LOGIN23.00 น.
ภายในบ้านหลังใหญ่ที่ดูมืดสนิทและเงียบสงบ แต่กลับมีเสียงเปิดประตูพร้อมกับร่างเล็กๆ ท่าทางลับๆ ล่อๆ ก้าวขาย่องเบาๆ ขึ้นบันไดบ้านตัวเอง “ฟู่ว เบาฟอนต์เบาๆ” ฉันค่อยย่องเข้าห้องตัวเองเปิดประตูและปิดลงเบาๆ แต่ทว่า..... พรึ่บ “โฮ่ง!” “กรี๊ดดดดด......กังฟู” ไฟดันเปิดขึ้นพร้อมกับใบหน้าขาวๆ ขนปุยๆ กระดิกหูดิ๊กๆ ดีใจที่เจอหน้าฉัน ค่ะฉันตกใจหน้าหมา และไม่ต้องเดาว่าเป็นใครที่ยื่นหน้าน้องมา “ไปไหนมายัยแสบ” ค่ะแม่เก๊าเอง ^^ !!!!! “ไม่ต้องมายิ้มเลย มานั่งนี่” ขนลุกเสียวสันหลังวาบเมื่อก้านมะยมแห้งๆ ฟาดลงที่นอน ว่าแต่บ้านเรามีต้นมะยมด้วยเหรอ ต้นมันอยู่โซนไหนของบ้านวะ แม่จะไปถอนรากถอนโคนมันทิ้งซะ! ;) ฟึดดดด!! “ชะอุ้ย” และเป็นอีกครั้งที่ก้านมะยมนั้นฟาดลงที่นอนอีกรอบ บ่าวอย่างฉันนั้นรีบคลานเข่าเข้าหาคุณหญิงของบ้านทันทีเลยเจ้าค่ะ ยกธงขาวยอมจำนน ณ บัดนั้น “แฮะๆ ยอมแล้วจ้ะแม่” “ทำไมกลับดึก ไปทำไรมา ใครมาส่ง” ชะอุ้ยมาเป็นชุด “ไปวันเกิดธีร์ ธีร์มาส่งเจ้าค่ะท่านหญิง” “เอามือมาเลยฟอนต์” “ง่าาาาจะตีลูกเหรอ นี่ลูกเองนะ ฟอนต์ลูกแม๊เอ๊งงงงง” “ใช่” “แม่อะ” นัยน์ตา,นัยนากลมใช้ลูกอ้อนส่งสายตาหวานๆ ให้แม่ “เห้อ ทำไมไปเรียนทำขนมไม่บอกแม่” “อ้าว.....นึกว่าโกรธที่ลูกกลับดึกซะอีก” “ไปกับธีร์แม่ไม่หวงหรอก แต่เรื่องแอบเรียนทำขนมนี่สิ ปิดบังแม่ทำไม” “แม่รู้ได้ไง” เด็กน้อยคนนี้นี่.....ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย พักพิงได้แต่คิดในใจ “แม่ไปเจอพี่บีมมา” “ห๊ะ แม่รู้จักพี่บีมเหรอ” โป๊ก!! ฉันลูบหัวตัวเองเบาๆ เมื่อแม่ใช้เท้ากังฟู ค่ะตีน.....เอ่อเท้าหมาแจกมะเหงกให้ลูกสาวที่น่ารักได้ลงคอ หื้อออกังฟู “ยังไงพูดมา ยัยแสบ” “ก็พึ่งจะรู้ตัวว่าชอบทำขนม” “หื้มมม? แม่ไม่เคยเห็นเราสนใจ” “ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไรหรอก คือที่โรงเรียนเขามีกิจกรรมสอนทำขนมเค้กค่ะ ฟอนต์บังเอิญได้เข้าร่วมพอดี แล้ว....” “แล้ว......ยังไงต่อ” พักพิงเอียงหูฟังลูกสาวพูดเสียงเบาๆ ไม่มั่นใจ “แบบว่ามันก็ดูสนุกดี.....แต่เดี๋ยวฟอนต์คงเบื่อไปเองแหละแม่” “........” “........” สองแม่ลูกประสานสายตาครุ่นคิดกันครู่หนึ่ง ก่อนที่พักพิงจะตัดสินใจเอ่ยขึ้น “แม่ไม่คิดงั้นนะ” “ฟอนต์ก็ไม่คิดงั้นเหมือนกัน” ฉันพยักหน้าเผลอเห็นด้วยกับแม่ รีบปิดปากที่พลั้งพูดคล้อยตามแม่ไป ฟอนต์เอ๊ยยย! “มีความสุขไหม?” “ก็...ดี...นะคะ” ฉันกลืนน้ำลายตอบแบบไม่มั่นใจ “แล้วบริหารละ” ที่แม่พูดถึงก็คงจะเป็นเรื่องเรียนต่อสายบริหารนั่นแหละ “ก็เรียนตามที่พ่อกับแม่ต้องการ..... มั่งคะ ฟอนต์เริ่ม....