แชร์

บทที่ 9

ผู้เขียน: แตงโมปั่น
“แม่คะ หนูรู้สึกไม่ค่อยสบายท้อง อาจเป็นเพราะกินของผิดสำแดงตอนบ่ายที่โรงพยาบาล” ฉู่จือจิ้นถือจานเดินกลับมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “วันนี้คงฉลองวันเกิดกับทุกคนไม่ได้แล้ว หนูพาซินซินกลับก่อนนะคะ”

“พี่จือจิ้นไม่พอใจเหรอคะ?”

“อย่าโกรธแม่เลยนะ จินเหิงเขา...เขารู้สึกว่าหลายปีมานี้ฉันลำบากมามาก เลยอยากให้ทุกคนมากินข้าวด้วยกันสักมื้อ เพียงแต่บังเอิญกำหนดวันตรงกับวันเกิดฉันพอดี”

ฉู่ฮั่วดึงแขนเธออย่างสนิทสนม แต่มือกลับออกแรงอย่างแนบเนียน

“เปล่า” ฉู่จือจิ้นยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะดึงแขนออกอีกครั้ง แล้วจูงซินซินจากไป

กู้จินเหิงสินะ...ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะอย่างไรเสีย ฉู่ฮั่วก็คือรักแรกฝังใจที่เขาเฝ้าคะนึงหาอยู่ตลอดนี่นา

......

หลังจากฉู่จือจิ้นพาซินซินกลับถึงอพาร์ตเมนต์ เธอก็อาบน้ำอุ่นให้เจ้าตัวน้อยก่อน จากนั้นจึงตรงดิ่งเข้าครัว

จนป่านนี้พวกเธอยังไม่ได้กินข้าว เจ้าตัวน้อยคงหิวแย่แล้ว

ในตอนนั้นเอง เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น

เธอเช็ดมือแล้วเดินมาเปิดประตู คนที่ยืนอยู่ด้านนอกคือพนักงานส่งอาหารในชุดยูนิฟอร์ม

ฉู่จือจิ้นเปิดดูถึงได้พบว่าข้างในเป็นเค้กมูสก้อนเล็กสีขาวนวลหนึ่งก้อน กับช่อลิเซียนทัสสีขาวช่อใหญ่

ในช่อดอกไม้มีการ์ดสีขาวล้วนหนึ่งใบ ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงข้อความหนึ่งบรรทัดที่พิมพ์ด้วยตัวอักษรเรียบ ๆ ว่า [ สุขสันต์วันเกิด ]

คนแรกที่เธอนึกถึงคือเส้าเวินเหยียน

หลายปีมานี้ คนที่ยังจำวันเกิดของเธอได้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

นอกจากอาจารย์ดร.ไป๋แล้ว ศิษย์พี่เส้าเวินเหยียนก็นับเป็นหนึ่งในนั้น

“ว้าว หม่ามี้ สวยจังเยย!”

ซินซินกะพริบดวงตากลมโตฉ่ำวาว แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง

ฉู่จือจิ้นหลุดหัวเราะพรืด อารมณ์ดีขึ้นมากในทันที “ไปล้างมือแล้วมากินเค้กกัน”

รอจนซินซินกระโดดโลดเต้นไปล้างมือ เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก

เสียงเรียกเข้าดังสามครั้ง ปลายสายก็รับ

“จินนี่?” เสียงของเส้าเวินเหยียนมีเสียงอึกทึกดังแทรกอยู่เบื้องหลังเล็กน้อย

“รุ่นพี่ ขอบคุณสำหรับดอกไม้กับเค้กนะ พี่ใส่ใจมากเลย”

“...ดอกไม้อะไร? เค้กอะไร?”

ความสงสัยวาบผ่านในใจฉู่จือจิ้น

ปลายสายของเส้าเวินเหยียนมีเสียงประกาศภาษาอังกฤษดังขึ้นพอดี เขาลดเสียงลงแล้วเอ่ยว่า “สองวันนี้ฉันมาทำงานที่ลอสแอนเจลิส ออกมากะทันหันเลยไม่ได้บอกเธอ รอฉันกลับไปค่อยชดเชยวันเกิดของเธอให้นะ...”

ไม่ใช่เขาเหรอ?

