FAZER LOGIN14 สั่งยกน้ำชา
จนค่อนบ่าย หงส์หยกยังไม่ยอมไปตึกเฟยหลง ภาพที่เจี้ยงหลงคีบผัดซีอิ๊วเนื้อเข้าปากยังติดตา เธอจึงนั่งใต้ต้นไม้ฆ่าเวลา รอให้ตะวันคล้อยต่ำ
“เจ่เจ๊อยู่ที่นี่เอง นายใหญ่ให้มาตาม”
หงส์หยกหันไปเห็นจินเยว่เดินกะเผลกเข้ามา “อ้าว เดินได้แล้วเหรอ เมื่อเช้ายังดูไม่ดีเลย”
เธอรีบประคองจินเยว่ให้นั่งที่เก้าอี้ใต้ต้นอิงฮวา
“ก็อยากพักอยู่หรอก แต่นายใหญ่ให้คนมาตามอาเจ่ตั้งนานแล้ว ตอนนี้ข้างบนวุ่นวายกันมาก”
คิ้วซ้ายหงส์หยกกระตุกถี่ “งั้นเจ่เจ๊ไปก่อนนะ จินเยว่เดินกลับเองได้ใช่ไหม”
“ได้ อาเจ่รีบไปเถอะ เดี๋ยวนายใหญ่จะพาลโกรธ”
โกรธหรือ… คนอย่างเขาน่าจะเย็นชาเกินกว่าจะอาละวาด
ครืน ! ท้องฟ้าที่เมื่อเช้ายังสดใส กลับกลายเป็นพายุโหม ฝนเม็ดใหญ่กระหน่ำลงทันที หงส์หยกเร่งฝีเท้าแต่ไม่ทัน ร่างเปียกโชกไปทั้งตัว
เธอวิ่งฝ่าเข้าประตูตึกเฟยหลง สะบัดน้ำฝนออกจากเสื้อผ้า
“เฟิ่งหวง” เสียงทุ้มดังใกล้ด้านหลังจนเธอสะดุ้ง รีบถอยออกห่าง
ดวงตาสีเทาหม่นของเขาดุดันราวพายุ “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” มือใหญ่จับข้อมือเธอดึงขึ้นชั้นสอง แม้เธอพยายามขืนก็ไม่สำเร็จ
“ให้เฟิ่งหวงกลับไปเปลี่ยนที่เรือนก็ได้ค่ะ”
เขาไม่ตอบ พาเธอเข้าห้องนอน ดันให้เดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำอุ่นใส่อ่างไม้กลม
“อาบน้ำ เดี๋ยวเป็นหวัด ผ้าคลุมอยู่ในตู้”
เขาหันหลังออกไป เสียงทุ้มสั่งทิ้งท้ายก่อนปิดประตู
“ถอดวิกออกด้วย ผมจะได้แห้ง”
หงส์หยกเหลียวมองร่างสูงที่ปิดประตูห้องน้ำตามหลัง เมื่อกำชับทุกอย่างเสร็จ มือเรียวยกแตะทรงผมด้วยความฉงน เหตุใดเจี้ยงหลงถึงรู้ว่าเธอสวมวิก หรือว่ามันเอียง
ร่างบางหันกลับมองกระจกบานใหญ่ สำรวจใบหน้าซีดเซียวจากความหนาวเย็น วิกยังคงอยู่ดี ไม่คลาดเคลื่อน
น้ำในอ่างไม้สูงขึ้น หงส์หยกถอดชุดแขวนราว แล้วหย่อนร่างลงในน้ำอุ่นร้อน ร่างกายผ่อนคลายจากความเย็นเยียบของฝน ใบหน้าค่อยมีเลือดฝาดระเรื่อสีชมพู
มือหยิบแชมพูของนายใหญ่ ในเมื่ออนุญาต ลูกน้องก็ไม่เกรงใจ สระผมในอ่างน้ำอุ่นดั่งสวรรค์น้อย ๆ เธอใช้เวลานาน โดยไม่ดูเวลา
เมื่อน้ำเริ่มเย็น หงส์หยกลุกขึ้น เปิดน้ำทิ้ง หยิบเสื้อคลุมขนหนูสีขาวจากตู้ และผ้าเช็ดตัวผืนเล็กสำหรับผม ยืนมองตัวเองในกระจก ผูกผ้าคาดเอวแน่น ใช้ผ้าเช็ดตัวพันโพกศีรษะ แล้วเดินออกมา
“นายใหญ่ พอจะมีเสื้อผ้าให้เฟิ่งหวงเปลี่ยนไหมคะ”
เจี้ยงหลงยังยืนริมหน้าต่าง หันกลับเต็มตัว มองหญิงสาวในเสื้อคลุมขนหนูตัวยาวของเขา ศีรษะโพกผ้าเช็ดตัว ใบหน้างามระเรื่อ ริมฝีปากเย้ายวนมีสีสัน
