หน้าหลัก / มาเฟีย / ล่ามเมีย / บทที่ 4 ค่าตัวสร้างตึก

แชร์

บทที่ 4 ค่าตัวสร้างตึก

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-08 13:24:25

       

          “เรียกไปห้าสิบล้าน!”

            จิ๋วตะโกน และนั่นก็ทำให้เธอสะดุ้งไปด้วย ห่อไหล่หลับตาปี๋ ราวกับถูกเคาะระฆังข้างหูเพื่อเตือนสติว่าสิ่งที่ทำลงไปมันเกินกว่าเหตุจริงๆ

            “ก็ตอนนั้นมันโมโหอะ”

            เธอบอกตามตรง เขาทำเธอฉุนหลายรอบ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด การข่มด้วยท่าทางที่เย็นชา และการเมินเฉยเหมือนเธอไม่มีตัวตน ทั้งหมดนี้ทำให้เธอหมั่นไส้ เป็นชนวนเหตุให้ทำแบบนั้นทั้งสิ้น

            แต่พอเวลาผ่านไป อารมณ์เหือดหายกลายเป็นปกติ บวกกับความตกใจของจิ๋ว ถึงมาได้สติเอาทีหลัง จึงเหมาะสมแล้วที่ควรถูกตำหนิ

            “เขาเห็นหรือยัง ยังแน่ๆ เพราะถ้าเห็นคงติดต่อมาแล้ว”

“หรือเราควรติดต่อไปดี แบบว่าบอกเขา..ใส่เลขศูนย์เกิน”

            “เกินไปหลายตัวเชียวน้า”

            จิ๋วร้องเหอะ น้ำเสียงบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ยาก อีกนัยยะทำแบบนั้นเท่ากับเป็นการแก้ตัว จะถูกมองไม่เป็นมืออาชีพ เสียชื่อ

            “ถ้าอย่างนั้นทำไงดี”

            “ก็คงต้องรอ ถ้าเขาไม่โอเคเดี๋ยวก็โทรมาเองแหละ เผลอๆเป็นเขาซะมากกว่าที่เป็นฝ่ายยกเลิก แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน จะได้โล่งใจ..แต่แค่เสียดายเงิน”

            อันที่จริงงานนี้ค่อนข้างคลุมเครือ จิ๋วที่รับงานให้ลลิสามานักต่อนัก มักจะชัดเจนต่อเงื่อนไข รูปแบบงาน และข้อตกลง ผ่านเอกสารที่ระบุชื่อผู้ว่าจ้างอย่างชัดเจนมาตลอด พอเป็นงานนี้ที่แม้แต่ชื่อของคนจ่ายเงินก็ไม่เห็น หน้าตาก็ไม่เห็น จงใจปกปิดตัวตนอย่างชัดเจน จึงไม่ค่อยสบายใจ

ดังนั้นการที่ลลิสาทำแบบนี้ก็ดีแล้ว เพียงแต่จะเสียเวลา และโอกาสเท่านั้นเอง

            แต่งานนี้ก็ใช่ว่าโดดเด่น

            นางแบบสาวไม่ได้เปิดเผยตัวตน ต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา ไม่ให้พูด จนกว่างานจะเลิก จะมีโอกาสได้ไง

            ถ้าได้ประกวดก็ว่าไปอย่าง

            “แล้วถ้าเขาไม่ติดต่อมาล่ะ”

            “ก็แปลว่าเขาตกลงไง”

            ลลิสาเผยใบหน้าของความกังวล ดวงตาคู่สวยแกว่งไปมาราวกับกำลังครุ่นคิด จากนั้นจึงจะตวัดไปทางพี่เลี้ยงของเธอ

            “หวังว่าเงื่อนไขนี้จะยังคงเหมือนเดิม”

            “ก็ต้องเหมือนเดิมสิ อ่านเงื่อนไขนั้นก่อนเซ็นไม่น่าเป็นกังวล เขาบอกว่าเราเรียกค่าตัวได้ก็ไม่ผิด เพียงแต่มันมั่นหน้าไปหน่อย แค่นั้นเอง”

            แล้วคว่ำปาก  

            “รวยขนาดนั้น อย่าว่าแต่ขนหน้าแข้ง ฟันก็ไม่ร่วงหรอกพี่”