ฉู่จือจิ้นมองการ์ดใบนั้น ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เข้าใจแล้วรุ่นพี่ พี่ก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะ ฉันวางสายก่อน”

หลังวางสาย ชื่อหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจฉู่จือจิ้นอย่างไร้สาเหตุ

คนที่จำวันเกิดของเธอได้มีไม่มาก อาจารย์เองก็แทบไม่ใส่ใจกับเรื่องทำนองนี้ เมื่อตัดรุ่นพี่ออกไป ก็เหลือเพียงคนเดียว

คนที่เคยแต่งงานกับเธอ และในหนึ่งปีที่ชีวิตแต่งงานยังดำเนินอยู่ เขาก็เคยให้ของขวัญวันเกิดเธอ ทั้งยังรู้ว่าเธอแพ้ครีมด้วย

กู้จินเหิง

ฉู่จือจิ้นถือโทรศัพท์นั่งอยู่บนโซฟา นิ้วโป้งค้างอยู่เหนือชื่อในรายชื่อผู้ติดต่ออยู่นาน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กดโทรออก

ซินซินนั่งอยู่ข้างเธออย่างว่าง่าย รอให้เธอตัดเค้กด้วยดวงตาเป็นประกาย

ฉู่จือจิ้นหลับตาลง ก่อนจะตัดเค้กหนึ่งชิ้นแล้วยื่นให้ลูกสาวตรง ๆ โดยไม่ได้อธิษฐานขอพรวันเกิดด้วยซ้ำ

ตอนเจ้าตัวน้อยก้มหน้ากินเค้ก เธอถึงได้เปิดไลน์แล้วเลื่อนไปยังช่องสนทนาของกู้จินเหิง

ข้อความล่าสุดยังคงหยุดอยู่ที่เมื่อห้าปีก่อน

ฉู่จือจิ้นลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ไม่ได้ส่งข้อความ แต่เปิดหน้าโอนเงินแทน

เธอไม่รู้ว่าดอกไม้ช่อนี้กับเค้กราคาเท่าไร จึงประเมินจากประสบการณ์แล้วโอนไปห้าพันบาท

ส่วนที่เกินก็ถือเป็นค่าขอบคุณ

ช่องหมายเหตุยังว่างอยู่ เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ลงไปว่า [ ค่าเค้ก ]

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
Kingchanok
อยากอ่านต่อ
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 30

    ซินซินกระโดดลงจากโซฟาแล้ววิ่งวนรอบกล่องครั้งแล้วครั้งเล่า ใบหน้าเล็กแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นราวกับแอปเปิลสุกสีแดงสด“เป็นหุ่นยนต์!”ฉู่จือจิ้นกำลังล้างผลไม้อยู่ในครัว พอได้ยินเสียงก็เดินออกมา เพียงแวบแรกก็เห็นกล่องบรรจุภัณฑ์ในห้องรับแขก และกู้จินเหิงซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าสงบนิ่งเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับชะงักฝีเท้า“ประธานกู้?”“อย่าเข้าใจผิด พอดีผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทเพิ่งออกจากสายการผลิต เลยมอบหุ่นยนต์ตัวนี้ให้ซินซิน ถือเป็นน้ำใจจากฉันในฐานะ...อา”กู้จินเหิงกลืนคำว่า “พ่อ” กลับลงไปอย่างฝืน ๆ แล้วเปลี่ยนเป็น “อา” แทน บางครั้งเขาก็ลืมไปว่าเขากับเธอไม่ได้อยู่ในสถานะสมรสกันแล้วน้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ แต่เมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยตื่นเต้นดีใจ ภายในส่วนลึกของหัวใจก็มีบางแห่งอ่อนยวบลงซินซินกะพริบดวงตากลมโตฉ่ำวาว มือเล็กทั้งสองปิดปากไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจขณะมองฉู่จือจิ้น “หม่ามี้ อากู้บอกว่าให้หนู หนูแกะได้ไหมคะ?”ฉู่จือจิ้นยังไม่ทันตอบ เสียงของฉู่ฮั่วก็ดังมาจากบันได“จินเหิง”วันนี้เธอสวมชุดลำลองอยู่บ้านสีเหลืองอ่อน ผมรวบหลวม ๆ หน้าตาดูสดใสดีเธอกวาดตาม

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 29

    คำเรียก “จิ้นจิ้น” เมื่อครู่ ฟังดูไม่เหมือนความดีใจ แต่คล้ายความสงสัยมากกว่า สงสัยว่าทำไมเวลานี้ฉู่จือจิ้นถึงมาอยู่ที่นี่...แววตาของสวี่โจวหล่านหม่นลงเล็กน้อย เขาละสายตากลับ ก่อนจะยกมุมปากเป็นรอยยิ้มบางและหันไปมองฉู่จือจิ้น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าก่อนหน้านี้อีกหลายเท่า“จือจิ้น เมื่อกี้คุณรับปากแล้วว่าจะไปกินข้าวกับผม ถ้ายังไม่ไปอีก อาหารคงเย็นหมดแล้วนะ”เขาพูดพลางรับกระเป๋าสะพายไหล่ของเธอมาคล้องไว้บนไหล่ตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติเมิ่งหว่านชิงยังอยากถามอีกสองสามประโยค แต่สวี่โจวหล่านเปิดประตูรถพร้อมยกมือเชื้อเชิญฉู่จือจิ้นแล้วแม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ท่าทีเย็นชาและห่างเหินที่มีต่อคนตระกูลฉู่ กับท่าทีอ่อนโยนเอาใจใส่ฉู่จือจิ้นกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจนดวงตาสีเข้มของกู้จินเหิงหม่นลง ใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่เคยแสดงอารมณ์เหมือนปรากฏรอยร้าวขึ้นเล็กน้อยฉู่ฮั่วอยู่กับกู้จินเหิงมาหลายปี จึงพอเดานิสัยของเขาได้บ้าง เธอมองออกว่ากู้จินเหิงในตอนนี้ผิดปกติแววตาของเธอมืดลง ยกมือกุมหน้าอก ก่อนแสร้งพูดด้วยลมหายใจติดขัด “จินเหิง ฉัน ฉันรู้สึกแย่มาก... เหมือนจะหายใจไม่ออก...”เธอไม่มีวัน

