Beranda / มาเฟีย / ล่ามเมีย / บทที่ 3 ห้าสิบล้าน

Share

บทที่ 3 ห้าสิบล้าน

last update Tanggal publikasi: 2026-03-08 13:23:52

       

            ลลิสาไม่ได้เจอเขาอีกเลยจนกระทั่งอ่านเสร็จ เขาปล่อยให้เธออยู่กับสัญญาฉบับนี้ตั้งแต่นั้น ความเงียบทำให้เธออ่านมันจนเข้าใจ แต่เพราะมันง่ายเกินไปจึงเป็นสาเหตุทำให้ต้องคิดวนเวียน

            “แค่นี้เองเหรอ”

            หญิงสาวพึมพำ เพราะเงื่อนไขที่มันน้อยเกินไป ทำให้เธอไม่กล้าเรียกค่าตัวแพง

            เอาไงดีล่ะ เธอควรต้องเรียกเท่าไหร่ ผู้จัดการส่วนตัวก็ไม่ได้เข้ามาด้วย จะปรึกษาก็ไม่ได้

            สมองของเธอทำงานหนัก สลับกับการชำเลืองมองตรงไปยังห้องนั้น ที่ร่างสูงเดินหายเข้าไปก่อนหน้านี้ กำลังคิดว่าเธอสามารถใช้โทรศัพท์ได้ไหม

            ในขณะที่กำลังคิดอยู่ เธอก็อ่านเงื่อนไขนั้นอีกรอบ

            รายละเอียดสองหน้ากระดาษเอสี่ แต่เนื้อหาหลักๆมีแค่ไม่กี่ข้อ ส่วนสัญญา เอกสารการเซ็นอยู่ในแท็บเล็ต ซึ่งเป็นการเซ็นแบบ Eletronic Signature

            ดวงตาคู่สวยอ่านวนเงื่อนไขสามข้อนั้นซ้ำๆอยู่หลายหน ทั้งชุดสวม ทั้งหน้ากากเขาเป็นคนจัดให้ ห้ามถอดจนกว่าจะจบงาน ห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร และที่สำคัญห้ามพูดกับใครด้วย ทุกข้อที่ร่างมาทั้งหมดเข้าทางเธอ หญิงสาวชื่นชอบอะไรแบบนี้เป็นที่สุด เพราะหมายความว่าเธอไม่ต้องคอยปั้นหน้า สวมบทบาท หรือใส่หน้ากากอีกชั้นเพื่อเอาใจใครทั้งนั้น

อย่างงานที่ผ่านๆมา ไฮโซบางคนจ้างเธอไปประจบประแจงเป้าหมายที่ต้องการจะดึงเข้าเพื่อหวังผลประโยชน์ ซึ่งนั่นหนีไม่พ้นเธอจะต้องมีความรู้ อาทิเช่นหากคนที่ถูกผู้ว่าจ้างของเธอล็อคเป้าทำธุรกิจส่งออก เธอก็จะต้องมีความรู้เรื่องนี้เช่นเดียวกัน

เหนื่อยแทบตาย แลกมาด้วยเงินค่าจ้างไม่กี่หมื่น 

            แต่กับงานนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เธอแทบไม่ต้องทำอะไร สวมหน้ากาก เป็นใบ้ และเก็บความลับ ก็สามารถเรียกค่าตัวได้แล้ว

            นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

            เขากำลังทำให้เธอรู้สึกชั่งใจ ความง่ายของงานทำให้เธอคิดแล้วคิดอีก ไม่รู้เลยว่าความเสี่ยงอยู่ตรงไหน แถมมีความสงสัยอยู่หลายจุด

            ว่าแต่ใช้โทรศัพท์ได้ไหมนะ

            เธอเพ่งสายตาเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้ง คราวนี้เห็นเงาของเขาทอดยาวพาดผ่านขยับวูบวาบ ราวกับกำลังยืนทำอะไรบางอย่าง เธอจึงลองถามดู ก่อนถามก็สูดลมหายใจเต็มปอดก่อนหนึ่งอึก

            “คุณคะ”           

            ทว่าไม่มีเสียงตอบรับ และเหมือนว่าเงานั้นจะหยุดขยับไปด้วย เมื่อเขาไม่ตอบกลับความประหม่าจึงตกอยู่ที่เธอทันที หญิงสาวเผยอริมฝีปากเลือกไม่ถูกระหว่างเรียกเขาใหม่หรือเงียบไปไม่พูดต่อ ก่อนจะเลือกอย่างแรก แต่พอจะเปล่งเสียงออกไปอีกครั้งเท่านั้นแหละ กลับไม่พูดไม่ออก เธอไม่กล้า

            ลลิสาลบริมฝีปาก ก้มหน้างุด คิ้วขมวด

            เอาไงดี..

