ล่ามรัก

ล่ามรัก

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-11
โดย:  BeautyBuaยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
60บท
2.1Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ในอดีตเมื่อยังเด็กพ่อและแม่แยกทาง กลกันต์เลือกที่จะอยู่กับแม่และกลับมาหาพ่อที่ไร่เกียรติอรุณในช่วงวันหยุดแทน แต่นับตั้งแต่บิดาและคุณน้ารับสาวน้อยน้ำหวานที่อายุห่างจากเขาถึง 18 ปีเข้ามา ใครๆต่างรับรู้ว่ากลกันต์หวงและรักน้องสาวคนนี้ขนาดไหน แต่อยู่ดีๆพฤติกรรมของเขากลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความห่วงใยที่เคยมีให้น้องสาวอย่างเธอ หมดสิ้นแล้ว

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

1. สูญเสีย

ชีวิตคนเราล้วนมีแต่ความไม่แน่นอน  เกิด แก่ เจ็บ ตาย สักวันหนึ่งความสูญเสียจะเข้ามาเยือน อาจจะมีสัญญาณเตือนหรือไม่ แต่หากวันนั้นมาถึงแล้ว เราควรตั้งสติและยอมรับ เรียนรู้และก้าวข้ามผ่านสถานการณ์นี้ ใช้ชีวิตอย่างปกติให้ได้

            วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวันในชีวิตของน้ำหวานที่ต้องพบเจอกับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ร่างบางของเด็กน้อยวัยยี่สิบปีเงยหน้ามองรูปของชายผู้หนึ่ง ที่แม้จะอายุมากแต่ยังดูแข็งแรง เป็นญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของเธอที่เหลืออยู่ ซึ่งเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเธอมานานกว่าสิบห้าปีนับตั้งแต่ผู้เป็นป้าแท้ๆจากไป

            น้ำหวานเป็นเด็กกำพร้าที่สูญเสียพ่อและแม่ไปเมื่อครั้งวัยเยาว์ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ตั้งแต่อายุเพียงสองขวบ ถูกอุปการะโดยคุณป้าน้ำฟ้าที่เป็นฝาแฝดของแม่น้ำอิงแม่แท้ๆของเธอเอง น้ำหวานเข้ามาอาศัยที่ไร่เกียรติอรุณนับตั้งแต่นั้น เธอได้รับการดูแลอย่างดีจากครอบครัวรวมถึงพี่ชายที่เป็นลูกติดของคุณลุงกลเกียรติ ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของกลเกียรตินายใหญ่ของไร่กับภรรยาคนก่อนที่เลิกรากันไปนานแล้วตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นวัยรุ่นชื่อว่ากลกันต์ โดยเขาจะอยู่กับแม่เป็นหลักเพราะอยู่ในเขตเมืองที่ใกล้กับสถานที่เรียนจึงสะดวกมากกว่าที่ไร่แห่งนี้ กลกันต์จะกลับมาที่ไร่เกียรติอรุณในช่วงวันหยุดหรือวันสำคัญเท่านั้น หลังจากที่น้ำหวานเข้ามาอยู่ที่ไร่ ทำให้กลกันต์มาที่ไร่ถี่ขึ้นซึ่งใครๆต่างรู้ดีว่าเขาเห่อและรักน้องคนนี้ขนาดไหน ถึงขนาดที่ว่าเขาออกรับผิดแทนเธออยู่บ่อยๆ ฐานความผิดที่เล่นซุกซนจนทำให้ถูกดุจากผู้เป็นป้า

            แต่ในวันนี้ที่ผ่านมาสิบห้าปีที่รู้จักเขา น้ำหวานขอบอกตรงนี้เลยว่ากลกันต์ไม่ใช่พี่ชายที่แสนดีของเธอเหมือนดั่งวันวาน เธอขอตั้งให้เขาเป็นตัวโกงที่เข้ามาสร้างความวุ่นวายให้นางเอกอย่างเธอจะดีกว่า

            “ตอนเด็กขี้แยยังไง ตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม เธอร้องจนน้ำตาหมดตัวพ่อฉันก็ไม่กลับมาหรอกนะ ถ้าเขามองอยู่ตอนนี้คงเป็นห่วงไม่ยอมไปไหน คนเป็นที่ยังอยู่ก็ต้องตั้งสติและใช้ชีวิตไม่ประมาท”

            ไม่ทันไรตัวโกงที่ว่าอยู่ด้านหลังนี่เอง แม้จะมีคำพูดแดกดันบ้างในตอนแรก แต่ยอมรับว่านี่เป็นคำพูดที่ดูสวยที่สุดแล้วที่ได้ยินจากปากของกลกันต์ ไม่พูดเปล่าเท่านั้นแต่เขายังหยิบผ้าเช็ดหน้าที่พกในกระเป๋าเสื้อยื่นให้เธอ ด้วยวัยของเขาที่ตอนนี้ปาไปสามสิบหกแล้วเขาผ่านโลกมาก็มาก เป็นสัจธรรมของชีวิตที่ไม่แน่นอน แม้เขาจะเสียใจเพียงไรที่บิดาตายจากไปกะทันหันด้วยโรคมะเร็ง คนเป็นที่ยังอยู่ก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไป

            ก็ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นลูกของกลเกียรติเพราะตั้งแต่กลเกียรติจากไป กลับมีเด็กน้อยผู้นี้นั่งร้องไห้ตาแดง ต่างจากผู้เป็นลูกชายเพียงคนเดียวอย่างกลกันต์ที่ดูจะเข้มแข็งกว่าน้ำหวานเสียอีก

            น้ำหวานรับผ้าเช็ดหน้าจากกลกันต์ นำมาซับน้ำตาที่เปรอะเปื้อนเผยให้เห็นดวงตาหวานบวมช้ำและแดงก่ำก่อนที่จะ

            …..

            ฟืดดดดดด 

            คนตัวเล็กที่หายใจไม่สะดวกเพราะร้องไห้อย่างหนัก จึงระบายสิ่งที่อัดอั้นในโพรงจมูกออกมา

            “ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้น้ำหวานขอเก็บไว้เลยนะคะ หวานจะหาผืนใหม่มาคืนให้เพราะรู้ว่าผืนนี้คุณคงไม่กล้าใช้แล้ว” น้ำหวานเอ่ยหลังจากพิจารณาแล้วว่าเธอควรหาซื้อผืนใหม่ให้เขาดูจะเหมาะสมกว่า เพราะเสียใจร้องไห้อยู่นานจนมีน้ำมูกผ้าเช็ดหน้าผืนนี้จึงถูกใช้ระบายลงไปโดยไม่เกรงใจเจ้าของ

วันนี้เป็นวันสวดอภิธรรมวันสุดท้ายแล้วและเธอสัญญาว่าจะไม่ทำตัวร้องไห้ขี้แย แม้ภายในใจจะโศกเศร้าเพราะสูญเสียคุณลุงกลเกียรติที่เปรียบเสมือนพ่อแท้ๆของเธอ ว่าแล้วร่างบางจึงลุกขึ้นยืนหลังจากนั่งจมอยู่หลายวันเธอ

“น้ำหวานฝากคุณกันต์ดูแลแขกสักครู่นะคะ ขอออกไปล้างหน้าสักพัก”

เสียงหวานเอ่ยฝากเขา จับผ้าเช็ดหน้าพับให้เป็นทบก่อนยัดลงในกระเป๋าสะพายข้างใบเล็ก ตลอดช่วงวันจัดงานน้ำหวานคอยทำหน้าที่ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ดูแลต้อนรับแขกเหรื่อที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศ คอยเสิร์ฟน้ำ และอำนวยความสะดวก จึงเอ่ยบอกเขาด้วยความลืมตัว

แล้วไม่ใช่หน้าที่เขาหรือที่ต้องดูแลแขกในเมื่อเขาคือลูกชายเพียงคนเดียวของกลเกียรติ

“อืม”  เมื่อได้รับเสียงตอบรับสั้นๆ น้ำหวานจึงเดินอ้อมออกไปด้านหลัง มุ่งหน้าไปห้องน้ำที่อยู่อีกฝั่ง ที่เวลานี้รอบตัวมืดสนิทและคนส่วนใหญ่รวมตัวกันอยู่ที่ศาลา แม้ตลอดเส้นทางที่เดินมาเข้าห้องน้ำจะมีแสงไฟคอยสอดส่องตามเส้นทางเป็นระยะ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยกมือสองข้างเข้ามากอดกุมกัน กระชับกระเป๋าสะพายข้าง ที่อย่างน้อยภายในมีโทรศัพท์มือถือ พร้อมท่องไว้ว่าหากเจอผีเข้าจริงๆต้องตั้งสติ เธอจะยกเท้าน้อยๆของเธอนี่ล่ะเตะให้สักป๊าบแล้ววิ่งสุดชีวิต แต่หากเจอคุณลุง คุณป้า คุณพ่อ คุณแม่ เธอจะรีบวิ่งเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง

ก้าวซ้าย ก้าวขวา ทำไมวันนี้ห้องน้ำถึงไกลกว่าทุกวัน ยิ่งกลัวก็ยิ่งปวดฉี่มากขึ้น

ตุ๊บบบบ

เสียงของบางสิ่งหล่นกระทบพื้น น้ำหวานจึงห่อไหล่เข้าหาตัวก่อนก้าวเร็วๆมุ่งหน้าให้ถึงห้องน้ำไวที่สุด แต่ยิ่งก้าวเร็วเท่าไหร่กลับรู้สึกถึงบางอย่างที่ก้าวตามเธอมาไวๆ ด้วยความรีบและมุมที่กำลังก้าวไปทำให้ไม่เห็นนผู้ที่กำลังเดินสวนมาจึงทำให้น้ำหวานชนเข้า แม้จะชนไม่แรงแต่น้ำเสียงที่อีกฝั่งพูดกลับมาบ่งบอกถึงความไม่พอใจ

