Masukหลังจากโดนเมินกลางอากาศ เพนนีกลับมาที่คอนโดหรูพร้อมกับอารมณ์ที่เดือดปุดๆ เธอโยนกระเป๋าแบรนด์เนมลงบนโซฟาก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาสั่งการลูกน้องทันที
"ไปสืบมาผู้ชายที่ฉันเจอหน้าคณะวิศวะเป็นใคร คนที่ชอบทำหน้าเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลานั่นน่ะ เป็นใคร บ้านอยู่ที่ไหน มีแฟนหรือยัง อ้อ แล้วสืบด้วยว่าไอติมร้านไหนที่เขามักจะไปกิน" ไม่ถึงสองชั่วโมงข้อมูลทุกอย่างก็ถูกส่งเข้ามาในเครื่องของเพนนี เธอแสยะยิ้มเมื่อเห็นรูปโปรไฟล์ในระบบนักศึกษาของผู้ชายที่กล้าปฏิเสธเธอ 'อาร์ต อนันดางั้นเหรอ หน้าตาก็ดีหรอกนะแต่นิสัยเสียชะมัด' เช้าวันต่อมา ณ คณะวิศวกรรมศาสตร เสียงฝีเท้าจากรองเท้าสูงสีแดงดังกระทบพื้นคอนกรีตของลานเกียร์ เพนนีเดินมาพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคนที่ถือถึงขนมและกาแฟราคาแพงมาเต็็็มสองมือ เธอจงใจใส่แว่นกันแดดสีชาและเดินเชิดหน้าผ่านดงหนุ่มวิศวะที่พากันนิ่งอึ้งจนลืมเคี้ยวข้าว "นั่นใครน่ะ? นางฟ้าหลงมาถิ่นเกียร์เหรอวะ?" เสียงหนุ่มๆในคณะซุบซิบกัน "นางฟ้าที่ไหนล่ะนั่นน่ะ เพนนี นิเทศฯ ยัยคุณหนูตัวร้ายที่เขาว่ากันว่าใครขวางทางจะต้องจบไม่สวยไงล่ะ!" เพนนีไม่สนใจเสียงรอบข้าง เธอเดินตรงไปยังกลุ่มนักศึกษาปี3ที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่ใต้ตึก และใช่ เธอเจอเขานอนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะไม้หินอ่อนท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กของเพื่อนๆ ปัง! เพนนีตบโต๊ะเสียงดังจนอาร์ตสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้ามึนงง "นาย! ตื่นมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้" เพนนีสั่งเสียงเฉียบ อาร์ตปัดผมที่ยุ่งเหยิงของเขาออก มองเพนรีด้วยตาปรือๆ "คุณอีกแล้วเหรอ? รถซ่อมเสร็จไวจังนะ" "รอยนั่นเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย แต่ที่นายกล้าเดินหนีฉันเมื่อวานมันคือเรื่องใหญ่!" เพนนีส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดวางกาแฟและขนมลงบนโต๊ะจนแทบไม่มีที่ว่าง "นี่คือกาแฟที่แพงที่สุดในย่านนี้ ฉันซื้อมาแจกเพื่อนายทุกคน ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาที่นายต้องมาคุยกับฉัน" พวกเพื่อนในกลุ่มของอาร์ต รวมถึง นิก หนุ่มวิศวะสายปาร์ตี้ตาโตขึ้นมาทันที "โห ขอบคุณครับคุณคนสวย อาร์ตมึงก็ไปคุยกับเขาหน่อยเถอะ กาแฟแก้วละตั้งหลายร้อยเลยนะเว้ย" อาร์ตมองกาแฟสลับกับหน้าเพนนี เขาหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาแก้วหนึ่งแล้วยื่นให้นักศึกษาปี1ที่เดินผ่านมาพอดี "อะ ผมให้ ผมไม่กินกาแฟใส่นมครับมันหวานเกิน" เพนนีหน้าตึง "นายว่าไงนะ?" "ผมบอกว่าไม่กินไง แล้วก็ขอบคุณสำหรับขนมนะ แต่เพื่อนผมคงอิ่มกันแล้วเพราะพวกเราเพิ่งกินข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าคณะมา" อาร์ตพูดพลางลุกขึ้นยืนสะพายเป้เก่าๆของเขาเตรียมตัวเดินหนีอีกรอบ "วันนี้ผมมีเช็คชื่อแล็บ ขอตัวนะครับ" "เดี๋ยว! นายจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นจนกว่าจะยอมรับปากว่าจะไปทานข้าวกับฉันเพื่อไถ่โทษ!" เพนนีรีบเดินไปขวางทางเขาไว้แต่คราวนี้อาร์ตไม่ได้เดินเลี่ยง เขาก้มหน้าลงมาจนใบหน้าเกือบจะชิดกับเพนนี กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆจากตัวเขาปะทะกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธอ เพนนีชะงักไปชั่วครู่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ "คุณหนูเพนนีครับ..." อาร์ตเรียกชื่อของเธอเป็นครั้งแรก "โลกของคุณอาจจะหมุนรอบตัวคุณเอง แต่โลกของผมมันหมุนตามฟิสิกส์และในกฏของผมคุณคือแรงเสียดทานที่ผมไม่อยากให้มันมาถ่วงชีวิต เข้าใจไหมครับ?" อาร์ตเดินอ้อมตัวเธอไปทิ้งให้เพนนียืนยิ่งอึ้งอยู่กลางลานเกียร์ ท่ามกลางสายตาของคนนับร้อย 'แรงเสียดทาน? นี่นายหาว่าฉันเป็นตัวถ่วงความเจริญงั้นเหรอไอ้บ้าอาร์ต!' เพนนีกำหมัดแน่นน้ำตาแห่งความโกรธและเสียหน้าคลออยู่ที่เบ้า แต่ในขณะเดียวกันความรู้สึกอยากเอาชนะมันพุ่งทะลุปรอทไปแล้ว "นายนั่นแหละอาร์ต ถ้านายหาว่าฉันเป็นแรงเสียดทาน ฉันก็จะเสียดทายนายไปจนกว่านายจะไปไหนไม่ได้เลยคอยดู!" หลังจากโดนอาร์ตปฏิเสธหน้าหงายที่ลานเกียร์ เพนนีไม่ยอมแพ้เธอสั่งให้คนขับรถจอดรถรออยู่หน้าตึกวิศวะเพื่อดักรออาร์ตเลิกแล็บ แต่ภาพที่เธอเห็นกลับทำให้ความโกรธเปลี่ยนเป็นความรู้สึกหน่วงๆที่หน้าอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาร์ตที่ปกติจะทำหน้าซังกะตายเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา กำลังเดินยิ้มกว้างออกมาจากตึกเรียนเคียงข้างกับผู้หญิงคนหนึ่งในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเรียบร้อยเส้นผมยาวตรงดิ่งสีดำสนิทและรอยยิ้มที่่ดูอ่อนโยนจนน่าหมั่นไส้ "อาร์ตเหนื่อยไหม วันนี้แล็บยากหรือเปล่า?" เสียงหวานๆของผู้หญิงคนนั้นดังเข้าหูของเพนนี "นิดหน่อยน่ะโรส แต่พอได้เห็นหน้าโรสก็หายเหนื่อยแล้วนะ" อาร์ตตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแบบที่เพนนีไม่เคยได้ยินมาก่อน เพนนีกำพวงมาลัยรถแน่นจนมือสั่น 'ยัยคนนี้เป็นใคร ทำไมตาบ้าอาร์ตถึงต้องทำท่าเหมือนคนคลั่งรักขนาดนั้นด้วย!' เธอก้าวลงจากรถสปอร์ตทันทีเดินตรงเข้าไปขวางหน้าทั้งคู่ด้วยท่าทางราชินีผู้สง่างามแต่ข้างในร้อนเป็นไฟ "หยุดเดี๋ยวนี้! นายหนีฉันมาเพื่อมาหาผู้หญิงจืดๆแบบนี้เนี่ยนะอาร์ต?" เพนนีตวัดสายตาไปมองโรสตั้งแต่หัวจรดเท้า "นี่เหรอรสนิยมของนาย? เรียบร้อยจนดูเหมือนแม่ชีหลงยุค" โรสชะงักไปเล็กน้อย เธอไม่ได้ดูโกรธจัดเหมือนที่เพนนีคาดไว้แต่กลับมองเพนนีด้วยสายตาสงสัย "เอ่อ คุณคือคนที่เอากาแฟมาแจกเพื่อนๆอาร์ตเมื่อเช้าใช่ไหมคะ? ฉันชื่อโรสค่ะเป็นเพื่อนสนิทของอาร์ต" "ฉันไม่ได้ถามชื่อเธอ!" เพนนีแผนเสียง "อาร์ตนายต้องไปทานข้าวกับฉันเดี๋ยวนี้!" อาร์ตขยับมาบังโรสไว้ทันทีสายตาของเขาที่มองเพนนีเปลี่ยนเป็นเย็นชาจนน่าขนลุก "คุณหนูเพนนีอย่าเสียมารยาทกับโรสนะ โรสน่ะไม่เหมือนคุณ เธอไม่เคยบังคับใครและไม่เคยเอาเงินมาฟาดหัวคนอื่นเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ" "นี่นายว่าฉันงั้นเหรอ?" เพนนีเสียงสั่น "เพราะยัยนี่ใช่ไหมนายถึงไม่เคยมองฉันเลยทั้งที่ฉันสวยกว่า รวยกว่าและพร้อมจะเปย์นายทุกอย่าง!" "ใช่ครับ เพราะโรสไม่ใช่คุณและต่อให้คุณจะพยายามแค่ไหน คุณก็แทนที่โรสไม่ได้" อาร์ตพูดจบก็คว้าข้อมือโรสให้เดินตามไป ทิ้งให้เพนนียืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ในสายตาของเพนนีตอนนี้โรสไม่ใช่แค่ผู้หญิงเรียบร้อยคนหนี่งอีกต่อไป แต่คือนางร้ายที่แฝงตัวมาในคราบของนางเอก ยัยนี่ต้องทำของใส่เขาแน่ๆหรือไม่ก็ต้องใช้ความใสซื่อมาหลอกล่อให้อาร์ตตายใจ "เฮอะ เพื่อนสนิทเหรอ โกหกทั้งเพฉันจะกระชากหน้ากากยัยกุหลาบอาบยาพิษนี่ออกมาเอง ไอ้บ้าอาร์ตจะได้รู้ว่าผู้หญิงที่ควรคู่กับเขาจริงๆคือฉัน ไม่ใช่ยัยแม่ชีนี่!" ยัยโรสเนี่ยนะดูยังไงก็เสแสร้งชัดๆ ยิ้มหวานแบบนั้นน่ะเหรอที่หมอนั้นชอบ? ได้ถ้าหมอนั้นชอบแนวนั้นเธอจะจัดให้หนักกว่าเดิมร้อยเท่าหลังจากเคลียร์งานที่เหมืองและรับมรดกจากคุณปู่เรียบร้อย อาร์ตก็พาเพนนีบินลัดฟ้ามาฮันนีมูนที่หมู่บ้านเซอร์แมท ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่นี่มองเห็นยอดเขาแมตเทอร์ฮอร์นตั้งตระหง่านสวยงามเหมือนในฝันเลย"อาร์ตคะดูสิคะ หิมะตกด้วยสวยเหมือนในหนังเลยนะคะ" เพนนีในชุดเฟอร์สีขาวฟูฟ่องวิ่งออกไปที่ระเบียงบ้านพักสไตล์ชาเลต์สุดหรูอาร์ตเดินตามออกมาพร้อมกับผ้าห่มผืนหนา เขาโอบกอดเพนนีจากทางด้านหลังแล้วห่มผ้าให้ทั้งคู่ "ระวังเป็นหวัดนะครับเพนนี อากาศที่นี่ติดลบนะ เดี๋ยวจะไม่มีแรงเที่ยวคืนนี้นะครับ"เพนนีหันกลับมาคล้องคอสามีสุดหล่อ "แหม... อาร์ตคะ มาถึงที่นี่แล้ว ยังจะคิดเรื่องเที่ยวแบบนั้นอีกเหรอคะ? เพนนีอุตส่าห์เตรียม ชุดพิเศษมาให้เข้ากับบรรยากาศหนาว ๆ เลยนะ""ชุดอะไรครับ? ชุดกันหนาวเหรอ?" อาร์ตแกล้งทำหน้าซื่อ"ก็... ชุดนอนที่บางยิ่งกว่าเกล็ดหิมะยังไงล่ะคะ" เพนนีกระซิบข้างหูพลางขบเม้มติ่งหูอาร์ตเบา ๆ จนเขาถึงกับขนลุกซู่อาร์ตไม่รอช้า เขาอุ้มเพนนีกลับเข้าไปในห้องพักที่เปิดเตาผิงไฟจนอุ่นซ่าน แสงไฟสีส้มจากเตาผิงสะท้อนกับดวงตาของทั้งคู่ อาร์ตวางเพนนีลงบนพรมขนสัตว์หนานุ่มหน้าเตาผิง"เพนนีคุณปู่ท่านอยากได
แทนที่จะหวาดกลัวจนยกเลิกงานแต่ง เพนนีกลับเชิดหน้าขึ้นแล้วมองจดหมายข่มขู่นั่นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้น"อาร์ตคะ... ในเมื่อมันอยากให้งานแต่งเราเป็นงานศพ เพนนีก็จะจัดให้แต่เป็นงานศพของพวกมันนะคะ" เพนนีพูดเสียงเฉียบขาด "เราจะย้ายสถานที่จัดงานจากโรงแรมห้าดาว ไปจัดที่เหมืองระยองค่ะ"อาร์ตมองหน้าแฟนสาวแล้วยิ้มกริ่มอย่างรู้ใจ "แผนล่อเสือออกจากถ้ำสินะครับ? ผมเห็นด้วยครับเพนนี เพราะที่เหมืองคือถิ่นของเรา ผมวางระบบเซนเซอร์และกล้องวงจรปิดไว้ทุกตารางนิ้วแล้ว"ข่าวการย้ายสถานที่งานแต่งสายฟ้าแลบถูกกระจายออกไปทันที นักข่าวและแขกเหรื่อต่างพากันงงงวย แต่สำหรับคนร้าย... นี่คือโอกาสทองที่พวกมันรอคอยวันงานมาถึง... เหมืองระยองถูกเนรมิตให้กลายเป็นรันเวย์สีขาวท่ามกลางหุบเขาและเครื่องจักรเก่าที่ถูกขัดจนเงาวับ เพนนีปรากฏตัวในชุดเจ้าสาวสีขาวสั้นที่กระฉับกระเฉงกว่าเดิม ส่วนอาร์ตสวมสูทสีดำทับเสื้อกั๊กกันกระสุนที่เขาออกแบบเองอย่างแนบเนียนในขณะที่บาทหลวงกำลังจะเริ่มพิธี สัญญาณสั่นเตือนในนาฬิกาของอาร์ตก็ดังขึ้น"พวกมันมาแล้วครับเพนนี... ทางทิศเหนือ 3 คน ทิศใต้ 2 คน" อาร์ตกระซิบบอกเจ้าสาวของเขา"นิกต
หลังจากส่งตัวภีมให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว อาร์ตกับเพนนีก็กลับมาที่บ้านสวนของคุณปู่ แม้แผนการท่อลมหลอกของอาร์ตจะชนะขาดลอย แต่เขาก็ได้แผลถลอกปอกเปิกจากการพุ่งชาร์จภีมที่พื้นทรายขรุขระมาไม่น้อยเลย"เจ็บมากไหมคะอาร์ต? ดูสิ เลือดซิบเลย" เพนนีพูดพลางถือกล่องปฐมพยาบาลเข้ามานั่งข้างๆ อาร์ตที่ใต้ถุนบ้านไม้"แค่นี้ไกลหัวใจครับเพนนี เห็นคุณปลอดภัยผมก็หายเจ็บแล้ว" อาร์ตส่งยิ้มอ่อนโยนให้เพนนีเบ้ปากใส่คนขี้อ่อยแต่ในใจคือเต้นโครมครามค่ะ เธอค่อยๆ บรรจงชุบสำลีเช็ดแผลที่ท่อนแขนแกร่งของเขา "อยู่นิ่งๆ สิคะทีตอนสู้กับคนบ้าล่ะเก่งจัง พอจะทำแผลล่ะทำเป็นยิ้มหวาน"บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิท มีเพียงเสียงจิ้งหรีดและสายลมพัดเบาๆ กลิ่นดอกปีบหอมโชยมา เพนนีเงยหน้าขึ้นมาสบตากับอาร์ตในระยะประชิด แสงไฟสีเหลืองนวลในบ้านทำให้ดวงตาของอาร์ตดูประกายวิบวับกว่าปกติ"เพนนีครับ..." อาร์ตเอ่ยเรียกเสียงเบา พลางใช้มือข้างที่ไม่เจ็บเชยคางเพนนีขึ้นมา "ขอบคุณนะครับที่อยู่ข้างผมในวันที่แย่ที่สุด จนถึงวันที่ผมมีทุกอย่างในวันนี้""เพนนีก็ต้องขอบคุณอาร์ตเหมือนกันค่ะ ที่ยอมอดทนกับนางร้ายเอาแต่ใจอย่างเพนนีมาตลอด"อาร์ตค่อยๆ โน้มใบหน้าเ
หลังจากที่ยัยไหมเดินสะบัดบ็อบออกไป เพนนียังคงยืนหน้างอ ขัดใจที่ยัยนั่นกล้าเอาเรื่องเงินมาข่มอาร์ตกลางวิลล่าส่วนตัว"อาร์ตเพนนีไม่ยอมนะคะ ยัยไหมนั่นไปเอาเงินมาจากไหน ถึงกล้ามาเสนอหน้าลงทุนในที่ดินของปู่อาร์ต" เพนนีกระทืบเท้าเบาๆ อย่างขัดใจอาร์ตดึงมือเพนนีให้นั่งลงที่เดิม "ใจเย็น ๆ ครับเพนนี ผมว่ามันแปลก ๆ ทุนต่างชาติที่ไหนจะกล้าเสี่ยงกับที่ดินที่เคยมีคดีระดับประเทศแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ทุนสีเทาที่ต้องการฟอกเงิน"เพนนีตาวาวทันที "ฟอกเงินเหรอคะ? หึ! งั้นยิ่งง่ายเลยค่ะอาร์ต ในเมื่อยัยนั่นอยากเล่นเกมการเงิน เพนนีก็จะจัดให้!"เพนนีหยิบไอโฟนเครื่องหรูขึ้นมาแล้วต่อสายตรงถึงท่านเดชทันที"คุณพ่อคะเพนนีอยากขอถอนเงินในกองทุนมรดกส่วนตัวของเพนนีทั้งหมดค่ะ ใช่ค่ะ เพนนีจะเอามาลงทุนรีโนเวทเหมืองระยองให้อาร์ต และเพนนีต้องการให้ชื่อบริษัทของยัยไหมติดบัญชีดำของสมาคมนักธุรกิจไทยภายในพรุ่งนี้ด้วยนะคะ"อาร์ตมองแฟนสาวด้วยความทึ่ง "เพนนี... นั่นมันเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณเลยนะ คุณจะเอามาทุ่มกับโปรเจกต์ที่ยังไม่เห็นกำไรแบบนี้จริง ๆ เหรอ?"เพนนีหันมาสบตาอาร์ต แววตาที่เคยขี้เล่นกลับดูจริงจังขึ้นมา "อาร์ตคะ... เง
"พวกมันมากันแล้วอาร์ตทำยังไงดีคะ?!" เพนนีเกาะแขนอาร์ตแน่น มองดูบอดี้การ์ดที่ค่อย ๆ เดินโอบเข้ามาพร้อมอาวุธในมืออาร์ตสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขาไม่ได้ตื่นตระหนกเลยสมเป็นวิศวกรสายมึนของเพนนีจริง ๆ "นิกเชื่อมต่อระบบสัญญาณจากรถตู้เข้ากับจอยักษ์หน้าคฤหาสน์และทีวีทุกช่องที่กำลังถ่ายทอดสดงานเลี้ยงของท่านรัฐมนตรีเดี๋ยวนี้""จัดให้ครับเพื่อน" นิกดีดนิ้วรัวคีย์บอร์ดด้วยความเร็วแสงในขณะที่นายชาติ บอดี้การ์ดท่านเดชที่ถูกสั่งให้มาคุมสถานการณ์ กำลังจะสั่งให้คนพังประตูรถตู้ จู่ ๆ หน้าจอ LED ขนาดมหึมาหน้าบ้านและในงานเลี้ยงก็สว่างวาบขึ้น ภาพหลักฐานการโอนเงิน คลิปเสียงสั่งการสังหารพ่ออาร์ต และแผนการโกงกินชาติของรัฐมนตรีทรงพล ถูกเปิดวนซ้ำไปซ้ำมาต่อหน้าแขกเหรื่อนับร้อยและนักข่าวที่มารอทำข่าวการเมือง"นี่มันอะไรกัน?!" เสียงรัฐมนตรีทรงพลแผดลั่นกลางงานเลี้ยง ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาตอนนี้ซีดเผือดเป็นไก่ต้มเพนนีตัดสินใจเปิดประตูรถตู้แล้วก้าวออกมาพร้อมกับถือโทรศัพท์ที่กำลังไลฟ์สด ผ่านโซเชียลที่มีคนดูเป็นแสนในพริบตา "ท่านอาทรงพลคะความลับไม่มีในโลกค่ะ... และความยุติธรรมที่อาร์ตกับคุณปู่รอคอยมา 20 ปี วันนี้มั
เพนนีนั่งรินน้ำชาให้รัฐมนตรีทรงพลและภีมด้วยท่าทางอ่อนหวานระดับสิบ ในขณะที่อาร์ตแอบกบดานอยู่ในรถตู้ที่จอดอยู่ไม่ไกลจากคฤหาสน์ โดยมีนิกช่วยคอยจูนสัญญาณเสียงให้คมชัดที่สุด"ขอบใจนะหลานเพนนี นี่ถ้าภีมเขาได้แต่งงานกับหนูจริงๆ อาสงสัยว่าอาคงไม่ต้องกังวลเรื่องการขยายฐานอำนาจไปทางฝั่งวรโชติเมธีเลยล่ะ" รัฐมนตรีทรงพลหัวเราะร่า ก่อนจะหันไปคุยกับท่านเดชด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม"เดช เรื่องที่ฉันให้แกไปจัดการน่ะ เรียบร้อยไหม? ไอ้หลักฐานในเหมืองระยองที่เมียแกเคยเก็บไว้ ฉันหวังว่ามันจะถูกทำลายไปพร้อมกับลูกน้องแกที่เหมืองวันนั้นแล้วนะ"ท่านเดชจิบชาด้วยมือนิ่งๆ "เรื่องนั้น... ฉันจัดการให้แล้วทรงพล แกไม่ต้องห่วง""ดี เพราะตอนนี้ฉันกำลังจะเซ็นอนุมัติโครงการแลนด์บริดจ์มูลค่าแสนล้าน ซึ่งนอมินีของฉันเตรียมรับช่วงต่อแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกสองอาทิตย์เงินก้อนแรกจะถูกโอนผ่านบัญชีในสวิส... ข้อมูลบัญชีอยู่ในแฮนดี้ไดรฟ์ที่ฉันคล้องคอไว้นี่แหละ ใครหน้าไหนก็เอาไปไม่ได้" ทรงพลตบที่หน้าอกตัวเองอย่างลำพองในขณะที่รัฐมนตรีทรงพลคุยเรื่องชั่วๆ กับท่านเดช ภีมก็ถือโอกาสเขยิบเข้าไปใกล้เพนนีจนไหล่ชนกัน "น
อาร์ตขับรถพาเพนนีหนีลัดเลาะตามเส้นทางที่ซับซ้อนจนแน่ใจว่าสลัดพวกลูกน้องของท่านเดชหลุดแล้ว เขาตัดสินใจพาเธอมายังบ้านสวนหลังเล็กท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่พักเพียงแห่งเดียวที่คุณปู่ของเขาเหลืออยู่หลังจากโดนยึดทรัพย์สินไปในอดีต"ที่นี่ที่ไหนคะอาร์ต? ดูเงียบสงบจัง" เพนนีถามพลางปัดฝุ่นออกจากชุดสวยที่ตอนนี
"ในเมื่ออาร์ตไม่ยอมขอ... เพนนีคนนี้จะขอเองค่ะ!"เพนนีตัดสินใจว่าการรอให้อาร์ตขอนัดเดตคงต้องรอให้หุ่นยนต์ที่เขาทำเดินได้เองก่อน เธอจึงเลือกใช้วิธีลักพาตัวโดยการส่งนิกและแก๊งเพื่อนวิศวะไปหลอกล่อให้อาร์ตขึ้นรถตู้ของบ้านเธอมาที่สวนสนุกปิดพรีเมียมที่เธอจองไว้เพียงสองคน!ณ สวนสนุก ที่เงียบสงบเพราะโดนเ
เพนนีเหลือบไปเห็นโรสที่ยืนหน้าซีดอยู่ไกลๆ เธอจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่นางเอกไม่มีวันทำ นั่นคือการ "บีบให้ทุกคนพูดความจริง""โรส! มานี่สิ" เพนนีตะโกนเรียกเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามองโรสค่อยๆ เดินเข้ามาด้วยท่าทางกังวล "คุณเพนนี... อาร์ต มีอะไรกันหรือเปล่าคะ?""โรส ไม่ต้องฟังที่ยัยนี่พูดนะ กลับไปก่อน"
"ในเมื่ออาร์ตไม่ยอมบอก... ฉันก็จะหาคำตอบเอง!"เพนนีกลับมาที่บ้านด้วยหัวใจที่บอบช้ำแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอต่อสายตรงหาเลขาฯ ส่วนตัวของพ่อทันที "พี่ชัย... เพนนีอยากได้ประวัติย้อนหลัง 5 ปีของนักศึกษาที่ชื่ออนันดา คณะวิศวะ และ โรสิตา โดยเฉพาะข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับทั้งคู่... เอาแบบละเอียดที







