Share

05 แตกกลุ่ม [1/5]

Penulis: 816
last update Terakhir Diperbarui: 2025-03-29 11:17:29

เจ้ากระต่ายขาวลอบพรูลมหายใจออกเมื่อกินขนมปังเข้าไปแล้วไม่เป็นอะไร น่าเสียดายที่ความมืดเริ่มโรยตัวลงมาทำให้ชายหนุ่มไม่ทันสังเกตเห็นใบหน้าแดงเป็นปื้นของคนให้ขนมปัง

เฉินเฟิงไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไร จะบอกว่าไม่กลัวเลยก็ไม่ใช่ พวกเขายังนับได้ว่าเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน อีกทั้งเขายังตัวคนเดียว จึงต้องระมัดระวังตัวเพราะอีกฝ่ายมีจำนวนคนมากกว่า

ส่วนเรื่องที่เผลองับขนมปังเข้าปากไปนั่นก็เพราะสงสารหูกลม ๆ บนศีรษะที่ลู่ไปด้านหลังเล็กน้อย ราวกับผิดหวังที่เขาไม่รับความปรารถนาดี

ว่ากันตามระบบนิเวศแล้ว ต้องเป็นเขาที่กลัวไม่ใช่เหรอ

“ก็กลัวนิดหน่อยมั้งครับ” เฉินเฟิงตอบไปตามความจริง เห็นเพื่อนร่วมทีมคนอื่นก็ดูลุ้นกับคำตอบของเขาเช่นกัน

“...” นิโคลัสเม้มปากอย่างทำอะไรไม่ถูก

“เอ่อ อันที่จริงก็ไม่ได้กลัวมากเท่าไร” ชายหนุ่มเห็นคนตัวโตมีสีหน้าราวกับได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจก็รีบแก้คำตอบของตนเองให้เป็นกลางมากที่สุด

แต่บรรยากาศก็ไม่ได้ดีเพิ่มขึ้นเลย

“คือ เราเพิ่งรู้จักกัน อ่า... นี่ไงครับผมกินขนมปังคุณแล้ว” เฉินเฟิงหยิบขนมปังเจ้าปัญหาชิ้นเดิมขึ้นมาเคี้ยวอีกคำ กัดเข้าไปคำใหญ่จนแก้มตุ่ย

“กินเนื้อด้วยสิ” นิโคลัสยื่นเนื้อกระป๋องของตนไปให้ด้วย

“...” ทำไมถึงมีเพิ่มล่ะ หรือจะลอบวางยาในเนื้อกระป๋อง?

“ผมว่าพวกเรามากินด้วยกันดีกว่าครับ” โจเซฟที่เคยออกตัวว่าอาหารของกลุ่มมีจำกัดต้องเอ่ยชวนชายหนุ่มปริศนามาร่วมวงกินข้าวอย่างช่วยไม่ได้ ไม่อย่างนั้นบรรยากาศพิพักพิพ่วนนี้คงไม่จบสิ้นเสียที

พอถูกชวน หนุ่มลูกครึ่งจึงต้องขยับพาตัวเองมานั่งรวมกลุ่มด้วย

“ว่าแต่คุณเฉินเฟิงอยู่คนเดียวเหรอคะ” หงส์เปิดปากพูดคนแรก เมื่อได้นั่งล้อมวงกินอาหารพร้อมกัน นอกจากขนมปังที่ได้รับจากนิโคลัสชิ้นแรก ชายหนุ่มก็ไม่ได้แตะต้องอาหารของคนในกลุ่มเลย เจ้าตัวเอาแต่นั่งกัดแครอทจนหมดแล้วค่อยหยิบหัวถัดไปจากในกระเป๋าขึ้นมากินต่อ

“เปล่าครับ มีเพื่อนผมรออยู่อีกฟากของภูเขา” เห็นกลุ่มทหารรับจ้างพยายามสานมิตรภาพ เจ้ากระต่ายจึงได้แต่แสดงท่าทีเป็นมิตรตอบกลับไป ถามก็ตอบ แต่ไม่ได้ตอบทั้งหมด...