            ในตอนนั้นหญิงสาวคิดว่าเธอนั่งอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว รายละเอียดก็รู้แล้ว เหลือแต่เซ็นแล้วก็ออกไปได้เลย แต่ก่อนจะเซ็นจะต้องเรียกค่าตัวก่อน ซึ่งตรงนี้แหละที่กำลังสร้างปัญหา

            เสียงถอนหายใจดังขึ้นท่ามกลางความสงบ ที่มีแค่เสียงน้ำพุไหลอยู่ในอ่าง  ความกดดัน อยากจะออกไปจากที่นี่ จุดความกล้าให้เธอด่วนตัดสินใจทันทีโดยพลการ

เธอคิดว่าในเมื่อเขาไม่เห็นหัว เธอก็จะเรียกให้มันหนักๆไปเลย ว่าแล้วก็หยิบปากกาสไตลัสขึ้นมาเขียนจำนวนเงินและตวัดลายเซ็น ก่อนจะลุกขึ้น

            “เรียบร้อยแล้วค่ะ”

            กำลังจะอ้าปากบอกลา ทว่าประตูถูกเปิดเข้ามาซะก่อน โดยคนที่เปิดเป็นคนเดียวกันกับที่พาพวกเธอมาที่นี่...คานโล

            “เชิญครับคุณลลิสา ผมจะไปส่ง”

            เขารู้ได้อย่างไรว่าเธอเสร็จแล้ว คนข้างในคงบ่งการและควบคุมอยู่สินะ

            หลังมีการตอบตกลงและเซ็นเอกสารร่วมงานกับผู้ไม่ประสงค์บอกนาม ลงไปในแท็บเล็ตนั้นแล้ว หลังจากนั้นในขณะเดินทางกลับ จู่ๆ คนของเขาก็แจ้งการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

            “นายสั่งให้ผมหาที่พักใหม่ให้กับพวกคุณ เพื่อความสะดวกตอนไปรับ ไม่ทราบว่าพวกคุณสะดวกไหมครับ”

            ในตอนนั้นเธอจำได้ว่าจิ๋ว ผู้จัดการส่วนตัวของเธอหันไปมองเขาจนหน้าสั่น เพราะเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขของข้อตกลง นั่นหมายความว่าเขากำลังอาสามารับพวกเธอ

              และแน่นอนว่าคนที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหัวใจของเทศกาลเวนิสมากนัก ไม่ค่อยช่ำชองต่อการเดินทางสักเท่าไหร่ จึงไม่ควรปฏิเสธ สุดท้ายก็ได้มาอยู่ที่พักใหม่ โรงแรมหรูระดับห้าดาวที่มีประตูน้ำส่วนตัว เหมาะต่อการเดินทางที่รวดเร็ว

            ทันทีที่มาถึงหลังจากแยกกับคานโล และขึ้นมายังที่พักโดยมีพนักงานจัดการสัมภาระให้ทุกขั้นตอน โดยไม่ต้องทำกันเองแล้วนั้น

            “เห็นหน้าเขาไหม ดูเป็นคนอย่างไง น่ากลัวปะ”

            ผู้จัดการส่วนตัวก็วางเครื่องซักผ้าเตรียมเอาเธอยัดใส่ลงถังทันที ก่อนกดปุ่มดำเนินการเพื่อทำการ.. ซัก!

            ดวงตาคู่สวยปรายตาไปมอง ถอนหายใจ สีหน้าที่ตึงเครียดนำพาให้รอยยิ้มตื่นเต้นของคนถามหายไปในพริบตาเดียว

            “ไม่เห็น”

            “อ่าว”

            “เขานั่งหันหลัง”

            เธอเป็นจิ๋วเธอก็งง หรือต่อให้เป็นใคร ก็ไม่เข้าใจ ต่อการกระทำของเขา ลลิสาก้มหน้าลง หลังกวาดตามองไปรอบห้องจนหนำใจแล้ว แอบชื่นชมรสนิยมของเขาอยู่เป็นนิจ และกลิ่นอายความรวยของเขาที่ลอยเข้ามาปะทะจมูกผ่านการจินตนาการจนเผลอยิ้ม แต่เพียงแค่นึกถึงการกระทำของเขาในวันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นภายในใจก็ลดลง

            ถึงเขาจะดูดี แต่เขาก็ดูอันตราย

            หลังจากที่เธอเล่าทุกอย่างที่เจอมาให้จิ๋วฟัง คนตรงหน้าก็นั่งตัวแข็งทื่อทันที สาเหตุไม่ใช่เพราะเรื่องของเขา เพราะเรื่องนั้นจิ๋วตกใจและร้องห๊ะไปหลายครั้งระหว่างที่เธอเล่าแล้ว ที่ทำให้นั่งนิ่ง ตาขึงกว้างมองเธออยู่นั้นเป็นเรื่องค่าตัวของเธอต่างหาก

            “เรียกไปห้าสิบล้าน!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ล่ามเมีย    บทที่ 154 ลำบากเธอจนได้

    หลังจากทำกายภาพเสร็จ ด้วยพลังอันล้นเปี่ยมของเหมันต์ที่เหมือนจะมีมากกว่าทุกวัน เนื่องจากคนช่วยคือเมียสุดที่รัก เขาก็ได้พักเหนื่อย ทว่าลลิสากลับไม่ยอมปล่อย เธอจัดการล็อกล้อรถเข็นเอาไว้ ก่อนจะขยับเข้าไปยืนชิดจนหน้าขาของเธอเบียดกับเข่าของร่างสูง เหมันต์มองหน้ามองหญิงสาว หัวใจเต้นแรงกับความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมานาน “ถอยไปก่อน ตัวผมมีแต่เหงื่อ” เขาปรามเสียงแหบพร่า พยายามจะดันเอวบางออกเบาๆ แต่ฝ่ามือหนากลับรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตเมื่อสัมผัสถูกผิวเนียน “ไม่ถอยค่ะ” ลลิสาจ้องลึกเข้าไปในตา แทนที่จะถอยเธอกลับค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งค่อมบนตัก ท่าทางล่อแหลมนั้นทำให้เหมันต์สูดหายใจเข้าลึก สัญชาตญาณความดิบเถื่อนปลุกความเป็นชายตื่นตัวทันที “ลลิสา..คุณกำลังปลุกมันนะ” เหมันต์เตือน เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า มือหนาเปลี่ยนเป็นรวบเอวคอกิ่วของเธอไว้แน่นเพื่อยึดไม่ให้เธอตก แต่อีกใจคือเขาไม่อยากปล่อยเธอไปไหนอีกแล้ว “ปลุกได้ก็ดีสิ” ลลิสาส่งยิ้มยั่วเย้า มือเรียวซุกซนลูบไล้ไปตามแผงอก ผ่านเนื้อผ้านุ่มที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกเพราะความร้อน “ไหน

  • ล่ามเมีย    บทที่ 153 คำบอกรัก

    ภายในห้องกระจกใสของศูนย์ฟื้นฟูร่างกาย แสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องกระทบแผ่นหลังกว้างของเหมันต์ ชายหนุ่มที่ใครๆก็คิดว่าเสียชีวิตไปแล้ว กำลังนั่งอยู่บนรถเข็น ขณะเดียวกันกรามของเขาก็ขบกันแน่นขมับขึ้นเส้นเลือดปูดโปน มือหนาทั้งสองข้างเกาะราวเหล็ก พยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืน ตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด แต่ขาที่ไร้ความรู้สึกกลับทรุดลงไปนั่งกับรถเข็นอีกครั้งอย่างไม่ใยดี เหมันต์ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะบีบขาตัวเองและนวดแรงๆ “ทำไม่ได้...” “ใจเย็นๆค่ะ สาอยู่ตรงนี้แล้ว คุณไม่ต้องรีบ” เสียงหวานสั่นเครือ แต่คุ้นเคยดังขึ้นจากประตู เหมันต์ชะงักค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง ขณะเดียวกันก็คลายมือตรงหัวเข่าไปด้วย นั่งรอร่างเล็กที่กำลังเดินเข้ามาจนทรุดตัวลงนั่งยองตรงหน้าตัวเอง “ผม..” “ไม่ต้องฝืน..” มือบางยื่นมาทาบทับบนหัวเข่า จุดเดียวกันกับที่เขาเผลอทำร้ายมันไปเมื่อกี้ แต่เธอกลับลูบมันเบาๆ ด้วยท่าทีทะนุถนอม “คุณค่อยๆทำ ทำสม่ำเสมอจนร่างกายคุณชิน มันจะมีสักวันที่คุณทำได้..เดินได้อีกครั้ง” แม้กำลังใจของเธอจะมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง แต่ดวงตาคู่

