Accueil / รักโบราณ / วาสนาข้ามภพ ชะตารักพลิกผัน / ๑๔ ตรุษวสันต์เลือด การเผชิญหน้าอันดุเดือด

Share

๑๔ ตรุษวสันต์เลือด การเผชิญหน้าอันดุเดือด

last update Dernière mise à jour: 2025-06-10 19:30:21

ยามตรุษวสันต์เวียนมาบรรจบ อากาศยังคงเย็นยะเยือก ทว่าในใจของผู้คนเมืองหลวงกลับมิได้มีแม้แต่ความอบอุ่นแห่งเทศกาล คำเตือนของตู้เยี่ยนอวี่ และแพทย์หลวงชางที่ว่ากองทัพเงาอสูรจะปล่อยพิษร้ายชนิดใหม่ในยามตรุษวสันต์นี้ได้สร้างความตื่นตระหนกไปทั่ว แม้ทางการจะพยายามปิดข่าว แต่ข่าวลือก็แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว

“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวกลัวนักเจ้าค่ะ” เสี่ยวจูกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าของนางซีดเผือดดุจกระดาษขาว “หากพิษร้ายนั่นถูกปล่อยออกมาจริง ๆ พวกเราจะทำเช่นไรกันดีเจ้าคะ ?”

ตู้เยี่ยนอวี่กุมมือของเสี่ยวจูไว้แน่น

“มิต้องเป็นห่วงหรอกเสี่ยวจู” ดวงตาของนางฉายแววแน่วแน่ “เราได้เตรียมการไว้แล้ว เราจะต้องหยุดยั้งพวกเขาให้ได้”

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ตู้เยี่ยนอวี่มิได้หลับมิได้นอน นางใช้เวลาทั้งหมดไปกับการค้นคว้าตำราแพทย์โบราณ เพื่อหาวิธีต้านพิษชนิดใหม่ที่แพทย์หลวงชางได้มอบเบาะแสให้ และฝึกฝนกำลังภายในของตนเองอย่างหนักยิ่งกว่าเดิม ส่วนแพทย์หลวงชางก็ประสานงานกับหน่วยงานลับในวังหลวง เพื่อเตรียมกำลังคนและแผนการรับมือกับภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง

“แม่นางตู้ เราได้เบาะแสสำคัญแล้ว !” แพทย์หลวงชางวิ่งเข้ามาหาตู้เยี่ยนอวี่ด้วยใบหน้าตื่นเต้น “กองทัพเงาอสูรจะทำการปล่อยพิษร้ายในคืนนี้ ที่หอคอยห้าธาตุทางทิศตะวันออกของเมืองหลวง !”

ตู้เยี่ยนอวี่รับฟังด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาของนางฉายแววความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว “เช่นนั้นเราก็ต้องรีบไปที่นั่นเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”

นางและแพทย์หลวงชาง พร้อมด้วยทหารลับจำนวนหนึ่งรีบรุดออกจากโรงหมอหลวงทันที เสี่ยวจูขอติดตามไปด้วย นางมิอาจทอดทิ้งคุณหนูของตนให้เผชิญอันตรายเพียงลำพัง

“คุณหนู บ่าวจะคอยอยู่เคียงข้างคุณหนูเสมอเจ้าค่ะ !” เสี่ยวจูกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ยามราตรี ดวงจันทร์ทอแสงนวลผ่องลงมายังหอคอยห้าธาตุ หอคอยแห่งนี้เป็นสถานที่เก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้างมานานปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์และต้นไม้รกทึบ บรรยากาศเงียบสงัดและวังเวง

เมื่อมาถึง ตู้เยี่ยนอวี่และคณะก็แอบซุ่มอยู่ใกล้ ๆ เสียงพูดคุยจากภายในหอคอยดังแว่วออกมาอย่างแผ่วเบา แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกนางได้ยินสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

