Share

เดินทางร่วมกัน

last update Dernière mise à jour: 2025-11-28 15:30:05

เทียนจื่อซานเอามือวางรองไว้ท้ายทอยข้างหนึ่ง

คุยกับคุณหนูกู้ได้สามคำก็หลบตาหนึ่งที ท่าทางดูทำตัวไม่ถูกอย่างมาก กู้หลินฟางมองเขาด้วยความงุนงง แต่คิดว่าคงเป็นนิสัยของเขาจึงไม่ได้ติดใจอะไรมาก

นางค้อมศีรษะลงเล็กน้อยแล้วเดินจากไป พอนางหันหลังก็มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวตามมาอีกเหมือนเคย

การเดินทางนี้มีรถม้าสามคัน คันหนึ่งเป็นที่นั่งโดยสารของเจ้านายและสัมภาระส่วนตัว คันที่สองเป็นตัวอย่างสินค้าและของอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนคันสุดท้ายเป็นของผู้ติดตามและของจิปาถะอื่น ๆ

ทันที่คุณหนูสั่งให้เดินทางรถม้าก็เคลื่อนออกไป

ถึงกู้หลินฟางจะชอบการค้าขายเป็นอย่างมาก แต่มีอย่างหนึ่งในองค์ประกอบนี้ที่นางไม่ชอบเลย นั่นคือการเดินทางเป็นเวลานาน ๆ

ต่อให้นางหาวจนอยากหลับไปสักสามครั้งต่อวันก็ไม่อาจเร่งเวลาให้ไปถึงปลายทางได้เดี๋ยวนั้น มันคือช่วงเวลาที่น่าเบื่อที่สุดอย่างไม่อาจหลบหนีหรือหลีกเลี่ยงได้

“เสี่ยวลี่”

“เจ้าคะ?”

“น่าเบื่อจังเลย”

“...”

แล้วข้าจะทำอะไรได้เล่าเจ้าคะคุณหนู~

คนถูกเรียกโอดครวญในใจ แต่ด้วยความภักดีนางก็อยากหาอะไรให้คุณหนูของตนทำแก้เบื่อเช่นกัน เสี่ยวลี่มองหาสัมภาระในรถม้าที่พอจะใช้ได้ แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับห่อผ้าของตนเอง

“คุณหนูลองถักไหมพรมไหมเจ้าคะ?”

กู้หลินฟางเหลือบมอง “ไหมพรม? ของที่ช่วงนี้ทางเหนือนิยมกันใช่หรือเปล่า?”

“เจ้าค่ะ เป็นของที่คณะทูตนำเข้ามาจากทวีปหนึ่งเมื่อต้นปี ข้าก็กำลังติดใจมันอยู่เจ้าค่ะ”

เสี่ยวลี่ยินดีนำเสนองานอดิเรกของตนกับเจ้านายเป็นอย่างมาก และกู้หลินฟางก็ดูสนใจมันด้วย นางลองจับไหมของมันดูก็พบว่ามันเส้นใหญ่และนุ่มมากจนน่าประหลาดใจ สัมผัสของมันชวนหลงใหลอย่างมาก แต่ที่มันไม่ค่อยเป็นที่นิยมทางตอนกลางและใต้คงเพราะสภาพอากาศ

“ปกติแล้วเจ้าสิ่งนี้ใช้ทำอะไรบ้าง”

เสี่ยวลี่ทำหน้านึกอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบออกมา “เหมือนจะมีผ้าคลุมไหล่เป็นส่วนมากนะเจ้าคะ ในแคว้นเราไม่ค่อยเห็นแบบอื่น ๆ เท่าไร”

กู้หลินฟางมองดูแล้วมันน่าจะทำอะไรได้มากกว่านั้น เห็นทีคงต้องหาข่าวเกี่ยวกับเจ้าสิ่งนี้เสียหน่อย เพราะดูเหมือนสาวใช้ของนางจะมีข้อมูลไม่มากพอให้สอบถาม

