LOGINกลางสมรภูมิเขตชายแดนแคว้นเป่ยเฉียนที่กำลังเดิมพันด้วยชีวิต แบ่งฝ่ายด้วยแนวกำลังของพลทหารนับร้อยเร
ฉกรรจ์ที่แข็งแรง มีทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์หลากชนิด ครั้นเมื่อจูซินลงจากรถม้าได้เห็นแข้งขาแข็งและมือเย็นในทันทีกลิ่นดินกลิ่นเหงื่อสาบอย่างมนุษย์ที่มีจำนวนมาก จูซินที่เป็นปีศาจหมูมีอาการหวาดกลัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ ฮวาหยงที่ยืนถืออุปกรณ์ในมือสังเกตอยู่ตลอดเวลาจึงเอ่ย“ท่านหมอไม่ต้องกังวลไป ข้ายังอยู่ข้างกายท่าน” ใบหน้าสวยยิ้มให้“ขอบใจนะฮวาหยง”“ทางนี้ขอรับ” ทหารนายเดิมวิ่งมาจากด้านหน้า ชี้นำทางให้สองหญิงเดินไปตามทางจูซินเหลือบมองอาณาจักรที่เต็มไปด้วยร่องรอยจากการสู้รบ เหล่าพลทหารได้รับบาดเจ็บอยู่มากพอสมควร เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและหดหู่อยู่ไม่น้อย ไม่ทันไรฝีเท้าได้เดินมาถึงกระโจมใหญ่ ซึ่งมีทหารสองนายยืนตัวตรงเฝ้าอยู่ที่ด้านหน้า“ข้าน้อยพาหมอเทวดามาแล้วขอรับ”“หมอเทวดา ข้ารบกวนแล้ว”จางเหว่ยรออย่างร้อนใจ รีบก้มศีรษะเล็กน้อยเป็นการทักทาย สายตาเหลือบมองหมอเทวดาที่เพิ่งได้พบเห็นคราวแรก ร่างอวบอ้วนถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวเสียมิดชิด เหลือไว้เพียงดวงตากลมโตอย่างหญิงสาวนั่นที่บ่งบอกว
สงครามได้สิ้นสุดแล้วจูซินจึงหายใจหายคอได้โล่งขึ้น ชาวบ้านในแคว้นเป่ยเฉียนยังคงใช้ชีวิตสงบสุขเหมือนอย่างเคย และอาจครึกครื้นมากขึ้น จากผู้คนที่เดินมาจับจ่ายอยู่เต็มท้องถนน หลังจากโรคระบาดหายไปโรงหมอเทวดาไม่ได้ว่างเว้น ผู้คนยังเจ็บป่วยด้วยโรคอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะมากหรือน้อยหมอนิรนามในนามของหูหมิงหมิงยังคงกลับมาที่นี่“ท่านหมอ ๆ” ทหารแห่งเมืองหลวงวิ่งหน้าตั้งเข้ามา“มีอันใดรึ”ฮวาหยงตั้งรับอยู่ด้านหน้าจำเป็นต้องกางแขนดักทางไว้ นางมีหน้าที่คอยสอดส่องดูแลหมอเทวดาไม่ให้ละสายตา ถึงตอนนี้ทุกอย่างจะสงบลงแต่ก็ไม่อาจเบาใจได้“ข้าอยากให้ท่านหมอช่วยไปรักษาท่านแม่ทัพให้ข้าที”เสียงนายทหารที่มีแต่ความร้อนใจ ดังมาถึงห้องด้านใน จูซินที่สวมชุดขาวอย่างหมอใจสั่นระริก มือไม้อ่อนในทันที ส่วนชายที่ยืนอุ้มหมิงซินอยู่ด้วยมองใบหน้าของนางด้วยความขุ่นเคือง หูลี่จิงกำลังสังเกตอีกฝ่ายด้วยใจที่หวาดหวั่น“ท่านหมอช่วยชีวิตท่านแม่ทัพของข้าน้อยด้วย เขากำลังจะตายแล้วขอรับท่านหมอ”ทหารนายนั้นคุกเข่า พร้อมก้มศีรษะจรดพื้นอยู่หลา
