Share

บทที่ 8

Author: Nuan4545
last update publish date: 2026-08-22 22:28:19

ธีรภัทร์ และ รัญชิดา ใช้เวลาร่วมกันในร้านอาหารอย่างมีความสุข หลังจากที่ทั้งคู่ทานอาหารเสร็จแล้ว ธีรภัทร์ก็ขับรถมาส่งหญิงสาวที่บ้าน

“คุณภีมคะ” รัญชิดาเอ่ยเสียงแผ่ว เมื่อเห็นรถกำลังเลี้ยวเข้าซอยที่ดูแคบลงเรื่อย ๆ “รันว่าคุณภีมจอดส่งรันตรงปากซอยก็ได้ค่ะ”

ธีรภัทร์ชะลอรถ แต่ไม่ได้จอดทันที เขาหันมามองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน “ทำไมล่ะครับ”

“คือ...บ้านรันอยู่ในซอยเล็ก ๆ นะค่ะ” รัญชิดาตอบอย่างตะกุกตะกัก “รถคุณภีมคันใหญ่...อาจจะเข้าลำบาก จอดตรงนี้ล่ะค่ะ รันเดินเข้าไปเองก็ได้”

“แต่...” ธีรภัทร์พยายามจะอธิบาย

“ไม่มีแต่ค่ะ” รัญชิดาขัดขึ้นอย่างนุ่มนวล แต่แฝงความเด็ดขาดบางอย่างที่ทำให้ธีรภัทร์ต้องยอมทำตาม

“ก็ได้”

ธีรภัทร์ ชะลอรถและจอดตรงที่เธอบอก แล้วหันหน้ามาหาเธอ เขายื่นมือไปจับมือรัญชิดาไว้แน่น “ผมขอเดินไปส่งคุณเป็นเพื่อนนะ”

รัญชิดายิ้มอย่างเขินอาย “ไม่ต้องหรอกค่ะ รันเดินแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว”

ธีรภัทร์ถอนหายใจอย่างยอมแพ้ แต่ก็ยังคงบีบมือเธอเบาๆ “โอเคครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “ถ้าถึงบ้านแล้ว รบกวนส่งข้อความมาบอกผมด้วยนะครับ ผมจะเป็นห่วง”

รัญชิดาซาบซึ้งในความห่วงใยของเขามาก “ค่ะ รันจะส่งข้อความหาคุณภีมทันทีที่เข้าบ้านเลย”

รัญชิดากำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ แต่ธีรภัทร์เรียกเสียก่อน

“เดี๋ยวก่อนรัน”

“มีอะไรคะคุณภีม” รัญชิดาหันกลับมามองด้วยความสงสัย

ธีรภัทร์ยิ้มอบอุ่น รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัว “เราเป็นแฟนกันแล้ว” เขาบอก “ไม่ต้องเรียกคุณก็ได้”

รัญชิดาหน้าแดงก่ำอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอเม้มปากเล็กน้อย “แล้วจะให้รันเรียกว่าอะไรคะ”

“พี่ภีม” ธีรภัทร์ตอบเสียงทุ้ม “ไหนลองเรียกสิ”

รัญชิดาเงียบไปชั่วครู่ พยายามควบคุมเสียงของตัวเอง “พี่ภีม” เธอเรียกชื่อนั้นอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกที่เขินอายอย่างที่สุด

“ดีมากครับ” ธีรภัทร์ตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างพอใจ “เจอกันพรุ่งนี้นะครับ”

รัญชิดาเปิดประตูรถลงไป ธีรภัทร์มองตามจนกระทั่งร่างของรัญชิดาที่เดินเข้าไปในซอย

รัญชิดาเดินเข้าไปในซอยด้วยความรู้สึกที่อิ่มเอม เธอเดินอมยิ้มไปตลอดทาง หัวใจยังคงเต้นแรงเมื่อนึกถึงคำว่า 'พี่ภีม' ที่เพิ่งเรียกเขาออกไป รอยยิ้มนั้นยังไม่หายไปจากใบหน้าจนกระทั่งเธอเดินมาถึงหน้าบ้าน

