Share

บทที่ 2

Author: หลีหลี
คำพูดนี้พลันสร้างความสั่นสะเทือนในตำหนักหลิงสุ่ยราวกับเกิดคลื่นยักษ์

ลั่วชิงอวิ๋นรู้สึกขมขื่นจนแทบหาที่สิ้นสุดไม่ได้

นางนับไม่ถ้วนแล้วว่า นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ที่ได้ยินเซียวจวินโม่พูดประโยคนี้

ทุกครั้งที่เขาชนะศึกกลับมาจะยื่นข้อเสนอนี้ แต่ทั้งหมดนั้นล้วนพูดเป็นการส่วนตัว เรื่องราวที่เกิดขึ้นจึงมิได้ใหญ่โตนัก

ทว่าหนนี้ เซียวจวินโม่กลับพูดว่าจะหย่าขาดจากนางต่อหน้าทั่วทั้งแดนเซียน

แต่นางไม่อาจทำสิ่งใดและไม่อาจเอ่ยคำใดได้เลย ทำได้เพียงหลุบสายตาลง เพื่อหลบหลีกสายตาประสงค์ร้ายที่ทอดมาจากทั่วสารทิศ

ทั่วทั้งบริเวณเงียบงันไปเนิ่นนาน ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากในยามนี้

ประมุขกับชายาประมุขเผ่าวิหคหลวนในฐานะบิดามารดาบังเกิดเกล้าของลั่วชิงอวิ๋นกับลั่วจื่ออวิ๋น สบตากันแวบหนึ่ง จากนั้นทั้งคู่จึงลุกจากที่นั่ง แล้วคุกเข่าลงไปทางทิศที่เง็กเซียนฮ่องเต้ประทับอยู่

“ฝ่าบาท ลั่วชิงอวิ๋นโง่เขลาเบาปัญญา อีกทั้งเมื่อทัณฑ์อัคคีสวรรค์มาถึงในอีกสามเดือนข้างหน้า นางย่อมต้องสิ้นชีพคาที่อย่างแน่แท้ ด้วยพรสวรรค์ของนางช่างไม่คู่ควรกับองค์รัชทายาทโดยแท้ เผ่าวิหคหลวนเหนื่อยใจกับงานมงคลนี้มาโดยตลอด ในเมื่อองค์รัชทายาทปรารถนาจะยกเลิกการสมรสนี้เช่นกัน ก็ขอกราบทูลฝ่าบาทโปรดรับสั่งอนุญาตตามความประสงค์ขององค์รัชทายาท ให้ลั่วจื่ออวิ๋นเข้าแทนที่ลั่วชิงอวิ๋นด้วยเถิด!”

ลั่วชิงอวิ๋นมองดูทั้งสองคนที่คุกเข่ากราบกรานอยู่บนพื้น รู้สึกราวกับฟ้าผ่ากลางใจ เหมือนถูกสายฟ้าฟาดใส่ร่าง

นางรู้ดีว่าบิดามารดาไม่เคยใส่ใจนางมาตั้งแต่เยาว์วัย มองนางเป็นเพียงอากาศธาตุ แม้ในใจของนางจะโศกเศร้า ทว่าก็ทำได้เพียงโทษตนเองที่ไร้พรสวรรค์

จนกระทั่งวันนี้เมื่อได้ยินวาจาเหยียดหยามที่พวกเขาเอ่ยต่อหน้าธารกำนัล ลั่วชิงอวิ๋นจึงได้ประจักษ์ว่า พวกเขาหาใช่เพียงแค่ไม่ใส่ใจนาง

พวกเขาชิงชังนางอย่างถึงที่สุดแล้วต่างหาก

เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังแว่วมาจากรอบทิศทางไม่ขาดสาย ทำให้ลั่วชิงอวิ๋นราวกับถูกหมื่นเกาทัณฑ์ทิ่มแทงใจ เจ็บปวดไปทั้งร่างจนสั่นเทิ้ม

