LOGIN“ไม่รู้ละ พี่ให้ทนายจัดการแล้ว”
เป็นอันสิ้นสุดการสนทนา เมื่อร่างตรงหน้าจากไปพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเดิม
วาคินนิ่งเงียบ ไม่ยินดีรับในสิ่งที่อีกฝ่ายพยายามยัดเยียดให้ เพราะมันก็เหมือนของร้อน อยู่ในมือใครก็รังแต่จะทำให้ทุกข์ทั้งกายทั้งใจมากกว่าความสุข ทว่าชายหนุ่มก็ไม่อาจปฏิเสธพี่ชายจึงทำได้เพียงยินยอมรับมันมาถือเอาไว้ แล้วค่อยส่งคืนให้ ‘เจ้าของ’ ในเวลาที่เหมาะสม
อย่างไรเสียวันข้างหน้า ‘ลูกชัง’ ที่ไม่เคยได้รับการยอมรับอย่างเขาก็คงต้องไป…
“โง่!” เสียงตวาดแว้ดที่ดังมาจากห้องรับแขกทำให้ทุกคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานสะดุ้ง ก่อนเหลือบมองตากันแล้วก้มหน้าทำงานต่อไป
“โง่แบบนี่ไงถึงเป็นได้แค่ขี้ข้า!” คำบริภาษยังคงดังต่อเนื่อง จนคนที่นั่งนิ่งบนรถเข็นขยับกาย หากก็ทำได้เพียงเล็กน้อย เมื่อร่างกายป่วยไข้ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถปกป้องบุตรสาวคนโตได้
เพียะ!
ฝ่ามือเรียวฟาดลงบนแก้มขาวเนียนเต็มแรง ดวงตาเฉี่ยวคมที่แต่งแต้มเด่นชัดขึงตามอง นิ้วชี้เรียวยาวจิ้มลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลา ก่อนตะเบ็งเสียงด่าทอหนักขึ้น
“คนอย่างแก ถ้าไม่เป็นคนใช้ก็คงต้องเป็นโสเภนีเหมือนแม่ของแก ไร้ค่า!” คำหยามเหยียดเหล่านี้หากเป็นเมื่อก่อน ‘กลอยใจ’ คงเจ็บปวดกับมันบ้าง ทว่าทุกวันนี้หล่อนชาชินกับทุกอย่างเสียแล้ว เคยกรุ่นโกรธที่ ‘แม่เลี้ยง’ มักด่าทอไปถึงมารดาที่จากไป ทว่าพอนานวันเข้าก็ข่มใจได้ กักเก็บความเสียใจเอาไว้ข้างใน เพื่อรอเวลา…
สักวัน หล่อนให้สัญญากับตนเอง และสาบานต่อหน้าอัฐิของมารดา
เมื่อถึงเวลาหล่อนจะไปจากที่นี่ จากขุมนรกบนดินที่คนซึ่งเรียกตนเองว่าผู้ดีสร้างมันขึ้นมาจากสองมือ
หญิงสาวเป็นบุตรสาวคนโตของครอบครัว หากในความเป็นจริง หล่อนเป็นได้เพียงลูกเมียน้อย แม้มารดาจะเป็นภรรยาคนแรก หากก็เป็นเพียงภรรยาทางพฤตินัย ไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ใหญ่ ไม่นานหลังจากคลอดหล่อน ท่านก็สิ้นใจเพราะตรอมตรม หลังจากสามีต้องแต่งงานกับลูกสาวมหาเศรษฐีที่ครอบครัวจัดหามาให้
กลอยใจกลายเป็นเด็กที่ ‘ขาด’ ไม่ใช่ครอบครัว แต่คือความเป็นคน…
ทุกคนในบ้านวรโชติพงศ์เห็นเธอเพียงฝุ่นผง เป็นตำหนิ เป็นความอัปยศอดสูที่ต้องแบกรับ หลายปีก่อนหล่อนเคยอยากไปจากที่นี่ เก็บข้าวของพร้อมหอบหิ้วความเสียใจเตรียมจากไป ทว่าเพียงขยับขา ยังไม่ทันพ้นประตู ข่าวร้ายก็เดินทางมาถึง บิดาเส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพาตซีกซ้าย เดินไม่ได้ ต้องเป็นผู้ป่วยติดเตียง ความหวังอันริบหรี่ที่จะหนีไปตายเอาดาบหน้ามีอันต้องพับเก็บ เมื่อความเป็นคนดีของหล่อนชักนำให้ลูกสาวคนโตกลับมาทำหน้าที่ของตน
