Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2026-02-15 18:09:15

ความมืดมิดอันยาวนานของค่ำคืนเริ่มเจือจางลงเมื่อกงล้อแห่งกาลเวลาหมุนเข้าสูรุ่งอรุณ แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องลงมาจากทิศตะวันออกเริ่มแทรกซึมผ่านรอยตะเข็บและรูรั่วเล็กๆ ของผ้าใบคลุมรถบรรทุก ก่อให้เกิดลำแสงสีทองพาดผ่านความมืดสลัวภายในกระบะท้าย

ซู่ชิงที่ผล็อยหลับไปเพียงชั่วครู่ด้วยความอ่อนเพลียสะดุ้งตื่นขึ้นทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเฉื่อยที่เหวี่ยงร่างของเธอไปด้านหน้า ตามด้วยแรงกระชากเบาๆ เมื่อรถบรรทุกชะลอความเร็วลงและหยุดสนิท เสียงเครื่องยนต์ดีเซลที่เคยคำรามกึกก้องตลอดคืนค่อยๆ เบาลงจนเหลือเพียงเสียงเดินเบาที่สั่นเครือ ก่อนจะดับวูบไปในที่สุด

ความเงียบที่เข้ามาแทนที่ไม่ได้อยู่ยาวนาน เพราะในวินาทีต่อมา เสียงอื้ออึงของโลกภายนอกก็แทรกผ่านเข้ามา มันคือเสียงของชีวิตที่ซู่ชิงโหยหา... เสียงตะโกนโหวกเหวกของพ่อค้าแม่ค้า เสียงล้อรถเข็นบดไปกับพื้นถนนขรุขระ เสียงไก่ขัน และเสียงจอแจของผู้คนนับร้อย

"ถึงแล้วสินะ..." ซู่ชิงพึมพำกับตัวเอง พลางขยับตัวที่แข็งเกร็งจากการนอนคดคู้มาหลายชั่วโมง ข้อต่อกระดูกส่งเสียงลั่นกรอบแกรบ เธอรีบหันไปดูอาอวี๋ที่นอนซุกอยู่ข้างตะกร้าผักกาดขาว

เด็กน้อยขยับตัวยุกยิก เปลือกตาบางใสค่อยๆ ปรือขึ้น แสงสว่างที่ลอดเข้ามาทำให้เธอต้องหยีตาด้วยความไม่คุ้นชิน

"แม่จ๋า... เช้าแล้วเหรอคะ? ถึงบ้านหรือยัง?" เสียงของอาอวี๋แหบแห้งจากการขาดน้ำ

ซู่ชิงเอามือแตะริมฝีปากลูกสาวเบาๆ เป็นสัญญาณให้เงียบ

"ชู่ว... เราถึงที่ปลอดภัยแล้วลูก แต่เรายังต้องเล่นซ่อนแอบต่ออีกนิดนะ อย่าเพิ่งส่งเสียงดัง"

กลิ่นที่ลอยเข้ามาไม่ใช่กลิ่นดอกไม้ในสวนตระกูลเจียง แต่เป็นกลิ่นคาวปลาสด กลิ่นผักเน่า กลิ่นควันถ่านหิน และกลิ่นเหงื่อไคลของผู้คน สำหรับคนทั่วไปอาจมองว่าเป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ แต่สำหรับซู่ชิงในเวลานี้ มันคือกลิ่นของอิสรภาพและโอกาสที่เธอจะต้องไขว่คว้ามันไว้

ซู่ชิงขยับตัวไปที่ท้ายรถอย่างระมัดระวัง พยายามถ่ายเทน้ำหนักตัวลงที่ปลายเท้าเพื่อไม่ให้พื้นกระบะไม้ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด เธอแง้มชายผ้าใบขึ้นเล็กน้อยเพียงพอให้สายตาข้างหนึ่งมองลอดออกไปได้ เพื่อประเมินสถานการณ์

ภาพที่เห็นคือลานจอดรถด้านหลังตลาดสดขนาดใหญ่ รถบรรทุกของพวกเธอจอดเทียบท่าอยู่กับรถขนส่งสินค้าคันอื่นๆ คนขับรถบรรทุกและเด็กรถเพิ่งกระโดดลงจากห้องโดยสาร พวกเขาเดินอ้อมไปด้านหน้าเพื่อทักทายกับยามเฝ้าตลาดและจุดบุหรี่สูบ ควันสีเทาลอยฟุ้งขึ้นไปในอากาศ

