Share

วิปลาสสีทมิฬ
วิปลาสสีทมิฬ
Penulis: สกุลอรวย

1 อีรอส

last update Tanggal publikasi: 2026-08-01 18:15:36

ฝนเม็ดเล็กโปรยลงมาบนหลังคากระจกของคฤหาสน์ตระกูลวาเลนไทน์ไม่ขาดสาย

เสียงหยดน้ำกระทบพื้นดังแผ่วเบาปะปนกับเสียงสะอื้นปลอมๆ ของแขกในงานศพ กลิ่นดอกลิลลี่สีขาวลอยคลุ้งไปทั่วโถงใหญ่จนชวนอึดอัด ราวกับความหอมหวานนั้นถูกใช้เพื่อกลบกลิ่นเน่าเฟะของผู้คนในงาน

หน้าโลงศพสีดำสนิท อีรอสยืนตัวตรงในชุดสูทสีดำเรียบกริบ ดวงตาสีเข้มของเขานิ่งสงบ แต่ใต้แววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่เก็บซ่อนไว้ไม่มิด

เขาแทบไม่ได้นอนมาเกือบสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่อาร์เธอร์หยุดหายใจครั้งสุดท้าย เขาต้องจัดการทั้งบริษัท หุ้นส่วน นักลงทุน รวมถึงงานศพที่ยิ่งใหญ่สมฐานะของประธานบริษัทอันดับต้นๆ ของประเทศ

ทั้งที่คนตายคือพ่อของเขาแท้ๆ แต่เขายังไม่มีเวลาแม้แต่จะเสียใจ

“คุณอีรอส… เสียใจด้วยนะครับ” ชายวัยกลางคนจากบอร์ดบริหารเดินเข้ามาจับมือเขาแน่น สีหน้าดูเวทนา

“ถ้าไม่มีคุณ บริษัทคงแย่ไปแล้วจริงๆ” อีรอสยิ้มบางเพียงมุมปาก

“ขอบคุณครับ”

“ประธานเชื่อใจคุณมากนะครับ” อีกคนเสริมขึ้น พลางมองเขาด้วยสายตาที่แทบจะพูดออกมาตรงๆ ว่า ทุกคนรู้ว่าใครควรเป็นผู้สืบทอด

“โปรเจกต์ออโรร่าถ้าไม่ได้คุณเข้ามากอบกู้ คงพังตั้งแต่ไตรมาสก่อนแล้ว”

คำว่า ‘กอบกู้’ ทำให้อีรอสเผลอนึกถึงคืนที่เขานั่งอยู่คนเดียวในห้องทำงานตอนตีสาม แสงไฟจากตึกสูงสาดเข้ามาบนกองเอกสาร

เขาจำได้ดีว่าตัวเองนั่งประชุมต่อเนื่องสามวันแทบไม่ได้นอน แก้ปัญหางบประมาณ ไล่เคลียร์สัญญาที่ผิดพลาดจากทีมบริหารชุดเก่า

และเป็นคนบินไปเจรจากับนักลงทุนด้วยตัวเอง ทั้งหมดเพื่อรักษาสิ่งที่อาร์เธอร์สร้างมา

แต่คนที่ได้รับคำชื่นชมจากหน้าสื่อกลับไม่ใช่เขา

“อีรอส”

เสียงทุ้มติดเย็นดังขึ้นด้านหลัง พร้อมมือหนักๆ ที่ตบบ่าเขาเบาๆ อีรอสหันไปมองเฮลิออส พี่ชายคนโตในชุดสูทราคาแพง เขาเพิ่งกลับมาจากยุโรปเมื่อคืน ใบหน้าหล่อเหลานั้นแทบไม่มีร่องรอยความเศร้าเลยสักนิด กลับกัน ริมฝีปากยังยกยิ้มเหมือนกำลังมางานเลี้ยงมากกว่างานศพ

“เหนื่อยหน่อยนะน้องชาย” เฮลิออสพูดเสียงนุ่ม ยิ้มมุมปาก

“ช่วงที่ฉันไม่อยู่ นายคงลำบากแย่… แต่จากนี้ไป พักผ่อนได้แล้วล่ะ”

