Mag-log inบรรยากาศใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ในช่วงเวลาสายของวันคลาคล่ำไปด้วยเหล่านักศึกษาในเสื้อช็อปสี แดงเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะดัง สะท้อนไปมาตาม โถงทางเดิน อันกว้างขวางแต่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้นกลับมีอยู่โต๊ะหนึ่งที่ดูเหมือนจะมี 'อาณาเขต' พิเศษกั้นเอาไว้ราวกับเป็นเขตอาถรรพ์
โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้จามจุรีใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมสุดของลานกิจกรรมเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดเข้าไป ใกล้เกินรัศมีสามเมตร รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มสี่คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นรุนแรงและเย็นเยียบ จนแม้แต่รุ่นน้องปีหนึ่งที่รีบไปเรียนยังต้องยอมเดินอ้อมไกลๆ ก้มหน้าตัวลีบเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตา
"ยิ้มบ้าอะไรของมึงวะไอ้แทน... เห็นแล้วขนลุกฉิบหาย"
'เธมส์' หนุ่มหน้าตี๋มาดกวน เจ้าของนัยน์ตาเจ้าเสน่ห์และลูกชายคนเดียวของเจ้าของเครือโรงแรมหรู เอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญใจพลางเคาะขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยอย่างส่งเดช เขาหรี่ตามองเพื่อนรักที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ด้วยความหมั่นไส้ เพราะตั้งแต่มาถึงคณะ แทนไทก็เอาแต่นั่งจ้องปลายเนกไทสีกรมท่าของตัวเองพลาง ลูบปมผ้าไปมาด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มผิดมนุษย์มนา
"เสือก" แทนไทตอบสั้นๆ โดยไม่ละสายตาจากปลายเนกไท น้ำเสียงที่ใช้กับเพื่อนช่างแตกต่างจากเสียงออดอ้อนที่ใช้กับพระพายเมื่อเช้าราวกับเป็นคนละคน
'ฟาโรห์' หนุ่มมาดขรึมที่นั่งกดไอแพดวิเคราะห์พอร์ตหุ้นอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้นมามองแวบหนึ่งก่อนจะ แค่นหัวเราะในลำคอด้วยความรู้ทัน
"สภาพนี้เห็นทีจะมีอยู่เรื่องเดียว... เมื่อเช้า 'พี่สาวข้างบ้าน' ผูกไทให้มึงมาล่ะสิ"
"รู้ดี" แทนไทไหวไหล่ มุมปากยกยิ้มอย่างปิดไม่มิด แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงครู่หนึ่งยามนึกถึงใบหน้าหวานที่ขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาด "ฝีมือพี่พาย... เรียบกริบ ปมเป๊ะ ไม่เบี้ยวเหมือนพวกมึงผูกเองหรอก"
"ถุย!" เธมส์ทำท่าจะอ้วก "กูผูกเองก็เรียบครับเพื่อน แค่กูไม่มี 'พี่พาย' มายืนหายใจรดต้นคอให้เหมือนมึง แหม... ทำมาเป็นขิง พออยู่ต่อหน้าเขาทำตัวหงอเหมือนลูกหมาโดนเจ้าของทิ้ง พอมาถึงคณะทำเป็นเก๊กขรึม วางมาดโหดจนรุ่นน้องจะฉี่ราด"
'น้ำเหนือ' หนุ่มแว่นมาดนิ่งที่สุดในกลุ่ม ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมภายใต้รอยยิ้มอาบยาพิษละสายตาจากหนังสือ Text Book เล่มหนาเตอะ เขาขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ก่อนจะพูดขึ้นลอยๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แทงใจดำ
"ระวังไว้เถอะ... หมาป่าหุ้มหนังลูกแกะอย่างมึง ระวังพี่เขาจะรู้ความจริงเข้าสักวันว่าไอ้น้องชายแสนดีที่ชอบอ้อนขอให้ป้อนมาม่า จริงๆ แล้วเป็นถึงเฮดว้ากจอมซาดิสต์ที่พึ่งไปพาทะเลาะวิวาทกับเด็กถาปัดมาเมื่อวาน"
แทนไทหุบยิ้มทันควัน หันไปมองน้ำเหนือตาขวาง รังสีความเหี้ยมเกรียมแผ่ซ่านออกมาจนโต๊ะข้างๆ ที่อยู่ไกลออกไปถึงกับเงียบกริบ
"มึงก็อย่าปากโป้งสิวะไอ้เหนือ ขืนพี่พายรู้ว่ากูไปกระทืบไอ้พวกนั้นมา กูโดนงดเข้าบ้านแน่ ครั้งก่อนแค่มีแผลมุมปาก พี่พายยังแทบจะไม่พูดกับกูเป็นอาทิตย์"
ระหว่างที่บรรยากาศในโต๊ะกำลังอึมครึม จู่ๆ ก็มีนักศึกษาสาวรุ่นน้องหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง รวบรวมความกล้าเดินถือแก้วชานมไข่มุกแบรนด์ดังเข้ามาหยุดที่ข้างโต๊ะ เธอมีท่าทางกล้าๆ กลัวๆ หน้าแดงระเรื่อขณะยื่นแก้วน้ำให้ชายหนุ่มที่เป็นศูนย์กลางของโต๊ะ
"อะ... เอ่อ นี่ค่ะ... พี่แทน... คือหนูซื้อมาฝากค่ะ เห็นพี่แทนเคยบอกเพื่อนว่าชอบกินหวาน..."