“อีกไม่นานพิษร้ายก็จะถูกปล่อยออกไปทั่วเมืองหลวงแล้ว” เสียงชายคนหนึ่งกล่าวขึ้น “เมืองหลวงแห่งนี้จะต้องจมดิ่งในความทุกข์ระทม”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า !” เสียงหัวเราะอันน่าขนลุกดังก้องไปทั่ว “เมื่อถึงตอนนั้นราชสำนักก็จะอ่อนแอ และพวกเราก็จะสามารถเข้าครอบครองทุกสิ่งได้อย่างง่ายดาย”

ตู้เยี่ยนอวี่ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา นางรู้ดีว่าแผนการของกองทัพเงาอสูรนั้นชั่วร้ายเกินกว่าที่นางจะคาดคิดไว้มากนัก

“บุกเข้าไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ !” ตู้เยี่ยนอวี่สั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “เราต้องหยุดยั้งพวกเขาให้ได้”

ทหารลับที่นำโดยแพทย์หลวงชางพุ่งเข้าสู่หอคอยห้าธาตุทันที การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เสียงดาบกระทบกันดังก้องไปทั่ว เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันดังระงม

ตู้เยี่ยนอวี่มิได้ลังเล นางพุ่งเข้าสู่สมรภูมิทันที ท่วงท่าของนางพลิ้วไหว แต่แฝงด้วยพลังที่แข็งแกร่ง กำลังภายในที่ฝึกฝนมาตลอดถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ นางใช้ปลายนิ้วแทงไปที่จุดลมปราณของศัตรูอย่างแม่นยำ ศัตรูที่ถูกนางโจมตีต่างทรุดลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด

“เจ้าเด็กน้อยนี่ บังอาจนัก !” ชายคนหนึ่งกล่าวด้วยความโกรธ เขาคือผู้นำของกองทัพเงาอสูรในคืนนี้ ใบหน้าของเขาดุร้าย “พวกเจ้าจัดการนางให้ได้ !”

ชายฉกรรจ์จำนวนมากพุ่งเข้าใส่ตู้เยี่ยนอวี่จากทุกทิศทาง ตู้เยี่ยนอวี่พยายามใช้กำลังภายในของตนเองเพื่อรับมือกับศัตรูจำนวนมาก แต่พวกเขามีจำนวนมาก และแต่ละคนล้วนมีวรยุทธ์ที่ไม่ธรรมดา ดุจเหล็กกล้าที่แข็งแกร่ง

“คุณหนู ! ระวังเจ้าค่ะ !” เสี่ยวจูร้องเตือนด้วยความตกใจ เมื่อเห็นชายคนหนึ่งพุ่งเข้าใส่ตู้เยี่ยนอวี่จากด้านหลัง

ตู้เยี่ยนอวี่หลบหลีกได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็รู้สึกได้ถึงความอ่อนล้าที่เริ่มเข้าครอบงำร่างกาย

“พวกเจ้ามิมีทางเอาชนะข้าได้หรอก !” ผู้นำของกองทัพเงาอสูรกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “เจ้าควรจะยอมแพ้เสียดี ๆ”

ตู้เยี่ยนอวี่มิได้ตอบอันใด นางรู้ดีว่าหากต่อสู้ต่อไปเช่นนี้อาจจะต้องเพลี่ยงพล้ำได้ นางจึงตัดสินใจที่จะใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างออกไป นางพุ่งเข้าใส่ผู้นำของกองทัพเงาอสูรอย่างรวดเร็ว และใช้ปลายนิ้วแทงไปที่จุดลมปราณสำคัญของเขาอย่างแม่นยำ

ผู้นำของกองทัพเงาอสูรถึงกับทรุดลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “เจ้า... เจ้าทำอันใดกับข้า !”