“อร๊ายยยย เดินไม่ดูทางหรือไงรู้ไหมชุดที่ฉันใส่อยู่ราคาเท่าไหร่”

ว่าพร้อมกับมองสำรวจชุดที่ใส่อยู่ ส่งสายตามองน้ำหวานหัวจรดเท้าที่อยู่ในชุดเสื้อยืดและกางเกงสีดำธรรม ไม่ใช่ของแบรนด์หรูแบบที่เธอสวมใส่ น้ำหวานมองข้ามสายตาดูถูกที่ได้รับ สำรวจเสื้อผ้าของอีกฝ่ายก็ไม่เห็นจะเปื้อนหรือเสียหายตรงไหน

“น้ำหวานขอโทษค่ะคุณป้าสา” น้ำหวานเอ่ยขึ้นเพราะอย่างไรก็เป็นความผิดเธอเองที่เดินไม่ดีจนชนเข้ากับคุณป้า

“ฉันก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็เด็กเหลือขอที่อาศัยใบบุญจากคุณพี่กลเกียรตินี่เอง หมดเวลาเลิกแสดงละครร้องห่มร้องไห้แล้วเหรอถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้” ผู้ที่เรียกเธอว่าเด็กเหลือขอไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือป้าสา เจ้าของใบหน้าสะสวยที่มีเค้าโครงเหมือนรูปที่ตั้งอยู่ในศาลานี้เอง พี่สาวของกลเกียรติ

ป้าสา แม้จะเห็นเธอตั้งแต่เล็ก แต่สิ่งที่เธอรับรู้คือป้าสาไม่ชอบเธอจะเรียกว่าเกลียดชังก็ได้ และว่าร้ายต่างๆนาๆ หากจะถามหาเหตุผลเธอเองก็ไม่เข้าใจ จะบอกว่าป้าสาไม่ชอบป้าน้ำฟ้าก็ดูจะผิดเพราะผู้เป็นป้านั้นไม่เคยทำสิ่งใด หรือรบกวนความเป็นอยู่ของป้าสาสักนิด และการที่ป้าน้ำฟ้าแต่งงานกับกลเกียรติก็เพราะทั้งคู่รักกัน หลังจากที่กลเกียรติเลิกรากับอรุณผู้เป็นคนรักเก่ากว่าสิบปี

“น้ำหวานไม่ได้แสดงละครค่ะ น้ำหวานรักและเคารพคุณลุงเหมือนพ่อแท้ๆ”

เธอว่าออกไป อย่ามาดูถึงความรักบริสุทธ์ของเธอ ถ้าจะเสแสร้งแกล้งทำก็เชิญทำไปคนเดียว

“คุณพี่ก็เสียไปแล้ว หวังว่าเธอจะรู้ว่าต้องทำยังไงต่อ คงไม่หน้าด้านพึ่งใบบุญไร่กลเกียรติไปตลอด หรือหวังรวยทางลัดเหมือนป้าเธอนะ ยิ่งสาวๆแบบนี้”

คนตรงหน้าพูดจีบปากจีบคอ สายตาเหยียดมองมาที่เธอราวกับต้องการกดให้ต่ำลง น้ำหวานรู้สึกฉุนขึ้นมา เธอรู้ตัวดีว่าเป็นใคร เธอไม่ใช่สายเลือดของครอบครัวนี้ เมื่อถึงเวลาก็ต้องไป ไม่ต้องมาย้ำ เธอรู้ดีว่าทุกคนมองเธอเป็นส่วนเกิน หากมีทางไปเธอคงไปไม่รีรอให้ใครต้องมาไล่

“เรื่องนั้นเอาไว้คุยกันหลังเปิดพินัยกรรมคุณพ่อจะดีกว่านะครับ” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นจากด้านหลังน้ำหวาน เป็นคำเฉลยถึงสิ่งที่วิ่งตามเธอมาทำให้เธอกลัวจนต้องรีบเดินและชนเข้ากับป้าสา

เขาคือต้นเหตุ

“ส่วนเธอจะมาเข้าห้องน้ำก็รีบไปซะ” น้ำหวานจึงเลิกสนใจป้าสาและพึ่งนึกได้ว่าปวดเบาจึงวิ่งเร็วเข้าห้องน้ำ โดยไม่รู้ว่าลับหลังสองป้าหลานคุยอะไรต่อ