            และแล้ววันเทศกาลก็มาถึง ชุดของเธอถูกส่งมาก่อนวันงานเพียงหนึ่งวัน เธอยังไม่เปิดดูเพราะทางฝ่ายนั้นบอกว่าจะส่งช่างแต่งหน้ามาให้ด้วย ความลึกลับไม่ได้มีแค่เขา ช่างแต่งหน้าของเธอใส่หน้ากากเหมือนกัน ความงงนั้นมีมากซะจนจิ๋วยังเกาหัว คือพวกเขาสามารถประทินโฉมให้เธอผ่านหน้ากากอันน่าอึดอัดนั้น ออกมาสวยราวกับไม่เป็นอุปสรรค อย่างง่ายดายได้อย่างไร

            เธอจะไม่ชมว่าพวกเขาเก่ง เพราะมันน่ากลัว

            ตอนนี้หญิงสาวอยู่ในชุดราตรีแบบสุ่มพองโตที่ใช้ผ้ากำมะหยี่ในการถักทอเป็นหลัก และปักด้วยคริสตัลระยิบระยับอีกที ถึงมันจะดูสวยมาก เหมาะกันกับเธอสุดๆ แต่เธอก็ไม่ได้ภูมิใจเท่าไหร่เลย เนื่องจากอยู่ในงานนั้นเธอเป็นใครที่ไหนไม่อาจรู้

            “เขาจะไม่ฆ่าสาเพื่อปิดปากใช่ไหม”

            เสียงกระซิบดังขึ้นหลังช่างกำลังเก็บของเพื่อออกจากห้อง จิ๋วที่ยืนอยู่ข้างหลังคอยทำหน้าที่ตรวจเช็คความเรียบร้อยของหน้าและผมอย่างที่เคยทำมาด้วยความเคยชิน แม้ว่าไม่มีจุดไหนต่างพร้อย โน้มตัวเข้ามาแนบชิด เพื่อจะได้คุยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาได้อย่างสะดวก

            “คิดมาก”

            “ก็ต้องคิดมากไหมพี่ ห้าสิบล้านก็ยังตกลง ราวกับค่าจ้างห้าหมื่น ง่ายแบบนี้มันน่ากลัวเกินไป กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจเงื่อนไขที่ขอให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ มาฆ่าเธอเพื่อปิดปาก แบบว่า ฆ่ากันซะจะได้จบๆ”

            ทีแรกผู้จัดการส่วนตัวของเธอขึงตากว้าง ขณะกำลังฟังเธอร่ายยาวไม่เว้นช่องว่างจะหายใจ ก่อนจะขำพรืดออกมาภายหลังให้กับนิสัยชอบมองโลกในแง่ร้ายของเธอ

            “ไม่หรอก คิดไกลเกินไปแล้ว แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็เปลี่ยนใจไม่ทันแล้วแหละ แล้วถ้าหากเขาจะฆ่าเธอจริง พี่แนะนำให้เธอเอาตัวเข้าแลกเลย”

            “พูดอะไรน่ะพี่ จะบ้าเหรอ”

            “อ๊าว”

            จิ๋วคว่ำปากดึงตัวเองกลับ มองหน้าบึ้งตึงของนางแบบผ่านกระจกแล้วยิ้มกว้าง ท่าทางไม่พอใจนั้น ยามเธอเห็นมักจะพาขำทุกที ผู้หญิงอะไรยิ่งทำหน้าโกรธยิ่งเหมือนเด็ก ไม่มีความน่ากลัวเลยสักนิด กลับกันช่างน่ารักน่าชังจนอยากยื่นมือไปหยิกแก้ม

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            “สงสัยจะมาแล้ว” ช่างแต่งหน้าพึมพำ พลางหันมาหาพวกเธอ “ถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับก่อนนะคะ”

             จากนั้นเป็นคานโลที่เดินแทรกเข้ามาหลังทั้งคู่เดินออกไปจากห้องแล้ว เขายืนตรงอย่างสง่าผ่าเผย ก่อนก้มหัวลงให้พวกเธอ

            “เรือมาจอดเทียบท่าแล้วครับ เชิญคุณลลิสา.. คนเดียว”

            เท้าของพวกเธอสะดุดกันเองเพราะก้าวผิดจังหวะ จิ๋วหันขวับมองคนพูด ลลิสาที่ไม่ได้หันมองใครแต่หยุดขยับอวัยวะทุกส่วน

            “คะ?”

            ประโยคของเขาทำจิ๋วงุนงง มองตัวเองที่อุตส่าห์แต่งตัวจัดเต็มใบหน้าร้อนวูบวาบ เหลือแค่สวมหน้ากากเธอก็พร้อมออกไปเผชิญโลกแล้ว แต่กลับถูกคุมกำเนิดซะงั้น

            อย่าบอกนะว่า..

