Masukตึ่ง ๆ โป๊ะ!
ตึ่ง ๆ โป๊ะ!
เสียงกลองดังก้องไปทั่วสนาม กิจกรรมรับน้องที่แสนคึกคักเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่าย เหล่านักศึกษาปีหนึ่งหลายร้อยชีวิตนั่งเรียงกันอยู่บนพื้นสนาม ขณะที่รุ่นพี่กำลังทยอยเดินตรวจความเรียบร้อย
หนูดีนั่งอยู่เกือบท้ายแถว ผมยาว ๆ ถูกมัดขึ้นเป็นทรงหางม้าจนเผยให้เห็นท้ายทอยสวย และเพราะอากาศร้อนร้อนจัดยามบ่าย ใบหน้าหวานจึงมีเหงื่อซึมขึ้นตามกรอบหน้าจนต้องยกมือขึ้นซับเหงื่อตัวเองเบา ๆ
"น้องคนนั้น!"
เสียงตะโกนดังขึ้น ทำเอาหนูดีที่กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อตัวเองอยู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
"หนูเหรอคะ?"
"ใช่! ลุกขึ้นมา"
หนูดีถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะลุกออกจากแถว เสียงหัวเราะของเพื่อนปีหนึ่งดังขึ้นประปรายเมื่อเห็นเธอเดินออกไปยืนด้านหน้า
"ชื่ออะไร?"
"หนูดีค่ะ"
"พูดดังๆ!"
"หนูดีค่ะ!"
"ไม่ชัด!"
"หนูดีค่ะ!" หนูดีสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วตะโกนอีกครั้ง
"เอาล่ะหนูดี วันนี้พี่ให้สิทธิ์เลือกเพลงหนึ่งเพลง แล้วออกมาเต้นให้เพื่อนดู"
"หา?" เสียงหัวเราะดังขึ้นทันที เมื่อเห็นหนูดีทำหน้าเหวอ
"พี่คะ.....หนูเต้นไม่เป็น"
"ไม่เป็นก็ต้องเต้น!"
"แต่....."
"หรือจะให้พี่เลือกเพลงให้?"
หนูดีเม้มปาก แน่นอนว่าสุดท้ายก็ต้องเดินออกไปกลางลานอย่างเสียไม่ได้ เสียงเพลงเริ่มดังขึ้น เธอจึงเริ่มขยับตามจังหวะแบบเก้ๆ กังๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ
“หน้าตาก็สวย แต่สเต็ปเต้นไม่ได้เรื่องเลยหนูดี” โบว์เอ่ยแซว หนูดีได้ยินเสียงเพื่อนชัดเจนทำเอาใบหน้าร้อนฉ่าไปหมดด้วยความอับอาย
“คนอะไร ขนาดเต้นไม่เป็นก็ยังน่ารัก” เสียงแซวของหนุ่ม ๆ ดังขึ้น เพลงเชียร์ความยาวไม่ถึงห้านาที แต่ทว่าสำหรับหนูดีกลับรู้สึกเหมือนนานเป็นชั่วโมง
ตึง!
เสียงกลองหยุดลงหลังจากจบเพลง หนูดีหลังจากเต้นเก้ ๆ กัง ๆ จบก็หอบหายใจแรงออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ทว่ายังไม่ทันจะได้เดินกลับเข้าที่ ก็ถูกเหล่ารุ่นพี่รั้งตัวเอาไว้
“เดี๋ยว ๆ จะไปไหนคนสวย มันยังไม่จบเลยนะ”
“คะ?” หนูดีทำตาโตด้วยความตกใจเมื่อคิดว่าจะต้องโดนให้เต้นอีกเธอก็รีบส่ายหน้า เพื่อน ๆ ต่างหัวเราะชอบใจกันใหญ่ด้วยความเอ็นดู
“เอาอีกเพลง ๆ ๆ”
เสียงเชียร์ดังขึ้นไม่หยุด แต่แล้ว เสียงหัวเราะบางส่วนกลับค่อยๆ เบาลง เมื่อมีใครบางคนปรากฏตัวขึ้นกลางวงเชียร์
ตึก
ตึก
ตึก
ร่างสูงในเสื้อช็อปวิศวะสีแดงเลือดหมูหยุดอยู่ข้างสนาม เฮดว้ากคนดังเพิ่งเดินออกมาจากอาคารกิจกรรมพร้อมเอฟและเพื่อนอีกสองคน
“....................” สายตาคมจ้องมองไปกลางสนาม ภาพที่ได้เห็นก็คือร่างบางที่แสนคุ้นเคยของใครบางคนกำลังเต้นอย่างเก้ ๆ กัง ๆ แต่ถึงอย่างนั้นพวกผู้ชายที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็หยุดมองเธอ พร้อมหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
กึก!
