Share

บทที่ 11

Author: XueXiangXiang
last update Last Updated: 2026-02-18 00:11:47

แสงอาทิตย์ยามเช้าตรู่ของวันใหม่ค่อยๆ คืบคลานผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างไม้เก่าคร่ำครึ สาดส่องเข้ามาภายในห้องเช่าแคบๆ ที่ยังคงมีไอความเย็นจากค่ำคืนหลงเหลืออยู่ อากาศภายในห้องนิ่งสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนบาง

ซู่ชิงลืมตาตื่นขึ้นก่อนที่นาฬิกาปลุกในจินตนาการจะทำงานเสียอีก ความกังวลและความคาดหวังที่ผสมปนเปกันทำให้เธอไม่อาจข่มตานอนต่อได้ สิ่งแรกที่เธอทำไม่ใช่การลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน แต่เป็นการดีดตัวลุกจากเตียงแล้วพุ่งตรงไปยังมุมห้อง... ที่ซึ่งหม้อเหล็กใบเก่าตั้งสงบนิ่งอยู่บนพื้น

หัวใจของเธอเต้นรัวแรงราวกับกลองศึก ขณะที่มือเรียวค่อยๆ เอื้อมไปเปิดฝาหม้อออก

วูบ...

ทันทีที่ฝาหม้อถูกยกขึ้น กลิ่นหอมสดชื่นของมะนาวสังเคราะห์ก็ลอยฟุ้งออกมาแตะจมูก กลบกลิ่นอับชื้นของห้องและกลิ่นหืนของไขมันสัตว์ที่เคยตลบอบอวลเมื่อคืนจนหมดสิ้น มันเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสะอาดและกระฉับกระเฉงอย่างน่าประหลาด

ซู่ชิงก้มลงมองผลลัพธ์ในหม้อด้วยสายตาที่เป็นประกาย ของเหลวข้นหนืดเมื่อคืนนี้ บัดนี้ได้เกิดกระบวนการเซ็ตตัวอย่างสมบูรณ์แบบตามหลักการทางเคมีฟิสิกส์ การลดลงของอุณหภูมิทำให้โครงสร้างผลึกของเกลือกรดไขมันจัดเรียงตัวกันใหม่ ผสานกับเม็ดทรายที่กระจายตัวอยู่อย่างสม่ำเสมอ จนกลายเป็นเนื้อครีมสีขาวขุ่นอมเหลืองนวลที่ดูเนียนละเอียดและแน่นตัว

เธอใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปบนพื้นผิวของครีมเบาๆ สัมผัสที่ได้รับคือความนุ่มนวลแต่มีความต้านทานมือเล็กน้อย ไม่แข็งกระด้างจนแคะไม่ออกเหมือนสบู่ก้อน และไม่เหลวเป๋วเหมือนน้ำยาล้างจาน มันคือเนื้อสัมผัสที่สมบูรณ์แบบสำหรับการตักมาถูมือ

"สวยงาม..." ซู่ชิงพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ซีดเซียว

"ปฏิกิริยาสมบูรณ์แบบ ค่า pH น่าจะลดลงมาอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อผิวหนังแล้ว และเม็ดทรายก็แขวนลอยอยู่ในเนื้อครีมได้ดี ไม่ตกตะกอนนอนก้น"

ในฐานะนักวิจัย เธอรู้ดีว่าความสำเร็จในห้องแล็บเป็นเพียงก้าวแรก แต่สำหรับเหวินซู่ชิงผู้กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด หม้อใบนี้ไม่ได้บรรจุแค่ครีมล้างมือ แต่มันบรรจุอนาคตของเธอกับลูกเอาไว้

แม้จะมั่นใจในสูตรเคมีของตนเองเพียงใด แต่ซู่ชิงผู้มีความละเอียดรอบคอบก็ไม่ยอมปล่อยผ่านไปโดยปราศจากการทดสอบขั้นสุดท้ายเธอเดินไปที่เตาอั้งโล่ ใช้นิ้วปาดคราบเขม่าสีดำสนิทที่เกาะอยู่ตามขอบเตามาป้ายลงบนหลังมือของตัวเองอีกครั้ง จงใจถูให้คราบดำฝังลึกลงไปในร่องผิวหนังเพื่อจำลองสถานการณ์จริงของช่างซ่อมรถ

