LOGINหลังจากร้องไห้จนตาบวม เพนนีนั่งจ้องกระจกแล้วบอกกับตัวเอง
"คนอย่างเพนนีไม่มีคำว่าแพ้ ถ้าเขาชอบคนดีนักฉันก็จะเป็นคนดีให้ดู!" วันต่อมา ณ สโมสรนักศึกษา อาร์ตกับโรสกำลังนั่งตรวจเอกสารกิจกรรมค่ายอาสาอยู่ที่โต๊ะยาว เพนนีเดินเข้ามาคราวนี้เธอไม่ได้ใส่ส้นสูงแหลมปรี๊ดหรือถือกระเป๋าหรูราคาแพง แต่เธอมาในชุดนักศึกษาสีขาวสะอาดตาปล่อยผมตรงเป็นธรรมชาติและถือกล่องข้าวทำมือมาด้วย "อาร์ต โรส" เพนนีเรียกเสียงแผ่ว พลางก้มหน้าดูสำนึกผิด อาร์ตเงยหน้าขมวดคิ้ว "คุณมาทำอะไรอีก?" "เพนนี... คือเพนนีจะมาขอโทษเรื่องวันก่อนค่ะ" เธอฝืนเรียกชื่อตัวเองแทนคำว่าฉัน "ที่อาร์ตพูดวันนั้นมันถูกแล้ว เพนนีนิสัยไม่ดีเอง เพนนีกลับไปคิดดูแล้ว เพนนีแค่อยากจะปรับปรุงตัว" โรสที่ดีใจเป็นทุนเดิมยิ้มออกมาทันที "ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณเพนนี โรสไม่ถือสาเลย" "จริงเหรอคะโรส? งั้น... ให้เพนนีช่วยงานที่นี่ได้ไหม? เพนนีอยากพิสูจน์ให้อาร์ตเห็นว่าเพนนีไม่ใช่แรงเสียดทานอีกต่อไปแล้ว" เพนนีพยายามทำตาละห้อยส่งไปให้อาร์ต เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเพนนีเหมือนกำลังจับผิด แต่เธอฝึกซ้อมหน้ากระจกมาอย่างดี จึงรักษาความนิ่งไว้ได้ "งานที่นี่มันเหนื่อยนะคุณหนู มันต้องยกของแถมยังต้องตากแดด" "เพนนีทำได้ค่ะ! งานทาสีหรืองานล้างจานก็ได้ ให้เพนนีทำเถอะนะ" สุดท้ายอาร์ตก็ใจอ่อนยอมให้เพนนีเข้ามาช่วยงานสโมสร เพนนีแอบเหยียดยิ้มในใจ 'หึ ก้าวแรกสำเร็จ' ตลอดทั้งบ่ายเพนนีพยายามทำตัวติดกับอาร์ตตลอดเวลา ใครจะใช้เธอทำอะไรเธอก็ทำถึงแม้ในใจจะอยากกรี๊ดแค่ไหนตอนเห็นเล็บสวยๆ ต้องเลอะฝุ่น แต่สิ่งที่ทำให้เธอคันยิบๆในใจคือ ความสนิทสนมของอาร์ตกับโรส "โรส กินน้ำหน่อยไหม หน้าซีดๆนะ" อาร์ตส่งขวดน้ำให้โรส พลางใช้สือลูบหัวเธอเบาๆอย่างเคยชิน ภาพนั้นทำให้เพนนีแทบจะหักปากกาในมือทิ้ง 'ลูบหัวเหรอ? ฉันยังไม่เคยโดนแตะเลยนะ!' "โอ๊ย!" เพนนีแกล้งร้องลั่นพลางกุมข้อมือตัวเอง "อาร์ตช่วยด้วยค่ะ เหมือนเพนนีจะโดนขอบโต๊ะบาดเลย" อาร์ตรีบวางมือจากโรสแล้วเดินเข้ามาดู "ไหนดูหน่อย" เขารวบข้อมือเธอไปดูใกล้ๆ วินาทีนั้นเพนนีรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั้งตัว ความประหลาดของเขา ความนิ่งของเขามันทำให้เธอยิ่งรู้สึกตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น "แผงนิดเดียวเองครับ แค่รอยแดงน่ะ" อาร์ตปล่อยมือเธอทันที "โรสในกระเป๋าเรามีพลาสเตอร์ไหม?" "มีนะอาร์ต เดี๋ยวโรสแปะให้คุณเพนนีเอง" โรสรีบเดินเข้ามาหา