สายตาอีรอสค่อยๆ เลื่อนลงไปมองมือบนบ่าตัวเอง เขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบเสียงเรียบ

“งานของพ่อ… ผมไม่เคยคิดว่ามันคืองานลำบากครับพี่”

รอยยิ้มของเฮลิออสค้างไปนิดเดียว แต่ก็กลับมาเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว

“ยังเหมือนเดิมเลยนะ นายจริงจังเกินไปเสมอ”

“ถ้าไม่มีคนจริงจัง บริษัทคงไม่รอดถึงวันนี้ครับ”

บรรยากาศรอบตัวเงียบลงทันที เหล่าบอร์ดบริหารมองหน้ากันเล็กน้อย ไม่มีใครกล้าแทรกบทสนทนา เพราะต่างรู้ดีว่าพี่น้องคู่นี้ไม่เคยลงรอยกัน

“นายกำลังประชดฉันเหรอ” เฮลิออสหัวเราะในลำคอเบาๆ คล้ายไม่ใส่ใจ

“ผมแค่พูดความจริง”

ดวงตาของคนพี่หรี่ลงเล็กน้อย แต่ก่อนที่บทสนทนาจะตึงเครียดไปมากกว่านี้ เสียงส้นสูงก็ดังเข้ามาใกล้ๆ

“เลิกคุยเรื่องงานในงานศพคุณพ่อเถอะค่ะ”

เซลีนเดินเข้ามาด้วยชุดเดรสดำเข้ารูป แต่งหน้าสมบูรณ์แบบจนไม่เหลือคราบน้ำตาแม้แต่นิดเดียว เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นแตะหางตาเบาๆ ทั้งที่ดวงตาแห้งสนิท

“แขกมองกันหมดแล้วนะคะ” เธอพูดพลางยิ้มอ่อนโยนแบบที่ใช้ต่อหน้าสื่อเสมอ ก่อนปรายตามองพี่ชายทั้งสอง

“แต่อย่างว่าแหละ…ใครจะไปรู้ว่าคุณพ่อทิ้ง ‘อะไร’ ไว้ให้เราบ้าง” คำพูดนั้นทำให้อีรอสชะงัก

“หมายความว่าไง” เฮลิออสยกคิ้ว เซลีนยักไหล่เบาๆ

“ก็พินัยกรรมไงคะ พวกพี่คิดจริงๆ เหรอว่าคุณพ่อจะยังไม่จัดการอะไรไว้ก่อนตาย”

ทันทีที่พูดจบ ความเงียบก็แผ่กระจายราวกับอากาศถูกดึงออกจากห้อง

อีรอสเม้มริมฝีปากแน่น เขารู้ดีว่าอาร์เธอร์ป่วยมานาน แต่ชายคนนั้นไม่เคยพูดเรื่องผู้สืบทอดกับเขาเลยสักครั้ง ทั้งที่เขาเป็นคนทำงานแทบทุกอย่างแทนพ่อมาตลอดหลายปี

หรือสุดท้ายแล้ว… ความภักดีที่เขาทุ่มเททั้งหมด จะไม่มีค่าอะไรเลย

ห้องทำงานส่วนตัวของอาร์เธอร์เงียบเสียจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศดังหึ่งเบาๆ

กลิ่นไม้เก่าและกลิ่นซิการ์ที่ฝังอยู่ในห้องมานานยังคงชัดเจน ราวกับเจ้าของห้องยังนั่งอยู่หลังโต๊ะตัวใหญ่กลางห้องเหมือนทุกครั้ง

แต่ตอนนี้… เก้าอี้ตัวนั้นว่างเปล่า

อีรอสนั่งตัวตรงบนโซฟาฝั่งซ้าย มือประสานกันแน่นอยู่บนหน้าตัก ใบหน้าคมคายนิ่งสนิท แต่ในใจกลับตึงเครียดจนปวดขมับ ดวงตาของเขามองไปยังแฟ้มเอกสารตรงหน้าทนายความเป็นระยะ