เมื่อเห็นสถานการณ์จวนจะเกินควบคุม เง็กเซียนฮ่องเต้ก็ไม่อาจแสร้งทำเป็นหูหนวกได้อีก ทรงกวาดสายตามองลงไปยังที่นั่งเบื้องล่างรอบหนึ่ง ภายในตำหนักพลันเงียบสงบลงในทันใด

“การแต่งงานของราชวงศ์สวรรค์มิใช่เรื่องล้อเล่น จวินโม่ เปลี่ยนรางวัลอื่นเถิด”

เมื่อดูจากสีหน้าของเง็กเซียนฮ่องเต้ เซียวจวินโม่ก็คาดการณ์ถึงผลลัพธ์นี้ไว้แล้ว

เขาเหลือบมองลั่วชิงอวิ๋นแวบหนึ่งอย่างเย็นชา จากนั้นจึงเดินไปนั่งลงข้างกายลั่วจื่ออวิ๋น

สิ่งที่เซียวจวินโม่ทูลขอไม่สัมฤทธิ์ผล ทว่าภายในใจของลั่วชิงอวิ๋นกลับไม่มีความยินดีเลยแม้แต่น้อย

นางมองดูเซียวจวินโม่ที่คอยดูแลเอาใจใส่และห่วงใยลั่วจื่ออวิ๋นเป็นล้นพ้นอยู่บนที่นั่งชั้นบน ความเจ็บปวดตรงทรวงอกพลันเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

ยามกลางดึกสงัด ภายในตำหนักฝูอวิ๋นเงียบเชียบไร้สำเนียงใด

ลั่วชิงอวิ๋นเปลี่ยนมาสวมชุดผ้าโปร่งเมฆาพิรุณที่ส่งมาจากภายในวังสวรรค์ ก่อนจะย่างเท้าแผ่วเบาเข้ามาด้านใน

เซียวจวินโม่กำลังผลัดเปลี่ยนอาภรณ์อยู่ จึงมิได้สังเกตเห็นความผิดปกติรอบกาย

เมื่อเห็นแสงเทียนที่กำลังลุกโชนอยู่ด้านข้าง ลั่วชิงอวิ๋นก็เม้มริมฝีปาก รวบรวมความกล้าเอื้อมมือไปโอบกอดเอวเขาจากทางด้านหลัง

ไออุ่นที่แนบชิดทำเอาเซียวจวินโม่ได้สติคืนมาในทันใด บนใบหน้าของเขาพลันผุดร่องรอยโทสะ ก่อนจะสะบัดตัวผลักนางจนล้มลงไปอย่างแรง

เขาผูกสายรัดเอวเรียบร้อย พอหันกลับมาเห็นลั่วชิงอวิ๋นในอาภรณ์บางเบาแนบเนื้อกำลังนอนอยู่บนพื้น ก็บังเกิดความเดือดดาลจนไม่อาจระงับ

“ลั่วชิงอวิ๋น! เจ้าสะกดคำว่ายางอายเป็นหรือไม่!”

“การแต่งงานระหว่างเจ้ากับข้าเป็นเพราะเสด็จพ่อทรงตัดสินพระทัย หาใช่ความยินยอมพร้อมใจของข้าไม่ ตอนแต่งงานข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าเราต้องแยกห้องกันนอน และเจ้าไม่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้าห้องของข้าแม้แต่ก้าวเดียว!”

“สามพันปีมานี้เจ้านั่งเสวยสุขชุบตัวอยู่กับไอเซียนฟ้าดินของแดนสวรรค์ แต่กลับหลอมสร้างขนนกทองคำไม่ได้สักเส้น กลายเป็นตัวตลกของทั่วทั้งสวรรค์ก็ช่างเถอะ ทว่ายามนี้แม้แต่คำพูดที่ข้าเคยเอ่ยเจ้าก็ยังลืมเลือน เห็นได้ชัดว่าวันๆ เจ้าไม่เคยสำนึกตนหรือคิดก้าวหน้าเลยสักนิด!”

ภายในใจของลั่วชิงอวิ๋นเจ็บปวดรวดร้าว นางเอ่ยแก้ตัวอย่างยากลำบาก “จวินโม่ เป็นเสด็จพ่อที่ทรงเร่งรัดข้า บอกว่าพวกเราแต่งงานกันมานานแล้ว จำเป็นต้องมีทายาทสักคน...”