ดูเหมือนจะมีธุรกิจใหม่ให้ทำฆ่าเวลาอีกแล้ว

สำหรับกู้หลินฟาง นางแบ่งธุรกิจที่ตนจะทำเป็นสองประเภท คือธุรกิจที่จะสามารถขยายตลาดและเติบโตอย่างแน่นอน กับธุรกิจที่ทำเพียงฆ่าเวลา แต่ไม่ว่าเป็นอะไรสิ่งที่เหมือนกันคือมันจะต้องไม่ขาดทุน

เดิมกลุ่มลูกค้าหลักของตระกูลคือเหล่าขุนนาง คุณหนูคุณชายทั้งหลายที่มีเงิน สกุลกู้จึงทำสินค้าของตัวเองให้คุณภาพสูง และมีภาพลักษณ์ที่หรูหราอยู่เสมอ แต่นาน ๆ ครั้งก็มีสิ่งน่าสนใจแม้จะไม่สามารถทำเงินได้มากอย่างไหมพรมนี่เข้ามา

กู้หลินฟางเหม่อมองออกไปทิวทัศน์ด้านหน้า เงี่ยหูฟังเสียงธรรมชาติ แต่มันยังไม่ทันขับกล่อมให้นางหลับก็มีเสียงคำรามดังลั่นมาจากป่า ผู้ติดตามกับคนคุ้มกันส่งเสียงร้องเตือนกันเป็นทอด ๆ

บุตรสาวพ่อค้าขนลุกชัน เย็นวาบที่สันหลัง สัญชาตญาณร้องเตือนจากส่วนลึกให้ระวัง กู้หลินฟางเปิดม่านหน้าต่างด้านของฝั่งที่ได้ยินเสียง หมูป่าตัวใหญ่ยักษ์ขนาดเท่าเกวียนหนึ่งเล่มกำลังโมโหฟึดฟัด และตั้งท่าเตรียมจู่โจมพวกเขา

“สัตว์อสูรหรือ!?” นางน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว

เสียงคำรามระดับนั้นไม่มีทางใช่สัตว์ธรรมดาหรอก

“คุณหนูอย่าออกมาขอรับ!” หัวหน้ากลุ่มต้าหยางร้องบอก เขากระโจนมายืนขวางด้านข้างรถม้าที่นางโดยสาร ดาบเล่มใหญ่ที่สะพายหลังอยู่ถูกดึงออกมา

สมาชิกกลุ่มคนอื่น ๆ ก็ถืออาวุธประจำกายของตนอยู่ เสี่ยวลี่กับเสี่ยวจูถือมีดสั้นไว้คนละเล่มด้วยอาการสั่นเทา สัตว์อสูรมีพละกำลังมาก คนธรรมดาไม่มีทางรับมือได้

“ออกไปข้างนอกเร็ว”

“อะไรนะเจ้าคะ” เสี่ยวลี่ถามเสียงตื่น

“ถ้ามันวิ่งชนขึ้นมาเราจะหนีไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในที่โล่ง” กู้หลินฟางไล่สาวใช้ลงจากรถ นางพาทั้งสองออกมายืนริมทางอีกฝั่ง

“ต้องเอามันมาเป็นมื้อเย็นให้ได้!” หัวหน้ากลุ่ม

ต้าหยางประกาศก้อง พอได้ยินคำสั่งคนอื่น ๆ ก็เฮลั่น

พวกเขามีเนื้อเป็นมื้อเย็นแล้ว

กู้หลินฟางยืนตัวสั่นด้วยสีหน้าสงบนิ่ง แต่ดวงตาของนางสะท้อนความกังวลออกมาอย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางเดินทางลำพังในฐานะผู้นำ แต่เป็นครั้งแรกที่เจอสัตว์อสูรตัวใหญ่ขนาดนี้

“คุณหนู ถอยมาอีกเถอะเจ้าค่ะ!” เสี่ยวจูรั้งชายผ้าผู้เป็นนายให้ถอยหลัง แต่กู้หลินฟางไม่ยอมขยับ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • วาสนาของบุรุษผู้นั้นที่อกหักสิบครั้งก็ไม่ยอมแพ้   บทส่งท้าย วาสนาของบุรุษผู้นั้น 2 (จบ)

