Mag-log inท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมและการเชียร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในควอเตอร์สุดท้าย สำหรับ 'พระพาย' แล้วพื้นที่บริเวณม้านั่งสำรองของทีมวิศวกรรมศาสตร์ช่างเป็นจุดที่น่าอึดอัดพิลึก เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาอยู่ในรังของฝูงหมาป่าที่ทรงพลังที่สุดในมหาวิทยาลัย
เธอนั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินท่ามกลางวงล้อมของหนุ่มวิศวะหน้าตาดีระดับพรีเมียมสามคนที่นั่งประกบอยู่ราวกับเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวบรรยากาศรอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชนชั้นสูงและความ เป็นผู้นำที่ทำให้คนทั่วไปไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ด้านซ้ายมือของเธอคือ 'ฟาโรห์' ชายหนุ่มมาดนิ่งผู้มีใบหน้าเรียบเฉยราวกับสลักมาจากหินอ่อน เขากำลังจดจ่ออยู่กับการกดนิ้วลงบนหน้าจอไอแพดเพื่อวิเคราะห์กราฟหุ้นและตัวเลขเศรษฐกิจด้วยท่าทางสงบนิ่ง ไม่สนใจความวุ่นวายรอบข้างแม้แต่น้อย
ส่วนด้านขวาคือ 'น้ำเหนือ' หนุ่มแว่นมาดเนี้ยบที่นั่งไขว่ห้างอ่านตำราภาษาอังกฤษเล่มหนาเตอะ (ซึ่งพระพายลอบมองแล้วพบว่าเป็นตำราแพทย์ ทั้งที่เขาเรียนวิศวะ?) ดูลึกลับและเข้าถึงยากพอๆ กัน
และคนที่นั่งถัดไปซึ่งดูจะเป็นมิตรและเข้าถึงง่ายที่สุดในกลุ่มคือ 'เธมส์' หนุ่มหน้าตี๋เจ้าเสน่ห์ที่กำลังเคี้ยวหมากฝรั่งจังหวะกวนๆ เขาหันมาส่งยิ้มทะเล้นให้เธอจนตาปิด
"หวัดดีครับพี่พาย ตัวจริงหน้าเด็กกว่าในรูปที่ไอ้แทนมันโชว์อีกนะเนี่ย ผิวพี่ดีจัง ใช้ครีมอะไรครับ?" เธมส์เอ่ยทักทายขึ้นเป็นคนแรก ทำลายกำแพงความเงียบที่ปกคลุมอยู่รอบตัวพระพายจนเธอสะดุ้งน้อยๆ
"ในรูป?" พระพายทวนคำอย่างงงๆ "รูปอะไรเหรอ? แทนไทเอารูปพี่ไปให้ดูเหรอ?"
"อ้อ... ก็รูปที่ไอ้แทนมันแอบ..."
พลั่ก!
ยังไม่ทันที่เธมส์จะพูดจบประโยคฟาโรห์ที่ดูเหมือนไม่ได้สนใจโลกกลับส่งศอกเข้าที่สีข้างเพื่อนรักอย่างแม่นยำและรุนแรงจนเธมส์หน้าเบี้ยว เขาทำเสียงกระแอมไอแก้เก้อทันทีพลางถลึงตาใส่เพื่อน
"แค่กๆ... หมายถึงรูป... รูปตอนที่พี่ไปรับมันที่คณะไงครับ แฮะๆ มันบอกว่าพี่สาวมันสวยมาก พวกผมก็เลยจำหน้าได้แม่น"
พระพายพยักหน้าหงึกหงักแม้จะยังสงสัยในท่าทางลับลมคมในของพวกเขา "อ๋อ... จ้ะ พี่ชื่อพายนะ เป็น... เอ่อ เป็นพี่สาวข้างบ้านของแทนไท ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนๆ ของแทนนะจ๊ะ"
"ครับผม... รู้ชัดเจนเลยครับว่าเป็น 'พี่สาวข้างบ้าน'" น้ำเหนือปิดหนังสือเสียงดังปับจนพระพายสะดุ้งอีกรอบ เขาหันมามองเธอผ่านเลนส์แว่นหนาเตอะด้วยแววตาที่อ่านยากแต่มันแฝงไปด้วยความรู้เท่าทันบางอย่าง "แต่ปกติไอ้แทนมันไม่เคยพาพี่ข้างบ้านคนไหนมานั่งตรงนี้นะครับ...โดยเฉพาะการยอมให้ใครนั่งทับ 'เสื้อช็อป' ของมันแบบนี้"
พระพายสะดุ้งโหยงคราวนี้ถึงขั้นขยับก้นลุกขึ้นดูทันทีด้วยความตกใจกฎว่าเธอกำลังนั่งทับเสื้อช็อปสีเลือด หมู เนื้อหนาของคณะวิศวะที่แทนไทจงใจวางรองไว้บนเก้าอี้ก่อนเธอจะนั่งลงจริงๆ
"ตายจริง! พี่ไม่ทันมองจริงๆ เดี๋ยวเสื้อยับหมด คณะนี้เขาหวงเสื้อกันไม่ใช่เหรอ" เธอรีบหยิบเสื้อขึ้นมาปัดฝุ่นด้วยความลนลานใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความกังวลเพราะเคยได้ยินมาว่าเสื้อช็อปคือศักดิ์ศรีของเด็กวิศวะ
"ไม่ต้องปัดหรอกครับพี่พาย นั่งไปเถอะ" เธมส์หัวเราะร่าอย่างชอบใจ "ปกติน่ะ เสื้อช็อปกับเกียร์เนี่ย ถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวพวกผมเลยนะ ห้ามใครแตะ ห้ามใครจับ โดยเฉพาะผู้หญิงนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก... แต่นี่ไอ้เจ้าของมันเล่นเอามาปูรองก้นให้พี่นั่งแทนเบาะ แสดงว่า..."