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 28

    เธอชะงักไปเล็กน้อย แววตาใสกระจ่างและห่างเหิน “ขอบคุณประธานกู้ที่เป็นห่วง ฉันสบายดีค่ะ”พูดจบ เธอก็เดินจากไปทันทีกู้จินเหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาดึงสติกลับมา ก่อนจะก้มหน้าเปิดเอกสารต่ออ่านไปได้สองบรรทัด สิ่งที่อ่านกลับไม่เข้าหัวแม้แต่คำเดียวความคิดเริ่มล่องลอยสองวันนี้ที่พบฉู่จือจิ้นในศูนย์รักษา ไม่ว่าจะเป็นตอนเดินสวนกันในทางเดิน หรือคำกำชับสั้นกระชับในห้องผู้ป่วยล้วนทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ขณะเดียวกันก็ทำตัวไม่ถูก...ทั้งที่พวกเขาแทบไม่ได้พูดอะไรกัน แต่เพียงได้อยู่ในพื้นที่เดียวกับเธอ ต่อให้ต่างคนต่างไม่รบกวนกัน เขาก็ยังรู้สึกสบายกว่าปกติความรู้สึกเช่นนี้ทำให้คนที่สุขุม ควบคุมตัวเองได้ดี และใช้ชีวิตตามกฎเกณฑ์มาโดยตลอดอย่างเขารู้สึกสับสนเป็นครั้งแรก……สองวันต่อมา ช่วงเช้าฉู่จือจิ้นเซ็นชื่อที่เคาน์เตอร์พยาบาลเสร็จแล้วก็หันกลับไปยังห้องตรวจ ถอดเสื้อกาวน์สีขาวแขวนให้เรียบร้อย เตรียมเลิกงานเมื่อคืนเธอเข้าเวรกะดึก หลังส่งมอบงานเสร็จก็กลับได้แล้วทันทีที่เดินออกจากประตูอาคารสำนักงาน เธอก็มองเห็นรถมายบัคคันคุ้นตาจอดอยู่ตรงหน้าประตูแต่ไกลด้านหน้ารถ สวี่โจวหล่านในช

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 27

    ……ใกล้เที่ยง คนตระกูลฉู่ก็มาถึงเมิ่งหว่านชิงถือกระติกเก็บความร้อนอยู่ในมือ ความสุขุมและสง่างามบนใบหน้าถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดและความกังวลทั้งหมด สิ่งแรกที่ทำหลังจากเข้าประตูคือใช้ดวงตาแดงเรื่อมองใบหน้าฉู่ฮั่ว“ผอมลงไปเยอะเลย”ฉู่กวงเฉิงเดินตามอยู่ด้านหลัง เขาสวมสูทเรียบกริบ สีหน้าเคร่งขรึม แต่ไม่อาจปิดบังความปวดใจในดวงตาได้เขามองฉู่ฮั่วอย่างรักใคร่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ที่นี่เป็นศูนย์ให้คำปรึกษาของจือจิ้น ลูกพักรักษาตัวให้ดี ขาดเหลืออะไรให้บอกจือจิ้นนะ”เพียงประโยคเดียวก็ฝากฝังเธอไว้กับฉู่จือจิ้นแล้วฉู่ฮั่วนั่งเอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ทุกคนห้อมล้อมเธอไว้ตรงกลาง เธอเอ่ยเสียงเบาด้วยขอบตาที่แดงเรื่อว่า “หนูไม่เป็นไรค่ะ จินเหิงดูแลหนูดีมาก”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความออดอ้อนเมิ่งหว่านชิงปวดใจแทบทนไม่ไหว เธอนั่งลงข้างเตียงและกุมมือลูกสาวไว้ พร่ำเรียกไม่หยุดว่า “ลูกสาวสุดที่รักของแม่ต้องลำบากแล้ว”ฉู่กวงเฉิงยืนอยู่ด้านข้าง แม้จะพูดไม่เก่ง แต่สายตาที่มองฉู่ฮั่วก็เต็มไปด้วยความปวดใจประตูห้องผู้ป่วยไม่ได้ปิด ฉู่จือจิ้นสวมเสื้อกาวน์สีขาวยืนอยู่หน้าประตูราวกับฝ่าเท้าถูกตรึงไ

