LOGINเช้าวันรุ่งขึ้น
รถของกฤษตินแล่นออกจากฟาร์มตั้งแต่ช่วงสาย ชายหนุ่มนั่งอยู่เบาะหลังด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ขณะที่ภาคภูมิเป็นคนขับรถตามปกติ ตลอดทาง กฤษตินแทบไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยท่าทีสบาย ๆ ราวกับการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเขา ภาคภูมิเหลือบมองกระจกมองหลัง ก่อนเอ่ยถาม “คุณกฤษครับ” “ว่าไง” “คุณปู่กำชับว่าครั้งนี้ให้ตั้งใจคุยกับฝ่ายหญิงนะครับ” กฤษตินยกคิ้ว ก่อนหัวเราะเบา ๆ “ฉันก็จะคุย” “จริง ๆ นะครับ” “จริง” เขาตอบสั้น ๆ แล้วหันกลับไปมองนอกรถ “แต่ถ้าไม่ถูกใจก็คือไม่ถูกใจ” ภาคภูมิพยักหน้า “ครับ” ไม่นานรถก็มาถึงบ้านของครอบครัวฝ่ายหญิง กฤษตินก้าวลงจากรถพร้อมกับภาคภูมิ ก่อนมองบ้านตรงหน้าอย่างสำรวจ “บ้านใหญ่พอสมควรนะครับ” ภาคภูมิพูด กฤษตินไม่ได้ตอบ เพียงเดินเข้าไปด้านใน เมื่อเข้าไปถึงห้องรับแขก ทั้งสองคนก็พบหญิงสาวสองคนนั่งอยู่ด้วยกัน หญิงสาวคนแรกแต่งตัวสวยโดดเด่น ใบหน้าสวยคม รูปร่างเย้ายวน และแต่งกายอย่างพิถีพิถัน ส่วนอีกคนแต่งตัวเรียบร้อย เสื้อผ้าธรรมดา สีหน้าสงบ และนั่งอยู่เงียบ ๆ โดยแทบไม่พูดอะไร กฤษตินมองผู้หญิงทั้งสองคนสลับกัน เขาไม่ต้องถามก็รู้ได้ทันทีว่า...คนหนึ่งต้องเป็นคนที่เขามาดูตัวส่วนอีกคนคงเป็นน้องสาว ปัทมาเห็นชายหนุ่มตรงหน้า เธอจึงลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ สายตาของเธอไล่มองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เสื้อเชิ้ตธรรมดา กางเกงยีนส์ รองเท้าบูตหนวดเคราที่ไม่ได้โกนจนเกลี้ยง ทุกอย่างทำให้สีหน้าของเธอเริ่มไม่พอใจ “คุณคือกฤษตินใช่ไหมคะ” “ครับ” กฤษตินตอบสั้น ๆ ปัทมายิ้มบาง ๆ แต่แววตากลับไม่ได้มีความสนใจแม้แต่น้อย เธอนั่งลง ก่อนเอ่ยถาม “คุณทำธุรกิจอะไรคะ” “ฟาร์มครับ” ปัทมาชะงัก “ฟาร์ม?” “ครับ” กฤษตินตอบอย่างเรียบง่าย “ผมเป็นเจ้าของฟาร์ม” หญิงสาวเม้มริมฝีปากเล็กน้อย เธอหันไปมองปิ่นมุก ก่อนหันกลับมามองกฤษติน “แล้วคุณอยู่ที่ไหนคะ” “ต่างจังหวัดครับ” คำตอบนั้นทำให้สีหน้าของปัทมาเปลี่ยนไปทันที “ต่างจังหวัด?” กฤษตินพยักหน้า “ครับ” หญิงสาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจออกมา “ฉันขอพูดตรง ๆ ได้ไหมคะ” กฤษตินพยักหน้า “เชิญครับ” ปัทมานั่งหลังตรง ก่อนพูดออกมาตรง ๆ “ฉันไม่คิดว่าฉันจะสามารถแต่งงานกับคุณได้ค่ะ” ภาคภูมิที่ยืนอยู่ด้านหลังเหลือบมองเจ้านายทันที แต่กฤษตินกลับไม่ได้แสดงอาการโกรธ เขาเพียงเลิกคิ้วเล็กน้อย “เพราะอะไรครับ” ปัทมามองเขาอย่างตรงไปตรงมา “ทุกอย่างค่ะ” “ทุกอย่าง?” “ตั้งแต่หน้าตา หนวด การแต่งตัว ไปจนถึงชีวิตที่คุณใช้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงชัดเจน “ฉันชอบชีวิตในเมืองค่ะ ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะไปอยู่ฟาร์ม หรือใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัดได้” กฤษตินนั่งนิ่ง ปัทมายังคงพูดต่อ “ฉันไม่ชอบผู้ชายที่แต่งตัวแบบนี้ด้วยค่ะ” สายตาของเธอเหลือบมองเสื้อผ้าของเขาอีกครั้ง กฤษตินก้มมองเสื้อของตัวเอง ก่อนเงยหน้าขึ้น “แบบนี้ไม่ดีตรงไหนครับ” “มันไม่ใช่สไตล์ที่ฉันชอบค่ะ” กฤษตินหัวเราะเบา ๆ “งั้นก็ไม่เป็นไรครับ” เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ผมเองก็ไม่ได้บังคับคุณ” ปัทมามองเขา ก่อนกล่าวออกมา “ดีค่ะ เพราะฉันปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้” กฤษตินพยักหน้า “ตกลงครับ” คำตอบง่าย ๆ ของเขาทำให้ปัทมาชะงัก เธอคงไม่คิดว่าเขาจะยอมรับง่ายขนาดนี้ แต่ก่อนที่บรรยากาศจะเงียบลง ปัทมาก็หันไปมองหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ไม่ไกล “แต่ถ้าคุณยังต้องแต่งงานกับคนในครอบครัวนี้...” เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดชื่อออกมา “ปิ่นมุก ก็แล้วกันค่ะ” หญิงสาวที่นั่งเงียบมาตลอดถึงกับเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ “พี่...” ปิ่นมุกมองพี่สาวด้วยแววตาสับสน เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตัวเองจะถูกพูดถึงเรื่องการแต่งงาน ปัทมากลับพูดต่ออย่างไม่สนใจความตกใจของน้องสาว “ปิ่นมุกเป็นน้องสาวของฉันค่ะ เธออยู่บ้านนี้อยู่แล้ว และเป็นคนเรียบร้อย” ปิ่นมุกหน้าซีดลงเล็กน้อย “พี่หมายความว่าอะไรคะ” ปัทมาหันมองเธอ “ก็แต่งงานแทนพี่สิ” คำพูดนั้นทำให้ปิ่นมุกนิ่งไป ดวงตาของเธอเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ “หนูเหรอคะ?” ปัทมาพยักหน้า “ใช่” กฤษตินเองก็มองหญิงสาวที่ชื่อปิ่นมุกเป็นครั้งแรกอย่างจริงจัง หญิงสาวตัวเล็ก แต่งตัวเรียบร้อย เสื้อผ้าไม่ได้หรูหรา ใบหน้าดูอ่อนวัยและมีแววหวาดหวั่นอยู่ในดวงตา เธอดูแตกต่างจากผู้หญิงที่เขาเคยพบอย่างสิ้นเชิง กฤษตินขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่น่ะหรือ...ผู้หญิงที่จะมาแทนพี่สาว? ปิ่นมุกยังคงนั่งนิ่ง หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของตัวเอง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรตอบอะไร เพราะสำหรับเธอ...เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในความคิดเลยแม้แต่น้อยแต่คำพูดของปัทมาทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปในเวลาเพียงไม่กี่วินาที กฤษตินมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนละสายตา เขายังไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ และยิ่งไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนที่เขาต้องแต่งงานด้วย แต่ในวันนี้...ชื่อของ ปิ่นมุก ได้ถูกเอ่ยขึ้นมาแล้วและนั่นคือจุดเริ่มต้นของการแต่งงานที่ไม่มีใครตั้งใจเลือกหลังจากภาคภูมิออกจากห้องทำงานไปแล้ว กฤษตินยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับปิ่นมุกวางอยู่ตรงหน้า แต่เขากลับไม่ได้เปิดอ่านอีกคำพูดของภาคภูมิยังคงดังอยู่ในหัว“เธออาจแค่ทำในสิ่งที่ตัวเองถูกสั่งมาตลอดชีวิต”กฤษตินหลุบตาลง สีหน้าครุ่นคิดอย่างหนักตลอดเวลาที่ผ่านมา เขามองการแต่งงานครั้งนี้จากมุมของตัวเอง เขาถูกบังคับให้แต่งงานเพราะเงื่อนไขของคุณปู่เขาไม่ต้องการผู้หญิงที่ครอบครัวเลือก และเมื่อเจ้าสาวเปลี่ยนตัว เขาก็ยิ่งไม่พอใจ ดังนั้นเขาจึงคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพียงคนเดียวแต่ตอนนี้...เขากลับเริ่มมองเห็นอีกด้านหนึ่งปิ่นมุกก็ถูกบังคับเหมือนกัน บางทีอาจมากกว่าเขาด้วยซ้ำกฤษตินเปิดแฟ้มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาอ่านทุกบรรทัดอย่างตั้งใจ ข้อมูลไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ปิ่นมุกสูญเสียแม่ตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากนั้นเธอก็เติบโตอยู่ภายใต้การดูแลของครอบครัว ชีวิตของเธอถูกกำหนดจากคนอื่นมาตลอด เธอไม่เคยเป็นคนที่เรียกร้องอะไร ไม่เคยโต้เถียง ไม่เคยแย่งชิงสิ่งใดกับใครแม้กระทั่งตอนที่ปัทมาปฏิเสธการแต่งงาน เธอก็ยังยอมเดินเข้ามาแทนกฤษตินปิดแฟ้มลงช้า ๆ“ทำไมเธอถึงยอมทุกอย่างขนาดนั้น
หลังจากคืนที่กฤษตินได้ยินเสียงร้องไห้ของปิ่นมุก ความรู้สึกบางอย่างก็ยังคงติดอยู่ในใจของเขาไม่ยอมจางหายชายหนุ่มนั่งอยู่ในห้องทำงานตั้งแต่เช้า เอกสารตรงหน้าถูกเปิดค้างไว้นานแล้ว แต่สายตาของเขากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวหนังสือแม้แต่น้อย ภาพหญิงสาวที่พยายามกลั้นเสียงสะอื้นเมื่อคืนยังวนเวียนอยู่ในหัวคำพูดของเธอที่บอกว่าไม่เคยมีสิทธิ์เลือกอะไรในชีวิต ยิ่งทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ ที่ผ่านมาเขาเอาแต่คิดว่าเธอเต็มใจแต่งงานกับเขาแต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ?ถ้าการมายืนอยู่ข้างเขาในวันแต่งงานไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการตั้งแต่แรก...กฤษตินถอนหายใจยาว ก่อนเอนหลังพิงเก้าอี้ เขายกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วด้วยสีหน้าครุ่นคิดเสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก๊อก...ก๊อก...“เข้ามา”ประตูเปิดออก ภาคภูมิเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ เขามองเจ้านายที่นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย“คุณกฤษติน วันนี้มีงานที่ต้องเซ็นอีกหลายอย่างนะครับ”ภาคภูมิพูดพลางวางแฟ้มลงบนโต๊ะด้วยท่าทีเป็นกันเอง แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังเงียบ เขาก็ชะงัก“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”กฤษตินเงยหน้าขึ้น สีหน้าของเขายังคงนิ่ง แต่แววตากลับมีความลังเลอย่างที่ภาคภูมิ