            “ขอโทษครับ แต่ผมคิดว่าผมพูดชัดเจนแล้ว”

            ถึงว่าส่งชุดมาให้ลลิสาเพียงคนเดียว

            “แต่นี่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขนี่คะ”

            “ครับ ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข”

            “แล้วทำไมถึง..”

            “นายไม่ได้ห้ามเรื่องไปงานครับ แต่นายห้ามเรื่องที่จะไปกับเรา ในเงื่อนไขจ้างแค่นางแบบแค่คนเดียว คนอื่นที่ไม่ใช่ ไม่ได้ครับ”

            แรงมากกกกกกกกกก

            ลลิสาหันไปมองเบ้ปากจะร้องไห้ จิ๋วจึงพยักหน้าเป็นการยืนยันว่าเธอโอเค พร้อมเดินไปจับไหล่ลาดเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ

            “ไม่เป็นไร พี่จะนั่งเรือแท็กซี่ตามไป เดี๋ยวเราไปเจอกันที่โน่นนะ อย่าลืมรับโทรศัพท์”

            “โทรศัพท์ก็ห้ามพกครับ”

           

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ล่ามเมีย    บทที่ 183 ตอนพิเศษ 5

    เช้าวันอาทิตย์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นวันแห่งความตึงเครียดที่สุดของเหมันต์ มาเฟียใหญ่ที่เคยจับดาบนิ่งสนิทลุยสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับภารกิจที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต นั่นคือ "การอาบน้ำให้ลูกสาววัยสองสัปดาห์เป็นครั้งแรก"ภายในห้องน้ำที่เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นจนอุณหภูมิกำลังสบาย อ่างอาบน้ำเด็กสีพาสเทลแบรนด์หรูถูกเติมน้ำอุ่นจนได้ระดับ เหมันต์ในชุดเสื้อยืดสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักเต็มท่อนแขน กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด คิ้วหนาขมวดม้วนแน่นจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม ทั้งที่ชั่วโมงนี้แอร์ในห้องยังเย็นฉ่ำ“เหมันต์คะ ผ่อนคลายหน่อยค่ะ คุณเกร็งจนลูกพลอยลุ้นไปด้วยแล้วนะ”ลลิสาที่นั่งประคองอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาเบาๆ ยามเห็นสามีร่างยักษ์ทำท่าทางราวกับกำลังจะกู้ระเบิดเวลา“คุณดูสิ ไลลาของผมตัวเล็กนิดเดียว ผมกลัวลูกเจ็บ”น้ำเสียงที่เคยทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด“ถ้าอย่างนั้น มาค่ะ..เดี๋ยวสาช่วย”ลลิสาคอยบอกทีละขั้นตอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมันต์สูดหายใจ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 182 ตอนพิเศษ 4

    ภายในห้องคลอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาและเสียงเตือนจากเครื่องมือแพทย์ เหมันต์ในชุดปลอดเชื้อสีเขียวเข้มกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือหนาอันสั่นเทากุมมือเรียวบางของลลิสาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล สายตาคมจับจ้องเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของภรรยาตัวน้อยที่มีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า“อื้อ... เหมันต์... สาเจ็บ” ลลิสาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงบีบรัดของมดลูกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาจากความเจ็บปวดที่แทบจะทนไม่ไหว“มากไหม มันเจ็บแค่ไหนกันลสิลา...”“เจ็บมากค่ะ แต่ก็มีความสุข..เรากำลังเห็นหน้าลูกของเราแล้วนะคะ”เหมันต์กระซิบเสียงสั่นพร่า เขาใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำคอยซับเหงื่อที่หน้าผากและแก้มใสอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะก้มลงประทับจูบลงบนหลังมือของเธอซ้ำๆ ราวกับต้องการจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นมาไว้ที่ตัวเอง“เอาล่ะครับคุณแม่ มดลูกเปิดเต็มที่แล้วนะครับ เตรียมตัวเบ่งตามจังหวะที่หมอบอกนะ... หนึ่ง สอง สาม เบ่งครับ!” เสียงคุณหมอสูติฯ ดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มสมรภูมิครั้งสำคัญ“อื้อออออออ!” ลลิสากัดฟันเบ่งสุดแรงเกิ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 181 ตอนพิเศษ 3