"จังหวะนี้แหละ..." ซู่ชิงคำนวณเวลาในใจ คนขับรถจะใช้เวลาสูบบุหรี่และคุยธุระอย่างน้อย 3-5 นาที ก่อนจะเดินกลับมาเปิดฝาท้ายเพื่อขนของลง นี่คือจุดบอดของการระวังป้องกันที่เธอต้องใช้ให้เป็นประโยชน์

"อาอวี๋ เกาะแม่ให้แน่นนะ" ซู่ชิงกระชับกอดลูกสาวไว้แนบอก แล้วใช้มืออีกข้างผลักผ้าใบให้เปิดออกกว้างพอที่ตัวจะลอดผ่านได้

เธอหย่อนขาลงไปก่อน สัมผัสถึงกันชนท้ายรถ แล้วทิ้งน้ำหนักตัวลงสู่พื้นดิน โดยงอเข่าเพื่อดูดซับแรงกระแทก ทำให้เกิดเสียงดังเพียงแค่ตุบเบาๆ ซึ่งถูกกลบด้วยเสียงจอแจของตลาดไปจนหมด

ทันทีที่เท้าแตะพื้น ซู่ชิงไม่ได้ยืนนิ่งให้ใครสังเกตเห็น เธอรีบดึงฮู้ดของเสื้อคลุมตัวเก่าขึ้นมาคลุมศีรษะเพื่อบดบังใบหน้าและบาดแผล แล้วเดินก้มหน้ากึ่งวิ่งพาอาอวี๋แทรกตัวเข้าไปในช่องว่างระหว่างแผงขายของและกองลังไม้

เธอใช้วิชาพรางตัวในฝูงชนโดยปรับเปลี่ยนท่าทางการเดินให้ดูห่อไหล่และเหนื่อยล้าเหมือนชาวบ้านทั่วไปที่มาจับจ่ายซื้อของ ไม่สบตาใคร และทำตัวให้กลมกลืนไปกับกระแสของผู้คน การทำตัวให้เป็นสีเทาคือวิธีที่ดีที่สุดในการหลบซ่อนท่ามกลางสายตานับร้อยคู่

เมื่อเดินลัดเลาะออกมาจากโซนขนส่งสินค้าเข้าสู่ตัวตลาด ภาพของเมืองจือปั๋วในปี ค.ศ. 1985 ก็ปรากฏแก่สายตาของซู่ชิงอย่างชัดเจน ราวกับเธอได้เดินข้ามอุโมงค์กาลเวลา

บรรยากาศรอบตัวช่างแตกต่างจากโลกอนาคตปี 2026 ที่เธอจากมาอย่างสิ้นเชิง ไม่มีตึกระฟ้ากระจกใส ไม่มีรถไฟฟ้าความเร็วสูง และไม่มีสมาร์ทโฟนในมือผู้คน

สิ่งที่เห็นคืออาคารพาณิชย์สูง 2-3 ชั้น ก่อด้วยอิฐสีเทาแบบสถาปัตยกรรมยุคสังคมนิยมที่ดูทื่อๆ และแข็งกระด้าง ผนังตึกมีคราบเขม่าควันจากการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลัก ป้ายโฆษณาชวนเชื่อสีแดงสดที่มีข้อความอย่างรับใช้ประชาชนหรือสร้างชาติด้วยมือเรา ถูกติดไว้ตามมุมตึกและเสาไฟฟ้า

ถนนหนทางเต็มไปด้วยกองทัพจักรยานนับร้อยคัน ยี่ห้อนกพิราบโผบินและฟีนิกซ์ ที่เป็นพาหนะหลักของชาวจีนในยุคนั้น เสียงกริ่งจักรยานดัง กริ๊งๆ ประสานไปกับเสียงแตรรถเมล์เก่าๆ ที่พ่นควันดำโขมง

ผู้คนส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อผ้าโทนสีทึบๆ อย่างสีน้ำเงินกรมท่า สีเทา หรือสีเขียวขี้ม้า เป็นชุดยูนิฟอร์มแบบเหมาเจ๋อตง หรือเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่ตัดเย็บเอง บ่งบอกถึงยุคสมัยที่แฟชั่นยังไม่ได้เฟื่องฟู และความเรียบง่ายคือวิถีชีวิตหลัก