เพนนีชักมือกลับทันควัน "ไม่ต้อง! เอ่อ... หมายถึงไม่เป็นไรค่ะโรส พอดีดพนนีเกรงใจเดี๋ยวให้อาร์ตแปะให้ดีกว่า" อาร์ตมองหน้าเพนนีนิ่งๆ "โรสเป็นคนถือกล่องปฐมพยาบาล ให้โรสจัดการน่ะดีแล้ว ผมต้องไปเช็กชื่อคนลงทะเบียนค่าย" อาร์ตเดินจากไปทิ้งให้เพนนียืนอยู่กับโรสสองคน รอยยิ้มซื่อๆของโรสยิ่งทำให้เพนนีหมั่นไส้ "คุณเพนนีอดทนเก่งจังเลยนะคะ งานที่นี่มันร้อนมากแต่คุณก็ยังอยู่" โกศาจารย์ "อย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยโรส" เพนนีกระซิบเสียงเย็น สายตาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ "คิดว่าอาร์ตเขาจะชอบเธอไปได้อีกนานแค่ไหนงั้นเหรอ ผู้หญิงจืดๆอย่างเธออีกไม่นานเขาก็ต้องเบื่อ" โรสชะงักไปทันที "โรสไม่เคยคิดจะแข่งกับคุณเพนนีเลยนะคะ อาร์ตเขาจะชอบใครโรสก็น้อมรับ" "ทำเป็นปากดี งั้นก็รอดูว่าระหว่างความแสนดีปลอมๆ ของเธอกับความสวยระดับพรีเมียมของฉัน อาร์ตเขาจะเลือกใคร!" 'ยัยโรสเนี่ยมันร้ายลึกจริงๆทำเป็นน้อมรับงั้นเหรอ หึ เดี๋ยวเจอแผ่นขั้นต่อไปของฉันแล้วเธอจะได้รู้ว่านางร้ายที่แท้จริงน่ะ เขาทำงานกันยังไง!' เพนนีคิดในใจ กิจกรรมค่ายอาสาของคณะวิศวะจัดขึ้ตที่โรงเรียนบนดอยห่างไกล เพนนีใช้เส้นใหญ่ขนของบริจาคชุดใหญ่ตามมาสมทบเพื่อเอาใจคนทั้งค่าย และแน่นอนว่าเพื่อสร้างภาพลักษณ์คุณหนูใจบุญให้ไอ้บ้าอาร์ต เอ้ย พี่อาร์ตของเธอได้เห็น "อาร์ตคะ เพนนีช่วยถือใบรายชื่อเด็กๆนะคะ" เพนนีเดินตามประกบอาร์ตไม่ห่าง อาร์ตมองเพนนีที่สวมเสื้อค่ายแต่ยังดูดีเกินเบอร์ "คุณหนู ผมว่าคุณไปนั่งพักในที่ร่มเถอะ แดดบนดอยมันแรงเดี๋ยวจะวูบเอา" "ไม่ค่ะ! พะ เพนนีไหว" เธอยิ้มหวานทั้งที่ในใจอยากจะกรีดร้องกับความร้อนระดับนี้ได้ ในขณะที่โรสกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมอาการกลางวันให้เด็กๆ ในโรงครัวไม้ไผ่ เพนนีก็แอบเห็นโอกาสทอง เธอแกล้งทำเป็นเดินเข้าไปช่วยในครัว "โรสจ๊ะ มีอะไรให้เพนนีช่วยไหม?" เพนนีถามเสียงใส "คุณเพนนีช่วยเรียงจานตรงนี้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวโรสจะยกลังนมไปแจกเด็กๆ เอง" โรสยิ้มให้ก่อนจะยกถังหนักๆออกไป เพนนีมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ เธอจึงหยิบน้ำพริกที่เตรียมมาจากกรุงเทพฉบับสูตรเผ็ดพิเศษแอบเทลงไปในหม้อแกงจืดสำหรับเด็กๆ จนหมดขวดแล้วรีบใช้จองหองคนให้เข้ากัน 'หึ พอยกไปแจกเด็ก แล้วเด็กๆร้องไห้เพราะเผ็ด ทุกคนก็จะตำหนิยัยโรสที่เป็นคนทำอาหาร คราวนี้แหละอาร์ตจะได้รู้ว่ายัยแม่ชีนี่สะเพร่าขนาดไหน!' 1 ชั่วโมงต่อมา "แงง เผ็ด พี่อาร์ตครับผมเผ็ด" เสียงเด็กชายตัวน้อยร้องไห้จ้าจนคนทั้งค่ายวิ่งมาดู อาร์ตรีบวิ่งเข้าไปอุ้มเด็ก "ไหน เผ็ดได้ยังไงนี่มันแค่แกงจืดไม่ใช่เหรอ?" เขาตักน้ำแกงขึ้นมาชิมแล้วขมวดคิ้วแน่น หน้าเปลี่ยนสีทันที "เผ็ดมาก โรส! ใครเป็นคนทำหม้อนี้?" โรสที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาหน้าเสียทันที "ระ โรสทำเอง แต่โรสไม่ได้ใส่พริกเลยนะอาร์ต โรสชิมดูแล้วก่อนค่อยยกมา" "แต่ตอนนี้มันเผ็ดจนเด็กกินไม่ได้เลยนะโรส!" อาร์ตพูดเสียงดุทำให้โรสหน้าเสียและน้ำตาคลอ เพนนีรีบเดินเข้ามาแทรก "อุ๊ยตาย! ทำไมทำแบบนี้ล่ะโรส สงสารเด็กๆจังเลย อาร์ตคะอย่าว่าโรสเลยนะคะ เธอคงไม่ได้ตั้งใจ แต่อาจจะเบลอเพราะทำงานหนักไปหน่อยก็ได้" เพนนีแอบยิ้มสะใจที่เห็นโรสโดนดุ แต่ความสุขของเธอก็อยู่ได้ไม่นาน "เพนนี..." อาร์ตเรียกชื่อเธอเสียงนิ่งจนเพนนีใจแป้ว "คะ อาร์ต?" "ที่ข้อมือคุณ... มันติดคราบสีแดงๆของน้ำพริกอยู่เลยนะ" อาร์ตคว้าข้อมือเพนนีขึ้นมาโชว์ให้ทุกคนดู "แล้วกอหญ้าก็บอกผมว่าเห็นคุณแอบเข้ามาในครัวคนเดียวตอนโรสออกไป" เพนนีหน้าถอดสีทันที ก่อนจะหันไปมองกอหญ้าด้วยสายตาจิกกัดจะเอาเรื่อง "คะ คือเพนนีแค่จะเข้ามาช่วย เพนนี..." "พอเถอะเพนนี" อาร์ตปล่อยข้อมือเธอแรงๆ "การที่คุณอยากจะเอาชนะโรสผมพอเข้าใจได้นะ แต่นี่มันคืออาหารของเด็กๆ คุณใจร้ายได้ขนาดนี้เลยเหรอ?" อาร์ตไม่ฟังคำแก้ตัว เขาพาโรสที่กำลังร้องไห้ออกไปเงียบๆ ทิ้งให้เพนนียืนอยู่ท่ามกลางสายตาผิดหวังของคนทั้งค่าย "ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ฉันแค่ ฉันก็แค่ไม่อยากให้นายมองแต่เธอนิ!" เพนนีตะโกนไล่หลังทั้งน้ำตา คืนนั้นเพนนีนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวที่ระเบียงพักไม้ไผ่ เธอรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แผนการร้ายๆที่เธอเคยใช้แล้วได้ผลตลอดเวลา คราวนี้มันกลับทำร้ายตัวเธอเองจนยับเยิน แต่ในขณะที่เธอกำลังสะอึดสะอื้นอยู่นั้น...ใครบางคนก็ยื้นผ้าเช้ดหน้าสีหม่นๆมาให้เธอจากด้านหลัง "เช็ดซะ ร้องจนหน้าบวมหมดแล้วยัยคุณหนู" เสียงนิ่งๆนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอาร์ตนั่นเอง 'เขามาหาฉันเหรอ? ทั้งที่ฉันทำเรื่องแย่ๆขนาดนั้น ทำไมละ ทำไมต้องมาทำเป็นใจดีตอนที่ฉันกำลังเกลียดตัวเองด้วย!' เพนนีคิดในใจหลังจากร้องไห้จนตาบวม เพนนีนั่งจ้องกระจกแล้วบอกกับตัวเอง "คนอย่างเพนนีไม่มีคำว่าแพ้ ถ้าเขาชอบคนดีนักฉันก็จะเป็นคนดีให้ดู!" วันต่อมา ณ สโมสรนักศึกษา อาร์ตกับโรสกำลังนั่งตรวจเอกสารกิจกรรมค่ายอาสาอยู่ที่โต๊ะยาว เพนนีเดินเข้ามาคราวนี้เธอไม่ได้ใส่ส้นสูงแหลมปรี๊ดหรือถือกระเป๋าหรูราคาแพง แต่เธอมาในชุดนักศึกษาสีขาวสะอาดตาปล่อยผมตรงเป็นธรรมชาติและถือกล่องข้าวทำมือมาด้วย "อาร์ต โรส" เพนนีเรียกเสียงแผ่ว พลางก้มหน้าดูสำนึกผิด อาร์ตเงยหน้าขมวดคิ้ว "คุณมาทำอะไรอีก?" "เพนนี... คือเพนนีจะมาขอโทษเรื่องวันก่อนค่ะ" เธอฝืนเรียกชื่อตัวเองแทนคำว่าฉัน "ที่อาร์ตพูดวันนั้นมันถูกแล้ว เพนนีนิสัยไม่ดีเอง เพนนีกลับไปคิดดูแล้ว เพนนีแค่อยากจะปรับปรุงตัว" โรสที่ดีใจเป็นทุนเดิมยิ้มออกมาทันที "ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณเพนนี โรสไม่ถือสาเลย" "จริงเหรอคะโรส? งั้น... ให้เพนนีช่วยงานที่นี่ได้ไหม? เพนนีอยากพิสูจน์ให้อาร์ตเห็นว่าเพนนีไม่ใช่แรงเสียดทานอีกต่อไปแล้ว" เพนนีพยายามทำตาละห้อยส่งไปให้อาร์ต เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเพนนีเหมือนกำลังจับผิด แต่เธอฝึกซ้อมหน้ากระจกมาอย่างดี จึงรักษาความนิ่งไว้ได้ "งานที่นี่มันเหน
"นิสัยเรียบร้อยแบบนั้นน่ะเหรอที่นายชอบ? เหอะ ของปลอมทั้งนั้นแหละ" เพนนีนั่งกอดอกอยู่ในคาเฟ่หรูใกล้คณะวิศวะ นิ้วเรียวยาวเคาโต๊ะเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิดในหัวของเธอตอนนี้มีแต่ภาพที่อาร์ตปกป้งโรสมันยิ่งทำให้เธออยากจะเอาชนะมากขึ้นเป็นทวีคูณ เธอไม่ได้อยากได้แค่อาร์ตแล้วตอนนี้ แต่เธอต้องการทำให้เห็นว่าเธอนี่แหละคือตัวจริง "กอหญ้าไปสืบมาว่ายัยโรสชอบไปไหน ทำอะไร แล้ววันนี้มีกินกรรมอะไรที่คณะวิศวะบ้าง" เพนนีสั่งรุ่นน้องปี1ที่กลายมาเป็นกึ่งๆเบี้ยล่างของเธอ "วันนี้มีกิจกรรมซ่อมเพื่อน้องค่ะพี่เพนนี พวกวิศวะจะไปรวมตัวกันที่โรงรถหลังคณะเพื่อซ่อมจักรยานเก่าให้น้องๆมูลนิธิค่ะ เห็นว่าพี่โรสก็ไปช่วยทาสีด้วยนะคะ" เพนนียกยิ้มร้าย "ทาสีเหรอ? หวานเลยสิฉันจะทำให้สีที่ยัยนั่นทากลายเป็นสีที่เปื้อนหน้ายัยนั่นเอง!" ณ โรงรถหลังคณะวิศวะ บรรยากาศเต็มไปด้วยฝุ่นและเสียงเคาะเหล็ก อาร์ตกำลังก้มหน้าก้มตาเช็กโซ่จักรยาน โดยมีโรสนั่งยิ้มแย้มทาสีเหลืองสดใสอยู่ข้างๆ ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของหนุ่มๆทั้งคณะ "ขอโทษนะคะ ขอกล่องสีตรงนั้นหน่อยได้ไหมคะ?" เสียงแหลมปรี๊ดของเพนนีดังขึ้น เธอมาในชุดที่ดูพยายามจะลุยสุดๆ คือกางเกงยีน