เรื่องที่ป้าสาต่อว่าเธอ เธอชินแล้วล่ะต่อหน้าคุณลุงหรือใครๆป้าสาจะทำเป็นรักและเอ็นดูเธอแต่จริงๆแล้วอยากให้เธอออกไปจากครอบครัวนี้ คงจะเป็นเพราะไม่ชอบคุณป้าน้ำฟ้าที่ไม่ได้ร่ำรวยมีหน้าตาในสังคมนัก นั่นเป็นเหตุผลเดียวที่เธอพอจะนึกออก หากแต่ครั้งนี้เธอขาดร่มโพธิ์ร่มไทรที่ให้ความรักและความมั่นคงทางชีวิตแล้ว สาวน้อยในวัยยี่สิบปี กำลังเรียนมหาวิทยาลัยชั้นปีที่สอง ตอนนี้พึ่งถึงครึ่งทาง ในใจตอนนี้มืดมัวไปหมด ยังมองไม่เห็นว่าจะดำเนินชีวิตไปเช่นไร จะเอาเงินที่ไหนส่งเสียตนเองเรียน แม้จะมีทรัพย์สินจากป้าน้ำฟ้าที่มอบให้เธอ แต่คงไม่เพียงพอ คงต้องหางานเสริมทำไปด้วย เอาไว้ค่อยคิดดีกว่ายิ่งคิดตอนนี้ก็ยิ่งปวดหัว ศีรษะเล็กส่ายไปมาพยายามบอกให้ตนเองหยุดคิดเรื่องปวดหัวนี้ได้แล้ว

            เมื่อทำธุระในห้องน้ำเสร็จแล้วน้ำหวานจึงออกมาล้างมือทำความสะอาด

“เธอเข้าไปนานจนฉันเกือบจะโทรเรียกกู้ภัยแล้ว” น้ำหวานหันไปมองผู้ชายปากร้ายที่ยืนหลังพิงอยู่กับผนังหน้าทางเข้าห้องน้ำหญิง เธอจะเข้าไปทั้งวันมันก็เรื่องของเธอ

“เงียบทำไมหรือว่าคิดมากเรื่องที่ป้าสาคุยกับเธอ ก็รู้อยู่แล้วว่าป้าสาเป็นคนยังไง คำพูดมั่วๆของคนแบบนี้ไม่น่าเก็บมาใส่ใจหรอกนะ”

“เพราะครั้งนี้ที่คุณป้าพูดก็จริงไงคะ คุณลุงไม่อยู่แล้ว น้ำหวานไม่อยากเป็นภาระ” เพราะหากตอนนี้จะนับญาติหรือคนที่พอพึ่งได้คงเป็นกลกันต์ และเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

“เห้ออ ตอนนี้เลิกคิดไปเก็บของกลับไร่ วันนี้กลับพร้อมฉันจะได้ไม่เดือดร้องลุงคำวิ่งส่งหลายที่”

ว่าจบจึงก้าวนำมุ่งหน้าไปยังศาลา น้ำหวานจึงรีบก้าวตามเดินเคียงข้างเขาไร้ซึ่งคำพูดระหว่างทั้งสอง เมื่อไปถึงจึงจัดการเก็บของบางส่วนและกลับบ้านพร้อมกลกันต์

บ้านที่พูดถึงนี้เป็นบ้านขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในไร่เกียรติอรุณ มีทั้งหมดสามชั้นโดยกลเกียรติจะอยู่บริเวณชั้นสอง ส่วนชั้นสามเป็นห้องของลูกสาวและลูกชายตามที่กลเกียรติเคยบอก ลูกสาวอยู่ปีกซ้าย ลูกชายอยู่ปีกขวา ก่อนหน้านี้บ้านหลังนี้จึงมีผู้อยู่อาศัยทั้งสิ้นสามคนหลังป้าน้ำฟ้าเสีย จะมีป้าน้อยที่แวะเวียนมาทำความสะอาดและป้าแก้วที่เข้ามาทำอาหารในฐานะแม่ครัว แต่ตอนนี้คุณลุงกลเกียรติไม่อยู่แล้วบ้านหลังนี้จึงมีผู้อยู่อาศัยคือน้ำหวานและกลกันต์ลูกชายคุณลุงที่อายุไม่น้อยแล้วแต่ยังคงความโสด ปากก็ร้าย เอ๊ะ เธอลืมอะไรไปหรือเปล่า หรือว่าจริงๆแล้วเขาอาจจะไม่ใช่ชายแท้ แต่เป็นคุณแม่กันนี่