คืนนั้นหลังจากรับประทานอาหารเย็น กฤษตินกลับขึ้นห้องทำงานตามปกติ ส่วนปิ่นมุกยังคงอยู่ชั้นล่างเพื่อจัดการเก็บโต๊ะอาหารและล้างจานบ้านทั้งหลังเงียบสงบ มีเพียงเสียงน้ำไหลจากก๊อกและเสียงจานกระทบกันเบา ๆปิ่นมุกวางจานใบสุดท้ายลงบนชั้น ก่อนถอนหายใจยาว ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธอพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ตื่นแต่เช้า ทำงานบ้าน ช่วยงานในฟาร์ม ทำตามคำสั่งของกฤษตินทุกอย่างโดยไม่เคยปริปากบ่นแต่ไม่ว่าเธอจะพยายามมากแค่ไหน...เธอก็ยังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงคนที่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ชั่วคราวเพราะเธอรู้ดีว่า กฤษตินไม่ได้เลือกเธอ เขาไม่ได้รักเธอและตั้งแต่วันแรกที่พบกัน เขาก็ไม่เคยปิดบังเรื่องนั้นหญิงสาวเดินกลับขึ้นห้องอย่างเงียบ ๆเมื่อเปิดประตูเข้าไป เธอเห็นกฤษตินกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานเล็ก ๆ ภายในห้องเขาเหลือบมองเธอเพียงครู่เดียว ก่อนก้มกลับไปอ่านเอกสารต่อ“เสร็จแล้ว?”เสียงทุ้มถามขึ้นโดยไม่เงยหน้า“ค่ะ”ปิ่นมุกตอบเบา ๆ พลางเดินไปหยิบเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ กฤษตินเหลือบมองเธออีกครั้ง“วันนี้เหนื่อยไหม?”คำถามนั้นทำให้มือของหญิงสาวหยุดชะงัก เธอหันกลับมามองเขาอย่างไม่แน่ใจ
เช้าวันต่อมา ปิ่นมุกตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเหมือนเช่นทุกวันหลังจากจัดการงานในบ้านเสร็จเรียบร้อย เธอก็เดินออกไปที่ห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้กฤษติน แม้เมื่อคืนจะร้องไห้จนเกือบหลับไปทั้งน้ำตา แต่เมื่อเช้ามาถึง เธอก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเธอไม่อยากให้ใครต้องเป็นห่วง โดยเฉพาะกฤษติน...ชายหนุ่มเดินลงมาจากชั้นบนในเวลาต่อมา ใบหน้าคมยังคงเรียบเฉยเหมือนทุกวันเขาหยุดเล็กน้อยเมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะ“ทำเองทั้งหมด?”น้ำเสียงของเขาเรียบ ๆ ขณะดึงเก้าอี้ออกนั่ง ปิ่นมุกที่กำลังจัดจานอยู่หันมายิ้มบาง ๆ“ค่ะ ฉันคิดว่าคุณคงต้องออกไปทำงานแต่เช้า เลยเตรียมไว้ให้”กฤษตินไม่ได้ตอบ เขามองอาหารตรงหน้า ก่อนหยิบช้อนขึ้นมาตักกิน ปิ่นมุกยืนอยู่ข้างโต๊ะอย่างเงียบ ๆ“วันนี้เธอไม่ไปฟาร์มหรือ?”เขาถามขึ้นโดยไม่เงยหน้า“ไปค่ะ”หญิงสาวตอบอย่างสุภาพ ก่อนก้มมองมือของตัวเอง“หลังจากเก็บโต๊ะเสร็จ ฉันจะไปช่วยงาน”กฤษตินชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยแดงบนมือของเธอ“มือเป็นอะไร?”ปิ่นมุกก้มมองมือของตัวเอง ก่อนตอบด้วยสีหน้าเป็นปกติ“นิดหน่อยค่ะ คงเพราะยกของเมื่อวาน”“แล้วทำไมไม่บอก?”คำถามนั้นทำให้หญ
