LOGINเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโรงยิมเนเซียมพร้อมกับการกะพริบของสกอร์บอร์ด ขนาดใหญ่ที่ แสดงผลคะแนนสุดท้าย: คณะวิศวกรรมศาสตร์ 89 - 75 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
สิ้นเสียงสัญญาณสุดท้าย บรรยากาศรอบข้างที่เคยตึงเครียดก็ระเบิดออกเป็นความโกลาหล เหล่านักศึกษาและแฟนคลับสาวๆ ที่รอจังหวะอยู่แล้วต่างกรูลงมาที่ขอบสนามราวกับฝูงผึ้งแตกรัง ทุกคนมีเป้าหมายเดียวคือการเข้าถึงตัวดาวเด่นเบอร์ 9 แห่งคณะวิศวะผู้ที่เพิ่งจะโชว์ฟอร์มการเล่นอันดุดัน ประทับใจ คนทั้งมหาวิทยาลัย
'แทนไท' ยืนหอบหายใจหนักๆอยู่กลางวงล้อมของผู้คนร่างสูงใหญ่ของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจนเสื้อบาส สีเข้มแนบสนิทไปกับแผ่นอกแกร่งและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องทุกสัดส่วนหยดเหงื่อใสไหลอาบใบหน้าคมคายสไลด์ ลงมาตามลำคอและลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจภาพลักษณ์ที่ดูดิบเถื่อนและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ทำเอาสาวๆ รอบข้างแทบจะลมจับ
"พี่แทนคะ! ขอกรี๊ดหน่อยค่ะ เก่งมากเลย ถ่ายรูปคู่ด้วยหน่อยได้ไหมคะ!"
"พี่แทนขา รับน้ำเย็นๆ ไหมคะ หนูเตรียมมาให้พี่โดยเฉพาะเลยนะ!"
"พี่แทนครับ รบกวนเซ็นชื่อบนเสื้อตัวนี้ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ!"
เสียงเซ็งแซ่และแสงแฟลชจากกล้องโทรศัพท์มือถือนับสิบตัวรุมระดมยิงใส่เขาไม่ยั้ง แทนไทเพียงแค่ยกหลังมือขึ้นบังตาเล็กน้อยสีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนกลับมาเรียบเฉยติดจะเย็นชาและรำคาญใจ อย่างเห็นได้ชัด เขาไม่รับขวดน้ำจากมือใคร ไม่แตะต้องปากกาที่ส่งมา และไม่หยุดยืนพิงไหล่ถ่ายรูปคู่กับใครทั้งนั้น
"ขอทางหน่อยครับ ผมจะรีบไป" เสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆทว่าน้ำหนักของมันกลับทรงพลังพอที่ จะทำให้ฝูงชนชะงัก
"พี่แทนจะรีบไปไหนคะ เพิ่งแข่งจบเอง ทีมชนะทั้งทีอยู่ฉลองกับพวกเราก่อนสิ" ดาวคณะคนสวยรายหนึ่งรวบรวมความกล้าเอ่ยถามพลางส่งยิ้มหวานหวังจะรั้งเขาไว้
แทนไทหยุดเดินกะทันหัน เขาหันมามองหญิงสาวคนนั้นแวบหนึ่งด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะชูมือขวาขึ้นชี้ผ่านวงล้อมฝูงชนที่หนาแน่นไปตรงไปยังม้านั่งสำรองหลังเส้นสนาม ที่ซึ่งมีผู้หญิงตัวเล็กในชุดทำงานสีขาวสะอาดตากำลังยืนทำหน้าเลิ่กลั่ก พยายามจะทำตัวให้เล็กที่สุดอยู่
"ผู้จัดการส่วนตัวผมรอดุแล้วครับ..." เขาประกาศเสียงดังพอที่จะให้คนบริเวณนั้นได้ยินทั่วกัน "ขืนกลับช้ากว่านี้ ผมโดนทำโทษหนักแน่ๆ ขอโทษด้วยนะครับ"
สิ้นเสียงประกาศกร้าวที่โยนความผิด (และความดุ) ให้พี่สาวข้างบ้านหน้าตาเฉย วงล้อมที่เคยหนาแน่นก็แตกฮือออกเป็นทางเดินโดยอัตโนมัติทุกสายตาหันขวับไปมอง 'ผู้จัดการส่วนตัว' ที่ดูหน้าอ่อนเยาว์ราวกับเด็กมหาวิทยาลัยคนนั้นเป็นตาเดียว บางสายตาเต็มไปด้วยความสงสัย บางสายตาเต็มไปด้วยความอิจฉา แต่ไม่มีใครกล้าขวางทางเขาอีก