“นี่คือบทเรียนสำหรับพวกเจ้า” ตู้เยี่ยนอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ชายฉกรรจ์ที่เหลือต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขามิคาดคิดว่าตู้เยี่ยนอวี่จะสามารถใช้กำลังภายในได้อย่างชาญฉลาดและรุนแรงถึงเพียงนี้

“หนีไป !” ผู้นำของกองทัพเงาอสูรสั่งด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “วันนี้พวกเรายอมถอยก่อน !”

ชายฉกรรจ์เหล่านั้นต่างพากันวิ่งหนีหายเข้าไปในความมืดมิดด้วยความรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนมา และร่องรอยของการต่อสู้ที่ดุเดือด

แพทย์หลวงชางและทหารลับต่างพากันเข้ามาหาตู้เยี่ยนอวี่ด้วยความโล่งใจ “แม่นางตู้ ท่านช่างเก่งกาจยิ่งนัก ! ท่านได้ช่วยชีวิตผู้คนนับหมื่นนับแสนไว้แล้ว”

ตู้เยี่ยนอวี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ร่างกายของนางรู้สึกอ่อนล้าเต็มที แต่จิตใจกลับเปี่ยมด้วยความสุขสงบ “เรายังมิอาจวางใจได้เจ้าค่ะท่านหมอหลวงชาง พวกเขามิได้ยอมแพ้ง่าย ๆ เป็นแน่”

นางหันไปมองเครื่องพ่นพิษที่กองทัพเงาอสูรเตรียมไว้ พิษร้ายชนิดใหม่ที่แพทย์หลวงชางเคยกล่าวถึงถูกบรรจุอยู่ในภาชนะขนาดใหญ่ พร้อมที่จะถูกปล่อยออกไปทั่วเมืองหลวงทุกเมื่อ

“ทำลายมันเสียเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ !” ตู้เยี่ยนอวี่สั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “อย่าให้พิษร้ายนี้ถูกปล่อยออกไปได้แม้แต่หยดเดียว !”

แพทย์หลวงชางและทหารลับต่างพากันทำลายเครื่องพ่นพิษและภาชนะบรรจุพิษเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว

ยามราตรี ดวงจันทร์ทอแสงนวลผ่องลงมายังหอคอยห้าธาตุที่กลับมาเงียบสงบอีกครา ตู้เยี่ยนอวี่มองดูเมืองหลวงที่จมดิ่งในความทุกข์ระทม แต่บัดนี้กลับมีแสงสว่างแห่งความหวังก่อกำเนิดขึ้นแล้ว

“เราช่วยเมืองหลวงไว้ได้แล้วคุณหนู” เสี่ยวจูกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน แต่ดวงตาเป็นประกายแห่งความสุข

ตู้เยี่ยนอวี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ใช่แล้วเสี่ยวจู แต่เส้นทางของเรายังมิได้จบลงเพียงเท่านี้หรอก”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • วาสนาข้ามภพ ชะตารักพลิกผัน   ตอนพิเศษที่ 5 วิวาห์ใต้เงาจันทร์

    ปลายเดือนเจ็ด รัชศกเทียนเหอปีที่แปดสิบสองเมฆหมอกร้ายที่เคยปกคลุมวังหลวงได้ถูกปัดเป่าไปจนสิ้น ประหนึ่งรัตติกาลที่ยอมจำนนต่อแสงอรุณ พระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างฮ่องเต้แห่งต้าเฉินและองค์หญิงมู่หลินแห่งแคว้นหนานเย่ว์ได้ดำเนินไปอย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติที่สุด ท้องพระโรงหลวงที่เคยเป็นเวทีแห่งการพิพากษา บัดนี้กลับกลายเป็นทะเลแห่งแพรพรรณสีแดงสดและทองอร่าม เสียงดนตรีมงคลดังกังวานก้องไปทั่ว ขับขานบทเพลงแห่งสันติภาพและสัมพันธไมตรีที่ถูกเชื่อมประสานขึ้นใหม่อย่างแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิมตู้เยี่ยนอวี่และกู้เหยียนหลงยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางเหล่าขุนนางที่กำลังแซ่ซ้องถวายพระพร พวกเขาคือวีรบุรุษและวีรสตรีผู้พิทักษ์แผ่นดินอีกครั้ง แต่ในใจของทั้งสองกลับมิได้มีความลำพองใจแม้แต่น้อย มีเพียงความโล่งใจที่ได้เห็นแผ่นดินกลับคืนสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริงภายหลังจากพระราชพิธีหลักเสร็จสิ้นลง ฝ่าบาทผู้ทรงมีพระพักตร์ที่เปี่ยมด้วยความสุขและความปีติยินดี ได้มีรับสั่งให้ทั้งสองเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ ณ ห้องทรงอักษรที่เงียบสงบ“หากมิได้มีพวกเจ้าทั้งสอง” ฝ่าบาทตรัสขึ้นด้วยพระสุรเสียงที่เปี่ยมด้วยความซาบซึ้งใจอย่างแท้จริง