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 26

    เมื่อเห็นใบหน้าฉู่จือจิ้นซีดขาว ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย แววตาเหม่อลอย ดวงตาของฉู่ฮั่วก็ฉายแววสะใจนังสารเลว! แกมีสิทธิ์อะไรมาใช้ชีวิตดีขนาดนี้? แกแย่งทุกอย่างที่ควรเป็นของฉันไป แกต่างหากที่สมควรตาย!ในตอนนั้นเอง ประตูก็เปิดออกกู้จินเหิงยืนอยู่หน้าประตู มือข้างหนึ่งวางอยู่บนลูกบิดสายตาของเขากวาดผ่านฉู่จือจิ้นที่ดูผิดปกติก่อน คิ้วขมวดเล็กน้อย จากนั้นจึงเลื่อนไปมองฉู่ฮั่วเมื่อเห็นเธอร้องไห้จนน้ำตานองหน้า อารมณ์ผิดปกติ เขาก็รีบเดินเข้าไปหา ก่อนวางมือลงบนไหล่ฉู่ฮั่ว“เป็นอะไรไป?”ฉู่ฮั่วไม่พูด ทำท่าเหมือนกำลังอดกลั้น ดูเต็มไปด้วยความน้อยใจแต่ก็ไม่อยากให้ใครตำหนิฉู่จือจิ้นหางตาของเธอคอยสังเกตปฏิกิริยาของฉู่จือจิ้น ก่อนจะจงใจขยับเข้าไปพิงอ้อมอกกู้จินเหิงมากขึ้น แล้วยื่นมือโอบเอวแกร่งของเขาไว้ร่างกู้จินเหิงแข็งเกร็งเล็กน้อย คิ้วขมวดแน่นกว่าเดิม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผลักเธอออกฝ่ามือใหญ่ อบอุ่น และหนักแน่น ตบไหล่เธอเบา ๆ แรงมืออ่อนโยนราวกับกำลังปลอบเมื่อครู่เขายืนอยู่หน้าประตู และได้ยินคำถามทั้งน้อยใจและดื้อรั้นของเธอทั้งหมดตอนนี้อาการของเธอยังไม่มั่นคง เขาไม่อยากให้อาการของเธอหนัก

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 25

    “ไม่เป็นอะไรแล้ว”“ไม่เป็นอะไรจริง ๆ เหรอ?”“อืม”น้ำเสียงของเขาฟังดูสบาย ๆ ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องที่ไม่สำคัญอะไรแต่หลังตอบจบ สายตากลับมองไปยังแขนขวาโดยไม่รู้ตัว ตรงนั้นยังมีผ้าก๊อซที่ฉู่จือจิ้นพันให้ด้วยมือตัวเองไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ หลังจากวันนั้น เขากลับไม่ได้ไปเปลี่ยนยาตามปกติ...ฉู่จือจิ้นปิดสมุดบันทึก ยกมือบีบสันจมูกที่ปวดตึง ผ่านไปหลายวินาทีถึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ร่างกายของประธานกู้ล้ำค่า ทางที่ดีไปโรงพยาบาลถ่ายเอกซเรย์ดูสักหน่อย อย่าปล่อยไว้นานค่ะ”เธอไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร ยิ่งเป็นกู้จินเหิงก็ยิ่งไม่อยากติดค้าง“...ไม่ต้องหรอก” ท่าทีห่างเหินของเธอทำให้กู้จินเหิงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวน้ำเสียงเย็นชากระด้างของเขาทำให้ฉู่จือจิ้นหงุดหงิด เธอจึงไม่ยืนกรานอีก เพียงเอ่ยว่า “ตามใจ งั้นแค่นี้นะคะ” แล้วเป็นฝ่ายวางสายจากนั้นเธอก็คว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นไปรินน้ำอุ่นหนึ่งแก้วเธอดื่มไปครึ่งแก้ว ยืนพักอยู่ข้างหน้าต่างครู่หนึ่ง จึงกลับไปนั่งจัดรายงานต่อ……วันศุกร์ฉู่ฮั่วมาถึงคลินิกตรงเวลาคราวนี้เธอสวมเดรสไหมพรมตัวยาวสีเบจ แต่งหน้าอย่างประณีต บนใบหน้ามีรอยยิ้มหวาน ดูอ่อนโ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status