LOGIN15 ซูเม่ย
เจี้ยงปินกับเจี้ยงไฉสบตากันเมื่อเจี้ยงหลงเอ่ยขึ้นหลังอาหารเช้าจบลง นายแม่เหลือบมองฟางเหนียงที่ใบหน้าแดงก่ำ นัยน์ตารื้นราวกับหยาดน้ำตาจะร่วงลงมาได้ทุกเมื่อ
“แต่ว่าอาหลง… เฟิ่งหวงเป็นเด็กรับใช้ของอาหงส์หยก อีกสามเดือนอาหงส์หยกก็จะมาเป็นนายหญิงของบ้าน มันดูไม่ดีต่ออาหงส์หยกนะลูก”
เจี้ยงหลงเพียงยกถ้วยน้ำชาที่ชงอ่อนจางขึ้นดื่มกลั้วปาก ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“ถ้าอย่างนั้นนายแม่ก็ให้ฟางเหนียงกลับกวางตุ้งเสีย หงส์หยกจะได้ไม่เจ็บช้ำน้ำใจเมื่อมาถึง”
มือใหญ่ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างสม่ำเสมอวางถ้วยน้ำชาลงอย่างแผ่วเบา เงยหน้ามองนายแม่ที่สีหน้าพลันซีดเผือด
“ไม่ได้นะอาหลง อาฟางเหนียงอยู่บ้านหลังนี้มาหลายปี จะให้กลับไปแล้วจะไปอยู่กับใคร”
“ถ้าเช่นนั้นก็ทำตามที่ลูกบอก อีกสามวันให้เฟิ่งหวงยกน้ำชา”
“ตะ… แต่ว่าตอนอาฟางเหนียงก็ไม่ได้ยกน้ำชา อีกอย่างทำแบบนี้มันผิดประเพณีนะลูก เฟิ่งหวงไม่ได้เป็นภรรยาเอก จะให้ยกน้ำชาไม่ได้”
“ลูกเพียงแค่บอก หวังว่านายแม่จะทำตาม อีกอย่างเรือนไป๋หลานไม่เหมาะกับเฟิ่งหวง รบกวนจัดเรื่องเรือนนอนใหม่ให้เธอด้วย”
เจี้ยงปินได้แต่มองตามแผ่นหลังลูกชายที่เดินออกไปอย่างสง่างามเหมือนเช่นทุกครั้ง ตั้งแต่เด็กจนโต เธอแทบไม่มีโอกาสได้เลี้ยงดูเขา นอกจากช่วงปีแรก หลังจากนั้นทวดเจี้ยงหมิงก็รับไปอบรมสั่งสอน เตรียมให้รับช่วงตำแหน่งผู้นำตระกูล
สายตาสูงวัยเห็นฟางเหนียงยกมือปาดน้ำตา ก่อนจะยอบกายแล้วเดินตามเจี้ยงหลงออกไป เธอได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ
“เฮ้อ… ไม่คิดเลยว่าการมาของเฟิ่งหวงจะทำให้ทุกอย่างในบ้านเปลี่ยนไปขนาดนี้”
นายพ่อที่เงียบฟังมาตลอดจึงเอ่ยขึ้น เขาถูกสอนให้เชื่อฟังประมุขของบ้าน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นลูกชายตนเองก็ตาม ธรรมเนียมบางอย่างฝังรากลึกในตระกูลเจี้ยงจนยากจะเปลี่ยน
“คนอย่างอาหลงคงคิดพิจารณามาดีแล้วจึงตัดสินใจ นายแม่อย่าได้คิดมากไป”
นายแม่ได้ยินเช่นนั้นก็เงียบไป ตั้งแต่เจี้ยงหลงรับช่วงดูแลตระกูล บ้านนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นทุกวัน ลูกชายไม่เคยปริปากบ่น ไม่เคยแสดงความเหน็ดเหนื่อย
หากเขาต้องการหญิงสาวสักคนไว้ใกล้ตัว ทั้งที่เป็นเรื่องซึ่งแทบไม่เคยร้องขอ เธอก็ยากจะปฏิเสธ
“จินเยว่ ไปตามอาเฟิ่งหวงมา”
“ค่ะ”
จินเยว่ที่ยังยืนอึ้งอยู่ในห้องอาหารรีบวิ่งออกไปทันที มุ่งหน้าไปยังเรือนไป๋หลาน ระหว่างทางเห็นฟางเหนียงเดินลับเข้าเรือนของตนเอง
“เจ่เจ๊! เจ่เจ๊!”