  • วาสนาข้ามภพ ชะตารักพลิกผัน   ตอนพิเศษที่ 4 กระชากหน้ากากอสรพิษ

    ปลายเดือนหก รัชศกเทียนเหอปีที่แปดสิบสองเวลาเปรียบประหนึ่งเม็ดทรายในนาฬิกาที่ร่วงหล่นลงอย่างไม่ปรานี พระอาการขององค์หญิงมู่หลินทรุดลงทุกขณะ ประกายสีครามบนผิวพระองค์เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นแม้ในยามกลางวัน ลมหายใจแผ่วเบาราวกับจะดับสูญได้ทุกเมื่อ ความกดดันที่มองไม่เห็นได้แผ่ขยายไปทั่ววังหลวง มันมิใช่เพียงชีวิตขององค์หญิงที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่คือสันติภาพของสองแผ่นดินที่กำลังจะขาดสะบั้นลงท่ามกลางความสิ้นหวังนั้น ตู้เยี่ยนอวี่ได้ขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทเป็นการส่วนพระองค์พร้อมด้วยกู้เหยียนหลงและองค์หญิงลี่หัว ณ ห้องทรงอักษรที่เงียบสงัด นางได้ทูลเสนอแผนการสุดท้ายที่อาจหาญและเสี่ยงอันตรายที่สุด“ฝ่าบาท” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว “การจะจับอสรพิษที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เรามิอาจรอให้มันเผยตัวออกมาเองได้ แต่เราต้องสร้างเหยื่อล่อที่หอมหวานที่สุด เพื่อล่อให้มันคายพิษออกมาด้วยตนเองเพคะ”นางได้สร้างเรื่องราวของสมุนไพรวิเศษในตำนานขึ้นมา รากวิญญาณจันทรา พฤกษาทิพย์ที่กล่าวกันว่าสามารถชำระล้างพิษได้ทุกชนิด และจะเบ่งบานเพียงคืนเดียวใต้แสงจันทร์เต็มดวง ณ อารามเมฆขาวบนยอดเขาไท่ซานเท่าน

  • วาสนาข้ามภพ ชะตารักพลิกผัน   ตอนพิเศษที่ 3 อสรพิษแดนใต้

    กลางเดือนหก รัชศกเทียนเหอปีที่แปดสิบสองวังหลวงที่เคยประดับประดาด้วยโคมไฟแห่งการเฉลิมฉลอง บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกแห่งความวิตกกังวลที่มองไม่เห็น การประชวรขององค์หญิงมู่หลินแห่งแคว้นหนานเย่ว์ ได้กลายเป็นหินถ่วงก้อนมหึมาที่ถ่วงดุลแห่งสัมพันธไมตรีระหว่างสองแผ่นดินให้สั่นคลอนอย่างน่าหวาดเสียว การสืบสวนเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบงันและเร่งด่วน ประหนึ่งการเดินหมากบนกระดานที่ทุกก้าวล้วนเดิมพันด้วยสันติภาพของต้าเฉินสมรภูมิในครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองแนวรบที่ดำเนินไปพร้อมกันแนวรบแรกคือห้องปรุงยาหลวงของตู้เยี่ยนอวี่ ที่นี่มิได้มีเสียงคมดาบปะทะกัน มีเพียงเสียงบดยาอันแผ่วเบา เสียงเปลวเทียนที่สั่นไหว และเสียงลมหายใจที่จดจ่อของแพทย์เทวดา ห้องของนางได้แปรสภาพเป็นศูนย์บัญชาการแห่งการพิสูจน์หลักฐาน มันคือการผสมผสานอย่างน่าทึ่งระหว่างเครื่องมือโบราณและนวัตกรรมที่นางประดิษฐ์ขึ้นจากความทรงจำในอีกโลกหนึ่ง ทั้งเครื่องกลั่นขนาดเล็กที่ทำจากแก้วใส และแว่นขยายที่เจียระไนอย่างประณีตนางทุ่มเทเวลานานถึงสองวันสองคืนในการวิเคราะห์เถ้ากำยานปริศนาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กลิ่นหอมของสมุนไพรนานาชนิดคละคลุ้งไปทั่ว

  • วาสนาข้ามภพ ชะตารักพลิกผัน   ตอนพิเศษที่ 2 เงาอดีตที่หวนคืน

    ต้นเดือนหก รัชศกเทียนเหอปีที่แปดสิบสองเมืองหลวงที่ตู้เยี่ยนอวี่และกู้เหยียนหลงได้จากไปเมื่อหนึ่งปีก่อน บัดนี้ได้กลับกลายเป็นทะเลแห่งแพรพรรณและโคมไฟสีแดงสดอีกครั้งหนึ่ง โคมไฟนับพันดวงถูกแขวนประดับไปตามชายคาของอาคารบ้านเรือน สะบัดพลิ้วตามสายลมคิมหันตฤดูราวกับฝูงผีเสื้ออัคคีที่เริงระบำ ผ้าไหมสีมงคลถูกขึงทอดยาวไปตามถนนสายหลัก บ่งบอกถึงงานมงคลอันยิ่งใหญ่ที่แผ่นดินต้าเฉินกำลังรอคอย บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรื่นเริงและความคาดหวัง ทว่าสำหรับผู้ที่เจนจบในเล่ห์กลแห่งราชสำนักแล้ว ความสงบสุขที่ผิวเผินนี้เปรียบดั่งผิวน้ำอันราบเรียบ แต่เบื้องล่างนั้นกลับซ่อนเร้นไว้ด้วยกระแสธารอันเชี่ยวกรากที่พร้อมจะพัดพาทุกสิ่งให้พังพินาศการกลับมาของทั้งสองมิได้เอิกเกริก แต่กลับเงียบงันดุจเงาที่เคลื่อนไหวในรัตติกาล สถานที่นัดพบแห่งแรกของพวกเขามิใช่ท้องพระโรงอันโอ่อ่า แต่เป็นโรงน้ำชาเก่าแก่ในตรอกเร้นลับ ที่ซึ่งจางอู๋จีในชุดบัณฑิตเรียบง่ายนั่งรออยู่แล้ว“ท่านทั้งสองดูแข็งแกร่งและสงบขึ้นมาก” จางอู๋จีเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม ดวงตาของเขายังคงคมกริบดุจเหยี่ยวเฒ่าเช่นเดิม “ดูเหมือนว่าสายลมแห่งแดนเหนือจะขัดเกลาหยกงามทั้งสองให

  • วาสนาข้ามภพ ชะตารักพลิกผัน   ตอนพิเศษที่ 1 ราชโองการหวนคืน

    ปลายเดือนสี่ รัชศกเทียนเหอปีที่แปดสิบสองหนึ่งปีเต็มที่เปลวเพลิงแห่งสงคราม ณ ชายแดนภาคเหนือได้มอดดับลง สายลมวสันตฤดูที่พัดผ่านเมืองผิงหยวนในยามนี้มิได้หอบเอาฝุ่นควันและกลิ่นคาวเลือดมาด้วยอีกต่อไป หากแต่เป็นกลิ่นไอดินอันบริสุทธิ์และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ป่าที่เพิ่งจะแย้มบาน เมืองหน้าด่านที่เคยเป็นดั่งสุสานกลางแจ้ง บัดนี้ได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ประหนึ่งต้นไม้แห้งแล้งที่ได้รับสายฝนชโลมใจเสียงค้อนที่ตอกลงบนโครงสร้างบ้านเรือนหลังใหม่ดังขึ้นเป็นจังหวะอย่างมีชีวิตชีวา แทนที่เสียงดาบที่เคยกระทบกันอย่างน่าสะพรึงกลัว รอยยิ้มได้กลับคืนสู่ใบหน้าของชาวบ้านที่เคยซูบตอบด้วยความสิ้นหวัง แม้ร่องรอยความเหนื่อยล้าจะยังคงอยู่ แต่ในแววตาของพวกเขากลับเปี่ยมด้วยประกายแสงแห่งความหวังณ ใจกลางของความเปลี่ยนแปลงนี้ คือเรือนพักชั่วคราวของสองวีรชนผู้พลิกชะตาแผ่นดินตู้เยี่ยนอวี่ในอาภรณ์ผ้าฝ้ายสีขาวเรียบง่าย กำลังเดินตรวจดูแปลงสมุนไพรในสวนโอสถร้อยสกุลที่นางริเริ่มขึ้นด้วยตนเอง มันมิใช่สวนบุปผาที่งดงามเพื่อการชื่นชม แต่คือคลังยาที่มีชีวิตซึ่งนางจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นรากฐานของระบบสาธารณสุขชุมชน นางกำลังสอนกลุ

  • วาสนาข้ามภพ ชะตารักพลิกผัน   ๑๔๗ วสันต์คืนสู่แดนเหนือ

    บนสมรภูมิทะเลสาบกระจกที่บัดนี้เงียบสงัดลงแล้ว มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านผืนเกลือสีขาวและเสียงครวญครางของผู้บาดเจ็บ คำประกาศยอมแพ้ของจ้าวอู๋จี้ดังก้องอยู่ในความเงียบนั้น ประหนึ่งคำพิพากษาสุดท้ายที่ปิดฉากสงครามอันนองเลือดแห่งแดนเหนือลงโดยสมบูรณ์เขามิได้มีท่าทีของนักโทษผู้สิ้นหวัง แต่กลับเป็นความสงบนิ่งของนักปราชญ์ผู้ยอมรับในผลลัพธ์ของกระดานหมากที่ตนเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ จ้าวอู๋จี้เดินลงจากเนินดินอย่างเชื่องช้า เขาปลดดาบประจำกายที่อยู่ข้างเอวออก และยื่นมันให้แก่กู้เหยียนหลงด้วยสองมือ“นี่คือสัญลักษณ์แห่งการยอมจำนนของข้า” เขากล่าวเสียงเรียบ “และคือการยอมรับในชัยชนะของท่าน”กู้เหยียนหลงรับดาบเล่มนั้นมาถือไว้ เขามิได้แสดงท่าทีของผู้ชนะที่ลำพองใจ แต่กลับประสานมือคารวะคู่ต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของเขาเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย“ท่านคือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่ข้าเคยพบพาน” กู้เหยียนหลงกล่าว “การพิพากษาท่านมิใช่หน้าที่ของข้า แต่เป็นหน้าที่ของราชสำนักและประวัติศาสตร์”เขาออกคำสั่งให้นำตัวจ้าวอู๋จี้และเหล่าแม่ทัพนายกอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status