مشاركة

บทที่ 8

مؤلف: แตงโมปั่น
ไม่นานนัก รถโรลส์-รอยซ์ก็จอดชิดข้างทางตรงแยกที่ใกล้ที่สุดตามความต้องการของฉู่จือจิ้น

ฉู่จือจิ้นผลักประตูรถออก ลมยามค่ำคืนพัดกรูเข้ามา ท่อนแขนที่สั่นเล็กน้อยของเธอค่อย ๆ สงบลง ลมหายใจที่อึดอัดก็กลับมาราบรื่น

วินาทีที่เท้าเหยียบลงบนพื้น เสียงของกู้จินเหิงก็ดังมาจากด้านหลัง “ฉู่จือจิ้น”

เธอชะงักไปเล็กน้อย “ขอบคุณประธานกู้ที่มาส่งค่ะ”

เสียงปิดประตูรถเบามาก

รถโรลส์-รอยซ์สีดำจอดอยู่ด้านหลังเธอนานมากกว่าจะขับจากไป เธอไม่ได้หันกลับไปมอง

……

สามวันต่อมา

ฉู่จือจิ้นกำลังจัดทำรายงานประเมินการฟื้นฟูระยะล่าสุดของคุณท่านสวี่อยู่ในศูนย์ให้คำปรึกษา โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นสองครั้ง

เป็นข้อความไลน์จากเมิ่งหว่านชิง แม่ของเธอ

[ จิ้นจิ้น วันเสาร์พาซินซินกลับมากินข้าวที่บ้านนะ จะฉลองวันเกิดให้ลูก ]

ด้านหลังยังตามมาด้วยสติกเกอร์รูปเค้กหนึ่งอัน

ฉู่จือจิ้นจ้องข้อความบรรทัดนั้นอยู่นานหลายวินาที

ฉลองวันเกิดให้เธอ

ครั้งล่าสุดที่คนตระกูลฉู่เป็นฝ่ายพูดถึงวันเกิดของเธอเองคือเมื่อไรกันนะ? อ้อ จริงสิ ปีแรกที่เธอถูกรับกลับตระกูลฉู่

เพียงแต่ฉู่ฮั่วร้องไห้สองครั้ง ความสนใจของคนทั้งบ้านก็พากันไปตกอยู่ที่ “น้องสาวผู้น่าสงสาร” คนนั้นทั้งหมดราวกับถูกแม่เหล็กดูด

วันนี้หกปีให้หลัง แม่กลับเป็นฝ่ายส่งข้อความมาบอกว่าจะฉลองวันเกิดให้เธอ

สายเส้นหนึ่งในใจฉู่จือจิ้นที่ตึงมานานพลันคลายลงเล็กน้อย

เธอตอบกลับไปเพียงคำเดียว: [ ค่ะ ]

เย็นวันเสาร์ ฉู่จือจิ้นสวมเดรสสีอ่อน เส้นผมยาวถูกรวบหลวม ๆ ไว้ด้านหลังด้วยปิ่นหยกขาว เผยลำคอเรียวขาว ใบหน้าแต่งเพียงเครื่องสำอางบาง ๆ ดูเรียบงามแต่ยังคงเหมาะสม

ส่วนซินซินสวมชุดเจ้าหญิงสีชมพู บนศีรษะมีมงกุฎเล็กระยิบระยับ เธอยอมให้ฉู่จือจิ้นจูงมืออย่างว่าง่าย

วินาทีที่ผลักประตูเดินเข้าไปในห้องรับแขก เสียงหัวเราะและเสียงหยอกล้อภายในห้องก็พุ่งเข้าสู่โสตประสาททันที

ก่อนจะเห็นฉู่ฮั่วสวมชุดราตรีสีชมพูกำลังขดตัวอยู่บนโซฟา ออดอ้อนเมิ่งหว่านชิง

บนโต๊ะน้ำชามีเค้กฟองดองสองชั้นอันประณีตวางอยู่ ใช้โทนสีชมพูสลับขาว ประดับด้วยดอกกุหลาบไอซิ่งจนเต็ม