  • ล่ามเมีย    บทที่ 152 เจอกันอีกครั้ง

    “นั่นน่ะสิ” เสียงเบาหวิวราวขนนก ดุจล่องลอยอยู่บนอากาศดังเสมือนได้ยินแค่เพียงตัวเอง หากแต่เรียกหัวคิ้วบางของลลิสาชนกัน “อาจเป็นเพราะผมคิดถึงคุณจนทนไม่ไหวแล้วมั้ง ในแต่ละวันที่ตื่นมาผมเหมือนคนที่กำลังจะตายจริงๆเลย” เข้าใจแล้วว่าเมื่อวานคงเป็นภาวะแสงสุดท้ายของเขา ที่ได้เจอเธอแล้ว และกลัวว่าจะสูญเสียไปอีก กลัวว่าจะตายจากกันจริงๆ ถึงได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ผ่านการกระตุ้นจากคำพูดของคานโล ผู้ที่สนับสนุนเขาอย่างเป็นการอยู่เรื่อย “คุณอยู่ในสภาพแบบนี้ สาก็โกรธไม่ลงสินะคะ” “คุณโกรธไม่เป็นต่างหาก” “เป็นสิ..แต่กับคุณไม่รู้ทำไม” ใช่.. น่าแปลก กับผู้ชายคนนี้ ถ้าเขาทำเรื่องที่ผิดก็ว่าไปตามถูกจนน่าโมโหตัวเอง บางครั้งเรื่องที่เขาทำมันไม่น่าให้อภัย แต่เธอกลับมองข้ามมันจนน่าหมั่นไส้ หยาดน้ำตาที่กลิ้งลงมาสดๆถูกกำจัดไปด้วยก้านนิ้วแกร่ง ม่านตาพร่ามัวในทีแรกจึงกระจ่างขึ้น เห็นใบหน้าของเขาชัดเจน หลังจากไม่ได้เห็นมานานหลายเดือน เขาใจร้ายเธอยอมรับ แต่อีกด้านก็ยังมีความใจดี ถึงลึกๆจะ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 151 แล้วตอนนี้ทำไมบอก

    รถที่ถูกเรียกมาจากสนามบินแล่นเข้ามาจอดเทียบประตูบ้านหลังเดิมที่เธอเพิ่งจากมาเมื่อวาน ก่อนจะลงมายืนเหยียบพื้นแล้วปิดประตูกลับไป รถวิ่งออกไปนานแล้วแต่ร่างเล็กยังคงยืนอยู่กับที่ มองคฤหาสน์ที่ไกลออกไป แต่ยังคงใหญ่ราวกับอยู่ใกล้กัน ทั้งที่ทางเดินเขืทิ้งระยะห่างไปแล้วเกือบครึ่งกิโล ลลิสาสูดหายใจเข้าปอดสุดลึก เลือกที่จะเดินทอดน่องเข้าไปทั้งที่หัวใจกำลังเต้นแรง สิ่งแรกที่กีดขวางระหว่างความคิดและความจริงชนวนเหตุที่ทำให้ลุ้นคือบานประตู เธอตั้งความหวังขณะมาว่าต้องเป็นเขาคนที่อ่านข้อความนั้นไปแล้ว หากไม่ใช่คงผิดหวังน่าดู เอาล่ะ! มาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม ตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน รอบบริเวณยังคงเป็นเหมือนเดิมตอนที่เธอเคยมา ถ้ามองอีกมุมตอนนี้คล้ายว่าเธอกำลังบุกรุก แน่นอนว่าคนที่อุตส่าห์บากหน้ามาด้วยความรู้สึกหัวใจแทบจะหยุดเต้นจะไม่มีทางสนใจเรื่องนี้ มือเรียวเย็นเฉียบกำโทรศัพท์ไว้แน่นขณะมองไปรอบบริเวณบ้าน หลังผลักประตูเข้ามาแล้ว “เหมันต์” เธอตะโกนเรียกเขา แหงนหน้ามองไปยังบันไดวนตรงชั้นสองของโถงกว้าง