“อะไรจินเยว่ เรียกซะเสียงดังเชียว” หงส์หยกเดินลงบันไดเรือนไป๋หลาน เห็นจินเยว่สีหน้าร้อนรน
“รีบไปเถอะอาเจ่ นายแม่ให้มาตาม”
หงส์หยกเลิกคิ้วซ้ายขึ้นเล็กน้อย เร็วเสียจริง เธอเดินตามจินเยว่กลับไปยังเรือนหลัก
หงส์หยกยอบกายทำความเคารพนายแม่และนายพ่อ ทั้งสองสีหน้าไม่สู้ดีนัก นายแม่มองสาวรับใช้ของว่าที่ลูกสะใภ้อย่างพิจารณา ใบหน้าสะสวย ผ่องกระจ่าง ยิ่งไม่สวมวิกผมก็ยิ่งเด่นสง่า
“อาหลงพูดกับเธอแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ นายแม่”
หงส์หยกกุมมือประสานไว้หน้าท้อง ก้มหน้าตอบอย่างสุภาพ
“ฉันไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในเมื่อเป็นความประสงค์ของนายใหญ่ ฉันก็จะทำตาม วันนี้ให้ย้ายขึ้นมานอนเรือนหลักชั้นสอง มีห้องว่างอยู่หนึ่งห้องติดกับห้องของอาเหม่ย ลูกสาวคนเล็กของฉัน เดี๋ยวเธอกลับมาจากต่างประเทศก็คงได้เจอกัน”
หงส์หยกยังยืนสงบ ฟังต่อโดยไม่เอ่ยแทรก
“อีกสามวันจะมีพิธียกน้ำชา ฉันจะเตรียมชุดให้แบบเรียบ ๆ ไม่ต้องดูฤกษ์อะไรทั้งนั้น ไปได้แล้ว ไปเตรียมย้ายของมา”
“ค่ะ นายแม่”
หงส์หยกยอบกายแล้วถอยออกจากห้องอาหาร ใจยังครุ่นคิดถึงท่าทีของนายแม่ เธอเป็นเพียงสาวรับใช้ แต่กลับต้องยกน้ำชา ซึ่งผิดธรรมเนียมชัดเจน
แต่เธอไม่มีเวลาคิดเรื่องนั้นนัก
ในเมื่อยังมีเรื่องสำคัญกว่านั้นรออยู่บ่ายนี้… เธอต้องไปตึกเฟยหลงให้ได้ และต้องหา “ของสิ่งนั้น” ให้เจอเสียที.
“นายใหญ่”
เจี้ยงหลงเงยหน้าขึ้นจากเอกสารกองใหญ่ที่เขาไม่ได้แตะต้องมาหลายวัน เห็นลี่จิ่นเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มภาพถ่ายใบใหญ่
เขารับมาดูทีละใบ
ในภาพเป็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง สวมชุดถังจวงสีขาว เกล้าผมขึ้นสูง มีเพียงปิ่นไม้ปักประดับอย่างเรียบง่าย
ภาพถูกถ่ายจากหลายมุมห้องทำงาน ห้องโถง ห้องนอน อิริยาบถต่าง ๆ ล้วนบอกชัดว่าเธอกำลัง “ค้นหา” บางสิ่ง
สิ่งที่เขารู้ดีว่าคืออะไร
“นายใหญ่ จะให้ผมจัดการอะไรไหมครับ” ลี่จิ่นถาม
เจี้ยงหลงส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่ต้อง ปล่อยให้เธอหาไป”
“ครับ”
ลี่จิ่นออกจากห้องไปแล้ว แต่เจี้ยงหลงยังนั่งมองภาพในมือ ภาพถ่ายคมชัดจนเห็นทุกเส้นผม ทุกอิริยาบถ
แต่ถึงอย่างนั้น… ก็ยังไม่สวยเท่าตัวจริง
มุมปากเขาเผลอยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงจูบเมื่อคืนก่อน
อีกไม่กี่วัน… หญิงสาวที่หยิ่งและดื้อรั้นคนนั้นจะต้องอยู่ใต้ร่างเขาอย่างไม่มีทางเลี่ยงก๊อก ก๊อก