เขาไม่ได้อยากได้สมบัติฟุ่มเฟือยอะไร สิ่งเดียวที่เขาคิดมาตลอด คือบริษัทต้องเดินต่อ และคนที่เหมาะจะรับมันต่อที่สุด… ก็คือเขา

คนที่อยู่กับบริษัทมาตลอด

คนที่แบกทุกอย่างแทนอาร์เธอร์ในช่วงหลายปีหลัง

ตรงกันข้ามกับเฮลิออสที่นั่งพิงพนักสบายๆ ไขว้ขาอย่างไม่ทุกข์ร้อน นิ้วเรียวยาวหมุนแก้วไวน์ในมือเล่นทั้งที่นี่เพิ่งเป็นงานศพพ่อผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง

รอยยิ้มมุมปากยังติดอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาเหมือนคนกำลังรอดูละครสนุกๆ มากกว่าการฟังพินัยกรรม

ส่วนเซลีนนั่งอยู่ข้างพี่ชายคนโต เธอหยิบกระจกขึ้นมาเช็กเครื่องสำอางเบาๆ ก่อนจะปิดมันลงเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของอีรอส

“มองอะไรคะพี่” เธอยิ้มบาง

“ฉันแค่ไม่อยากดูโทรมในวันสำคัญ”

“วันสำคัญ?” อีรอสทวนเสียงเรียบ

“พ่อเพิ่งตาย” เซลีนชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ก็ยักไหล่

“ก็เพราะคุณพ่อตายไงคะ มันถึงสำคัญ”

บรรยากาศกลับมาเงียบอีกครั้ง ทนายความสูงวัยกระแอมเบาๆ ก่อนเปิดเอกสารตรงหน้า

“ถ้าทุกท่านพร้อม ผมจะเริ่มอ่านพินัยกรรมของคุณอาร์เธอร์นะครับ” อีรอสสูดลมหายใจลึก เขาพยายามกดความรู้สึกหนักอึ้งในอกเอาไว้

“ทรัพย์สินในส่วนอสังหาริมทรัพย์ริมทะเล จะถูกโอนให้แก่มูลนิธิวาเลนไทน์…”

“เงินลงทุนในต่างประเทศจำนวนหนึ่ง จะถูกแบ่งเข้าสู่กองทุนครอบครัว…”

เสียงทนายดังต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ทรัพย์สินยิบย่อยถูกแจกจ่ายตามลำดับ อีรอสฟังเงียบๆ พลางเหลือบมองแฟ้มเอกสารตรงหน้า เขารู้ว่าประเด็นสำคัญยังมาไม่ถึง

จนกระทั่งทนายหยุดเปิดหน้ากระดาษหนึ่ง สีหน้าเริ่มจริงจังขึ้น

“และในส่วนของหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทวาเลนไทน์กรุ๊ป…” อีรอสเผลอนั่งตัวตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“…รวมถึงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ข้าพเจ้าขอมอบให้แก่”

“นายเฮลิออส วาเลนไทน์”

ความเงียบตกลงกลางห้องทันที อีรอสรู้สึกเหมือนเสียงทุกอย่างรอบตัวดับวูบไปชั่วขณะ เขานิ่งค้าง ดวงตาเบิกขึ้นเล็กน้อยราวกับได้ยินอะไรผิด

แต่ทนายยังอ่านต่อ

“และตำแหน่งรองประธานบริหาร จะถูกมอบให้แก่ นางสาวเซลีน วาเลนไทน์… มีผลนับตั้งแต่วันที่ล่วงลับ”

เฮลิออสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ริมฝีปากยกขึ้นอย่างพอใจ ขณะที่เซลีนหันไปยิ้มให้พี่ชายเหมือนทั้งคู่รู้อยู่แล้ว

ส่วนอีรอส… เลือดในกายเหมือนเย็นเฉียบ

เขารอฟังชื่อตัวเองต่อ

แต่ไม่มี

“สำหรับนายอีรอส วาเลนไทน์” ทนายพลิกหน้ากระดาษอีกครั้งก่อนพูดเรียบๆ

“คุณอาร์เธอร์ได้จัดสรรกองทุนส่วนตัวจำนวนหนึ่งไว้ให้ เพื่อใช้สำหรับชีวิตส่วนตัวและการพักผ่อนหลังจากนี้ครับ”

