Share

บทที่ 3

Author: Wabibi
last update publish date: 2026-09-25 16:00:56

"เซี่ยจู สั่งคนขับรถม้า" เสิ่นจือเวยลืมตาขึ้น ประกายในดวงตาแน่วแน่เด็ดขาด "ไปที่หน้าศาลาว่าการสำนักตรวจการอวี้สื่อไถ"

"นายหญิง!" เซี่ยจูเบิกตากว้าง "ที่นั่นเป็นสถานที่ราชการ สตรีไม่สมควรไปด้อมๆ มองๆ นะเจ้าคะ อีกอย่าง... ขุนนางที่นั่นล้วนแต่ดุร้าย โดยเฉพาะใต้เท้ากู้..."

"ข้าไม่ได้ไปด้อมๆ มองๆ" เสิ่นจือเวยจัดแจงแขนเสื้อของตนให้เรียบร้อย "ข้ากำลังไปเจรจาการค้าที่สำคัญที่สุดในชีวิต"

รถม้าเปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้าสู่อวี้สื่อไถซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของพระราชวังหลวง ยิ่งเข้าใกล้สถานที่แห่งนั้น บรรยากาศรอบด้านก็ยิ่งเงียบสงัด ร้านรวงสองข้างทางลดน้อยลง ชาวเมืองที่สัญจรผ่านไปมาต่างเร่งฝีเท้า ไม่กล้าหยุดมองรูปปั้นสิงโตหินสองตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าประตูศาลาว่าการอันน่าเกรงขาม

รถม้าของเสิ่นจือเวยจอดเทียบอยู่ใต้ต้นหลิวใหญ่ฝั่งตรงข้าม นางเลิกผ้าม่านขึ้นเล็กน้อย จับจ้องมองประตูใหญ่ของอวี้สื่อไถ

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม แสงแดดยามบ่ายเริ่มคล้อยต่ำ ลมเย็นเยียบพัดเอากลิ่นดินและใบไม้แห้งลอยมา ในที่สุด ประตูไม้บานใหญ่ก็เปิดออก

เหล่าขุนนางสวมชุดสีเขียวและสีน้ำเงินทยอยกันเดินออกมา ทว่ามีเพียงบุรุษผู้หนึ่งที่เดินแยกตัวออกมาเพียงลำพัง โดยที่ขุนนางคนอื่นต่างทิ้งระยะห่างจากเขาด้วยความยำเกรง

กู้ถิงเหิงสวมชุดขุนนางสีแดงเข้มประจำตำแหน่งขั้นสี่ คาดเข็มขัดประดับหยกเรียบง่าย ไร้ซึ่งถุงหอมหรือเครื่องประดับลวดลายฉูดฉาดใดๆ รูปร่างของเขาสูงใหญ่ ไหล่กว้างตั้งตรงราวกับสนภูเขา ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคาย ทว่ากลับเรียบตึงเยือกเย็นประดุจหยกสลักที่ไร้ชีวิต ดวงตาเรียวยาวของเขามองตรงไปเบื้องหน้า ไม่แวะเวียนสนใจสิ่งรอบกาย กลิ่นอายรอบตัวเขาเต็มไปด้วยความกดดันและอันตราย

เขาคือพญายมแห่งเปี้ยนจิงอย่างแท้จริง

ด้านหลังเขามีองครักษ์ติดตามเพียงสองคน กำลังจูงม้าสีดำทมิฬเดินตามมา

เสิ่นจือเวยสูดลมหายใจเข้าลึก แม้แต่นางที่คุ้นเคยกับการรับมือพ่อค้าหน้าเลือด ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกดดันเมื่อมองบุรุษผู้นี้ แต่นางไม่มีทางเลือกอื่น นางต้องคว้าเกราะป้องกันชิ้นนี้ไว้ให้ได้

"เซี่ยจู รออยู่ในรถ"

นางสั่งสั้นๆ ก่อนจะผลักประตูรถม้าออก ก้าวลงไปยืนบนพื้นถนนหิน

การปรากฏตัวของสตรีในชุดเป้ยจื่อสีฟ้าหม่น ใบหน้างดงามหมดจดทว่าเรียบเฉย ท่ามกลางบรรยากาศหน้าศาลาว่าการ ดึงดูดสายตาของขุนนางหลายคนให้หันมามอง ทว่าเสิ่นจือเวยไม่สนใจสายตาเหล่านั้น นางก้าวเดินตรงไปยังทิศทางที่กู้ถิงเหิงกำลังจะก้าวขึ้นม้า