เสียงพูดคุยในโต๊ะเงียบกริบลงทันทีเพื่อนอีกสามคนหยุดกิจกรรมในมือแล้วหันมามองหน้าแทนไทเป็นตา เดียว เพื่อดูว่า 'ราชา' ของกลุ่ม จะจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไร
แทนไทละมือจากเนกไทที่เขาแสนหวงแหน เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ม้าหินอ่อนด้วยท่วงท่าสง่างามแต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่เมื่อกี้ยังมีร่องรอยของความอ่อนโยน แปรเปลี่ยนเป็นเรียบตึงและเย็นชาจนน่าใจหาย ดวงตาคมกริบสีนิลตวัดมองแก้วชานมสลับกับใบหน้าหญิงสาวเพียงเสี้ยววินาที
"ใครบอกว่าฉันชอบกินหวาน?" เสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบทว่ามันกลับเชือดเฉือนบาดลึกจนคนฟังรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางที่สาธารณะ
"กะ... ก็เห็นวันนั้นที่โรงอาหารพี่แทนสั่ง..."
"ฉันกินแค่ของที่ 'คนสำคัญ' ซื้อให้เท่านั้น" แทนไทพูดตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ไม่แม้แต่จะยื่นมือไปแตะแก้วน้ำราคาแพงนั่น "เอากลับไป หรือจะทิ้งลงถังขยะตรงนั้นก็ได้... แล้ววันหลังไม่ต้องเสนอหน้าซื้อมาอีก มันเกะกะโต๊ะเพื่อนฉัน"
รุ่นน้องสาวหน้าเสียทันที น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอับอาย เธอรีบก้มหัวไหว้ขอโทษรัวๆ ก่อนจะวิ่งหนีออกไปท่ามกลางสายตานับสิบคู่ในบริเวณนั้นที่มองมาอย่างสงสาร
"โหดสัส" เธมส์ส่ายหน้าเบาๆ "รักษาน้ำใจผู้หญิงบ้างก็ได้มั้งพ่อรูปหล่อ เขาแค่อยากจีบมึง"
"กูรำคาญ" แทนไทตอบเสียงแข็งพลางพ่นลมหายใจอย่างหัวเสีย เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูรูปบนหน้าจอล็อกสกรีน... รูปที่เขาแอบถ่ายพระพายตอนที่เธอเผลอหลับคาหนังสือในเรือนไม้ท้ายสวน แสงแดดรำไรตกกระทบใบหน้าหวานที่ดูสงบและบริสุทธิ์ เพียงแค่เห็นรูปนั้น สายตาดุดันเมื่อครู่ก็อ่อนลงวูบหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ความโหยหาและลุ่มหลงฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่เดิม
"กูเก็บท้องไว้กินข้าวเย็นฝีมือพี่พายคนเดียว... พวกมึงจำไว้ เย็นนี้รีบๆ แข่งบาสให้จบ กูจะรีบพาพี่พายกลับไปฉลองที่บ้าน"
ฟาโรห์พับฝาไอแพดลงแล้วส่ายหน้าอย่างระอาใจกับความคลั่งรักที่เข้าขั้นอาการหนักของเพื่อนสนิท
"เออๆ พ่อคนรักเดียวใจเดียว... แต่ถามจริงเหอะไอ้แทน มึงจะแอ๊บเป็นน้องชายแสนดีไปถึงเมื่อไหร่? พี่เขาเป็นผู้หญิงที่โตแล้วนะเว้ย สวยขนาดนั้น เดี๋ยวก็มีหนุ่มรุ่นเดียวกันที่เป็นผู้ใหญ่กว่ามึง มีหน้าที่การงานดีมั่นคง มาคาบไปแดกหรอก"
คำพูดของฟาโรห์เหมือนศรที่ปักเข้ากลางใจ มือของแทนไทที่กำลังลูบไล้หน้าจอโทรศัพท์ชะงักกึก บรรยากาศรอบโต๊ะม้าหินอ่อนพลันลดอุณหภูมิลงจนหนาวเยือก แทนไทเงยหน้าขึ้นเชื่องช้า แววตาที่ส่งออกมาวาวโรจน์และอันตรายจนเพื่อนทั้งกลุ่มรู้ซึ้งทันทีว่า... เรื่องนี้คือ 'เส้นตาย' ที่ห้ามใครก้าวข้าม
"ใครหน้าไหนกล้าเข้ามาจีบพี่พาย... ก็ลองดู" เขาขยับแหวนเกียร์ที่นิ้วนางข้างซ้ายเล่นช้าๆ แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง "กูจะทำให้มันรู้ว่า... วิศวะโยธาอย่างกู 'ทุบ' ตึกได้ ก็ 'ทุบ' หน้าคนได้เหมือนกัน"
