LOGIN"นิสัยเรียบร้อยแบบนั้นน่ะเหรอที่นายชอบ? เหอะ ของปลอมทั้งนั้นแหละ"
เพนนีนั่งกอดอกอยู่ในคาเฟ่หรูใกล้คณะวิศวะ นิ้วเรียวยาวเคาโต๊ะเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิดในหัวของเธอตอนนี้มีแต่ภาพที่อาร์ตปกป้งโรสมันยิ่งทำให้เธออยากจะเอาชนะมากขึ้นเป็นทวีคูณ เธอไม่ได้อยากได้แค่อาร์ตแล้วตอนนี้ แต่เธอต้องการทำให้เห็นว่าเธอนี่แหละคือตัวจริง "กอหญ้าไปสืบมาว่ายัยโรสชอบไปไหน ทำอะไร แล้ววันนี้มีกินกรรมอะไรที่คณะวิศวะบ้าง" เพนนีสั่งรุ่นน้องปี1ที่กลายมาเป็นกึ่งๆเบี้ยล่างของเธอ "วันนี้มีกิจกรรมซ่อมเพื่อน้องค่ะพี่เพนนี พวกวิศวะจะไปรวมตัวกันที่โรงรถหลังคณะเพื่อซ่อมจักรยานเก่าให้น้องๆมูลนิธิค่ะ เห็นว่าพี่โรสก็ไปช่วยทาสีด้วยนะคะ" เพนนียกยิ้มร้าย "ทาสีเหรอ? หวานเลยสิฉันจะทำให้สีที่ยัยนั่นทากลายเป็นสีที่เปื้อนหน้ายัยนั่นเอง!" ณ โรงรถหลังคณะวิศวะ บรรยากาศเต็มไปด้วยฝุ่นและเสียงเคาะเหล็ก อาร์ตกำลังก้มหน้าก้มตาเช็กโซ่จักรยาน โดยมีโรสนั่งยิ้มแย้มทาสีเหลืองสดใสอยู่ข้างๆ ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของหนุ่มๆทั้งคณะ "ขอโทษนะคะ ขอกล่องสีตรงนั้นหน่อยได้ไหมคะ?" เสียงแหลมปรี๊ดของเพนนีดังขึ้น เธอมาในชุดที่ดูพยายามจะลุยสุดๆ คือกางเกงยีนส์แบรนด์เนมขาสั้นกับเสื้อครอปราคาแพงที่ไม่ได้เข้ากับสถานที่เลย อาร์ตเงยหน้าขึ้นมอง "คุณมาทำอะไรที่นี่?" "ฉันก็มาทำบุญไงคะ ฉันเป็นคนใจบุญนะนายไม่รู้เหรอ?" เพนนีเดินเข้าไปใกล้ฌรสที่กำลังถือแปรงทาสีอยู่ "นี่เธอส่งถังสีนั้นมาให้ฉันสิ ฉันจะช่วยทาเอง" โรสยิ้มให้ "ได้ค่ะคุณเพนนี ระวังเปื้อนเสื้อนะคะสีนี้ซักออกยาก..." ในจังหวะที่โรสกำลังจะส่งถังสีให้ เพนนีแกล้งทำเป็นสะดุดขาตัวเองแล้วปัดถังสุดแรง เธอตั้งใจจะให้สีราดลงบนชุดของโรสเพื่อให้ยัยแม่ชีนี่สติหลุดและด่าเธอออกมา อาร์ตจะได้เห็นธาตุแท้ว่ายัยนี่ก็ร้ายไม่ต่างจากใคร เคร้ง! แต่ผิดคาด... อาร์ตที่ไวอย่างกับนินจาคว้าตัวโรสเบี่ยงหลบไปได้ทันถ่วงที ผลที่ได้คือสีเหลืองสดใสกระเด็นใส่กระเป๋าแอร์แมสใบละล้านของเพนนีเต็มๆ "กรี๊ดดดด! กระเป๋าฉัน!" เพนนีร้องลั่นด้วยความลืมตัว "เป็นอะไรไหมโรส?" อาร์ตถามเพื่อนสนิทด้วยความเป็นห่วงโดยไม่แม้แต่จะมองเพนนีที่กำลังกระโดดโลดเต้น "โรสไม่เป็นไรหรอกอาร์ต แต่คุณเพนนีสิกระเป๋าเปื้อนหมดเลย โรสขอโทษนะค..." "ไม่ต้องมาขอโทษ! เธอตั้งใจแกล้งฉันใช่ไหมยัยโรส" เพนนีชี้หน้าโรสอย่างเอาเรื่อง "เธอมันร้ายเงียบ! แกล้งทำเป็นใจดีให้อาร์ตตายใจล่ะสิ!" "คุณหนูเพนนี!" อาร์ตลุกขึ้นยืนเต็มความสูงสายตาเขาดุดันจนเพนนีชะงัก "คนสะดุดล้มคือคุณ คนที่ปัดถังสีก็คือคุณ เลิกทำนิสัยเหมือนนางร้ายในละครซักทีมันน่ารำคาญ" คำว่าน่ารำคาญเหมือนเข็มพันเล่มทิ่มลงที่กลางในเพนนี เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือดความเสียใจมันจุดอยู่ที่ลำคอจนเธอพูดไม่ออก เธอแค่อยากให้อาร์ตสนใจในตัวเอง แต่ทำไมยิ่งทำ เขายิ่งเกลียดเธอนะ? "เอ่อ อาร์ตคือกูเห็นว่าน้องเพนนีเขา..." นิกเพื่อนของอาร์ตพยายามจะช่วยไกล่เกลี่ย แต่สายตาอาร์ตทำให้เขาเงียบไป เพนนีเชิดหน้าขึ้นทั้งน้ำตา "เออ ฉันมันน่ารำคาญ แต่จำไว้นะยัยโรส ฉันไม่หยุดแค่นี้แน่!" เธอหมุนตัววิ่งหนีออกมาจากตรงนั้นทันที อาร์ตมองตามแผ่นหลังที่สั่นเทาของเพนนีไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยแข็งกร้าวของเขาวูบไหวไปชั่ววินาทีก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม 'ทำไม ทำไมฉันต้องมาร้องไห้เพราะผู้ชายประหลาดๆแบบนั้นด้วย? ยิ่งเขาปกป้องยัยนั่นฉันยิ่งอยากจะทำลายยัยนั่นให้ย่อยยับ! ไอ้บ้าอาร์ตสักวันนายจะต้องเสียใจที่พูดแบบนั้นกับฉัน!' เพนนีคิดในใจหลังจากร้องไห้จนตาบวม เพนนีนั่งจ้องกระจกแล้วบอกกับตัวเอง "คนอย่างเพนนีไม่มีคำว่าแพ้ ถ้าเขาชอบคนดีนักฉันก็จะเป็นคนดีให้ดู!" วันต่อมา ณ สโมสรนักศึกษา อาร์ตกับโรสกำลังนั่งตรวจเอกสารกิจกรรมค่ายอาสาอยู่ที่โต๊ะยาว เพนนีเดินเข้ามาคราวนี้เธอไม่ได้ใส่ส้นสูงแหลมปรี๊ดหรือถือกระเป๋าหรูราคาแพง แต่เธอมาในชุดนักศึกษาสีขาวสะอาดตาปล่อยผมตรงเป็นธรรมชาติและถือกล่องข้าวทำมือมาด้วย "อาร์ต โรส" เพนนีเรียกเสียงแผ่ว พลางก้มหน้าดูสำนึกผิด อาร์ตเงยหน้าขมวดคิ้ว "คุณมาทำอะไรอีก?" "เพนนี... คือเพนนีจะมาขอโทษเรื่องวันก่อนค่ะ" เธอฝืนเรียกชื่อตัวเองแทนคำว่าฉัน "ที่อาร์ตพูดวันนั้นมันถูกแล้ว เพนนีนิสัยไม่ดีเอง เพนนีกลับไปคิดดูแล้ว เพนนีแค่อยากจะปรับปรุงตัว" โรสที่ดีใจเป็นทุนเดิมยิ้มออกมาทันที "ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณเพนนี โรสไม่ถือสาเลย" "จริงเหรอคะโรส? งั้น... ให้เพนนีช่วยงานที่นี่ได้ไหม? เพนนีอยากพิสูจน์ให้อาร์ตเห็นว่าเพนนีไม่ใช่แรงเสียดทานอีกต่อไปแล้ว" เพนนีพยายามทำตาละห้อยส่งไปให้อาร์ต เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเพนนีเหมือนกำลังจับผิด แต่เธอฝึกซ้อมหน้ากระจกมาอย่างดี จึงรักษาความนิ่งไว้ได้ "งานที่นี่มันเหน
"นิสัยเรียบร้อยแบบนั้นน่ะเหรอที่นายชอบ? เหอะ ของปลอมทั้งนั้นแหละ" เพนนีนั่งกอดอกอยู่ในคาเฟ่หรูใกล้คณะวิศวะ นิ้วเรียวยาวเคาโต๊ะเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิดในหัวของเธอตอนนี้มีแต่ภาพที่อาร์ตปกป้งโรสมันยิ่งทำให้เธออยากจะเอาชนะมากขึ้นเป็นทวีคูณ เธอไม่ได้อยากได้แค่อาร์ตแล้วตอนนี้ แต่เธอต้องการทำให้เห็นว่าเธอนี่แหละคือตัวจริง "กอหญ้าไปสืบมาว่ายัยโรสชอบไปไหน ทำอะไร แล้ววันนี้มีกินกรรมอะไรที่คณะวิศวะบ้าง" เพนนีสั่งรุ่นน้องปี1ที่กลายมาเป็นกึ่งๆเบี้ยล่างของเธอ "วันนี้มีกิจกรรมซ่อมเพื่อน้องค่ะพี่เพนนี พวกวิศวะจะไปรวมตัวกันที่โรงรถหลังคณะเพื่อซ่อมจักรยานเก่าให้น้องๆมูลนิธิค่ะ เห็นว่าพี่โรสก็ไปช่วยทาสีด้วยนะคะ" เพนนียกยิ้มร้าย "ทาสีเหรอ? หวานเลยสิฉันจะทำให้สีที่ยัยนั่นทากลายเป็นสีที่เปื้อนหน้ายัยนั่นเอง!" ณ โรงรถหลังคณะวิศวะ บรรยากาศเต็มไปด้วยฝุ่นและเสียงเคาะเหล็ก อาร์ตกำลังก้มหน้าก้มตาเช็กโซ่จักรยาน โดยมีโรสนั่งยิ้มแย้มทาสีเหลืองสดใสอยู่ข้างๆ ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของหนุ่มๆทั้งคณะ "ขอโทษนะคะ ขอกล่องสีตรงนั้นหน่อยได้ไหมคะ?" เสียงแหลมปรี๊ดของเพนนีดังขึ้น เธอมาในชุดที่ดูพยายามจะลุยสุดๆ คือกางเกงยีน