สำหรับชิง ภาพเหล่านี้ให้ความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างประหลาด ในฐานะนักวิทยาศาสตร์จากอนาคต เธอมองเห็นความล้าหลัง ความไม่ถูกสุขลักษณะ และเทคโนโลยีที่ต้อยต่ำ แต่ในฐานะเหวินซู่ชิง เจ้าของร่างเดิม เธอกลับรู้สึกคุ้นเคยและโหยหา ราวกับได้กลับมายังสถานที่ที่ความทรงจำวัยเด็กเคยงอกงาม

"นี่สินะ... ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง" ซู่ชิงพึมพำ เธอรู้ดีจากประวัติศาสตร์ว่า ปี 1985 คือช่วงเวลาที่นโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศกำลังเริ่มผลิดอกออกผล เศรษฐกิจกำลังจะพุ่งทะยาน และโอกาสทางธุรกิจมหาศาลกำลังรอคอยคนที่มองเห็นมัน

"แม่จ๋า... คนเยอะจังเลย" อาอวี๋มองไปรอบๆ ด้วยดวงตาเบิกกว้าง เด็กน้อยที่ไม่เคยออกจากบ้านเช่าแคบๆ รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสันและการเคลื่อนไหว

ซู่ชิงพาอาอวี๋เดินเลี่ยงฝูงชนที่พลุกพล่าน เข้าไปในตรอกเล็กๆ ที่ค่อนข้างเงียบสงบ เพื่อตรวจสอบทรัพยากรที่มีอยู่ เธอวางลูกสาวลง แล้วล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบห่อผ้าที่ซ่อนไว้ออกมาอย่างระมัดระวัง

ภายในห่อผ้านั้น นอกจากเอกสารสำคัญแล้ว ยังมีปึกธนบัตรใบละ 10 หยวนที่ยับยู่ยี่อยู่จำนวนหนึ่ง ซู่ชิงนับมันอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

"หนึ่ง... สอง... สาม..."

มีทั้งหมด 10 ใบ รวมเป็นมูลค่า 100 หยวน

สำหรับซู่ชิงในโลกอนาคต เงิน 100 หยวนอาจซื้อกาแฟในสตาร์บัคส์ได้แค่ 2-3 แก้ว แต่ในเมืองจือปั๋ว ปี 1985 เงินจำนวนนี้มีอำนาจซื้อมหาศาลกว่านั้นมาก

สมองอัจฉริยะของเธอเริ่มคำนวณตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ทันที

เงินเดือนเฉลี่ยของกรรมกรทั่วไปในยุคนี้อยู่ที่ประมาณ 30-40 หยวนต่อเดือน

ราคาซาลาเปาลูกละ 5-10 เฟิน (0.05-0.10 หยวน)

ค่าเช่าห้องพักราคาถูกในย่านสลัม น่าจะอยู่ที่ 5-8 หยวนต่อเดือน

ดังนั้น เงิน 100 หยวนนี้ คือเงินทุนก้อนโตที่สามารถเลี้ยงชีวิตเธอและลูกได้นานถึง 2-3 เดือน หากใช้อย่างประหยัด แต่มันก็ยังไม่มากพอที่จะใช้สุรุ่ยสุร่าย

"เงินก้อนนี้... คือชีวิตของเรา" ซู่ชิงคิดในใจ

"ฉันจะใช้มันซื้อความสะดวกสบายไม่ได้ แต่ต้องใช้มันเพื่อต่อยอดให้งอกเงย เป็นเงินทุนตั้งต้นสำหรับธุรกิจแรก"

เธอแบ่งเงิน 10 หยวนออกมาใส่กระเป๋ากางเกงไว้สำหรับใช้จ่ายฉุกเฉินและซื้ออาหาร ส่วนที่เหลืออีก 90 หยวน เธอห่อกลับเข้าไปอย่างมิดชิดและซ่อนไว้ในเสื้อชั้นใน ตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดจากการถูกล้วงกระเป๋า

"เรามีเงินแล้วนะอาอวี๋ เราไม่อดตายแล้ว" ซู่ชิงยิ้มให้ลูกสาว เป็นรอยยิ้มที่มีความหวังฉายชัดอยู่ในแววตา

"แม่จ๋า... หนูหิวข้าว... ปวดขาด้วย"

เสียงงอแงของอาอวี๋เริ่มดังขึ้น ทำลายสมาธิของซู่ชิง เด็กน้อยที่อดหลับอดนอนและไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานเริ่มถึงขีดจำกัด ร่างกายเล็กๆ เซไปมาเหมือนจะล้ม

ซู่ชิงรีบอุ้มลูกขึ้นมาแนบอกอีกครั้ง ความสงสารจับใจแล่นพล่าน แต่ในขณะเดียวกัน สัญญาณเตือนภัยในหัวของเธอก็ดังขึ้น

เธอสังเกตเห็นชายฉกรรจ์สองคนสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำ เดินวนเวียนอยู่ที่ปากตรอก สายตาสอดส่ายมองหาใครบางคนอย่างมีพิรุธ แม้จะไม่แน่ใจว่าใช่คนของตระกูลเจียงหรือหนานกงหลานหรือไม่ แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่าอย่าเสี่ยง

เมืองจือปั๋วแม้จะกว้างใหญ่ แต่สำหรับผู้มีอิทธิพลแล้ว การตามหาหญิงสาวกับเด็กเล็กไม่ใช่เรื่องยากเกินไป โดยเฉพาะถ้าพวกเขารู้ว่าเธอหนีมาทางรถขนส่งสินค้า

"ทนหน่อยนะคนเก่ง... เดี๋ยวแม่จะซื้อซาลาเปาร้อนๆ ให้กิน แต่ตอนนี้เราต้องรีบไปจากตรงนี้ก่อน"

ซู่ชิงกระชับอ้อมกอด ตัดสินใจพาอาอวี๋เดินออกจากตลาดมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกของเมือง ซึ่งในความทรงจำของร่างเดิม มันคือย่านสลัมหรือชุมชนแออัดที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยซับซ้อน เป็นเขาวงกตที่เหมาะแก่การซ่อนตัวที่สุด

เธอก้าวเท้าเร็วขึ้น หัวใจเต้นแรงระรัว ทุกสายตาที่มองมาทำให้เธอระแวง ทุกเสียงฝีเท้าข้างหลังทำให้เธอสะดุ้ง แต่เธอจะไม่หยุดเดิน เพราะเบื้องหลังคือนรก และเบื้องหน้าคือความหวังเดียวที่จะปกป้องชีวิตน้อยๆ ในอ้อมแขนนี้ได้

การหลบหนีเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น... และการเอาชีวิตรอดในเมืองใหญ่นี้ จะเป็นบททดสอบแรกของนางพญามังกรผู้เกิดใหม่
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Piyapattra Samungkun
ยังดีที่ซู่ชิงรู้จักประหยัดเงินที่เก็บไว้คงเป็นเงินสินเดิมเพราะพอแต่งงานเงินที่ได้ก็ไม่พอกินขนาดลำบากนางก็ไม่เอาเงินเก็บออกมาใช้คงกลัวนางมารสงสัยยังดีอย่างน้อยก็มีเงินกินข้าวและค่ารถกลับบ้านเดิมช่วงแรกที่หาลู่ทางหาเงืนก็ยังพอมีเงินซื้ออาหารเมื่อไหร่สามีน่โง่จะกลับมาคนอะไรทำตัวเป็นคนใจดำไร้หัวใจ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 205

    "ขอโทษนะคุณนาย... เราไม่ปล่อยกู้ให้ธุรกิจที่ เพ้อเจ้อ แบบนี้หรอก พลาสติกรักษ์โลก? ไร้สาระ! ไปขายเต้าหู้เถอะไป๊!"ธนาคารแห่งที่ 3 ธนาคารเพื่อการเกษตรที่นี่แย่ยิ่งกว่า ซู่ชิงยังไม่ทันได้นั่งเก้าอี้ ทันทีที่ยื่นบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่ก็โยนบัตรคืนให้ทันที"คุณติด Blacklist ของสมาคมนักธุรกิจจือปั๋วนะรู้

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 204

    แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของเมืองจือปั๋ว สาดส่องผ่านม่านหมอกควันจางๆ ของโรงงานอุตสาหกรรม เป็นสัญญาณเริ่มต้นวันใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เหวินซู่ชิง ยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานยาวในห้องเช่า เธอไม่ใช่แม่หม้ายลูกติดที่น่าสงสารอีกต่อไป ในกระจกสะท้อนภาพของนักธุรกิจหญิงผู้มุ่งมั่น สวมชุดสูทกระโปรงสีเทาเข้มตัดเย็บเ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 203

    ซู่ชิงส่ายหน้า ยิ้มอย่างมีเลศนัย "พี่เข่อฮ่าว... เราไม่ได้มองแค่ปีนี้หรือปีหน้า เรากำลังมองไปอีก 10 ปีข้างหน้า ตอนนี้รัฐบาลเริ่มตระหนักเรื่องมลพิษแล้ว อีกไม่นานกฎหมายสิ่งแวดล้อมจะเข้มงวดขึ้น โรงงานที่สกปรกจะถูกสั่งปิด แต่ถ้าเราเริ่มทำระบบระบบบำบัดของเสียเป็นศูนย์ตั้งแต่ตอนนี้ เราจะเป็นผู้นำที่รัฐบา

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 202

    ภายในห้องเช่าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของเมืองจือปั๋ว บรรยากาศเงียบสงัดในยามค่ำคืนถูกรบกวนเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงขีดเขียนของปากกาหมึกซึม แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะเก่าคร่ำคร่าสาดส่องลงบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่บัดนี้เต็มไปด้วยเอกสาร แผนที่ และหนังสือสถิติรายปีทางอุตสาหกรรมที่กางแผ่หราอยู่เ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 201

    พลาสติกคือคำตอบ... มันเบา ทนทาน แปรรูปง่าย และต้นทุนต่ำแต่ซู่ชิงไม่ได้จะทำแค่กะละมังหรือถังน้ำ... ความรู้ระดับเธอต้องไปไกลกว่านั้นเธอเริ่มเขียนสูตรเคมีและแผนผังกระบวนการผลิตลงไปอย่างรวดเร็วเม็ดพลาสติก Polyethylene และ Polypropylene ซึ่งสามารถหาได้จากโรงกลั่นปิโตรเคมีทั่วไป และเธอรู้วิธีตรวจสอบคุณ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 200

    ความเงียบสงัดของค่ำคืนในฤดูหนาวกลับมาปกคลุมห้องเช่าเล็กๆ อีกครั้ง หลังจากเสียงสะอื้นไห้ของ เหวินซู่ชิง ค่อยๆ จางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความหนาวเหน็บที่แทรกซึมเข้ามาทางรอยแตกของผนังไม้เก่าๆ ซู่ชิงนั่งกอดเข่าพิงประตูอยู่นานนับชั่วโมง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ จ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 71

    "นี่ไม่ใช่สบู่กวนเองในกะละมังหลังบ้านแน่นอนครับท่าน หรือถ้าใช่... คนกวนต้องเป็นอัจฉริยะทางเคมีระดับดอกเตอร์ครับ!"เจียงมู่หยางวางหูโทรศัพท์ลงช้าๆ ภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด เสียงรายงานของนักเคมีตำรวจยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวของเขาอัจฉริยะทางเคมีระดับดอกเตอร์?เทคโนโลยีระดับสินค้านำเข้า?เขาเปิดลิ้นช

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-25
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 32

    กลุ่มควันสีขาวขุ่นของก๊าซคลอรามีนที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีรุนแรงระหว่างแอมโมเนียกับสารฟอกขาว ค่อยๆ เจือจางลงไปตามกระแสลมยามบ่าย ทิ้งไว้เพียงกลิ่นฉุนกึกคล้ายกับกลิ่นสระว่ายน้ำที่เข้มข้นจนแสบโพรงจมูก บรรยากาศรอบแผงขายของที่เคยคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและการค้าขาย บัดนี้เงียบสงัดลงจนน่าใจหาย ราวกับพายุลูก

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-19
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 154

    เขาหันไปมองลูกสาว เกาเยว่หมิง ที่นั่งยืดอกด้วยความภาคภูมิใจอยู่ข้างๆ"เยว่หมิง! พ่อต้องการให้ลูกเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด! เราจะเปิดตัว Super Octane Booster ในงานนี้ เราจะเอาถังจำลองปฏิกิริยาไปตั้งโชว์! เราจะเอาน้ำมันสูตรพิเศษไปเติมให้รถของท่านผู้ว่าดู! เราจะทำให้นักลงทุนฝรั่งต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินให

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-05
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 152

    "คุณ... ตั้งใจ? หมายความว่ายังไง?""การที่ฉันมาอยู่ที่นี่... มันคือส่วนหนึ่งของแผนการ" ซู่ชิงปล่อยมือเขา แล้วยืนกอดอกพิงกองลังไม้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย "ฉันต้องการสร้างหลักฐานและตัดตัวเองออกจากความรับผิดชอบทั้งหมดในโปรเจกต์ใหม่ของคุณหนูเกาเยว่หมิง""โปรเจกต์ Super Octane Booster นั่น..." เข่อฮ่าวขมวดคิ้

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-05
Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status