แต่งงานกันมาสามพันปี เขาไม่เคยแตะต้องนางเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ทายาทคนนี้ นางจะมีได้อย่างไรกัน

พอเซียวจวินโม่ได้ยินนางยกเง็กเซียนฮ่องเต้ขึ้นมาอ้าง แววตาก็ฉายประกายเย็นเยียบถึงขีดสุด

“เจ้าก็ดีแต่จะเอาเสด็จพ่อมาข่มข้าเท่านั้น! ลั่วชิงอวิ๋น อย่างไรเจ้าก็เป็นถึงองค์หญิงรองแห่งเผ่าวิหคหลวน เหตุใดจึงได้ไร้ยางอายแล่นมาเสนอตัวถึงเตียงเช่นนี้!”

เมื่อได้ยินคำหยามหยันอย่างตรงไปตรงมานี้ ใบหน้าของลั่วชิงอวิ๋นก็พลันแดงก่ำ

เซียวจวินโม่เห็นนางยังคงนอนนิ่งไม่ยอมไสหัวไป โทสะในใจก็ยิ่งทวีความรุนแรง เขาจึงร่ายเวทปิดประตูตำหนักลงทันที

“ในเมื่อเจ้าอยากได้ ข้าก็จะสนองความต้องการให้!”

สิ้นคำ เซียวจวินโม่ก็กระชากเรียวแขนอันบอบบางคู่นั้น กดร่างนางลงไปกับเตียงอย่างแรง

เสียงผ้าขาดดังแควก อาภรณ์ขนนกที่บางเบาราวปีกจักจั่นพลันฉีกขาดร่วงหล่นเต็มพื้น

แสงเทียนวูบไหวสลัวราง ยามเมื่อนกเตือนยามนอกหน้าต่างส่งเสียงร้องเป็นคราที่สาม ประตูที่ปิดสนิทก็เปิดออกอีกครั้ง

เซียวจวินโม่เปลี่ยนเป็นอาภรณ์ชุดใหม่ ก่อนจะสาวเท้าเดินออกไปด้านนอกโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามอง

ลั่วชิงอวิ๋นทอดกายอันบอบช้ำยับเยินอยู่บนเตียง ภายในสมองมึนงงพร่าเลือน ข้างใบหูยังคงแว่วสะท้อนถ้อยคำที่เซียวจวินโม่ทิ้งไว้ก่อนจากไปไม่ขาดสาย

“ยังดีที่เหลือเวลาอีกเพียงสามเดือน”

ลั่วชิงอวิ๋นรู้ดีว่า สิ่งที่เซียวจวินโม่เอ่ยถึงคือสิ่งใด

อีกสามเดือนให้หลัง ทัณฑ์อัคคีสวรรค์จะมาถึง ด้วยตบะเซียนของนางในยามนี้ย่อมไม่อาจต้านทานอัคคีสวรรค์เก้าสิบเก้าชั้นฟ้าได้อย่างสิ้นเชิง และต้องสิ้นชีพลงอย่างแน่แท้

ที่แท้ทุกคนต่างก็เฝ้ารอให้นางตายตกไปเสียทีสินะ!

น้ำตาของลั่วชิงอวิ๋นไหลทะลักออกมาอย่างสุดจะกลั้น นางแหงนหน้าทอดสายตามองมุ้งผ้าโปร่งสีขาวบริสุทธิ์ พลันหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตขึ้นมา

ยามศึกสงครามระหว่างเซียนและมารเมื่อสามพันปีก่อน เซียวจวินโม่ประสบเคราะห์ได้รับบาดเจ็บจนต้องหนีซมซานมายังหุบเขาอินซู่ และเป็นลั่วชิงอวิ๋นที่ยื่นมือเข้าช่วยชีวิตเขาเอาไว้

นางสละตบะบารมีไปกว่าครึ่งค่อนร่างถึงช่วยให้เขารอดชีวิตได้ ยามนั้นเขาเอ่ยว่าบุญคุณช่วยชีวิตใหญ่หลวงไร้สิ่งใดทดแทนได้ จึงขอมอบกายใจเพื่อตอบแทน

นางหลงเชื่อถ้อยคำของเขา จึงแต่งเข้าสู่วังสวรรค์ด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข ทว่ากลับพบความจริงว่าเซียวจวินโม่กลับมีจิตปฏิพัทธ์รักมั่นต่อลั่วจื่ออวิ๋นเพียงผู้เดียว

ลั่วชิงอวิ๋นตระหนักดีว่าพรสวรรค์ของตนไม่อาจเทียบเคียงลั่วจื่ออวิ๋นได้ และถูกลิขิตให้ไม่อาจนิพพานแล้วจุติใหม่เป็นพญาหงส์ได้

ด้วยเหตุนี้ นางจึงมีเพียงความปรารถนาอันเล็กจ้อยเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการได้รับความรักอย่างลึกซึ้งจากใครสักคนดูสักครา

ทว่าความปรารถนานี้กลับหลุดลอยกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า

นางไม่เข้าใจเลย

ชัดเจนว่าเป็นเขาที่เอ่ยปากว่าซาบซึ้งในพระคุณของนาง เป็นเขาเองที่บอกว่าจะมอบกายใจเพื่อตอบแทน

เหตุใดสุดท้ายแม้กระทั่งเขา ก็ยังแปรพักตร์หันไปหาลั่วจื่ออวิ๋น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 30

    งานมงคลสมรสของลั่วชิงอวิ๋นและเยี่ยนเจ๋อถูกกำหนดขึ้นในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิเยี่ยนเจ๋อคือองค์ชายสามแห่งทะเลบูรพา ส่วนลั่วชิงอวิ๋นคือมหาเทพผู้ปกครองดินแดนแห่งหนึ่ง ฐานันดรของคนทั้งคู่ต่างก็สูงส่งล้ำเลิศ หากจัดงานแต่งงานขึ้นมา ทั้งสามภพย่อมต้องหลั่งไหลมาร่วมงานอย่างแน่นอนทว่าลั่วชิงอวิ๋นไม่ต้องการให้เอิกเกริกเกินไปนัก จึงตัดสินใจประกาศให้ทั้งสามภพรับรู้ว่า งานแต่งงานในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่หุบเขาลั่วเสียโดยเน้นความเรียบง่ายในทุกสิ่ง และเหล่าเทพเซียนทั้งหลายไม่จำเป็นต้องเดินทางมาร่วมอวยพรทั้งสองคนใช้เวลาปรึกษาหารือกันอยู่นาน จึงสามารถตกลงรายละเอียดของงานแต่งงานทีละเรื่องจนเสร็จสรรพเรียบร้อยแต่ลั่วชิงอวิ๋นก็ยังคงมีเรื่องให้ต้องกลัดกลุ้มอยู่บ้างยามนี้นางคือเทพประมุขหงสา จำต้องพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นการถาวร จึงไม่อาจตามเยี่ยนเจ๋อกลับไปอาศัยอยู่ที่ทะเลบูรพาได้นางกังวลว่าหากเยี่ยนเจ๋อมาพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นเวลานาน ราชามังกรจะขุ่นเคืองใจเอาได้เพราะเรื่องนี้ ทำให้นางกินไม่ได้นอนไม่หลับ ขบคิดอยู่นานก็ยังไม่อาจหาวิธีแก้ปัญหาที่บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นเยี่ยนเจ๋อที่เฝ้ามอง