"แสดงว่ามันกลัวกระโปรงทำงานพี่จะเลอะฝุ่นน่ะครับ"ฟาโรห์พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ตัดบทเธมส์
"เก้าอี้โรงยิมมันสกปรก มันคงไม่อยากให้พี่ต้องหงุดหงิดตอนกลับบ้าน"
เธมส์กลอกตาขึ้นฟ้าพลางเบะปากใส่ความพยายามแก้ต่างให้เพื่อนรักของฟาโรห์
"เออๆ ตามนั้นครับพี่พาย เอาเป็นว่าพี่นั่งไปเถอะครับ มันเต็มใจยิ่งกว่าเต็มใจเสียอีก เผลอๆ ถ้าพี่บอกว่าเมื่อยขา หรืออยากเดินบนพื้นนุ่มๆไอ้แทนมันคงพร้อมจะลงไปนอนเป็นพรมเช็ดเท้า ให้พี่เหยียบผ่านไปเลยด้วยซ้ำ"
พระพายหลุดขำออกมากับคำเปรียบเทียบที่ดูจะเกินจริงไปมากของเธมส์ ความเกร็งที่สะสมมาเริ่มมลายหายไป เธอเริ่มรู้สึกว่าแม้เพื่อนกลุ่มนี้จะดูดุดัน รวย และมีรัศมีที่เข้าถึงยาก แต่พอได้คุยจริงๆ พวกเขากลับดูสุภาพและขี้เล่นกับเธออย่างน่าประหลาด
ปรี๊ด!
เสียงนกหวีดหมดเวลานอกเรียกสายตาของพระพายให้หันกลับไปยังสนามบาสเกตบอลอีกครั้ง และภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอถึงกับชะงักงันแทนไทในโหมดนักกีฬากำลัง 'ระเบิดฟอร์ม' อย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
ร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อชุ่มเหงื่อดูทรงพลังและน่าเกรงขามเขาเทคตัวกระโดดบล็อกลูกจากคู่ แข่งฝ่ายตรงข้ามด้วยจังหวะที่เด็ดขาดจนฝ่ายนั้นถึงกับล้มคว่ำลงไปกับพื้นก่อนที่เขาจะใช้ความเร็วนรกแตกเลี้ยง บอลหลบผู้เล่นที่พยายามเข้ามารุมล้อมวิ่งฝ่าเข้าไปถึงใต้แป้นบาสภายในเวลาไม่กี่วินาทีกล้ามเนื้อแขนของเขาเกร็งแน่น จนเห็นเส้นเลือดปูดขึ้นชัดเจนยามที่เขาดีดตัวขึ้นจากพื้นโลกกระโดดขึ้นไปดังก์ลูกบาสลงห่วงด้วยแรงมหาศาล
ตู้ม! เสียงห่วงเหล็กกระทบแป้นดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับเสียงกรี๊ดที่แทบจะทำลายโสตประสาทของสาวๆ ทั่วทั้งโรงยิมเนเซียม
"กรี๊ดดด! พี่แทนเท่มาก! ใจจะวายแล้ว!"
"ผัวขา! มองมาทางนี้หน่อย!"
แทนไทเกาะห่วงบาสค้างไว้ครู่หนึ่งก่อนจะทิ้งตัวลงสู่พื้นอย่างมั่นคงและสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อดูดุดัน แววตาคมกริบนั้นฉายร่ายอำนาจข่มขวัญคู่ต่อสู้จนไม่มีใครกล้าสบตาด้วย แต่ทว่าทันทีที่เขาหมุนตัวกลับมาทางม้านั่งสำรอง
สายตาพิฆาตคู่นั้นก็กวาดหาเป้าหมายเดียวในหัวใจทันที พอเห็นพระพายนั่งมองเขาอยู่ด้วยแววตาตื่นเต้น แทนไทก็เปลี่ยนสีหน้าจากเสือร้ายกลายเป็นหนุ่มขี้เล่นในพริบตา เขายิ้มกว้างจนลักยิ้มบุ๋มลงข้างแก้ม ยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ แล้วส่ง 'จูบ' ผ่านกระแสอากาศมาให้เธอหนึ่งทีอย่างอุกอาจ ท่ามกลางสายตาคนนับร้อยที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่
"..."
พระพายหน้าแดงแปร๊ดถึงขีดสุดเธอรีบยกถุงผ้าและมือขึ้นบังใบหน้าตัวเองเพื่อหลบสายตาคนรอบข้างด้วยความเขินอายปนทำตัวไม่ถูก
ไอ้เด็กบ้า! ทำอะไรไม่อายชาวบ้านเขาเลยหรือไงนะ!
"นั่นไง..." น้ำเหนือพึมพำแผ่วเบาพลางส่ายหน้า "ชาร์จพลังเต็มถังจากรอยยิ้มพี่พายไปเรียบร้อย... สงสัยควอเตอร์นี้เด็กสถาปัตย์คงยับเยินไม่มีชิ้นดีแน่"
"หมั่นไส้มันฉิบหาย" เธมส์เบะปากมองเพื่อนรักที่กำลังวิ่งร่าเริงลงไปตั้งรับ "พี่พายครับ พี่ช่วยทำหน้านิ่งๆ หรือไม่ก็แกล้งเมินมันหน่อยได้ไหมครับ ขืนมันคึกไปมากกว่านี้ ผมว่าแป้นบาสโรงยิมเราได้พังคามือมันแน่ๆ พลังมหาศาลเหลือเกิน"
พระพายได้แต่หัวเราะแห้งๆ ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรดี เธอหยิบขวดน้ำขึ้นมาถือแก้เก้อพลางมองดูเด็กชายข้างบ้านที่เธอเคยปลอบประโลมในวันฝนตก ซึ่งบัดนี้กลายร่างเป็น 'ราชาแห่งสนามบาส' วิ่งไล่ต้อนคู่แข่งอย่างบ้าคลั่ง ทว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือทุกครั้งที่เขาชู้ตลูกลงห่วงหรือทำแต้มได้อย่างสวยงาม เขาจะต้องหันหน้ากลับมามองที่เธอเสมอเพื่อเช็กว่าเธอกำลังดูเขาอยู่หรือไม่ สายตาที่เขาส่งมานั้นมันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและต้องการคำชม
ราวกับเขากำลังตะโกนบอกเธอผ่านสายตาว่า...เห็นไหมครับพี่พาย... น้องชายของพี่เก่งที่สุดในโลกเลย เพราะฉะนั้นพี่ห้ามมองใครนอกจากผมนะ!
เธอนั่งมองแผ่นหลังกว้างของแทนไทด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก หัวใจที่เคยสงบนิ่งมาตลอดหลายปี บัดนี้กลับเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโรงยิมเนเซียมพร้อมกับการกะพริบของสกอร์บอร์ด ขนาดใหญ่ที่ แสดงผลคะแนนสุดท้าย: คณะวิศวกรรมศาสตร์ 89 - 75 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สิ้นเสียงสัญญาณสุดท้าย บรรยากาศรอบข้างที่เคยตึงเครียดก็ระเบิดออกเป็นความโกลาหล เหล่านักศึกษาและแฟนคลับสาวๆ ที่รอจังหวะอยู่แล้วต่างกรูลงมาที่ขอบสนามราวกับฝูงผึ้งแตกรัง ทุกคนมีเป้าหมายเดียวคือการเข้าถึงตัวดาวเด่นเบอร์ 9 แห่งคณะวิศวะผู้ที่เพิ่งจะโชว์ฟอร์มการเล่นอันดุดัน ประทับใจ คนทั้งมหาวิทยาลัย'แทนไท' ยืนหอบหายใจหนักๆอยู่กลางวงล้อมของผู้คนร่างสูงใหญ่ของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจนเสื้อบาส สีเข้มแนบสนิทไปกับแผ่นอกแกร่งและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องทุกสัดส่วนหยดเหงื่อใสไหลอาบใบหน้าคมคายสไลด์ ลงมาตามลำคอและลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจภาพลักษณ์ที่ดูดิบเถื่อนและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ทำเอาสาวๆ รอบข้างแทบจะลมจับ"พี่แทนคะ! ขอกรี๊ดหน่อยค่ะ เก่งมากเลย ถ่ายรูปคู่ด้วยหน่อยได้ไหมคะ!""พี่แทนขา รับน้ำเย็นๆ ไหมคะ หนูเตรียมมาให้พี่โดยเฉพาะเลยนะ!""พี่แทนครับ รบกวนเซ็นชื่อบนเสื้อตัวนี้ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ!"เสี
ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมและการเชียร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในควอเตอร์สุดท้าย สำหรับ 'พระพาย' แล้วพื้นที่บริเวณม้านั่งสำรองของทีมวิศวกรรมศาสตร์ช่างเป็นจุดที่น่าอึดอัดพิลึก เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาอยู่ในรังของฝูงหมาป่าที่ทรงพลังที่สุดในมหาวิทยาลัย เธอนั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินท่ามกลางวงล้อมของหนุ่มวิศวะหน้าตาดีระดับพรีเมียมสามคนที่นั่งประกบอยู่ราวกับเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวบรรยากาศรอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชนชั้นสูงและความ เป็นผู้นำที่ทำให้คนทั่วไปไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ด้านซ้ายมือของเธอคือ 'ฟาโรห์' ชายหนุ่มมาดนิ่งผู้มีใบหน้าเรียบเฉยราวกับสลักมาจากหินอ่อน เขากำลังจดจ่ออยู่กับการกดนิ้วลงบนหน้าจอไอแพดเพื่อวิเคราะห์กราฟหุ้นและตัวเลขเศรษฐกิจด้วยท่าทางสงบนิ่ง ไม่สนใจความวุ่นวายรอบข้างแม้แต่น้อย ส่วนด้านขวาคือ 'น้ำเหนือ' หนุ่มแว่นมาดเนี้ยบที่นั่งไขว่ห้างอ่านตำราภาษาอังกฤษเล่มหนาเตอะ (ซึ่งพระพายลอบมองแล้วพบว่าเป็นตำราแพทย์ ทั้งที่เขาเรียนวิศวะ?) ดูลึกลับและเข้าถึงยากพอๆ กัน และคนที่นั่งถัดไปซึ
ท่ามกลางบรรยากาศระอุเดือดภายในโรงยิมเนเซียมกลางของมหาวิทยาลัยเสียงรองเท้าผ้าใบหลายคู่เสียดสีกับพื้นปาร์เก้ขัดมันดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเร่งเร้าสลับกับเสียงลูกบาสเกตบอลกระทบพื้นดังปึกปึกกึกก้องไปทั่ว บริเวณ กลิ่นของเหงื่อไคลและความมุ่งมั่นคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ผสานกับเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มจากอัฒจันทร์ ไม้รอบทิศทางจนหูอื้ออึงการแข่งขันบาสเกตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ บัดนี้ก้าวเข้าสู่ช่วงวิกฤต ความดุเดือดในสนามแทบจะทำให้อุณหภูมิในโรงยิมพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะในโซนที่มีร่างสูงโปร่งของ ‘แทนไท’ คอยคุมเกมในฐานะพอยต์การ์ดตัวอันตราย“ไอ้แทน! ส่งมาทางนี้!”เสียงตะโกนลั่นของ ‘เธมส์’ ดังขึ้นทลายความเงียบในเสี้ยววินาที แทนไทที่กำลังถูกผู้เล่นฝ่ายสถาปัตย์สองคนรุมล้อมหาทางสกัดกั้นกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก เขาเลี้ยงลูกหลบหลีกด้วยทักษะขั้นสูง โยกย้ายร่างกายอย่างคล่องแคล่วราวกับเสือดาวที่กำลังหยอกล้อกับเหยื่อ แทนที่จะส่งบอลตามคำขอ เขากลับตัดสินใจย่อตัวแล้วสปริงข้อเท้ากระโดดขึ้นชู้ตจากระยะวงนอกอย่างเฉียบพลันลูกบาสสีส้มหมุนคว้างลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งสวยงามท่า
ภายในห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยยามบ่าย บรรยากาศเงียบสงัดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของปัญญา ความเย็นของเครื่องปรับอากาศแผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้างที่มีชั้นหนังสือไม้สูงชะลูดวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงลงมาตกกระทบฝุ่นผงที่ลอยล่องอยู่ในอากาศยิ่งส่งเสริมให้สถานที่แห่งนี้ดู เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดนี่คือพื้นที่ที่พระพายรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุดหญิงสาวในชุดทำงานที่ดูเรียบร้อยสะดุดตาเดินไปตามชั้นหนังสือไม้ด้วยฝีเท้าเงียบกริบ มือเรียวประคองเล่มหนังสือนวนิยายคลาสสิกที่เพิ่งรับคืนมาอย่างเบามือ เธอใช้นิ้วชี้ไล่ไปตามสันหนังสือเพื่อหาตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนจะสอดมันกลับเข้าที่อย่างบรรจงการทำงานเป็นบรรณารักษ์ที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการคีย์ข้อมูลหรือจัดเรียงหนังสือให้ตรงตามหมวดหมู่ แต่มันคือการรักษาสิ่งของที่บรรจุความทรงจำและจินตนาการเอาไว้สำหรับพระพายหนังสือทุกเล่มมีชีวิตและเธอคือผู้ดูแลชีวิตเหล่านั้นเธอขยับแว่นสายตากรอบบางที่เธอมักจะหยิบมาใส่เฉพาะตอนทำงานเพื่อให้มองเห็นรหัสที่สัน หนังสือได้ถนัดตา แม้จะรู้ดีว่า 'ใครบางคน' ไม่ชอบให้เธอใส่ แต่มันก็เป็นอาวุธสำคัญในที่ทำงา
บรรยากาศใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ในช่วงเวลาสายของวันคลาคล่ำไปด้วยเหล่านักศึกษาในเสื้อช็อปสี แดงเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะดัง สะท้อนไปมาตาม โถงทางเดิน อันกว้างขวางแต่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้นกลับมีอยู่โต๊ะหนึ่งที่ดูเหมือนจะมี 'อาณาเขต' พิเศษกั้นเอาไว้ราวกับเป็นเขตอาถรรพ์โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้จามจุรีใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมสุดของลานกิจกรรมเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดเข้าไป ใกล้เกินรัศมีสามเมตร รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มสี่คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นรุนแรงและเย็นเยียบ จนแม้แต่รุ่นน้องปีหนึ่งที่รีบไปเรียนยังต้องยอมเดินอ้อมไกลๆ ก้มหน้าตัวลีบเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตา"ยิ้มบ้าอะไรของมึงวะไอ้แทน... เห็นแล้วขนลุกฉิบหาย"'เธมส์' หนุ่มหน้าตี๋มาดกวน เจ้าของนัยน์ตาเจ้าเสน่ห์และลูกชายคนเดียวของเจ้าของเครือโรงแรมหรู เอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญใจพลางเคาะขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยอย่างส่งเดช เขาหรี่ตามองเพื่อนรักที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ด้วยความหมั่นไส้ เพราะตั้งแต่มาถึงคณะ แทนไทก็เอาแต่นั่งจ้องปลายเนกไทสีกรมท่าของตัวเองพลาง ลูบปมผ้าไปมาด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มผิดมนุษย์มนา"เส
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้ากรองผ่านผ้าม่านสีครีมที่เริ่มเก่าคร่ำครึเข้ามาภายในเรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ท้ายสวน กลิ่นอายของไม้เก่าผสมกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่พระพายชอบใช้สร้างบรรยากาศที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง ภายในบ้านเช่าที่มีเพียงหนึ่งห้องนอนและหนึ่งห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสะท้อนนิสัยของเจ้าของบ้านพระพาย ยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกเงาบานยาวในห้องนอน หญิงสาวในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวที่รีดจนเรียบกริบสอดชายเสื้อไว้ในกระโปรงทรงสอบสีดำยาวคลุมเข่า แม้จะเป็นชุดที่ดูพื้นๆ แต่มันกลับขับเน้นส่วนโค้งเว้าตามธรรมชาติให้ดูน่ามองอย่างประหลาด เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนถูกปล่อยสยายคลอเคลียแผ่นหลัง ใบหน้าหวานหยดที่ไร้เครื่องสำอางหนาเตอะมีเพียงลิปมันระเรื่อดูอ่อนวัยกว่าความเป็นจริงดวงตากลมโตคู่สวยนั่นไม่มีแว่นตากรอบหนามาบดบังอีกต่อไปเธอยังจำได้ดีว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน เธอเป็นคนติดแว่นมากแค่ไหน แต่เพราะ 'ใครบางคน' ที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าชีวิตเคยบอกเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจว่า 'พี่พายถอดแว่นแล้วน่ารักกว่าตั้งเยอะ ผมอยากเห็นตาพี่ชัดๆ' เพียงแค่นั้น เ