"ใต้เท้ากู้"

เสียงเรียกของนางใสกระจ่าง ไพเราะทว่าไม่อ่อนหวานจนเกินไป ดังฝ่าความเงียบของถนน

องครักษ์ทั้งสองของกู้ถิงเหิงขยับตัวบังหน้าผู้เป็นนายทันที มือของพวกเขากุมด้ามดาบเตรียมพร้อม ทว่ากู้ถิงเหิงเพียงยกมือขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงห้าม องครักษ์จึงถอยหลบไปด้านข้าง

กู้ถิงเหิงหันมามองนาง ดวงตาสีหมึกของเขากวาดมองเสิ่นจือเวยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ปิ่นปักผมหยกขาวไร้ลวดลาย เสื้อผ้าสีหม่นที่บ่งบอกถึงการเพิ่งพ้นไว้ทุกข์ และใบหน้าที่เชิดขึ้นอย่างไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใด

ไม่มีความประหลาดใจในดวงตาคู่นั้น ไม่มีความขุ่นเคืองที่ถูกสตรีแปลกหน้าเรียกขานหน้าสถานที่ราชการ มีเพียงความนิ่งงันที่ลึกซึ้งจนเสิ่นจือเวยไม่อาจคาดเดาความคิดได้

"ฮูหยินมีธุระอันใดกับเปิ่นกวน" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ ราบเรียบ ไร้ระลอกอารมณ์

เสิ่นจือเวยประสานมือคารวะตามมารยาท "ผู้น้อยเสิ่นจือเวย เถ้าแก่เนี้ยร้านผ้าไหมสกุลเสิ่น มีเรื่องสำคัญยิ่งยวดต้องการหารือกับใต้เท้าเป็นการส่วนตัว ไม่ทราบว่าใต้เท้าพอจะสละเวลาให้ผู้น้อยสักครึ่งเค่อได้หรือไม่เจ้าคะ"

การที่สตรีม่ายเอ่ยปากเชิญบุรุษแปลกหน้าพูดคุยส่วนตัวกลางถนน ถือเป็นการกระทำที่ผิดจารีตอย่างร้ายแรง ขุนนางที่ยืนอยู่ไกลออกไปเริ่มกระซิบกระซาบกัน ทว่าเสิ่นจือเวยยังคงยืนนิ่ง ไม่หลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมา

กู้ถิงเหิงมองเลยนางไปยังรถม้าที่จอดอยู่ใต้ต้นหลิว ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาที่ใบหน้าของนางอีกครั้ง

"เรื่องสำคัญยิ่งยวดของร้านผ้าไหม ควรไปแจ้งที่ว่าการเมือง ไม่ใช่อวี้สื่อไถ" เขาตอบปฏิเสธอย่างเย็นชา เตรียมจะหันหลังกลับ

"มิใช่เรื่องของร้านผ้าไหมเจ้าค่ะ" เสิ่นจือเวยเอ่ยขัดขึ้น เสียงของนางดังพอให้เขาได้ยินเพียงผู้เดียว "แต่เป็นเรื่องความมั่นคงของจวนสกุลกู้ และการตรวจสอบบัญชีเบี้ยหวัดที่ใต้เท้ากำลังปวดหัวอยู่"

คิ้วเข้มของกู้ถิงเหิงกระตุกเพียงนิดเดียว หากไม่สังเกตย่อมมองไม่เห็น นางสืบรู้มาว่าจวนสกุลกู้กำลังขาดแคลนเงินทุนซ่อมแซมหลังคาจวนและจ่ายเบี้ยหวัดบ่าวไพร่เนื่องจากบิดาของเขาเพิ่งนำเงินไปบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่เจียงหนาน

เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาลงกว่าเดิม "บนรถม้าของเจ้าหรือ"

"เจ้าค่ะ" เสิ่นจือเวยผายมือเชิญ

กู้ถิงเหิงไม่พูดสิ่งใดเพิ่มเติม เขาสาวเท้าก้าวยาวๆ ผ่านร่างของนาง ตรงไปยังรถม้าสกุลเสิ่น องครักษ์ของเขาทำท่าจะตามไป แต่เขาปรายตามองเป็นเชิงสั่งให้อยู่รอด้านนอก