  • ล่ามเมีย    บทที่ 150 ในที่สุด

    เสียงฝีเท้าแผ่วเบาของลลิสาค่อยๆ ห่างออกไปพร้อมกับเสียงบานประตูปิดลง ความเงียบงันอันหนักอึ้งเข้าจู่โจมห้องทำงานสลัวทันที หลังม่านกำมะหยี่ผืนหนาสีทึบนั้น ร่างใหญ่ของเหมันต์นั่งอยู่บนวีลแชร์นิ่งราวกับรูปสลัก ทว่าภายในใจกลับมีไฟแผดเผาอย่างร้อนแรง มือหนาสั่นเทาราวกับหนาวเหน็บ ขณะทาบวางบนหน้าขาของตัวเอง “นายครับ เธอไปแล้วครับ” เสียงทุ้มของคานโลดังขึ้นหลังก้าวเข้ามา มองหาร่างของนายอยู่หลังม่านทึบ ทันทีที่สบเข้ากันกับสายตาแดงก่ำและเจ็บปวด ถึงกับต้องเร่งก้มหน้าลง ไม่กล้าที่จะมองต่อ เช่นนั้นมันไม่ต่างกับการมองเยาะเย้ย อีกอย่างเขาไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรเช่นกัน เหมันต์ไม่ตอบในทันที เขาหลับตาลง เสียงประกาศกร้าวของลลิสาก่อนหน้านี้ ยังสะท้อนอยู่ในหัวของเขา “อืม” ลูกน้องคนสนิทเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเห็นสภาพของคนทั้งคู่ ก็อยากจะพูดอะไรสักหน่อย “นายครับ ผมว่า.. ชีวิตคนเรามันสั้นนะครับ” “มึงจะพูดอะไร” “แบบว่า...เราควรทำอะไรที่เราอยากทำ ไม่ควรฝืนใจอะไรทำนองนี้ บอกตรงๆนะครับ ผมเห็นสภ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 149 เหมือนจะรู้

    “เอ่อ.. อ๋อ แดดไงครับคุณสา แดดที่มิลานช่วงบ่ายมันส่องทะลุกระจกเข้ามาตรงนี้พอดีเป๊ะ โดนเบาะหนังมันเลยอมความร้อนเอาไว้ครับ คุณมาโดนก็เลย..” ตอนนี้สมองของลูกน้องคนสนิทผู้วายชนม์ปลอมหมุนติ้วๆ เร็วเหนือแสง พยายามจะคิดหาคำตอบ แต่คนที่ถนัดฆ่ามากกว่าการโกหกอย่างเขาถึงได้อ้ำอึ้ง แสดงพิรุธหลายอย่างออกมา “แดดเหรอ? แต่ม่านหน้าต่างปิดทึบขนาดนี้ แดดที่ไหนจะส่องทะลุผ้ากำมะหยี่เข้ามาได้ล่ะ...ม่านนั้นถูกสั่งมาบังแดดโดยเฉพาะไม่ใช่เหรอ” ลลิสากะต้อนให้จนมุม เธอเดินสำรวจรอบห้องอย่างละเอียดขึ้น ด้วยความหวังปนหวาดระแวง ในขณะเดียวกัน...ด้านหลังผ้าม่านกำมะหยี่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงมืด เหมันต์ในสภาพอยู่บนรถเข็นไฟฟ้านั่งนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น ประโยคและเสียงของลลิสาอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสามเมตร หัวใจของมาเฟียหนุ่มกระตุกวาบ และเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาอยากกระชากม่านนั้นแล้วดึงเธอเข้ามากอดให้หายคิดถึงแน่นๆ แต่สถานการณ์และแผนการแกล้งตายที่ยังต้องใช้งานอยู่บังคับให้เขาต้องแข็งใจ “คุณลลิสาสงสัยอะไรเหรอครับ” มือหนากำพนักรถเข็นแน่นจนขึ้นสัน เขาไม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status