Se connecterหญิงสาวปล่อยเสี่ยวหมานจากนั้นก้าวออกมาด้านนอกด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ สาวใช้ทั้งสามคนวิ่งตามออกมา “คุณหนูด้านนอกลมแรงทั้งยังหนาวเหน็บระวังไม่สบายเอาได้นะเจ้าคะ ท่านสวมเสื้อคลุมก่อน”
นางเหม่อมองไปรอบๆ จากนั้นก้มลงมองมือของตัวเอง “นี่มันอะไรกัน ก็ข้า...ข้าถูก” ตอนก้มลงมองมือของตัวเองปอยผมก็ลู่ลงมา เส้นผมดำยาวสลวยทั้งยังทั้งหนาและยาวแทบจรดบั้นเอว
นางคว้าผมของตัวเองดึงมาข้างหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ หลังแต่งเข้าไปในจวนกั๋วกงเพราะต้องดูแลจวน ดูแลสามี ดูแลทุกๆ อย่าง สุขภาพของนางค่อยๆ ย่ำแย่ เส้นผมหลุดร่วงปริขาดจนบางและสั้นยาวไม่เท่ากัน ดังนั้นนางจึงตัดสินใจม้วนมวยเอาไว้ตลอดเวลา
มาวันนี้เหตุใดนางจึง...
“คุณหนูกลับเข้าไปข้างในกันเถิดเจ้าค่ะ ท่านโหวกับฮูหยินคงรออยู่ที่ห้องโถงแล้ว”
“ท่านพ่อกับท่านแม่?!” นางเลิกคิ้วมองเสี่ยวหมาน กระทั่งถูกประคองเดินกลับเข้าไปในห้อง มองตัวเองที่อยู่ในคันฉ่อง
เฉินหมิงเหยาอ้าปากค้างตาเบิกกว้าง นาง...พบว่าตัวเองกลับมาในช่วงที่ยังไม่ปักปิ่นอีกครั้ง แถมตอนนี้มารดาของนางเองก็ยังอยู่ บิดาของนางเองก็ไม่ได้ถูกพี่ชายสังหาร!!!
“ท่านแม่!!!” นางวิ่งพรวดออกจากห้องหลังสาวใช้ช่วยกันแต่งตัวให้เสร็จแล้ว โผเข้าไปกอดมารดาพร้อมกับร่ำไห้ “ท่านแม่...” นางสะอื้นจนตัวสั่นกอดมารดาแน่นราวกับว่าเพิ่งฝันร้ายตื่นหนึ่ง
คนในจวนโหวแตกตื่นวุ่นวาย เฉินโหวถึงขั้นให้คนออกไปตามหมอ กระทั่งในวันนั้นไม่มีใครเข้าใจว่าแท้ที่จริงท่านหญิงของจวนโหวล้มป่วยเป็นอะไรกันแน่
ดึกมากแล้ว...
ในความมืดเฉินหมิงเหยานั่งครุ่นคิดคนเดียวเงียบๆ ครานี้นางมั่นใจแล้วว่าทุกอย่างไม่ใช่ความฝัน นางรู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ความฝันแน่นอน มันเกิดขึ้นและนางถูกสังหารจากนั้นนางก็กลับมาเป็นตัวเองในวัยสิบสองขวบปี
จำได้ว่า...ต้นดอกท้อในเรือนของนางถูกตัดก็เพราะมารดาล้มป่วย นางเป็นคนเต็มใจให้คนตัดต้นดอกท้อที่มารดารักมาก จำใจเพราะท่านหมอกล่าวว่าเกสรดอกท้อเป็นต้นเหตุให้มารดาล้มป่วย และมันจะเกิดขึ้นราวๆ หกเดือนหลังจากบิดาติดตามฮ่องเต้ไปร่วมการล่าสัตว์
คืนนั้นทั้งคืนนางกำลังคิดและลำดับเรื่องราวที่ตนพอจะจดจำได้ ทว่าไม่กล้าที่จะเขียนบันทึก ได้แต่กัดปากตัวเองด้วยความเคร่งเครียด กระทั่งไม่ได้นอนเลยจนฟ้าสาง...