“เก็บกวาด แล้วพาพ่อของแกกลับเข้าไปนอนในห้องของตัวเองให้เรียบร้อย ถ้าฉันกับลูกวินนี่กลับมายังไม่เรียบร้อย แกเจอดีแน่!” ใบหน้าสะสวยที่แต่งแต้มมาอย่างดีบิดเบ้ เมื่อมองเลยไปยังสามีซึ่งนอนเป็นผักสร้างความลำบากให้ตน ก่อนหันกลับมองจ้องลูกเมียน้อยซึ่งเป็นหนามทิ่มใจอีกครั้ง ใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาของอีกฝ่ายแรงๆ พร้อมคำผรุสวาทรุนแรง
“สาระแนดีนัก แล้วอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกลูกสาวฉันนะ ไม่งั้นฉันเอาแกตาย!”
กวินตราอาจไม่พอใจที่มารดาปฏิบัติต่อบิดาไม่ดี หากกับหล่อน ผู้เป็นลูกเมียน้อยคงไม่ระคายใจคนเป็นน้องอย่างแน่นอน
“กลอยไม่กล้าหรอกค่ะ”
“ดี!” น้ำเสียงสะบัดตอบกลับทันที ก่อนบิดปากคว่ำแล้วก้าวข้ามร่างบางซึ่งนั่งพับเพียบบนพื้นไปอย่างหยามเหยียด
กลอยใจกำมือที่วางบนตักแน่น กัดริมฝีปากล่างจนเลือดซิบ ไม่ตอบโต้ หากกักเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจ
หล่อนเชื่อเสมอว่า… การแก้แค้นที่ดีที่สุดคือการทำชีวิตให้ดีขึ้น
ทุกคืนก่อนหลับตา หล่อนจะภาวนาให้วันนั้นมาถึงเร็วๆ วันที่จะได้เป็นอิสระ โบยบินไปจากบ้านหลังนี้ แม้จะดูเป็นลูกเนรคุณในสายตาใครต่อใคร หากโอกาสครั้งที่สองมาถึง หล่อนจะไม่ลังเลอีกแล้ว
“พ่อแกเคยให้อะไรแกบ้าง นอกจากเศษเงินกับเศษความรักที่นานๆ ครั้งจะมาถึง ฉันจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่พ่อแกให้อะไรสักอย่างคือวันเกิดตอนแกอายุ 22 มันเป็นปากกาด้ามไม่กี่ร้อยเองไม่ใช่เหรอ แถมตอนรับปริญญา ฉันไม่เห็นพ่อที่แกรักนักรักหนาจะแวะมาแสดงความยินดีอะไรเลย แกควรต้องรู้นะกลอยว่าที่ผ่านมา แกมีชีวิตอยู่ได้เพราะตัวเอง”
คำพูดของขนิษฐายังดังชัดในความรู้สึกของเธอ กลอยใจเคยอยากเถียงกลับ หากก็สรรหาคำพูดยกย่องผู้ให้กำเนิดไม่ได้สักข้อ
ที่ผ่านมาหล่อนอยู่ได้ด้วยตนเองจริงๆ
นอกจากนามสกุลแล้ว บิดาก็ไม่เคยให้สิ่งใดกับบุตรสาวคนโตคนนี้เลย…
“ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง แค่ครั้งเดียว แกต้องออกมานะ”
ออกจากขุมนรกที่ทรมานเธอมาทั้งชีวิต
กลอยใจพยักหน้าตอบเพื่อนรัก ยืนยันหนักแน่นให้เพื่อเชื่อมั่นใจการตัดสินใจ
“ขอแค่มีโอกาสอีกครั้ง ฉันจะไม่ลังเลอีกแล้ว”
แม้การไปครั้งนี้ อาจถูกตราหน้าว่าลูกเนรคุณ!
ทว่า 5 ปีที่ผ่านมา กลอยใจคิดว่าตนเองทำหน้าที่ของลูกถึงที่สุดแล้ว หล่อนไม่ได้ทำงาน หลังเรียนจบก็ต้องทำหน้าที่ดูแลปรนนิบัติบิดาที่นอนติดเตียงเพียงคนเดียว โอกาสในชีวิตของหล่อนสูญเสียไปหลายอย่าง รวมทั้ง… ความรัก
ผู้ชายคนเดียวที่มีใจให้ และเฝ้าแอบมอง ยามอีกฝ่ายมาเที่ยวเล่นที่บ้านหลังใหญ่ตั้งแต่จำความได้คือแรงใจให้อยากมีชีวิตที่ดีกว่าวันนี้ ทว่า… ความรักข้างเดียวแสนเพ้อฝันต้องจบลงเมื่อข่าวสำคัญมาถึง
“ลูกวินนี่ของฉันจะแต่งงานกับมาวิน ลูกชายของคุณหญิงวารีเดือนหน้า แกเตรียมตัวให้ดี วันนั้นฉันจะต้องไม่ได้เห็นแกกับพ่อของแกในงาน!”
หัวใจที่ยังเต้นได้เพราะผู้ชายที่ชื่อ มาวิน เลิศวรานนท์ หยุดเต้นทันที คำพูดของเพื่อนรักผุดวาบเข้ามาในหัวอีกครั้งพร้อมใบหน้าประดับรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนของชายในดวงใจ
“สักวันแม่คุณวินก็คงจับเขาแต่งกับยัยวินนี่ สองตระกูลนี้อยากเกี่ยวดองกันใจจะขาด ใครๆ ก็รู้ แถมยัยวินนี่ยังเพอร์เฟคขนาดนั้น เป็นผู้กอบกู้ VP Enterprise บริหารงานด้วยตัวเองจะพาบริษัทของบิดากลับมารุ่งเรือง ในขณะที่แกมีตัวตนในสายตาเขาบ้างไหมก็ยังไม่รู้ ตื่นเถอะกลอย ถึงเวลาต้องยอมรับความจริง แกกับเขาไม่ใช่คู่กัน หรือต่อให้เขาเห็นแกเป็นมนุษย์คนหนึ่งจริงๆ แกคิดว่าคุณหญิงวารีผู้ดีเก่าที่ถือศักดิ์ศรียิ่งชีวิตจะยอมรับสะใภ้ที่ได้ชื่อว่าลูกนอกสมรสเหรอ นอกจากไม่ยอมรับ อาจทำกับแกยิ่งกว่าคนบ้านนี้อีกนะ”
ขนิษฐาไม่ได้พูดเกินไป และไม่ได้พูดเพื่อทำร้ายจิตใจเธอ แต่เพื่อนต้องการให้เธอคิดได้
“เห็นไหม ฉันบอกแกแล้ว ตัดใจเถอะกลอย ถึงเวลาที่ต้องกลับมาเดินตามเส้นทางของเรา ดูแลตัว และหัวใจของตัวเองให้ดี เชื่อฉันนะ”
ขนิษฐาไม่ได้ซ้ำเติม แต่มักปลอบโยนด้วยความจริงเสมอ หากเป็นคนอื่นคงชิงชังในตัวเพื่อนรัก แต่สำหรับคนที่คบหากันมานาน กลับเป็นคำเตือนที่เรียกสติได้ดี
“เมื่อถึงเวลา ฉันจะเดินออกมาด้วยสองขาของตัวเอง แกไม่ต้องห่วง”
แม้จะอาศัย และมีชื่อในทะเบียนบ้าน กลอยใจกลับถูกกันให้ออกจากวงสังคมชั้นสูง หล่อนถูกมองเป็นเพียงเด็กรับใช้ในสายตาของเหล่าคุณหญิงคุณนาย เพื่อนฝูงของกวินตรา เมื่อก่อนหล่อนเคยเสียใจ และเจ็บปวด แต่ผ่านไปไม่นาน มันกลายเป็นความชาชิน ทว่าหล่อนก็ไม่เคยอยากอยู่ในนั้น ไม่ได้อยากเป็นคนชนชั้นสูง ไฮโซหรือคนมีชื่อเสียงอันจอมปลอมที่มักสวมหน้ากากเข้าหากัน