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 29

    ลั่วชิงอวิ๋นอาศัยอยู่ในทะเลบูรพาได้หนึ่งปี ในช่วงเวลานั้นมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งเง็กเซียนฮ่องเต้และองค์รัชทายาทต่างสิ้นชีพลงติดต่อกัน ภายในวังสวรรค์จึงเกิดการแย่งชิงอำนาจขึ้นระลอกหนึ่ง สุดท้ายเป็นเซียวถางโอรสองค์เล็กของเง็กเซียนฮ่องเต้ที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์นอกจากทะเลบูรพาที่รอดพ้นจากน้ำมือของเผ่ามารแล้ว ทั้งสามภพต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีการบาดเจ็บล้มตายมหาศาล ทำให้ตำแหน่งเซียนว่างลงมากมาย ด้วยเหตุนี้ทั้งโลกมนุษย์และภพปีศาจจึงเกิดกระแสความนิยมในการบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุเป็นเซียนหลังจากร่างกายของลั่วชิงอวิ๋นฟื้นฟูดีแล้ว นางก็พาเยี่ยนเจ๋อออกท่องเที่ยวไปทั่วทั้งสี่คาบสมุทร เพื่อแผ่ซ่านไอทิพย์หงสาลงสู่ขุนเขาและลำน้ำเทือกเขาที่ถูกทหารมารชนจนหักเหยียบจนราบ ลำน้ำที่ถูกไอมารปนเปื้อนจนแห้งขอด ต่างกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความตระหนกในใจของเหล่ามนุษย์ ปีศาจ และสิงสาราสัตว์ที่รอดชีวิตมาได้ค่อยๆ ถูกปัดเป่าเยียวยา แม้แต่ฤดูกาลก็กลับมาหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนดังเดิมการออกท่องเที่ยวในครั้งนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานนับหลายร้อยปี ทั่วทั้งสี่คาบสมุทรแปดดินแดนต่างอาบไล้ด้วยไอทิพย์

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 28

    เงาร่างคุนเผิงโผบินพาลั่วชิงอวิ๋นทะยานออกมาจากใจกลางค่ายกลยามเมื่อเยี่ยนเจ๋อเหลียวมองเงาร่างอันแสนคุ้นเคยสายนั้น ใจที่แหลกสลายไร้ความรู้สึกก็พลันกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้งหนึ่งคุนเผิงแผดเสียงร้องคำรามลั่น มันค่อยๆ วางคนที่อยู่บนหลังลงสู่อ้อมอกของเยี่ยนเจ๋อ จากนั้นจึงขยับปีกทองโบกสะบัดเบาๆ พัดพาร่างของคนทั้งสองให้ร่อนลงมาจากเหนือนภาชั้นเมฆหลังจากหลุดพ้นออกมาจากขอบเขตค่ายกลสยบมาร พลังปราณวิญญาณทั่วร่างของเยี่ยนเจ๋อก็กลับมาโคจรแล่นพล่านได้ดังเดิม เขาโอบกอดลั่วชิงอวิ๋นในอ้อมอกเอาไว้แน่น ก่อนจะทะยานร่างลงสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงเหนือชั้นเมฆพลันบังเกิดแสงสว่างเจิดจ้าบาดตาระเบิดออกสายหนึ่ง ตามมาด้วยเปลวเพลิงพวยพุ่งทะยานฟ้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ย้อมผืนนภาที่เคยสลัวรางให้กลายเป็นสีแดงชาดทหารมารภายในตำหนักหลิงสุ่ยถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว ทวยเทพทั้งหลายต่างแหงนหน้าขึ้นมองความผันผวนบนท้องฟ้า ในยามนั้นมีดาวตกสีดำสนิทดวงหนึ่งลอยพาดผ่านขอบฟ้า ซือมิ่งรีบยกนิ้วขึ้นคำนวณ จิตใจพลันสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนก“องค์รัชทายาททรงสละชีพเพื่อใต้หล้ายับยั้งจอมมารแล้ว!”เยี่ยนเจ๋อที่ได้