แทนไทไม่รอให้ใครตั้งตัวได้ทัน เขาก้าวยาวๆ แหวกฝูงชนออกมาด้วยความเร็ว ตรงดิ่งไปหาพระพายที่กำลังยืนเหวอทำอะไรไม่ถูก
"ทะ... แทน! พูดบ้าอะไรของเธอ ใครเป็นผู้จัดการ!" พระพายแหวใส่ทันทีที่เขาเดินมาหยุดตรงหน้า เธอหน้าแดงก่ำไปจนถึงไรผม ไม่ใช่เพราะเขินอายเพียงอย่างเดียว แต่เพราะสายตาผู้คนนับร้อยที่มองมาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเธอนั่นแหละที่น่ากลัว
"ก็พี่นั่นแหละที่จัดการชีวิตผมอยู่ทุกวันเนี่ย..." แทนไทตอบพลางยิ้มกริ่มอย่างเป็นต่อ "กลับกันเถอะพี่พาย ผมหิวจะตายอยู่แล้ว พลังงานหมดเกลี้ยงเลย"
เขาไม่พูดเปล่ามือหนาที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อและไอความร้อนจากการออกกำลังกายเอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กของ เธอไว้หมับ โดยไม่สนเลยว่าคราบเหงื่อของตัวเองจะทำให้แขนเสื้อเชิ้ตสีขาวนวลของเธอเลอะเทอะหรือไม่
"เดี๋ยวสิแทน! ตัวเราเปียกโชกขนาดนี้ จะขึ้นรถเลยเหรอ ไปล้างหน้าล้างตัวที่ห้องนักกีฬาก่อนไหม?" พระพายพยายามยื้อแขนไว้ จมูกของเธอได้กลิ่นเหงื่อจางๆ ที่ผสมกับกลิ่นฟีโรโมนชายหนุ่มรุนแรงจนหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ
ยิ่งเห็นหยดเหงื่อที่เกาะพราวตามลำคอลาดเอียงลงไปใต้สาบเสื้อและแผงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วอยู่ใกล้เพียงคืบ เธอยิ่งรู้สึกว่าอากาศในโรงยิมมันน้อยลงกะทันหัน
แทนไทไม่ฟังคำประท้วงเขาแสร้งทำเป็นโน้มหน้าลงมาหาจนใบหน้าที่เปียกชื้นเกือบจะถูไถกับแก้มเนียน ของเธอ เขาทำเสียงงอแงในลำคอเหมือนลูกหมาตัวยักษ์ที่บาดเจ็บและต้องการการปลอบประโลม
"ไม่เอา... ห้องน้ำที่นี่เหม็นจะตาย คนก็เยอะ ผมจะกลับไปอาบที่บ้านเรา..." เขาจงใจเน้นคำว่าบ้านเรา "พี่พายช่วยขับรถให้หน่อยนะครับ ตอนนี้ผมปวดขามากเลย ตะคริวจะกินอยู่แล้วเนี่ย ขับรถกลับเองไม่ไหวหรอก"
"สำออย! เมื่อกี้พี่เห็นเรายังวิ่งเปรี้ยวเป็นม้าอยู่เลยนะ จะมาปวดขาอะไรตอนนี้" พระพายหรี่ตามองอย่างรู้ทัน
"นะครับ... พี่พายนะ... รีบกลับเถอะ ผมเหนียวตัวจะแย่แล้ว อยากให้พี่พายถูหลังให้... เอ้ย หมายถึงอยากกลับไปอาบน้ำที่บ้านเร็วๆ ไงครับ"
พระพายอ้าปากค้างกับประโยคสองแง่สองง่ามที่หลุดออกมาจากปากคนตรงหน้า แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันอ้าปากด่าเจ้าเด็กยักษ์ตัวแสบก็ชิงหยิบกระเป๋าผ้าใบเก่าของเธอมาสะพายไว้บนไหล่กว้างของตัวเองภาพของนักบาสร่างยักษ์เหงื่อท่วมที่สะพายกระเป๋าผู้หญิงดูขัดกันสุดขีดแต่กลับเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากคนที่ พบเห็นได้ไม่ยาก
เขาใช้มืออีกข้างโอบไหล่บางของเธอไว้แน่น กึ่งลากกึ่งจูงพาเดินออกจากโรงยิมไปทางที่จอดรถอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เพื่อนแก๊งเทพทั้งสามคนนั่งมองตามหลังตาปริบๆ
"ไอ้สัสแทน..." เธมส์ส่ายหน้าอย่างระอา "มันทิ้งเพื่อน ทิ้งฝูง ทิ้งแฟนคลับได้ในพริบตาเพื่อผู้หญิงคนเดียว"
"มันไม่ได้ทิ้ง..." ฟาโรห์เก็บไอแพดลงกระเป๋าเตรียมตัวลุกขึ้นบ้าง "มันแค่รีบกลับไปทวง 'รางวัล' จากพี่พายต่างหาก"
