Beranda / วาย / วาดใจฉันด้วยฝันของนาย / Chapter 8 : รู้หน้าไม่รู้ใจ

Share

Chapter 8 : รู้หน้าไม่รู้ใจ

Penulis: Futhaone
last update Tanggal publikasi: 2025-12-26 18:03:46

   แสงแดดยามเช้าที่ส่องสว่างไปทั่วผืนป่า กำลังโอบอุ้มความหนาวเหน็บให้เบาบางลง เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าสิ่งดีๆกำลังจะเกิดขึ้น ปลาขนาดใหญ่ที่กำลังถูกย่างบนไฟร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมหวานไปทั่วป่า ชวนน้ำลายไหลยิ่งนัก ทุกคนนั่งล้อมวงด้วยความหิว ก่อนจะต้องเตรียมตัวกลับบ้านก่อน เพราะในวันพรุ่งนี้สถานที่อันสวยงามราวกับเทพนิยายแห่งนี้ กำลังจะถูกเปิดขึ้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกครั้งหลังถูกปิดทำการปรับปรุงมานานนับเดือน

"พี่เจ้าหน้าที่อนุรักษ์โทรบอกว่าทั้งคู่พ้นขีดอันตรายแล้ว ต้องอยู่ดูแลพวกเขาแทนเรา ดังนั้นลูกชายของเขาจะมาช่วยดูแลพวกเราแทนก่อนจะกลับบ้าน" ท้องฟ้าบอกเพื่อนๆเพื่อให้หายความกังวลใจ

"สวัสดีครับน้องๆ" น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นทำให้ท้องฟ้ารีบหันหน้าไปมอง เขาเบิกตาโตยิ้มกวางขึ้นด้วยความดีใจยิ่งนัก

"อ้าว พี่บาส" โลกมันจะกลมอะไรขนาดนี้ รุ่นพี่คนโปรดของเขากำลังยืนยิ้มหวานตรงหน้าเขาอีกครั้ง ก่อนที่จะถูกรุ่นพี่โอบกอดด้วยความคิดถึง

" ไม่คิดว่าจะได้เจอนายอีก โครตคิดถึงเลย" นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เจอเจ้าเด็กแสบตัวป่วน ที่ทำให้เขาหวั่นไหวทุกครั้งที่ได้เจอกัน จนกระทั่งในวันเขาไปเรียนต่อมหาลัย โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะล่ำลากัน ไม่คิดว่าการตัดสินใจช่วยพ่อในครั้งนี้จะทำให้ตนเจอคนที่แอบรักอีกครั้ง รอยยิ้มกว้างของเขาดันไปขัดหูขัดตาใครคนหนึ่งที่ทำหน้านิ่ง จ้องตาเขม่ง เผยแววตาดุดันราวกับเสื่อที่จ้องจะขย่ำเยื่อให้แหลกเป็นชิ้นๆ ชายหนุ่มเดินเข้าไปแทรกระหว่างกลางอย่างหน้าตาเฉย ใบหน้าที่เฉยชาทำให้อีกคนขนลุกซู่

"ทำไมบรรยากาศมันหนาวๆชอบกล" ท้องฟ้าพูดขึ้นพร้อมมองคนที้กำลังเดินไปหยิบปลาย่างขึ้นมา 

 "กินไหมอะปลานะ เดียวก็โยนให้หมาอลันกินหรอก"แปลกที่เขารู้สึกไม่พอใจกับภาพตรงหน้า 'จะคิดถึงอะไรขนาดนั้น'

  "อ่าวไอนี่โดนวอนตีนซะแล้ว" อลันพูดขึ้นจู่ก็เป็นเขาที่ต้องหยุด เมื่ออาเจยื่นปลาให้เขา เขาบัดมันตกลงพื้น ก่อนจะไปหยิบปลาที่กำลังย่างอยู่มากินแทน โดยไม่สนใจคนตรงหน้า 

"กินซิ กิน ของอร่อยจะพลาดได้ไง" ท้องฟ้าพูดขึ้นเพราะเห็นแล้วว่าสถาณการณ์เริ่มไม่สู้ดี"ก้างปลาเยอะจัง" ท้องฟ้าบ่นพึมพำเพราะปกติเขาชอบทานปลาที่เอาก้างออกแล้วเท่านั้น

"เอาออกให้!" จู่อลันก็พรวดเขามาดึงปลาไปจากมือเขา 'อะไรเนี่ยเขาช่วยเราเหรอ บรรยากาศแบบนี้คืออะไร น่ากลัวจัง'ท้องฟ้าได้แต่คิดในใจ

ซองอึนและรุ่นพี่ต่างหันมามองหน้ากัน รุ่นพี่ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ส่วนอีกคนก็ก็ส่งสายตาที่เย็นฉาแต่เชือดเฉือนใจอีกคนได้

"พวกเขาเป็นอะไรกันนะ"เขาให้ไปถามอาเจผู้ที่รู้ทุกเรื่อง

"อาการแบบนี้ เหมือนสัตว์ป่าที่แย่งอาหาร"

"หึ หึ" อลันยิ้มเยาะหยันจ้องเขม่งมายังอาเจ

"จริงนะ หรือไม่ก็เหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง ฉันเองก็ไม่รู้หรอก ถ้าพวกเขาชอบนาย ก็เรียกว่า หึง อะไรประมาณนั้น"

"ฮะ อะไรของนายเนี่ย ไร้สาระน่า" อีกคนรุ่นพี่ที่สนิทกันเหมือนพี่น้อง ส่วนอีกคนเพื่อนรัก ที่ไม่เคยแสดงอะไรออกมามากเกินกว่าเพื่อน แต่เขากับหวั่นไหวทุกครั้งโดยไม่รู้สาเหตุ

"กินต่อเถอะ ปล่อยให้พวกเขาจ้องหน้ากันไป คงไม่ถูกชะตากันมากกว่า " สายตาทุกคู่ต่างนั่งมองสองคนที่แสดงท่าทางไม่ค่อยพอใจกันเท่าไหร่ ทุกคนต่างช่วยกันเก็บเต้นท์ ทำความสะอาดพื้นที่ ความเงียบที่เข้ามาเยือน กลิ่นอายธรรมชาติยังหอมหวานละมุนละมัย พวกเขาต่างมองไปรอบๆป่่าที่เขียวชอุ่ม อุดมสมบูรณ์เหมือนว่าไม่อยากไปจากที่แห่งนี้

'ตื๊ด~ตี๊ด เสียงมือถือของรุ่นพี่ดังขึ้น เมื่อรับสายสีหน้ากลับกลายเป็นกังวล เหมือนมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ท้องรีบเดินเข้าไปหาเขาด้วยความเป็นห่วงในฐานะน้องชายที่ดี จนลืมมองกลับไปว่าสายตาคู่หนึ่งที่กำลังมองเขา บ่งบอกถึงความน้อยอกน้อยใจ เพราะระยะเวลาที่อยู่ด้วยเขาก็พูดแต่เรื่องของรุ่นพี่ให้ฟัง มันหงุดหงิดหัวใจเหมือนกัน

"มีอะไรไม่สบายหรือเปล่าครับรุ่นพี่" ต้องมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ เพราะแววตาคู่นั้นดูกังวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"พี่ต้องกลับขึ้นดอยด่วนนะ เพราะมีเรื่องเกิดขึ้นที่นั้น เสียดายที่เราเจอกันน้อยจัง"เขาส่งสายตาออดอ้อนเสียดายเหลือทน

"รีบไปเถอะครับ ไม่มีพี่ท้องฟ้าก็ยังมีผมอยู่ทั้งคน" อะไรเนี่ย เขาพูดแทรกขึ้นมาทำไม แล้วยิ้มตรงมุมปากนั่นมันหมายความว่าอะไร

"ซองอึนนายเป็นไร พูดจาดีๆหน่อยนี่รุ่นพี่ฉันนะ" ผมกระซิบเบาๆด้วยความเกรงใจ บดจะพูดก็พูดซะไม่เห็นหัวคนฟังเสียเลย

"ขอโทษครับ มีธุระสำคัญนิครับ ไปซิครับ อย่าเสียเวลาเลย ผมชอบพูดแบบตรงไปตรงมาคงไม่โกรธใช่ไหมครับ" อ๊ากกกกอะไรของหมอนี่เนีย

"ผีพงไพรตัวไหนเข้าสิงนายฮะ"ท้องฟ้ากระซิบข้างหูเขาอีกครั้ง โดยไม่ทันสังเกตหูซองอึนกำลังเปลี่ยนสี

"มันกระจั๊กกระจี๊ อย่ามากระซิบใกล้หูฉันอีกเข้าใจ" เป็นครั้งแรกที่เขาโมโหได้ขนาดนี้ ผมนี่อึ้งไปเลยครับ

"ไม่เป็นไรหรอก เขาพูดตรงดี พี่ชอบคนตรงๆเอาไว้พี่จะเข้าไปเยี่ยมเราที่โรงเรียนก็แล้วกัน เมื่อถึงวันนั้น..." บาสเดินไปใกล้ซองอึนแล้วกระซิบข้างๆหู ทำให้อีกคนม่านตาเปิดโพลงด้วยความไม่พอใจเขากระซิบว่าอะไรถึงสามารถทำให้อีกคนมือไม้สั่นได้

     รุ่นพี่ส่งยิ้มหวานมาให้ท้องฟ้า พร้อมยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มชายหนุ่มเบาๆ เผยยิ้มตรงมุมปากอย่างมีเลคนัยก่อนจะเดินจากไปเหลือทิ้งไว้แต่ความตกตะลึงของทุกคน โดยเฉพาะซองอึนที่ได้แต่ยืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อด้วยความโมโห

ซองอึนเดินมาเก็บสัมภาระทั้งหมดของเขาโดยไม่พูดจากันเลยสักคำ  โชคดีที่สัมภาระของใบชา และอาชิถูกส่งกลับบ้านก่อนหน้านี้แล้ว ความเงียบเข้าปกคลุมอย่างผิดปกติ ปกติในเวลาแบบนี้อฝเขาก็พูดอะไรมาบ้าง แต่ตอนนี้ทำไมถึงเงียบจัง

"ถามอะไรหน่อยซิ" เอาล่ะผมชวนคุยก่อนก็แล้วกัน 

"ว่า"

"เมื่อกี้รุ่นกระซิบบอกอะไรนายเหรอ"

"เปล่า ไม่มีอะไร " เขาเดินหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้ให้เขายืนอยู่ด้วยงุนงง

ซองอึนเดินมาหยุดตรงหน้าต้นไม้ใหญ่ที่ห่างไกลจากกลุ่มพวกเขา เขาซัดมัดลงบนต้นไม้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี นึกถึงเหตุการณ์ที่รุ่นพี่กระทำต่อท้องฟ้าแทบทำให้เขากระอักเลือดออกมา เพราะอะไรเขาถึงเป็นบ้าได้ขนาดนี้

่"น่าโมโหนัก" ชายหนุ่มแต่พึมพำคนเดียว

"ฉันจะจับเขาทำเมีย ครางออกมาอย่างกับหมา หึหึ"

"อึก!" คำพูดทุเรศนั่นทำให้เขาเดือดดาลยิ่งนัก ยากจะซัดมัดด้วยแรงทั้งหมดลงใบหน้าให้สมกับคำพูดที่น่ารังเกียจ คนที่แสนดีในสายตาของทุกคนแท้จริงแล้วเป็นคนที่มีความคิดชั่วๆอยู่ในใจ นี่คุณค่าของรุ่นน้องมอบให้ด้วยการนับถือเขาด้วยใจ หากท้องฟ้าได้ยินคงผิดหวังน่าดูอย่างน้อยก็เก็บงำเอาไว้คนเดียวจะดีกว่าให้เขารับรู้ ว่าคนที่เขาแอบปลื้มมาตลอดเป็นคนที่น่ารังเกียจแค่ไหนเมื่อเจอนายอีกครั้ง 'ฉันคนนี้จะกระชากหน้ากากมัน และฉันจะปกป้องนายเอง ท้องฟ้า' 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วาดใจฉันด้วยฝันของนาย   Chapter 15 : เจอกันในรอบ 4ปี

    " เราทำแบบนี้จะดีหรือครับนาย ผมเกรงว่า...""ป้องกันไว้ก่อน นั่นคือจุดอ่อนของฉัน การแก้แค้นจะเสียแผนไม่ได้เด็ดขาด" เขาก้มมองต่ำ ด้วยแววตาที่อ่อนโยน พร้อมเผยรอยยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย ยามราตรีไร้ซึ่งหมู่ดาว เพราะเมฆฝนบดบังจนหมดสิ้น เสียงฝนตกที่โหมกระหน่ำลงมาไม่เว้นห่าง พร้อมเสียงฟ้าร้องที่ดังกึกก้องไปทั่วฟ้า กลบเกลื่อนเสียงยามวิกาลจนหมดสิ้น รถหรูคันสีดำวิ่งเล่นไปตามท้องถนนซึ่งไร้แสงสว่างส่องนำทาง มีเพียงแสงไฟหน้ารถที่ส่องนำทาง ขับเคลื่อนไปอย่างช้าๆ ภายในรถเผยให้เห็นบุรุษที่ผินหน้ามองสองข้างทาง ปกคลุมไปด้วยพุ่มไม้ น้อยนักจะเจอบ้านเรือน นับว่าเป็นเส้นทางอันห่างไกลผู้คน แววตาแสนเย็นชายังคงจับจ้องไปยังเม็ดฝนที่โปรยลงมาอย่างไม่ขายสาย ก่อนก้มหน้าลง เพื่อมองชายหนุ่ม ผู้ที่หลับตาพริ้มบนตักอย่างไร้สติ ผู้ที่เขาไม่เคยลืมเลือนไปจากความทรงจำได้เลย แม้ว่าจะห่างหายกันไปนานนับปี ทว่ากลิ่นกายของเขายังคงตราตรึงไม่เคยเปลี่ยนปลายถนนปรากฏบ้านสไตล์ยุโรปหลังใหญ่ตั้งสง่าโดดเด่นเหมือนว่าสถานที่ตั้งอยู่ในโลกอีกใบหนึ่งซึ่งไร้ผู้คน “เตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยใช่ไหม?”เสียงทุ้มกำชับลูกน้องมือขวาด้วยแววตาหนัก

  • วาดใจฉันด้วยฝันของนาย   Chapter 14 : ไม่ใช่ไม่รักกัน

    ~บ้านที่แสนธรรมดาของซองอึน~ หญิงวัยชราทั้งสองที่นั่งเผชิญหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตั้งแต่ลูกพวกเขาทั้งสองแต่งงานกัน ก็ไม่เคยพบเจอหน้ากันอย่างเป็นทางการสักครั้ง ย่าหมวยแม่ของโช หรือโชตินันท์ อดีตตำรวจน้ำดี บัดนี้ได้กลายเป็นตำรวจที่ทำผิดกฎหมายซ่ะเอง แถมยังมาตายอย่างมีเงื่อนงำ มันช่างทำร้ายจิตใจของผู้เป็นแม่ให้ตายทั้งเป็น แต่ทว่าก็ไม่ต่างกับแม่ของมีรา หรือชื่อที่แท้จริงว่า ซอยอน ที่เจ็บปวดใจที่ต้องรู้ว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของเธอ เลือกที่จะใช้ชีวิตกับผู้ชายที่รัก มากกว่าแม่ผู้ให้กำเนิดเธอมา แม้รู้ว่าการพูดว่าตัดขาดความสัมพันธ์ในครั้งนั้นจะทำให้ลูกเจ็บปวดเพียงใด แต่ก็ยังดีกว่าให้ลูกลังเลใจที่จะทำตามความฝันของตนเอง ความฝันที่อยากมีครอบครัวที่ดี และอบอุ่นใจโดยปราศจากเธอ ผู้ที่ตั้งกฎเกณฑ์มากมาย ทำให้เธอไม่เป็นตัวของตัวเอง จนกระทั่งได้เจอพ่อของซองอึน"ซอยอน ลูกต้องสืบทอดกิจการต่อจากแม่ ลูกจะรักผู้ชายคนนั้นไม่ได้""ขอโทษค่ะแม่หนูยังยืนยันคำเดิมว่าจะไปอยู่ที่นั่น ความสุขของหนูอยู่ที่เมืองไทย แล้วหนูจะมาเยี่ยมแม่ปล่อย ๆ นะค่ะ""ไม่ต้อง ในเมื่อแกเห็นผู้ชายดีกว่าฉัน ก็ไม่ต้องมาเป็นแม่ลูกก

  • วาดใจฉันด้วยฝันของนาย   Chapter 13: จังหวะตกหลุมรัก

    ห้องรับแขกเรียบหรูมีสไตล์ ที่ตกแต่งด้วยแจกันลายไทย ประดับตกแต่งด้วยดอกลิลลี่สีขาว ดูสบายตายิ่งนัก ชายหนุ่มทั้งสองกำลังนั่งเผชิญหน้ากับหญิงชราผู้เป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์แห่งใหญ่ในเกาหลีอย่างไม่ละสายตา ท้องฟ้ามองหน้าซองอึนที่กำลังจ้องมองหญิงชราอย่างไม่ลดละสายตา "เอ่อ...ผมควรออกไปดีกว่าครับ แฮร่ ๆ " ชายหนุ่มฉีกยิ้มเล็กน้อยเพื่อปกปิดความละอายใจที่จู่ ๆ ก็ถูกซองอึนกระชากแขนมาด้วย "ไม่ต้อง! คนที่ควรออกไปไม่ใช่นาย" น้ำเสียงที่หนักแน่นทำให้ท้องฟ้าดิ่งก้นนั่งลงตามเดิมด้วยความกังวลใจ"อืม...เด็กหนุ่มคนนี้คงมีความสำคัญกับหลานมากซินะ ถึงไม่ยอมเว้นระยะห่างกัน" เธอเผยยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย"ใช่ครับ! สำหรับผมท้องฟ้าสำคัญที่สุด ว่าแต่อะไรทำให้คุณอยากเจอผม ผมลืมไปแล้วว่ามีคุณอยู่ในชีวิต""อึก! " ท้องฟ้ามองหน้าซองอึนด้วยความตกตะลึงไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดอย่างนี้ออกมา จู่ ๆดวงหน้าร้อนพลัน ร้อนฉ่าขึ้นมาทั้ง ๆ ที่อากาศหนาวเย็นขนาดนี้ "ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายหรอกนะ ว่าทำไมฉันถึงโผล่มาตอนนี้" แววตาที่มองซองอึนนั้นลึก ๆ แล้วเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ภายในใจเอาไว้มากมายเหลือเกิน"หึหึ เยี่ยมครับ สิบแปดปีที่ผ่า

  • วาดใจฉันด้วยฝันของนาย   Chapter12 : ศิลปะนำทางหัวใจ

    ในห้องชมรมศิลปะอันกว้างใหญ่ ภาพวาดงดงามที่ถูกตวัดลวดลายหลากหลายสีสันด้วยแปรงพู่กันผ่านสีโปสเตอร์ ถูกตั้งสง่าเรียงรายอย่างโดดเด่นเพื่อผลการแข่งขัน ขึ้นชื่อว่าเป็นผลงานศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากจินตนาการของนักวาดก็ยากจะตัดสินได้ว่า ผลงานชิ้นไหนดีที่สุด ยกเว้นองค์ประกอบรวมที่ผู้วาดได้ถ่ายทอดลงไปเพื่อสื่อความหมายของภาพนั้น ๆ คณะกรรมตรวจสอบผลงานได้เดินดูภาพวาดแต่ละภาพอย่างภาคภูมิใจในผลงานทุกชิ้น แต่พวกเขาต้องมาสะดุดตากับภาพวาดแผ่นหนึ่ง ยืนมองวิเคราะห์ภาพวาดนั้นนานสองนาน"ภาพนี้ถึงแม้จะดูธรรมดา ใช้เฉดสีน้อยนิดแต่มีการใช้ส่วนประกอบมูลฐาน! ทำให้ผลงานโดดเด่นและแตกต่างกว่าของนักเรียนคนอื่นๆ พวกคุณดูซิ!"คณะกรรมการผู้อาวุโสชายท่านหนึ่งพูดขึ้น ก่อนที่คุณครูท่านอื่นๆจะมองสังเกตภาพนั้นใกล้ๆ"จริงด้วยค่ะอาจารย์ เส้น รูปร่าง น้ำหนัก สี ผิวเผินอาจดูธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อรวมองค์ประกอบรวมดันมีความสมดุลกัน" คณะกรรมการผู้หญิงพูดขึ้น"แบบด้านสองด้านไม่เท่ากัน"คณะกรรมการผู้ชายเสริมขึ้นเมื่อสังเกตเห็นจุดเด่นของภาพวาดใบนี้"ใช่ค่ะ แบบด้านสองด้านไม่เท่ากัน แต่ยังมีความเคลื่อนไหวที่สั่นพลิ้วสลวยอย่างละเอีย

  • วาดใจฉันด้วยฝันของนาย   Chapter 11 : ความรู้สึกที่คลุมเคลือของพวกเขา

    ~ห้องศิลปะ~วันแข่งขันมาเยือนเหล่าเพื่อน ๆ ต่างสถาบันต่างหลั่งไหลกันเข้ามาร่วมกิจกรรมวิชาการและงานบันเทิงอย่างครบเครื่องมีหรือจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปได้ เสียงหัวเราะเขาเหล่านักเรียนต่างส่งเสียงดังกึกก้องไปทั่วอาคารเรียน"สวัสดีครับครูเบนนะยินดีที่ได้รู้จักนักเรียนทุกคนในห้องนี้ ครูดีใจมากที่วันนี้มีนักเรียนหลากหลายโรงเรียนเข้าร่วมประกวดวาดภาพระบายสีโปสเตอร์ในหัวข้อ ซากุระ อาร์ต คันเทสทฺ "วาดภาพทิวทัศน์" เพื่อไม่ให้เสียเวลาอีกต่อไป ทุกคนมาเริ่มกันเลย ไฟติ้ง!"ครูเบนเดินไปนั่งตรงโต๊ะประจำของตนก่อนมองไปยังซองอึนด้วยความภาคภูมิใจไม่คิดเลยว่าเขาจะร่วมกิจกรรมด้วย"ซองอึน เขาเปิดใจให้ท้องฟ้าคนเดียวซินะ" เผยรอยยิ้มตรงมุมปาก ไม่คิดว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะมาถึงจุดนี้ได้พู่กันและสีน้ำต่างถูกบรรเลงลงบนกระดาษขนาดใหญ่ สไตล์การวาด ความคิดสร้างสรรค์แตกต่างกันออกไป ผู้เข้าแข่งขันทุกคนดูมุ่งมั่น ตั้งใจหมายจะคว้าความภาคภูมิใจกลับบ้านไปให้ได้ มีเพียงซองอึนที่ยังคงหลับตาด้วยความผ่อนคลาย "ให้ตายซิ นอนได้ทุกเวลาจริงๆ" ท้องฟ้าที่กำลังแอบมองอยู่ผ่านกระจกเล็ก ๆ ด้วยความหงุดหงิดแต่ทว่ามือเรียวของซองอึนกำลัง

  • วาดใจฉันด้วยฝันของนาย   Chapter 10 : ปลดพันธนาการแห่งความทุกข์

    เปิดเรียนวันแรกหลังจากการพักผ่อนของพวกเขา อากาศยามเช้าที่เย็นสบาย ไร้มลพิษ ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติที่เขียวชอุ่ม สองข้างทางรายล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพรรณสีสันสดใสช่างงดงามตายิ่งนัก ไร่องุ่น ไร่สตรอว์เบอร์รี่ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาเป็นเมืองที่เหมาะกับคนที่รักความสงบ รักความเรียบง่าย รักชีวิตที่อิสระ และรักธรรมชาติถึงจะอาศัยอยู่ที่แห่งนี้ได้ ซองอึนยืนมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาสุกใสในวิธีการชีวิตของชาวไร่ช่างเหน็ดเหนื่อยทั้งเก็บเกี่ยว พรวนดิน ดูแลรักษาพืชผลด้วยความใส่ใจทะนุถนอมดังลูกในไส้ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็มีความสุข ดั่งคำกล่าวที่ว่า"สุขแท้จริง คือสุขที่ใจ" เขาไม่เคยคิดเลยว่าการได้มาใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้จะทำให้พบเจอสิ่งมหัศจรรย์มากมาย ความพอเพียง ความจริงใจ และมิตรภาพที่ดี ไม่แปลกใจที่คนที่นี่ล้วนดูมีรอยยิ้มบนใบหน้าทำให้เข้าสัมผัสได้ถึงความสุขที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้ และตัวเขาล่ะพอใจกับสิ่งที่มี อยู่ ณ ตอนนี้แล้วหรือยัง หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงถือกระดานวาดภาพ พู่กัน และสีติดตัวมาด้วย และคงยากที่จะห้ามใจไม่ให้วาดความสุขเหล่านี้เพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดได้หรอก อารมณ์ศิลปินของเขากำลังพุ่งก

  • วาดใจฉันด้วยฝันของนาย   Chapter 9 : ความชิงชังค่อย ๆ หายไป

    ~ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง~เสียงร้องห่มร้องไห้ดังทั่วห้องผู้ป่วยรวม ผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ต่างลุกขึ้นมามองคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนมองคนไข้อย่างหมดอาลัยตายอยาก เหมือนกับคนบนเตียงนั้นสิ้นลมหายใจไปแล้ว "ไม่น่าเลยลูกชายสุดที่รักของพ่อ" กระดาษเช็ดชู้ที่ถูกดึงจากกล่องชิ้นแล้วชิ้นเล่าที่ใช้แล้วตกลงสู้พื้นมากมายรวมทั้

  • วาดใจฉันด้วยฝันของนาย   Chapter 7 : การกระทำที่ตรงข้ามกับความรู้สึก

    บรรยากาศยามค่ำคืน ช่างหนาวเหน็บ เพียงเพราะลมพัดเบาๆ ก็หนาวไปถึงทรวง ต้นไม้โอนเอนไปมาตามกระแสลม เกิดเสียงขึ้นเบา บวกกับเสียงสัตว์ป่าตัวเล็กตัวน้อยที่ออกหาอาหารในยามค่ำคืน พวกเขานั่งรอบกองไฟที่ก่อขึ้นเพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย เปลวไฟที่ลุกโชนทำให้พวกเขาคลายหนาวได้สักนิด วันนี้ทั้งวันยังไ

  • วาดใจฉันด้วยฝันของนาย   Chapter 6 : "มือไม่พายยังเอาเท้าราน้ำอีก"

    สายธารน้ำไหลที่ใส่สะอาด จนมองเห็นฝูงปลาตัวเล็กใหญ่ว่ายวนเวียนไปมาอย่างอิสระ ริมฝั่งปกคลุมไปด้วยพุ่มหญ้าเขียวขจี่ โขดหินนับร้อยสลับทับซ้อนกันไปมาช่างดูสวยงามยิ่งนัก เหมาะแก่การซ่อนตัวของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำตามกระแสน้ำเฉี่ยว บริเวณรอบโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพรรณ ดูร่มรื่น หากได้สัมผัสถึงกลิ่นอายอย

  • วาดใจฉันด้วยฝันของนาย   Chapter 5:"เชอะ! ชวนมันมาทำไมก็ไม่รู้ โคตรเกลียดขี้หน้า"

    "เร็วๆ หน่อยซิ เดียวก็ไม่ทันรถหรอก" ท้องฟ้าพูดขึ้นสายตามองมายังชายหนุ่มที่เดินเชื่องช้าเหมือนเต่ากวนตีนเช่นนี้"ก็นายไม่บอกนี่ ว่าจะไปไหนกัน" เขาหยุดเดินและแสดงท่าทางยียวนกวนใจ"คุณซองอึนขอรับ กระผมจะพาคุณไปพักผ่อน รับรองถูกใจคุณแน่นอน " น้ำเสียงออดอ้อนออเซาะ ทำให้คนฟังเริ่มใจอ่อน"ก็ได้ พูดจัดเต็ม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status