ไม่มั่นใจแล้ว แฮะๆ” ฉันตอบแม่เสียงเบาหวิว “ตัวแสบเอ้ยยย แม่ไม่ได้ต้องการให้ฟอนต์เรียนบริหารนะลูก” หื้ออออออ ชินจา~ หูฉันกางแล้วนะ “แล้วใครจะมาบริหารธุรกิจต่อจากพ่อละคะ” เหมือนพ่อจะคาดหวังกับฉันไว้มากเลยซะด้วยสิ “ลูกเขยไง” “แม๊! โธ่จริงจังหน่อยสิ” “จริงจังอยู่จ้า ก็เธอไม่อยากเรียนบริหารก็ไม่ต้องเรียนสิ แม่จะคุยกับพ่อเอง ไม่ต้องห่วง ห่วงแค่เราอะมั่นใจนะ” งื้ออออใจฟูเเล้วนะแม่ ฉันพยักหน้าตอบแม่หงึกๆ “ฟอนต์ว่าฟอนต์ทำได้” “ดี งั้นหลังจากนี้แม่จะสอนเอง” “ไม่เอาดีกว่า ฟอนต์เรียนกับพี่บีมก็ได้นะ ช่วงนี้แม่ดูไม่ค่อยสบายอะ คราวที่แล้วเห็นแม่เป็นลมฟอนต์ยังตกใจไม่หายเลย” จู่ๆ แม่ก็เป็นลมจนต้องพาไปโรงพยาบาล แต่หมอกลับบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ฉันนี้งงเลย คะยั้นคะยอให้ไปตรวจสุขภาพก็บ่ายเบี่ยงกันตลอด “ฉันหายแล้วจ้าาาายัยแสบ” “เอาดีๆ แม่ ฟอนต์เป็นห่วงจริงๆ นะคะ” “แม่......ไม่เป็นไรแล้วจริงๆ ไปหาหมอแล้วด้วย เลิกคิดมากได้แล้ว” “หาววววว แม่ง่วงแล้วไปอาบน้ำเลยค่ะ วันนี้แม่จะนอนกับฟอนต์” “อ้าวแม่ พ่อล่ะ ไม่นอนกับพ่อเหรอคะ” ปกตินอนแยกกันที่ไหนคู่นี้ ขนาดลูกขอนอนด้วยยังไม่ให้นอนเลย บอกโตแล้วไปนอนกอดกังฟูนู่นนนน “อ้าว! ฟอนต์พอโตเป็นสาวแล้ว มีแฟนแล้ว นอนกอดไม่ได้?” “ดูพูดเข้า แฟนเฟินอะไรล่ะแม่ ไม่มี๊” “ธีร์ไง คบกันอยู่ไม่ใช่เหรอ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จากแม่ส่งให้นั้นยังไม่พอ โฮ่ง โฮ่ง กังฟูแกยังเห่าเห็นด้วยกับคำพูดแม่อีกเหรอ ไอหมาน้อยแกฟังรู้เรื่องด้วยเหรอ จะเก่งเกินคนไปแล้ว “พ....เพื่อนก้านนนเถอะ ฟอนต์ไม่คุยกับแม่แล้วนะ” ฉันอ้าปากกว้าง ร้องปฏิเสธแม่ ก่อนจะรีบหนีไปอาบน้ำแทน “อาบเร็วๆ น้า หมูน้อยแม่อยากนอนกอดจะแย่แล้ว (^__^) ” ลูกเธอมันโง่เหมือนใครวะ พักพิงได้แต่บ่นคล้อยหลังลูก ในคืนนั้น ก่อนนอนเสียงหวานๆ ของแม่ได้เล่าถึงสมัยอดีตที่แม่เริ่มรู้ตัวและอยากทำขนมจนได้มาเปิดร้านคาเฟ่พักพิง ที่เป็นชื่อของแม่ มือที่แสนอบอุ่นคอยลูบผมเธอเบาๆ เธอมองใบหน้าหวานๆ ของแม่ที่เผยรอยยิ้มมีความสุขที่ได้เล่าให้เธอฟังจนต้องเผลอยิ้มตาม จนเวลาล่วงเลยมาดึกมากๆ เรื่องราวของแม่ได้จบลง และแล้วในคืนวันนั้นเราสองคนแม่ลูกก็นอนกอดกันอย่างอบอุ่น แค่ใครจะรู้ว่าความอบอุ่นนั้นได้จางหายไปตลอดกาลซะแล้ว..... “ฟอนต์ไม่คิดเลยว่า อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของแม่ในคืนนั้น” “จะเป็นคืนสุดท้าย” ................................... ตืดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!