เสิ่นจือเวยลอบระบายลมหายใจที่กลั้นไว้ นางเดินตามเขาขึ้นรถม้า เซี่ยจูรีบหลบออกไปรอที่ด้านคนขับ ปล่อยให้พื้นที่ภายในรถม้าตกเป็นของคนทั้งสอง

เมื่อประตูกั้นปิดลง ความเงียบก็โรยตัวปกคลุม พื้นที่ภายในรถม้าแม้จะกว้างขวาง แต่เมื่อมีร่างสูงใหญ่ของกู้ถิงเหิงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เสิ่นจือเวยกลับรู้สึกว่าอากาศหายใจลดน้อยลง กลิ่นหอมจางๆ ของหมึกชั้นดีผสมกับกลิ่นสนเย็นเหยียบแผ่ออกมาจากตัวเขา มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้ลุ่มหลง แต่เป็นกลิ่นที่ทำให้ผู้คนต้องตั้งสติและตื่นตัวตลอดเวลา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 25

    ย่านการค้าทิศตะวันออกของเมืองเปี้ยนจิงยามบ่ายยังคงคึกคักไปด้วยผู้คน รถม้าและเกี้ยวของคหบดีและขุนนางสัญจรไปมาไม่ขาดสาย กลิ่นหอมของแป้งชาดจากร้านเครื่องหอมผสมผสานกับกลิ่นชาชั้นดีจากโรงเตี๊ยมลอยอวลอยู่ในอากาศกู้ถิงเหิงไม่ได้ขี่ม้าเข้าไปอย่างเอิกเกริก เขาสั่งให้เจิ้งอวี่นำม้าไปผูกไว้ที่ตรอกด้านหลัง แล้วเลือกเดินเท้าฝ่าฝูงชนตรงไปยังร้านผ้าไหมอวี้หลาน เขาจงใจสวมเสื้อคลุมสีเข้มทับชุดขุนนางสีแดง เพื่อไม่ให้ดึงดูดสายตาผู้คนมากเกินไปเมื่อเดินมาถึงฝั่งตรงข้ามของร้านผ้าไหม กู้ถิงเหิงหยุดฝีเท้าลงใต้ร่มเงาของกันสาดร้านขายชา เขายืนนิ่งดุจรูปสลักหยก สายตาคมกริบกวาดมองข้ามถนนไปยังภายในร้านอวี้หลานที่เปิดประตูโล่งต้อนรับลูกค้าที่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลวดลาย เสิ่นจือเวยยืนอยู่ตรงนั้นนางสวมชุดเป้ยจื่อสีพลัมอ่อนขับผิวให้ดูขาวกระจ่าง ทรงผมเกล้ามวยประดับปิ่นหยกขาวดอกอวี้หลานที่เขามอบให้ ใบหน้างดงามกำลังแย้มยิ้มบางๆ ขณะเจรจาการค้ากับลูกค้าที่เป็นฮูหยินขุนนาง นิ้วมือเรียวยาวของนางคลี่ม้วนผ้าไหมสีปีกแมลงทับทิมออกให้ลูกค้าชม ท่วงท่าของนางพลิ้วไหว งดงาม และเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้นกู้ถิงเหิงทอดมอ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 24

    ทว่าความเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบแต่พยายามรักษาความเบาบาง เจิ้งอวี่ องครักษ์คนสนิทในชุดสีเข้ม ผลักประตูเข้ามาและรีบปิดลงอย่างมิดชิด ก่อนจะประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมกู้ถิงเหิงไม่ได้ละสายตาจากฎีกาตรงหน้า "มีเรื่องอันใด หากเป็นรายงานจากกรมราชทัณฑ์เรื่องจ้าวผิง ให้วางไว้บนโต๊ะมุมขวา""มิใช่เรื่องของจ้าวผิงขอรับนายท่าน" เจิ้งอวี่ลดเสียงลงเล็กน้อย "เป็นรายงานจากสายข่าวที่จวนสกุลกู้ขอรับ"พู่กันในมือของพญายมแห่งอวี้สื่อไถชะงักค้างอยู่กลางอากาศ หยดน้ำหมึกสีดำหยดลงบนกระดาษจนเกิดเป็นรอยด่าง ทว่าเขาไม่ได้สนใจมัน ดวงตาคมกริบตวัดขึ้นมององครักษ์คนสนิททันที"เกิดอะไรขึ้นที่เรือน" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงความกดดันที่ทำให้ผู้ฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย"เมื่อราวหนึ่งชั่วยามก่อน ฮูหยินผู้เฒ่าให้คนไปเชิญฮูหยินจากเรือนตะวันออกไปพบที่เจิ้งถังขอรับ" เจิ้งอวี่รายงานอย่างรวดเร็ว "สายข่าวแจ้งว่า มีแม่สื่อจากตระกูลสวี ขุนนางระดับหก นำรูปวาดของคุณหนูสามตระกูลสวีมาให้ฮูหยินผู้เฒ่าเลือกดู ฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจจะใช้จารีตเรื่องทายาทบีบให้ฮูหยินยอมรับคุณหนูสามเข้ามาเป็นอนุภรรยาของนายท่านขอรับ"อ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 23