เธอมองย้อนกลับไปที่ปากซอย ยังคงเห็นแสงไฟหน้ารถของธีรภัทร์อยู่ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความสั้นๆ ว่า 'ถึงบ้านแล้วนะคะ พี่ภีม' แล้วส่งไปทันที

ไม่นานหลังจากนั้น แสงไฟรถที่รออยู่ก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากปากซอย รัญชิดารู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดที่เขารอจนแน่ใจว่าเธอเข้าบ้านอย่างปลอดภัยแล้วจริง ๆ เธอจึงหันกลับไปไขกุญแจประตูบ้านด้วยรอยยิ้มที่ยังไม่จางหายไป

รัญชิดาไขกุญแจเข้าบ้านอย่างเงียบเชียบ ความรู้สึกอบอุ่นและอิ่มเอมใจจากช่วงเวลาที่อยู่กับธีรภัทร์ยังคงห่อหุ้มเธอไว้เหมือนกำลังลอยอยู่ในฝัน เธอปิดประตูลงเบา ๆ ตั้งใจจะเดินเข้าครัวเพื่อหาน้ำดื่มสักแก้ว

แต่ก้าวแรกกลับต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็น สมพร แม่เลี้ยง นั่งกอดอกอยู่บนโซฟา แสงจากหน้าจอทีวีสาดเงาลงบนใบหน้าเรียบเฉยของเธอ ดวงตาคมกริบจ้องมาอย่างจับผิดทันทีที่รัญชิดาก้าวเข้ามา

“ช่วงนี้แกกลับดึกทุกวันเลยนะ” สมพรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ แต่หนักแน่นจนเหมือนคมมีดกรีดลงบนหัวใจ

รัญชิดารีบยกมือไหว้ทั้งพ่อและแม่เลี้ยง “ที่ร้านมีงานนิดหน่อยค่ะ” เธอตอบอย่างสุภาพ

สมพรถอนหายใจยาว ราวกับอยากให้เสียงนั้นทับลงบนความสุขเล็ก ๆ ที่เธอเพิ่งได้มา “แล้วกินข้าวมาหรือยัง”

“รันทานมาแล้วค่ะ”

“อ๋อ...ทานมาแล้ว” สมพรลากเสียงยาว พลางปรายตามองอย่างเย็นชา “แล้วทำไมไม่โทรมาบอกกันบ้าง ฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำอาหารเผื่อ รู้บ้างไหมว่าอาหารมันแพงแค่ไหน”

คำพูดประชดประชันนั้นเหมือนค้อนหนัก ๆ กระแทกลงบนหัวใจของรัญชิดา ความอิ่มเอมที่มีเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา ราวกับถูกดึงออกจากโลกที่สดใสกลับมาสู่ความจริงอันมืดมน

“ขอโทษค่ะ...รันลืมไป” เสียงเธอเบาจนแทบเป็นกระซิบ

สมพรไม่พูดอะไรต่อ เพียงหันกลับไปมองทีวี แต่หางตาก็ยังคงเหลือบมองเธอจากหัวจรดเท้าด้วยแววไม่เป็นมิตร รัญชิดาเม้มริมฝีปากแน่น และรีบเดินขึ้นห้องของตัวเองไปอย่างเงียบ ๆ เพื่อยุติความอึดอัดที่แสนจะคุ้นเคยนี้

สองสัปดาห์ผ่านไป

นับตั้งแต่ค่ำคืนนั้นที่ธีรภัทร์พารัญชิดาไปทานอาหาร ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดูเหมือนจะก้าวไปอีกขั้น พวกเขามีเรื่องให้พูดคุยกันมากขึ้น หัวเราะด้วยกันง่ายขึ้น และเริ่มคุ้นเคยกับการใช้เวลาเคียงข้างกันในทุก ๆ วัน ความรู้สึกอบอุ่นที่มีให้กันและกันค่อย ๆ แน่นแฟ้นขึ้น