เธมส์กลืนน้ำลายลงคอพลางพึมพำกับตัวเอง "เออ กูเชื่อ... ใครมายุ่งกับพี่พายของมึง คงได้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มชัวร์"
"พี่พาย 'ของกู' คนเดียว..." แทนไทเน้นคำชัดเจน "คนอื่น... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมอง"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าเสื้อช็อปมาพาดบ่าพลางเดินนำออกไปทางโรงยิมด้วยท่าทางคุกคาม โดยมีเพื่อนอีกสามคนเดินตามหลังเป็นขบวน ทิ้งไว้เพียงความหวาดระแวงให้แก่ผู้ที่บังเอิญได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่
ในหัวของแทนไทตอนนี้ไม่ได้มีเรื่องการแข่งบาสเกตบอลเลยสักนิดเขากำลังคิดเพียงว่าเย็นนี้เขาจะ 'อ้อน' ให้พระพายทำอะไรให้กินดี และจะทำอย่างไรให้เธออยู่ภายใต้สายตาของเขาไปตลอดกาล โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า 'น้องชาย' ที่แสนดีคนนี้... ร้ายกาจแค่ไหนลับหลังเธอ
เสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโรงยิมเนเซียมพร้อมกับการกะพริบของสกอร์บอร์ด ขนาดใหญ่ที่ แสดงผลคะแนนสุดท้าย: คณะวิศวกรรมศาสตร์ 89 - 75 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สิ้นเสียงสัญญาณสุดท้าย บรรยากาศรอบข้างที่เคยตึงเครียดก็ระเบิดออกเป็นความโกลาหล เหล่านักศึกษาและแฟนคลับสาวๆ ที่รอจังหวะอยู่แล้วต่างกรูลงมาที่ขอบสนามราวกับฝูงผึ้งแตกรัง ทุกคนมีเป้าหมายเดียวคือการเข้าถึงตัวดาวเด่นเบอร์ 9 แห่งคณะวิศวะผู้ที่เพิ่งจะโชว์ฟอร์มการเล่นอันดุดัน ประทับใจ คนทั้งมหาวิทยาลัย'แทนไท' ยืนหอบหายใจหนักๆอยู่กลางวงล้อมของผู้คนร่างสูงใหญ่ของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจนเสื้อบาส สีเข้มแนบสนิทไปกับแผ่นอกแกร่งและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องทุกสัดส่วนหยดเหงื่อใสไหลอาบใบหน้าคมคายสไลด์ ลงมาตามลำคอและลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจภาพลักษณ์ที่ดูดิบเถื่อนและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ทำเอาสาวๆ รอบข้างแทบจะลมจับ"พี่แทนคะ! ขอกรี๊ดหน่อยค่ะ เก่งมากเลย ถ่ายรูปคู่ด้วยหน่อยได้ไหมคะ!""พี่แทนขา รับน้ำเย็นๆ ไหมคะ หนูเตรียมมาให้พี่โดยเฉพาะเลยนะ!""พี่แทนครับ รบกวนเซ็นชื่อบนเสื้อตัวนี้ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ!"เสี
ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมและการเชียร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในควอเตอร์สุดท้าย สำหรับ 'พระพาย' แล้วพื้นที่บริเวณม้านั่งสำรองของทีมวิศวกรรมศาสตร์ช่างเป็นจุดที่น่าอึดอัดพิลึก เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาอยู่ในรังของฝูงหมาป่าที่ทรงพลังที่สุดในมหาวิทยาลัย เธอนั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินท่ามกลางวงล้อมของหนุ่มวิศวะหน้าตาดีระดับพรีเมียมสามคนที่นั่งประกบอยู่ราวกับเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวบรรยากาศรอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชนชั้นสูงและความ เป็นผู้นำที่ทำให้คนทั่วไปไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ด้านซ้ายมือของเธอคือ 'ฟาโรห์' ชายหนุ่มมาดนิ่งผู้มีใบหน้าเรียบเฉยราวกับสลักมาจากหินอ่อน เขากำลังจดจ่ออยู่กับการกดนิ้วลงบนหน้าจอไอแพดเพื่อวิเคราะห์กราฟหุ้นและตัวเลขเศรษฐกิจด้วยท่าทางสงบนิ่ง ไม่สนใจความวุ่นวายรอบข้างแม้แต่น้อย ส่วนด้านขวาคือ 'น้ำเหนือ' หนุ่มแว่นมาดเนี้ยบที่นั่งไขว่ห้างอ่านตำราภาษาอังกฤษเล่มหนาเตอะ (ซึ่งพระพายลอบมองแล้วพบว่าเป็นตำราแพทย์ ทั้งที่เขาเรียนวิศวะ?) ดูลึกลับและเข้าถึงยากพอๆ กัน และคนที่นั่งถัดไปซึ