หลังจากโดนเมินกลางอากาศ เพนนีกลับมาที่คอนโดหรูพร้อมกับอารมณ์ที่เดือดปุดๆ เธอโยนกระเป๋าแบรนด์เนมลงบนโซฟาก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาสั่งการลูกน้องทันที"ไปสืบมาผู้ชายที่ฉันเจอหน้าคณะวิศวะเป็นใคร คนที่ชอบทำหน้าเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลานั่นน่ะ เป็นใคร บ้านอยู่ที่ไหน มีแฟนหรือยัง อ้อ แล้วสืบด้วยว่าไอติมร้านไหนที่เขามักจะไปกิน" ไม่ถึงสองชั่วโมงข้อมูลทุกอย่างก็ถูกส่งเข้ามาในเครื่องของเพนนี เธอแสยะยิ้มเมื่อเห็นรูปโปรไฟล์ในระบบนักศึกษาของผู้ชายที่กล้าปฏิเสธเธอ 'อาร์ต อนันดางั้นเหรอ หน้าตาก็ดีหรอกนะแต่นิสัยเสียชะมัด' เช้าวันต่อมา ณ คณะวิศวกรรมศาสตรเสียงฝีเท้าจากรองเท้าสูงสีแดงดังกระทบพื้นคอนกรีตของลานเกียร์ เพนนีเดินมาพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคนที่ถือถึงขนมและกาแฟราคาแพงมาเต็็็มสองมือ เธอจงใจใส่แว่นกันแดดสีชาและเดินเชิดหน้าผ่านดงหนุ่มวิศวะที่พากันนิ่งอึ้งจนลืมเคี้ยวข้าว"นั่นใครน่ะ? นางฟ้าหลงมาถิ่นเกียร์เหรอวะ?" เสียงหนุ่มๆในคณะซุบซิบกัน"นางฟ้าที่ไหนล่ะนั่นน่ะ เพนนี นิเทศฯ ยัยคุณหนูตัวร้ายที่เขาว่ากันว่าใครขวางทางจะต้องจบไม่สวยไงล่ะ!" เพนนีไม่สนใจเสียงรอบข้าง เธอเดินตรงไปยังกลุ่มนักศึกษาปี3ที่นั
เสียงเครื่องยนต์ V12 ของรถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันละเหยียบสามสิบล้าน คำรามลั่นไปทั่วลานจอดรถหน้าคณะนิเทศศาตร์ นักศึกษาแถวนั้นต่างพากันหลบวูบเพราะรู้ดีว่าเจ้าของรถคันนี้ไม่ชอบรอและไม่ชอบให้ใครมาขวางทางเพนนีก้าวลงจากรถในชุดเดรสรัดรูปแบรนด์เนมที่ส่งให้รูปร่างของเธอดูเพรียวบางทว่าสง่างาม เส้นผมสีน้ำตาลเข้มดัดลอนสลวยรับกับใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างประณีต ดวงตาเฉี่ยวคมกวาดมองไปรอบๆด้วยสายตาที่บอกเป็นนัยว่าที่นี่คือถิ่นของตน “ยัยเพนนีมาแล้ว!” เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีที่เธอเดินผ่าน ชีวิตของเพนนีคือความสมบูรณ์แบบที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ พ่อของเธอคือสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงอิทธิพล ส่วนแม่คืออดีตนางงามที่ผันตัวมาทำธุรกิจอสังหาริมาทรัพย์ ตั้งแต่เกิดมาคำว่าไม่ได้มันไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของเธอเลย ถ้าเธออยากได้กระเป๋ารุ่นลิมิเตดเธอก็แค่ดีดนิ้ว ถ้าเธออยากได้คะแนนสอบดีๆพ่อของเธอก็แค่บริจาคห้องสมุดใหม่“เลขาเอกสารลงทะเบียนมาให้หรือยัง?” เพนนีเอ่ยถามเสียงเรียบขณะที่กอหญ้ารุ่นน้องปี1ที่บังเอิญเดินผ่านมาพอดีรีบก้มหน้าก้มตาหลบ“เอ่อ พี่เพนนีคะ คือ” “ฉันถามก็ตอบ” เพนนีหยุดเดินแล้วถอดแว่นกันแดดราคาแพงออก เผยให้เห็นด