“มานั่งตรงนี้สิ”
หงส์หยกเดินนั่งเก้าอี้หัวโล้นทรงกลมที่เขาชี้ริมหน้าต่าง เจี้ยงหลงลากเก้าอี้อีกตัวซ้อนด้านหลัง เธอรับรังสีความร้อนจากอกแกร่ง ชายหนุ่มมีกลิ่นกำยานผสมกลิ่นกายชาย มือใหญ่อุ่นร้อนปลดผ้าโพกศีรษะลง
“นายใหญ่คะ! ไม่ต้อง เดี๋ยวก็แห้งเอง”
แต่คำทักท้วงไร้ผล มืออุ่นดึงผ้าลง นำมาซับเส้นผมเปียกชื้น จากปลายขึ้นบน หงส์หยกร้อนวูบวาบขณะมือค่อยซับน้ำทีละน้อย เวลาผ่านเชื่องช้า นิ้วสัมผัสเส้นผมพร้อมผ้า ลมหายใจเป่ารดท้ายทอยจนเธอสั่นสะท้าน กว่าผมจะหมาด ร่างกายสาวปั่นป่วน ชีพจรเต้นโครมคราม กดข่มหายใจไม่ให้เร็ว กลัวเขารับรู้ความประหม่าและขัดเขิน
เขาพาดผ้าไว้ขอบหน้าต่าง หยิบหวีที่เตรียม หวีผมทีละน้อย จากปลายขึ้นบน
“นายใหญ่คะ”
หงส์หยกเอี้ยวตัวกลับ มือเล็กยั้งมือใหญ่ เจี้ยงหลงสลับมือ ทาบมือใหญ่ลงบนมือเธอ ดึงร่างโปร่งเข้าหาตัวช้า ๆ นัยน์ตาเทาหม่นดั่งฟ้าพิโรธจ้องแน่วแน่ ล้ำลึกจนเธอคาดคะเนไม่ได้
เธอมองริมฝีปากหนาหนักแน่นดั่งขุนเขาที่คล้อยต่ำ ลมหายใจอุ่นเป่ารด มีเสียงพึมพำแผ่วที่เธอไม่เข้าใจ ลอดจากลำคอยามเขาดึงเธอเข้าหา พลิกร่างลงเตียงใหญ่ ร่างแกร่งตามติด แทรกกลางระหว่างขา
“นาย...”
เสียงหงส์หยกถูกกลืนหายกับจูบเร่าร้อนที่เขาไม่ปิดบัง ดันร่างให้แก่นกายแนบเนินเนื้อ สาบเสื้อคลุมเปิดออก คนร่างเล็กใต้ร่างเผยอปากร้องห้าม แต่ลิ้นช่ำชองเกี่ยวพันหยอกล้อกึ่งบังคับให้ตอบสนอง เสียงร้องกลายเป็นครางหวานใส
เขาดูดดึงปากเย้ายวน กดครอบครองปากช่างเจรจาจนเจ็บ มือเรียวทุบบ่าแกร่งเบา ๆ ปากหนาเบาแรงแปรเป็นส่งลิ้นสากกวาดไล้ทั่วโพรงปาก มือร้อนดึงเชือกด้านหน้า ผลักสาบเสื้อออก เห็นร่างขาวโพลนเปล่งประกาย
มือลูบลงเอว กางออกทาบจับเอวดึงรั้งให้แอ่นขึ้นแนบลำตัวเร่าร้อน ลูบเลยแผ่นหลังเนียน จับเธอพลิกขึ้นด้านบน โดยไม่ผละริมฝีปากจากจูบแผดเผา
“นะ นายใหญ่ อย่าคะ เดี๋ยวก่อน อื้อ”
มือใหญ่เร่งดึงคอเสื้อคลุมลงจากลาดไหล่ทั้งสอง เปิดความนวลเนียน ผิวขาวเปล่งประกายจนเขาตาพร่า ยกศีรษะพรมจูบลาดไหล่มนไปลำคอระหง มือเรียวหงส์หยกยันร่างข้างล่าง ความอุ่นร้อนใต้ฝ่ามือบอกว่าเขากำลังเผาไหม้เช่นกัน
เขาพรมจูบลงมา ไถลลากลิ้นร้อนสู่ยอดถันเล็กสีชมพูระเรื่อ ครอบปากลงทั้งหมด ดูดดึง ลิ้นสากตวัดเลียปลายถันเป็นจังหวะ
“อื้อ นายใหญ่คะ ไม่ได้”
เสียงหงส์หยกร้องห้ามแม้สติเลอะเลือนจากไฟรัก เจี้ยงหลงตวัดร่างงามพลิกอีก ให้ลงมาอยู่ใต้กายใหญ่โน้มด้านบน ตระหง่านดั่งขุนเขา