หลังจากโดนเมินกลางอากาศ เพนนีกลับมาที่คอนโดหรูพร้อมกับอารมณ์ที่เดือดปุดๆ เธอโยนกระเป๋าแบรนด์เนมลงบนโซฟาก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาสั่งการลูกน้องทันที"ไปสืบมาผู้ชายที่ฉันเจอหน้าคณะวิศวะเป็นใคร คนที่ชอบทำหน้าเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลานั่นน่ะ เป็นใคร บ้านอยู่ที่ไหน มีแฟนหรือยัง อ้อ แล้วสืบด้วยว่าไอติมร้านไหนที่เขามักจะไปกิน" ไม่ถึงสองชั่วโมงข้อมูลทุกอย่างก็ถูกส่งเข้ามาในเครื่องของเพนนี เธอแสยะยิ้มเมื่อเห็นรูปโปรไฟล์ในระบบนักศึกษาของผู้ชายที่กล้าปฏิเสธเธอ 'อาร์ต อนันดางั้นเหรอ หน้าตาก็ดีหรอกนะแต่นิสัยเสียชะมัด' เช้าวันต่อมา ณ คณะวิศวกรรมศาสตรเสียงฝีเท้าจากรองเท้าสูงสีแดงดังกระทบพื้นคอนกรีตของลานเกียร์ เพนนีเดินมาพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคนที่ถือถึงขนมและกาแฟราคาแพงมาเต็็็มสองมือ เธอจงใจใส่แว่นกันแดดสีชาและเดินเชิดหน้าผ่านดงหนุ่มวิศวะที่พากันนิ่งอึ้งจนลืมเคี้ยวข้าว"นั่นใครน่ะ? นางฟ้าหลงมาถิ่นเกียร์เหรอวะ?" เสียงหนุ่มๆในคณะซุบซิบกัน"นางฟ้าที่ไหนล่ะนั่นน่ะ เพนนี นิเทศฯ ยัยคุณหนูตัวร้ายที่เขาว่ากันว่าใครขวางทางจะต้องจบไม่สวยไงล่ะ!" เพนนีไม่สนใจเสียงรอบข้าง เธอเดินตรงไปยังกลุ่มนักศึกษาปี3ที่นั
เสียงเครื่องยนต์ V12 ของรถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันละเหยียบสามสิบล้าน คำรามลั่นไปทั่วลานจอดรถหน้าคณะนิเทศศาตร์ นักศึกษาแถวนั้นต่างพากันหลบวูบเพราะรู้ดีว่าเจ้าของรถคันนี้ไม่ชอบรอและไม่ชอบให้ใครมาขวางทางเพนนีก้าวลงจากรถในชุดเดรสรัดรูปแบรนด์เนมที่ส่งให้รูปร่างของเธอดูเพรียวบางทว่าสง่างาม เส้นผมสีน้ำตาลเข้มดัดลอนสลวยรับกับใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างประณีต ดวงตาเฉี่ยวคมกวาดมองไปรอบๆด้วยสายตาที่บอกเป็นนัยว่าที่นี่คือถิ่นของตน “ยัยเพนนีมาแล้ว!” เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีที่เธอเดินผ่าน ชีวิตของเพนนีคือความสมบูรณ์แบบที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ พ่อของเธอคือสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงอิทธิพล ส่วนแม่คืออดีตนางงามที่ผันตัวมาทำธุรกิจอสังหาริมาทรัพย์ ตั้งแต่เกิดมาคำว่าไม่ได้มันไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของเธอเลย ถ้าเธออยากได้กระเป๋ารุ่นลิมิเตดเธอก็แค่ดีดนิ้ว ถ้าเธออยากได้คะแนนสอบดีๆพ่อของเธอก็แค่บริจาคห้องสมุดใหม่“เลขาเอกสารลงทะเบียนมาให้หรือยัง?” เพนนีเอ่ยถามเสียงเรียบขณะที่กอหญ้ารุ่นน้องปี1ที่บังเอิญเดินผ่านมาพอดีรีบก้มหน้าก้มตาหลบ“เอ่อ พี่เพนนีคะ คือ” “ฉันถามก็ตอบ” เพนนีหยุดเดินแล้วถอดแว่นกันแดดราคาแพงออก เผยให้เห็นด