มื้อเช้า...ทุกคนล้วนมารวมตัวกันที่เรือนสือหลิน ทั้งอนุ บุตรที่เกิดจากอนุ ล้วนต้องมากินมื้อเช้าพร้อมหน้าที่นี่ทั้งสิ้น แต่หลังจากนั้นมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็นจะได้รับการยกเว้น เว้นเพียงบิดาของหญิงสาวจะสั่งให้รวมตัวกัน
นาง...ลอบมองพี่ชายและน้องสาว รวมไปถึงหลิวอี๋เหนียง ทุกคนล้วนมีท่าทีปกติ พูดคุย สนทนา รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ไม่มีท่าทีอึดอัด ไม่มีท่าทีโกรธขึ้ง ทุกอย่างไม่มีแม้แต่สัญญาณเตือน
บิดากล่าวถึงการล่าสัตว์ เฉินหมิงเหยาฟังด้วยท่าทีเหม่อลอย หลังมื้อเช้านางกอดแขนมารดาและติดตามอีกฝ่ายกลับไปที่เรือน กระทั่งมีขันทีเข้ามาเรียกตัวนางกับมารดาเข้าวังหลวง
ฮองเฮาทรงอยากพบหน้าสองแม่ลูกสักครั้ง ระหว่างนั่งรถม้าเฉินหมิงเหยาเลิกม่านรถม้ามองไปด้านนอก ทุกอย่างที่นี่ไม่เหมือนกับความทรงจำล่าสุดที่นางเคยนั่งรถม้าผ่าน เวลาผ่านไปจากนี้เพียงไม่กี่ปีแต่เมืองเสียนหยางกลับเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน...
เพิ่งลงจากรถม้าก็เห็นทางเดินอีกฝั่งมีบุคคลสำคัญกำลังออกจากวังหลวง มารดามองตามสายตาของนาง “นั่น...ท่านอ๋องน้อยเฉิงซี?”
หญิงสาวหันกลับมามองมารดา “อ๋องน้อยเฉิงซี?” นางเคยได้ยินนามนี้แต่ไม่เคยพบ หรือบางทีอาจเพราะไม่เคยสังเกตด้วยฐานะที่ก็นับว่าแตกต่าง วันนี้เพราะมีเรื่องในใจมากเกินไปจึงมองไปรอบๆ และสายตาก็มองเห็นเขาเข้าพอดี
“ใช่แล้ว...วันนี้น่าจะทรงเสด็จกลับแดนตะวันตกจึงมาทูลลากระมัง”ได้ยินมาว่าอ๋องน้อยเฉิงซีอายุยังน้อยก็มีคุณงามความดียิ่ง ไม่เพียงสืบทอดบรรดาศักดิ์จากท่านอ๋องผู้เป็นบิดาที่ล้มป่วยตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เขายังทำหน้าที่ปกป้องแดนตะวันตกอย่างกล้าหาญ เป็นหลานชายที่ฮ่องเต้ไว้ใจที่สุด ส่วนฮองเฮาเองก็รักใคร่เอ็นดู เขานับเป็นสายสัมพันธ์ที่เชื่อมคานอำนาจระหว่างฮ่องเต้และฮองเฮาอย่างแท้จริง ไม่เลือกฝั่งใดแต่สนับสนุนทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อต้าเหลียงโดยแท้บิดาของเขาเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมารดาเป็นคนตระกูลเฉินที่ใกล้ชิดกับฮองเฮาหากนับตามความจริงเขากับนางก็เป็นเครือญาติ ทว่าหากนับตามศักดิ์ฐานะในราชสำนัก เขาอยู่ใต้คนเพียงหนึ่งแต่อยู่เหนือคนทั่วหล้า เช่นนี้เขากับนางจึงห่างเหินราวกับคนละฟากฝั่งไม่นับรวมที่ว่าแม้มารดาของนางเป็นน้องสาวของฮ่องเต้ แต่ก็เป็นองค์หญิงที่ไม่ได้มีอำนาจอิทธิพล ต่างกับเขาที่เป็นหลานชายสายตรงของตระกูลเซียว ด้วยบิดาของเขาเป็นอนุชาที่เกิดจากบิดาและมารดาเดียวกัน เลือดในกายของอ๋องน้อยเฉิงซี จึงนับว่าเป็นสายเลือดของเชื้อพระวงศ์แห่งต้าเหลียงอย่างแท้จริง“อ๋องน้อยเฉิงซี.