มือดันต้นขาให้เปิด แทรกแก่นกายตั้งชันตรงกลางความเปียกชื้น ดันช้าๆ ให้เธอรับรู้ความพร้อม สีหน้าหงส์หยกหวาดหวั่น จ้องใบหน้าคมเข้ม ความปรารถนาฉายชัดในดวงตาเทาหม่นอมฟ้า
เขาวกมือลูบลงเนินเนื้อ ผ่านไรขนอ่อนนุ่มสู่ความสาวที่มีน้ำหวานเอ่อ ปลายนิ้วเปิดกลีบบาง เฝ้าดูสีหน้าเธอ แก้มเนียนแดงซ่านทีละน้อย จนแดงชาดถึงลำคอ หงส์หยกเม้มปากแน่น กลั้นคราง
เขาแทรกนิ้วเข้าความฉ่ำชื้น รับรู้ความคับแคบและเล็ก จนสัมผัสปราการบ่งบอกความสาวบริสุทธิ์ จึงละมือออก ประคองหน้างามด้วยมือเปื้อนน้ำหวาน กลิ่นอิสตรีโรยรินจนเขาอยากกลืนกินเชยชม
“ฉันจะไม่อยู่สามวัน ระหว่างนั้นให้เธอมาอยู่ตึกเฟยหลง อ่านหนังสือในห้อง หลังฉันกลับมา เราจะยกน้ำชากัน”
“ยกน้ำชา ?”
น้ำเสียงหวานหวั่นใจปนสงสัย ดวงตาอัลมอนด์ไหวระริกจ้องเขา เจี้ยงหลงปิดปากเธอด้วยจูบเร่าร้อน เขากำลังมอดไหม้ ถ้าไม่หยุดตอนนี้ หงส์หยกอาจต้องยกน้ำชาคืนนี้
เขาครอบครองปากอวบอิ่มกว้างเย้ายวน กวาดไล้ทั่วโพรงปาก หยอกเอิน เล็มริมฝีปากอย่างหลงใหล แค่จูบยังหวานล้ำ ถ้าร่วมรักจริง เขาอาจขาดใจ
เจี้ยงหลงผละจากร่างงาม ปล่อยหงส์หยกที่ยังมึนงงลุกขึ้น ดึงสาบเสื้อเข้าหากัน หน้าคมเรียวครุ่นคิดบางอย่าง อาจไม่ดีนัก เขาเฝ้าสังเกตขณะเธอลุกจากเตียง ขอเสื้อผ้าเพื่อสวมกลับเรือน
เขาหยิบชุดที่ไม่เคยใส่ กางเกงขาสั้นและเสื้อยืดธรรมดาให้เธอ เธอนิ่งสงบรับไปเปลี่ยนในห้องน้ำแล้วกอบชุดเปียกออกมา
“ฉันจะแจ้งนายแม่เอง เธอแค่เตรียมตัว”
เท้าบางชะงักก่อนออกห้อง หันมองเต็มตัว เอ่ยด้วยเสียงเย็นเยียบ
“ถ้าเช่นนั้น นายใหญ่คิดไว้หรือยังว่าจะให้เฟิ่งหวงนอนเรือนใด ในเมื่อกำลังให้ขึ้นเป็นไหน่ไนอีกคน มันคงดูไม่งามถ้ายังให้นอนเรือนไป๋หลาน ซึ่งเป็นเรือนคนใช้ นอกเสียจากนายใหญ่ให้เฟิ่งหวงเป็นแค่สาวใช้อุ่นเตียงตามธรรมเนียมโบราณ”
ใบหน้าคมเข้มขบกรามแน่น นัยน์ตาเทาวาวโรจน์สู้ตาอัลมอนด์ที่นิ่งสงบ
“ฉันจะจัดการเอง”
หงส์หยกยอบกาย หันหลังเดินออกจากห้องนอน เท้าน้อยย่ำแผ่นไม้เย็นเฉียบดั่งฝนสาดซัดช่วงบ่าย เธอมีเวลาสามวันในบ้านและเรือนหลัก เพื่อค้นหาแหวนหยก ถ้าโชคดีเจอก่อนพิธียกน้ำชา เธอจะกลับเมืองไทย แต่ถ้ายังไม่เจอ เธอจะยินยอมเป็นภรรยาเก็บของเจี้ยงหลงหรือไม่ มีเวลาเหลือเพียงสามวัน
