Beranda / รักโบราณ / วาสนานางร้ายยุค90s / ตอนที่ 1 || นี่ฉันมาโผล่ที่ไหนกัน?

Share

ตอนที่ 1 || นี่ฉันมาโผล่ที่ไหนกัน?

last update Tanggal publikasi: 2025-09-25 19:06:19

ตอนที่ 1 || นี่ฉันมาโผล่ที่ไหนกัน?

หลังผ่านพ้นห้วงแห่งความมืดมิดพริมาก็สะดุ้งเพราะรู้สึกเหมือนตนเองถูกจับโยนจากที่สูง สัมผัสแรงดิ่งที่โถมเข้ามาจนลมหายใจสะดุด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก ก่อนร่างทั้งร่างจะกระแทกเข้ากับพื้นน้ำอย่างรุนแรงและตามมาด้วยความรู้สึกความเย็นเฉียบปะทะร่างจนเจ็บแทบทะลุเข้าไปถึงกระดูก

ตูม!!!

เสียงสายน้ำที่แตกกระจายก้องในโสตประสาท ความเค็มจัดพุ่งเข้าสู่ปากและจมูกในทันที กลิ่นคาวเกลือแรงแสบลึกเข้าโพรงจมูก ความมืดมิดหนาทึบรายล้อมรอบตัวจนเธอแทบไม่รู้ทิศ

น้ำทะเล… นี่มันคือน้ำทะเล!

ความหนาวเย็นแผ่ซ่านเข้ามาราวกับมือเย็นชืดกำลังบีบรัดร่างเล็กไว้ ความอัดแน่นจุกเสียดในปอดบีบคั้นจนแทบแตก พริมารีบอ้าปากพยายามสูดอากาศอย่างตะกละตะกลาม แต่กลับเป็นน้ำทะเลที่ทะลักเข้าปากและคอแทนจนเธอสำลักรุนแรง

ไม่… ก็ไม่ใช่ว่าฉันตายไปแล้วเหรอ? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?!

ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือไฟสตูดิโอแผดจ้า เสียงกรีดร้องโกลาหล และความเจ็บปวดแผ่ซ่านจากการตกจากที่สูงก่อนทุกอย่างจะดับวูบไป…

แต่พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอกลับกำลังจมน้ำอยู่กลางทะเล!

พริมาดิ้นรนทุรนทุราย ร่างกายหนักอึ้งเหมือนถูกโซ่ถ่วงจมดิ่ง มือเล็กไขว่คว้าหาที่พึ่งพิง แต่กลับคว้าได้เพียงน้ำเย็นยะเยือกกับความว่างเปล่า เส้นผมยาวพันยุ่งขวางใบหน้า ความหวาดกลัวทำให้เกิดพลังสุดท้ายให้เธอขยับแขนขาดิ้นเพื่อเอาตัวรอด แต่เรี่ยวแรงก็ใกล้หมดลงทุกที

ไม่! ฉันไม่อยากตายอีกแล้ว!

ทว่าในวินาทีที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายกำลังจะดับสิ้น…

ตูม!

เสียงน้ำที่แตกกระจายดังสนั่น ตามมาด้วยความรู้สึกถึงแขนแข็งแรงตะครุบร่างเธอเอาไว้แน่นจากทางด้านหลัง

แรงดึงมหาศาลลากเธอขึ้นสู่ผิวน้ำ ความมืดและแรงกดดันค่อย ๆ คลายตัวลงทีละน้อย

เฮือก!!!

ทันทีที่ศีรษะโผล่พ้นผิวน้ำ พริมาก็สูดอากาศเข้าปอดเต็มแรง น้ำทะเลพุ่งออกจากปากและจมูกจนเธอสำลักไอโขลก ๆ หัวใจเต้นรัวแทบทะลุจากหน้าอกยามรับรู้ว่าตัวเองเพิ่งผ่านความตายมาหมาดๆ

“อดทนไว้นะครับ คุณหลันถิง!”

เสียงทุ้มเข้มจากด้านหลังตะโกนแข่งกับเสียงคลื่นและเสียงหวูดของเรือบรรทุกสินค้า คิ้วของหญิงสาวขมวด เพราะแปลกใจกับชื่อที่ไม่ใช่ตนเอง

พริมาไม่ทันตั้งตัวว่าชายคนนั้นเป็นใคร รู้เพียงว่าเขาลากเธอฝ่าคลื่นสูงโถมเข้าหาฝั่ง เสียงคลื่นซัดกระแทกตอม่อไม้ดังก้องสะท้อน ลมทะเลพัดแรงจนหนาวสะท้านไปถึงกระดูก

“ส่งเธอขึ้นมาอาเฟย!” เสียงอีกคนบนฝั่งดังขึ้นจากท่าเรือเบื้องหน้า พริมาไม่มีแม้แต่เวลาสงสัยว่าพวกเขาคือใคร

แรงผลักจากด้านหลังทำให้ร่างของพริมาขึ้นบนบันไดเหล็ก ได้ครึ่งตัว ก่อนที่มือหยาบกร้านด้านบนจะคว้าข้อมือเธอฉุดขึ้นอย่างรุนแรง ร่างเล็กถูกยกจนพ้นผิวน้ำจนกระแทกพื้นไม้กระดานเย็นเฉียบ เธอถึงกับทิ้งกายลงไปนอนหอบหายใจเหมือนปลาที่กำลังใกล้ตาย

ดวงตาเรียวเห็นแสงไฟนีออนสีเหลืองอ่อนส่องสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับ สายลมพัดเอากลิ่นคาวเกลือและกลิ่นน้ำมันจากเรือประมงเข้ามาจนแสบจมูก ก่อนที่พริมาไอรุนแรง หายใจหอบสะท้าน แต่สมองกลับยังเต็มไปด้วยความสับสน

นี่มันที่ไหนกันแน่? ทำไมถึงมีเรือบรรทุกสินค้าเต็มไปหมด มองอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่ปักกิ่งแน่นอน ยิ่งไม่ใช่ที่โรงถ่าย บรรยากาศแบบนี้มันเหมือนยุคสมัยที่เธอยังไม่ทันเกิดเลยนะ!

ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งคำถาม ดวงตาคมของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาร่างสูงตระหง่านกำลังยืนมองลงมา

ชายหนุ่มคนนั้นยืนพิงราวเหล็กอย่างผ่อนคลายแต่เต็มไปด้วยอำนาจ แถมด้านหลังเขา มีชายฉกรรจ์ในชุดสูทยืนเรียงแถวเป็นระเบียบ สายตาเฉียบคมจ้องตรงมาที่เธอพร้อมกันนี่มันเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ไหมนะ?

พริมาแทบกลืนน้ำลายไม่ลง…

นี่มันฉากหนังมาเฟียใช่ไหม?!

ใบหน้าของชายคนนั้นชัดขึ้นในสายตา หล่อเหลาแบบที่ทำให้เธอถึงกับอุทานในใจ หล่อราวกับหลิวเต๋อหัว!

จมูกโด่งคมคาย คิ้วเข้มดุดัน ดวงตาคมกริบเย็นชา แต่ซ่อนประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออกที่สำคัญเขาสูงมาก สูงราวกับนายแบบที่หลุดออกมาจากฝั่งยุโรป

...พ่อเจ้าประคุณหล่อฉิบหาย

เขาก้าวเข้ามาใกล้แล้วทรุดนั่งยอง ๆ ยื่นมือเรียวยาวมาปัดเส้นผมเปียกชุ่มออกจากใบหน้าของพริมา ก่อนเสียงทุ้มต่ำเปล่งออกมาชัดเจน

“ดูสิ อาเฟย… แกช่วยใครขึ้นมาได้”

ประโยคนั้นเต็มไปด้วยน้ำเสียงขบขันปนเย้ย แต่รูปร่างว่าหล่อจัดจ้านแล้วเสียงกลับเซ็กซี่จนใจเจ็บ พริมายังหอบหายใจจนพูดไม่ออก แต่หัวใจกลับเต้นโครมครามยิ่งกว่าเมื่อกี้ ชายหนุ่มก้มลงมองเธอเต็มตา มุมปากสวยเกินชายนั้นยกยิ้มเย็น

“สวัสดี… ว่าที่น้องเมีย”

เสียงของเขาทั้งนุ่มและแฝงพิษสง แต่พริมาดันเคลิ้ม เพราะเสียงเขาทุ่มต่ำไปทางเซ็กซี่ เกิดมาเจอคนหล่อมามากแต่ผู้ชายโทนเสียงเร้าใจแบบนี้เธอเพิ่งได้ยินจากเขาคนแรก

‘เดี๋ยวนะพริมา แก่จะเคลิ้มกับคนแปลกหน้าไม่ได้สิ!’

“ไปทำอีท่าไหน ถึงถูกพี่สาวจับโยนลงทะเลแบบนี้ละ?”

คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดกลางหัวพริมา

จับโยนลงทะเล?

น้องเมีย?! นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!

ตั้งแต่เจ้าความได้เธอเป็นเด็กกำพร้า ถึงจะมีแม่บุญธรรมแต่เฉินหลีรับเธอที่เป็นเด็กหญิงเป็นลูกแค่คนเดียวส่วนอีกสามคนล้วนเป็นผู้ชาย เธอจะไปเป็นว่าที่น้องเมียเขาได้อย่างไร พริมาเบิกตากว้าง พยายามจะถามกลับ

“คุณ… คุณเป็นใคร…”

แต่ยังไม่ทันพูดจบ สติของเธอก็คล้ายจะดับวูบเลือนรางก่อนจะมีความทรงจำสายหนึ่งที่ไม่ใช่ของเธอพุ่งเข้าใส่

ความทรงจำที่ถาโถมเข้ามาเหมือนกระแสน้ำเชี่ยวกราก ทำให้พริมารู้สึกเหมือนศีรษะแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ จนต้องรีบหลับตาแล้วลืมขึ้นใหม่แต่พอลืมขึ้นให้กลับเห็นอะไรไม่ชัดเจนคล้ายหยุดไปอยู่กลางม่านหมอกไปหมด

ลู่หลันถิง…

ก่อนที่ภายในหัวของหญิงสาวจะมีชื่อนี้ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน ทั้งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

เสี้ยววินาทีนั้นเธอก็รู้แจ้งว่าชื่อนี้คือเด็กสาวผู้โชคร้ายคนนั้นคือเจ้าของร่างนี้!

ลู่หลันถิง เกิดในครอบครัวบ้าน ‘ลู่’ เธออายุเพิ่ง 18ปีเต็ม เป็นลูกสาวคนรองของลู่เสียนอี่ เจ้าของ โรงงานเย็บผ้า ‘ลู่หมิงการ์เมนต์’ ในกว่างโจว และปีนี้คือ ปี พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) เป็นยุคที่จีนเพิ่งเริ่มเปิดเศรษฐกิจเสรี โรงงานเล็ก ๆ และกลาง ๆ ต้องแข่งขันอย่างดุเดือดเพื่อความอยู่รอด

จากนั้นเรื่องราวของเจ้าของร่างก็ไหลหลาก...

ทันทีที่ลู่หลันถิงลืมตาดูโลก เธอกลับไม่ได้รับการต้อนรับจากครอบครัว หากแต่ถูกตราหน้าว่าเป็น “ตัวซวย” นำความโชคร้ายมาให้ตระกูลตั้งแต่อายุเพียงเจ็ดวัน

เธอยังมีพี่สาวของคือ ลู่หลินอิง ซึ่งอีกฝ่ายกลับได้รับการเชิดชูว่าเป็น “ดาวนำโชค” ของบ้าน โดยเฉพาะ ย่าลู่ หลินฟาง หญิงชราผู้เคร่งถือโชคลางและเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ทุกคนต้องเกรงใจมาหลายสิบปีตามธรรมเนียมยุคเก่า

วันที่เด็กแฝดถือกำเนิด มารดา หม่าจื่ออิน เสียชีวิตเพราะคลอดยากหลังคลอดเพียงไม่กี่ชั่วโมง

ย่าลู่เชื่อมโยงเรื่องราวทันทีว่านี่อาจเป็นลางร้าย เพราะตั้งแต่หม่าจื่ออินแต่งเข้าบ้านลู่ เพียงหนึ่งเดือน ปู่ลู่ ก็สิ้นชีวิตด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน!

“สะใภ้คนนี้มันตัวอัปมงคล! ไม่คิดเลยว่าพอคลอดลูกออกมาก็ยังคลอดตัวซวยออกมาอีกเด็กสองคนนี้ต้องมีใครสืบทอดความซายจากแม่ของมันแน่!”

ย่าลู่ประกาศเสียงกร้าวในงานศพ ขณะทุกคนพยักหน้าตามโดยไม่กล้าโต้เถียง

และหลังพิธีศพอีก 2 วันต่อมา สะใภ้รอง จางหมิ่น ภรรยาของลู่เสียนเซิ่งผู้เป็นลูกชายคนรองของตระกูล เชิญซินแสเฒ่ามาดูดวงให้หลานแฝดทั้งสอง

ผลคือ…

ลู่หลินอิง มีดวงดาวมงคล จะนำความรุ่งเรืองแก่สกุลลู่ ส่วน ลู่หลันถิง มีดวงดาววิบัติ เป็นลางร้าย เหมือนมารดาผู้ล่วงลับ!

ตั้งแต่นั้น ความเชื่ออันโหดร้าย ก็หยั่งรากของย่าลู่และคนในครอบครัว ทุกคนเชิดชูเพียงพี่สาวฝาแฝด แต่ผลักไสแฝดน้องให้ตกเป็นเงามืด มีเพียงลู่เสียนอี่เท่านั้นที่ไม่เคยมองว่าลู่หลันถิงคือตัวซวย แต่เขาไม่ค่อยได้เลี้ยงดูบุตรสาว ด้วยภาระของผู้นำตระกูล จึงต้องปล่อยให้ย่าลู่กับน้องสะใภ้เลี้ยงเด็กแฝดแทนตนเอง

ดังนั้นเขาย่อมไม่รู้ว่าลูกสาวคนกลางต้องเจอกับอะไรมาบ้าง เพราะต่อหน้าเสียนอี่ทุกคนดีกับหลันถิง

แต่เมื่อเขาออกไปทำงาน หลันถิงก็ต้องเผชิญโลกอันโหดร้ายเพียงลำพัง

ทุกวันของเด็กหญิงเต็มไปด้วยงานบ้านหนักหน่วง ตักน้ำ ต้มน้ำ ซักผ้า กวาดลาน ทำความสะอาดโรงงาน แล้วแต่จะถูกย่าลู่กับอาสะใภ้เรียกใช้

แม้พลาดเพียงเล็กน้อยก็ถูกหวดด้วยไม้เรียว พร้อมเสียงดุด่าไม่ขาดปาก “แกมันนังตัวซวย! แกจะทำอะไรให้ดีสักอย่างไม่ได้เลยหรือไง!”

เสียงย่าลู่ดังก้องเสมือนตราประทับในใจ ส่วนลู่หลินอิงพี่สาว กลับได้รับการประคบประหงม ราวเป็นเจ้าหญิงของบ้าน เธอสวมเสื้อผ้าดี ๆ ได้กินอาหารเลิศรส และได้เรียนหนังสืออย่างเต็มที่

เวลาหลันถิงถูกตี หลินอิงมักยืนมองด้วยสายตาเย็นชา หรือหัวเราะเยาะซ้ำเติม สิบแปดปี ผ่านไป คำว่า “ตัวซวย” กลายเป็นรอยแผลลึกในหัวใจ

ความแตกต่างถึงขีดสุดเมื่อถึงวัยเรียนมหาวิทยาลัยความฝันที่ถูกพรากไป หลันถิงสอบติด มหาวิทยาลัยสิ่งทอที่เซี่ยงไฮ้ ด้วยคะแนนสูง เธอหวังจะใช้โอกาสนี้สร้างอนาคตใหม่แต่ย่าลู่ตัดสินใจทันทีว่าจะไม่ส่งเธอไปเรียน เพราะหลินอิงสอบไม่ติด

“คนที่สมควรได้รับโอกาสคือหลินอิง! ส่วนตัวซวยอย่างแกอยู่บ้านช่วยงานในโรงงานไปเถอะ!”

หลันถิงได้แต่ก้มหน้ากลั้นน้ำตา ความหวังพังทลายจนหมดสิ้นเพียงเพราะพี่สาวขี้เกียจอนาคตของเธอจึงจบลงแบบนี้ ใจของเธออยากขอร้องบิดา แต่ติดที่ช่วงนี้ครอบครัวฐานะกำลังตกยากลงทุกวัน จึงจำใจก้าวหน้ายอมรับชะตาไป

คืนนั้น เธอยืนมองกระจกภายในห้องนอนตนเองด้วยหัวใจที่แตกร้าว ภาพสะท้อนในกระจกคือเด็กสาวผิวซีด ดวงตาสิ้นหวังมองจ้องกลับมา

เธอพึมพำสาปแช่งโชคชะตา…

“ทำไมฉันต้องเกิดมาเป็นตัวซวยแบบนี้ด้วย!”

เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น โรงงานลู่หมิงการ์เมนต์ประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก เพราะช่วงเปลี่ยนผ่านของยุค กอปรกับที่ลู่หมิงการ์เมนต์ไม่มีแบรนด์ของตนเอง ได้แต่รับจ้างผลิต ถูกโกงค่าผลิตบ้าง สินค้าไม่ผ่านผู้ตรวจสอบบ้าง บางช่วงผลิตไม่ทันถูกปรับบ้างใน 5 ปีที่ผ่านมาโรงงานจึงขาดทุนติดต่อกัน

เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดคือ จั๋วอี้เหิง มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและร่ำรวยที่สุดในกว่างโจว และเขายังร่ำรวยติดอันดับต้นๆ ของเอเชียน ต้นเดือนก่อนเขายื่นข้อเสนอมาว่า

ถ้าลู่หลินอิงแต่งงานกับเขา เขาจะยกหนี้ทั้งหมดและช่วยให้โรงงานฟื้นตัวด้วยสินสอดอีกแสนหยวน

ย่าลู่ลังเลอยู่ไม่นานก็รับปากทันที!

ก็จั๋วอี้เหิงเป็นใคร เขารวยขนาดไหน การได้เขามาเป็นหลานเขยนี่มันไม่ใช่ยิ่งกว่าฝันไปหรอกหรือ ถึงการแต่งงานนี้จะมีเงื่อนไขว่าเขาจะหย่าทันทีหลังเขาจัดการปัญหาบางอย่างได้แล้ว แต่จะแค่วันเดียวก็ถือว่าหลานรักของเธอได้เป็นสะใภ้คนแซ่จั๋วแล้วนี่นา

แต่ลู่หลินอิงกลับ ไม่ยินยอม เพราะเธอมีคนรักอยู่แล้ว อู่กวง รองผู้จัดการโรงงานชายวัย 40 ที่มีภรรยาและลูกแล้ว!

เมื่อย่าลู่รู้ความจริงข้อนี้เข้าก็โกรธจนตัวสั่น สั่งห้ามเด็ดขาดและยิ่งบังคับให้แต่งงานกับจั๋วอี้เหิงทันที

สะใภ้รอง จางหมิ่น และลูกชาย เสียนเซิ่ง ก็ยุแยงเพิ่มความโลภมากให้หญิงชราเพิ่มขึ้น ทำให้ย่าลู่ยิ่งแข็งกร้าวเอาจริงกับหลานรักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลินอิงถึงกับร้องไห้อยู่หลายวัน

“บ้านเราจะไม่ตกต่ำเพราะความรักโง่ ๆ ของแกเด็ดขาด! เจ้าจะต้องแต่งงานกับคุณชายรองจั๋วให้จงได้อย่าลืมสิแกคือดาวนำโชคของบ้านลู่นะ!”

และเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดก่อนวันแต่งงาน สิบสามวัน

หลินอิงตัดสินใจหนีตามไปกับอู่กวง แต่หนุ่มใหญ่ชักจูงให้เธอ ขโมยเงินเดือนคนงาน ที่เธอรับผิดชอบถือไว้ แล้วหนีไปสร้างชีวิตใหม่ด้วยกัน

หลินอิงลังเลเพียงชั่วครู่ แต่เพราะรักเขามากจึงยอมตาม บังเอิญในวันนั้น เธอเห็นย่าลู่เก็บ สินสอดจากจั๋วอี้เหิง ไว้ในห้องนอน ความโลภจึงชนะใจ หลินอิงตัดสินใจชวนอู่กวงไปขโมยไปด้วย!

“ถ้าเรามีเงินมากพอ จะไม่มีใครหาตัวเราเจอ!” หลินอิงกล่าวตบท้าย แล้วมีหรือคนโลภมากแบบอู่กวงจะไม่เห็นดีด้วย

ระหว่างที่สองคนกำลังย่องเข้าไปขโมยเงินในห้องของย่าลู่ หลันถิง กลับพบเข้าโดยบังเอิญ เด็กสาวตกใจและพยายามห้ามพี่สาว พร้อมขู่ว่าจะ แจ้งความ เอาผิดอู่กวงฐานล่อลวงพี่สาวและขโมยเงินโรงงาน

ใครจะคิด หลินอิงกลับเห็นขี้ดีกว่าไส้ พออู่กวงบอกว่าปล่อยหลันถิงไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงหนีไม่รอด หลินอิงก็หันไปคว้าไม้เท้าของย่าลู่ที่มีสำรองเอาไว้ในห้องนอนหญิงชราอีกอันมาหวดเข้าที่ท้ายทอยน้องสาวทันที!

ผลัวะ!

หลันถิงทรุดฮวบ เลือดไหลอาบ เด็กสาวมองหน้าฝาแฝดตนเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ว่าพี่สาวจะทำกับตนเองลงคอ

“หลินอิงเธอ...”

ยังพูดไม่จบประโยค หลันถิงก็หมดสติไปก่อน หลินอีลนลาน คิดว่าน้องสาวตายแล้ว จึงหันไปหาอู่กวง พอดีกับที่อู่กวงมีรถเก๋งเก่าๆ อยู่หนึ่งคัน เขาจึงรีบไปเอารถมา และอุ้มร่างไร้สติของหลันถิงไปใส่ท้ายรถ

“พวกเราต้องเอาเด็กนี่ไปทิ้ง”

“แต่แบบนั้นหลันถิงจะตายนะคะพี่กวง”

“เธอจะให้มันตาย หรือพวกเราจะยอมติดคุกเล่า อิงอิง” หลินอิงกลืนน้ำลายอึกใหญ่สุดท้ายก็เลือกจะคล้อยตามอู่กวงคือเอาร่างของน้องสาวฝาแฝดไปทิ้งทะเล

ขณะนั้นเอง ย่าลู่ ก็กลับมาพบเหตุการณ์พอดี ยังดีที่ครอบครัวบ้านลู่รอง คือเสียนเซิ่งกับจางหมิ่นกับลูกสาวลูกชายวันนี้ไปค้างต่างเมือง แต่เพราะรู้หลินอิงจึงเลือกลงมือวันนี้

แต่แทนที่ย่าลู่จะช่วยหลานสาวคนกลางผู้เคราะห์ร้าย กลับรีบเร่งให้อู่กวงกับหลินอีหนีไปก่อน และนอกจากเงินสินสอด หลินฟางยังรีบไปนำเงินเก็บส่วนตัวมามอบให้หลานสาวสุดที่รักจนหมด

“มัวรออะไรอยู่! รีบพาหลินอิงหนีไปซะ!”

เสียงร้องไห้ของหลินอิงสั่นสะท้าน ขณะนั้นหลันถิงก็ฟื้นขึ้นมา เด็กสาวคิดว่าย่าลู่จะช่วยตนเอง จึงร้องเรียก แต่หญิงชรานอกจากไม่ช่วย ยังหันไปหยิบไม้ถูกฟื้นมาตีร่างของเด็กสาวซ้ำ โดยเน้นที่ศีรษะ อย่างหวังผลให้ตายไปจริงๆ

ก่อนหลันถิงจะสิ้นใจ เธอลืมตาขึ้นมาเห็นย่าลู่ยกไม้ฟาดซ้ำลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า ความเจ็บปวดที่กายกลับไม่เท่าที่ดวงใจของเด็กสาว เธอได้แต่ถามตนเองไปมา ว่าเธอผิดอะไร จึงถูกเกลียด แค่คำทำนายของซินแสเท่านั้น?

ก่อนความมืดมิดกลืนกินสรรพสิ่ง และชีวิตของเด็กสาวที่ต้องทุกข์ทนเป็นตัวซวยมาตลอด 18ปี

หลังจากทำความสะอาดคราบเลือดที่บ้านลู่เรียบร้อย อู่กวงกับหลินอิงก็นำร่างไร้วิญญาณของหลันถิง ตรงไปที่บริเวณท่าเรือแถวหนานซา แล้วโยนลงทะเลทันที เพราะพวกเขาเชื่อว่าทุกอย่างจะถูกคลื่นน้ำซัดหายไป

แต่เคราะห์ร้ายสำหรับพวกเขา เนื่องจากท่าเรือมีตั้งมากหากแต่อู่กวงกลับเลือกจะมาทิ้งคนที่ท่าเรือที่เป็นเขตอิทธิพลของจั๋วอี้เหิง!

และไม่ทราบได้ว่าคืนนั้นบังเอิญอย่างไรจั๋วอี้เหิงมาตรวจสินค้าด้วยตนเองและกำลังจะกลับแต่ดันเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นที่อู่กวงกับหลินอิงช่วยกันขนร่างคนลงจากรถแล้วนำไปโยนลงทะเลเข้าพอดิบพอดี

ดังนั้นร่างที่ควรจมสู่ความตาย จึงถูกลากขึ้นจากน้ำ ทันเวลา!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วาสนานางร้ายยุค90s   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษตัดปัญหาบ้านจั๋วไปแล้ว ใครจะคิดบ้านลู่กลับเกิดปัญหาขึ้นมา และจะเป็นใครได้อีกที่สร้างเรื่องหากไม่ใช่ยายแก่สารพัดพิษหลินฟางหรือย่าลู่ หญิงชราแอบมาขโมยเงินก้อนที่เสียนอี่เตรียมจะนำไปขยายโรงงานเอาไปให้ครอบครัวลู่เสียนเซิ่ง ที่ถูกเจ้าหนี้ตามฆ่าเพราะติดหนี้ก้อนโต (เกือบล้านหยวน)หลันถิงทราบเพราะแม่เลี้ยง (ซ่งอวี้) โทร.มาบอก หญิงสาวโกรธมาก อี้เหิงที่ทราบก็ถามเธอว่าอยากให้เขาจัดการคนพวกนี้แบบไหน หลันถิงนิ่งไปพักใหญ่ แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจบอกให้สามีจัดการในแบบของเขาได้เลย เธอกับหญิงแก่มหาภัยไม่เกี่ยวกันนานแล้ว ยิ่งคนบ้านลู่รองหรือาผู้ชายกับอาสะใภ้เธอยิ่งไม่เคยผูกพันอี้เหิงจับศีรษะภรรยาแล้วชมว่า “ดี” พร้อมกับบอกว่าคนเราต้องใจเด็ดแบบนี้ คนที่เคยลงมือฆ่าเราเธอไม่จำเป็นต้องนับใครเป็นญาติ หลันถิงจึงว่าฉันถือคติทำให้คนเกลียด...ยังพูดไม่จบอี้เหิงก็ต่อว่า...อายุยืนหมื่นปี แล้วก็หัวเราะ หลันถิงจึงหัวเราะตาม พร้อมกับบอกสามีว่าชีวิตคนเราก็แบบนี้ต้องเห็นแก่ตัวบ้างใจดีเกินไปตายมามากแล้วอี้เหิงเห็นหลันถิงแกร่งแบบนี้เขาจึงเล่าถึงอู่กวงกับหลินอิงว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เขาบอกกับหลันถิงว่าตนเองปล่

  • วาสนานางร้ายยุค90s   ตอนที่ 45 ||อวสาน

    ตอนที่ 45 ||อวสานสองเดือนต่อมา...อี้เหิงเริ่มเห็นว่าหลายสิ่งที่หลันถิงเคยพูดไว้ในคืนนั้นเริ่มเกิดขึ้นจริง ข่าวลือเรื่องเขตเศรษฐกิจใหม่ที่เซี่ยงไฮ้สะพัดไปทั่ววงการการเงินในเงามืด เขาใช้เส้นสายตรวจสอบทุกแหล่งข้อมูลและพบว่า ทุกอย่างกำลังจะเป็นจริงตามที่เธอบอกไม่มีผิด บวกกับเหตุการณ์เล็กน้อยอีกหลายเหตุการณ์ล้วนเป็นจริงทำให้เขายิ่งคิดว่าความฝันของหลันถิงน่าจะเป็นฝังบอกอนาคตจริงๆค่ำหนึ่งในห้องทำงาน เขาเปิดแฟ้มข้อมูลพลางสูบลมหายใจลึก “ถิงถิง…ดูท่าฝันของเธอจะไม่ธรรมดาแล้วล่ะ”หลันถิงวางแก้วชาลงบนโต๊ะ พลางหัวเราะเสียงหวาน รอยยิ้มที่อ่อนโยนแต่มีความมั่นใจในตัวเองแผ่ออกมา “เห็นไหมคะพี่…ฉันไม่ได้พูดเพ้อเจ้อเลยสักนิด”อี้เหิงขำเบา ๆ ก่อนเอ่ยเล่น ๆ “พี่เริ่มจะเชื่อแล้วจริง ๆ ว่าเมียพี่อาจจะมาจากอนาคตก็ได้”หลันถิงทำหน้าทำตาประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์เขาโน้มตัวไปใกล้ พลางเอื้อมมือคว้าข้อมือเล็กของเธอมากุมไว้เบา ๆ “หรือไม่ก็…เป็นนางฟ้า หืม?”หลันถิงหัวเราะคิกคัก “พี่อี้! ฉันห่างไกลคำว่านางฟ้าเยอะมาก ยิ่งนางเอก…ยิ่งไกลเต็มที่ หลันถิงคนนี้ก็มีแต่จะเป็นนางร้ายเต็มตัว!”อี้เหิงยิ้มมุมปาก ดวงต

  • วาสนานางร้ายยุค90s    ตอนที่ 44 || ฝันบอกอนาคตของหลันถิง

    ตอนที่ 44 || ฝันบอกอนาคตของหลันถิงหลังจบมื้อค่ำดึก อี้เหิงกับหลันถิงขึ้นมานั่งดื่มชาดอกไม้ที่ระเบียงห้องนอนเพื่อรอให้อาหารย่อย แสงไฟยามค่ำส่องสว่างไสว กลิ่นชาอ่อน ๆ ผสมกลิ่นลมเย็นยามค่ำ ทำให้บรรยากาศเงียบสงบอย่างแปลกประหลาดหลันถิงนั่งถือถ้วยน้ำชาแน่นิ่งมาครู่ใหญ่ ในใจของหญิงสาวกำลังกังวล เธอจ้องไปยังความมืดข้างนอกมากกว่าจะมองสามีที่นั่งตรงข้าม อี้เหิงย่อมสังเกตเห็นแล้วแต่เขายังเงียบอยู่ เพราะอาการของหลันถิงดูเหมือนเธอจะมีเรื่องในใจ เขาไม่รีบร้อนปล่อยให้เมียตัวน้อยอยู่กับตัวเองครู่หนึ่ง จึงได้เอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำแต่อบอุ่นเหลือเกิน“หลันถิง เธอต้องการอะไรจากพี่ก็พูดมาเถอะ ระหว่างผัวเมียเราไม่ต้องเกรงใจกัน” น้ำเสียงของเขาเรียบแต่หนัก แน่วแน่สื่อความหมายดังที่พูดออกไปทุกคำคำพูดนั้นทำให้หลันถิงชะงัก ใบหน้าเธอร้อนผ่าวขึ้นเล็กน้อยก่อนพยายามข่มใจให้ยิ้มกลบความรู้สึกหวาดกลัวว่าหากตนเองพูดสามีเธอจะไม่คิดว่าเธอเพ้อเจ้อไปเอง“นี่พี่อี้มองออกเลยเหรอ… แหม เขินเลยนะเนี่ย” หลันถิงพูดคล้ายหยอกเย้าสามีเพื่อไม่ให้บรรยากาศตึงเครียดเกินไปอี้เหิงยิ้มมุมปาก ดึงร่างเล็กมานั่งบนตักอย่างคุ้นเคยและเขาอยากบอก