“แล้วทำไมคุณถึงออกมาคนเดียวล่ะ” แทนที่จะมาช่วยกันจะได้อุ่นใจ

“อ่า อีกฝ่ายยังเด็กน่ะครับ”

“อ๋อ งี้นี่เอง” หงส์ตอบรับในลำคอ ถ้าเป็นเด็กก็ไม่ควรพามาเสี่ยงด้วยจริง ๆ

“ว่าแต่คุณดูไม่ตกใจกับรูปลักษณ์ของพวกเราเลยนะคะ” หงส์เอ่ยถาม เธอข้องใจว่าอีกฝ่ายดูไม่แปลกใจเลยสักนิดในตอนที่เจอกับพวกเขาเป็นครั้งแรก ไหนจะฮู้ดที่เจ้าตัวใส่คลุมศีรษะอยู่ตลอดเวลานั่นอีก

“ผมเคยเจอคนแบบพวกคุณมาก่อน” เฉินเฟิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือกพูดถึงกลุ่มโจรปล้นบ้านเขาขึ้นมา หากอีกฝ่ายไปตรวจสอบก็คงจะเจอ

“...” นิโคลัสนั่งฟังด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ภายในใจปะทุยิ่งกว่าภูเขาไฟระเบิด ถ้าวันหนึ่งเขาได้พบกับโจรพวกนั้น สาบานเลยว่าจะต้องยิงพวกมันให้พรุน

แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่ดีนัก แต่การปล้นบ้านคนอื่นก็ไม่เคยอยู่ในสารบบของเขา โดยเฉพาะช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้

“แล้วตอนนี้โอเคเรื่องที่อยู่หรือยัง” ทีโอถามบ้าง

“ครับ” เฉินเฟิงพยักหน้า “เอ่อ... คือว่าผมอยากจะถามสักหน่อยได้ไหมครับ” พร้อมกับถามต่อเพื่อเบี่ยงประเด็นเมื่อเริ่มเข้าเรื่องส่วนตัวมากเกินไป

“คือก่อนหน้านี้ผมเจอซอมบี้ของคนในหมู่บ้าน พวกเขาเชื่องช้า กว่าจะเดินมาถึงตัวต่อให้เป็นเด็กก็ยังหลบทัน แต่ทำไมซอมบี้ที่ผมเจอวันนี้ถึงได้รวดเร็วนักล่ะครับ” ตัวเขาที่ผ่านการวิวัฒนาการแล้วทำไมถึงยังถูกต้อนให้จนมุมได้

“ใช่ที่นิคยิงไปปะ” ตุ่นถามแพทย์ประจำกลุ่ม ได้รับการตอบกลับเป็นการพยักหน้ายืนยัน

“ก่อนที่ลมจะเปลี่ยนทิศ ผมแน่ใจว่าไม่ได้ยินเสียงหรือได้กลิ่นซอมบี้เลย แต่พอออกจากที่ซ่อนแล้ว เอ่อ จัดการไปตัวแรก…” เหตุการณ์ต่อจากนั้นกลุ่มทหารรับจ้างตรงหน้าเขาล้วนประจักษ์ด้วยสายตาตนเอง

“นั่นเป็นเพราะคุณกลายพันธุ์แล้ว” นิโคลัสจ้องประสานนัยน์ตาสีแดง อาการที่อีกฝ่ายพูดมาเขาเคยเป็นมาก่อน และเชื่อว่ามนุษย์ที่กลายพันธุ์อีกหลายคนก็ต้องเคยประสบพบเจอ

“...” เฉินเฟิงเม้มปากแน่น ไม่คิดว่าความจะแตกเพราะคำถามของตน

“คนที่กลายพันธุ์นั้นถ้าไม่ได้รับการฝึกที่เหมาะสมจะไม่สามารถดึงประสิทธิภาพของกำลังกายที่เกิดขึ้นใหม่มาใช้ได้อย่างเต็มที่ บางครั้งก็จะเผลอใช้แค่พลังดั้งเดิมหรือก็คือพลังตอนที่ยังเป็นมนุษย์ธรรมดา” กระต่ายมือใหม่ครุ่นคิดตาม

