้านเหล้าในยามค่ำคืน มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบายอารมณ์ อีกมือคีบบุหรี่ไว้ระหว่างนิ้ว ก่อนจะยกขึ้นสูบแล้วพ่นควันออกจากริมฝีปากช้า ๆ เคียงข้างเขาคือ“ราม”และ“มังกร” เพื่อนสนิทสองคนที่ยืนสูบบุหรี่กันอย่างเคยชิน ไม่นานนัก ร่างของชายหนุ่มอีกคนก็ปรากฏขึ้นพร้อมจักรยานคู่ใจที่ถูกปั่นมาอย่างไม่เร่งรีบ ท่วงท่าของเขาดูผ่อนคลายราวกับไม่ได้รีบร้อนจะไปไหน คนคนนั้นคือ“เลออน” เพื่อนสนิทอีกคนของกลุ่ม“อ้าว ทำไมพวกมึงยังไม่ขึ้นไปกันอีก…ป่านนี้ ไอ้ห่าพายุมันคงถึงแล้วมั้ง” "...ให้แม่งรอซะบ้าง"รามเพื่อนสนิทอีกคนพูดขึ้นในขณะที่ควันบุหรี่ยังคงลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ“พวกมึงก็ไปแกล้งมัน…...”มังกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขบขัน คล้ายจะแฝงแผนเอาคืนอยู่ในที มุมปากยกยิ้มบางอย่างมีเลศนัย “สมควร...”เจย์ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นบ้าง พลางดีดบุหรี่ทิ้งลงกับพื้น ท่าทีไม่ได้จริงจังอะไรนัก น้ำเสียงที่หลุดออกมาเมื่อครู่ก็แค่หมั่นไส้เพื่อนสนิทเท่านั้น เพราะทุกครั้งที่นัดกัน พายุก็มักจะมาสายอยู่เสมอ“นัดกี่รอบ แม่งก็ช้าตลอด วันนี้ให้มันนั่งแดกน้ำแข็งไปก่อน”