35 จบบริบูรณ์เสียงเจี้ยงหลงปนหยอกเย้าทำให้หงส์หยกเอียงศีรษะเหลือบมอง หน้าคมเข้มยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกายหยอกล้อ ก่อนเข้มขรึมลงเมื่อหันกลับไปด้านหน้าบันได หงส์หยกหันตาม องครักษ์จำนวนมากยังยืนเรียงหน้ากระดานด้านล่าง เธอไม่คาดคิดว่าจะมีมากขนาดนี้ ถึงว่าเวลาเธอไปไหน เจี้ยงหลงถึงรู้ทุกอย่างดวงตาอัลมอนด์ไหวระริก ร่างระหงเหยียดตรง สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อองครักษ์ทั้งหมดโค้งคำนับพร้อมเปล่งเสียงเรียก“นายหญิง”ชั่วเวลาอึดใจแต่เหมือนยาวนานสำหรับหงส์หยก ภาพตรงหน้าน่าเกรงขามจนเธอถอยหลัง แต่ฝ่ามือใหญ่ดันพยุงแผ่นหลังไว้ กางมือกว้างกลางหลัง“ไม่ต้องกลัว ฉันจะอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน”หงส์หยกเงยหน้ามองเจี้ยงหลง รอยยิ้มพึงพอใจ นัยน์ตาเทาเจิดจ้า มีร่องรอยภาคภูมิใจ เธอหันกลับมององครักษ์ที่ยังโค้งค้าง“นายหญิงต้องพูดว่า ‘เงยขึ้นได้’ พวกเขาถึงจะเงยขึ้น”มือชื้นเหงื่อกำแน่นข้างลำตัว ขณะขยับปากเปล่งเสียงหวานนุ่มดังกังวาน“เงยขึ้นได้”เสียงขยับร่างกายจำนวนมากดังขึ้นพร้อมเพรียง ยืดกายดั่งลมกระทบแผ่นไม้ ไร้เสียงแต่มีเสียง สีหน้านิ่งสนิทขององครักษ์ยังทำให้ใจหงส์หยกไม่ใคร่ดีนัก“เอาล่ะ เสร็จพิธี แยกย้ายได้”เจี้ยงหลงช
34 แต่งงานร่างระหงก้าวลงจากรถหรูสีดำสนิท หลังเดินทางจากเมืองไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัวในอีกสองวันถัดมา พิธีรับเจ้าสาวเมื่อเช้าเรียบง่ายแต่เปี่ยมความตื้นตัน ของหมั้นต้องใช้คนถือราวยี่สิบคนตั้งแถวยาวจากปากซอยซอกตึกมายังบันไดบ้าน พ่อกับแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะเดินออกมาส่งเธอขึ้นรถกลิ่นน้ำใบทับทิมและใบเซียงเช่ายังติดตัวจากอาบน้ำก่อนวันเดินทาง นางเหลียนพอรู้ว่าลูกสาวต้องแต่งงานจริง จัดแจงหามาจำนวนมาก ซ้ำยังให้หงส์หยกแช่นานจนผิวซึมซาบกลิ่นหอมอ่อนหวานชุดกี่เพ้าโบราณสีแดงทอด้ายทองเจิดจรัสสะท้อนแสงอาทิตย์ เกล้าผมสูงปักปิ่นทองคำประดับหยกเก่าแก่ ด้วยความประหม่า เธอเผลอยกมือจับกิ่งทับทิมที่แม่นมวิ่งเอามาปักไว้ก่อนลงจากชั้นสองขณะก้าวเดิน พลันยิ้มออกมาเมื่อนึกภาพนายใหญ่ตระกูลเจี้ยงเดินถือถาดหมูดิบนำหน้ายื่นให้แม่ สีหน้าแม่แม้ยิ้มแย้มแต่ยังหวาดกลัว เกรงใจ มือสั่นจนถาดเกือบหล่นไม่น่าเชื่อว่าเพียงวันเดียว ญาติที่อยู่รายล้อมย่านดาวน์ทาวน์หลั่งไหลมาดั่งน้ำหลาก อั่งเปาที่เจี้ยงหลงเตรียมมาไม่พอ จนนายใหญ่ต้องปลดนาฬิกาหรูบนข้อมือวางให้อาอึ้มแทนซองที่เหลือ บรรดาญาติหยุดกั้นประตูเมื่อยกนาฬิกาขึ้นส่อง โห่ร