“คุณหนู” เสียงเอื้ออาทรพร้อมใบหน้าเหี่ยวย่นของหญิงรับใช้เก่าแก่ทำให้กลอยใจต้องหันมอง หญิงสาวปาดน้ำตาบนแก้ม คลี่ยิ้มยากลำบากให้หญิงชราแล้วขานตอบ
“มีอะไรหรือคะนมอุ่น” แม่นมสูงวัยคลานเข้ามาใกล้ รวบร่างบางของคนที่ตนเองชุบเลี้ยงมากับมือเอาไว้แน่น เวทนา สงสารจับหัวใจ หากก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากโอบกอด ปลอบโยนเช่นนี้เรื่อยไป
กลอยใจรับอ้อมกอดอบอุ่นพร้อมกอดตอบ ไม่ได้ร้องไห้โฮเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เพียงสะอื้นเบาๆ ยามได้รับอ้อมกอดแนบแน่นเท่านั้น หมดสิ้นแล้วความเสียใจที่กัดกินอกข้างซ้ายจนยับเยิน ที่มีอยู่ตอนนี้เป็นเพียงความด้านชา
“อืออื้อ” เสียงครางอืออาในลำคอจากคนที่มองมาอย่างไร้เรี่ยวทำให้ร่างสองร่างที่กอดกันแน่นผละออก มองตามต้นเสียงไป ก่อนยิ้มบางๆ
บิดามีสีหน้าซีดเผือด มองตาเธอทั้งน้ำตา ทว่ากลอยใจไม่มีความรักหรือความเกลียดชังให้บิดาอีกแล้ว หล่อนคล้ายคนปลงตก ละวางทุกอย่างลง หลังจากผ่านมา 5 ปีกับการทำหน้าที่ลูกของท่าน อดีตหัวใจดวงน้อยเคยชิงชังความเห็นแก่ตัวของผู้ให้กำเนิด เคียดแค้นทุกคนที่มีส่วนให้มารดาต้องตรอมใจตาย ทว่าเมื่อนานวันเข้า ความรู้สึกเหล่านั้นมันกลายเป็น ‘ความด้านชา’ กับทุกสิ่งอย่างที่ประเดประดังเข้ามา หญิงสาวเลือกทำใจให้ชิน ปฏิบัติตาม ไม่โต้แย้งใดๆ ให้สถานการณ์แย่ลง
หล่อนไม่ปรารถนาสิ่งใดในบ้านหลังนี้อีกแล้ว แม้กระทั่งความเป็นคน มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ยังเป็นเป้าหมายสุดท้ายในชีวิตก็คือ… อิสระ
สักวันหนึ่ง… แม้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถึงวันนั้น หล่อเฝ้ารอโอกาสสักครั้งในชีวิต
โอกาสที่จะมีจากไป มีชีวิตใหม่เป็นของตัวเอง…
“นมรักคุณหนูนะคะ”
ใบหน้าของหญิงสูงวัยเต็มไปด้วยความอาทรรักใคร่ยามเอ่ย
กลอยใจยิ้ม และยิ้มเลยไปยังผู้ให้กำเนิดที่มองมาทั้งน้ำตาแล้วเอ่ยตอบ
“กลอยก็รักนมกับคุณพ่อค่ะ”