ท่ามกลางบรรยากาศระอุเดือดภายในโรงยิมเนเซียมกลางของมหาวิทยาลัยเสียงรองเท้าผ้าใบหลายคู่เสียดสีกับพื้นปาร์เก้ขัดมันดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเร่งเร้าสลับกับเสียงลูกบาสเกตบอลกระทบพื้นดังปึกปึกกึกก้องไปทั่ว บริเวณ กลิ่นของเหงื่อไคลและความมุ่งมั่นคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ผสานกับเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มจากอัฒจันทร์ ไม้รอบทิศทางจนหูอื้ออึงการแข่งขันบาสเกตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ บัดนี้ก้าวเข้าสู่ช่วงวิกฤต ความดุเดือดในสนามแทบจะทำให้อุณหภูมิในโรงยิมพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะในโซนที่มีร่างสูงโปร่งของ ‘แทนไท’ คอยคุมเกมในฐานะพอยต์การ์ดตัวอันตราย“ไอ้แทน! ส่งมาทางนี้!”เสียงตะโกนลั่นของ ‘เธมส์’ ดังขึ้นทลายความเงียบในเสี้ยววินาที แทนไทที่กำลังถูกผู้เล่นฝ่ายสถาปัตย์สองคนรุมล้อมหาทางสกัดกั้นกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก เขาเลี้ยงลูกหลบหลีกด้วยทักษะขั้นสูง โยกย้ายร่างกายอย่างคล่องแคล่วราวกับเสือดาวที่กำลังหยอกล้อกับเหยื่อ แทนที่จะส่งบอลตามคำขอ เขากลับตัดสินใจย่อตัวแล้วสปริงข้อเท้ากระโดดขึ้นชู้ตจากระยะวงนอกอย่างเฉียบพลันลูกบาสสีส้มหมุนคว้างลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งสวยงามท่า
ภายในห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยยามบ่าย บรรยากาศเงียบสงัดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของปัญญา ความเย็นของเครื่องปรับอากาศแผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้างที่มีชั้นหนังสือไม้สูงชะลูดวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงลงมาตกกระทบฝุ่นผงที่ลอยล่องอยู่ในอากาศยิ่งส่งเสริมให้สถานที่แห่งนี้ดู เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดนี่คือพื้นที่ที่พระพายรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุดหญิงสาวในชุดทำงานที่ดูเรียบร้อยสะดุดตาเดินไปตามชั้นหนังสือไม้ด้วยฝีเท้าเงียบกริบ มือเรียวประคองเล่มหนังสือนวนิยายคลาสสิกที่เพิ่งรับคืนมาอย่างเบามือ เธอใช้นิ้วชี้ไล่ไปตามสันหนังสือเพื่อหาตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนจะสอดมันกลับเข้าที่อย่างบรรจงการทำงานเป็นบรรณารักษ์ที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการคีย์ข้อมูลหรือจัดเรียงหนังสือให้ตรงตามหมวดหมู่ แต่มันคือการรักษาสิ่งของที่บรรจุความทรงจำและจินตนาการเอาไว้สำหรับพระพายหนังสือทุกเล่มมีชีวิตและเธอคือผู้ดูแลชีวิตเหล่านั้นเธอขยับแว่นสายตากรอบบางที่เธอมักจะหยิบมาใส่เฉพาะตอนทำงานเพื่อให้มองเห็นรหัสที่สัน หนังสือได้ถนัดตา แม้จะรู้ดีว่า 'ใครบางคน' ไม่ชอบให้เธอใส่ แต่มันก็เป็นอาวุธสำคัญในที่ทำงา
บรรยากาศใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ในช่วงเวลาสายของวันคลาคล่ำไปด้วยเหล่านักศึกษาในเสื้อช็อปสี แดงเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะดัง สะท้อนไปมาตาม โถงทางเดิน อันกว้างขวางแต่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้นกลับมีอยู่โต๊ะหนึ่งที่ดูเหมือนจะมี 'อาณาเขต' พิเศษกั้นเอาไว้ราวกับเป็นเขตอาถรรพ์โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้จามจุรีใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมสุดของลานกิจกรรมเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดเข้าไป ใกล้เกินรัศมีสามเมตร รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มสี่คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นรุนแรงและเย็นเยียบ จนแม้แต่รุ่นน้องปีหนึ่งที่รีบไปเรียนยังต้องยอมเดินอ้อมไกลๆ ก้มหน้าตัวลีบเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตา"ยิ้มบ้าอะไรของมึงวะไอ้แทน... เห็นแล้วขนลุกฉิบหาย"'เธมส์' หนุ่มหน้าตี๋มาดกวน เจ้าของนัยน์ตาเจ้าเสน่ห์และลูกชายคนเดียวของเจ้าของเครือโรงแรมหรู เอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญใจพลางเคาะขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยอย่างส่งเดช เขาหรี่ตามองเพื่อนรักที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ด้วยความหมั่นไส้ เพราะตั้งแต่มาถึงคณะ แทนไทก็เอาแต่นั่งจ้องปลายเนกไทสีกรมท่าของตัวเองพลาง ลูบปมผ้าไปมาด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มผิดมนุษย์มนา"เส
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้ากรองผ่านผ้าม่านสีครีมที่เริ่มเก่าคร่ำครึเข้ามาภายในเรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ท้ายสวน กลิ่นอายของไม้เก่าผสมกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่พระพายชอบใช้สร้างบรรยากาศที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง ภายในบ้านเช่าที่มีเพียงหนึ่งห้องนอนและหนึ่งห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสะท้อนนิสัยของเจ้าของบ้านพระพาย ยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกเงาบานยาวในห้องนอน หญิงสาวในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวที่รีดจนเรียบกริบสอดชายเสื้อไว้ในกระโปรงทรงสอบสีดำยาวคลุมเข่า แม้จะเป็นชุดที่ดูพื้นๆ แต่มันกลับขับเน้นส่วนโค้งเว้าตามธรรมชาติให้ดูน่ามองอย่างประหลาด เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนถูกปล่อยสยายคลอเคลียแผ่นหลัง ใบหน้าหวานหยดที่ไร้เครื่องสำอางหนาเตอะมีเพียงลิปมันระเรื่อดูอ่อนวัยกว่าความเป็นจริงดวงตากลมโตคู่สวยนั่นไม่มีแว่นตากรอบหนามาบดบังอีกต่อไปเธอยังจำได้ดีว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน เธอเป็นคนติดแว่นมากแค่ไหน แต่เพราะ 'ใครบางคน' ที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าชีวิตเคยบอกเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจว่า 'พี่พายถอดแว่นแล้วน่ารักกว่าตั้งเยอะ ผมอยากเห็นตาพี่ชัดๆ' เพียงแค่นั้น เ