33 Ncร่างระหงก้มมอง ดวงตาอัลมอนด์สีน้ำตาลไหวระริกด้วยไฟปรารถนา ลมหายใจถี่รัว ไม่แพ้เขา ร่างกายเธอโหยหาเขาจนเจ็บปวด“เฟิ่งหวง แต่งงานกันเถอะนะ อย่าทรมานฉันอีกต่อไปเลย”“เจี้ยงหลง ทำไมคุณถึงอยากแต่งงานกับฉันคะ ถึงเราจะยกน้ำชากันแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรู้ ถ้าเราไม่พูดก็... อือ อือ”เขาปิดปากด้วยจูบลงทัณฑ์ กดท้ายทอยตรึงแน่น ขบเม้มแรง หงส์หยกสะดุ้งร้องเจ็บ พลิกตัวอีกครั้งจนเธออยู่ใต้ร่างแกร่ง กดหัวเข่าแทรก ดันต้นขาให้เปิดกว้าง กดแก่นกายชายสู่กลางเนินเนื้อเปลือยเปล่า“อือ อย่า อาหลง”เขาปล่อยจูบลงทัณฑ์ กลายเป็นจูบอ่อนหวาน กายชายโหยหาจนเจ็บปวด มือลดลงปลดกางเกงตนเองไม่รอช้า“บ้าจริง อาหลง อย่า อา อา”เจี้ยงหลงไม่รอถอดกางเกงออกจนสุด เสือกตัวเข้าทางรักให้เอ็นใหญ่พบช่องสวาท กระแทกแน่น ความสาวที่ร้างลำใหญ่มานานสองเดือนกลับมาปิดแคบดั่งเดิม“โอ๊ย เจี้ยงหลง”อารมณ์ชายหนุ่มมึนเมาในรสสวาท เมื่อลำร้อนสัมผัสความนุ่มในปลอกสวาท สติสัมปชัญญะพลันกระเจิดกระเจิง เขายืดตัวขึ้น จับข้อเท้าหงส์หยกไว้ กระแทกเอ็นใหญ่ถี่รัว“เฟิ่งหวง ซี้ด”หงส์หยกยังใช้มือดันอย่างไม่ยอม ทั้งที่กายสาวสะท้านไหว ร่องสวาทเริ่มมีน้ำเอ่อล้น ย
32 มาตามเมียชายร่างสูงมาเฟียแห่งมาเก๊านั่งนิ่งบนโซฟาในบ้านไม้เก่าไม่ใหญ่ไม่เล็ก ซ่อนหลังตึกใหญ่ เขาจ้องพ่อตาแม่ยายที่นั่งตรงข้าม สีหน้าทั้งคู่ไม่ดีนักเจี้ยงหลงยกนาฬิกาดู ตรงมาบ้านนี้ทันทีที่ลงเครื่อง รอเกือบสองชั่วโมง หงส์หยกยังไม่กลับใบหน้าคมเข้มนิ่งสงบภายนอก แต่ภายในปั่นป่วน ชีพจรเต้นรัว สารอะดรีนาลินหลั่งพร้อมสู้ถ้าเธอปฏิเสธ“อาหงส์มาแล้ว” แม่ยายพูดภาษาไทย เจี้ยงหลงฟังไม่ออก แต่คำ “หงส์” เขาจำได้ดีร่างสูงใหญ่พยายามนั่งนิ่ง สายตาสอดส่ายไปประตู ได้ยินเสียงทักทายเบา ๆ หน้าบ้านพ่อตาแม่ยายลุกยืนทันทีเมื่อร่างสูงโปร่งของหงส์หยกปรากฏ เจี้ยงหลงจดจ้องทุกอากัปกิริยา หญิงสาวที่ไม่ได้เห็นสองเดือนหงส์หยกซีดเซียว ผอมลงชัดเจน คิ้วเฉียงขมวดนิ่ง เธอส่งถุงกับข้าวและกรอบรูปอักษรมงคลคู่สีแดงให้เด็กในบ้าน แล้วเดินเข้าห้องนั่งเล่น“นายใหญ่รอฉันตรงนี้ ฉันจะขึ้นไปหยิบป้ายหยกลงมาให้”เจี้ยงหลงผุดลุก กรามขบแน่นสะกดอารมณ์“ฉันไม่ได้มาเอาป้าย”หงส์หยกชะงัก หันมอง เขาสวมชุดถังจวงสีดำ รูปร่างสูงใหญ่ไม่เปลี่ยน ใบหน้าคมเข้มตอบลงเล็กน้อย นัยน์ตาเทาหม่นเปล่งประกายแปลกประหลาด ไม่โหยหา ไม่โกรธ แต่ล้ำลึกกว่าเคย