ธีรภัทร์ยังคงมารับรัญชิดาหลังเลิกงานอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งเขาก็พาเธอไปทานอาหารในร้านหรู รัญชิดามักจะบ่นเขาอยู่เสมอว่ามันสิ้นเปลืองเกินไป แต่ธีรภัทร์ก็เพียงยิ้มและบอกว่า แค่อยากให้เธอได้ผ่อนคลายหลังจากวันที่เหน็ดเหนื่อย

บางวัน เขากลับพาเธอแวะร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางนั่งกินกันแบบง่าย ๆ ริมฟุตบาท รัญชิดาหัวเราะอย่างเป็นกันเอง บอกว่าแบบนี้สิถึงจะอร่อยกว่าร้านหรูเสียอีก และนั่นก็ทำให้ธีรภัทร์รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ทุกช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันไม่ว่าจะหรูหราหรือธรรมดา ต่างกลับมีค่าเสมอ

ทุกค่ำคืนที่ได้อยู่ด้วยกันคือช่วงเวลาแห่งความสุขของทั้งคู่ รัญชิดา ได้เห็นด้านที่อ่อนโยนและอบอุ่นของ ธีรัทร์ ที่คนภายนอกไม่มีโอกาสได้เห็น เขาจะคอยดูแลเอาใจใส่เธอในทุกรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ และไม่เคยทำให้เธอรู้สึกอึดอัดกับความแตกต่างทางฐานะเลยแม้แต่น้อย รัญชิดาเรียกเขาว่า 'พี่ภีม' ได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้ว

สำหรับธีรภัทร์เอง การอยู่กับรัญชิดาคือการพักผ่อนจากโลกของธุรกิจที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและการแก่งแย่งชิงดี ทำให้เขาสามารถทนต่อการทำธุรกิจที่ตึงเครียดได้

บ่ายวันศุกร์ แสงแดดอุ่นส่องลอดกระจกเข้ามาในรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ริมถนนหน้าร้านกาแฟตามปกติ ธีรภัทร์นั่งพิงเบาะอย่างใจเย็น สายตาเหลือบไปที่นาฬิกาบนข้อมือ…ยังเหลืออีกเกือบสิบห้านาทีกว่ารัญชิดาจะเลิกงาน

ราวกับความคุ้นเคยที่กลายเป็นกิจวัตร เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วเรียวยาวพิมพ์ข้อความสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความหมายที่เธอจะเข้าใจทันที

พี่มาถึงแล้วนะ รออยู่ที่เดิม

เพียงไม่กี่วินาที ข้อความตอบกลับจากรัญชิดาก็เข้ามา

ค่ะ พี่ภีม รันใกล้จะเลิกแล้วค่ะ รอแป๊บนะคะ

ธีรภัทร์ยิ้มอย่างอบอุ่น เขาเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋าเสื้อ และนั่งฟังเพลงอยู่ในรถรอเธอ

ไม่นาน รัญชิดา ก็เดินออกมาจากร้านกาแฟ เธอเดินตรงมาที่รถของธีรภัทร์ มือของเธอกำลังจะเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร แต่ธีรภัทร์เร็วกว่า เขาลงจากรถทันทีแล้วเดินอ้อมมาที่ประตูฝั่งเธอ

รัญชิดายิ้มให้เขาอย่างเขินอาย เมื่อธีรภัทร์ยืนยันที่จะทำหน้าที่สุภาพบุรุษด้วยตัวเอง

“พี่ภีมมารอนานไหมคะ” รัญชิดาถามด้วยรอยยิ้ม ขณะที่ก้าวเข้าสู่รถ

“ไม่นานเลยครับ รัน” ธีรภัทร์ตอบ พลางใช้มือขวาแตะที่แก้มของเธอเบา ๆ ก่อนจะปิดประตูรถให้ แล้วกลับไปนั่งที่คนขับ

รถยนต์เคลื่อนตัวออกจากหน้าร้านอย่างช้า ๆ ธีรภัทร์เอื้อมมือมากุมมือรัญชิดาไว้ตามความเคยชิน

"วันนี้รันขอไม่ไปกินที่ร้านอาหารแล้วนะคะ” รัญชิดาเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ

ธีรภัทร์หันมามองเธออย่างแปลกใจเล็กน้อย “ทำไมล่ะ”

“เราไปทุกวันมันก็เปลืองเงินเปล่า ๆ ค่ะ” รัญชิดาตอบด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรัก “รันอยากทำกับข้าวให้พี่ภีมกินบ้าง”

คำพูดของเธอทำให้ธีรภัทร์รู้สึกตื้นตันอย่างประหลาด ในโลกของเขา มีแต่คนต้องการให้เขาใช้จ่าย แต่รัญชิดากลับนึกถึงความประหยัดและความเป็นอยู่ของเขา

ธีรภัทร์ยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยยิ้มมาก่อน เขาบีบมือเธอเบาๆ “ดีเลย รัน” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดีใจ “พี่ก็อยากกินฝีมือรันเหมือนกัน งั้นเราแวะซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วตรงไปคอนโดพี่เลยนะครับ ที่นั่นมีครัวพร้อมทุกอย่าง”

รัญชิดาพยักหน้ารับอย่างมีความสุข เธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว ไม่ใช่แค่การดูแลกันในร้านหรู แต่เป็นการแบ่งปันชีวิตประจำวันอย่างเรียบง่าย

รถยนต์คันหรูของธีรภัทร์แล่นเข้ามาจอดยังคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย อาคารแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่พักอาศัยของเหล่านักธุรกิจและผู้มีฐานะ ซึ่งมักเลือกซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยหรือเป็นการลงทุน

ธีรภัทจอดรถตรงช่องจอดประจำก่อนจะลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้ รัญชิดา อย่างสุภาพ จากนั้นเขาเดินไปเปิดท้ายรถ หยิบถุงใส่ของสดและวัตถุดิบที่เพิ่งแวะซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตขึ้นมาถือไว้เต็มสองมือ

“เดินมาทางนี้ รัน” ธีรภัทร์บอก พลางพยักหน้าไปทางลิฟต์

รัญชิดาเดินตามเขาไปอย่างเงียบ ๆ เมื่อก้าวเข้าไปในลิฟต์ ธีรภัทร์ใช้คีย์การ์ดสแกนที่แผงควบคุมเพื่อให้ลิฟต์พาพวกเขาขึ้นไปยังห้องของเขา รัญชิดา รู้สึกถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่หาได้ยากยิ่งในอาคารแห่งนี้

ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้าไปในห้องชุด รัญชิดาก็ถึงกับชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึง ห้องตรงหน้ากว้างขวางเกินกว่าที่เธอเคยคาดไว้ เพดานสูงโปร่งช่วยให้บรรยากาศดูโล่งสบาย ไม่อึดอัดเหมือนห้องชุดทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้เธอแทบละสายตาไม่ได้ คือผนังกระจกใสบานใหญ่ที่ทอดยาวเกือบทั้งผนัง เปิดมุมมองสู่ทิวทัศน์เมืองในยามเย็น แสงไฟนับพันดวงค่อย ๆ ทอประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน

รัญชิดายืนนิ่ง รู้สึกเหมือนหัวใจถูกดึงออกจากอก ความสวยงามตรงหน้าทำให้เธอแทบลืมหายใจ แต่ในขณะเดียวกัน ความจริงก็แล่นเข้ามาในหัวโลกของธีรภัทร์และโลกของเธอมันต่างกันเกินไป ที่นี่คือโลกของคนที่อยู่สูงเกินเอื้อม ส่วนเธอ…เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่แทบไม่เหลืออะไรเลย เธอเผลอกำมือแน่น พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้เบื้องหลังรอยยิ้มจาง ๆ

ธีรภัทร์ที่ยืนอยู่ข้างหลัง มองเห็นแววตาตื่นตะลึงของเธอชัดเจน ริมฝีปากของเขาแอบยกยิ้มบาง ๆ ความรู้สึกอบอุ่นเอ่อท่วมในอก ไม่ใช่เพราะเขาภูมิใจในห้องชุดหรูหรา แต่เพราะได้เห็นรัญชิดาเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริงในวินาทีนั้น แววตาซื่อบริสุทธิ์ของเธอทำให้เขารู้สึกว่า ทุกสิ่งรอบตัว…มีค่าเพียงเพราะเธอได้แบ่งปันมันไปด้วยกัน