“เจ้าค่ะ เจ้า...ท่านพี่ไปอาบน้ำเปลี่ยนผ้าเสียใหม่เถิด เดี๋ยวหมิงซินตื่นขึ้นมาเห็นหน้าท่านจะร้องไห้ตกใจเอาเสียเปล่า” เห็นอีกฝ่ายถลึงตาใส่ จูซินจึงรีบเปลี่ยนสรรพนาม ถือเสียว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจในครั้งนี้“เจ้าไปถูหลังให้ข้าไม่ได้หรือฮูหยิน”“ข้าต้องดูลูก อย่าได้คิดหวังสิ่งใดเลย”“เจ้าใจร้ายกับข้านัก”“คงต้องโทษที่ข้าไร้หัวใจ เพราะข้าได้มอบให้เหยี่ยนจิงไปแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะทิ้งขว้างไปแล้วก็ตาม บัดนี้ข้าจึงไร้ดวงใจ ที่ต่อให้เหยี่ยนจิงกลับมาข้าก็คง...ไม่อาจรักได้อีกต่อไปแล้ว”จูซินไม่อยากจะเลือกใครในตอนนี้ เพราะใจเปราะบางเหลือเกิน นางไม่อาจรักคนที่คิดจะฆ่าปีศาจหมูได้ และไม่อาจรักปีศาจชั่วช้าที่คิดจะครอบครองใจนาง คนที่นางรักได้ใจตอนนี้มีเพียงบุตรชายเท่านั้นใบหน้าเรียบนิ่งทันทีที่ได้ยินคำตอบของร่างอวบอ้วนตรงหน้า ไม่ได้ยินดียินร้าย แต่นับว่าพึงพอใจอยู่บ้างที่จูซินจะไม่กลับไปรักมนุษย์ผู้นั้นอีก หูลี่จิงจึงเดินออกไปตามที่อีกฝ่ายบอก และนั่นทำให้ปีศาจหมูได้ปล่อยอารมณ์ที่ประเดประดังเข้ามาในใจอีกครั้งร่างอวบอ้วนทรุดลงบนพื้นกำผลึกไว้แนบอกแล้วร้องไ
จูซินนั่งอุ้มลูกน้อยที่นอนหลับตาพริ้มในอ้อมแขน ดวงตามองหมิงซินด้วยความเอ็นดู เมื่อเห็นหน้าตาจิ้มลิ้มนี้พลันอดคิดไม่ได้เลยว่า เหยี่ยนจิงที่กลายเป็นแม่ทัพแห่งเมืองหลวงไปแล้วจะเป็นเช่นไรบ้าง ใจที่ยังผูกพันคล้ายมีด้ายแดงผูกไว้แน่นไม่เคยถูกตัดออกไปจากใจ นางยังคงห่วงหา กังวล และวิงวอนต่อฟ้าให้เมตตาต่อเขา อย่าได้เป็นอะไรไปและจงรอดชีวิตกลับมาประตูถูกผลักออก กายสูงใหญ่และใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนเลือดของปีศาจจิ้งจอกยืนสง่าอยู่ตรงนั้น จูซินไม่ได้เห็นหน้าหูลี่จิงมาหลายวัน ค่อย ๆ วางหมิงซินลง ก่อนยกนิ้วขึ้นบนตำแหน่งปากอิ่มให้อีกฝ่ายระวังเสียงรบกวนหูลี่จิงจำอดทนยืนรออยู่ตรงนั้น ความร้อนใจส่งออกมาทางลมหายใจแรง เขาเอาแต่มองจูซินที่คิดถึง และมือยังกำบางสิ่งไว้แน่น ปีศาจหมูเดินไปหาใบหน้ายังเหลือบมองบุตรชายด้วยความระแวดระวัง ก่อนพูดราวกระซิบกับคนตรงหน้า จับชายเสื้อมอมแมมอีกฝ่ายเพียงเล็กน้อย แล้วนำพาขยับกายไปอีกมุมหนึ่งของห้องที่มีฉากกั้น“ไยเนื้อตัวเป็นเช่นนี้ เจ้าบาดเจ็บรึ” ด้วยความเป็นหมอ นางจึงถามไถ่ อย่างคนมีน้ำใจที่อาศัยร่วมชายคาเดียวกัน“ข้า ไม่เป็น
เขาจะสู้ต่อไปไม่ไหวแล้ว เอาแต่หลบวิถีของปลายดาบจนเหนื่อยหอบ ก่อนที่จะรู้ถึงจุดจบของตัวเองในอีกไม่ช้า ถึงได้รู้ว่าคนที่เก่งเรื่องการสู้รบอย่างเขาก็ยังพ่ายให้กับคนกระหายอยากในอำนาจ ที่มีหัวใจปีศาจหมูไว้ในครอบครอง ของวิเศษที่ทุกคนต่างแย่งชิงนั่นไงเล่า“เจ้าตายเสียเถิด!” หยางโฮวจับด้ามกระบี่ทั้งสองมือยกขึ้นสุดแขน ตั้งใจตีแสกหน้ากังเปาผู้นี้ให้มอดม้วยไปเสียทีเพล้ง!ทว่าสิ่งที่หยางโฮวตั้งใจไว้ถูกปลายกระบี่ที่พุ่งมาจากไหนไม่รู้สอดใต้ล่าง ก่อนผลักให้กระบี่ร่วงหลุดมือ ทั้งกังเปาและหยางโฮวจึงมองไปยังผู้ที่เข้ามาแทรก“ท่าน!”ใบหน้าของท่านเจ้าเมืองแคว้นเป่ยเฉียนปรากฏแก่สายตา ไม่ใช่เพียงหูลี่จิงที่เข้ามากลางสมรภูมิรบยังมีทหารอีกพันนายที่เข้ามาร่วมด้วย แม้จะน้อยนิดกว่าแต่กำลังและความสามารถที่หูลี่จิงประเมินมาแล้ว เพียงพอเกินไปด้วยซ้ำที่จะกำจัดชายผู้นี้“ท่านมาช่วยข้ารึ” คนสวมหน้ากากมีสีหน้าแปลกใจซ่อนอยู่ในนั้น“ข้าไม่ได้ช่วยท่าน ข้าเพียงแค่มาล้างแค้นแทนคนของข้า เจ้าสินะคือหยางโฮว”
กลางสมรภูมิเขตชายแดนแคว้นเป่ยเฉียนที่กำลังเดิมพันด้วยชีวิต แบ่งฝ่ายด้วยแนวกำลังของพลทหารนับร้อยเรียงหน้ากระดาน แม่ทัพกังเปาสวมหน้ากากเสือดำเหมือนอย่างเคย ภาพเก่าพลันซ้อนทับเป็นสิ่งย้ำเตือนไม่ให้ประมาทต่อศัตรูเป็นหนสอง ในครานี้ต้องล้างมลทินให้ตัวเอง เพื่อจะได้มีหวังในการกลับไปราชสำนักอย่างภาคภูมิอุณหภูมิในตอนนี้แผดเผา ชุดเกราะที่สวมหนักบ่าอบอ้าวกว่าทุกครั้ง สายตาคมจ้องไปยังฝ่ายศัตรูที่เสนอหน้าเข้ามาระรานไม่ยอมถอย กังเปาจึงประกาศกร้าวลั่นสนามรบ หากไม่ได้ตัวหยางโฮวมาไว้เป็นตัวประกันก็จะไม่ยอมถอยโดยเด็ดขาด“สู้มัน!”เสียงเฮดังลั่น ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนจับทางไม่ถูก ทั้งลูกธนูเพลิงจากฝั่งตนและฝั่งตรงข้ามผลักกันพุ่งใส่ราวกับเป็นอุกกาบาตตก แม่ทัพใหญ่ควบม้าฝ่าเข้าไปด้วยใจแน่วแน่ใช่ว่าจะเข้าไปถึงตัวหยางโฮวกบฏแห่งแคว้นหนานโฮวที่อยู่ใจกลางได้ง่าย คนอยู่หลังม้าที่มีหอกยาวเป็นอาวุธจึงต้องสู้ด่านกำแพงทหารฝ่ายศัตรูไปให้ได้ความเก่งกาจในการรบถูกงัดออกมาเป็นกระบวนท่า ทั้งตั้งรับและบุกเข้าใส่ จ้วงแทงพลทหารฝ่ายศัตรูด้วยใจเด็ดเดี่ยว เลือดสาดกระเด็นเปื