ขวดน้ำในมือหนาถูกกำแน่นขึ้นทันที เอฟที่เดินตามหลังมาเกือบชนเข้ากับแผ่นหลังกว้าง
"ไอ้ริว หยุดทำไมวะ?"
ไม่มีคำตอบจากปากชายหนุ่ม คิริวยังคงมองภาพนั้นอยู่ หนึ่งในรุ่นพี่ตะโกนแซวหนูดีขึ้นมาดังก้อง
"น้องหนูดีเต้นดีๆ หน่อยครับ!"
หนูดีหลุดหัวเราะออกมาอย่างอายๆ ภาพนั้นทำให้คิริวเบือนหน้าหนีทันทีด้วยความหงุดหงิด แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็ทนไม่ไหว ต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง
ปึก!
ขวดน้ำถูกวางลงบนโต๊ะข้างตัวแรงกว่าปกติจนเกิดเสียงดัง เอฟหรี่ตามองพฤติกรรมแปลกๆ นั้น
"มึงเป็นอะไร?"
"เปล่า" คิริวตอบสั้นๆ แล้วสาวเท้าเดินต่อ ทว่าเดินได้ไม่ถึงสิบก้าวเขาก็หยุดฝีเท้าลงอีกครั้ง สายตาคมหันกลับไปมองลานกิจกรรม หนูดียังคงเต้นอยู่ และผู้ชายคนเดิมก็ยังคงจ้องมองเธอไม่วางตา
กึด!
คิริวกัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปตรงนั้นทันที
"อ้าว ไอ้นี่....."เอฟมองตามอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
คิริวเดินตรงเข้าไปกลางวงโดยไม่สนใจสายตาใครทั้งสิ้น รุ่นพี่คนหนึ่งหันมาเห็นเขา สีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันที
"อ้าวคิริว?"
คิริวไม่ตอบ เขาเดินผ่านทุกคนไปหยุดลงตรงหน้าหนูดี หญิงสาวที่กำลังขยับตามเพลงชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าที่ฉายรอยยิ้มบาง ๆ อยู่พลันหุบยิ้มลงทันที
"คุณมาทำอะไร?"
คิริวปรายตามองเธอ จากนั้นก็ตวัดสายตาคมกริบมองไปรอบบริเวณ บรรยากาศพลันเย็นเยือกขึ้นทันที
"พอ" คำสั้นๆ หลุดออกมาจากปากหยัก
"อะไรคะ?"
"พอแล้ว"
"พี่เขาให้ฉันเต้นค่ะ"
"ฉันบอกให้พอ"
"คุณเป็นอะไรของคุณ?" หนูดีขมวดคิ้วทันที
คิริวไม่ตอบเธอ แต่กลับหันไปมองรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ด้านข้างแทน สายตาคมที่เอาแต่จ้องมองนิ่งทำเอาอีกฝ่ายถึงกับสะดุ้ง
"กิจกรรมรับน้องต้องทำถึงขนาดนี้?" น้ำเสียงไม่ได้ตวาดดัง แต่เย็นชาจนคนฟังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล
"เอ่อ.....จริงๆ ก็แค่ให้ทำกิจกรรมสนุกๆ" รุ่นพี่รีบยกมือขึ้นปฏิเสธ ถึงจะงงนิดหน่อยที่มันก็เป็นแค่กิจกรรมสันทนาการทั่วไปเหมือนเคย แต่ทำไมเฮดว้ากคนดังถึงทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้
คิริวไม่พูดต่อ เพียงแค่หันกลับมาจ้องหนูดี สายตาคู่นั้นเลื่อนไปหยุดอยู่ตรงใบหน้าที่แดงระเรื่อของเธอ ใบหน้าขาวใสแดงซ่านที่มีเหงื่อเกาะตามไรผม ก่อนสายตาจะหยุดลงที่เสื้อนิสิตสีขาวที่ตอนนี้เปียกซึมไปด้วยเหงื่อจนเห็นซับใน พอเห็นแบบนั้น คิ้วเข้มก็ขมวดขมวดมุ่นทันที
"กลับไปนั่ง"
"แต่กิจกรรมยังไม่จบ....."
"หนูดี" เสียงทุ้มราบเรียบ แต่ทว่าแฝงไปด้วยความกดดัน
"คุณคิริว”
“นี่คณะบริหารนะคะ ไม่ใช่คณะวิศวะของคุณ" หนูดีจ้องสบตาคนสูงกว่านิ่ง
กึก!