หลังจากวันแรกผ่านไป ปิ่นมุกก็เริ่มคุ้นเคยกับชีวิตในฟาร์มมากขึ้นทุกเช้าเธอตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง จัดการงานในบ้านให้เรียบร้อย ก่อนออกไปช่วยคนงานในฟาร์มตามที่กฤษตินมอบหมาย แม้งานจะหนักและแตกต่างจากชีวิตที่เธอเคยรู้จัก แต่หญิงสาวไม่เคยบ่นออกมาแม้แต่คำเดียวเธอเพียงบอกตัวเองว่า...ในเมื่อเธอเลือกไม่ได้ ก็มีเพียงต้องทำให้ดีที่สุดเช้าวันนี้ก็เช่นกัน ปิ่นมุกกำลังช่วยจัดเรียงตะกร้าผักที่เก็บจากแปลง ก่อนจะยกตะกร้าใบหนึ่งขึ้นด้วยสองมือ“เดี๋ยวครับคุณปิ่นมุก”เสียงภาคภูมิทำให้เธอหยุด เขารีบเดินเข้ามาช่วยยกตะกร้าจากมือเธอ สีหน้าเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าเธอต้องออกแรงมาก“ใบนี้หนักเกินไปครับ”ปิ่นมุกยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า“ฉันยกไหวค่ะ”“ผมรู้ว่าคุณยกไหวครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทำทุกอย่างเอง”ภาคภูมิพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางวางตะกร้าลงอย่างระมัดระวัง ปิ่นมุกมองเขาแล้วหัวเราะเบา ๆ“คุณภาคภูมิใจดีกับฉันเกินไปแล้วนะคะ”ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย“ผมแค่ทำตามหน้าที่ครับ”เสียงรถยนต์ดังเข้ามาใกล้ ก่อนจะจอดอยู่ด้านหน้าโรงเก็บของกฤษตินก้าวลงจากรถพร้อมสีหน้าเคร่งขรึม วันนี้เขามีงานต้องตรวจหลายอย่าง จึงดู
แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน ปิ่นมุกค่อย ๆ ลืมตาขึ้นหลังจากหลับไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงเธอนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองพื้นที่ข้างกายกฤษตินไม่อยู่แล้ว เตียงฝั่งของเขาเรียบร้อยราวกับเมื่อคืนไม่ได้มีใครนอนอยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำปิ่นมุกถอนหายใจเบา ๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียง เธอจัดที่นอนให้เรียบร้อย ก่อนเดินเข้าไปล้างหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเรียบง่ายสำหรับทำงานในฟาร์มเมื่อคืนกฤษตินบอกเอาไว้ชัดเจนว่า หลังจากแต่งงาน เธอต้องเรียนรู้ชีวิตที่นี่และเธอจะไม่เป็นภรรยาที่สร้างปัญหาให้เขา เมื่อเดินลงมาชั้นล่าง ปิ่นมุกเห็นภาคภูมิกำลังพูดคุยกับคนงานอยู่บริเวณหน้าบ้าน ชายหนุ่มหันมาเห็นเธอเข้าพอดีจึงยกมือไหว้ด้วยความสุภาพ“คุณปิ่นมุก ตื่นเช้าจังเลยครับ” ภาคภูมิเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง ๆ พลางมองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจดเท้าอย่างแปลกใจที่เห็นเธอแต่งตัวพร้อมทำงานตั้งแต่เช้าปิ่นมุกยิ้มเจื่อน ๆ และก้มหน้าลงเล็กน้อย“คุณกฤษตินบอกว่าฉันต้องช่วยงานที่ฟาร์มค่ะ ฉันเลยคิดว่าควรเริ่มตั้งแต่วันนี้”น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล แต่แฝงความเกรงใจจนภาคภูมิอดรู้สึกสงสารไม่ได้“คุณไม่จำเป็นต้องรีบขนาดนั้นก็