31 เหล่าซือ“อาหงส์หยก นี่ลื้ออายุเท่าไรแล้ว ยังไม่แต่งงานอีก เดี๋ยวอายุมากกว่านี้จะหาแฟนไม่ได้นะ”เสียงอาอึ้มตะโกนแซวออกมาจากร้านขายของชำหน้าปากซอย เสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง หงส์หยกที่เพิ่งจอดรถมอเตอร์ไซค์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบของบนชั้น“อาอึ้ม หงส์คงได้อยู่ขึ้นคานแน่นอนค่ะ แล้วจะมาก่อกวนอาอึ้มแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นี่แหละ”“เหอะ พูดเหมือนคนไม่อยากแต่ง แต่ตาไม่เคยว่างนะ”อาอึ้มหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะหยิบขนมกับน้ำใส่ถุงยื่นให้“อ่ะ เอาไป ไม่ต้องจ่าย เก็บเงินไว้ซื้อผู้ชาย ฉันจะได้มีหลานเขยเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”หงส์หยกหัวเราะรับอย่างฝืน ๆ รับถุงจากมืออาอึ้มแล้วโค้งหัวเล็กน้อย“ถ้ามีจริง หงส์จะพามาให้อาอึ้มดูคนแรกเลยค่ะ”“พูดแบบนี้มาสิบปีแล้วนะยะ”หงส์หยกไม่ตอบ เดินเลี้ยวเข้าซอยแคบ ๆ ที่คุ้นเคย ซอยที่เธอเดินผ่านมาตั้งแต่เด็ก ซอยที่มีร้านซักรีดเก่า ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวรถเข็น และบ้านของเหล่าซืออยู่ท้ายสุดบ้านเหล่าซือเป็นบ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่ มีสวนหย่อมเล็ก ๆ หน้าบ้าน ปลูกต้นโมกกับพุดจีนให้ร่มเงา กลิ่นดอกไม้จาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศเสมอ ราวกับที่นี่ถูกตัดขาดออกจากความวุ่นวายของเมืองหงส์
30 จะไม่ปล่อยนายใหญ่ตระกูลเจี้ยง ชายร่างสูงใหญ่ลูกเสี้ยวโปรตุเกส ยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง แสงสีเทาของรุ่งสางสาดลอดม่านบางเข้ามา กระทบกรอบหน้าคมเข้มที่ซูบตอบลงเล็กน้อยจากการพักผ่อนน้อยตลอดหลายสัปดาห์เขาแหงนใบหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีเทาอมฟ้า เมฆบางลอยช้า ๆ เหมือนโลกทั้งใบยังไม่ตื่นเต็มที่แต่ตัวเขา… ตื่นมานานแล้วดวงตาสีเทาหม่นหลุบต่ำลง มองไปยังโถงทางเดินยาวทอดจากตึกหลักไปยังตึกเฟยหลง โถงเดียวกับที่ร่างระหงในชุดถังจวงสีขาวมักเดินลัดผ่านทุกเช้าเย็น โถงที่เคยเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาคิดว่า “อยู่ตรงนี้เสมอ”แต่ตอนนี้… มันว่างเปล่าเงียบเกินไป นิ่งเกินไปเหมือนหัวใจของเขาที่ว่างอยู่ครึ่งหนึ่งนี่คงถึงเวลาแล้วจริง ๆถึงเวลาที่เขาจะหยุดรอ หยุดหวัง หยุดปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นฝ่ายเลือกฝ่ายเดียวถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ หงส์หยกอาจไม่ใช่แค่กลับเมืองไทยเธออาจ “โบยบิน” ไปจากชีวิตเขาอย่างถาวรเจี้ยงหลงผละออกจากหน้าต่าง เดินออกจากห้องนอนด้วยก้าวเท้ามั่นคง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกาง