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
60
1. สูญเสีย
ชีวิตคนเราล้วนมีแต่ความไม่แน่นอน เกิด แก่ เจ็บ ตาย สักวันหนึ่งความสูญเสียจะเข้ามาเยือน อาจจะมีสัญญาณเตือนหรือไม่ แต่หากวันนั้นมาถึงแล้ว เราควรตั้งสติและยอมรับ เรียนรู้และก้าวข้ามผ่านสถานการณ์นี้ ใช้ชีวิตอย่างปกติให้ได้ วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวันในชีวิตของน้ำหวานที่ต้องพบเจอกับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ร่างบางของเด็กน้อยวัยยี่สิบปีเงยหน้ามองรูปของชายผู้หนึ่ง ที่แม้จะอายุมากแต่ยังดูแข็งแรง เป็นญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของเธอที่เหลืออยู่ ซึ่งเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเธอมานานกว่าสิบห้าปีนับตั้งแต่ผู้เป็นป้าแท้ๆจากไป น้ำหวานเป็นเด็กกำพร้าที่สูญเสียพ่อและแม่ไปเมื่อครั้งวัยเยาว์ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ตั้งแต่อายุเพียงสองขวบ ถูกอุปการะโดยคุณป้าน้ำฟ้าที่เป็นฝาแฝดของแม่น้ำอิงแม่แท้ๆของเธอเอง น้ำหวานเข้ามาอาศัยที่ไร่เกียรติอรุณนับตั้งแต่นั้น เธอได้รับการดูแลอย่างดีจากครอบครัวรวมถึงพี่ชายที่เป็นลูกติดของคุณลุงกลเกียรติ ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของกลเกียรตินายใหญ่ของไร่กับภรรยาคนก่อนที่เลิกรากันไปนานแล้วตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นวัยรุ่นชื่อว่ากลกันต์ โดยเขาจะอยู่กับแม่เป็นหลักเพราะอยู่ใ
อ่านเพิ่มเติม
2 พี่ชาย
ถ้าคุณกลกันต์เป็นคุณแม่ก็คงดีเธออาจจะปรับความเข้าใจและรักกันเป็นพี่สาวน้องสาวแบบน่ารักๆเหมือนคู่พี่น้องอื่นบ้าง เธอฝันอยากจะมีครอบครัวที่อบอุ่น มีคนที่รักรอคอยอยู่ที่บ้าน และอยากมีพี่สาวหรือพี่ชายสักคนที่คอยปลอบใจในวันที่เศร้า อยากจะงอแงและรู้ว่าอีกฝ่ายไม่เคยรำคาญในสิ่งที่เธอทำกับกลกันต์ ในครั้งแรกที่เธอย้ายเข้ามาบ้านนี้เขาดีใจมากและบอกกับทุกคนว่าเธอคือน้องสาวของเขา เขาจะดูแลเธอไปตลอด และเขาก็ทำเช่นนั้น จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาเริ่มเปลี่ยนไป จากใจดีกลับเป็นใจร้าย จากคอยเอาใจเป็นขัดใจ และความสนใจของเขาที่เธอมีให้เธอคนเดียวกลับถูกแบ่งครั้งหนึ่งที่เธอขอออกไปเที่ยวงานวันเกิดเพื่อน วันนั้นเป็นวันที่คุณลุงติดงานเลี้ยงต่างอำเภอ เพื่อนของเธอจึงเสนอตัวให้ทางบ้านไปส่ง แต่เพราะวัยเด็กที่สนุกกันพออยู่ด้วยกันหลายคนจึงไม่อยากกลับ พอเห็นเวลาอีกทีดึกดื่นแล้ว ทางผู้ใหญ่จึงต้องบังคับให้เลิกเล่น และรอเจอกันอีกทีที่โรงเรียน หากแต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน แสงไฟเปิดสาดส่อง ร่างสูงของผู้เป็นพี่ชายยืนจังก้ารอต้อนรับพร้อมไม้เรียว เขาทั้งดุ ด่าเธอ และลงโทษเธอโดยไม่ถามเหตุผลที่เธอออกไป เข้าใจว่าเธอเป็นฝ่ายหนีเที่ยว
อ่านเพิ่มเติม
3 หนีเที่ยว
“เสร็จแล้วค่ะ พร้อมแล้ว พร้อมแล้ว ตื่นเต้น ตื่นเต้น” เสียงที่มาพร้อมท่าทางว่าตื่นเต้นหนักหนา ทำท่าเป็นเป็ดเดินมาหาเขา ตอนนี้ร่างเล็กอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ขายาวสีซีด ผมยาวสวยถูกรวบตึงไว้ด้านหลัง และมีกระเป๋าเป้สะพายหลัง 1 ใบถ้วน โอเค นี่เขาจะไปส่งลูกเข้าเรียนหรืออย่างไร ยังดีที่วันนี้พาเข้าไร่ หากพาไปเดินข้างนอกไม่พ้นถูกเข้าใจว่าเดินอยู่กับลูกสาว“เดินดีๆหน่อย เล่นอะไรเป็นเด็ก”ร่างเล็กของน้ำหวานเดินนำมาที่รถ ซึ่งเป็นรถกระบะลูกรักของกลกันต์ที่ใช้สำหรับลุยงานในไร่ ระหว่างรอกลกันต์ปิดบ้านอยู่นั้น น้ำหวานจึงหาเพลงเพราะๆเปิดฟังรอ“นั่งสบายเชียวนะ”“น้ำหวานตื่นเต้นจะแย่แล้ว อยากเรียนรู้มาก”“ดีเป็นแบบนี้ให้ได้ตลอด”รถกระบะคันคู่ใจแล่นออกจากตัวบ้านผ่านพื้นที่ภายในไร่ที่โอบล้อมไปด้วยทิวเขาสวยงาม ไร่เกียรติอรุณเป็นไร่ที่พ่อของกลกันต์เริ่มก่อตั้งด้วยตัวเองตั้งแต่วัยรุ่นมีคุณอรุณคนรักเก่าเป็นแรงบันดาลใจ และด้วยความชอบด้านการเกษตร เพาะปลูกเป็นทุนเดิมก่อนขยายให้มีการดำเนินการเลี้ยงสัตว์เพิ่มเติมในเวลาต่อมา หกปีให้หลังจากที่กลกันต์เข้ามาบริหารเขาได้จัดตั้งศูนย์วิจัยขึ้นภายในไร่เพื่อศึกษา
อ่านเพิ่มเติม
4 อธิบายมา
เป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็นที่รถเก๋งคันกลางของพลพลแล่นเข้ามาจอดข้างศูนย์อาหารที่เดิมที่เขามารับน้ำหวาน ตอนนี้ภายในศูนย์อาหารมีลูกค้าสัญจรที่แวะจอดพักอยู่มาก พลพล จึงเลือกหาที่จอดชั่วคราวเพื่อส่งน้ำหวาน พลางปลดล็อกรถให้ แล้วกอดร่ำลากัน เป็นจังหวะที่กลกันต์กำลังเดินมาเห็นพอดี“คนเยอะมากเลยแก เดี๋ยวส่งแกแล้วฉันกลับเลยนะ”ยังไม่ทันก้าวลงจากรถด้วยซ้ำ ร่างสูงใหญ่ที่มองเห็นรถคันนี้มาแต่ไกลเดินมุ่งหน้าเข้ามากระชากประตูหน้าข้างคนขับ“ลงมา”เสียงทุ้มต่ำของกลกันต์ ที่พยายามจะใช้เสียงที่ดูไม่ดุมากแล้วเอ่ยขึ้น ฝ่ามือใหญ่จับเข้าที่ต้นแขนของน้ำหวานแล้วกระชากร่างเล็กออกมา แม้จะไม่รุนแรงแต่ก็ทำให้มึนได้เหมือนกัน“ขอบคุณมากนะพล ไว้วันหลังจะเลี้ยงชาไข่มุกนะ”ฝ่ายพลพลที่รับรู้รังสีจากผู้ปกครองเพื่อนจึงรีบขับรถจากไป ดีๆนะ แก หวังว่าจะไม่โดนดุทางฝั่งน้ำหวานที่แม้จะรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่แผ่มาแต่ทำใจดีสู้เสือไว้ก่อน“คือ อ อ........”“ไปคุยกันที่บ้าน”เพราะตอนนี้จุดที่ยืนอยู่ผู้คนพลุ้งพล่านและมีเหล่าพนักงานในไร่ที่รู้จักเขาอยู่เยอะ กลกันต์จึงเลือกที่จะสะกดอารมณ์แล้วพาน้ำหวานกลับบ้านก่อนตลอดเส้นทางกลับบ้านแม้ร
อ่านเพิ่มเติม
5 ยะ อย่า
“คุณจะทำอะไร” น้ำหวานที่เริ่มกลัวถามขึ้น ตอนนี้กลกันต์ดันร่างเธอเข้ามาในห้องพร้อมตัวเองแล้วปิดประตู ก่อนลากร่างบางมายังเตียงนอนนุ่ม ออกแรงผลักจนเธอล้มลงนอนราบไปบนที่นอนร่างสูงไม่ตอบแต่ใช้ลำตัวนอนลงทาบทับบนคนตัวเล็กจนรู้สึกอึดอัด มือซ้ายของคนตัวโตกว่าจับข้อมือเล็กทั้งสองข้างรวบวางไว้เหนือหัว ขาเรียวเล็กที่พยายามจะดิ้นหนีไม่เป็นผลเพราะโดนคนตัวโตล็อกไว้ร่างบางที่ดีดดิ้นไปมาจึงสัมผัสกับร่างสูงที่มีเพียงเสื้อผ้าขวางกั้นมือขวาที่ยังว่างของกลกันต์ปัดป่ายไปทั่วร่างบาง พยายามจะฉีกทึ้งเสื้อผ้าของคนตัวเล็กออกจากตัว ก่อนเลื้อยเข้าไปกอบกุมบีบเค้นดอกบัวคู่งามด้วยความตกใจ ริมฝีปากอิ่มที่กำลังจะผรุสวาจาออกมา จึงโดนริมฝีปากหนาเข้าประกบจูบอย่างดุดัน เร่งเร้า น้ำหวานเบิกตากว้าง นอนแน่นิ่ง ตัวแข็งทื่อ ไม่คิดว่ากลกันต์จะทำเช่นนี้ ปลายลิ้นร้อนของกลกันต์พยายามจะสอดเข้าไปควานหาความหวานของคนตัวเล็ก“อื้อออ” เสียงต่อต้านเบาๆดังมาจากร่างบางเพราะโดนช่วงชิงลมหายจนจนรู้สึกหายใจไม่ออกกลกันต์จึงหยุดปล่อยให้อีกคนพักหายใจก่อนประกบจูบลงไปอีกครั้ง“อ้ออ” เสียงเล็กหายเข้าไปในริมฝีปากเพราะริมฝีปากหนาที่ประกบลงมา กลกั
อ่านเพิ่มเติม
6 หนี
น้ำหวานใช้เวลาในห้องน้ำหนึ่งชั่วโมงเต็ม เวลาส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการนั่งเหม่อลอย ครุ่นคิด และสับสน ปากอิ่มขบเม้มเข้าหากันเมื่อนึกถึงจูบของกลกันต์มือบางที่ถือใยบวมขัดตัว ขัดวนทั่วตัวหวังลบสัมผัสของเขาออกให้หมด แรงถูที่ค่อยๆเพิ่มความแรงขึ้นแต่กลับไม่ทำให้รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย จนตัวนี้ทั่วทั้งตัวของร่างบางแดงราวกับมีใครเอาน้ำแดงมาสาดดวงตาหวานบวมและแดงก่ำ น้ำใสเอ่อคลอรอบดวงตาค่อยๆไหลรินลงมาเธอไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วอยากหนีไปให้ไกลอยากหนีไปตอนนี้เลยยิ่งดีคิดได้ดังนั้นจึงเอื้อมมือปิดสายน้ำที่กำลังไหลรดตัว หยิบผ้าเช็ดตัวจากราวกดซับน้ำออกจากลำตัวเบาๆ เพราะเริ่มรู้สึกแสบจากรอยครูดของใยบวบ แล้วใช้ผ้าผืนเดิมพันรอบลำตัวเอื้อมหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กซับน้ำจากเส้นผมพอหมาดๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลืนก้อนสะอึกที่จุกอยู่ที่ลำคอลงไป แล้วก้าวออกจากห้องน้ำน้ำหวานเลือกแต่งกายง่ายๆด้วยเสื้อยืดสีดำและกางเกงผ้านิ่มขายาว ยัดเสื้อผ้าและของใช้ที่พอจะนึกออกในยามคับขันลงในกระเป๋าเป้สะพายหลังด้วยความเร่งรีบ เกรงว่ากลกันต์จะมาเจอเข้าร่างบ
อ่านเพิ่มเติม
7 พี่รักหวาน
กว่าฝนจะหยุดตกก็เป็นเวลากว่าสามทุ่ม ร่างเล็กที่ตอนนี้หลับไปด้วยความเหนื่อย เปลี่ยนจากท่านั่งคุดคู้กอดเข่าเป็นนั่งอยู่บนตักกลกันต์ หลังบางซบลงกับอกหนาเอนหลังพิง ปล่อยตัวตามสบายที่มีกลกันต์โอบกอดอยู่ด้านหลัง            เมื่อเห็นว่าถึงเวลาต้องกลับบ้านแล้วจึงสะกิดปลุกหญิงสาว“น้ำหวาน กลับบ้านเรากันนะ”            “อื้ออออออ” เสียงหวานเอ่ยประท้วง ที่โดนรบกวนการนอนหลังสบาย            “มา พี่ช่วยพยุงขึ้น” ว่าแล้วค่อยประคองร่างเล็กขึ้น            “กี่โมงแล้ว”            “สามทุ่มแล้ว หิวข้าวไหม”            จ๊อกก เสียงท้องร้องเป็นคำตอบแทนเธอ กลกันต์ยิ้มบางๆส่งให้เด็กน้อย แล้วลงไปยืนด้านล่างปลายกระท่
อ่านเพิ่มเติม
8 ครั้งแรก
“คะ คุณกันต์”เขาพูดอะไร เธอหูฝาดไปหรือเปล่า ไม่มีเวลาคิดนาน ตอนนี้เธอรู้สึกแปลกๆ อีกแล้ว ร่างสูงจูบไล้ลงต่ำเรื่อยๆ จนถึงใจกลางดอกไม้งาม ฉกวูบไปยังใจกลาง ตลัดเลียไปที่ตุ่มน้อย“อ๊ะ อ๊ะ”เดจาวู ความรู้สึกแบบนี้มาอีกแล้ว ร่างเล็กเอื้อมมือเกาะไหล่ร่างสูง ปลายเล็กจิกเข้าเนื้อไหล่ชายหนุ่ม อย่างต้องการระบาย ในขณะที่อีกมือท้าวอยู่กับเคาน์เตอร์เขายังไม่พอใจแม้จะเจ็บจี๊ดกับปลายเล็บขอเธอ กลกันต์กลับไม่สนใจ ชายหนุ่มละจากตุ่มน้อย ฉกเข้าใจกลางรอยแยกดอกไม้งาม ดูดดื่ม และตวัดเลีย ค่อยๆ เพิ่มระดับความถี่“อ่ะ อื้มมม”“อ๊ะ ซี๊ดดดดดด”“อร๊ายยยยยยย” พร้อมกับร่างเล็กกระตุกปล่อยน้ำหวานออกมามากมาย เสียงหายใจถี่ๆ พร้อมร่างคนตัวเล็กที่โถมลงมาบนคนตัวโตด้วยความเหนื่อยกลกันต์ ตวัดกวาดชิมน้ำหวานจนพอใจ แล้วจูบซับต้นขาด้านในทั้งสองข้าง หมั่นเขี้ยวคนตัวเล็กนัก“หวานจ๋า นี่พึ่งเริ่มต้นเองนะ”“หื้อออออ”“ไปที่เตียงกันนะ&rdqu
อ่านเพิ่มเติม
9 พิษไข้
เช้าวันต่อมา          กลกันต์ยังคงตื่นในเวลาเดิมแต่เช้ามืด ร่างสูงพยายามลุกออกจากเตียงช้าๆเกรงว่าจะปลุกคนตัวเล็กที่กำลังหลับใหล ใบหน้าเล็กนอนซุกอยู่กับอกของเขาที่ตอนนี้แขนของเขากลายเป็นหมอนให้เธอ กว่ากิจกรรมเมื่อคืนจะจบลงก็ใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนคืน            หืมม ร่างที่กำลังจะดันตัวออกชะงักทันทีที่รู้สึกถึงความร้อนจากคนข้างตัว จึงใช้ฝ่ามืออังที่ศีรษะเล็ก ที่ตอนนี้ตัวร้อนดังไฟ            โกรธตัวเองนัก เมื่อวานน้ำหวานถูกเขาเอาเปรียบไปแล้วหนึ่งหนจนหนีออกจากบ้าน ซ้ำยังตากฝนเปียกปอน กลับมาแทนที่เขาจะพาน้องอาบน้ำ ให้กินยาตั้งแต่เมื่อคืน กลับพาน้องออกแรงซะดึกดื่น            เห้อ ก็จังหวะนั้นใครจะห้ามใจตัวเองไหว ให้ย้อนเวลากลับไปเมื่อคืน เขายังเลือกที่จะทำแบบเธอ ทำให้เธอเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว  &nb
อ่านเพิ่มเติม
10 รอยแดงบนตัว
น้ำหวานเป็นคนผิวขาวใสและเกิดรอยช้ำที่ผิวได้ง่าย  รอยแดงเป็นปื้นกระจายอยู่ทั่วเนื้อตัว ป้าน้อยใช้มือคลี่ชุดนอนนางส่วนก่อนมองลึกลงไป มองเห็นรอยที่กระจายทั่วตัว“โถ่ น้ำหวานลูก”แม้ไม่ใช่แม่หรือญาติของน้ำหวานโดยแท้ แต่ก็เลี้ยงสาวน้อยมาตั้งแต่เล็ก อดเสียใจกับภาพที่เห็นไม่ได้ ด้วยรู้จักนิสัยของน้ำหวานดี น้ำหวานไม่ใช่เด็กเหลวไหลที่จะปล่อยเนื้อตัว ไม่เคยทำให้คนที่บ้านต้องหนักใจ ใช้ชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่กับการเรียนหนังสือเป็นหลักภาพที่เห็นทำให้นางอดคิดไปในทางไม่ดีไม่ได้เลย ด้วยอาบน้ำร้อนมาก่อนทำไมจะไม่รู้รอยแบบนี้เกิดได้จากอะไรเกิดความสงสัยและกังวล หรือน้ำหวานจะโดนคนไม่ดีใช้กำลังปลุกปล้ำไปทำมิดีมิร้ายเมื่อคืนนี้ยามฝนตกหนักโอ๊ยๆ ตายๆ ถ้าคุณกลเกียรติอยู่มีหวังไร่แตกแน่ป้าน้อยหยุดความคิดฟุ้งซ่านลงสักครู่ ลงมือเช็ดตัวให้น้ำหวานจึงได้เห็นรอยแดงทั่วทั้งตัวสาว แล้วคิดหนักไอ้คนทำรอย มันคงจะหื่นนักฝากรอยรักไว้ทั่วไม่เว้น อย่างกับตายอดตายอยากมาจากไหน ผิวบอบบางของน้ำหวานหรือจะทนรับกับความดิบเถื่อนได้ป้
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status