    ลลิสาซบหน้าลงกับอกอุ่น ยิ้มรับคำพูดของสามีด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข สายตาของทั้งคู่ทอดมองไปยังเตียงหลังน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงและความรักของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริงแสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องเนอสเซอรี่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความตื่นเต้น เหมันต์และลลิสากำลังช่วยกันตกแต่งเตียงเด็กอ่อนไม้โอ๊กที่เพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวันก่อนให้สมบูรณ์พร้อมต้อนรับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก“เหมันต์คะ... ช่วยหยิบกล่องโมบายดนตรีตรงนั้นให้สาหน่อยค่ะ” ลลิสาในชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มเอ่ยบอกสามี พลางใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าท้องกลมโตวัยแปดเดือนเศษไว้เหมันต์ขยับกายอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมหยิบกล่องอุปกรณ์แบรนด์หรูมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีก้านโมบายสีขาวและตุ๊กตาผ้าทอมือรูปก้อนเมฆ พระจันทร์เสี้ยว และดวงดาวดวงน้อยหลากสีสันพาสเทลห้อยระย้าอยู่ มาเฟียหนุ่มร่างยักษ์บรรจงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเกาะเข้ากับขอบเตียงไม้ด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิด แต่สายตาที่จ้องมองของเล่นชิ้นจิ๋วกลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็

  • ล่ามเมีย    บทที่ 180 ตอนพิเศษ 2

    “เดี๋ยว...” ลลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนเสื้อของสามีไว้“หลังนึงเอาไว้ห้องนอนใหญ่ของเรา อีกหลังเอาไว้ห้องเนอสเซอรี่ ส่วนอีกหลังเอาไว้ที่ห้องทำงานผม... เวลาคุณพาลูกไปหาผม จะได้มีที่นอน” เหมันต์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ลลิสาได้ประท้วง“แล้วก็... โซนเสื้อผ้าเด็กอ่อนตรงนั้น คอลเลกชันเด็กผู้หญิงแรกเกิดจนถึงหนึ่งขวบ ผมเอาทั้งหมด จัดไซส์ละสองชุด”“คะ... คุณคะ!”พนักงานร้านถึงกับมือสั่น ตาโตด้วยความตื่นเต้นตื้นตันที่จะทำยอดทะลุเป้าในวันเดียว“ใช่ ทั้งหมวก ถุงมือ ถุงเท้า อ่างอาบน้ำทองคำขาวตรงนั้นด้วย... อ้อ แล้วก็รถเข็นเด็กคันที่แพงที่สุดและปลอดภัยที่สุดในร้าน เอามาด้วย” เหมันต์สั่งรัวๆ ราวกับกำลังช๊อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป“เหมันต์! พอแล้วค่ะ สาใส่ให้ลูกไม่ทันหรอกนะคะ ของพวกนี้เด็กๆ โตไวจะตายไป” ลลิสารีบเข้ามากอดแขนหนา พยายามจะยื้อบัตรเครดิตคืนมา แต่เหมันต์กลับรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอย่างนึกเอ็นดู มือหนาลูบหัวทุยสวยของภรรยาอย่างเบามือ“เงินผมมีให้ลูกกับคุณใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก... อะไรที่ทำให้คุณมีค

  • ล่ามเมีย    บทที่ 179 ตอนพิเศษ 1

    บรรยากาศภายในร้านเสื้อผ้าและของใช้เด็กอ่อนอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แสงไฟสีนวลตาตกกระทบลงบนชุดบอดี้สูทตัวจิ๋วหลากสีสันที่แขวนเรียงรายอยู่เป็นเซ็ท ลลิสาในชุดคลุมท้องสีหวานเดินอมยิ้มพลางลูบหน้าท้องนูนเด่นของตัวเองในวัยเจ็ดเดือน สายตาของเธอเป็นประกายระยับยามที่ได้มองข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยมีสามีที่น่ารักเดินตามอยู่ไม่ห่าง มือหนาของเขาเข็นรถเข็นคันใหญ่ที่บัดนี้มีทั้งผ้าอ้อมเนื้อนุ่มและขวดนมแบรนด์ดังวางอยู่จนเกือบเต็ม“คุณคะ ดูชุดนี้สิคะ... น่ารักจังเลย”ลลิสาหยิบชุดบอดี้สูทสีชมพูพาสเทลที่มีระบายลูกไม้เล็กๆ ตรงช่วงไหล่ขึ้นมาแนบกับอก ใบหน้าหวานของเธอยิ้มกว้างเหมันต์หยุดรถเข็นแล้วขยับเข้าไปยืนซ้อนหลังร่างบาง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเธอที่ถือชุดอยู่ สายตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้อ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความเอ็นดู เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก“เล็กขนาดนี้ ลูกจะใส่ได้เหรอสา... ใส่อันนี้ได้ก็ตัวเท่าลูกแมวเพิ่งคลอดเลยนะ”“ก็เด็กแรกเกิดตัวเล็กเท่านี้แหละค่ะ คุณพ่อนี่ไม่รู้อะไรเลย” ลลิสาหันมาค้อนขวับเบาๆ แต่แก้มใสของอีกคนกลับขึ้นสีระเรื่อ เมื่อเธอเรียกตัวเองว่าพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำ“ถ้างั้นก็ซื้อไปเถอะ อะไรท