บนเค้กมีข้อความอวยพรที่เขียนด้วยปากกาช็อกโกแลตอย่างสวยงามว่า [ สุขสันต์วันเกิดฮั่วฮั่ว ]

ฝีเท้าฉู่จือจิ้นชะงัก มือที่จูงซินซินอยู่กำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

วันเกิดของเธอกับฉู่ฮั่วตรงกันพอดี

“จิ้นจิ้นมาแล้ว!” เมิ่งหว่านชิงยิ้มพลางโบกมือเรียกเธอ “มาเร็ว ๆ พอดีเลย ลูกกับฮั่วฮั่วเกิดวันเดียวกัน ฉลองด้วยกันจะได้ครึกครื้น”

ฉลองด้วยกันจะได้ครึกครื้น

ฉลองด้วยกัน

จะได้ครึกครื้น

หัวใจฉู่จือจิ้นเย็นลงไปครึ่งหนึ่ง จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองน่าขันเล็กน้อย

“ฉลองวันเกิดให้ลูก” ที่เธอเข้าใจ ที่แท้ก็คือ “อาศัยบารมีฉลองวันเกิดวันเดียวกับน้องสาว”

บนเค้กไม่มีชื่อของเธอ

สายรุ้งกระดาษและลูกโป่งที่แขวนอยู่ในห้องรับแขกก็เป็นสีชมพู ฉู่ฮั่วชอบสีชมพู ส่วนเธอไม่ชอบ

“พี่คะ!” ฉู่ฮั่วลุกขึ้นเดินเข้ามาคล้องแขนเธออย่างสนิทสนม น้ำเสียงอบอุ่นเสียเหลือเกิน “พ่อกับแม่บอกว่าพวกเราต่างก็เป็นลูกสาวของพวกเขา วันเกิดครั้งนี้เลยให้พวกเราฉลองด้วยกัน ดีสุด ๆ ไปเลยใช่ไหม?”

ฉู่จือจิ้นดึงแขนออกอย่างแนบเนียน มุมปากกระตุกเล็กน้อย “พ่อล่ะ?”

“พ่อคุยธุรกิจกับจินเหิงอยู่ในห้องทำงาน เดี๋ยวก็ออกมาแล้ว” เมิ่งหว่านชิงกำลังแกะริบบิ้นบนกล่องเค้กโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้น “จิ้นจิ้น ช่วยแม่หยิบจานหน่อย”

ฉู่จือจิ้นจัดให้ซินซินนั่งเรียบร้อย ก่อนจะหันไปหยิบจานจากตู้ข้างห้องอาหาร

เดินไปได้ครึ่งทาง ฉู่ฮั่วก็ออดอ้อนเมิ่งหว่านชิงอยู่ด้านหลัง “แม่คะ เค้กนี่เหมือนจะเล็กไปหน่อย รู้อย่างนี้สั่งสามชั้นก็ดี”

เมิ่งหว่านชิงหัวเราะ “พอกินแล้ว ๆ พี่สาวลูกไม่ชอบของหวานนะ”

มือของฉู่จือจิ้นที่กำลังหยิบจานชะงักไปเล็กน้อย

เธอไม่ชอบของหวาน?

เธอแพ้ครีมต่างหาก

เมิ่งหว่านชิงไม่เคยใส่ใจจดจำเรื่องนี้เลยสักครั้ง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 30