“ฟอนต์ก็จะบ้า ฟอนต์ไม่รู้ว่าฟอนต์เป็นอะไรมากไหม ฟอนต์เป็นโรคร้ายหรือเปล่า อาจจะเป็นโรคหัวใจก็ได้นะ” “โอ้ยยยยยไอ้ฟอนต์ ฟังนะ” “.....” “ฟอนต์ชอบธีร์” “!!!!” ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก “ห๊ะ” “เออ แล้วหนีมันออกมาอย่างนี้ ไม่ใช้มันหงอยเหมือนหมาเลยติวะ กูล่ะเริ่มสงสารธีร์” ย้อนกลับไปเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ณ กาดหน้ามอ “ป้าจ้าเอาอันนี่ 2 เนื้อ 2 แดง 5 ขอผักเยอะๆ เจ้า” ฉันยืนรอลูกชิ้นทอดใจจดใจจอ มองดูยามที่ป้าเอาลูกชิ้นลงหม้อทอดนี่แบบห๊อมหอม “เจเจ๊ น้ำลายไหลแล้วน่ะ” เสียงน้องพีว่าขึ้น “ยังเถอะน้องพี” “คือยังไง หมูกะทะยังไม่อิ่มอีกเหรอเจเจ๊” คนน้องเอ่ยถามคนพี่พลางจิ่มโรตีไส้ลาวาชีสยืดเข้าปากน่าเอร็ดอร่อย เจ๊ต้องถามพีมากกว่านะ ยังไม่อิ่มอีกเหรอเคี้ยวแก้มตุยแล้ว “เหอะๆ จะกินด้วยไหม” “กินค่ะ” “60 บาทจ้าหนู” ฉันหยิบเงินให้ป้า พอได้ลูกชิ้นทอดก็ยื่นให้น้องพีกินก่อน “อร่อยป่ะ” “จ๊าดลำ ^^” น้องว่าอร่อย ว่าแล้วก็กินเองบ้าง ^^ เจ๊ก็ว่าอร่อย เราทั้งคู่เลิกเรียนพร้อมกันพอดีเลยชวนน้องรหัสมากินหมูกะทะตามภาษาพี่น้องสายสัมพันธ์แน่นแฟ้น นั่งเม้าท์กันเรื่องใครจะโชคดีได้มาเป็นส
Tankoon : แทนสั่งข้าวต้มให้แล้ว เผื่อฟอนต์ด้วย เดี๋ยวมีคนเอาขึ้นไปให้ จอมอย่าลืมกินข้าวนะครับ JaoJom : ขอบคุณน้าแฟน แทนก็อย่าลืมกินข้าวละ ร่างบางวางมือถือลง เผยรอยยิ้มมองเพื่อนตนตรงหน้า ก่อนหน้านี้ทำหัวใจเธอหายวาบ เพราะไม่เคยเห็นฟอนต์โทรมามีน้ำเสียงพูดขาดสติขนาดนี้มาก่อน ตอนนี้ดูท่าจะสงบลงบ้างแล้ว “สงบสติอารมณ์ได้ยัง” ฟอนต์ถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ เมื่อหัวใจเริ่มเต้นสงบลงแล้ว วางมือทาบอกลูบปลอบโปลม ขวัญเอ้ยขวัญมานะลูก เมื่อกี้เต้นซะคิดว่าเต้นซุมบ้า “ขอบคุณนะโมโม่” “เลิกขอบคุณแล้วก็เล่ามาฟอนต์ ถึงขนาดรหัสแดง ต้องไม่ธรรมดา” ฟอนต์ทำใบหน้าเลิ่กลัก เอ่อ....จะเล่าไงดีวะ คือตอนโทรไปก็ไม่คิดด้วยสิ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอ่ะ ตอนนี้รู้สึกตัวแล้วจะเริ่มเล่ามันก็เขินๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ “นี่ห้องใคร” “มึง มันใช่เรื่องที่ต้องถามไหมตอนนี้” กูว่าละ โดนดุจนได้ ^^ เธอยิ้มแบบไม่สะทกสะท้านให้เจ้าจอม “คืองี้” “....” “คือ.... คือว่า” “.....” “คือ” “โอ้ยยยยย ไอ้ฟอนต์” “เมื่อคืนธีร์บอกรักฟอนต์” (-__-) “ไม ทำหน้างั้นอ่ะ” ใบหน้าสวยหวานไร้การแต่งหน้าเพราะน่าจะพึ่งตื่น ดูจากชุดนอ
