LOGINหลังจากร้องไห้จนตาบวม เพนนีนั่งจ้องกระจกแล้วบอกกับตัวเอง
"คนอย่างเพนนีไม่มีคำว่าแพ้ ถ้าเขาชอบคนดีนักฉันก็จะเป็นคนดีให้ดู!" วันต่อมา ณ สโมสรนักศึกษา อาร์ตกับโรสกำลังนั่งตรวจเอกสารกิจกรรมค่ายอาสาอยู่ที่โต๊ะยาว เพนนีเดินเข้ามาคราวนี้เธอไม่ได้ใส่ส้นสูงแหลมปรี๊ดหรือถือกระเป๋าหรูราคาแพง แต่เธอมาในชุดนักศึกษาสีขาวสะอาดตาปล่อยผมตรงเป็นธรรมชาติและถือกล่องข้าวทำมือมาด้วย "อาร์ต โรส" เพนนีเรียกเสียงแผ่ว พลางก้มหน้าดูสำนึกผิด อาร์ตเงยหน้าขมวดคิ้ว "คุณมาทำอะไรอีก?" "เพนนี... คือเพนนีจะมาขอโทษเรื่องวันก่อนค่ะ" เธอฝืนเรียกชื่อตัวเองแทนคำว่าฉัน "ที่อาร์ตพูดวันนั้นมันถูกแล้ว เพนนีนิสัยไม่ดีเอง เพนนีกลับไปคิดดูแล้ว เพนนีแค่อยากจะปรับปรุงตัว" โรสที่ดีใจเป็นทุนเดิมยิ้มออกมาทันที "ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณเพนนี โรสไม่ถือสาเลย" "จริงเหรอคะโรส? งั้น... ให้เพนนีช่วยงานที่นี่ได้ไหม? เพนนีอยากพิสูจน์ให้อาร์ตเห็นว่าเพนนีไม่ใช่แรงเสียดทานอีกต่อไปแล้ว" เพนนีพยายามทำตาละห้อยส่งไปให้อาร์ต เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเพนนีเหมือนกำลังจับผิด แต่เธอฝึกซ้อมหน้ากระจกมาอย่างดี จึงรักษาความนิ่งไว้ได้ "งานที่นี่มันเหนื่อยนะคุณหนู มันต้องยกของแถมยังต้องตากแดด" "เพนนีทำได้ค่ะ! งานทาสีหรืองานล้างจานก็ได้ ให้เพนนีทำเถอะนะ" สุดท้ายอาร์ตก็ใจอ่อนยอมให้เพนนีเข้ามาช่วยงานสโมสร เพนนีแอบเหยียดยิ้มในใจ 'หึ ก้าวแรกสำเร็จ' ตลอดทั้งบ่ายเพนนีพยายามทำตัวติดกับอาร์ตตลอดเวลา ใครจะใช้เธอทำอะไรเธอก็ทำถึงแม้ในใจจะอยากกรี๊ดแค่ไหนตอนเห็นเล็บสวยๆ ต้องเลอะฝุ่น แต่สิ่งที่ทำให้เธอคันยิบๆในใจคือ ความสนิทสนมของอาร์ตกับโรส "โรส กินน้ำหน่อยไหม หน้าซีดๆนะ" อาร์ตส่งขวดน้ำให้โรส พลางใช้สือลูบหัวเธอเบาๆอย่างเคยชิน ภาพนั้นทำให้เพนนีแทบจะหักปากกาในมือทิ้ง 'ลูบหัวเหรอ? ฉันยังไม่เคยโดนแตะเลยนะ!' "โอ๊ย!" เพนนีแกล้งร้องลั่นพลางกุมข้อมือตัวเอง "อาร์ตช่วยด้วยค่ะ เหมือนเพนนีจะโดนขอบโต๊ะบาดเลย" อาร์ตรีบวางมือจากโรสแล้วเดินเข้ามาดู "ไหนดูหน่อย" เขารวบข้อมือเธอไปดูใกล้ๆ วินาทีนั้นเพนนีรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั้งตัว ความประหลาดของเขา ความนิ่งของเขามันทำให้เธอยิ่งรู้สึกตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น "แผงนิดเดียวเองครับ แค่รอยแดงน่ะ" อาร์ตปล่อยมือเธอทันที "โรสในกระเป๋าเรามีพลาสเตอร์ไหม?" "มีนะอาร์ต เดี๋ยวโรสแปะให้คุณเพนนีเอง" โรสรีบเดินเข้ามาหา เพนนีชักมือกลับทันควัน "ไม่ต้อง! เอ่อ... หมายถึงไม่เป็นไรค่ะโรส พอดีดพนนีเกรงใจเดี๋ยวให้อาร์ตแปะให้ดีกว่า" อาร์ตมองหน้าเพนนีนิ่งๆ "โรสเป็นคนถือกล่องปฐมพยาบาล ให้โรสจัดการน่ะดีแล้ว ผมต้องไปเช็กชื่อคนลงทะเบียนค่าย" อาร์ตเดินจากไปทิ้งให้เพนนียืนอยู่กับโรสสองคน รอยยิ้มซื่อๆของโรสยิ่งทำให้เพนนีหมั่นไส้ "คุณเพนนีอดทนเก่งจังเลยนะคะ งานที่นี่มันร้อนมากแต่คุณก็ยังอยู่" โกศาจารย์ "อย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยโรส" เพนนีกระซิบเสียงเย็น สายตาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ "คิดว่าอาร์ตเขาจะชอบเธอไปได้อีกนานแค่ไหนงั้นเหรอ ผู้หญิงจืดๆอย่างเธออีกไม่นานเขาก็ต้องเบื่อ" โรสชะงักไปทันที "โรสไม่เคยคิดจะแข่งกับคุณเพนนีเลยนะคะ อาร์ตเขาจะชอบใครโรสก็น้อมรับ" "ทำเป็นปากดี งั้นก็รอดูว่าระหว่างความแสนดีปลอมๆ ของเธอกับความสวยระดับพรีเมียมของฉัน อาร์ตเขาจะเลือกใคร!" 'ยัยโรสเนี่ยมันร้ายลึกจริงๆทำเป็นน้อมรับงั้นเหรอ หึ เดี๋ยวเจอแผ่นขั้นต่อไปของฉันแล้วเธอจะได้รู้ว่านางร้ายที่แท้จริงน่ะ เขาทำงานกันยังไง!' เพนนีคิดในใจ กิจกรรมค่ายอาสาของคณะวิศวะจัดขึ้ตที่โรงเรียนบนดอยห่างไกล เพนนีใช้เส้นใหญ่ขนของบริจาคชุดใหญ่ตามมาสมทบเพื่อเอาใจคนทั้งค่าย และแน่นอนว่าเพื่อสร้างภาพลักษณ์คุณหนูใจบุญให้ไอ้บ้าอาร์ต เอ้ย พี่อาร์ตของเธอได้เห็น "อาร์ตคะ เพนนีช่วยถือใบรายชื่อเด็กๆนะคะ" เพนนีเดินตามประกบอาร์ตไม่ห่าง อาร์ตมองเพนนีที่สวมเสื้อค่ายแต่ยังดูดีเกินเบอร์ "คุณหนู ผมว่าคุณไปนั่งพักในที่ร่มเถอะ แดดบนดอยมันแรงเดี๋ยวจะวูบเอา" "ไม่ค่ะ! พะ เพนนีไหว" เธอยิ้มหวานทั้งที่ในใจอยากจะกรีดร้องกับความร้อนระดับนี้ได้ ในขณะที่โรสกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมอาการกลางวันให้เด็กๆ ในโรงครัวไม้ไผ่ เพนนีก็แอบเห็นโอกาสทอง เธอแกล้งทำเป็นเดินเข้าไปช่วยในครัว "โรสจ๊ะ มีอะไรให้เพนนีช่วยไหม?" เพนนีถามเสียงใส "คุณเพนนีช่วยเรียงจานตรงนี้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวโรสจะยกลังนมไปแจกเด็กๆ เอง" โรสยิ้มให้ก่อนจะยกถังหนักๆออกไป เพนนีมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ เธอจึงหยิบน้ำพริกที่เตรียมมาจากกรุงเทพฉบับสูตรเผ็ดพิเศษแอบเทลงไปในหม้อแกงจืดสำหรับเด็กๆ จนหมดขวดแล้วรีบใช้จองหองคนให้เข้ากัน 'หึ พอยกไปแจกเด็ก แล้วเด็กๆร้องไห้เพราะเผ็ด ทุกคนก็จะตำหนิยัยโรสที่เป็นคนทำอาหาร คราวนี้แหละอาร์ตจะได้รู้ว่ายัยแม่ชีนี่สะเพร่าขนาดไหน!' 