“เป็นปกติที่เราจะเผลอปฏิเสธสิ่งที่ยากเกินกว่าจะรับได้ ทำให้บางครั้งไม่ได้ดึงพลังใหม่มาใช้ให้เคยชิน ยิ่งเวลาจวนตัวที่สมาธิของคนเราจะเลือกจดจ่ออยู่กับแค่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง อย่างตอนนั้นที่คุณบอกว่าไม่ได้ยินเสียงของซอมบี้ นั่นคงเป็นเพราะว่าใจคุณคิดอยากจะหนี สมองถึงได้สั่งการให้กำลังทั้งหมดไปที่ฝีเท้า ประสาทการได้ยินที่ยังไม่ได้ใช้จนเคยชินจึงกลับมาอยู่ในสภาวะใกล้เคียงกับมนุษย์ธรรมดา”

แสดงว่าตอนนั้นถ้าเขาวิ่งสุดฝีเท้าก็คงหนีรอด แต่เพราะมีอีกตัวมาดักจึงทำให้ทางหนีถูกบีบให้แคบลงจนต้องวิ่งมายังโรงงานน้ำตาลแห่งนี้

“แล้วพวกคุณ…”

“ตอนยังไม่กลายพันธุ์พวกเราก็เป็นทหารประจำการ กำลังกายจึงมีมากกว่าคนทั่วไป ตอนที่เริ่มกลายพันธุ์ก็แค่ปรับตัวมากหน่อย แต่ไม่นานก็สามารถดึงพลังมาใช้ได้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายตั้งแต่เกิด” ตุ่นเคาะจมูกของตนเบา ๆ ในฐานะที่กลายพันธุ์มาเป็นสุนัข ประสาทสัมผัสการดมกลิ่นของเขานับได้ว่าไม่เป็นสองรองใคร

สรุปก็คือเป็นเพราะเขาอ่อนแอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วันสิ้นโลกของผม   148 วันที่โลกยังไม่สิ้นสุด [5/5] [End]

    “แม่เองก็อยากรู้เหมือนกัน” กิ่งแก้วพยักหน้าเห็นด้วย ตอนนี้สถานการณ์กลับมาสงบสุขลงแล้ว แต่ลูกชายเธอก็ยังคงขลุกตัวอยู่กับการฝึกฝน บางวันก็วิ่งโร่ไปล่าหนูกลายพันธุ์ถึงนิคมอุตสาหกรรม หากมีแฟนเป็นตัวเป็นตนก็คงช่วยปรามได้บ้าง“ผมออกไปเดินเล่นดีกว่า” ชายหนุ่มค่อยๆ กระถดตัวไปทางประตูบ้าน ก่อนจะวิ่งหนีหายไปด้วยความรวดเร็ว“ทีอย่างนี้ล่ะ เร็วเชียว” กิ่งแก้วส่ายหน้า“ฮ่าๆ อย่าไปบังคับน้องเลยครับ ถึงเวลาจะมีเดี๋ยวก็มีเองแหละ” เจ้ากระต่ายหัวเราะร่วนกับปฏิกิริยาของกรที่ดูเหมือนจะยังไม่อยากมีแฟน“หรือไม่ก็อาจจะกำลังมีคนคุยๆ อยู่แต่ไม่กล้าเปิดตัวหรือเปล่า” ต่างกับนิโคลัสที่มองอีกมุมแก้มแดงๆ นั่นหลบไม่พ้นสายตาของเขาหรอก“เอ๊ะ ลูกคนนี้ แอบมีแฟนแล้วไม่บอกแม่เหรอ กิ่งไปก่อนนะยาย” หันไปร่ำลาคุณยายแล้วถกผ้าถุงออกจากบ้านมองหาเจ้าลูกตัวแสบทันที“พี่นิคไปรู้อะไรมาครับเนี่ย” เฉินเฟิงเชื่อว่าคนรักไม่มีทางพูดไปเรื่อยเปื่อยแน่“รอดูไปก่อน ไม่แน่ว่าหลังเรากลับมาจากไปเยี่ยมบ้านพี่ กรอาจกล้าเปิดตัวกับแม่ก็ได้” คุณหมอหมีไม่อยากเฉลย เผื่อเจ้าตัวยังไม่พร้อมส่วนเมื่อสักครู่ก็ถือว่าสร้างสีสันให้คนป่วย ดูสิ คุณยายร้านขา