“นี่ห้องพี่ภีมจริง ๆ เหรอคะ” รัญชิดาถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก ดวงตายังคงกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ธีรภัทร์เพียงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินไปวางถุงของสดที่หอบขึ้นมาลงบนเคาน์เตอร์ครัวสีขาวสะอาดตา เขาตอบเรียบ ๆ แต่แฝงความอบอุ่นในน้ำเสียง “จริงสิครับ…แล้วก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอก แค่ห้องไว้พักเวลาไม่อยากกลับบ้าน”

เธอเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง ความรู้สึกในอกยิ่งตีกันวุ่นสำหรับเธอ ห้องนี้ใหญ่โตจนแทบจะหรูเกินฝัน แต่สำหรับเขากลับพูดเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย รัญชิดายิ้มบาง ๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว ความต่างของโลกที่ทั้งสองอยู่ชัดเจนยิ่งขึ้น…แต่สิ่งที่เธอรับรู้ได้ในวินาทีนั้น คือความจริงใจที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของเขา

รัญชิดามองรอบห้องด้วยแววตาไม่คลายความตื่นตะลึง ก่อนจะเผลอเอ่ยออกมาเบา ๆ “ขนาดห้องที่คอนโดยังใหญ่ขนาดนี้…บ้านพี่ภีมคงหลังใหญ่มากแน่ ๆ”

ธีรภัทร์ชะงักเล็กน้อย หันมามองเธอพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าเป็นการยอมรับหรือปฏิเสธ “ก็แค่บ้านหลังหนึ่งน่ะครับ ไม่ได้สำคัญเท่าไรหรอก”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายราวกับเรื่องนั้นไม่มีค่าอะไร แต่สำหรับรัญชิดา คำตอบนั้นยิ่งทำให้หัวใจเธอไหววูบ…ยิ่งได้เห็นความต่าง ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเล็กลง ทว่าความอ่อนโยนในแววตาของเขากลับทำให้ความรู้สึกหวั่นไหวเหล่านั้นแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นแทน

รัญชิดาเงยหน้ามองธีรภัทร์ด้วยแววตาจริงจัง “ทำไมพี่ภีมต้องพูดแบบนั้นล่ะคะ บ้าน…มันสำคัญที่สุดเลยนะคะ บ้านคือที่รวบรวมความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะทั้งหมดของเรา”

ธีรภัทร์ชะงักไปอีกครั้ง แววตาที่เคยอ่อนโยนฉายแววเย็นชาในชั่วพริบตา คำว่า ‘บ้าน’ ในความหมายของรัญชิดาช่างสวยงามเหลือเกิน แต่สำหรับเขา บ้านหลังใหญ่โตของตระกูล ไม่เคยเป็นที่รวบรวมความสุข มีแต่ความเย็นชา การแก่งแย่งชิงดี และ…ผู้หญิงของพ่อที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาไม่ซ้ำหน้า

ธีรภัทร์สูดลมหายใจลึก พยายามละทิ้งภาพจำเหล่านั้นออกไป เขาไม่อยากให้บาดแผลเก่า ๆ มาปะทุอีกต่อไป แต่เมื่อมองรัญชิดาที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขากลับรู้สึกถึงความแตกต่างชัดเจน รอยยิ้มของเธอ ความอบอุ่นที่เธอนำมาให้ ทำให้เขาอยากสร้างความรู้สึก ‘บ้าน’ ขึ้นใหม่ แบบที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ธีรภัทร์รีบดึงสติกลับมา มือใหญ่ลูบผมของรัญชิดาอย่างอ่อนโยน พร้อมยิ้มให้เธออีกครั้ง

“ครับ…บ้านสำคัญมากจริง ๆ” น้ำเสียงของเขาพยายามให้สดใส “แต่ตอนนี้…มาทำให้ที่นี่เป็นบ้านของเราสักครู่นะครับ ไหน วันนี้จะทำอะไรให้พี่กินครับ”

รัญชิดารับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในน้ำเสียงของเขา เธอจึงไม่เซ้าซี้ต่อ แต่ยิ้มให้เขาอย่างเข้าใจ ทุกคนล้วนมีเรื่องราวที่ไม่อยากเปิดเผย
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   บทที่ 91

    "แต่งงานกับผมนะ รัญชิดา มาสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์แบบของเราตลอดไป" รัญชิดารับช่อดอกกุหลาบมาไว้ในอ้อมแขน น้ำตาแห่งความสุขไหลอาบแก้ม เธอพยักหน้ารับทั้งน้ำตา "ค่ะ! รันจะแต่งงานกับคุณค่ะ คุณภีม" ธีรภัทร์ยิ้มกว้างอย่างที่สุด เขาลุกขึ้นยืนและดึงเธอเข้ามากอดอย่างแนบแน่น จูบท่ามกลางแสงดาวและแสงไฟ

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   บทที่ 90

    สมพรจ้องมองธีรภัทร์และรัญชิดาสลับกันไปมา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความงุนงง แต่เมื่อประเมินทักอย่างได้แล้ว เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ก็เป็นลูกชายเศรษฐี ไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณพีรพงษ์เลย และที่สำคัญที่สุด... ลูกสาวเธอก็ยังคงได้แต่งงานกับคนรวย ใบหน้าของสมพรที่เคยตึงเครียดก็เริ่มคลายลง เปลี่ยนเป็นรอยยิ

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   บทที่ 89

    รัญชิดาปลดเข็มขัดนิรภัย หันไปมองธีรภัทร์ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นคง "พร้อมนะคะ คุณภีม" รัญชิดาถาม "พร้อมกว่านี้ไม่มีอีกแล้วครับ" ธีรภัทร์ตอบ ก่อนจะกดจูบลงบนหลังมือเธอเบา ๆ "ตอนนี้ผมเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณแล้ว" ทั้งสองก้าวลงจากรถ และเดินเข้าไปในตัวบ้าน เมื่อเข้ามาในบ้าน รัญชิ

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   บทที่ 88

    นางปราณียืนงงอยู่ครู่หนึ่ง เธอสลับมองระหว่างรัญชิดาที่นั่งเคียงคู่กับธีรภัทร์ กับพีรพงษ์ที่นั่งหัวโต๊ะกับเมษา บรรยากาศมันช่างแปลกประหลาดจนเธอไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลย เธอจึงเก็บความสงสัยทั้งหมดไว้ในใจ ไม่กล้าซักถามอะไรออกมา เธอรีบเดินไปยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟตามคำสั่ง วางจานอาหารลงตรงหน้าทุกคนอย่างเ

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   บทที่ 87

    เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น รัญชิดาเดินกะเผลกเบา ๆ ลงมาจากบันได อาการปวดที่เท้าทุเลาลงมากจนแทบไม่รู้สึก แต่ความเหนื่อยล้าจาก 'ค่ำคืนที่ไม่จบลงง่าย ๆ' ยังคงทำให้ใบหน้าเธอมีร่องรอยความสุขที่ปิดไม่มิด เธอเดินมาที่ห้องอาหาร เห็นนางปราณีกำลังจัดโต๊ะอาหารอย่างขะมักเขม้น "อรุณสวัสดิ์ค่ะ ป้าณี" รัญชิดาทักทา

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   บทที่ 86

    "ไม่จริง!" ธีรภัทร์ปฏิเสธเสียงต่ำ "คุณไม่ได้มีแค่โชคชะตา! คุณมีผม! ผมรักคุณ รัญชิดา! และผมจะไม่ยอมปล่อยให้คุณไปเป็นของใครอีกแล้ว" เขาขยับตัวลงจากเตียง ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที ใบหน้าของเขาจริงจังและเต็มไปด้วยความรู้สึก รัญชิดาตกใจจนมือทาบอก "คุณภีม! คุณจะทำอะไรคะ ลุกขึ้นสิ!" รัญชิดาอุทานด้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status