“เข้ามา”
เขาเก็บภาพทั้งหมดลงลิ้นชักก่อนเงยหน้าขึ้น ซูเม่ยก้าวเข้ามาในชุดกี่เพ้าสีแดงสด รูปร่างอวบอัดพอดีส่วน ริมฝีปากแต้มสีแดงจัดจ้าน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยมาก่อนตัว
เธอยอบกายเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามานั่งบนพนักแขนเก้าอี้ตามความเคยชิน แขนเรียวพาดหลังคอเขา อีกมือลูบไล้แผงอกแน่น
“นายใหญ่ไม่มาเสียหลายวัน ซูเม่ยคิดถึงจนทนไม่ไหวเลย”
เจี้ยงหลงเบือนหน้าหนี ดึงมือเธอออกจากลำคอ “ต่อไปไม่ต้องมาหาฉันที่นี่อีก”
ซูเม่ยชะงัก
“มีอะไรฉันจะเรียกเอง”
“แต่ว่า… นายใหญ่ ซูเม่ยคิดถึงนายใหญ่”
ร่างเล็กเอนเข้าหา ความต้องการในดวงตาไม่ปิดบัง เธอไม่ได้เจอเขาหลายวัน ร่างกายยังโหยหา
“ซูเม่ย” เสียงเขาเรียบจนเย็น “ต่อไปฉันจะไม่เรียกใช้เธออีก” มือใหญ่จับข้อมือเธอที่กำลังเลื่อนต่ำลง “ต้องการอะไรให้แจ้งลี่จิ่น เขาจะจัดการให้”
ซูเม่ยมองเขานิ่ง ใบหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนสี “…หมายความว่าอะไรคะ”
เจี้ยงหลงลุกขึ้นยืน “ฉันขอบใจที่อยู่รับใช้มาทั้งหมด แต่จากนี้ไป เธอไม่ต้องมาหาฉันอีกแล้ว”
“ทำไมคะนายใหญ่ ซูเม่ยทำอะไรผิด?” เธอถลาเกาะแขนเขาไว้แน่น เสียงเริ่มสั่น
“ซูเม่ยรักนายใหญ่ ให้ซูเม่ยอยู่ต่อเถอะนะคะ”
“ลี่จิ่น” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างเด็ดขาด
ลี่จิ่นเข้ามาทันที เห็นภาพหญิงสาวน้ำตาคลอเกาะแขนนายใหญ่ไม่ยอมปล่อย
“ซูเม่ย” เจี้ยงหลงพูดโดยไม่หันมอง “เธอยังร้องเพลงที่นี่ได้เหมือนเดิม คอนโดหลังนั้นฉันยกให้ ถ้าต้องการอะไรเพิ่มแจ้งลี่จิ่น”
เขาพยักหน้าให้องครักษ์ ลี่จิ่นเข้ามาดึงซูเม่ยออกจากแขนเขาอย่างสุภาพแต่แน่นหนา ซูเม่ยถูกพาออกไปทั้งน้ำตา ใบหน้ายังเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
จนกระทั่งประตูห้องปิดลง ซูเม่ยจึงเริ่ม “เข้าใจ”
หรือเพราะผู้หญิงคนนั้น… ว่าที่คู่หมั้นจากเมืองไทย
กำลังจะมาแทนที่เธอ
35 จบบริบูรณ์เสียงเจี้ยงหลงปนหยอกเย้าทำให้หงส์หยกเอียงศีรษะเหลือบมอง หน้าคมเข้มยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกายหยอกล้อ ก่อนเข้มขรึมลงเมื่อหันกลับไปด้านหน้าบันได หงส์หยกหันตาม องครักษ์จำนวนมากยังยืนเรียงหน้ากระดานด้านล่าง เธอไม่คาดคิดว่าจะมีมากขนาดนี้ ถึงว่าเวลาเธอไปไหน เจี้ยงหลงถึงรู้ทุกอย่างดวงตาอัลมอนด์ไหวระริก ร่างระหงเหยียดตรง สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อองครักษ์ทั้งหมดโค้งคำนับพร้อมเปล่งเสียงเรียก“นายหญิง”ชั่วเวลาอึดใจแต่เหมือนยาวนานสำหรับหงส์หยก ภาพตรงหน้าน่าเกรงขามจนเธอถอยหลัง แต่ฝ่ามือใหญ่ดันพยุงแผ่นหลังไว้ กางมือกว้างกลางหลัง“ไม่ต้องกลัว ฉันจะอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน”หงส์หยกเงยหน้ามองเจี้ยงหลง รอยยิ้มพึงพอใจ นัยน์ตาเทาเจิดจ้า มีร่องรอยภาคภูมิใจ เธอหันกลับมององครักษ์ที่ยังโค้งค้าง“นายหญิงต้องพูดว่า ‘เงยขึ้นได้’ พวกเขาถึงจะเงยขึ้น”มือชื้นเหงื่อกำแน่นข้างลำตัว ขณะขยับปากเปล่งเสียงหวานนุ่มดังกังวาน“เงยขึ้นได้”เสียงขยับร่างกายจำนวนมากดังขึ้นพร้อมเพรียง ยืดกายดั่งลมกระทบแผ่นไม้ ไร้เสียงแต่มีเสียง สีหน้านิ่งสนิทขององครักษ์ยังทำให้ใจหงส์หยกไม่ใคร่ดีนัก“เอาล่ะ เสร็จพิธี แยกย้ายได้”เจี้ยงหลงช
34 แต่งงานร่างระหงก้าวลงจากรถหรูสีดำสนิท หลังเดินทางจากเมืองไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัวในอีกสองวันถัดมา พิธีรับเจ้าสาวเมื่อเช้าเรียบง่ายแต่เปี่ยมความตื้นตัน ของหมั้นต้องใช้คนถือราวยี่สิบคนตั้งแถวยาวจากปากซอยซอกตึกมายังบันไดบ้าน พ่อกับแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะเดินออกมาส่งเธอขึ้นรถกลิ่นน้ำใบทับทิมและใบเซียงเช่ายังติดตัวจากอาบน้ำก่อนวันเดินทาง นางเหลียนพอรู้ว่าลูกสาวต้องแต่งงานจริง จัดแจงหามาจำนวนมาก ซ้ำยังให้หงส์หยกแช่นานจนผิวซึมซาบกลิ่นหอมอ่อนหวานชุดกี่เพ้าโบราณสีแดงทอด้ายทองเจิดจรัสสะท้อนแสงอาทิตย์ เกล้าผมสูงปักปิ่นทองคำประดับหยกเก่าแก่ ด้วยความประหม่า เธอเผลอยกมือจับกิ่งทับทิมที่แม่นมวิ่งเอามาปักไว้ก่อนลงจากชั้นสองขณะก้าวเดิน พลันยิ้มออกมาเมื่อนึกภาพนายใหญ่ตระกูลเจี้ยงเดินถือถาดหมูดิบนำหน้ายื่นให้แม่ สีหน้าแม่แม้ยิ้มแย้มแต่ยังหวาดกลัว เกรงใจ มือสั่นจนถาดเกือบหล่นไม่น่าเชื่อว่าเพียงวันเดียว ญาติที่อยู่รายล้อมย่านดาวน์ทาวน์หลั่งไหลมาดั่งน้ำหลาก อั่งเปาที่เจี้ยงหลงเตรียมมาไม่พอ จนนายใหญ่ต้องปลดนาฬิกาหรูบนข้อมือวางให้อาอึ้มแทนซองที่เหลือ บรรดาญาติหยุดกั้นประตูเมื่อยกนาฬิกาขึ้นส่อง โห่ร