1 ชั่วโมงต่อมา "แงง เผ็ด พี่อาร์ตครับผมเผ็ด" เสียงเด็กชายตัวน้อยร้องไห้จ้าจนคนทั้งค่ายวิ่งมาดู อาร์ตรีบวิ่งเข้าไปอุ้มเด็ก "ไหน เผ็ดได้ยังไงนี่มันแค่แกงจืดไม่ใช่เหรอ?" เขาตักน้ำแกงขึ้นมาชิมแล้วขมวดคิ้วแน่น หน้าเปลี่ยนสีทันที "เผ็ดมาก โรส! ใครเป็นคนทำหม้อนี้?" โรสที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาหน้าเสียทันที "ระ โรสทำเอง แต่โรสไม่ได้ใส่พริกเลยนะอาร์ต โรสชิมดูแล้วก่อนค่อยยกมา" "แต่ตอนนี้มันเผ็ดจนเด็กกินไม่ได้เลยนะโรส!" อาร์ตพูดเสียงดุทำให้โรสหน้าเสียและน้ำตาคลอ เพนนีรีบเดินเข้ามาแทรก "อุ๊ยตาย! ทำไมทำแบบนี้ล่ะโรส สงสารเด็กๆจังเลย อาร์ตคะอย่าว่าโรสเลยนะคะ เธอคงไม่ได้ตั้งใจ แต่อาจจะเบลอเพราะทำงานหนักไปหน่อยก็ได้" เพนนีแอบยิ้มสะใจที่เห็นโรสโดนดุ แต่ความสุขของเธอก็อยู่ได้ไม่นาน "เพนนี..." อาร์ตเรียกชื่อเธอเสียงนิ่งจนเพนนีใจแป้ว "คะ อาร์ต?" "ที่ข้อมือคุณ... มันติดคราบสีแดงๆของน้ำพริกอยู่เลยนะ" อาร์ตคว้าข้อมือเพนนีขึ้นมาโชว์ให้ทุกคนดู "แล้วกอหญ้าก็บอกผมว่าเห็นคุณแอบเข้ามาในครัวคนเดียวตอนโรสออกไป" เพนนีหน้าถอดสีทันที ก่อนจะหันไปมองกอหญ้าด้วยสายตาจิกกัดจะเอาเรื่อง "คะ คือเพนนีแค่จะเข้ามาช่วย เพนนี..." "พอเถอะเพนนี" อาร์ตปล่อยข้อมือเธอแรงๆ "การที่คุณอยากจะเอาชนะโรสผมพอเข้าใจได้นะ แต่นี่มันคืออาหารของเด็กๆ คุณใจร้ายได้ขนาดนี้เลยเหรอ?" อาร์ตไม่ฟังคำแก้ตัว เขาพาโรสที่กำลังร้องไห้ออกไปเงียบๆ ทิ้งให้เพนนียืนอยู่ท่ามกลางสายตาผิดหวังของคนทั้งค่าย "ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ฉันแค่ ฉันก็แค่ไม่อยากให้นายมองแต่เธอนิ!" เพนนีตะโกนไล่หลังทั้งน้ำตา คืนนั้นเพนนีนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวที่ระเบียงพักไม้ไผ่ เธอรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แผนการร้ายๆที่เธอเคยใช้แล้วได้ผลตลอดเวลา คราวนี้มันกลับทำร้ายตัวเธอเองจนยับเยิน แต่ในขณะที่เธอกำลังสะอึดสะอื้นอยู่นั้น...ใครบางคนก็ยื้นผ้าเช้ดหน้าสีหม่นๆมาให้เธอจากด้านหลัง "เช็ดซะ ร้องจนหน้าบวมหมดแล้วยัยคุณหนู" เสียงนิ่งๆนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอาร์ตนั่นเอง 'เขามาหาฉันเหรอ? ทั้งที่ฉันทำเรื่องแย่ๆขนาดนั้น ทำไมละ ทำไมต้องมาทำเป็นใจดีตอนที่ฉันกำลังเกลียดตัวเองด้วย!' เพนนีคิดในใจหลังจากเคลียร์งานที่เหมืองและรับมรดกจากคุณปู่เรียบร้อย อาร์ตก็พาเพนนีบินลัดฟ้ามาฮันนีมูนที่หมู่บ้านเซอร์แมท ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่นี่มองเห็นยอดเขาแมตเทอร์ฮอร์นตั้งตระหง่านสวยงามเหมือนในฝันเลย"อาร์ตคะดูสิคะ หิมะตกด้วยสวยเหมือนในหนังเลยนะคะ" เพนนีในชุดเฟอร์สีขาวฟูฟ่องวิ่งออกไปที่ระเบียงบ้านพักสไตล์ชาเลต์สุดหรูอาร์ตเดินตามออกมาพร้อมกับผ้าห่มผืนหนา เขาโอบกอดเพนนีจากทางด้านหลังแล้วห่มผ้าให้ทั้งคู่ "ระวังเป็นหวัดนะครับเพนนี อากาศที่นี่ติดลบนะ เดี๋ยวจะไม่มีแรงเที่ยวคืนนี้นะครับ"เพนนีหันกลับมาคล้องคอสามีสุดหล่อ "แหม... อาร์ตคะ มาถึงที่นี่แล้ว ยังจะคิดเรื่องเที่ยวแบบนั้นอีกเหรอคะ? เพนนีอุตส่าห์เตรียม ชุดพิเศษมาให้เข้ากับบรรยากาศหนาว ๆ เลยนะ""ชุดอะไรครับ? ชุดกันหนาวเหรอ?" อาร์ตแกล้งทำหน้าซื่อ"ก็... ชุดนอนที่บางยิ่งกว่าเกล็ดหิมะยังไงล่ะคะ" เพนนีกระซิบข้างหูพลางขบเม้มติ่งหูอาร์ตเบา ๆ จนเขาถึงกับขนลุกซู่อาร์ตไม่รอช้า เขาอุ้มเพนนีกลับเข้าไปในห้องพักที่เปิดเตาผิงไฟจนอุ่นซ่าน แสงไฟสีส้มจากเตาผิงสะท้อนกับดวงตาของทั้งคู่ อาร์ตวางเพนนีลงบนพรมขนสัตว์หนานุ่มหน้าเตาผิง"เพนนีคุณปู่ท่านอยากได
แทนที่จะหวาดกลัวจนยกเลิกงานแต่ง เพนนีกลับเชิดหน้าขึ้นแล้วมองจดหมายข่มขู่นั่นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้น"อาร์ตคะ... ในเมื่อมันอยากให้งานแต่งเราเป็นงานศพ เพนนีก็จะจัดให้แต่เป็นงานศพของพวกมันนะคะ" เพนนีพูดเสียงเฉียบขาด "เราจะย้ายสถานที่จัดงานจากโรงแรมห้าดาว ไปจัดที่เหมืองระยองค่ะ"อาร์ตมองหน้าแฟนสาวแล้วยิ้มกริ่มอย่างรู้ใจ "แผนล่อเสือออกจากถ้ำสินะครับ? ผมเห็นด้วยครับเพนนี เพราะที่เหมืองคือถิ่นของเรา ผมวางระบบเซนเซอร์และกล้องวงจรปิดไว้ทุกตารางนิ้วแล้ว"ข่าวการย้ายสถานที่งานแต่งสายฟ้าแลบถูกกระจายออกไปทันที นักข่าวและแขกเหรื่อต่างพากันงงงวย แต่สำหรับคนร้าย... นี่คือโอกาสทองที่พวกมันรอคอยวันงานมาถึง... เหมืองระยองถูกเนรมิตให้กลายเป็นรันเวย์สีขาวท่ามกลางหุบเขาและเครื่องจักรเก่าที่ถูกขัดจนเงาวับ เพนนีปรากฏตัวในชุดเจ้าสาวสีขาวสั้นที่กระฉับกระเฉงกว่าเดิม ส่วนอาร์ตสวมสูทสีดำทับเสื้อกั๊กกันกระสุนที่เขาออกแบบเองอย่างแนบเนียนในขณะที่บาทหลวงกำลังจะเริ่มพิธี สัญญาณสั่นเตือนในนาฬิกาของอาร์ตก็ดังขึ้น"พวกมันมาแล้วครับเพนนี... ทางทิศเหนือ 3 คน ทิศใต้ 2 คน" อาร์ตกระซิบบอกเจ้าสาวของเขา"นิกต
หลังจากส่งตัวภีมให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว อาร์ตกับเพนนีก็กลับมาที่บ้านสวนของคุณปู่ แม้แผนการท่อลมหลอกของอาร์ตจะชนะขาดลอย แต่เขาก็ได้แผลถลอกปอกเปิกจากการพุ่งชาร์จภีมที่พื้นทรายขรุขระมาไม่น้อยเลย"เจ็บมากไหมคะอาร์ต? ดูสิ เลือดซิบเลย" เพนนีพูดพลางถือกล่องปฐมพยาบาลเข้ามานั่งข้างๆ อาร์ตที่ใต้ถุนบ้านไม้"แค่นี้ไกลหัวใจครับเพนนี เห็นคุณปลอดภัยผมก็หายเจ็บแล้ว" อาร์ตส่งยิ้มอ่อนโยนให้เพนนีเบ้ปากใส่คนขี้อ่อยแต่ในใจคือเต้นโครมครามค่ะ เธอค่อยๆ บรรจงชุบสำลีเช็ดแผลที่ท่อนแขนแกร่งของเขา "อยู่นิ่งๆ สิคะทีตอนสู้กับคนบ้าล่ะเก่งจัง พอจะทำแผลล่ะทำเป็นยิ้มหวาน"บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิท มีเพียงเสียงจิ้งหรีดและสายลมพัดเบาๆ กลิ่นดอกปีบหอมโชยมา เพนนีเงยหน้าขึ้นมาสบตากับอาร์ตในระยะประชิด แสงไฟสีเหลืองนวลในบ้านทำให้ดวงตาของอาร์ตดูประกายวิบวับกว่าปกติ"เพนนีครับ..." อาร์ตเอ่ยเรียกเสียงเบา พลางใช้มือข้างที่ไม่เจ็บเชยคางเพนนีขึ้นมา "ขอบคุณนะครับที่อยู่ข้างผมในวันที่แย่ที่สุด จนถึงวันที่ผมมีทุกอย่างในวันนี้""เพนนีก็ต้องขอบคุณอาร์ตเหมือนกันค่ะ ที่ยอมอดทนกับนางร้ายเอาแต่ใจอย่างเพนนีมาตลอด"อาร์ตค่อยๆ โน้มใบหน้าเ
หลังจากที่ยัยไหมเดินสะบัดบ็อบออกไป เพนนียังคงยืนหน้างอ ขัดใจที่ยัยนั่นกล้าเอาเรื่องเงินมาข่มอาร์ตกลางวิลล่าส่วนตัว"อาร์ตเพนนีไม่ยอมนะคะ ยัยไหมนั่นไปเอาเงินมาจากไหน ถึงกล้ามาเสนอหน้าลงทุนในที่ดินของปู่อาร์ต" เพนนีกระทืบเท้าเบาๆ อย่างขัดใจอาร์ตดึงมือเพนนีให้นั่งลงที่เดิม "ใจเย็น ๆ ครับเพนนี ผมว่ามันแปลก ๆ ทุนต่างชาติที่ไหนจะกล้าเสี่ยงกับที่ดินที่เคยมีคดีระดับประเทศแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ทุนสีเทาที่ต้องการฟอกเงิน"เพนนีตาวาวทันที "ฟอกเงินเหรอคะ? หึ! งั้นยิ่งง่ายเลยค่ะอาร์ต ในเมื่อยัยนั่นอยากเล่นเกมการเงิน เพนนีก็จะจัดให้!"เพนนีหยิบไอโฟนเครื่องหรูขึ้นมาแล้วต่อสายตรงถึงท่านเดชทันที"คุณพ่อคะเพนนีอยากขอถอนเงินในกองทุนมรดกส่วนตัวของเพนนีทั้งหมดค่ะ ใช่ค่ะ เพนนีจะเอามาลงทุนรีโนเวทเหมืองระยองให้อาร์ต และเพนนีต้องการให้ชื่อบริษัทของยัยไหมติดบัญชีดำของสมาคมนักธุรกิจไทยภายในพรุ่งนี้ด้วยนะคะ"อาร์ตมองแฟนสาวด้วยความทึ่ง "เพนนี... นั่นมันเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณเลยนะ คุณจะเอามาทุ่มกับโปรเจกต์ที่ยังไม่เห็นกำไรแบบนี้จริง ๆ เหรอ?"เพนนีหันมาสบตาอาร์ต แววตาที่เคยขี้เล่นกลับดูจริงจังขึ้นมา "อาร์ตคะ... เง
"พวกมันมากันแล้วอาร์ตทำยังไงดีคะ?!" เพนนีเกาะแขนอาร์ตแน่น มองดูบอดี้การ์ดที่ค่อย ๆ เดินโอบเข้ามาพร้อมอาวุธในมืออาร์ตสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขาไม่ได้ตื่นตระหนกเลยสมเป็นวิศวกรสายมึนของเพนนีจริง ๆ "นิกเชื่อมต่อระบบสัญญาณจากรถตู้เข้ากับจอยักษ์หน้าคฤหาสน์และทีวีทุกช่องที่กำลังถ่ายทอดสดงานเลี้ยงของท่านรัฐมนตรีเดี๋ยวนี้""จัดให้ครับเพื่อน" นิกดีดนิ้วรัวคีย์บอร์ดด้วยความเร็วแสงในขณะที่นายชาติ บอดี้การ์ดท่านเดชที่ถูกสั่งให้มาคุมสถานการณ์ กำลังจะสั่งให้คนพังประตูรถตู้ จู่ ๆ หน้าจอ LED ขนาดมหึมาหน้าบ้านและในงานเลี้ยงก็สว่างวาบขึ้น ภาพหลักฐานการโอนเงิน คลิปเสียงสั่งการสังหารพ่ออาร์ต และแผนการโกงกินชาติของรัฐมนตรีทรงพล ถูกเปิดวนซ้ำไปซ้ำมาต่อหน้าแขกเหรื่อนับร้อยและนักข่าวที่มารอทำข่าวการเมือง"นี่มันอะไรกัน?!" เสียงรัฐมนตรีทรงพลแผดลั่นกลางงานเลี้ยง ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาตอนนี้ซีดเผือดเป็นไก่ต้มเพนนีตัดสินใจเปิดประตูรถตู้แล้วก้าวออกมาพร้อมกับถือโทรศัพท์ที่กำลังไลฟ์สด ผ่านโซเชียลที่มีคนดูเป็นแสนในพริบตา "ท่านอาทรงพลคะความลับไม่มีในโลกค่ะ... และความยุติธรรมที่อาร์ตกับคุณปู่รอคอยมา 20 ปี วันนี้มั
เพนนีนั่งรินน้ำชาให้รัฐมนตรีทรงพลและภีมด้วยท่าทางอ่อนหวานระดับสิบ ในขณะที่อาร์ตแอบกบดานอยู่ในรถตู้ที่จอดอยู่ไม่ไกลจากคฤหาสน์ โดยมีนิกช่วยคอยจูนสัญญาณเสียงให้คมชัดที่สุด"ขอบใจนะหลานเพนนี นี่ถ้าภีมเขาได้แต่งงานกับหนูจริงๆ อาสงสัยว่าอาคงไม่ต้องกังวลเรื่องการขยายฐานอำนาจไปทางฝั่งวรโชติเมธีเลยล่ะ" รัฐมนตรีทรงพลหัวเราะร่า ก่อนจะหันไปคุยกับท่านเดชด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม"เดช เรื่องที่ฉันให้แกไปจัดการน่ะ เรียบร้อยไหม? ไอ้หลักฐานในเหมืองระยองที่เมียแกเคยเก็บไว้ ฉันหวังว่ามันจะถูกทำลายไปพร้อมกับลูกน้องแกที่เหมืองวันนั้นแล้วนะ"ท่านเดชจิบชาด้วยมือนิ่งๆ "เรื่องนั้น... ฉันจัดการให้แล้วทรงพล แกไม่ต้องห่วง""ดี เพราะตอนนี้ฉันกำลังจะเซ็นอนุมัติโครงการแลนด์บริดจ์มูลค่าแสนล้าน ซึ่งนอมินีของฉันเตรียมรับช่วงต่อแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกสองอาทิตย์เงินก้อนแรกจะถูกโอนผ่านบัญชีในสวิส... ข้อมูลบัญชีอยู่ในแฮนดี้ไดรฟ์ที่ฉันคล้องคอไว้นี่แหละ ใครหน้าไหนก็เอาไปไม่ได้" ทรงพลตบที่หน้าอกตัวเองอย่างลำพองในขณะที่รัฐมนตรีทรงพลคุยเรื่องชั่วๆ กับท่านเดช ภีมก็ถือโอกาสเขยิบเข้าไปใกล้เพนนีจนไหล่ชนกัน "น
อาร์ตขับรถพาเพนนีหนีลัดเลาะตามเส้นทางที่ซับซ้อนจนแน่ใจว่าสลัดพวกลูกน้องของท่านเดชหลุดแล้ว เขาตัดสินใจพาเธอมายังบ้านสวนหลังเล็กท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่พักเพียงแห่งเดียวที่คุณปู่ของเขาเหลืออยู่หลังจากโดนยึดทรัพย์สินไปในอดีต"ที่นี่ที่ไหนคะอาร์ต? ดูเงียบสงบจัง" เพนนีถามพลางปัดฝุ่นออกจากชุดสวยที่ตอนนี
"ในเมื่ออาร์ตไม่ยอมขอ... เพนนีคนนี้จะขอเองค่ะ!"เพนนีตัดสินใจว่าการรอให้อาร์ตขอนัดเดตคงต้องรอให้หุ่นยนต์ที่เขาทำเดินได้เองก่อน เธอจึงเลือกใช้วิธีลักพาตัวโดยการส่งนิกและแก๊งเพื่อนวิศวะไปหลอกล่อให้อาร์ตขึ้นรถตู้ของบ้านเธอมาที่สวนสนุกปิดพรีเมียมที่เธอจองไว้เพียงสองคน!ณ สวนสนุก ที่เงียบสงบเพราะโดนเ
เพนนีเหลือบไปเห็นโรสที่ยืนหน้าซีดอยู่ไกลๆ เธอจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่นางเอกไม่มีวันทำ นั่นคือการ "บีบให้ทุกคนพูดความจริง""โรส! มานี่สิ" เพนนีตะโกนเรียกเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามองโรสค่อยๆ เดินเข้ามาด้วยท่าทางกังวล "คุณเพนนี... อาร์ต มีอะไรกันหรือเปล่าคะ?""โรส ไม่ต้องฟังที่ยัยนี่พูดนะ กลับไปก่อน"
"ในเมื่ออาร์ตไม่ยอมบอก... ฉันก็จะหาคำตอบเอง!"เพนนีกลับมาที่บ้านด้วยหัวใจที่บอบช้ำแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอต่อสายตรงหาเลขาฯ ส่วนตัวของพ่อทันที "พี่ชัย... เพนนีอยากได้ประวัติย้อนหลัง 5 ปีของนักศึกษาที่ชื่ออนันดา คณะวิศวะ และ โรสิตา โดยเฉพาะข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับทั้งคู่... เอาแบบละเอียดที