    ซินซินกระโดดลงจากโซฟาแล้ววิ่งวนรอบกล่องครั้งแล้วครั้งเล่า ใบหน้าเล็กแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นราวกับแอปเปิลสุกสีแดงสด“เป็นหุ่นยนต์!”ฉู่จือจิ้นกำลังล้างผลไม้อยู่ในครัว พอได้ยินเสียงก็เดินออกมา เพียงแวบแรกก็เห็นกล่องบรรจุภัณฑ์ในห้องรับแขก และกู้จินเหิงซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าสงบนิ่งเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับชะงักฝีเท้า“ประธานกู้?”“อย่าเข้าใจผิด พอดีผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทเพิ่งออกจากสายการผลิต เลยมอบหุ่นยนต์ตัวนี้ให้ซินซิน ถือเป็นน้ำใจจากฉันในฐานะ...อา”กู้จินเหิงกลืนคำว่า “พ่อ” กลับลงไปอย่างฝืน ๆ แล้วเปลี่ยนเป็น “อา” แทน บางครั้งเขาก็ลืมไปว่าเขากับเธอไม่ได้อยู่ในสถานะสมรสกันแล้วน้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ แต่เมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยตื่นเต้นดีใจ ภายในส่วนลึกของหัวใจก็มีบางแห่งอ่อนยวบลงซินซินกะพริบดวงตากลมโตฉ่ำวาว มือเล็กทั้งสองปิดปากไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจขณะมองฉู่จือจิ้น “หม่ามี้ อากู้บอกว่าให้หนู หนูแกะได้ไหมคะ?”ฉู่จือจิ้นยังไม่ทันตอบ เสียงของฉู่ฮั่วก็ดังมาจากบันได“จินเหิง”วันนี้เธอสวมชุดลำลองอยู่บ้านสีเหลืองอ่อน ผมรวบหลวม ๆ หน้าตาดูสดใสดีเธอกวาดตาม

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 29

    คำเรียก “จิ้นจิ้น” เมื่อครู่ ฟังดูไม่เหมือนความดีใจ แต่คล้ายความสงสัยมากกว่า สงสัยว่าทำไมเวลานี้ฉู่จือจิ้นถึงมาอยู่ที่นี่...แววตาของสวี่โจวหล่านหม่นลงเล็กน้อย เขาละสายตากลับ ก่อนจะยกมุมปากเป็นรอยยิ้มบางและหันไปมองฉู่จือจิ้น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าก่อนหน้านี้อีกหลายเท่า“จือจิ้น เมื่อกี้คุณรับปากแล้วว่าจะไปกินข้าวกับผม ถ้ายังไม่ไปอีก อาหารคงเย็นหมดแล้วนะ”เขาพูดพลางรับกระเป๋าสะพายไหล่ของเธอมาคล้องไว้บนไหล่ตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติเมิ่งหว่านชิงยังอยากถามอีกสองสามประโยค แต่สวี่โจวหล่านเปิดประตูรถพร้อมยกมือเชื้อเชิญฉู่จือจิ้นแล้วแม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ท่าทีเย็นชาและห่างเหินที่มีต่อคนตระกูลฉู่ กับท่าทีอ่อนโยนเอาใจใส่ฉู่จือจิ้นกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจนดวงตาสีเข้มของกู้จินเหิงหม่นลง ใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่เคยแสดงอารมณ์เหมือนปรากฏรอยร้าวขึ้นเล็กน้อยฉู่ฮั่วอยู่กับกู้จินเหิงมาหลายปี จึงพอเดานิสัยของเขาได้บ้าง เธอมองออกว่ากู้จินเหิงในตอนนี้ผิดปกติแววตาของเธอมืดลง ยกมือกุมหน้าอก ก่อนแสร้งพูดด้วยลมหายใจติดขัด “จินเหิง ฉัน ฉันรู้สึกแย่มาก... เหมือนจะหายใจไม่ออก...”เธอไม่มีวัน

