LOGINหลังจากโดนเมินกลางอากาศ เพนนีกลับมาที่คอนโดหรูพร้อมกับอารมณ์ที่เดือดปุดๆ เธอโยนกระเป๋าแบรนด์เนมลงบนโซฟาก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาสั่งการลูกน้องทันที
"ไปสืบมาผู้ชายที่ฉันเจอหน้าคณะวิศวะเป็นใคร คนที่ชอบทำหน้าเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลานั่นน่ะ เป็นใคร บ้านอยู่ที่ไหน มีแฟนหรือยัง อ้อ แล้วสืบด้วยว่าไอติมร้านไหนที่เขามักจะไปกิน" ไม่ถึงสองชั่วโมงข้อมูลทุกอย่างก็ถูกส่งเข้ามาในเครื่องของเพนนี เธอแสยะยิ้มเมื่อเห็นรูปโปรไฟล์ในระบบนักศึกษาของผู้ชายที่กล้าปฏิเสธเธอ 'อาร์ต อนันดางั้นเหรอ หน้าตาก็ดีหรอกนะแต่นิสัยเสียชะมัด' เช้าวันต่อมา ณ คณะวิศวกรรมศาสตร เสียงฝีเท้าจากรองเท้าสูงสีแดงดังกระทบพื้นคอนกรีตของลานเกียร์ เพนนีเดินมาพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคนที่ถือถึงขนมและกาแฟราคาแพงมาเต็็็มสองมือ เธอจงใจใส่แว่นกันแดดสีชาและเดินเชิดหน้าผ่านดงหนุ่มวิศวะที่พากันนิ่งอึ้งจนลืมเคี้ยวข้าว "นั่นใครน่ะ? นางฟ้าหลงมาถิ่นเกียร์เหรอวะ?" เสียงหนุ่มๆในคณะซุบซิบกัน "นางฟ้าที่ไหนล่ะนั่นน่ะ เพนนี นิเทศฯ ยัยคุณหนูตัวร้ายที่เขาว่ากันว่าใครขวางทางจะต้องจบไม่สวยไงล่ะ!" เพนนีไม่สนใจเสียงรอบข้าง เธอเดินตรงไปยังกลุ่มนักศึกษาปี3ที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่ใต้ตึก และใช่ เธอเจอเขานอนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะไม้หินอ่อนท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กของเพื่อนๆ ปัง! เพนนีตบโต๊ะเสียงดังจนอาร์ตสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้ามึนงง "นาย! ตื่นมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้" เพนนีสั่งเสียงเฉียบ อาร์ตปัดผมที่ยุ่งเหยิงของเขาออก มองเพนรีด้วยตาปรือๆ "คุณอีกแล้วเหรอ? รถซ่อมเสร็จไวจังนะ" "รอยนั่นเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย แต่ที่นายกล้าเดินหนีฉันเมื่อวานมันคือเรื่องใหญ่!" เพนนีส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดวางกาแฟและขนมลงบนโต๊ะจนแทบไม่มีที่ว่าง "นี่คือกาแฟที่แพงที่สุดในย่านนี้ ฉันซื้อมาแจกเพื่อนายทุกคน ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาที่นายต้องมาคุยกับฉัน" พวกเพื่อนในกลุ่มของอาร์ต รวมถึง นิก หนุ่มวิศวะสายปาร์ตี้ตาโตขึ้นมาทันที "โห ขอบคุณครับคุณคนสวย อาร์ตมึงก็ไปคุยกับเขาหน่อยเถอะ กาแฟแก้วละตั้งหลายร้อยเลยนะเว้ย" อาร์ตมองกาแฟสลับกับหน้าเพนนี เขาหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาแก้วหนึ่งแล้วยื่นให้นักศึกษาปี1ที่เดินผ่านมาพอดี "อะ ผมให้ ผมไม่กินกาแฟใส่นมครับมันหวานเกิน" เพนนีหน้าตึง "นายว่าไงนะ?" "ผมบอกว่าไม่กินไง แล้วก็ขอบคุณสำหรับขนมนะ แต่เพื่อนผมคงอิ่มกันแล้วเพราะพวกเราเพิ่งกินข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าคณะมา" อาร์ตพูดพลางลุกขึ้นยืนสะพายเป้เก่าๆของเขาเตรียมตัวเดินหนีอีกรอบ "วันนี้ผมมีเช็คชื่อแล็บ ขอตัวนะครับ" "เดี๋ยว! นายจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นจนกว่าจะยอมรับปากว่าจะไปทานข้าวกับฉันเพื่อไถ่โทษ!" เพนนีรีบเดินไปขวางทางเขาไว้แต่คราวนี้อาร์ตไม่ได้เดินเลี่ยง เขาก้มหน้าลงมาจนใบหน้าเกือบจะชิดกับเพนนี กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆจากตัวเขาปะทะกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธอ เพนนีชะงักไปชั่วครู่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ "คุณหนูเพนนีครับ..." อาร์ตเรียกชื่อของเธอเป็นครั้งแรก "โลกของคุณอาจจะหมุนรอบตัวคุณเอง แต่โลกของผมมันหมุนตามฟิสิกส์และในกฏของผมคุณคือแรงเสียดทานที่ผมไม่อยากให้มันมาถ่วงชีวิต เข้าใจไหมครับ?" อาร์ตเดินอ้อมตัวเธอไปทิ้งให้เพนนียืนยิ่งอึ้งอยู่กลางลานเกียร์ ท่ามกลางสายตาของคนนับร้อย 'แรงเสียดทาน? นี่นายหาว่าฉันเป็นตัวถ่วงความเจริญงั้นเหรอไอ้บ้าอาร์ต!' เพนนีกำหมัดแน่นน้ำตาแห่งความโกรธและเสียหน้าคลออยู่ที่เบ้า แต่ในขณะเดียวกันความรู้สึกอยากเอาชนะมันพุ่งทะลุปรอทไปแล้ว "นายนั่นแหละอาร์ต ถ้านายหาว่าฉันเป็นแรงเสียดทาน ฉันก็จะเสียดทายนายไปจนกว่านายจะไปไหนไม่ได้เลยคอยดู!" หลังจากโดนอาร์ตปฏิเสธหน้าหงายที่ลานเกียร์ เพนนีไม่ยอมแพ้เธอสั่งให้คนขับรถจอดรถรออยู่หน้าตึกวิศวะเพื่อดักรออาร์ตเลิกแล็บ แต่ภาพที่เธอเห็นกลับทำให้ความโกรธเปลี่ยนเป็นความรู้สึกหน่วงๆที่หน้าอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาร์ตที่ปกติจะทำหน้าซังกะตายเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา กำลังเดินยิ้มกว้างออกมาจากตึกเรียนเคียงข้างกับผู้หญิงคนหนึ่งในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเรียบร้อยเส้นผมยาวตรงดิ่งสีดำสนิทและรอยยิ้มที่่ดูอ่อนโยนจนน่าหมั่นไส้ "อาร์ตเหนื่อยไหม วันนี้แล็บยากหรือเปล่า?" เสียงหวานๆของผู้หญิงคนนั้นดังเข้าหูของเพนนี "นิดหน่อยน่ะโรส แต่พอได้เห็นหน้าโรสก็หายเหนื่อยแล้วนะ" อาร์ตตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแบบที่เพนนีไม่เคยได้ยินมาก่อน เพนนีกำพวงมาลัยรถแน่นจนมือสั่น 'ยัยคนนี้เป็นใคร ทำไมตาบ้าอาร์ตถึงต้องทำท่าเหมือนคนคลั่งรักขนาดนั้นด้วย!' เธอก้าวลงจากรถสปอร์ตทันทีเดินตรงเข้าไปขวางหน้าทั้งคู่ด้วยท่าทางราชินีผู้สง่างามแต่ข้างในร้อนเป็นไฟ "หยุดเดี๋ยวนี้! นายหนีฉันมาเพื่อมาหาผู้หญิงจืดๆแบบนี้เนี่ยนะอาร์ต?" เพนนีตวัดสายตาไปมองโรสตั้งแต่หัวจรดเท้า "นี่เหรอรสนิยมของนาย? เรียบร้อยจนดูเหมือนแม่ชีหลงยุค" โรสชะงักไปเล็กน้อย เธอไม่ได้ดูโกรธจัดเหมือนที่เพนนีคาดไว้แต่กลับมองเพนนีด้วยสายตาสงสัย "เอ่อ คุณคือคนที่เอากาแฟมาแจกเพื่อนๆอาร์ตเมื่อเช้าใช่ไหมคะ? ฉันชื่อโรสค่ะเป็นเพื่อนสนิทของอาร์ต" "ฉันไม่ได้ถามชื่อเธอ!" เพนนีแผนเสียง "อาร์ตนายต้องไปทานข้าวกับฉันเดี๋ยวนี้!" อาร์ตขยับมาบังโรสไว้ทันทีสายตาของเขาที่มองเพนนีเปลี่ยนเป็นเย็นชาจนน่าขนลุก "คุณหนูเพนนีอย่าเสียมารยาทกับโรสนะ โรสน่ะไม่เหมือนคุณ เธอไม่เคยบังคับใครและไม่เคยเอาเงินมาฟาดหัวคนอื่นเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ" "นี่นายว่าฉันงั้นเหรอ?" เพนนีเสียงสั่น "เพราะยัยนี่ใช่ไหมนายถึงไม่เคยมองฉันเลยทั้งที่ฉันสวยกว่า รวยกว่าและพร้อมจะเปย์นายทุกอย่าง!" "ใช่ครับ เพราะโรสไม่ใช่คุณและต่อให้คุณจะพยายามแค่ไหน คุณก็แทนที่โรสไม่ได้" อาร์ตพูดจบก็คว้าข้อมือโรสให้เดินตามไป ทิ้งให้เพนนียืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ในสายตาของเพนนีตอนนี้โรสไม่ใช่แค่ผู้หญิงเรียบร้อยคนหนี่งอีกต่อไป แต่คือนางร้ายที่แฝงตัวมาในคราบของนางเอก ยัยนี่ต้องทำของใส่เขาแน่ๆหรือไม่ก็ต้องใช้ความใสซื่อมาหลอกล่อให้อาร์ตตายใจ "เฮอะ เพื่อนสนิทเหรอ โกหกทั้งเพฉันจะกระชากหน้ากากยัยกุหลาบอาบยาพิษนี่ออกมาเอง ไอ้บ้าอาร์ตจะได้รู้ว่าผู้หญิงที่ควรคู่กับเขาจริงๆคือฉัน ไม่ใช่ยัยแม่ชีนี่!" ยัยโรสเนี่ยนะดูยังไงก็เสแสร้งชัดๆ ยิ้มหวานแบบนั้นน่ะเหรอที่หมอนั้นชอบ? ได้ถ้าหมอนั้นชอบแนวนั้นเธอจะจัดให้หนักกว่าเดิมร้อยเท่าหลังจากร้องไห้จนตาบวม เพนนีนั่งจ้องกระจกแล้วบอกกับตัวเอง "คนอย่างเพนนีไม่มีคำว่าแพ้ ถ้าเขาชอบคนดีนักฉันก็จะเป็นคนดีให้ดู!" วันต่อมา ณ สโมสรนักศึกษา อาร์ตกับโรสกำลังนั่งตรวจเอกสารกิจกรรมค่ายอาสาอยู่ที่โต๊ะยาว เพนนีเดินเข้ามาคราวนี้เธอไม่ได้ใส่ส้นสูงแหลมปรี๊ดหรือถือกระเป๋าหรูราคาแพง แต่เธอมาในชุดนักศึกษาสีขาวสะอาดตาปล่อยผมตรงเป็นธรรมชาติและถือกล่องข้าวทำมือมาด้วย "อาร์ต โรส" เพนนีเรียกเสียงแผ่ว พลางก้มหน้าดูสำนึกผิด อาร์ตเงยหน้าขมวดคิ้ว "คุณมาทำอะไรอีก?" "เพนนี... คือเพนนีจะมาขอโทษเรื่องวันก่อนค่ะ" เธอฝืนเรียกชื่อตัวเองแทนคำว่าฉัน "ที่อาร์ตพูดวันนั้นมันถูกแล้ว เพนนีนิสัยไม่ดีเอง เพนนีกลับไปคิดดูแล้ว เพนนีแค่อยากจะปรับปรุงตัว" โรสที่ดีใจเป็นทุนเดิมยิ้มออกมาทันที "ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณเพนนี โรสไม่ถือสาเลย" "จริงเหรอคะโรส? งั้น... ให้เพนนีช่วยงานที่นี่ได้ไหม? เพนนีอยากพิสูจน์ให้อาร์ตเห็นว่าเพนนีไม่ใช่แรงเสียดทานอีกต่อไปแล้ว" เพนนีพยายามทำตาละห้อยส่งไปให้อาร์ต เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเพนนีเหมือนกำลังจับผิด แต่เธอฝึกซ้อมหน้ากระจกมาอย่างดี จึงรักษาความนิ่งไว้ได้ "งานที่นี่มันเหน
"นิสัยเรียบร้อยแบบนั้นน่ะเหรอที่นายชอบ? เหอะ ของปลอมทั้งนั้นแหละ" เพนนีนั่งกอดอกอยู่ในคาเฟ่หรูใกล้คณะวิศวะ นิ้วเรียวยาวเคาโต๊ะเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิดในหัวของเธอตอนนี้มีแต่ภาพที่อาร์ตปกป้งโรสมันยิ่งทำให้เธออยากจะเอาชนะมากขึ้นเป็นทวีคูณ เธอไม่ได้อยากได้แค่อาร์ตแล้วตอนนี้ แต่เธอต้องการทำให้เห็นว่าเธอนี่แหละคือตัวจริง "กอหญ้าไปสืบมาว่ายัยโรสชอบไปไหน ทำอะไร แล้ววันนี้มีกินกรรมอะไรที่คณะวิศวะบ้าง" เพนนีสั่งรุ่นน้องปี1ที่กลายมาเป็นกึ่งๆเบี้ยล่างของเธอ "วันนี้มีกิจกรรมซ่อมเพื่อน้องค่ะพี่เพนนี พวกวิศวะจะไปรวมตัวกันที่โรงรถหลังคณะเพื่อซ่อมจักรยานเก่าให้น้องๆมูลนิธิค่ะ เห็นว่าพี่โรสก็ไปช่วยทาสีด้วยนะคะ" เพนนียกยิ้มร้าย "ทาสีเหรอ? หวานเลยสิฉันจะทำให้สีที่ยัยนั่นทากลายเป็นสีที่เปื้อนหน้ายัยนั่นเอง!" ณ โรงรถหลังคณะวิศวะ บรรยากาศเต็มไปด้วยฝุ่นและเสียงเคาะเหล็ก อาร์ตกำลังก้มหน้าก้มตาเช็กโซ่จักรยาน โดยมีโรสนั่งยิ้มแย้มทาสีเหลืองสดใสอยู่ข้างๆ ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของหนุ่มๆทั้งคณะ "ขอโทษนะคะ ขอกล่องสีตรงนั้นหน่อยได้ไหมคะ?" เสียงแหลมปรี๊ดของเพนนีดังขึ้น เธอมาในชุดที่ดูพยายามจะลุยสุดๆ คือกางเกงยีน
หลังจากโดนเมินกลางอากาศ เพนนีกลับมาที่คอนโดหรูพร้อมกับอารมณ์ที่เดือดปุดๆ เธอโยนกระเป๋าแบรนด์เนมลงบนโซฟาก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาสั่งการลูกน้องทันที"ไปสืบมาผู้ชายที่ฉันเจอหน้าคณะวิศวะเป็นใคร คนที่ชอบทำหน้าเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลานั่นน่ะ เป็นใคร บ้านอยู่ที่ไหน มีแฟนหรือยัง อ้อ แล้วสืบด้วยว่าไอติมร้านไหนที่เขามักจะไปกิน" ไม่ถึงสองชั่วโมงข้อมูลทุกอย่างก็ถูกส่งเข้ามาในเครื่องของเพนนี เธอแสยะยิ้มเมื่อเห็นรูปโปรไฟล์ในระบบนักศึกษาของผู้ชายที่กล้าปฏิเสธเธอ 'อาร์ต อนันดางั้นเหรอ หน้าตาก็ดีหรอกนะแต่นิสัยเสียชะมัด' เช้าวันต่อมา ณ คณะวิศวกรรมศาสตรเสียงฝีเท้าจากรองเท้าสูงสีแดงดังกระทบพื้นคอนกรีตของลานเกียร์ เพนนีเดินมาพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคนที่ถือถึงขนมและกาแฟราคาแพงมาเต็็็มสองมือ เธอจงใจใส่แว่นกันแดดสีชาและเดินเชิดหน้าผ่านดงหนุ่มวิศวะที่พากันนิ่งอึ้งจนลืมเคี้ยวข้าว"นั่นใครน่ะ? นางฟ้าหลงมาถิ่นเกียร์เหรอวะ?" เสียงหนุ่มๆในคณะซุบซิบกัน"นางฟ้าที่ไหนล่ะนั่นน่ะ เพนนี นิเทศฯ ยัยคุณหนูตัวร้ายที่เขาว่ากันว่าใครขวางทางจะต้องจบไม่สวยไงล่ะ!" เพนนีไม่สนใจเสียงรอบข้าง เธอเดินตรงไปยังกลุ่มนักศึกษาปี3ที่นั
เสียงเครื่องยนต์ V12 ของรถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันละเหยียบสามสิบล้าน คำรามลั่นไปทั่วลานจอดรถหน้าคณะนิเทศศาตร์ นักศึกษาแถวนั้นต่างพากันหลบวูบเพราะรู้ดีว่าเจ้าของรถคันนี้ไม่ชอบรอและไม่ชอบให้ใครมาขวางทางเพนนีก้าวลงจากรถในชุดเดรสรัดรูปแบรนด์เนมที่ส่งให้รูปร่างของเธอดูเพรียวบางทว่าสง่างาม เส้นผมสีน้ำตาลเข้มดัดลอนสลวยรับกับใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างประณีต ดวงตาเฉี่ยวคมกวาดมองไปรอบๆด้วยสายตาที่บอกเป็นนัยว่าที่นี่คือถิ่นของตน “ยัยเพนนีมาแล้ว!” เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีที่เธอเดินผ่าน ชีวิตของเพนนีคือความสมบูรณ์แบบที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ พ่อของเธอคือสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงอิทธิพล ส่วนแม่คืออดีตนางงามที่ผันตัวมาทำธุรกิจอสังหาริมาทรัพย์ ตั้งแต่เกิดมาคำว่าไม่ได้มันไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของเธอเลย ถ้าเธออยากได้กระเป๋ารุ่นลิมิเตดเธอก็แค่ดีดนิ้ว ถ้าเธออยากได้คะแนนสอบดีๆพ่อของเธอก็แค่บริจาคห้องสมุดใหม่“เลขาเอกสารลงทะเบียนมาให้หรือยัง?” เพนนีเอ่ยถามเสียงเรียบขณะที่กอหญ้ารุ่นน้องปี1ที่บังเอิญเดินผ่านมาพอดีรีบก้มหน้าก้มตาหลบ“เอ่อ พี่เพนนีคะ คือ” “ฉันถามก็ตอบ” เพนนีหยุดเดินแล้วถอดแว่นกันแดดราคาแพงออก เผยให้เห็นด