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 27

    ท่ามกลางแสงสีทองและหมอกทมิฬที่พัวพันกันยุ่งเหยิง เซียวจวินโม่ก็เสาะหาจนพบร่างของลั่วชิงอวิ๋นนางนอนสลบอยู่บนภาพเงาร่างของคุนเผิงตัวหนึ่ง และดูเหมือนว่าจะหมดสติแน่นิ่งไปแล้วทันใดนั้น เซียวจวินโม่พลันนึกถึงเรื่องราวลึกลับในบันทึกโบราณเล่มหนึ่งขึ้นมาได้มีข่าวเล่าลือสืบต่อกันมาว่า ในยุคบรรพกาล ประมุขเผ่าหงสาเคยหมั้นหมายผูกสัมพันธ์สมรสกับ…คุนเผิงเพียงตัวเดียวที่มีอยู่ในโลกหล้าในเวลาต่อมา เผ่าหงสาได้ยอมสละชีพทั้งเผ่าเพื่อปกป้องสรรพชีวิต ในยามที่ประมุขเผ่ากำลังจะสิ้นใจได้แปรเปลี่ยนร่างเป็นอัคคีสวรรค์ คุนเผิงตัวนั้นจึงกระโดดเข้าสู่กองอัคคีสวรรค์เพื่อตายตกตามกันด้วยความรักอันลึกซึ้งเงาร่างคุนเผิงแผดเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างแสนรันทดใส่เซียวจวินโม่คราหนึ่ง ราวกับกำลังบอกเล่าความในใจบางอย่างอยู่เซียวจวินโม่ได้แต่ฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส และตั้งใจรับฟังอยู่เงียบๆหลังจากคุนเผิงบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของตนเองแล้ว ก็ได้อธิบายเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดอย่างกระจ่างแจ้งชัดเจนหลังจากคุนเผิงกระโดดเข้าสู่อัคคีสวรรค์ ดวงวิญญาณกลับยังมิได้แตกสลายไปจนหมดสิ้น ทว่าได้ทิ้งเศษเสี้ยววิญญาณสายนี้เอาไว

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 26

    ในเผ่าสวรรค์มีวิชาลับต้องห้ามอันถูกปิดผนึกไว้บทหนึ่ง นามว่าวิชาย้ายวายุหากร่ายมหาเวทบทนี้ขึ้นมา จะสามารถสูบกลืนกระแสพลังที่เข้มข้นที่สุดในบริเวณโดยรอบเข้าสู่ร่างกายเพื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังของตนเองได้ในยามที่เซียวจวินโม่บรรลุนิติภาวะ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ได้แอบถ่ายทอดวิชาลับนี้ให้แก่เขาเป็นการส่วนตัว ทว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยใช้มันเลยหากยามนี้เขาเลือกที่จะร่ายวิชาย้ายวายุ ย่อมสามารถกำจัดไอมารให้หมดสิ้นไปได้ ทว่าภายในใจของเซียวจวินโม่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจตัวเขาเป็นฝ่ายเซียน หากสูบกลืนไอมารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายในขณะที่เขากำลังบาดเจ็บสาหัส ย่อมไม่มีทางสลายพลังมารได้แน่ และเมื่อพลังปราณเซียนกับไอมารปะทะหักล้างกันเอง เส้นชีพจรของเขาจะต้องฉีกขาดสะบั้นลงทันที ณ ที่ตรงนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองแสงสีทองที่สาดแสงวับแวมออกมาเป็นระยะ แววตาของเขาฉายประกายความรู้สึกอันสับสนปนเปออกมาแวบหนึ่งมือของเซียวจวินโม่แปรเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อวาดมุทราสร้างอักขระคาถา รอบกายของเขาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นลมพายุหมุนเกลียวสายหนึ่ง ส่งผลให้ไอมารรอบทิศทางพากันพวยพุ่งทะลักเข้าหาตัวเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 25