หญิงสาวปล่อยเสี่ยวหมานจากนั้นก้าวออกมาด้านนอกด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ สาวใช้ทั้งสามคนวิ่งตามออกมา “คุณหนูด้านนอกลมแรงทั้งยังหนาวเหน็บระวังไม่สบายเอาได้นะเจ้าคะ ท่านสวมเสื้อคลุมก่อน”นางเหม่อมองไปรอบๆ จากนั้นก้มลงมองมือของตัวเอง “นี่มันอะไรกัน ก็ข้า...ข้าถูก” ตอนก้มลงมองมือของตัวเองปอยผมก็ลู่ลงมา เส้นผมดำยาวสลวยทั้งยังทั้งหนาและยาวแทบจรดบั้นเอวนางคว้าผมของตัวเองดึงมาข้างหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ หลังแต่งเข้าไปในจวนกั๋วกงเพราะต้องดูแลจวน ดูแลสามี ดูแลทุกๆ อย่าง สุขภาพของนางค่อยๆ ย่ำแย่ เส้นผมหลุดร่วงปริขาดจนบางและสั้นยาวไม่เท่ากัน ดังนั้นนางจึงตัดสินใจม้วนมวยเอาไว้ตลอดเวลามาวันนี้เหตุใดนางจึง...“คุณหนูกลับเข้าไปข้างในกันเถิดเจ้าค่ะ ท่านโหวกับฮูหยินคงรออยู่ที่ห้องโถงแล้ว”“ท่านพ่อกับท่านแม่?!” นางเลิกคิ้วมองเสี่ยวหมาน กระทั่งถูกประคองเดินกลับเข้าไปในห้อง มองตัวเองที่อยู่ในคันฉ่องเฉินหมิงเหยาอ้าปากค้างตาเบิกกว้าง นาง...พบว่าตัวเองกลับมาในช่วงที่ยังไม่ปักปิ่นอีกครั้ง แถมตอนนี้มารดาของนางเองก็ยังอยู่ บิดาของนางเองก็ไม่ได้ถูกพี่ชายสังหาร!!!“ท่านแม่!!!” นางวิ่งพรวดออกจากห้องหลังสาวใช้ช่วยกันแต่
นางเบิกตามองลอดช่องประตูด้วยความตกตะลึง บิดาของนางที่แท้ไม่ได้ล้มป่วย แต่ถูกบุตรชายที่เขาภูมิใจหนักหนาสังหาร!!!เฉินหมิงเหยา...ก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก ทว่าอยู่ๆ หน้าอกกลับเจ็บแปลบ ก้มลงมองก็พบว่ามีของมีคมแทงจากด้านหลังทะลุหน้าอกของนางเองเสียงประตูเปิดออก...คนสามคนยืนก้มลงมองนางที่ทรุดตัวล้มลงบนพื้น สายตาของทั้งสามเย็นชาเสียดแทงจนนางเย็นเยียบไปทั้งกาย เสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้นจำได้ว่านั่นเป็นเสียงของผู้ติดตามเสิ่นเสวียนโม่สตรีนางนี้เป็นเหมือนคนคุ้มกันของอีกฝ่าย ฝีมือดีมาก ท่าทางเย็นชา นางก็คือ...หงอวี๋เฉินเล่อเยว่กล่าวเสียงเรียบ ‘ข้าก็บอกแล้วว่านางไม่มีที่ไป นางปักใจรักท่านพี่อย่างโง่งมถึงเพียงนี้ หลงคิดว่าตัวเองสูงส่งได้เป็นถึงกั๋วกงฮูหยิน หารู้ไม่ว่านางก็แค่หมากตัวหนึ่งของพวกเราเท่านั้น เห็นหรือไม่...นางกลับมาหาพวกเราเองไม่ต้องเสียเวลาออกไปตามหานางให้เปลืองเวลา’ กล่าวจบก็นั่งลงมองนางด้วยรอยยิ้ม ‘พี่หญิง ท่านคิดจริงๆ หรือว่าท่านพี่มีใจให้ท่าน รู้หรือไม่ว่าที่ท่านไม่ตั้งครรภ์ไม่ใช่เพราะเข้าหอช้า แต่เป็นเพราะท่านพี่แอบให้คนใส่ยาระงับการตั้งครรภ์ให้ท่านต่างหาก ที่ท่านป่วยก็เพราะ