“.....” “ได้...มั้ย” “ธีร์ต้องปล่อยฟอนต์ไปถึงเมื่อไหร่” มือใหญ่กุมมือฉันแน่น แววตาคนโตดูเศร้าเขาเอ่ยถามฉันเสียงเรียบ ตือดึง ตือดึง ตือดึง ตือๆๆๆๆ ดึงดึงดึงๆๆๆๆ เสียงออดหน้าประตูดังขึ้น ฉันละสายตาจากคนตรงหน้า ทุบ ทุบ “ฟอนต์” “ไอฟอนต์โว้ยยยยย ปัง ปัง” เสียงข้างนอกทุบประตูดังขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงความร้อนร่น และคิดว่าไม่ใช่เสียงใครที่ไหน เป็นเสียงเจ้าจอมเอง มันทุบประตูไม่หยุดเลยซะด้วยสิ 10 นาทีไม่มีอยู่จริง ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ มันหายตัวมาเปล่าวะนั้น “เฮ้อ” คนตรงหน้าฉันพ้นลมหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าคมบ่งบอกถึงความหงุดหงิดใจมากหนักเพราะเขาถูกขัดจังหวะ “จิ๊ เคาะทำเชี่ยไรวะ” ร่างสูงเปิดประตูออกสถบคำสุภาพใส่หน้า....เอ่อ..แทนคุณ เธอเชื่อว่าเมื่อกี้โมโม่เป็นคนเคาะประตู ดีไม่ดีไม่น่าจะใช่มือด้วยนะที่เคาะ “ใจเย็น ไอสัตว์ หน้ามึงจะแดกหมาแล้วไอเหี้ย” ฟอนต์ว่าทั้งคู่มากกว่านะ ที่ดูหงุดหงิด “ฟอนต์!” โมโม่ชะโงกหน้าจากข้างหลังแทนคุณเรียกฉัน หลบอยู่หลังแฟนนี่เอง “เจ้าจอม” ฉันรีบวิ่งไปกอดเจ้าจอมแน่น ฮืออออขอบคุณมากนะ ไม่เคยดีใจขนาดนี้มาก่อนเลย “ใจเย็นๆ
ในห้องนอนที่มืดสนิท ภายในห้องเย็นเฉียบเพราะเครื่องปรับ อากาศที่อยู่ในอุณหภูมิ 23 องศา ทำให้ลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศนั้นพัดกระทบเข้ากับเนื้อผิวของร่างบางในขณะที่กำลังหลับไหลอยู่ก็จำต้องขยับร่างกายควานหาความอบอุ่นข้างๆ เธอใช้มือเล็กควานหากอดหมอนข้าง...... “งื้มมมมมมม หนาว” ฟอนต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ขยับร่างกายแนบซุกแก้มเข้าหมอนข้างอุ่นๆ เผยรอยยิ้มเมื่อมุดหน้าเข้าหาความอบอุ่นนี้ได้ เพราะเมื่อคืนฝันดีมาก เธอจึงได้ไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมา “อุ่นไหม?” “อื้ม อุ่นมาก” เธอเอ่ยขึ้นตอบหมอนข้างออกไป.... เดี๋ยวนะ!... หมอนข้างพูดได้ด้วยเหรอ? พรึ่บ! ไม่ใช่ ไม่ใช่หมอนข้าง 0 [] 0 เธอรีบลืมตาตื่นขึ้น ปากเล็กอ้ากว้างตกใจ เมื่อภาพตรงหน้าทำหัวใจวาย แทบช็อก ร่างสูงท่อนบนใส่เพียงเสื้อกล้ามเผยเห็นกล้ามเป็นมัดๆ จนต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เพราะเกรงว่าน้ำลายจะไหลลงที่นอน มันใช่เวลามาโฟกัสตรงนี้ไหมไอ้ฟอนต์ ตอนนี้เราทั้งคู่กับลังนอนกอดกันอยู่น๊า >และเขาคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “ฟอนต์ครับ ตื่นแล้วเหรอ” ธีร์เอ่ยเสียงทุ้มแหบพร่า คนฟังดูแล้วยิ่งเซ็กซี่เข้าไปใหญ่ ชัดเลยเหตุการ
“แฮ่ก แฮ่ก” คนตัวเล็กหอบหายใจถี่ แววตากลมโตเพียงมองแท่งร้อนที่กำลังกระตุกสู้มือเธอ หัวใจดวงเล็กๆเต้นร้อนระอุไปทั่วทั้งร่าง เธอกัดปากล่างคิดอย่างชั่งใจ ธีร์มองลงมาที่เธอเช่นกัน เหมือน...โกลเด้นหมาใหญ่รอคำตอบเธอ “ซี๊ดดดด เบ้บ” คนตัวโตครางต่ำในลำคอ สายตาลุกวาวกับการกระทำอันหน้าหลงไหลของร่างบางนี้ เมื่อร่างกายเล็กขยับร่างกายบางแนบชิดกายกำยำ เพื่อให้แท่งแก่นกายเขาแตะลงแนบเนื้อกับกลีบกุกลาบเธอเอง “อ๊ะ ห...ห้ามส...อ๊ะ สอดเข้ามานะ สัญญา อื๊อออธีร์” จ๊วบบบ จ๊วบบบ หัวใจโกลเด้นหมาใหญ่สั่นไหว พรมจูบปากเล็ก เกี่ยวก้อยตอบกลับเธอเพื่อทำตามสัญญา พลางถูแท่งร้อนกับกลีบกุหลาบบางนี้ยืนยันการกระทำของเขา “อ๊ะ มันรู้สึกแปลกๆ อ๊า” อุ้งปากใหญ่ไม่ยอมให้ว่าง ก้มลงชกชิมยอดปทุมถันสีหวานฉ่ำ ลิ้นเขาห่อรับยอดสีหวาน พลางใช้ฟันคบกัดเบาๆ ให้เธอร้องเสียวเล่น หวานหู “เธอ ....ธีร์ ฟอนต์ ไม่ไหว อ๊ะๆๆ อ๊าอ๊า” แท่งร้อนทำหน้าที่ถูเข้าออก ไม่สอดเข้าไปก็ทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนสอด มีบางครั้งของแรงถูเขาที่เหมือนจะกระแทกเข้ามาข้างในซะมากกว่า มันลุบเข้าไปแ
“ออกซิโทซิน ที่คนทั่วไปเรียกว่า.....Love Hormone” ‘สารแห่งความรัก’ “อื้มเบบี๋....” จ๊วบบบบบ~ สิ้นประโยคสุดท้าย ผมไม่รอช้าทาบปากขึ้นจูบปากเล็ก ร่างบางหลับตาพริ้มรับรสจูบผม สิ่งที่ผมลิ้มลองความหวานจากริมฝีปากเล็กนี่ช่างหวานหวั่นชวนใจผมสั่นเต้นไม่เป็นจังหวะ “แบบนี้หรือเปล่าหื้ม?” ผมผละออกจากปากนุ่มเอ่ยถามฟอนต์ “อื้อ.....มากกว่านี้…ได้ไหม” จุ๊บ “สร่างเมายัง” ผมอดยิ้มไม่ได้ เมาแล้วน่ารักแบบนี้เป็นแค่กับธีร์คนเดียวนะ ไม่อนุญาตให้เมาแบบนี้กับใคร “ยัง” “ตื่นขึ้นมา เธอจะจำได้ไหม” จ๊วบ จ๊วบ~ ผมจูบปากนุ่มนิ่มอีกครั้ง พลางใช้ลิ้นเลียปากเล็ก ถอนจูบรอฟังคำตอบเธอ “อื้อออ ไม่รู้สิ....แต่ตอนนี้ ฟอนต์ยังจำได้” “หึ เช้ามาก็ขอให้จำได้แล้วกันว่า....ธีร์ตั้งใจ” จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ~ “อื้มมมมมม” ผมป้อนรสจูบให้เธออีกครั้ง คราวนี้เอาให้รสจูบนี้ส่งไปให้ใกล้ใจเธอมากที่สุด อยากให้ฟอนต์จดจำจนลืมไม่ลง ผมงับริมฝีปากของคนด้านบนที่มองลงมาด้วยสายตาเปี่ยมอารมณ์ จูบทั้งปากบนสลับกับปากล่าง เธออ้าปากรับเรียวลิ้นผมให้ตวัดกวาดชิมความหวานทั่วโพรงปาก เราจูบแลกน้ำลายกัน “อื้มมมมมท~” ปลายลิ้นหยอกเย้าเธอเล่นทำให้