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 28

    เธอชะงักไปเล็กน้อย แววตาใสกระจ่างและห่างเหิน “ขอบคุณประธานกู้ที่เป็นห่วง ฉันสบายดีค่ะ”พูดจบ เธอก็เดินจากไปทันทีกู้จินเหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาดึงสติกลับมา ก่อนจะก้มหน้าเปิดเอกสารต่ออ่านไปได้สองบรรทัด สิ่งที่อ่านกลับไม่เข้าหัวแม้แต่คำเดียวความคิดเริ่มล่องลอยสองวันนี้ที่พบฉู่จือจิ้นในศูนย์รักษา ไม่ว่าจะเป็นตอนเดินสวนกันในทางเดิน หรือคำกำชับสั้นกระชับในห้องผู้ป่วยล้วนทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ขณะเดียวกันก็ทำตัวไม่ถูก...ทั้งที่พวกเขาแทบไม่ได้พูดอะไรกัน แต่เพียงได้อยู่ในพื้นที่เดียวกับเธอ ต่อให้ต่างคนต่างไม่รบกวนกัน เขาก็ยังรู้สึกสบายกว่าปกติความรู้สึกเช่นนี้ทำให้คนที่สุขุม ควบคุมตัวเองได้ดี และใช้ชีวิตตามกฎเกณฑ์มาโดยตลอดอย่างเขารู้สึกสับสนเป็นครั้งแรก……สองวันต่อมา ช่วงเช้าฉู่จือจิ้นเซ็นชื่อที่เคาน์เตอร์พยาบาลเสร็จแล้วก็หันกลับไปยังห้องตรวจ ถอดเสื้อกาวน์สีขาวแขวนให้เรียบร้อย เตรียมเลิกงานเมื่อคืนเธอเข้าเวรกะดึก หลังส่งมอบงานเสร็จก็กลับได้แล้วทันทีที่เดินออกจากประตูอาคารสำนักงาน เธอก็มองเห็นรถมายบัคคันคุ้นตาจอดอยู่ตรงหน้าประตูแต่ไกลด้านหน้ารถ สวี่โจวหล่านในช

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 27

    ……ใกล้เที่ยง คนตระกูลฉู่ก็มาถึงเมิ่งหว่านชิงถือกระติกเก็บความร้อนอยู่ในมือ ความสุขุมและสง่างามบนใบหน้าถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดและความกังวลทั้งหมด สิ่งแรกที่ทำหลังจากเข้าประตูคือใช้ดวงตาแดงเรื่อมองใบหน้าฉู่ฮั่ว“ผอมลงไปเยอะเลย”ฉู่กวงเฉิงเดินตามอยู่ด้านหลัง เขาสวมสูทเรียบกริบ สีหน้าเคร่งขรึม แต่ไม่อาจปิดบังความปวดใจในดวงตาได้เขามองฉู่ฮั่วอย่างรักใคร่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ที่นี่เป็นศูนย์ให้คำปรึกษาของจือจิ้น ลูกพักรักษาตัวให้ดี ขาดเหลืออะไรให้บอกจือจิ้นนะ”เพียงประโยคเดียวก็ฝากฝังเธอไว้กับฉู่จือจิ้นแล้วฉู่ฮั่วนั่งเอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ทุกคนห้อมล้อมเธอไว้ตรงกลาง เธอเอ่ยเสียงเบาด้วยขอบตาที่แดงเรื่อว่า “หนูไม่เป็นไรค่ะ จินเหิงดูแลหนูดีมาก”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความออดอ้อนเมิ่งหว่านชิงปวดใจแทบทนไม่ไหว เธอนั่งลงข้างเตียงและกุมมือลูกสาวไว้ พร่ำเรียกไม่หยุดว่า “ลูกสาวสุดที่รักของแม่ต้องลำบากแล้ว”ฉู่กวงเฉิงยืนอยู่ด้านข้าง แม้จะพูดไม่เก่ง แต่สายตาที่มองฉู่ฮั่วก็เต็มไปด้วยความปวดใจประตูห้องผู้ป่วยไม่ได้ปิด ฉู่จือจิ้นสวมเสื้อกาวน์สีขาวยืนอยู่หน้าประตูราวกับฝ่าเท้าถูกตรึงไ