  • วาสนานางร้ายยุค90s   ตอนที่ 43||การตัดสินใจเด็ดขาดของอี้เหิง

    ตอนที่ 43||การตัดสินใจเด็ดขาดของอี้เหิงหลันถิงรีบพูดเสียงสั่น แต่ยังไม่ทันพูดจบ ร่างบางก็ถูกแขนแข็งแรงโอบอุ้มขึ้นจากท่านั่งคุกเข่าโดยเขาก็กลับลงมานั่งในอ่างเช่นเดิม แล้ววางร่างเล็กลงคร่อมตักแกร่งกลางอ่างทันที น้ำกระเซ็นจนล้นขอบอ่างลงเปียกพื้นแต่อี้เหิงหรือจะสนใจ“ลองขย่มพี่เองสักครั้งสิ” เขากระซิบเสียงแหบพร่าที่ข้างหู ริมฝีปากกัดติ่งหูเล็กแรงพอให้เธอสั่นสะท้าน“ไม่เอา!” เธอส่ายหน้าสุดแรง แต่เขากลับจับสะโพกกลมแน่น กดลงตรงแก่นกายแข็งกร้าวที่เพิ่งคืนชีพอีกครั้ง ความร้อนผ่าวกระแทกตรงจุดอ่อนไหวทำให้หลันถิงสะดุ้งเฮือก“อย่าดื้อ...เดี๋ยวพี่ทิปอีกห้าหมื่น” เสียงทุ้มต่ำล่อลวงคนชอบเงินหลันถิงยังไม่ทันปฏิเสธเพราะรอบนี้เธอเหนื่อยแล้วอีกห้าหมื่นก็ไม่เอา แต่ปลายแท่งร้อนก็สอดแทรกเข้าไปในกายคับแน่นอย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องหวานปนแหบพร่าหลุดจากปากหลันถิง น้ำตาคลอเมื่อความใหญ่โตดันลึกเข้าไปสุดทางในคราวเดียว“อ๊ะ...พี่อี้ มันเจ็บนะ!” เธอทุบอกเขาเบา ๆ แต่เสียงครางแหบพร่ากลบความโกรธไปหมดสิ้น“ก็เจ็บแค่แรก ๆ ทุกครั้งไม่ใช่หรือไง เดี๋ยวขยับเธอก็เสียวไปกับพี่ทุกที...” เขาหัวเราะต่ำในลำคอ แล้วดันสะโพกเธอขึ้

  • วาสนานางร้ายยุค90s   ตอนที่ 42||ฉันจะเป็นปลาเค็ม!...

    ตอนที่ 42||ฉันจะเป็นปลาเค็ม!...หลังจากวันยกน้ำชาพอเช้าวันใหม่อีกวันน้องสาวของจ้าวอิงอิงพี่สะใภ้ใหญ่ของบ้านจั๋วก็ขนข้าวของมาอยู่ที่ตึกใหญ่ หากแต่หลันถิงไม่ใส่ใจ เพราะอี้เหิงบอกกับเธอแล้วว่าเขาไม่สนใจใคร เขาเลือกเธอแต่แรกก็ยังเป็นเช่นนั้นและเพียงสามวันเท่านั้นตึกใหญ่ของบ้านจั๋วก็วุ่นวายเพราะจ้าวจูดี้กับจ้าวหนิงเจียวทะเลาะตบตีกัน เพราะต่างก็มีคนหนุนหลัง หนิงเจียวคือคุณนายใหญ่จั๋วผลักดัน ส่วนจ้าวจูดี้ก็เป็นสะใภ้ใหญ่กับลูกชายคนโต ตบตีกันเองจนวุ่นวาย สุดท้ายคุณนายใหญ่จั๋วก็ทนไม่ไหว ไล่ทั้งสองคนออกจากคฤหาสน์ไปก่อน“แผนของพี่อี้ช่างร้ายกาจ”หลันถิงชื่นชมสามีจากใจ เพราะที่อี้เหิงรับปากเธอแต่แรกล้วนเป็นจริง เขาบอกให้เธอแค่อยู่เฉยๆ วางตัวสวยๆ ใช้จ่ายตามสบาย ส่วนเรื่องผู้หญิงอื่นเขาจะจัดการแทนเธอเอง“พี่ร้ายกับคนที่ร้ายกับพี่ก่อนเท่านั้น อีกไม่นานรับรองเลยว่าหนิงเจียวจะได้รับโทษที่เคยลงมือทำร้ายเธอ”“ยังไงคะ?” หลันถิงหมายถึงเขาจะทำอะไร“ตอนนี้หนิงเจียวพัวพันอยู่กับเฉินอีเค่อ และเธอรู้ไหม เมียของเฉินอีเค่อเป็นพวกหึงโหดขนาดไหน”หลันถิงฟังแล้วคิดตามไม่นานก็ตาโต “พี่อี้ พี่ไม่ใช่คนดี!”จั๋วอี้เหิงห