    นานครั้งจะได้หยุดพักวันนี้พวกเขาจึงออกมาตกปลาที่แม่น้ำนอกเมือง กู้หรูอันกับหยางอวี่พาบุตรชายวัยแปดเดือนมาเปลี่ยนบรรยากาศด้วยเช่นกัน เป็นวันธรรมดาแสนเรียบง่ายที่นานครั้งจะได้มีส่วนอีกคนก็อาสามาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก“อ้ายอวี่ เจ้าไหวแน่นะ” กู้หลินฟางหันมามองคนที่นั่งอยู่เสื่อปูพื้นเป็นระยะ“ไม่เป็นไรขอรับท่านพี่ ข้ารับมือไหว” เอ่ยบอกทั้งเหงื่อตก มือหนึ่งเขาอุ้มหลานคนเล็กไว้แนบอก อีกมือกำลังจับเสื้อหลานคนโตที่กำลังจะวิ่งไว้ดูอย่างไรก็ไม่ใช่ว่าไม่เป็นไรเลยนะ“จริง ๆ นะขอรับ พวกท่านพี่พักผ่อนตามสบายเถอะขอรับไม่ต้องสนใจข้า”ในเมื่อเขายืนยันถึงขนาดนั้นแล้วนางจะหักหาญความตั้งใจก็ใช่ที่“ถ้าไม่ไหวก็เรียกข้าล่ะ”“ขอรับ” หลังนางหันกลับไปสนใจปลาในน้ำเขาก็มาวุ่นวายกับสองแสบนี่ต่อกู้อ้ายอวี่ต้องเอาเชือกมาผูกเอวหลานคนโตไว้กับเอวตัวเองไม่ให้นางวิ่งเล่นไปไกลหูไกลตามากเกิน เขาปล่อยหลานชายนอนกลิ้งเล่นบนเบาะที่เตรียมมา“ท่านน้า อวี้อวี้อยากไปเล่นน

  • วาสนาของบุรุษผู้นั้นที่อกหักสิบครั้งก็ไม่ยอมแพ้   บทส่งท้าย วาสนาของบุรุษผู้นั้น 1

    พื้นระเบียงเปียกน้ำเป็นทางยาว ฝ่าเท้าเล็ก ๆ วิ่งหนีพี่เลี้ยงไปทั่วเรือน เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของเด็กหญิงวัยสี่ขวบเป็นดั่งดอกไม้บานในสวนของฤดูใบไม้ผลิกู้จื่ออวี้เป็นคุณหนูน้อยที่ซุกซนเสียจนต้องมีพี่เลี้ยงตามประกบใกล้ชิด ไม่อย่างนั้นแม่สาวน้อยคงได้พาแขนขาเล็ก ๆ ของตัวเองปีนขึ้นต้นท้อแล้วห้อยโหนอยู่บนนั้น ทำมารดากับท่านน้าหัวใจวายวันละหลายรอบคุณหนูน้อยกำลังคึกได้ที่ถูกคว้าตัวไว้อุ้มค้างต่องแต่ง พอเห็นว่าคนที่มาขัดจังหวะการป่วนพี่เลี้ยงเป็นใครนางก็เอ่ยเรียกเสียงสดใส“ท่านพ่อ!” มือน้อย ๆ ไขว่คว้าจับชุดขนสัตว์ของเขาด้วยความเคยชิน แต่เทียนจื่อซานก็ไม่ให้ลูกเข้าใกล้“พ่อพึ่งกลับมา อาบน้ำแล้วค่อยมาเล่นกับเจ้านะ”“ไม่เอา!” บุตรสาวตัวน้อยหน้าบูดบึ้ง แก้มพองเหมือนยัดผลพลับเข้าไปทั้งลูกเขายิ้มแหย ลูกสาวงอนเสียแล้ว ใช่ว่าจะหายง่ายเสียด้วย แต่เขาจะแตะตัวลูกก็ไม่ได้เหมือนกัน บนตัวมีแต่กลิ่นเลือดสัตว์ ไหนจะดินฝุ่นที่ไปกลิ้งทับมาอีก“แม่นม” เขาเรียกนางมาแล้วส่งจื่ออวี้น้อยคืน