แค่นั้น

ไม่มีหุ้น

ไม่มีตำแหน่ง

ไม่มีแม้แต่ชื่อในบอร์ดบริหาร

อีรอสค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ เก้าอี้เสียดสีกับพื้นจนเกิดเสียงดังลั่นห้อง ดวงตาที่เคยนิ่งสงบตอนนี้แข็งกร้าวขึ้นอย่างน่ากลัว

“เดี๋ยวครับคุณทนาย” เสียงของเขาต่ำจนแทบเย็นเฉียบ

“แล้วชื่อของผมล่ะ? พ่อไม่ได้ลงชื่อผมในบอร์ดบริหารเลยเหรอ?!” ทนายมีสีหน้าลำบากใจ

“ตามเอกสาร… ไม่มีครับ”

“ไม่มี?” อีรอสหัวเราะออกมาสั้นๆ อย่างไม่น่าไว้ใจ

“คุณกำลังจะบอกว่าคนที่ทำงานแทบตายให้บริษัทมาตลอดหลายปี ไม่มีแม้แต่สิทธิ์แตะตำแหน่งบริหาร?”

เฮลิออสเอนตัวมาข้างหน้า พลางวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะ

“อาร์เธอร์คงเห็นว่านายทำงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลาใช้ชีวิตมั้งอีรอส” เขายิ้มมุมปาก

“พ่อเลยอยากให้นายพัก… ยาวๆ” คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันราดลงบนไฟ อีรอสหันขวับไปมองพี่ชาย

“พัก?” เขากัดฟันแน่น

“ตอนบริษัทขาดทุนมหาศาล พี่อยู่ไหน ตอนนักลงทุนถอนหุ้น พี่อยู่ไหน!” เฮลิออสยังคงยิ้ม

“แต่สุดท้าย คนที่ได้บริษัทก็คือฉัน” เซลีนหัวเราะเบาๆ ก่อนพูดเสริม

“อย่าคิดมากน่าพี่อีรอส ยังไงพี่ก็ยังมีเงินเดือนในฐานะคนในตระกูลนะ… ส่วนเรื่องบริหาร ให้คนที่มีวิสัยทัศน์ที่เหมาะสมกว่าทำเถอะค่ะ”

“วิสัยทัศน์เหรอ?” อีรอสกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธที่กดไว้ไม่อยู่

“ตอนที่บริษัทเกือบล้มละลาย พวกเธอไปมุดหัวอยู่ที่ไหน! คนที่กู้มันกลับมาคือฉัน!” เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้อง

เซลีนสะดุ้งเล็กน้อย แต่เฮลิออสกลับหัวเราะออกมาช้าๆ

“แต่น่าเสียดายนะอีรอส” เขาลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้

“ต่อให้นายทำงานแทบตาย สุดท้ายพ่อก็ไม่ได้เลือกนายอยู่ดี” ประโยคนั้นแทงเข้ากลางอกอีรอสอย่างจัง

เขาจ้องหน้าพี่ชายเขม็ง ความผิดหวัง ความเสียใจ และความแค้นค่อยๆ ปะทุขึ้นในแววตาทีละนิด

ในวินาทีนั้นเอง อีรอสก็เข้าใจแล้วว่า…

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาอาจไม่เคยถูกมองเป็นลูกชายของอาร์เธอร์เลยด้วยซ้ำ

ฝากคอมเม้นหน่อยน้า❤️

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วิปลาสสีทมิฬ   35 อย่าใจอ่อน (จบ)