  • วันสิ้นโลกของผม   148 วันที่โลกยังไม่สิ้นสุด [4/5] [End]

    “น่องไก่นั่นผมมองไว้นานแล้วนะพี่ อย่าแย่งดิ” ทีโอใช้ส้อมจิ้มน่องไก่ที่หงส์เตรียมตักเข้าจานของตน“อะไร อย่ามาโมเมนะ” หงส์เองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน ถึงสงครามครั้งนี้จะไม่มีมังคุดเข้าร่วมกลั่นแกล้งด้วย เธอก็ไม่คิดจะรามือ เวลาเห็นทีโอทำหน้าเหมือนได้รับความไม่เป็นธรรมแล้วตลกดีเธอเห็นแล้วว่าทีโอจ้องน่องไก่ชิ้นนี้ตาเป็นมันนานแล้ว และเธอกับตุ่นเองก็มีในจานอยู่คนละน่อง เจ้าเด็กนี่เลยอนุมานไปว่าชิ้นที่ยังลอยเท้งเต้งนั้นจะต้องตกเป็นของตนเอง“พี่หงส์ พี่อย่ามาแกล้งผม ในจานพี่ก็ยังมีน่องไก่ ทำไมไม่แบ่งให้น้องให้นุ่ง” ทีโองอแงกระเง้ากระงอดทั้งที่มือยังใช้ส้อมจิ้มน่องไก่ไว้ไม่ผละไปไหน“เล่นกันเป็นเด็กๆ ไปได้” โจเซฟส่ายศีรษะเอือมระอา ตั้งแต่รวมกลุ่มกันมา สองคนนี้ต้องมีปากเสียงตอนกินอาหารได้ทุกมื้อ“เนื้อส่วนอื่นของไก่ก็ยังเหลืออีกตั้งเยอะ” เลวี่ดุคนรักเสียงจริงจังทั้งที่มืออีกข้างก็กำลังถือน่องไก่กัดเข้าปากคำใหญ่“คนที่ได้กินน่องไก่ชิ้นที่สามแล้วกล้าตักเตือนกูเหรอ ฮะ?” ทีโอเค้นเสียงลอดไรฟัน เพราะน่องไก่ชิ้นแรกถูกคนรักแย่งไปจากช้อน เขาถึงต้องเล็งชิ้นใหม่ไม่ใช่หรือไง“...” เลวี่ลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้“ท

  • วันสิ้นโลกของผม   148 วันที่โลกยังไม่สิ้นสุด [3/5] [End]

    พูดคุยอัปเดตสภาพบ้านแต่ละหลังอีกเล็กน้อย ทุกคนก็แยกย้ายกันไปเก็บข้าวของส่วนตัวบ้านใครบ้านมัน พลายวารีกึ่งวิ่งกึ่งกระโดดนำพี่ชายไปยังโรงนอนที่ถูกปรับปรุงใหม่“โห บ้านดูเป็นบ้านมาก” เฉินเฟิงเปิดประตูเข้ามาพบกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นโซฟา โต๊ะรับแขก หรือแม้แต่ตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่“เกรงใจพี่พิมแย่” นิโคลัสลูบเนื้อไม้เรียบสนิท มันถูกขัดจนมันและลงน้ำยาป้องกันแมลงไว้เรียบร้อย“ไว้เราออกไปเยี่ยมแม่ของพี่นิคก็ขนของฝากกลับมาให้มากหน่อยดีไหมครับ” เฉินเฟิงเสนอ“เป็นความคิดที่ดี” คุณหมอหมีเห็นด้วย อย่างน้อยก็คงได้พวกเครื่องนุ่งห่มสวยๆ กลับมาให้เหล่าหญิงสาวได้เลือกชม ยิ่งหน้าหนาวในประเทศ T ตอนนี้หนาวไปถึงกระดูก ไปประเทศ A น่าจะได้เสื้อกันหนาวคุณภาพดีมาเพิ่ม“เฮ้อ… ในที่สุดก็ได้กลับบ้านสักที” เฉินเฟิงวางกระเป๋าไว้มุมห้องแล้วเดินไปทิ้งตัวนอนลงบนเตียง “หือ พี่พิมเปลี่ยนฟูกที่นอนให้ด้วย” จำได้ว่าก่อนไปทำภารกิจ ที่นอนไม่ได้นิ่มขนาดนี้“ไว้ทำเตาผิงไว้ในห้องด้วยดีกว่า” ฤดูหนาวที่ผ่านมาต้องพึ่งพาพลังพิเศษระหว่างการนอนหลับ แต่ถ้ามีเตาผิงอยู่ก็ไม่ต้องกังวลว่าห้องจะไม่อบอุ่น“หวา เหมือนบ้

  • วันสิ้นโลกของผม   148 วันที่โลกยังไม่สิ้นสุด [2/5] [End]

    “ยินดีต้อนรับกลับนะคะ”แอ๊ว!ทันทีที่รถจอดบริเวณตีนภูเขาก็พบพิมพาและพลายวารียืนรออยู่“พี่พิม~ คิดถึงจังเลยค่ะ” กวางสาวก้าวลงจากรถพร้อมกับอุ้มเด็กหญิงพลอยใสตามลงมา“ปลอดภัยกันสินะคะ” พิมพาโล่งอกเมื่อกวาดตามองคร่าวๆ แล้วไม่พบว่ามีใครได้รับบาดเจ็บกลับมา “น้องพลอยไม่ดื้อไม่ซนใช่ไหมคะ”“หนูเป็นเด็กดี ฮึก เป็นเด็กดีจริงๆ นะ ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีด้วย ฮือๆ” เด็กหญิงโผเข้ากอดมารดาแน่น พลอยใสไม่เคยห่างจากแม่นานขนาดนี้มาก่อน แต่เพราะตนเลือกที่จะอาสาออกไปสู้กับซอมบี้เองจึงไม่อาจงอแงร้องไห้คิดถึงบ้านได้เหมือนเด็กทั่วไปมาวันนี้ได้กอดคนที่เฝ้าคิดถึงอยู่ทุกวันก็พาให้น้ำตาไหลออกมาเป็นสาย“จ้ะ แม่รู้แล้ว แม่ภูมิใจในตัวหนูมากๆ เลยนะ” พิมพาย่อตัวช่วยเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าเนียนใส ใจจริงเธอไม่อยากให้ลูกสาวออกไปเผชิญกับอันตรายเลย แต่เพราะเชื่อว่าการได้ออกไปในยามที่มีสมาชิกคนอื่นๆ ไปด้วยย่อมปลอดภัยกว่า จึงวางใจให้ลูกสาวออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้เต็มที่ ส่วนเธอก็จะปกป้องบ้านไว้รอต้อนรับทุกคน“แล้วสงคราม…” พิมพาผละจากลูกสาวมามองหน้าสมาชิกคนอื่นๆ “จบแล้วจริงๆ ใช่ไหมคะ”เธออยากได้รับคำยืนยันต่อหน้ามากกว่าคำ

  • วันสิ้นโลกของผม   148 วันที่โลกยังไม่สิ้นสุด [1/5] [End]

    กลุ่มทหารรับจ้างไม่ได้เดินทางโดยใช้เส้นทางเชื่อมระหว่างหมู่บ้าน ส่วนหนึ่งเพราะต้องการขับรถที่นำมาด้วยกลับไปจอดไว้ยังตีนภูเขา และอีกเหตุผลก็เพราะมังคุดตัวโตขึ้นเล็กน้อย บริเวณท้องของมันไม่สามารถผ่านประตูทางเข้าได้ ทุกคนจึงลงความเห็นให้เดินทางโดยใช้ถนนเส้นหลักแทน“ต้องลดความอ้วนแล้วหรือเปล่านะ” เฉินเฟิงมองพุงกลมของมังคุดด้วยความหนักใจ ช่วงบนเดินผ่านทางเข้าได้ไม่มีปัญหา แต่พอถึงช่วงกลางลำตัวกลับเข้าไม่ได้ เขาเลี้ยงเจ้าตัวนี้ดีเกินไปหรือเปล่านะ?กี๊ซ (มังคุดไม่อ้วนนะ)แร็กคูนที่ถูกแปะป้ายไว้บนหน้าผากว่าอ้วนรีบแย้ง ถ้าให้มันงดอาหาร มันยอมอยู่ที่ค่ายพันธมิตรต่อยังดีกว่า… แล้วค่อยกลับบ้านตอนท้องอิ่ม“ไม่อ้วนตรงไหนกันฮึ” เฉินเฟิงจ้องมองพุงกลม หลักฐานสำคัญที่จำเลยดิ้นไม่หลุดกี๊ซ (นี่เป็นพลังงานสำรองต่างหาก)เจ้าตัวโตแอ่นพุงไม่ยอมรับว่าหน้าท้องส่วนนี้เป็นไขมันที่เกิดจากการกินล้วนๆ“เอาเถอะ จะยอมเชื่อก็ได้” ในเมื่อเจ้าตัวไม่ให้ความร่วมมือ เจ้ากระต่ายก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะลดพุงเด็กดื้อนิโคลัสยกยิ้มมุมปากมองคนรักกับเจ้าตัวโต้เถียงกันเรื่องน้ำหนักเกินมาตรฐานไปตลอดทาง กระทั่งใกล้ถึงหมู่บ้านด้วงส

  • วันสิ้นโลกของผม   147 ชีวิตที่ต้องเดินต่อ [5/5]

    “พวกนาย…” ผู้ถูกขนานนามว่าเทพเซียนเดินดินเกือบน้ำตาร่วงด้วยความซาบซึ้ง ยังดีที่เก๊กขรึมฮึบไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นอาจมีสักขีพยานนับแสนเห็นท่านเทพหลั่งน้ำตา“เจอแบบนี้เขินเลยนะคะเนี่ย” แก้มใสของดาริณีขึ้นสีแดงระเรื่อ ทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย เทียบกันแล้วเธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่อยากจะปกป้องลูกชายและเพื่อนพ้อง ไม่ได้มีใจคิดอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มากมายถึงเพียงนั้นหนักเข้าหน่อยก็มีคนชูลังกระดาษที่มีชื่อของใครสักคนเขียนอยู่“อ๋า… มีชื่อของพี่ด้วย” เหมือนแฟนคลับไปตามดาราตามงานอีเวนต์เลย“วีรกรรมพี่ดาไม่ใช่ย่อยเลยนะคะ รับความรู้สึกอยากขอบคุณจากพวกเขาเถอะค่ะ” หงส์เอ่ยให้กำลังใจ ทั้งที่ไม่ได้เป็นทหารแต่ก็สามารถยืนหยัดต่อสู้กับซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์ได้โดยไม่ทำให้ทีมเสียสมดุลกลับกัน... หากขาดดาริณีไป สงครามอาจจบล่าช้ากว่าที่คิดก็เป็นได้ดาริณีเม้มปากขัดเขิน ใบหน้าสวยก้มมองพื้นไม่กล้าสบตาใคร กระทั่งโจเซฟกอบกุมมือเรียวไว้ เธอถึงเงยหน้ามองสบตากับสามีร่วมทุกข์ร่วมสุขแค่ได้เห็นสายตาที่บอกว่าภูมิใจที่มีเธออยู่เคียงข้าง ความมั่นใจที่หล่นหายไปก็พลันเอ่อล้นออกมากี๊ซ! (ขอบคุณทุกคนนะครับ ขอบคุณครับ มั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status