ครานั้น...หญิงสาวเพียงคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาง สายสัมพันธ์พี่น้องของนางกับเฉินเล่อเยว่ไม่ใคร่จะดีนัก ซึ่งหากจะเล่าก็คงต้องย้อนกลับไปนานมาก ด้วยในจวนไม่ได้มีนางเป็นทายาทหนึ่งเดียว บิดาของนางยังมีบุตรที่เกิดจากอนุอีกสี่คน ใช่แล้ว...เฉินหมิงเหยามีทั้งพี่ชาย มีน้องสาว และมีน้องชายหลิวอี๋เหนียงที่เป็นมารดาผู้ให้กำเนิด เฉินซวี่เสียน ซื่อจื่อจวนโหวกับเฉินเล่อเยว่ เดิมทีเป็นฮูหยินที่แต่งกับบิดาของนาง ทว่าเพราะสมรสพระราชทานและฐานะของมารดาหญิงสาว ดังนั้นนางจึงถูกลดฐานะให้เป็นอนุโดยมีข้อแม้ว่าบุตรชายของนางจะยังคงมีฐานะเป็นซื่อจื่อจวนโหว ถึงอย่างนั้นเฉินเล่อเยว่กลับไม่ได้รับความสำคัญอย่างผู้เป็นพี่ชายตลอดชีวิตของเฉินหมิงเหยาไม่เคยมองผู้ใดเป็นศัตรูอย่างแท้จริง ด้วยนางทระนงถึงฐานะที่สูงส่งของตัวเอง เช่นนั้นในวันที่นางถูกคู่หมายหักหลัง ถูกน้องสาวต่างมารดาทำลายชื่อเสียง นางจึงไม่อาจทำอะไรได้นอกจากยอมรับ บิดาขอร้องให้นางกล้ำกลืนเพื่อเห็นแก่จวนโหว เพื่อเห็นแก่ความเป็นพี่น้อง ดังนั้นแม้ยังคงไว้ทุกข์ นางกลับถูกบังคับให้ขึ้นเกี้ยวเข้าสู่จวนกั๋วกง เนื่องจากไม่อาจรั้งรอให้ครรภ์ของน้องสาวโตขึ้นจนประจ
...เฉินหมิงเหยา นับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาชะตาก็เต็มไปด้วยวาสนาที่ผู้คนริษยา นางไม่เพียงเกิดมาในตระกูลที่มีความชอบล้นแผ่นดิน แต่ชาติตระกูลยังสูงส่งเป็นที่ตระหนักของคนทั้งแคว้นต้าเหลียงบิดาของนางเป็นถึงท่านโหวแห่งแดนใต้ ทั้งยังมีฐานะเป็นถึงน้องชายของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงฐานะของมารดา ซึ่งเป็นถึงน้องสาวของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เช่นนี้แล้วฐานะของนางจึงไม่ธรรมดานับแต่ถือกำเนิด เป็นท่านหญิงที่คนในจวนโหวรักใคร่ตามใจเฝ้าทะนุถนอมต้าเหลียงยิ่งใหญ่แผ่นดินมั่นคงผู้คนสงบสุข ฉากหน้าที่เต็มไปด้วยความสวยงามของเมืองเสียนหยาง กลบฝังความวุ่นวายภายใต้ระลอกคลื่นของการแก่งแย่ง ขุนนางเริ่มแบ่งฝ่าย อำนาจในราชสำนักที่ดูเหมือนปรองดองเป็นหนึ่งเดียว บัดนี้เมื่อเหล่าองค์ชายเริ่มเติบใหญ่ การคาดเดาผู้ที่จะมารับตำแหน่งรัชทายาทคนต่อไปก็ยิ่งเข้มข้นไม่ว่าจะต้องการหรือไม่ ไม่ว่าจะอยากเกี่ยวพันหรือไม่ จวนโหวของเฉินหมิงเหยาก็ต้องถูกม้วนเข้าไปในเกลียวคลื่นของความวุ่นวายนี้อยู่ดีขณะที่อายุได้เพียงสิบสี่ยังไม่ทันได้ปักปิ่น หญิงสาวที่ถูกหมั้นหมายกับซื่อจื่อจวนอวี้กั๋วกง ก็ปักใจว่าต่อไปนางย่อมกลายเป็นอวี้กั๋วกงฮ