    เวลาหมุนเวียนผ่านพ้นไปอีกสี่เดือนเต็ม ตอนนี้อีรอสตั้งครรภ์ลูกคนที่สองได้หกเดือนแล้วหน้าท้องนูนโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนต้องสวมเสื้อตัวใหญ่โคร่งเพื่อความสบายตัวยามบ่ายอันสงบเงียบภายในห้องนั่งเล่น คฤหาสน์ตระกูลคาเวล อีรอสนั่งเคี้ยวขนมหวานอยู่อย่างสบายอารมณ์บนโซฟานุ่ม โดยมีคอลัสนั่งตั้งหน้าตั้งตาทำแบบฝึกหัดอยู่ข้างๆภาพบรรยากาศแม่ลูกดูอบอุ่น อ่อนโยน และเปี่ยมสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้อีรอสจะยินยอมกลับมาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้เพื่อคอลัสและทายาทปีศาจคนที่สองในท้องแต่เขาก็ยื่นคำขาดพร้อมตั้งกฎเหล็กไว้อย่างเด็ดขาดและเคร่งครัดว่า'อลาสเตอร์ห้ามปรากฏตัวให้อีรอสเห็นหน้าเด็ดขาด'หากไม่ปฏิบัติตามเขาพร้อมจะพาลูกหนีหายไปทันทีโดยไม่สนใจสิ่งใดตลอดสี่เดือนที่ผ่านมา อลาสเตอร์จำใจยอมปฏิบัติตามกฎเหล็กนี้อย่างไม่มีเงื่อนไขชายหนุ่มทำได้เพียงซ่อนตัวและแอบมองอีรอสอยู่ห่างๆ จากมุมมืดหลังเสาหินหรือชั้นสองของโถงทางเดิน คอลัสละสายตาจากตำราเรียนยื่นมือเล็กๆ ไปลูบหน้าท้องนูนของแม่เบาๆ นัยน์ตาสีแดงฉายรอยยิ้มตาหยีอย่างร่าเริง“แม่ครับ! วันนี้น้องดิ้นใหญ่เลยครับ! ดูสิ ตรงนี้ปูดขึ้นมาด้วย!” อีรอสแย้มยิ้มหวาน

  • วิปลาสสีทมิฬ   34 กูจะไม่ให้อภัยมึงตลอดไป

    ความหวาดผวาและฝันร้ายในอดีตแล่นเข้าจับจิตใจของอีรอสทันทีที่รู้ว่าตนกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองความบอบช้ำสะสมสั่งการให้เขามีเป้าหมายเดี่ยวที่เด็ดเดี่ยว นั่นคือต้องหนีไปให้พ้นจากอิทธิพลของอลาสเตอร์เขาจะไม่ยอมให้ปีศาจตนไหนมาแย่งชิงความรักและความผูกพันของลูกไปได้อีกแล้ว คราวนี้เขาจะพาลูกในท้องคนนี้หนีไปเลี้ยงดูเพียงลำพัง ปลูกฝังให้เด็กบริสุทธิ์รักแค่เขาคนเดียวเท่านั้นอีรอสฉวยโอกาสช่วงที่อลาสเตอร์ออกไปคุยกับหมอ แอบหลบหนีออกจากห้องพักฟื้นทั้งที่ยังอยู่ในชุดผู้ป่วยสีขาวนวลร่างกายล้าบอบช้ำบวกกับอาการแพ้ท้องทำให้อีรอสต้องก้าวเดินอย่างโซเซยามพาร่างออกสู่ภายนอกเขาลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ จนกระทั่งไปหยุดขดตัว นั่งกอดเข่าสะอื้นไห้เงียบๆ อยู่ในตรอกตึกมืดมิดอันเงียบสงบข้างโรงพยาบาลแสงไฟสลัวส่องกระทบใบหน้าซูบซีดที่นองไปด้วยน้ำตา อีรอสเจ็บปวดแทบขาดใจเมื่อทบทวนชะตากรรมชีวิตที่ผ่านมา ถูกคนที่รักหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยมีใครรักและจริงใจกับเขาเลยสักคนร่างบางกุมท้องตัวเองแน่น เค้นเสียงสะอื้นพร่าพึมพำกับลูกในครรภ์“ฮึก... ทำไมชีวิตกูต้องเจอแต่เรื่องแบบนี้... โดนทรยศ โดนย่ำยีซ้ำแล้วซ้ำเล่า... แต่คราว