  • วาสนาของบุรุษผู้นั้นที่อกหักสิบครั้งก็ไม่ยอมแพ้   ลูกเขยสกุลกู้ 2

    “ทำหน้าฮึกเหิมเชียว มีอะไรดี ๆ อย่างนั้นหรือ”“ไม่มี ข้าแค่คิดว่าจะช่วยงานหลินหลินได้อย่างไรบ้างน่ะ”“แปลว่าคิดออกแล้วสิ ยิ้มกว้างขนาดนั้น”“อื้อ!” เขาขานรับอย่างกระตือรือร้นแล้วบอกความคิดของตนให้นางฟังเวลาที่เดินกลับบ้านนี้อยากให้ยาวนานขึ้นอีกหน่อย เสียงของเขานุ่มนวลยามเมื่อเอ่ยถึงอนาคตที่มีนางอยู่ด้วย เทียนจื่อซานยังคงเหมือนวันแรกที่นางได้ทำความรู้จักกับเขา บางทีการถูกถอนหมั้นสองครั้ง และยกเลิกการหมั้นหนึ่งครั้งอาจเพื่อโชคชะตานี้หลายเดือนต่อมาสิ่งที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของแคว้นอ้ายก็ไม่ใช่เพียงการค้าขายแต่เป็นระบบขนส่งที่นำหน้าใครก็ตามในแผ่นดินใหญ่นี้ ใครก็ตามที่เคยปรามาสสกุลกู้ไว้ต้องกลืนน้ำลายตัวเองและสงบปากสงบคำให้ดี เพราะไม่อย่างนั้นอาจเป็นพวกนอกคอกที่ถูกสั่งห้ามขึ้นขบวนรถก็เป็นได้ ถึงสกุลกู้ผู้มีใจกว้างขวางจะไม่เคยคิดห้ามใครใช้งานมันแต่ก็มีคนที่หวั่นเกรงจากเรื่องราวในอดีตอยู่ดีก่อนที่พาหนะเหล็กนี่จะได้อวดโฉมผู้คนต่างดูถูกดูแคลนทุกสิ่งที่หญิงสาวผู้นั้นกระทำ แม้แต่สามีของนา

  • วาสนาของบุรุษผู้นั้นที่อกหักสิบครั้งก็ไม่ยอมแพ้   ลูกเขยสกุลกู้ 1

    เห็นกู้หลินฟางเดินมาแต่ไกลหัวหน้ากลุ่มต้าหยางก็ออกมารับนาง ฝากที่เหลือให้เสวียนหรงดูแล“หลินหลิน” เขาฉวยมือนางไปจับแนบไว้ ยิ้มพออกพอใจออกนอกหน้าชวนหมั่นไส้“ไปเดินในเมืองกันไหม”“ได้เลย”การจับมือถือแขนเช่นนี้โดนผู้คนมองตามจนเหลียวหลังและนินทา แต่ทั้งสองไม่ได้สนใจเทศกาลใบไม้ผลิที่คู่รักจะได้เพลิดเพลินและเคยสัญญากับอ้ายอวี่ไว้ว่าจะไปด้วยยังไม่ทันเกิดพวกเขาก็จะแต่งงานแล้ว นึกถึงแล้วก็ชวนขบขันที่อะไร ๆ ก็ดูไม่เป็นไปตามแผนเลยแม้แต่อย่างเดียวตั้งแต่ต้นปี ราวกับเป็นช่วงมรสุมชีวิตถาโถมอย่างไรอย่างนั้น พอมาถึงจุดนี้ก็เริ่มสำเร็จลุล่วงไปทีละอย่าง กาลข้างหน้าอันใกล้คงมั่นคงแล้ว“หลินหลินอยากไปที่ใดหรือ”“ข้าอยากไปดูอะไรแถวท่าเรือหน่อยเลยให้ท่านมาเป็นเพื่อน”ดูเหมือนคนรักของเขาจะแอบมาทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ อีกแล้ว ก็ดีที่นางเลือกพาเขาไม่ใช่มาลำพังกับลู่ไป๋ที่ไม่รู้แอบอยู่ตรงไหน“ข้าต้องทำอะไรหรือเปล่า”“หากถูกเจอแค่ตีเนียนไปกับข้าก็พอ&rdq