ทั้งๆ ที่ความจริงในหัวใจของหล่อนไม่มีตะกอนความรู้สึกใดมอบให้ใครอีกแล้ว… แม้กระทั่งตัวเอง
ตอนพิเศษ4ครอบครัว“คุณวา” กลอยใจเอ่ยเรียกสามี ตอนที่ชายหนุ่มกำลังอุ้มร่างบุตรสาวลงจากรถ หญิงสาวรู้สึกไม่ดีที่ต้องเดินกลับมาที่นี่อีกครั้ง มันให้ทั้งความรู้สึกโหวงเหวงในอกแต่ก็รู้สึกได้ถึงความคิดถึงเช่นกันวาคินวางนีรณาราลง จับจูงมือบุตรสาวเอาไว้แน่น ก่อนบอก “อย่างน้อยให้นีน่าได้ยกมือไหว้ตาของแกสักครั้งเถอะกลอย”สิ่งที่คนบ้านนี้ทำไว้มันหนักหนาแค่ไหนเขารู้ แต่ไม่ว่าอย่างไรกลอยใจก็คือลูกสาว… ให้ตัดขาดอย่างไร สิ้นเยื่อขาดใยแค่ไหน สุดท้ายก็หนีความจริงข้อนี้ไม่ได้ หลายวันก่อนเขาได้รับข่าวคราวจากคนที่ไหว้วานให้คอยดูแลบิดาของหญิงสาว เป็นข่าวไม่ค่อยสู้ดีนัก วันนี้เขาจึงตั้งใจชักชวนภรรยามาไหว้และขอขมาบิดาของเจ้าตัว“กลอย” ชายหนุ่มระบายยิ้มส่งให้ มองภรรยาด้วยแววตาห่วงใยพร้อมเอื้อมมืออีกข้างมากอบกุมมือบา
ตอนพิเศษ3เลิศวรานนท์“วินลูก” เสียงเรียกชื่อบุตรชายคนโตอ่อนเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ เมื่อร่างสูงถูกแบกเข้ามาในสภาพเมามายพร้อมผู้หญิงขนาบข้างซ้ายขวา คนรับใช้ผู้ชายเดินเข้ามารับร่างของมาวินไปพยุงไว้ คุณหญิงวารีไม่สนใจผู้หญิงที่แบกบุตรชายมาแม้กระทั่งหางตา ท่านส่งสัญญาณให้คนของตัวเองจัดการ ก่อนเดินตามร่างของบุตรชายที่ถูกหิ้วปีกอย่างไร้สติขึ้นไปบนชั้นสอง“เชิญคุณๆ กลับได้แล้วครับ” วรันย์คนข้างกายคุณหญิงผายมือส่งหญิงสาวสองคนด้วยแววตาแข็งกระด้างอย่างออกคำสั่ง สองคนที่กำลังโดนไล่กัดริมฝีปากอย่างขัดเคือง กระทืบเท้าเต้นเร่าแต่ก็ยอมจากไปโดยดี เมื่ออีกฝ่ายโยนเช็คเงินสดให้คนละใบคล้อยหลังร่างสองร่างที่เดินนวยนาดอย่างน่ารำคาญใจหายไปจากสายตา วรันย์จึงหันมาสั่งหลานสาว“อัยย์ขึ้นไปดูคุณหญิงหน่อย ลุงจะออกไ
ตอนพิเศษ2คูมพ่อขานีน่าอยากมีน้อง!“คืนนี้พี่ขอได้ไหม” เสียงแว่วหวานกับสายตาแพรวพราวที่ส่งมาทำให้กลอยใจขนอ่อนในกายลุกชัน ไม่ต้องจินตนาการก็รับรู้ได้ว่า ‘ขอได้ไหม’ ของชายหนุ่มจะยาวนานแค่ไหน หากว่าหญิงสาวยังลังเล ด้วยเป็นคืนแรกที่นีรณาราต้องแยกห้องนอน“นีน่าจะนอนคนเดียวได้เหรอคะ”“ได้สิ” คนเป็นพ่อตอบทันที โดยไม่ต้องไต่ตรองลูกเขาก็รัก แต่ตอนนี้อยาก ‘รัก’ เมียมากกว่า“นีน่าโตแล้ว”ห้าขวบเนี่ยนะ!“แต่ลูกเพิ่งห้าขวบเองนะคะ”วาคินถอนหายใจ มองส่งสายตาเว้าวอน ก่อนเอนตัวนอนหนุนตักภรรยา “พี่ให้ลูกนอนด้วยมาตั้งหลายเดือน อดทนนอนกอดกลอยนิ