    เสิ่นจือเวยก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดินหินด้วยฝีเท้าที่เร็วกว่าปกติ ลมวสันต์ที่พัดมาปะทะใบหน้าไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนผ่าวบนพวงแก้มของนางลงได้เลยเมื่อนางกลับมาถึงห้องรับรองในเรือนตะวันออก นางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หวงฮวาหลี วางตำรากฎหมายลงบนโต๊ะ ก่อนจะยกมือขึ้นทาบบนหน้าอกซ้ายของตนเองหัวใจของนางยังคงเต้นรัวแรงผิดจังหวะ ฝ่ามือทั้งสองข้างชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบภาพดวงตาสีหมึกที่เต็มไปด้วยความกดดันและหวงแหนของเขายังคงสลักแน่นอยู่ในห้วงความคิด ความใกล้ชิดที่ชวนให้หายใจไม่ออก กลิ่นสนและกลิ่นชาที่โอบล้อมรอบตัวนาง... ทุกอย่างช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ของขุนนางผู้เคร่งขรึมและเยือกเย็นที่นางเคยประเมินไว้กู้ถิงเหิงมีมุมที่ซ่อนเร้น เขาไม่ได้ไร้อารมณ์ความรู้สึกดุจหยกสลักอย่างที่แสดงออก กล่องไม้ใบนั้นคือความลับที่สามารถสั่นคลอนความเยือกเย็นของพญายมผู้นี้ได้อย่างรุนแรงใบเทียบดวงชะตาสมรส... เสิ่นจือเวยขบคิดอย่างหนัก ของสตรีใดกัน ที่ทำให้เขาต้องเก็บซ่อนไว้ลึกซึ้งถึงเพียงนั้น สตรีที่เขาเคยรักแต่ไม่อาจสมหวังงั้นหรือ?หากเป็นเช่นนั้นจริง นางควรจะรู้สึกโล่งใจ เพราะนั่นหมายความว่าเขามีคนที่อยู่ในใจอยู่แ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 22

    เมื่อกล่องไม้หายวับไปจากสายตา กู้ถิงเหิงจึงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมกริบของเขากดต่ำลง จับจ้องมองมาที่ใบหน้าของสตรีที่ยืนพิงชั้นหนังสืออยู่ความเงียบที่โรยตัวอยู่ระหว่างคนทั้งสองนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงตวาดด่าเสิ่นจือเวยพยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติ นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ใช้ความหยิ่งทะนงของเถ้าแก่เนี้ยมาเป็นเกราะกำบังความสั่นไหวในดวงตา "ข้า... ข้าขออภัยใต้เท้า ข้าเพียงเข้ามาหาตำรากฎหมายพาณิชย์ ไม่ทันระวังจึงปัดโดนสิ่งของของท่านหล่น ข้าไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง..."คำแก้ตัวของนางขาดหายไปในลำคอ เมื่อกู้ถิงเหิงขยับตัวเข้ามาใกล้อีกนิดระยะห่างระหว่างพวกเขาบัดนี้ใกล้ชิดจนเกินควร ใกล้จนนางสามารถมองเห็นแพขนตาหนาของเขา ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากแผงอกกว้าง และใกล้จนนางได้กลิ่นชาจางๆ ที่ลอยอวลมาจากลมหายใจของเขามือข้างหนึ่งของกู้ถิงเหิงยกขึ้น วางทาบลงบนขอบชั้นหนังสือในระดับสายตาของนาง ปิดกั้นทางหนีฝั่งขวาอย่างสมบูรณ์ ท่วงท่านี้คล้ายคลึงกับการกักขัง ทว่ากลับไม่ได้สัมผัสโดนตัวนางแม้แต่ปลายผม"เปิ่นกวนเคยบอกบ่าวไพร่ไว้ชัดเจน" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแห

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 21

    "เจอแล้ว" รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนางทว่าตำราเล่มนั้นถูกอัดแน่นอยู่ระหว่างหนังสือเล่มหนาอีกสองเล่ม เสิ่นจือเวยต้องออกแรงดึงเล็กน้อย นางเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อเพิ่มแรง ทว่าจังหวะที่หนังสือหลุดพรวดออกมาจากช่องว่างนั้น ข้อศอกของนางที่สวมทับด้วยแขนเสื้อเป้ยจื่อกว้างๆ กลับไปปัดโดนบางสิ่งบนชั้นหนังสือที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในกึก... เคร้ง!เสียงวัตถุบางอย่างร่วงหล่นกระแทกพื้นกระดานไม้ดังสนั่นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องชูฝางเสิ่นจือเวยสะดุ้งสุดตัว นางรีบก้าวลงจากม้านั่งไม้ หันขวับไปมองที่พื้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงสิ่งที่ร่วงหล่นลงมาไม่ใช่ตำรา แต่เป็น 'กล่องไม้' ขนาดเท่าฝ่ามือใบหนึ่งมันคือกล่องไม้ที่ทำจากไม้จันทน์แดงเนื้อดี ทว่าสิ่งที่สะดุดตานางในฐานะแม่ค้าที่คุ้นเคยกับการประเมินคุณภาพสินค้าคือ ร่องรอยบนตัวกล่องกล่องไม้ใบนี้ไม่ใช่ของใหม่ มุมทั้งสี่ด้านของมันมีรอยสึกหรอและมนโค้ง บ่งบอกว่ามันถูกหยิบจับและลูบคลำมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตัวล็อกทองเหลืองด้านหน้ามีคราบสนิมสีเขียวจางๆ เกาะอยู่ และที่สำคัญ... บนฝากล่องมีฝุ่นบางๆ เกาะอยู่ บ่งชี้ว่ามันถูกซ่อนเก็บไว้ในซอกลึกสุด

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 20

    "การค้าก็คือสงครามที่ไร้หยาดเลือด" เสิ่นจือเวยจิบชาเพียงเล็กน้อย รสชาติฝาดเฝื่อนของชาปลุกให้สติของนางแจ่มใสขึ้น "ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาปล้นหยาดเหงื่อของตระกูลเสิ่น ข้าจำได้ว่ากฎหมายพาณิชย์ของต้าซ่งมีหมวดที่ระบุถึงสิทธิ์ของทายาทสตรีในการสืบทอดสัญญาคู่ค้า ทว่าข้าต้องตรวจสอบตัวอักษรให้แน่ชัดทุกบรรทัด ก่อนจะให้จื่อรุ่ยร่างหนังสือตอบโต้กลับไป"นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ "เซี่ยจู ในห้องหนังสือที่เรือนของข้า มีตำรากฎหมายการค้าต้าซ่งหรือไม่"สาวใช้ขมวดคิ้วคิดชั่วครู่ก่อนจะส่ายหน้า "ตอนที่เราย้ายสินเดิมมาจากตระกูลหลี่ ตำราส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ที่นั่นเจ้าค่ะ นายหญิงนำมาเพียงสมุดบัญชีและบันทึกการค้าเท่านั้น หากต้องการตำรากฎหมาย บ่าวจะให้คนไปหาซื้อที่ตลาดหนังสือให้เดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ""กว่าจะหาซื้อและนำกลับมา คงเสียเวลาไปค่อนวัน" เสิ่นจือเวยปฏิเสธ นิ้วเรียวเคาะลงบนขอบโต๊ะอย่างใช้ความคิด ก่อนที่สายตาของนางจะเบนกลับไปทางชูฝางของเรือนหลักอีกครั้ง "ใต้เท้ากู้เป็นขุนนางสำนักตรวจการ ในห้องหนังสือของเขาย่อมต้องมีตำรากฎหมายทุกหมวดของต้าซ่งอย่างครบถ้วนแน่นอน"เซี่ยจูเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย "นายหญิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status