  • วาสนาของบุรุษผู้นั้นที่อกหักสิบครั้งก็ไม่ยอมแพ้   แต่งเข้าสกุลกู้ 3

    กู้หลินฟางเดินทางมาเหนื่อยแล้วจึงขอตัวไปพักผ่อน ฉู่หลานไม่เข้าใจสิ่งที่ลูกพูดทั้งหมด แต่ก็รับรู้ได้ว่าเรื่องนี้นางไม่จำเป็นต้องห่วงมากเกินไป การสำรวจเส้นทางและคำขอจากวังหลวงเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว สกุลกู้มีเวลามากพอจะทุ่มความสนใจไปที่งานใหญ่ที่กำลังจะมาถึงเมื่อตัดสินใจแล้ว สามวันให้หลังนางจึงพาเทียนจื่อซานมาพบครอบครัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง อีกไม่นานจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนางหวังว่าพวกเขาจะเข้ากันได้ดีหรือเขม่นกันไม่มาก โชคดีที่การพบกันเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะบุคลิกร่าเริงของเทียนจื่อซานเป็นกันเองและจริงใจทุกการกระทำ เขาจึงชนะใจพ่อแม่ของว่าที่ภรรยาได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอพอรู้ว่าเขาเป็นหัวหน้ากลุ่มต้าหยาง พ่อกับแม่ของนางก็ซักถามเป็นการใหญ่ กู้หลินฟางแทบจะกลายเป็นคนนอกเสียเอง ประสบการณ์ของเขาทำให้ผู้อาวุโสทั้งสองที่ชีวิตอิ่มตัวตื่นเต้นอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานาน“หลังแต่งแล้วก็จะไปทำงานอย่างเดิมหรือ”“ข้าคิดว่าจะยังทำต่อไปขอรับ ราคาวัตถุดิบของสัตว์อสูรสูงไม่น้อย ยิ่งพวกที่จัดการยากบางตัวไม่สามารถตีราคาได้จนต้องเปิดประม

  • วาสนาของบุรุษผู้นั้นที่อกหักสิบครั้งก็ไม่ยอมแพ้   แต่งเข้าสกุลกู้ 2

    คุณหนูใหญ่สกุลกู้เดินไปที่เรือนรับรอง นอกจากเสียงโครมครามก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวก็มีแต่เสียงโวยวายของสตรีนางหนึ่งดังทะลุออกมา กู้หลินฟางเคาะประตูพอเป็นมารยาทแล้วเปิดพรวดเข้าไปเลย ทั้งห้องเงียบกริบหันมามองนางเป็นตาเดียว“แหม คุณหนูเฉียวนี่เอง ข้านึกอยู่ว่าท่านพ่อซื้อแร้งมาเลี้ยงหรือเปล่า ไม่ใช่สินะ” นางเยื้องย่างมานั่งลงข้างบิดาในห้องนี้นอกจากประมุขตระกูลกับเฉียวฮวาแล้วก็ยังมีฮูหยินอีกคน ใบหน้าของนางไม่แสดงอารมณ์ เพียงส่งสายตามองบุตรสาวครู่หนึ่ง ฉู่หลานเวลาอยู่บ้านในฐานะแม่และนายหญิงนางจะเป็นคนอ่อนโยนมาก ยิ้มแย้มและพูดคุยกับบ่าวไพร่ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเสมอ แต่เวลาต้องทำหน้าที่ฮูหยินของนายท่าน นางจะแสดงอีกด้านหนึ่งให้เห็นแทน“เจ้าว่าข้าเป็นแร้งรึ!”“ขออภัยด้วยที่ข้าเข้าใจผิด แต่เสียงคุณหนูเฉียวดังออกไปถึงข้างนอก คงยากจะคิดได้ว่าเป็นบุตรสาวผู้ดีที่ไหน”“ลามปาม!” กู้หลินฟางอายุอ่อนกว่านางตั้งเท่าไร มีสิทธิ์อะไรมาพูดกับนางแบบนี้“คุณหนูเฉียว ที่ท่านทำอยู่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกั

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status