ตอนพิเศษ 1เจ้าหญิงนีน่ากับพี่ชายสุดหล่อนีรณาราได้กลับมาที่บ้านหลังเดิมอีกครั้ง หลังจากรบเร้าผู้ให้กำเนิดเป็นเวลาหลายวัน เด็กหญิงกระโดดลงจากรถ วิ่งถลาออกไปยังหน้าบ้าน มองซ้ายมองขวาดูรถราก่อนวิ่งไปเกาะรั้วบ้านของ ‘พี่ชายสุดหล่อ’ ที่ตนเองแสนคิดถึง“พี่เตช!” เด็กหญิงป้องปากร้องเรียกพี่ชายสุดหล่อด้วยรอยยิ้มหวานแฉ่ง หากคนที่เดินหน้านิ่งตรงมากลับไม่หือไม่อือกับการพบกันนัก“มาทำไม” พี่ชายสุดหล่อชองนีรณาราถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แววตาเย็นชามองมาอย่างไม่สบอารมณ์โดยที่ยังไม่ยอมเปิดประตูให้“นีน่าแวะมาเยี่ยมค่า”นีรณาราเริ่มหุบรอยยิ้มเต็มดวงหน้า มองเห็นอีกฝ่ายจ้องมาตาขุ่นขวางจึงหน้าม่อยลง ไม่ได้อยู่พูดคุยกับเขาอีก แต่เดินคอตกกลับเข้าบ้านตัวเอง&ldqu
“กลอยขอคิดดูก่อนได้ไหมคะ”วาคินยิ้มตอบ พยักหน้ารับเบาๆ “ได้ครับ ไม่ต้องเครียดนะ สำหรับพี่อยู่ที่ไหนก็ได้ขอแค่มีกลอยกับลูกก็พอ”หลังจากประโยคนั้นกลอยใจก็ยิ่งคิดหนักมากกว่าเดิม หญิงสาวใช้เวลาหลังมื้อเที่ยงไปนั่งเงียบๆ ที่ม้านั่งหลังบ้านเพื่อขบคิดทุกอย่าง นีรณาราเป็นเด็กฉลาด หัวไวก็จริง แต่เด็กก็คือเด็กการปรับตัวจึงสำคัญ ไหนจะเรื่องภาษา ถ้าไปอยู่ที่โน่นลูกก็ต้องเรียกหนักมากขึ้นอีก เธอไม่อยากให้ชีวิตวัยเด็กของลูกต้องถูกพรากไป เด็กหญิงควรเล่นสนุก เรียนในสิ่งที่เหมาะสมกับวัย ไม่ต้องหมกมุ่นกับเรื่องที่ยากเกินกว่าเด็กธรรมต้องเจอ“เฮ้อ” หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ ก่อนเหม่อมองออกไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย ครุ่นคิดทุกอย่างในใจอย่างถ้วนถี่จนกระทั่งตกเย็น มื้อค่ำดำเนินไปพร้อมสมองที่ขบคิดทุกอย่างไปพร้อมๆ กันวาคินสังเกตเห็นสีหน้าของภรรยาโดยตลอด และสีหน้าเช่นนั้นก็ไม่รอดพ้นสายตาของคนจากบ้านเบราเวอร์เช่นกันอาบิ