  • วิปลาสสีทมิฬ   33 หนูเกลียดแม่

    ความแค้นที่สุมอกทำให้จิตใจของอีรอสเริ่มถลำลึกจนมืดมน เขาใช้ความรักและความเชื่อฟังของลูกชายเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นอย่างไม่รู้ตัวในห้องนั่งเล่นอันกว้างใหญ่ อีรอสดึงข้อมือเล็กของคอลัสเข้ามาหาตัว บังคับและป้อนคำพูดร้ายกาจให้คอลัสเดินไปพูดใส่อลาสเตอร์ตลอดเวลาโดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าการกระทำอันเห็นแก่ตัวนี้กำลังสร้างบาดแผลและทำร้ายจิตใจอันบริสุทธิ์ของลูกชายอย่างแสนสาหัสคอลัสผู้มีสายเลือดปีศาจลึกๆ แล้วเริ่มผูกพันและรักอลาสเตอร์ผู้เป็นพ่อไปแล้ว เด็กน้อยอึดอัด อับจนปัญญา และทรมานใจจนถึงขีดสุด อีรอสกระชากแขนลูกเบาๆ สีหน้าเครียดเค้น บังคับลูกเสียงพร่า“คอลัส! เดินไปบอกมันเดี๋ยวนี้! บอกมันไปสิว่าหนูเกลียดมัน! บอกว่าไม่อยากเห็นหน้ามันอีก!” คอลัสตาสั่นระริก น้ำตาคลอเบ้า สั่นหัวรัวๆ ด้วยความทรมานใจ“ไม่เอาแล้ว... คอลัสไม่อยากพูดแบบนี้แล้วครับแม่... คอลัสไม่อยากโกหกแล้ว...” อีรอสเริ่มสติหลุด นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ ตวาดใส่ลูกเสียงดัง“ต้องพูด! หนูเป็นลูกแม่นะคอลัส! หนูต้องเกลียดมันเหมือนที่แม่เกลียด! มึงต้องเข้าข้างกู!”ความกดดันที่สะสมมานานทำให้คอลัสระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง เด็กน้อยสะ

  • วิปลาสสีทมิฬ    32 คนที่จะตายคนต่อไปคือมึง...อลาสเตอร์

    รถยนต์หรูเคลื่อนตัวมาจอดสนิทหน้าโกดังร้างริมชายป่าอันเงียบสงบ เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบวังเวงที่เข้ามาแทนที่เฮลิออสและเซลีนได้รับสายด่วนจากมือขวาคนสนิทของอลาสเตอร์ หลอกว่าอลาสเตอร์ต้องการนัดพบด่วนที่สุดที่โกดังร้างแห่งนี้เพื่อเซ็นเอกสารโอนหุ้นและมอบเงินสดก้อนใหญ่ปิดปากเรื่องของอีรอสด้วยความโลภบังตาและหลงผิดคิดว่าตนเองยังคงเป็นคนโปรดที่อลาสเตอร์หลอกใช้และไว้วางใจ ทั้งสองพี่น้องจึงรีบเดินทางมาตามนัดโดยไร้ซึ่งความหวาดระแวงเฮลิออสในชุดสูทราคาแพงก้าวลงจากรถพร้อมยิ้มระรื่น กวาดสายตามมองไปรอบๆ บริเวณที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ด้วยความอารมณ์ดี“ไหนล่ะเอกสารโอนหุ้นกับเงินสดที่ท่านอลาสเตอร์จะให้? ฉันกับเซลีนมารับตามนัดแล้ว! ออกมาคุยกันให้มันจบๆ ซะทีสิ!” เซลีนเดินตามหลังมาพลางยกมือขึ้นโบกไล่ฝุ่นในอากาศ เชิดหน้าแสดงท่าทีทรงอำนาจปนรังเกียจ“นั่นสิ! รีบๆ เอาออกมาสิ! จะได้จบเรื่องไอ้อีรอสไปสักที อากาศข้างนอกมันเหม็นความชื้นจะแย่ ฉันไม่อยากอยู่ในสถานที่เห่ยๆ แบบนี้นานนักหรอกนะ!”ทว่า เมื่อทั้งสองก้าวลึกเข้าไปภายในตัวโกดังร้างที่เงียบสงบผิดปกติ บรรยากาศรอบกายพลันเย็นเยียบลงกะทันหันเสี