จากนั้นเธอตักครีมในหม้อขึ้นมาประมาณปลายนิ้วก้อย ป้ายลงบนคราบสกปรก แล้วเริ่มถูวนเบาๆ โดยไม่ต้องใช้น้ำ

ความรู้สึกสากๆ ของเม็ดทรายที่ทำหน้าที่เป็นตัวขัด ช่วยงัดแงะคราบคาร์บอนที่ฝังแน่นให้หลุดออกมา ในขณะที่เนื้อสบู่เข้มข้นทำหน้าที่เป็นตัวประสาน ห่อหุ้มคราบน้ำมันเอาไว้ เพียงแค่ถูไม่กี่วินาที คราบดำก็หลุดร่อนออกมากลายเป็นก้อนสีเทาๆ เมื่อเธอใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดออก ผิวหนังบริเวณนั้นก็สะอาดเกลี้ยงเกลา แถมยังนุ่มชุ่มชื้นจากกลีเซอรีนธรรมชาติที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต

"ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม..." ซู่ชิงพยักหน้าพอใจ

"สินค้าตัวนี้แก้ปัญหาใหญ่ของช่างได้แน่นอน"

แต่ทว่า... เมื่อความดีใจจางหายไป ปัญหาใหม่ที่ใหญ่หลวงไม่แพ้กันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

"แล้วฉันจะเอาอะไรใส่มันไปขาย?"

ซู่ชิงกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า เธอไม่มีภาชนะบรรจุภัณฑ์เลยสักชิ้น เงินทุนก้อนสุดท้ายที่มีอยู่ถูกใช้ไปกับการซื้อวัตถุดิบจนเกือบหมด เหลือติดตัวอยู่เพียงไม่กี่หยวน ซึ่งต้องเก็บไว้เป็นค่าอาหารและค่าเช่าห้อง การจะไปซื้อกระปุกพลาสติกใหม่จากโรงงานหรือร้านค้าส่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในสถานการณ์ทางการเงินที่วิกฤตเช่นนี้

"สินค้าดีแค่ไหน ถ้าไม่มีภาชนะใส่ ก็ขายไม่ได้" ซู่ชิงขมวดคิ้วมุ่น สมองเริ่มคำนวณต้นทุนและความเป็นไปได้

"ถ้าจะใส่ถุงพลาสติก มันก็จะดูราคาถูกและใช้งานยาก แต่ถ้าจะซื้อกระปุกใหม่ ต้นทุนก็จะพุ่งสูงเกินไป... ฉันต้องหาทางออกที่ต้นทุนเป็นศูนย์"

สายตาของเธอเหลือบไปเห็นขวดน้ำปลาเก่าๆ ที่มุมห้อง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว... การรีไซเคิลหรือการนำกลับมาใช้ใหม่ คือทางออกเดียวของคนจนที่อยากจะรวย

หลังจากปลุกอาอวี๋และจัดการมื้อเช้าแบบง่ายๆ ด้วยหมั่นโถวแห้งๆ ที่เหลือ ซู่ชิงก็จูงมือลูกสาวเดินออกจากห้องเช่า มุ่งหน้าสู่ย่านการค้าและตลาดสดอีกครั้ง แต่เป้าหมายของเธอในวันนี้ไม่ใช่การซื้อของ แต่เป็นการขอและเก็บ

"แม่จ๋า เราจะไปไหนคะ?" อาอวี๋ถามพลางเดินเตาะแตะตามแรงจูงของแม่

"เราจะไปหาบ้านให้ครีมวิเศษของเราอยู่จ้ะ" ซู่ชิงตอบพร้อมรอยยิ้มที่พยายามกลบเกลื่อนความขัดเขินในใจ

ซู่ชิงพาอาอวี๋เดินลัดเลาะไปตามหลังร้านขายของชำและร้านอาหาร เธอหยุดยืนอยู่ที่กองขยะด้านหลังร้านขายโชห่วยแห่งหนึ่ง ซึ่งมีลังใส่ขวดแก้วและกระปุกเปล่าวางระเกะระกะอยู่

ความรู้สึกอับอายแล่นพล่านขึ้นมาในใจของอดีตนักวิจัยผู้สูงศักดิ์ เธอต้องมาก้มหน้าคุ้ยขยะหาของเหลือใช้เพื่อประทังชีวิต แต่เมื่อนึกถึงหน้าของลูกสาวและความสำเร็จที่รออยู่ข้างหน้า เธอก็สะบัดความอายนทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ แต่ความหน้าด้านในทางสุจริตจะทำให้เธอรอด

"เถ้าแก่คะ..." ซู่ชิงเดินเข้าไปหาเจ้าของร้านที่กำลังยกของอยู่

"ขวดแยมเก่าๆ กับกระปุกพวกนั้น... เถ้าแก่จะทิ้งเหรอคะ? ถ้าไม่ใช้แล้ว ฉันขอรับไปได้ไหมคะ?"

เถ้าแก่ร้านของชำเงยหน้ามองหญิงสาวที่แต่งตัวมอมแมมแต่พูดจาฉะฉาน เขามองกองขวดแก้วที่รกหูรกตามานานแล้วโบกมือไล่

"เอาไปสิ! เอาไปให้หมดเลยยิ่งดี ฉันขี้เกียจขนไปทิ้ง เกะกะร้านจะตาย"

"ขอบคุณค่ะ! ขอบคุณมากค่ะ!" ซู่ชิงรีบยกมือไหว้ขอบคุณราวกับได้รับทองคำ

เธอและอาอวี๋ช่วยกันคัดเลือกขวดแก้วปากกว้างเช่น ขวดแยมผลไม้ ขวดเต้าหู้ยี้ ขวดผักดอง และกระปุกพลาสติกหนาๆ ที่สภาพยังดี ไม่แตกร้าว แม้ภายนอกจะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเหนียวและฝุ่นดิน แต่โครงสร้างยังแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้

"อันนี้สวยจังเลยค่ะแม่" อาอวี๋ชูขวดแยมรูปทรงแปลกตาให้แม่ดู

"ตาถึงนะเรา" ซู่ชิงชมลูกสาว พลางหยิบขวดนั้นใส่ถุงกระสอบเก่าๆ ที่เตรียมมา วันนี้เธอได้ขวดแก้วและกระปุกพลาสติกมาเกือบ 15 ใบ เพียงพอสำหรับการบรรจุสินค้าล็อตแรก

สำหรับคนอื่น นี่คือกองขยะ แต่สำหรับซู่ชิง นี่คือทรัพยากรต้นทุนต่ำที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตของเธอให้เหลือต่ำที่สุด เพื่อเพิ่มกำไรส่วนต่างให้มากที่สุด

เมื่อกลับมาถึงห้องเช่า ซู่ชิงเปลี่ยนพื้นที่หน้าห้องน้ำรวมให้กลายเป็นสายการผลิตย่อยสำหรับการทำความสะอาดบรรจุภัณฑ์

เธอนำกะละมังใบเล็กมารองน้ำจนเต็ม แล้วเทเศษสบู่ก้อนเล็กๆ ที่เหลือใช้ลงไปตีจนเกิดฟองฟูฟ่อง จากนั้นนำขวดแก้วและกระปุกทั้งหมดลงไปแช่เพื่อให้คราบกาวจากฉลากเก่าและคราบอาหารที่ติดอยู่หลุดออกได้ง่ายขึ้น

"อาอวี๋ มาช่วยแม่เล่นฟองสบู่เร็ว" ซู่ชิงเรียกลูกสาว

อาอวี๋วิ่งเข้ามาตาเป็นประกาย สำหรับเด็กน้อยที่ไม่มีของเล่นราคาแพง ฟองสบู่ในกะละมังคือความมหัศจรรย์ เธอเอามือจุ่มลงไปตีน้ำเล่น หัวเราะคิกคักเมื่อฟองสบู่ลอยขึ้นมาเกาะจมูก

"ฮ่าๆๆ แม่ดูสิคะ มันบินได้ด้วย!" เสียงหัวเราะสดใสของลูกสาวช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าในใจของซู่ชิงไปจนหมดสิ้น

ในขณะที่ลูกเล่นสนุก ซู่ชิงรับหน้าที่หนักในการขัดถู เธอใช้ใยบวบเก่าๆ ขัดคราบกาวเหนียวหนึบออกจากผิวขวดอย่างใจเย็นและพิถีพิถัน ทุกซอกทุกมุมต้องสะอาดปราศจากสิ่งปนเปื้อน

"ความสะอาดคือหัวใจสำคัญ" เธอย้ำกับตัวเอง ขาดความน่าเชื่อถือเรื่องบรรจุภัณฑ์ได้ แต่จะขาดสุขอนามัยไม่ได้เด็ดขาด เพราะสินค้าของเธอมีส่วนผสมของไขมันสัตว์ หากภาชนะไม่สะอาด แบคทีเรียอาจเติบโตและทำให้ครีมเน่าเสียก่อนจะถึงมือลูกค้า

หลังจากขัดล้างจนใสปิ๊ง ซู่ชิงนำขวดแก้วทั้งหมดไปต้มในน้ำเดือดบนเตาอั้งโล่เป็นเวลา 15 นาที เพื่อฆ่าเชื้อโรคและสปอร์ของแบคทีเรีย ส่วนฝาพลาสติกที่ต้มไม่ได้ เธอลวกด้วยน้ำร้อนจัดแล้วเช็ดให้แห้งสนิททันทีด้วยผ้าสะอาดที่ต้มฆ่าเชื้อแล้ว

ไอน้ำร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาจากหม้อต้มขวด ทำให้ห้องเล็กๆ อบอุ่นขึ้น ซู่ชิงมองดูขวดแก้วที่เรียงรายผึ่งแห้งอยู่บนผ้าปูโต๊ะ แม้พวกมันจะมีรูปทรงไม่เหมือนกันเลยสักใบ บ้างสูง บ้างเตี้ย บ้างกลม บ้างเหลี่ยม แต่มันคือความภาคภูมิใจในความพยายามของเธอ

ขั้นตอนสุดท้ายคือการบรรจุ ซู่ชิงรอจนขวดแห้งสนิทและเย็นตัวลง เพื่อป้องกันไม่ให้ไอน้ำควบแน่น (Condensation) ภายในขวดซึ่งอาจทำให้เกิดเชื้อราได้

เธอยกหม้อครีมล้างมือมาวางตรงกลาง ใช้ช้อนสแตนเลสตักเนื้อครีมสีขาวขุ่นใส่ลงในขวดแก้วทีละช้อนๆ อย่างระมัดระวัง พยายามไม่ให้เลอะขอบปากขวด

"หนึ่ง... สอง... สาม..."

ซู่ชิงเคาะก้นขวดกับฝ่ามือเบาๆ เป็นระยะ เพื่อไล่ฟองอากาศที่แทรกอยู่ข้างในออก ทำให้เนื้อครีมแน่นเต็มขวดและดูสวยงามน่าใช้

เมื่อตักจนเต็มขวด เธอใช้หลังช้อนปาดหน้าครีมให้เรียบเนียน แล้วปิดฝาเกลียวให้แน่นสนิท

ทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งครีมในหม้อหมดเกลี้ยง เธอได้สินค้าล็อตแรกออกมาทั้งหมด 10 กระปุก

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือขวดแก้วและกระปุกพลาสติกหลากสีหลายทรงที่วางเรียงรายกันอยู่ ดูไม่เหมือนสินค้าอุตสาหกรรมที่ผลิตจากโรงงานมาตรฐานเลยแม้แต่น้อย มันดูบ้านๆ ดูเหมือนของทำมือราคาถูกที่ไม่มีฉลากยี่ห้อ ไม่มีโลโก้สวยหรู

ซู่ชิงหยิบขวดหนึ่งขึ้นมาพิจารณา แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบเนื้อครีมในขวดแก้วใส เผยให้เห็นเนื้อเนียนละเอียดที่มีเม็ดทรายเล็กๆ กระจายตัวอยู่อย่างงดงามราวกับอัญมณีในหินผา

"หน้าตาแกอาจจะขี้เหร่ไปหน่อยนะเจ้าหนู..." ซู่ชิงกระซิบกับขวดในมือ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "แต่ข้างในของแก... ฉันกล้ารับประกันว่าคุณภาพระดับโลก"

เธอหันไปมองอาอวี๋ที่นอนหลับกอดตุ๊กตาผ้าเก่าๆ อยู่บนเตียงหลังจากการเล่นน้ำจนเหนื่อย

"10 กระปุกนี้... คือก้าวแรกของอาณาจักรเรา"

ซู่ชิงนำขวดทั้งหมดใส่ลงในตะกร้าสานใบเก่า เตรียมพร้อมสำหรับการออกศึกในวันพรุ่งนี้ วันที่เธอจะนำอัญมณีในตมชิ้นนี้ไปพิสูจน์คุณค่าต่อสายตาชาวโลก สินค้าชิ้นแรกเสร็จสมบูรณ์แล้ว... ต่อไปคือบททดสอบของการเป็นแม่ค้าที่แท้จริง
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 86

    "ทำไมฉันถึงโง่แบบนี้!" เจียงมู่หยางก่นด่าตัวเองด้วยความเจ็บใจ "ทำไมฉันไม่เคยเอะใจเลยว่าการไปของฉันทิ้งอะไรไว้เบื้องหลังบ้าง!"เขาคิดย้อนกลับไปถึงจดหมายที่ซู่ชิงเคยส่งไปที่ค่ายทหารเมื่อ 4 ปีก่อน... จดหมายที่เขาไม่เคยแกะอ่านเพราะยุ่งอยู่กับภารกิจ หรือบางทีอาจจะถูกคนของหนานกงหลานดักจับไปทำลายในจดหมาย

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 85

    ความมืดมิดภายในห้องโดยสารของรถจี๊ปทหารเปรียบเสมือนถ้ำที่เงียบสงบ ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกอย่างสิ้นเชิง หลังจากที่ เจียงมู่หยาง พาตัวเองกลับเข้ามานั่งหลังพวงมาลัยได้สำเร็จ เขาก็ทิ้งร่างอันใหญ่โตและเหนื่อยล้าพิงลงกับเบาะหนังเทียมที่เย็นเฉียบ เสียงลมหายใจของเขาดัง เฮือก... เฮือก... ประสานกับเสียงเครื

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 84

    "แล้วคุณลุงก็หายไป..."ซู่ชิงผละออกจากลูกสาว แล้วลุกขึ้นยืนกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณเกิดเหตุอย่างละเอียดภาพที่เห็นคือความโกลาหลที่เริ่มคลี่คลาย รถบรรทุกคันก่อเหตุยังจอดสนิทอยู่กลางถนน คนขับรถยืนหน้าซีดเผือดให้การกับตำรวจจราจรที่เพิ่งมาถึง ไทยมุงบางส่วนเริ่มทยอยแยกย้ายกันไปเมื่อเห็นว่าไม่มีใครตายแต

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 83

    ม่านฝุ่นควันสีขาวขุ่นที่เกิดจากการเสียดสีของยางรถยนต์กับพื้นถนนลาดยางเริ่มจางลง เผยให้เห็นภาพที่บีบหัวใจของผู้ที่พบเห็น บนฟุตบาทริมถนนที่ร้อนระอุด้วยไอร้อนจากแสงแดดยามบ่าย ร่างของหญิงสาวในชุดทำงานที่เปรอะเปื้อนฝุ่นกำลังคุกเข่ากอดร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศซู่ชิงหอ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 82

    การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและลื่นไหลราวกับเงาผี จนกระทั่งไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่าฮีโร่ผู้ช่วยชีวิตเด็กได้หายตัวไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยการไถลบนพื้นและความว่างเปล่าเจียงมู่หยางยืนแนบหลังพิงเสาไฟฟ้า กัดฟันข่มความเจ็บปวดจากบาดแผลที่เริ่มประท้วง แต่สายตาของเขายังคงชะโงกแอบมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 81

    ม่านฝุ่นสีขาวขุ่นที่เกิดจากการเสียดสีอย่างรุนแรงระหว่างยางรถยนต์กับพื้นถนนลาดยางยังคงลอยฟุ้งคว้างอยู่ในอากาศ บดบังทัศนวิสัยเบื้องหน้าให้ดูเลือนรางราวกับภาพฝันร้าย กลิ่นไหม้ของยางที่เกิดจากความร้อนสูงฉุนกึกจนแสบจมูก ผสมปนเปไปกับกลิ่นน้ำมันดีเซลและกลิ่นความตายที่เพิ่งเฉียดผ่านไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปดท่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status