    ครั้นเมื่อคนทั้งสองเร่งรุดมาถึงประตูสวรรค์ ภาพเหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำเอาพวกเขาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องพลันเห็นวังสวรรค์ที่ในยามปกติมีเวรยามแน่นหนา ประตูกลับเปิดทิ้งไว้หมด ซากศพของเหล่านายทหารสวรรค์และทหารมารนอนตายเกลื่อนกลาดดาษดื่นไปทั่วทั้งห้องโถง โดยมีเสียงเข้าห้ำหั่นต่อสู้กันอย่างดุเดือดดังแว่วมาจากส่วนลึกของวังลั่วชิงอวิ๋นกับเยี่ยนเจ๋อหันมาสบสายตากันคราหนึ่ง ใบหน้าของคนทั้งคู่ต่างเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและวิตกกังวลอย่างยิ่งเมื่อทั้งสองฝ่าเข้ามาถึงตำหนักหลิงสุ่ย ก็พบว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยการตะลุมบอนพัวพันระหว่างเซียนและมารจนสภาพเละเทะไม่มีชิ้นดี โดยมีเง็กเซียนฮ่องเต้กับเซียวจวินโม่กำลังจับมือร่วมรบต้านทานจอมมารอยู่กระบวนท่าโจมตีของจอมมารดุดันและรวดเร็วยิ่งนัก ในเวลาเพียงไม่นานมันก็ซัดเซียวจวินโม่จนร่วงตกจากชั้นเมฆ ส่วนเง็กเซียนฮ่องเต้กลับถูกมันคว้าตัวจับกุมเอาไว้ได้คามือ!มันพ่นลมหายใจเป็นไอมารสีดำทมิฬคราหนึ่ง บนใบหน้าฉายแววพึงพอใจและเย้ยหยัน พลางก้มศีรษะลงทอดสายตามองลงไปที่ภาพการตะลุมบอนนองเลือดภายในตำหนัก ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างโอหังบ้าคลั่ง“พวกเศษสวะแห่งแดนเซ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 10

    วันรุ่งขึ้นณ แท่นประหารเซียน เมฆมงคลปกคลุมหนาแน่น เหล่าเซียนในสามภพที่ไม่มีหน้าที่การงานต่างพากันแห่มาดูการประหารทารกมารแต่กำเนิดกันอย่างเนืองแน่นผู้คุมการประหารในวันนี้คือเซียวจวินโม่ เขาเหลือบมองตะปูสลายวิญญาณพันเล่มที่เซียนรับใช้ยกขึ้นมา แล้วจึงยกมือขึ้นร่ายอาคมอาภรณ์สีขาวของลั่วชิงอวิ๋นถูก

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 9

    ลั่วจื่ออวิ๋นและคณะเพิ่งมาถึงตำหนักเฉิงเทียน ก็มีคนตะโกนขึ้นมาว่า“ในวาระสุดท้าย คุนเผิงส่งเสียงร้องต่อหน้าลั่วชิงอวิ๋น เห็นทีจะเป็นเพราะนางเป็นตัวกาลกิณีจึงทำให้เกิดภัยพิบัติในวันนี้ ควรลงโทษตัวหายนะนี้หรือไม่?”ประมุขเผ่าวิหคหลวนกับลั่วจื่ออวิ๋นสบตากัน แววตาของพ่อลูกต่างเห็นพ้องต้องกันเพียงไม่

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 8

    ลั่วชิงอวิ๋นถูกหามกลับมายังตำหนักฝูอวิ๋น แต่กลับถูกลั่วจื่ออวิ๋นสั่งขับไล่ให้ไปซุกหัวนอนที่เรือนพักของนางกำนัลเซียน มิหนำซ้ำยังตัดเบี้ยหวัดและเครื่องเสวยจนหมดสิ้น บีบคั้นให้นางจนมุมแทบไร้ทางเดินหลังสูญเสียเกราะคุ้มกันหัวใจ ทั้งยังถูกแทงด้วยกระบี่อีกหนึ่งแผล ร่างกายของนางก็ยิ่งอ่อนแอลงทุกทีเมื่อเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 7

    ตลอดเส้นทาง ห้วงคำนึงของลั่วชิงอวิ๋นฉายภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาการตัดขาดจากบิดามารดาที่ไม่รักตนย่อมเจ็บปวด ทว่าบนผืนดินแห่งความเจ็บปวดนั้น กลับมีหน่ออ่อนของความหวังผลิบานขึ้นมาที่แท้ความทรงจำของเซียวจวินโม่ถูกบิดเบือนไป มิน่าเล่าเขาถึงได้เปลี่ยนใจไปรักลั่วจื่ออวิ๋นลั่วชิงอวิ๋นหวน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status