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 26

    เมื่อเห็นใบหน้าฉู่จือจิ้นซีดขาว ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย แววตาเหม่อลอย ดวงตาของฉู่ฮั่วก็ฉายแววสะใจนังสารเลว! แกมีสิทธิ์อะไรมาใช้ชีวิตดีขนาดนี้? แกแย่งทุกอย่างที่ควรเป็นของฉันไป แกต่างหากที่สมควรตาย!ในตอนนั้นเอง ประตูก็เปิดออกกู้จินเหิงยืนอยู่หน้าประตู มือข้างหนึ่งวางอยู่บนลูกบิดสายตาของเขากวาดผ่านฉู่จือจิ้นที่ดูผิดปกติก่อน คิ้วขมวดเล็กน้อย จากนั้นจึงเลื่อนไปมองฉู่ฮั่วเมื่อเห็นเธอร้องไห้จนน้ำตานองหน้า อารมณ์ผิดปกติ เขาก็รีบเดินเข้าไปหา ก่อนวางมือลงบนไหล่ฉู่ฮั่ว“เป็นอะไรไป?”ฉู่ฮั่วไม่พูด ทำท่าเหมือนกำลังอดกลั้น ดูเต็มไปด้วยความน้อยใจแต่ก็ไม่อยากให้ใครตำหนิฉู่จือจิ้นหางตาของเธอคอยสังเกตปฏิกิริยาของฉู่จือจิ้น ก่อนจะจงใจขยับเข้าไปพิงอ้อมอกกู้จินเหิงมากขึ้น แล้วยื่นมือโอบเอวแกร่งของเขาไว้ร่างกู้จินเหิงแข็งเกร็งเล็กน้อย คิ้วขมวดแน่นกว่าเดิม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผลักเธอออกฝ่ามือใหญ่ อบอุ่น และหนักแน่น ตบไหล่เธอเบา ๆ แรงมืออ่อนโยนราวกับกำลังปลอบเมื่อครู่เขายืนอยู่หน้าประตู และได้ยินคำถามทั้งน้อยใจและดื้อรั้นของเธอทั้งหมดตอนนี้อาการของเธอยังไม่มั่นคง เขาไม่อยากให้อาการของเธอหนัก

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 25

    “ไม่เป็นอะไรแล้ว”“ไม่เป็นอะไรจริง ๆ เหรอ?”“อืม”น้ำเสียงของเขาฟังดูสบาย ๆ ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องที่ไม่สำคัญอะไรแต่หลังตอบจบ สายตากลับมองไปยังแขนขวาโดยไม่รู้ตัว ตรงนั้นยังมีผ้าก๊อซที่ฉู่จือจิ้นพันให้ด้วยมือตัวเองไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ หลังจากวันนั้น เขากลับไม่ได้ไปเปลี่ยนยาตามปกติ...ฉู่จือจิ้นปิดสมุดบันทึก ยกมือบีบสันจมูกที่ปวดตึง ผ่านไปหลายวินาทีถึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ร่างกายของประธานกู้ล้ำค่า ทางที่ดีไปโรงพยาบาลถ่ายเอกซเรย์ดูสักหน่อย อย่าปล่อยไว้นานค่ะ”เธอไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร ยิ่งเป็นกู้จินเหิงก็ยิ่งไม่อยากติดค้าง“...ไม่ต้องหรอก” ท่าทีห่างเหินของเธอทำให้กู้จินเหิงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวน้ำเสียงเย็นชากระด้างของเขาทำให้ฉู่จือจิ้นหงุดหงิด เธอจึงไม่ยืนกรานอีก เพียงเอ่ยว่า “ตามใจ งั้นแค่นี้นะคะ” แล้วเป็นฝ่ายวางสายจากนั้นเธอก็คว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นไปรินน้ำอุ่นหนึ่งแก้วเธอดื่มไปครึ่งแก้ว ยืนพักอยู่ข้างหน้าต่างครู่หนึ่ง จึงกลับไปนั่งจัดรายงานต่อ……วันศุกร์ฉู่ฮั่วมาถึงคลินิกตรงเวลาคราวนี้เธอสวมเดรสไหมพรมตัวยาวสีเบจ แต่งหน้าอย่างประณีต บนใบหน้ามีรอยยิ้มหวาน ดูอ่อนโ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status