33 Ncร่างระหงก้มมอง ดวงตาอัลมอนด์สีน้ำตาลไหวระริกด้วยไฟปรารถนา ลมหายใจถี่รัว ไม่แพ้เขา ร่างกายเธอโหยหาเขาจนเจ็บปวด“เฟิ่งหวง แต่งงานกันเถอะนะ อย่าทรมานฉันอีกต่อไปเลย”“เจี้ยงหลง ทำไมคุณถึงอยากแต่งงานกับฉันคะ ถึงเราจะยกน้ำชากันแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรู้ ถ้าเราไม่พูดก็... อือ อือ”เขาปิดปากด้วยจูบลงทัณฑ์ กดท้ายทอยตรึงแน่น ขบเม้มแรง หงส์หยกสะดุ้งร้องเจ็บ พลิกตัวอีกครั้งจนเธออยู่ใต้ร่างแกร่ง กดหัวเข่าแทรก ดันต้นขาให้เปิดกว้าง กดแก่นกายชายสู่กลางเนินเนื้อเปลือยเปล่า“อือ อย่า อาหลง”เขาปล่อยจูบลงทัณฑ์ กลายเป็นจูบอ่อนหวาน กายชายโหยหาจนเจ็บปวด มือลดลงปลดกางเกงตนเองไม่รอช้า“บ้าจริง อาหลง อย่า อา อา”เจี้ยงหลงไม่รอถอดกางเกงออกจนสุด เสือกตัวเข้าทางรักให้เอ็นใหญ่พบช่องสวาท กระแทกแน่น ความสาวที่ร้างลำใหญ่มานานสองเดือนกลับมาปิดแคบดั่งเดิม“โอ๊ย เจี้ยงหลง”อารมณ์ชายหนุ่มมึนเมาในรสสวาท เมื่อลำร้อนสัมผัสความนุ่มในปลอกสวาท สติสัมปชัญญะพลันกระเจิดกระเจิง เขายืดตัวขึ้น จับข้อเท้าหงส์หยกไว้ กระแทกเอ็นใหญ่ถี่รัว“เฟิ่งหวง ซี้ด”หงส์หยกยังใช้มือดันอย่างไม่ยอม ทั้งที่กายสาวสะท้านไหว ร่องสวาทเริ่มมีน้ำเอ่อล้น ย
32 มาตามเมียชายร่างสูงมาเฟียแห่งมาเก๊านั่งนิ่งบนโซฟาในบ้านไม้เก่าไม่ใหญ่ไม่เล็ก ซ่อนหลังตึกใหญ่ เขาจ้องพ่อตาแม่ยายที่นั่งตรงข้าม สีหน้าทั้งคู่ไม่ดีนักเจี้ยงหลงยกนาฬิกาดู ตรงมาบ้านนี้ทันทีที่ลงเครื่อง รอเกือบสองชั่วโมง หงส์หยกยังไม่กลับใบหน้าคมเข้มนิ่งสงบภายนอก แต่ภายในปั่นป่วน ชีพจรเต้นรัว สารอะดรีนาลินหลั่งพร้อมสู้ถ้าเธอปฏิเสธ“อาหงส์มาแล้ว” แม่ยายพูดภาษาไทย เจี้ยงหลงฟังไม่ออก แต่คำ “หงส์” เขาจำได้ดีร่างสูงใหญ่พยายามนั่งนิ่ง สายตาสอดส่ายไปประตู ได้ยินเสียงทักทายเบา ๆ หน้าบ้านพ่อตาแม่ยายลุกยืนทันทีเมื่อร่างสูงโปร่งของหงส์หยกปรากฏ เจี้ยงหลงจดจ้องทุกอากัปกิริยา หญิงสาวที่ไม่ได้เห็นสองเดือนหงส์หยกซีดเซียว ผอมลงชัดเจน คิ้วเฉียงขมวดนิ่ง เธอส่งถุงกับข้าวและกรอบรูปอักษรมงคลคู่สีแดงให้เด็กในบ้าน แล้วเดินเข้าห้องนั่งเล่น“นายใหญ่รอฉันตรงนี้ ฉันจะขึ้นไปหยิบป้ายหยกลงมาให้”เจี้ยงหลงผุดลุก กรามขบแน่นสะกดอารมณ์“ฉันไม่ได้มาเอาป้าย”หงส์หยกชะงัก หันมอง เขาสวมชุดถังจวงสีดำ รูปร่างสูงใหญ่ไม่เปลี่ยน ใบหน้าคมเข้มตอบลงเล็กน้อย นัยน์ตาเทาหม่นเปล่งประกายแปลกประหลาด ไม่โหยหา ไม่โกรธ แต่ล้ำลึกกว่าเคย