คิริวขบกรามแน่น แต่ทว่าเลือกที่จะไม่ต่อล้อต่อเถียงต่อ ชายหนุ่มหมุนตัวไปคว้าขวดน้ำจากโต๊ะข้างสนาม แล้วโยนใส่มือเธอแทน
ฟึบ!
"อะไรคะ?" หนูดีเลิกคิ้วมองขวดน้ำในมือด้วยความไม่เข้าใจ
"ดื่ม"
"ฉันไม่หิวน้ำ"
"งั้นก็ถือไว้"
พูดจบเขาก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้หนูดีถือขวดน้ำยืนอยู่กลางลานกว้างด้วยสีหน้างุนงง
".....อะไรของเขา?"
เสียงหัวเราะดังมาจากด้านหลัง เอฟเดินตามคิริวมาทัน ก่อนจะเอื้อมมือคว้าไหล่เพื่อนไว้
"มึงเป็นบ้าอะไร จะไปขัดกิจกรรมของคณะอื่นเขาทำไมวะ"
“เป็นห่วงน้องสาวหรอ?”
ผลัก!
คิริวปัดมือเพื่อนออกอย่างหงุดหงิด
"แค่รำคาญ"
"รำคาญอะไร?"
"เสียงดัง"
เอฟเหลือบมองกลับไปยังลานกิจกรรมรอบ ๆ ไม่ว่าจะที่ไหน ๆ ในมหาวิทยาลัยตอนนี้เสียงต่างก็ดังเหมือนกัน
"อ๋อ....." เอฟลากเสียงยาว
"อะไร" คิริวหยุดเดินแล้วหันมาตวัดสายตามองเพื่อนที่เอาแต่ยิ้มล้อเลียน
"เปล๊า" เอฟยกมือขึ้นสองข้างทันที แต่ริมฝีปากกลับกลั้นยิ้มไม่อยู่ คิริวจ้องเพื่อนอยู่สองวินาที ก่อนจะเดินสะบัดหน้าหนีไป
ปัง!!
ประตูห้องสโมสรถูกผลักปิดอย่างแรงจนดังก้องไปทั้งอาคาร เอฟที่เดินตามมาถึงกับสะดุ้ง
"เหี้ย!.....ประตูผิดอะไร?"
@มหาวิทยาลัยคณะบริหารธุรกิจหลังจากเสร็จจากซื้อยา ร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปสีแดงเลือดหมูของคิริว ก็มุ่งมาที่คณะของหนูดีทันที ราวกับรู้ว่าคนตัวเล็กจะต้องกำลังรอยาทาแผลอยู่แน่ ๆตึก.....ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาด้านในคณะหนูดีโดยไม่สนสายตาใคร ในมือหนากำถุงยาราคาแพงจากร้านขายยาหน้ามอไว้แน่น แววตาดุดันกวาดมองไปรอบ ๆ ด้วยความหวังว่าจะเจอหนูดี เขาเดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องเรียนของหนูดี ทว่า ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าของเขาต้องชะงักไป เลือดในกายพลันพลุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดในพริบตาเดียว!ภาพของหนูดีที่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะ โดยมีเจมส์กำลังโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอจนแทบจะชิดติดร่าง เพื่อช่วยแปะปลาสเตอร์ยาบริเวณลำคอที่มีรอยแผลแดงช้ำ!".....แม่ง!"เสียงทุ้มต่ำตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เร็วกว่าความคิด คิริวพุ่งพรวดเข้าไปกระชากคอเสื้อของเจมส์อย่างแรงด้วยมือเดียว จนร่างของรุ่นน้องหนุ่มลอยกระเด็นถอยหลังไปชนกับโต๊ะอีกตัวเสียงดังสนั่นเคร้ง!"พี่คิริว!"เสียงอุทานตกใจของแก้ว โบว์ และไอซ์ดังประสานกันลั่นห้อง หนูดีผุดลุกขึ้นจากโต๊ะด้วยความตื่นตระหนก ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพดุดัน
@ห้องพยาบาลปัง!เสียงประตูห้องพยาบาลถูกผลักเปิดออก ร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปสีแดงเลือดหมูของคิริวก้าวเข้ามาด้านในด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ที่ไม่ค่อยสมกับมาดเฮดว้ากสุดโหดสักเท่าไหร่นัก ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องพยาบาลที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากพยาบาลสาววัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดยาในตู้"...................." พยาบาลสาวเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเป็นพ่อหนุ่มตัวตึงประจำคณะวิศวะที่หาตัวจับได้ยาก"เอ่อ.....ขอโทษครับ" คิริวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ติดจะห้วน ๆ และเกร็ง ๆ เล็กน้อย"มียาทาแก้ฟกช้ำกับยาทาแผลสดรอยขีดข่วนไหมครับ แบบทาแล้วไม่แสบผิว สูตรอ่อนโยน.....""หมดพอดีเลยจ่ะพ่อหนุ่ม ยาทาแผลใช้ไปกับเด็กปีหนึ่งเมื่อกี้นี้เอง" พยาบาลสาวมองสำรวจสภาพของคิริวแวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วส่ายหน้า"ไม่มีเลยเหรอครับ?" คิริวถามย้ำด้วยน้ำเสียงร้อนรนขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด"หมดเกลี้ยงจ่ะ""คงต้องออกไปซื้อที่ร้านขายยาใหญ่หน้ามอโน่นแหละ" พยาบาลสาวตอบหน้าตาย ก่อนจะเริ่มทำงานของตัวเองต่อคิริวเม้มปากแน่นอย่างขัดใจ ชายหนุ่มยืนลังเลอยู่ชั่วครู่ ดวงตาคมฉายแวว
"อย่ามาทำเป็นใส่ใจของไร้ค่าพวกนี้อีก""เพราะมันไร้ค่าแล้ว ก็เหมือนกับตัวเธอนั่นแหละ"ถ้อยคำเชือดเฉือนหัวใจถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากของคนที่เธอรักสุดหัวใจ คิริวปรายตามองสร้อยที่แหลกบนพื้นด้วยความเย็นชา ก่อนที่สายตาคู่คมจะเผลอเลื่อนขึ้นไปสะดุดเข้ากับรอยแผลสีแดงเถือกบริเวณลำคอขาวของหนูดี ที่เกิดจากแรงกระชากและคมสร้อยบาดเมื่อครู่ตึก!รอยแดงช้ำเป็นทางยาวบนผิวเนียนละเอียดนั้นทำให้หัวใจแกร่งกระตุกวูบไปชั่วเสี้ยววินาที ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นขึ้นมาในอกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง ทว่าความทิฐิและความกรุ่นโกรธที่อัดแน่นอยู่เต็มอกกลับดึงเขาให้รีบซ่อนแววตาร้าวรานนั้นไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความไร้เยื่อใยอย่างรวดเร็ว"หึ....."คิริวแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมา ก่อนจะสะบัดหน้าหนีและสาวเท้าเดินเลี่ยงออกไปจากตรงนั้นอย่างไร้ความปรานี ทิ้งให้หนูดียืนเคว้งคว้างอยู่ตามลำพัง และค่อย ๆ ทรุดตัวลงไปเก็บสร้อยขึ้นมาถือไว้อย่างทะนุถนอม"หนูดี!""แกเป็นอะไรหรือเปล่า!"เสียงร้อนรนของแก้วดังขึ้น พร้อมกับร่างของแก้ว โบว์ และไอซ์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาหลังจากเห็นเหตุการณ์ห่าง ๆ แก้วร
EP 81 ของไร้ค่าปึง!เสียงประตูกระจกห้องเรียนถูกผลักปิดกระแทกด้วยแรงอารมณ์ของคนที่เพิ่งเดินหนีออกมา คิริวสาวเท้ายาว ๆ ไปตามระเบียงทางเดินด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง ไอความเย็นชาแผ่ซ่านรอบตัวจนรุ่นน้องที่เดินสวนทางมาต้องรีบหลบทางให้แทบไม่ทันฟึบมือหนาล้วงหยิบซองบุหรี่ขึ้นมาด้วยท่าทีหงุดหงิดระคนหัวเสีย ก่อนจะก้าวตรงไปยังมุมอับหลังตึกคณะที่เป็นพื้นที่ประจำสำหรับหลบมาสูบบุหรี่แก้เครียด"ฟู่....."คิริวอัดบุหรี่เข้าปอดอย่างรีบร้อน ก่อนจะพ่นควันสีเทาจาง ๆ ออกมาทางริมฝีปากหยักหนาที่เม้มเข้าหากันแน่น ภาพคำพูดกวนประสาทของก๊อตยังคงวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาท'ผู้หญิงเขาก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองปะวะ''สู้เลิกรักแล้วไปเจอคนเพียบพร้อมกว่า มันก็ถูกต้องแล้วนี่หว่า'กรอด!สันกรามแกร่งบดเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความเจ็บปวดร้าวรานและความโกรธตีรวนขึ้นมาในอกจนหายใจแทบไม่ออก เขาพ่นควันบุหรี่ระบายความอัดอั้นออกมารอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ร่างกายและจิตใจของเขาถูกแผดเผาด้วยไฟแห่งความหึงหวงและความแค้นจนแทบจะเป็นบ้า จนเหมือนเกือบจะเสียสติไปแล้วฟึบทว่าในจังหวะที่คิริวกำลังจะยกบุหรี่
EP 80 กระตุ้น@ห้องเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ปึง!กระเป๋าเป้แบรนด์เนมสีดำถูกโยนลงบนโต๊ะเรียนแถวหลังสุดอย่างแรงตามอารมณ์บึ้งตึงของเจ้าของ คิริวทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทางหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง รังสีอำมหิตและความเย็นชานั้นยังคงแผ่ออกมารอบตัวจนเพื่อนในกลุ่มอย่าง ก๊อต เอฟ และ เบ้น ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก"แหม่.....เปิดเทอมวันแรกมึงก็เอาเลยนะไอ้ริว" เบ้นเอ่ยทักขึ้นคนแรกพลางยิ้มขำ"เมื่อกี้ตึกล่างสะเทือนถึงนี่ เขาลือกันให้แซ่ดว่ามึงแทบจะควักไส้ไอ้เจมส์ออกมาแกล้มเหล้าอยู่แล้ว""โมโหเมียแล้วพาลใส่คนที่เคยจีบเมียแหละ" ก๊อตหัวเราะร่าอย่างไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิต ก่อนจะกระเซ้าเย้าหยอกด้วยความปากไวตามประสากึด!สันกรามของคิริวปูดนูนขึ้นทันที ชายหนุ่มหันขวับมาตวัดสายตาคมกริบมองก๊อตอย่างตาขวาง ไอสังหารแผ่ซ่านจนบรรยากาศในกลุ่มเย็นวาบลงในเสี้ยววินาที"อย่าเอ่ยถึงผู้หญิงคนนั้นให้กูได้ยินอีก"เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันฟังดูจริงจังเสียจนเบ้นกับเอฟต้องรีบยกมือปรามก๊อต ทว่าคนปากเสียอย่างก๊อตกลับยังไม่ยอมหยุด ยิ่งเห็นเพื่อนทำท่าทีกลบเกลื่อนรอยแผลเป็น ก็ยิ่งอยากกระตุกห
EP 79 เฮดว้ากคนเดิมกลับมาแล้ว@ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ตึกตึกตึกบรรยากาศหน้าตึกคณะที่เคยครึกครื้นตามประสาเปิดเทอมวันแรก กลับพลันเงียบเสียงลงไปถนัดตา ทันทีที่ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาในอาณาเขตของคณะ สายตานับร้อยคู่ก็พากันหันขวับไปมองเป็นตาเดียว พร้อมกับเสียงซุบซิบฮือฮาที่ดังระงมขึ้นราวกับนัดกันไว้"เฮ้ย.....นั่นพี่คิริวไม่ใช่เหรอวะ?""กรี๊ดดด! กลับมาแล้วเหรอ ทำไมเท่ขึ้นเป็นกองเลยล่ะแก!""เท่อ่ะก็จริง.....แต่แกกล้าเข้าใกล้เหรอวะ""ดูสายตานั่นดิ น่ากลัวฉิบหาย เหมือนพร้อมจะฆ่าคนได้ตลอดเวลาเลย"เสียงกระซิบกระซาบของเหล่านักศึกษาหญิงชายดังเซ็งแซ่ คิริวในยามนี้ก้าวเดินเข้ามาในชุดเสื้อคอกลมสีดำที่สวมทับด้วยช็อปสีแดงเลือดหมูที่ตัดกับสีผิวสุขภาพดี เรือนผมสีเข้มถูกเซตขึ้นอย่างเป็นระเบียบ ทว่าใบหน้าหล่อเหลาคมคายกลับปราศจากรอยยิ้มโดยสิ้นเชิง ถึงแม้เฮดว้ากคนดังจะปรากฏตัวด้วยลุคเย็นชาอยู่เสมออยู่แล้ว แต่ทว่าตอนนี้เขากลับดูอันตรายยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะสายตาคมที่กวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับสามารถฆ่าคนได้ตึกตึกตึกรังสีความเย็นชาและดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขารอบรัศมีสามเมตร ดวงตาคู่คมดูลึกลับ เยือกเย็