บทที่ 22เบราเวอร์ (Brouwer)“ว้าว!” ร่างเล็กจ้อยแทบจะกระโจนตัวลงจากรถทันทีที่รถเทียบจอดบริเวณหน้าบ้านหลังใหญ่โตงดงามตรงหน้า เด็กหญิงสาวห่อปากเป็นรูปตัวโอ ร้องอู้อ้าหวีดว้ายยามเยื้องกายเข้าไปเกาะซี่ประตู สอดส่องสายตาตื่นเต้นเข้าไปด้านในด้วยความสนใจ“นี่บ้านใครเหรอคะ ใช่บ้านใหม่ของเราไหมคะคูมแม่”คุณแม่ของเด็กหญิงหัวเราะเบาๆ หันมองสบตาสามี ก่อนหันกลับไปพยักหน้าตอบบุญสาว“ใช่ค่ะ นี่บ้านใหม่ของเรา เจ้าหญิงนีน่าของแม่ชอบไหมคะ”“ชอบค่า” เด็กหญิงหันมายิงฟันตอบ กระโดดโลดเต้นได้ไม่นาน บานประตูรั้วของบ้านก็ค่อยๆ เปิดออก พร้อมร่างหอบหายใจของพลอยฝันที่วิ่งตรงหมา“พี่กลอย!” หญิงสาวถลาให้เข้าไปรวบกอดร่างบอบบางที่ไม่ได้พบหน้ากัน สะอื้นจนตัวโยนด้วยความด
ร่างบางในชุดไทยประยุกต์สีทองอร่าม เครื่องทองไม่มาก แต่ก็ไม่น้อยจนน่าเกลียด นับได้ว่าคุณหญิงรจเรศไม่ใจไม้ไส้ระกำกับบุตรสาวนอกสมรสของสามีนัก ทั้งยังมีเครื่องประดับอื่นๆ ที่มองออกว่าราคาคงหลายแสน แม้จะไม่ได้เต็มใจแต่งงาน และรู้ดีว่าคุณหญิงเองก็คงไม่เต็มใจให้หล่อน
บทที่ 3 เงื่อนไขในการหย่า“ผมจะแต่งงานแทนพี่วินเอง” เขารู้ดีว่ามารดารักหน้าตาทางสังคม และศักดิ์ศรีของตนเองเพียงใด ทั้งยังรักมาวินเหนือสิ่งอื่นใด หากมาข่าวเรื่องมาวินหนีงานแต่ง ไม่ใช่เพียงชื่อเสียงวงตระกูล ชื่อเสียงของมาวินก็จะต้องย่อยยับตามไปด้วย เมื่อเทียบกับข่าวการแต่งงานผิดตัว โดยเฉพาะเจ้าบ่าวค
“ว่าไงคะพี่ปุ้ม” สาวใช้ประจำตัวคุณหญิงรจเรศ คลานเข่าเข้ามาใกล้ ด้วยมองเห็นคุณผู้ชายนั่งมองตาปริบๆ อยู่ไม่ไกล สาวผิวแทนป้องปาก ชะโงกหน้ากระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคน“คุณหญิงเรียกหาค่ะ” ดวงตาหวานโศกเบิกกว้าง หันมองบิดา ก่อนหันกลับมากระซิบถาม “เรียกกลอยเหรอคะ”“ใช่ค่ะ รีบไปเถอะค่ะคุณกลอย เ
บทที่ 1 ลูกชัง“วินลูก ชอบชุดที่แม่ซื้อให้ลูกไหมครับ” เสียงอ่อนเสียงหวานของมารดาที่ดังมาจากห้องรับแขกของบ้าน ทำให้ร่างสูงของคนที่กำลังเดินเข้าบ้านชะงัก ‘วาคิน’ แค่นยิ้ม ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยสองขาที่มั่นคงกว่าเดิม ทว่าจังหวะที่กำลังจะเลยผ่านเรื่องน่ารำคาญนั้นไป เสียงร้องทักของพี่ชายก็ดังขึ้นก่อน“