  • วิปลาสสีทมิฬ   31 เป่าหูลูกให้เกลียดพ่อ

    เมื่ออีรอสสังเกตเห็นอย่างเด่นชัดว่าอลาสเตอร์กำลังหลงและแคร์คอลัสมากเพียงใดเขาก็ไม่รอช้าที่จะนำจุดอ่อนนี้มาใช้เป็นเครื่องมือในการเริ่มแผนการเอาคืนอย่างรบกวนจิตใจอีรอสเริ่มเป่าหูและป้อนความคิดให้ลูกชายทีละนิด ค่อยๆ ปลูกฝังให้เด็กน้อยเกิดความเหินห่าง ระแวง และต่อต้าน ในห้องนอนเล็ก อีรอสย่อตัวลงจับไหล่คอลัส กระชุบบอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแต่แฝงด้วยความแค้นสุมอก“คอลัส... ฟังแม่นะลูก คนๆ นั้นน่ะ ไม่ใช่คนดีหรอกนะ เขาเคยทำร้ายแม่จนเกือบตาย และเขาก็พร้อมจะพรากหนูไปจากแม่ทุกเมื่อหากเขาหมดความอดทน” คอลัสได้ฟังก็ชะงัก นัยน์ตาสีแดงกร่ำสั่นคลอน มองหน้าแม่ด้วยความเชื่อฟังและสับสน“จริงเหรอครับแม่... เขาใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ คอลัสเกลียดทุกคนที่ทำร้ายแม่! คอลัสจะไม่คุยกับเขาอีกแล้ว!” คำสัญญาของเด็กน้อยทำให้ความผูกพันที่เคยมีให้ปีศาจหนุ่มพังทลายลงในพริบตากระทั่งช่วงบ่ายในห้องนั่งเล่น อลาสเตอร์เดินถือกล่องของขวัญหรูหราเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวังจะชวนลูกชายเล่นเหมือนทุกวันแต่ทันทีที่ก้าวเข้าไปหา คอลัสกลับปัดกล่องของขวัญทิ้งลงพื้นอย่างแรงจนของข้างในกระจาย สะบัดตัวหนีไปซ่อนอยู่ด้านหลังของอีรอสอย่างตื่นกลัวและเ

  • วิปลาสสีทมิฬ   30 ความสับสนของปีศาจ

    ภายในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลคาเวล ความเงียบสงบในยามค่ำคืนถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นแปลกตาแสงจันทร์ละมุนส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาตกกระทบเตียงกว้างขนาดใหญ่คอลัสนอนหลับปุ๋ยอยู่ตรงกลางระหว่างอลาสเตอร์และอีรอส ร่างเล็กๆ ขยับสม่ำเสมอตามจังหวะลมหายใจอลาสเตอร์นอนตะแคงข้าง ใช้สายตานุ่มนวลผิดปกติทอดมองใบหน้าเล็กของลูกชาย นัยน์ตาสีแดงกร่ำที่เคยฉายแต่รังสีอาฆาตและอำมหิตบัดนี้ไหววูบไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน อลาสเตอร์เริ่มเสพติดและหลงใหลในบรรยากาศของคำว่าครอบครัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตภายในใจลึกๆ ของปีศาจหนุ่มมีปมบาดแผลอันดำมืด เขาเติบโตมาในฐานะปีศาจชั้นสูงที่ต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปตั้งแต่ยังจำความไม่ได้โลกปีศาจอันป่าเถื่อนหล่อหลอมให้เขาคอยแต่จะเหี้ยมโหด ไร้ซึ่งความรัก ความอบอุ่น หรือความผูกพันใดๆ เขาจึงปฏิเสธและไม่อยากสร้างครอบครัวมาโดยตลอดเพราะมองว่ามันคือจุดอ่อนที่งี่เง่า ทว่า ตั้งแต่มีคอลัสเข้ามาในชีวิต เด็กน้อยที่มีสายเลือดเข้มข้นและหัวใจอันบริสุทธิ์กลับเข้ามาเติมเต็มช่องว่างอันอ้างว้างในจิตใจของเขาได้อย่างน่าประหลาดอลาสเตอร์พบว่าตนเองชอบช่วงเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status