31 เหล่าซือ“อาหงส์หยก นี่ลื้ออายุเท่าไรแล้ว ยังไม่แต่งงานอีก เดี๋ยวอายุมากกว่านี้จะหาแฟนไม่ได้นะ”เสียงอาอึ้มตะโกนแซวออกมาจากร้านขายของชำหน้าปากซอย เสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง หงส์หยกที่เพิ่งจอดรถมอเตอร์ไซค์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบของบนชั้น“อาอึ้ม หงส์คงได้อยู่ขึ้นคานแน่นอนค่ะ แล้วจะมาก่อกวนอาอึ้มแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นี่แหละ”“เหอะ พูดเหมือนคนไม่อยากแต่ง แต่ตาไม่เคยว่างนะ”อาอึ้มหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะหยิบขนมกับน้ำใส่ถุงยื่นให้“อ่ะ เอาไป ไม่ต้องจ่าย เก็บเงินไว้ซื้อผู้ชาย ฉันจะได้มีหลานเขยเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”หงส์หยกหัวเราะรับอย่างฝืน ๆ รับถุงจากมืออาอึ้มแล้วโค้งหัวเล็กน้อย“ถ้ามีจริง หงส์จะพามาให้อาอึ้มดูคนแรกเลยค่ะ”“พูดแบบนี้มาสิบปีแล้วนะยะ”หงส์หยกไม่ตอบ เดินเลี้ยวเข้าซอยแคบ ๆ ที่คุ้นเคย ซอยที่เธอเดินผ่านมาตั้งแต่เด็ก ซอยที่มีร้านซักรีดเก่า ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวรถเข็น และบ้านของเหล่าซืออยู่ท้ายสุดบ้านเหล่าซือเป็นบ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่ มีสวนหย่อมเล็ก ๆ หน้าบ้าน ปลูกต้นโมกกับพุดจีนให้ร่มเงา กลิ่นดอกไม้จาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศเสมอ ราวกับที่นี่ถูกตัดขาดออกจากความวุ่นวายของเมืองหงส์
30 จะไม่ปล่อยนายใหญ่ตระกูลเจี้ยง ชายร่างสูงใหญ่ลูกเสี้ยวโปรตุเกส ยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง แสงสีเทาของรุ่งสางสาดลอดม่านบางเข้ามา กระทบกรอบหน้าคมเข้มที่ซูบตอบลงเล็กน้อยจากการพักผ่อนน้อยตลอดหลายสัปดาห์เขาแหงนใบหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีเทาอมฟ้า เมฆบางลอยช้า ๆ เหมือนโลกทั้งใบยังไม่ตื่นเต็มที่แต่ตัวเขา… ตื่นมานานแล้วดวงตาสีเทาหม่นหลุบต่ำลง มองไปยังโถงทางเดินยาวทอดจากตึกหลักไปยังตึกเฟยหลง โถงเดียวกับที่ร่างระหงในชุดถังจวงสีขาวมักเดินลัดผ่านทุกเช้าเย็น โถงที่เคยเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาคิดว่า “อยู่ตรงนี้เสมอ”แต่ตอนนี้… มันว่างเปล่าเงียบเกินไป นิ่งเกินไปเหมือนหัวใจของเขาที่ว่างอยู่ครึ่งหนึ่งนี่คงถึงเวลาแล้วจริง ๆถึงเวลาที่เขาจะหยุดรอ หยุดหวัง หยุดปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นฝ่ายเลือกฝ่ายเดียวถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ หงส์หยกอาจไม่ใช่แค่กลับเมืองไทยเธออาจ “โบยบิน” ไปจากชีวิตเขาอย่างถาวรเจี้ยงหลงผละออกจากหน้าต่าง เดินออกจากห้องนอนด้วยก้าวเท้ามั่นคง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกาง







