Masukแสงแดดยามเช้าที่ส่องสว่างไปทั่วผืนป่า กำลังโอบอุ้มความหนาวเหน็บให้เบาบางลง เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าสิ่งดีๆกำลังจะเกิดขึ้น ปลาขนาดใหญ่ที่กำลังถูกย่างบนไฟร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมหวานไปทั่วป่า ชวนน้ำลายไหลยิ่งนัก ทุกคนนั่งล้อมวงด้วยความหิว ก่อนจะต้องเตรียมตัวกลับบ้านก่อน เพราะในวันพรุ่งนี้สถานที่อันสวยงามราวกับเทพนิยายแห่งนี้ กำลังจะถูกเปิดขึ้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกครั้งหลังถูกปิดทำการปรับปรุงมานานนับเดือน
"พี่เจ้าหน้าที่อนุรักษ์โทรบอกว่าทั้งคู่พ้นขีดอันตรายแล้ว ต้องอยู่ดูแลพวกเขาแทนเรา ดังนั้นลูกชายของเขาจะมาช่วยดูแลพวกเราแทนก่อนจะกลับบ้าน" ท้องฟ้าบอกเพื่อนๆเพื่อให้หายความกังวลใจ
"สวัสดีครับน้องๆ" น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นทำให้ท้องฟ้ารีบหันหน้าไปมอง เขาเบิกตาโตยิ้มกวางขึ้นด้วยความดีใจยิ่งนัก
"อ้าว พี่บาส" โลกมันจะกลมอะไรขนาดนี้ รุ่นพี่คนโปรดของเขากำลังยืนยิ้มหวานตรงหน้าเขาอีกครั้ง ก่อนที่จะถูกรุ่นพี่โอบกอดด้วยความคิดถึง
" ไม่คิดว่าจะได้เจอนายอีก โครตคิดถึงเลย" นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เจอเจ้าเด็กแสบตัวป่วน ที่ทำให้เขาหวั่นไหวทุกครั้งที่ได้เจอกัน จนกระทั่งในวันเขาไปเรียนต่อมหาลัย โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะล่ำลากัน ไม่คิดว่าการตัดสินใจช่วยพ่อในครั้งนี้จะทำให้ตนเจอคนที่แอบรักอีกครั้ง รอยยิ้มกว้างของเขาดันไปขัดหูขัดตาใครคนหนึ่งที่ทำหน้านิ่ง จ้องตาเขม่ง เผยแววตาดุดันราวกับเสื่อที่จ้องจะขย่ำเยื่อให้แหลกเป็นชิ้นๆ ชายหนุ่มเดินเข้าไปแทรกระหว่างกลางอย่างหน้าตาเฉย ใบหน้าที่เฉยชาทำให้อีกคนขนลุกซู่
"ทำไมบรรยากาศมันหนาวๆชอบกล" ท้องฟ้าพูดขึ้นพร้อมมองคนที้กำลังเดินไปหยิบปลาย่างขึ้นมา
"กินไหมอะปลานะ เดียวก็โยนให้หมาอลันกินหรอก"แปลกที่เขารู้สึกไม่พอใจกับภาพตรงหน้า 'จะคิดถึงอะไรขนาดนั้น'
"อ่าวไอนี่โดนวอนตีนซะแล้ว" อลันพูดขึ้นจู่ก็เป็นเขาที่ต้องหยุด เมื่ออาเจยื่นปลาให้เขา เขาบัดมันตกลงพื้น ก่อนจะไปหยิบปลาที่กำลังย่างอยู่มากินแทน โดยไม่สนใจคนตรงหน้า
"กินซิ กิน ของอร่อยจะพลาดได้ไง" ท้องฟ้าพูดขึ้นเพราะเห็นแล้วว่าสถาณการณ์เริ่มไม่สู้ดี"ก้างปลาเยอะจัง" ท้องฟ้าบ่นพึมพำเพราะปกติเขาชอบทานปลาที่เอาก้างออกแล้วเท่านั้น
"เอาออกให้!" จู่อลันก็พรวดเขามาดึงปลาไปจากมือเขา 'อะไรเนี่ยเขาช่วยเราเหรอ บรรยากาศแบบนี้คืออะไร น่ากลัวจัง'ท้องฟ้าได้แต่คิดในใจ
ซองอึนและรุ่นพี่ต่างหันมามองหน้ากัน รุ่นพี่ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ส่วนอีกคนก็ก็ส่งสายตาที่เย็นฉาแต่เชือดเฉือนใจอีกคนได้ "พวกเขาเป็นอะไรกันนะ"เขาให้ไปถามอาเจผู้ที่รู้ทุกเรื่อง "อาการแบบนี้ เหมือนสัตว์ป่าที่แย่งอาหาร" "หึ หึ" อลันยิ้มเยาะหยันจ้องเขม่งมายังอาเจ "จริงนะ หรือไม่ก็เหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง ฉันเองก็ไม่รู้หรอก ถ้าพวกเขาชอบนาย ก็เรียกว่า หึง อะไรประมาณนั้น" "ฮะ อะไรของนายเนี่ย ไร้สาระน่า" อีกคนรุ่นพี่ที่สนิทกันเหมือนพี่น้อง ส่วนอีกคนเพื่อนรัก ที่ไม่เคยแสดงอะไรออกมามากเกินกว่าเพื่อน แต่เขากับหวั่นไหวทุกครั้งโดยไม่รู้สาเหตุ "กินต่อเถอะ ปล่อยให้พวกเขาจ้องหน้ากันไป คงไม่ถูกชะตากันมากกว่า " สายตาทุกคู่ต่างนั่งมองสองคนที่แสดงท่าทางไม่ค่อยพอใจกันเท่าไหร่ ทุกคนต่างช่วยกันเก็บเต้นท์ ทำความสะอาดพื้นที่ ความเงียบที่เข้ามาเยือน กลิ่นอายธรรมชาติยังหอมหวานละมุนละมัย พวกเขาต่างมองไปรอบๆป่่าที่เขียวชอุ่ม อุดมสมบูรณ์เหมือนว่าไม่อยากไปจากที่แห่งนี้'ตื๊ด~ตี๊ด เสียงมือถือของรุ่นพี่ดังขึ้น เมื่อรับสายสีหน้ากลับกลายเป็นกังวล เหมือนมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ท้องรีบเดินเข้าไปหาเขาด้วยความเป็นห่วงในฐานะน้องชายที่ดี จนลืมมองกลับไปว่าสายตาคู่หนึ่งที่กำลังมองเขา บ่งบอกถึงความน้อยอกน้อยใจ เพราะระยะเวลาที่อยู่ด้วยเขาก็พูดแต่เรื่องของรุ่นพี่ให้ฟัง มันหงุดหงิดหัวใจเหมือนกัน
"มีอะไรไม่สบายหรือเปล่าครับรุ่นพี่" ต้องมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ เพราะแววตาคู่นั้นดูกังวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "พี่ต้องกลับขึ้นดอยด่วนนะ เพราะมีเรื่องเกิดขึ้นที่นั้น เสียดายที่เราเจอกันน้อยจัง"เขาส่งสายตาออดอ้อนเสียดายเหลือทน "รีบไปเถอะครับ ไม่มีพี่ท้องฟ้าก็ยังมีผมอยู่ทั้งคน" อะไรเนี่ย เขาพูดแทรกขึ้นมาทำไม แล้วยิ้มตรงมุมปากนั่นมันหมายความว่าอะไร "ซองอึนนายเป็นไร พูดจาดีๆหน่อยนี่รุ่นพี่ฉันนะ" ผมกระซิบเบาๆด้วยความเกรงใจ บดจะพูดก็พูดซะไม่เห็นหัวคนฟังเสียเลย "ขอโทษครับ มีธุระสำคัญนิครับ ไปซิครับ อย่าเสียเวลาเลย ผมชอบพูดแบบตรงไปตรงมาคงไม่โกรธใช่ไหมครับ" อ๊ากกกกอะไรของหมอนี่เนีย "ผีพงไพรตัวไหนเข้าสิงนายฮะ"ท้องฟ้ากระซิบข้างหูเขาอีกครั้ง โดยไม่ทันสังเกตหูซองอึนกำลังเปลี่ยนสี "มันกระจั๊กกระจี๊ อย่ามากระซิบใกล้หูฉันอีกเข้าใจ" เป็นครั้งแรกที่เขาโมโหได้ขนาดนี้ ผมนี่อึ้งไปเลยครับ "ไม่เป็นไรหรอก เขาพูดตรงดี พี่ชอบคนตรงๆเอาไว้พี่จะเข้าไปเยี่ยมเราที่โรงเรียนก็แล้วกัน เมื่อถึงวันนั้น..." บาสเดินไปใกล้ซองอึนแล้วกระซิบข้างๆหู ทำให้อีกคนม่านตาเปิดโพลงด้วยความไม่พอใจเขากระซิบว่าอะไรถึงสามารถทำให้อีกคนมือไม้สั่นได้ รุ่นพี่ส่งยิ้มหวานมาให้ท้องฟ้า พร้อมยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มชายหนุ่มเบาๆ เผยยิ้มตรงมุมปากอย่างมีเลคนัยก่อนจะเดินจากไปเหลือทิ้งไว้แต่ความตกตะลึงของทุกคน โดยเฉพาะซองอึนที่ได้แต่ยืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อด้วยความโมโห ซองอึนเดินมาเก็บสัมภาระทั้งหมดของเขาโดยไม่พูดจากันเลยสักคำ โชคดีที่สัมภาระของใบชา และอาชิถูกส่งกลับบ้านก่อนหน้านี้แล้ว ความเงียบเข้าปกคลุมอย่างผิดปกติ ปกติในเวลาแบบนี้อฝเขาก็พูดอะไรมาบ้าง แต่ตอนนี้ทำไมถึงเงียบจัง "ถามอะไรหน่อยซิ" เอาล่ะผมชวนคุยก่อนก็แล้วกัน"ว่า"
"เมื่อกี้รุ่นกระซิบบอกอะไรนายเหรอ" "เปล่า ไม่มีอะไร " เขาเดินหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้ให้เขายืนอยู่ด้วยงุนงง ซองอึนเดินมาหยุดตรงหน้าต้นไม้ใหญ่ที่ห่างไกลจากกลุ่มพวกเขา เขาซัดมัดลงบนต้นไม้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี นึกถึงเหตุการณ์ที่รุ่นพี่กระทำต่อท้องฟ้าแทบทำให้เขากระอักเลือดออกมา เพราะอะไรเขาถึงเป็นบ้าได้ขนาดนี้ ่"น่าโมโหนัก" ชายหนุ่มแต่พึมพำคนเดียว "ฉันจะจับเขาทำเมีย ครางออกมาอย่างกับหมา หึหึ""อึก!" คำพูดทุเรศนั่นทำให้เขาเดือดดาลยิ่งนัก ยากจะซัดมัดด้วยแรงทั้งหมดลงใบหน้าให้สมกับคำพูดที่น่ารังเกียจ คนที่แสนดีในสายตาของทุกคนแท้จริงแล้วเป็นคนที่มีความคิดชั่วๆอยู่ในใจ นี่คุณค่าของรุ่นน้องมอบให้ด้วยการนับถือเขาด้วยใจ หากท้องฟ้าได้ยินคงผิดหวังน่าดูอย่างน้อยก็เก็บงำเอาไว้คนเดียวจะดีกว่าให้เขารับรู้ ว่าคนที่เขาแอบปลื้มมาตลอดเป็นคนที่น่ารังเกียจแค่ไหนเมื่อเจอนายอีกครั้ง 'ฉันคนนี้จะกระชากหน้ากากมัน และฉันจะปกป้องนายเอง ท้องฟ้า'
" เราทำแบบนี้จะดีหรือครับนาย ผมเกรงว่า...""ป้องกันไว้ก่อน นั่นคือจุดอ่อนของฉัน การแก้แค้นจะเสียแผนไม่ได้เด็ดขาด" เขาก้มมองต่ำ ด้วยแววตาที่อ่อนโยน พร้อมเผยรอยยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย ยามราตรีไร้ซึ่งหมู่ดาว เพราะเมฆฝนบดบังจนหมดสิ้น เสียงฝนตกที่โหมกระหน่ำลงมาไม่เว้นห่าง พร้อมเสียงฟ้าร้องที่ดังกึกก้องไปทั่วฟ้า กลบเกลื่อนเสียงยามวิกาลจนหมดสิ้น รถหรูคันสีดำวิ่งเล่นไปตามท้องถนนซึ่งไร้แสงสว่างส่องนำทาง มีเพียงแสงไฟหน้ารถที่ส่องนำทาง ขับเคลื่อนไปอย่างช้าๆ ภายในรถเผยให้เห็นบุรุษที่ผินหน้ามองสองข้างทาง ปกคลุมไปด้วยพุ่มไม้ น้อยนักจะเจอบ้านเรือน นับว่าเป็นเส้นทางอันห่างไกลผู้คน แววตาแสนเย็นชายังคงจับจ้องไปยังเม็ดฝนที่โปรยลงมาอย่างไม่ขายสาย ก่อนก้มหน้าลง เพื่อมองชายหนุ่ม ผู้ที่หลับตาพริ้มบนตักอย่างไร้สติ ผู้ที่เขาไม่เคยลืมเลือนไปจากความทรงจำได้เลย แม้ว่าจะห่างหายกันไปนานนับปี ทว่ากลิ่นกายของเขายังคงตราตรึงไม่เคยเปลี่ยนปลายถนนปรากฏบ้านสไตล์ยุโรปหลังใหญ่ตั้งสง่าโดดเด่นเหมือนว่าสถานที่ตั้งอยู่ในโลกอีกใบหนึ่งซึ่งไร้ผู้คน “เตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยใช่ไหม?”เสียงทุ้มกำชับลูกน้องมือขวาด้วยแววตาหนัก
~บ้านที่แสนธรรมดาของซองอึน~ หญิงวัยชราทั้งสองที่นั่งเผชิญหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตั้งแต่ลูกพวกเขาทั้งสองแต่งงานกัน ก็ไม่เคยพบเจอหน้ากันอย่างเป็นทางการสักครั้ง ย่าหมวยแม่ของโช หรือโชตินันท์ อดีตตำรวจน้ำดี บัดนี้ได้กลายเป็นตำรวจที่ทำผิดกฎหมายซ่ะเอง แถมยังมาตายอย่างมีเงื่อนงำ มันช่างทำร้ายจิตใจของผู้เป็นแม่ให้ตายทั้งเป็น แต่ทว่าก็ไม่ต่างกับแม่ของมีรา หรือชื่อที่แท้จริงว่า ซอยอน ที่เจ็บปวดใจที่ต้องรู้ว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของเธอ เลือกที่จะใช้ชีวิตกับผู้ชายที่รัก มากกว่าแม่ผู้ให้กำเนิดเธอมา แม้รู้ว่าการพูดว่าตัดขาดความสัมพันธ์ในครั้งนั้นจะทำให้ลูกเจ็บปวดเพียงใด แต่ก็ยังดีกว่าให้ลูกลังเลใจที่จะทำตามความฝันของตนเอง ความฝันที่อยากมีครอบครัวที่ดี และอบอุ่นใจโดยปราศจากเธอ ผู้ที่ตั้งกฎเกณฑ์มากมาย ทำให้เธอไม่เป็นตัวของตัวเอง จนกระทั่งได้เจอพ่อของซองอึน"ซอยอน ลูกต้องสืบทอดกิจการต่อจากแม่ ลูกจะรักผู้ชายคนนั้นไม่ได้""ขอโทษค่ะแม่หนูยังยืนยันคำเดิมว่าจะไปอยู่ที่นั่น ความสุขของหนูอยู่ที่เมืองไทย แล้วหนูจะมาเยี่ยมแม่ปล่อย ๆ นะค่ะ""ไม่ต้อง ในเมื่อแกเห็นผู้ชายดีกว่าฉัน ก็ไม่ต้องมาเป็นแม่ลูกก
ห้องรับแขกเรียบหรูมีสไตล์ ที่ตกแต่งด้วยแจกันลายไทย ประดับตกแต่งด้วยดอกลิลลี่สีขาว ดูสบายตายิ่งนัก ชายหนุ่มทั้งสองกำลังนั่งเผชิญหน้ากับหญิงชราผู้เป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์แห่งใหญ่ในเกาหลีอย่างไม่ละสายตา ท้องฟ้ามองหน้าซองอึนที่กำลังจ้องมองหญิงชราอย่างไม่ลดละสายตา "เอ่อ...ผมควรออกไปดีกว่าครับ แฮร่ ๆ " ชายหนุ่มฉีกยิ้มเล็กน้อยเพื่อปกปิดความละอายใจที่จู่ ๆ ก็ถูกซองอึนกระชากแขนมาด้วย "ไม่ต้อง! คนที่ควรออกไปไม่ใช่นาย" น้ำเสียงที่หนักแน่นทำให้ท้องฟ้าดิ่งก้นนั่งลงตามเดิมด้วยความกังวลใจ"อืม...เด็กหนุ่มคนนี้คงมีความสำคัญกับหลานมากซินะ ถึงไม่ยอมเว้นระยะห่างกัน" เธอเผยยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย"ใช่ครับ! สำหรับผมท้องฟ้าสำคัญที่สุด ว่าแต่อะไรทำให้คุณอยากเจอผม ผมลืมไปแล้วว่ามีคุณอยู่ในชีวิต""อึก! " ท้องฟ้ามองหน้าซองอึนด้วยความตกตะลึงไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดอย่างนี้ออกมา จู่ ๆดวงหน้าร้อนพลัน ร้อนฉ่าขึ้นมาทั้ง ๆ ที่อากาศหนาวเย็นขนาดนี้ "ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายหรอกนะ ว่าทำไมฉันถึงโผล่มาตอนนี้" แววตาที่มองซองอึนนั้นลึก ๆ แล้วเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ภายในใจเอาไว้มากมายเหลือเกิน"หึหึ เยี่ยมครับ สิบแปดปีที่ผ่า
ในห้องชมรมศิลปะอันกว้างใหญ่ ภาพวาดงดงามที่ถูกตวัดลวดลายหลากหลายสีสันด้วยแปรงพู่กันผ่านสีโปสเตอร์ ถูกตั้งสง่าเรียงรายอย่างโดดเด่นเพื่อผลการแข่งขัน ขึ้นชื่อว่าเป็นผลงานศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากจินตนาการของนักวาดก็ยากจะตัดสินได้ว่า ผลงานชิ้นไหนดีที่สุด ยกเว้นองค์ประกอบรวมที่ผู้วาดได้ถ่ายทอดลงไปเพื่อสื่อความหมายของภาพนั้น ๆ คณะกรรมตรวจสอบผลงานได้เดินดูภาพวาดแต่ละภาพอย่างภาคภูมิใจในผลงานทุกชิ้น แต่พวกเขาต้องมาสะดุดตากับภาพวาดแผ่นหนึ่ง ยืนมองวิเคราะห์ภาพวาดนั้นนานสองนาน"ภาพนี้ถึงแม้จะดูธรรมดา ใช้เฉดสีน้อยนิดแต่มีการใช้ส่วนประกอบมูลฐาน! ทำให้ผลงานโดดเด่นและแตกต่างกว่าของนักเรียนคนอื่นๆ พวกคุณดูซิ!"คณะกรรมการผู้อาวุโสชายท่านหนึ่งพูดขึ้น ก่อนที่คุณครูท่านอื่นๆจะมองสังเกตภาพนั้นใกล้ๆ"จริงด้วยค่ะอาจารย์ เส้น รูปร่าง น้ำหนัก สี ผิวเผินอาจดูธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อรวมองค์ประกอบรวมดันมีความสมดุลกัน" คณะกรรมการผู้หญิงพูดขึ้น"แบบด้านสองด้านไม่เท่ากัน"คณะกรรมการผู้ชายเสริมขึ้นเมื่อสังเกตเห็นจุดเด่นของภาพวาดใบนี้"ใช่ค่ะ แบบด้านสองด้านไม่เท่ากัน แต่ยังมีความเคลื่อนไหวที่สั่นพลิ้วสลวยอย่างละเอีย
~ห้องศิลปะ~วันแข่งขันมาเยือนเหล่าเพื่อน ๆ ต่างสถาบันต่างหลั่งไหลกันเข้ามาร่วมกิจกรรมวิชาการและงานบันเทิงอย่างครบเครื่องมีหรือจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปได้ เสียงหัวเราะเขาเหล่านักเรียนต่างส่งเสียงดังกึกก้องไปทั่วอาคารเรียน"สวัสดีครับครูเบนนะยินดีที่ได้รู้จักนักเรียนทุกคนในห้องนี้ ครูดีใจมากที่วันนี้มีนักเรียนหลากหลายโรงเรียนเข้าร่วมประกวดวาดภาพระบายสีโปสเตอร์ในหัวข้อ ซากุระ อาร์ต คันเทสทฺ "วาดภาพทิวทัศน์" เพื่อไม่ให้เสียเวลาอีกต่อไป ทุกคนมาเริ่มกันเลย ไฟติ้ง!"ครูเบนเดินไปนั่งตรงโต๊ะประจำของตนก่อนมองไปยังซองอึนด้วยความภาคภูมิใจไม่คิดเลยว่าเขาจะร่วมกิจกรรมด้วย"ซองอึน เขาเปิดใจให้ท้องฟ้าคนเดียวซินะ" เผยรอยยิ้มตรงมุมปาก ไม่คิดว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะมาถึงจุดนี้ได้พู่กันและสีน้ำต่างถูกบรรเลงลงบนกระดาษขนาดใหญ่ สไตล์การวาด ความคิดสร้างสรรค์แตกต่างกันออกไป ผู้เข้าแข่งขันทุกคนดูมุ่งมั่น ตั้งใจหมายจะคว้าความภาคภูมิใจกลับบ้านไปให้ได้ มีเพียงซองอึนที่ยังคงหลับตาด้วยความผ่อนคลาย "ให้ตายซิ นอนได้ทุกเวลาจริงๆ" ท้องฟ้าที่กำลังแอบมองอยู่ผ่านกระจกเล็ก ๆ ด้วยความหงุดหงิดแต่ทว่ามือเรียวของซองอึนกำลัง
เปิดเรียนวันแรกหลังจากการพักผ่อนของพวกเขา อากาศยามเช้าที่เย็นสบาย ไร้มลพิษ ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติที่เขียวชอุ่ม สองข้างทางรายล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพรรณสีสันสดใสช่างงดงามตายิ่งนัก ไร่องุ่น ไร่สตรอว์เบอร์รี่ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาเป็นเมืองที่เหมาะกับคนที่รักความสงบ รักความเรียบง่าย รักชีวิตที่อิสระ และรักธรรมชาติถึงจะอาศัยอยู่ที่แห่งนี้ได้ ซองอึนยืนมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาสุกใสในวิธีการชีวิตของชาวไร่ช่างเหน็ดเหนื่อยทั้งเก็บเกี่ยว พรวนดิน ดูแลรักษาพืชผลด้วยความใส่ใจทะนุถนอมดังลูกในไส้ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็มีความสุข ดั่งคำกล่าวที่ว่า"สุขแท้จริง คือสุขที่ใจ" เขาไม่เคยคิดเลยว่าการได้มาใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้จะทำให้พบเจอสิ่งมหัศจรรย์มากมาย ความพอเพียง ความจริงใจ และมิตรภาพที่ดี ไม่แปลกใจที่คนที่นี่ล้วนดูมีรอยยิ้มบนใบหน้าทำให้เข้าสัมผัสได้ถึงความสุขที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้ และตัวเขาล่ะพอใจกับสิ่งที่มี อยู่ ณ ตอนนี้แล้วหรือยัง หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงถือกระดานวาดภาพ พู่กัน และสีติดตัวมาด้วย และคงยากที่จะห้ามใจไม่ให้วาดความสุขเหล่านี้เพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดได้หรอก อารมณ์ศิลปินของเขากำลังพุ่งก
~ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง~เสียงร้องห่มร้องไห้ดังทั่วห้องผู้ป่วยรวม ผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ต่างลุกขึ้นมามองคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนมองคนไข้อย่างหมดอาลัยตายอยาก เหมือนกับคนบนเตียงนั้นสิ้นลมหายใจไปแล้ว "ไม่น่าเลยลูกชายสุดที่รักของพ่อ" กระดาษเช็ดชู้ที่ถูกดึงจากกล่องชิ้นแล้วชิ้นเล่าที่ใช้แล้วตกลงสู้พื้นมากมายรวมทั้
บรรยากาศยามค่ำคืน ช่างหนาวเหน็บ เพียงเพราะลมพัดเบาๆ ก็หนาวไปถึงทรวง ต้นไม้โอนเอนไปมาตามกระแสลม เกิดเสียงขึ้นเบา บวกกับเสียงสัตว์ป่าตัวเล็กตัวน้อยที่ออกหาอาหารในยามค่ำคืน พวกเขานั่งรอบกองไฟที่ก่อขึ้นเพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย เปลวไฟที่ลุกโชนทำให้พวกเขาคลายหนาวได้สักนิด วันนี้ทั้งวันยังไ
สายธารน้ำไหลที่ใส่สะอาด จนมองเห็นฝูงปลาตัวเล็กใหญ่ว่ายวนเวียนไปมาอย่างอิสระ ริมฝั่งปกคลุมไปด้วยพุ่มหญ้าเขียวขจี่ โขดหินนับร้อยสลับทับซ้อนกันไปมาช่างดูสวยงามยิ่งนัก เหมาะแก่การซ่อนตัวของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำตามกระแสน้ำเฉี่ยว บริเวณรอบโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพรรณ ดูร่มรื่น หากได้สัมผัสถึงกลิ่นอายอย
"เร็วๆ หน่อยซิ เดียวก็ไม่ทันรถหรอก" ท้องฟ้าพูดขึ้นสายตามองมายังชายหนุ่มที่เดินเชื่องช้าเหมือนเต่ากวนตีนเช่นนี้"ก็นายไม่บอกนี่ ว่าจะไปไหนกัน" เขาหยุดเดินและแสดงท่าทางยียวนกวนใจ"คุณซองอึนขอรับ กระผมจะพาคุณไปพักผ่อน รับรองถูกใจคุณแน่นอน " น้ำเสียงออดอ้อนออเซาะ ทำให้คนฟังเริ่มใจอ่อน"ก็ได้ พูดจัดเต็ม




![The Feast of Casier มื้อค่ำของคาเซียร์[Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