  • ล่ามเมีย    บทที่ 178 สมหวัง

    “มีลูกให้ผมนะ”“หืม..ลูกเหรอ”ลลิสาอุทานแผ่วเบาพลันหลุดยิ้ม“ใช่ หรือว่าคุณไม่อยากมี” เหมันต์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงกับซอกคอขาวระหงจูบพรมอย่างแผ่วเบาไปทั่ว สัมผัสของเขาใต้หยาดน้ำอุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ทว่าทำเอาหัวใจของลลิสาเต้นไม่เป็นสรรพฝ่ามือหนาช่วยลูบไล้หยาดน้ำสบู่ชำระล้างร่างกายให้เธออย่างสุภาพและเกรงใจ ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน ยิ่งหล่อหลอมให้เนื้อแท้ของความสัมพันธ์แนบแน่นจนแทบไร้ช่องว่าง ทั้งคู่สบตากันผ่านม่านน้ำใส ส่งยิ้มให้กันด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนที่เหมันต์จะก้มลงมอบจุมพิตแสนหวานรสละมุนรสหวานชื่นใจเป็นการปิดท้ายกิจกรรมยามเช้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ ลลิสาช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลอง เหมันต์เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังพลางส่งยิ้มหวานผ่านกระจก“พร้อมไปเดินเล่นในไร่องุ่นหรือยังคะ... ท่านประธานของสา”“พร้อมตั้งนานแล้ว... ”เหมันต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับเปี่ยมสุข เขาปล่อยอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมาจับมือบางของเธอไว้แน่น พร้อมที่จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และก้าวเดินสู่อนาคตใหม่เคียงข้างเธอด้วยขาที่แข็งแรงคู่น

  • ล่ามเมีย    บทที่ 158 พาร์ทเนอร์คนใหม่

    เมื่อความมืดเข้าปกคลุมน่านฟ้า แสงไฟในห้องโดยสารเริ่มสลัวลง น้ำตาที่สะกดกลั้นมานานก็ไหลอาบแก้มเนียนเงียบๆ ลลิสายกมือขึ้นกอดตัวเองซุกหน้าลงกับหมอนใบเล็ก สะอื้นไห้จนตัวโยนโดยไร้เสียง เพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น ...เธอไม่ได้อยากห่างกับเขาเลยสักนิด . . บรรยากาศภาย

  • ล่ามเมีย    บทที่ 157 จากลารอบสอง

    ภายในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามา แต่กลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บในใจของคนทั้งคู่ได้ ลลิสาอยู่หน้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มือเรียวของเธอจัดเสื้อผ้าเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อซ่อนความสั่นเทา อย่างที่บอก..เธอเลือกทีจะเก็บความจริงไว้ข้างหลัง ยอมให้คนทั้งโลกสรุปเอาเองว่าสามีของเธอได้ตายไปแล้ว

  • ล่ามเมีย    บทที่ 137 นอนซม

    โทรศัพท์ที่ตกหล่นลงพื้นไม่ได้ถูกหยิบกลับขึ้นมา การยืนอยู่ตรงนี้ก็เช่นกันไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนไกล มีเพียงแก้วน้ำก่อนหน้านี้ที่เคยถือไว้โชคดีมากเธอวางลงบนโต๊ะไปก่อนที่จะกดรับสาย ไม่อย่างนั้นคงได้ตกแตกด้วย ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากปากเธอ และเหมือนว่าจะไม่มีน้ำตาภายในวินาทีนั้น เธอลื

  • ล่ามเมีย    บทที่ 132 ใจคนรอ

    วันนี้อากาศดี ลลิสาจึงพาตัวเองมาเดินทอดน่องบนชายหาด ก่อนหน้านี้มรสุมเข้าคลื่นลมแรงขึ้นสูงกระทบโขดหินทีน้ำกระเซ็น ถอยลงเหมือนจะลากหินก้อนนั้นลงไปด้วย เธอถึงได้ไม่กล้ามา ทว่าตอนนี้ เขาว่าฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เธอ..ก็อยากให้มันเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แม้ในชีวิตของเธอไม่เคยเชื่อเรื

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status