  • วาสนานางร้ายยุค90s   ตอนที่ 41 ||ยกน้ำชาบ้านใหญ่

    ตอนที่ 41 ||ยกน้ำชาบ้านใหญ่ช่วงค่ำอากาศของปักกิ่งเย็นยะเยือกกว่าที่หลันถิงเคยชิน ลมปลายฤดูร้อนพัดแรงจนม่านบางปลิวสะบัด เสียงกระดิ่งลมหน้าระเบียงดังแผ่วเบาเป็นจังหวะชวนผ่อนคลายหญิงสาวในชุดนอนผ้าซาตินสีงาช้างนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ดวงตาคู่หวานจ้องเงาตัวเองในกระจกอยู่นาน ใบหน้าหวานผ่องใสแม้จะผ่านการเดินทางไกลด้วยเครื่องบินเสียงเปิดและปิดประตูเบา ๆ ดังขึ้นก่อนที่อี้เหิงจะก้าวเข้ามาในชุดนอนสีเข้ม เขาดูสงบอย่างทุกครั้ง“นอนไม่นอนอีกแล้วเหรอ” คนเพิ่งกลับมาจากห้องทำงานถามเมียที่เขามาส่งตั้งแต่หัวค่ำยังนั่งทาครีมตรงโต๊ะเครื่องแป้งไม่เข้านอน“รอพี่อี้ค่ะ” หลันถิงตอบเสียงหวานก่อนจะลุกเดินมาหาสามีที่ยืนรอที่ปลายเตียง“พี่นึกว่าเธอกังวลเรื่องยกน้ำชาบ่ายพรุ่งนี้เสียอีก” อี้เหิงดักคอคนที่ยังไม่ยอมเข้านอนทั้งที่ห้าทุ่มกว่าแล้ว“ก็...นิดหน่อยค่ะ” หญิงสาวเข้ามาโอบเอวแกร่งพร้อมเอาแก้มนวลถูไถไปกับหน้าอกของสามีคล้ายลูกแมวขี้อ้อน ท่าทางแบบนี้ทำเอาอี้เหิงใจเหลวเป็นน้ำ“ตราบใดที่พี่ยังมีลมหายใจ ไม่ต้องกลัวหรือกังวลอะไรทั้งนั้น”คำพูดนั้นเหมือนคาถาคุ้มกันในใจหลันถิง เธอพยักหน้าช้า ๆ แล้วสูดลมหายใจลึกก

  • วาสนานางร้ายยุค90s   ตอนที่ 37 ||หลันถิงถูกยิง!

    ตอนที่ 37 ||หลันถิงถูกยิง!จั๋วอี้เหิงแน่ใจเดี๋ยวนั้นพวกมันล็อกเป้าหมายแล้ว ไม่ใช่เขาแต่กลับเป็นเมียของเขาอย่างชัดเจน มาเฟียหนุ่มซึ่งผ่านเหตุการณ์ลอบสังหารมาเกินสิบครั้งตาโต เขาดึงปืนพกออกมาจากช่องเก็บลับเล็งเป้าไปยังหนึ่งในสองคันตามสัญชาตญาณ“อาเฟย หยุดรถ!”เขาตะโกนสั่งก้อง ความตึงเครียดถาโถมอัดแน

  • วาสนานางร้ายยุค90s   ตอนที่31|| วาสนาถิงถิง

    ตอนที่31|| วาสนาถิงถิง“คงต้องเริ่มเล่าตั้งแต่ก่อนพี่จะเกิด ตอนนั้น...”เมื่อยี่สิบแปดปีก่อน จั๋วอี้หาน ว่าที่ผู้นำตระกูลจั๋วรุ่นที่เจ็ด จะขึ้นรับตำแหน่งได้ก็ต่อเมื่อเขาได้แต่งงานกับเจ้าสาวแซ่จ้าวที่คุณนายใหญ่จั๋วรุ่นที่หกจัดหามาให้ ซึ่งแต่เดิมเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ผู้นำตระกูลรุ่นก่อนๆ ก็เป็น

  • วาสนานางร้ายยุค90s   ตอนที่ 5 || โลกนี้ขับเคลื่อนด้วยเงิน

    ตอนที่ 5 || โลกนี้ขับเคลื่อนด้วยเงินช่วงสายวันถัดมา แสงแดดร้อนแรงลอดผ่านม่านผ้าสีซีดเข้ามาในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลประชาชนกว่างโจว แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านทำให้ผนังสีขาวดูซีดหม่นยิ่งกว่าเดิม กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อยังคละคลุ้งอยู่ในอากาศจนแสบจมูก เครื่องวัดชีพจรดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คล้ายบอกว่าชีวิตอันริบห

  • วาสนานางร้ายยุค90s   ตอนที่ 4 || เจ้าสาวเปลี่ยนได้แต่งานแต่งจะล่มไม่ได้!

    ตอนที่ 4 || เจ้าสาวเปลี่ยนได้แต่งานแต่งจะล่มไม่ได้!เกือบตีสี่ รถเก๋งเก่าคันเล็กเร่งฝ่าความมืดไปตามถนนสายยาวมุ่งหน้าสู่เขตเมือง ไฟหน้าส่องแสงเป็นเส้นตรงตัดกับท้องฟ้าสีหม่น เสียงเครื่องยนต์เก่าดังแผ่วราวจะดับทุกเมื่อในแต่ละจังหวะที่ล้อบดกับพื้นถนน ลู่เสียนอี่จับพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วซีด ใบหน้าขาวคล้ำ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status