"กูว่า..." น้ำเหนือขยับแว่นสายตาพลางมองตามแผ่นหลังของคนทั้งคู่ไป "คืนนี้พี่พายคงต้องเหนื่อยหนักแน่ๆ สายตามันตอนมองพี่เขาเมื่อกี้... อย่างกับหมาป่าที่กำลังจะกลืนกระต่ายลงท้องแบบไม่เหลือแม้แต่กระดูก"
ภายในรถเอสยูวีคันหรูที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านแทนไทที่นั่งอยู่ที่เบาะผู้โดยสารข้างคนขับกลับไม่ได้ดูเหมือนคนที่ 'ปวดขา' จนขับรถไม่ไหวเลยสักนิด เขานั่งฮัมเพลงเบาๆพลางลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของบรรณารักษ์สาว ที่กำลังตั้งใจขับรถให้เขาอย่างเต็มที่
สายตาของเขาไม่ได้มีความเป็นน้องชายอยู่เลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความลุ่มหลง และความปรารถนาที่จะครอบครองพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้... และผู้หญิงคนนี้... ตลอดไป
เสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโรงยิมเนเซียมพร้อมกับการกะพริบของสกอร์บอร์ด ขนาดใหญ่ที่ แสดงผลคะแนนสุดท้าย: คณะวิศวกรรมศาสตร์ 89 - 75 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สิ้นเสียงสัญญาณสุดท้าย บรรยากาศรอบข้างที่เคยตึงเครียดก็ระเบิดออกเป็นความโกลาหล เหล่านักศึกษาและแฟนคลับสาวๆ ที่รอจังหวะอยู่แล้วต่างกรูลงมาที่ขอบสนามราวกับฝูงผึ้งแตกรัง ทุกคนมีเป้าหมายเดียวคือการเข้าถึงตัวดาวเด่นเบอร์ 9 แห่งคณะวิศวะผู้ที่เพิ่งจะโชว์ฟอร์มการเล่นอันดุดัน ประทับใจ คนทั้งมหาวิทยาลัย'แทนไท' ยืนหอบหายใจหนักๆอยู่กลางวงล้อมของผู้คนร่างสูงใหญ่ของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจนเสื้อบาส สีเข้มแนบสนิทไปกับแผ่นอกแกร่งและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องทุกสัดส่วนหยดเหงื่อใสไหลอาบใบหน้าคมคายสไลด์ ลงมาตามลำคอและลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจภาพลักษณ์ที่ดูดิบเถื่อนและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ทำเอาสาวๆ รอบข้างแทบจะลมจับ"พี่แทนคะ! ขอกรี๊ดหน่อยค่ะ เก่งมากเลย ถ่ายรูปคู่ด้วยหน่อยได้ไหมคะ!""พี่แทนขา รับน้ำเย็นๆ ไหมคะ หนูเตรียมมาให้พี่โดยเฉพาะเลยนะ!""พี่แทนครับ รบกวนเซ็นชื่อบนเสื้อตัวนี้ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ!"เสี
ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมและการเชียร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในควอเตอร์สุดท้าย สำหรับ 'พระพาย' แล้วพื้นที่บริเวณม้านั่งสำรองของทีมวิศวกรรมศาสตร์ช่างเป็นจุดที่น่าอึดอัดพิลึก เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาอยู่ในรังของฝูงหมาป่าที่ทรงพลังที่สุดในมหาวิทยาลัย เธอนั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินท่ามกลางวงล้อมของหนุ่มวิศวะหน้าตาดีระดับพรีเมียมสามคนที่นั่งประกบอยู่ราวกับเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวบรรยากาศรอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชนชั้นสูงและความ เป็นผู้นำที่ทำให้คนทั่วไปไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ด้านซ้ายมือของเธอคือ 'ฟาโรห์' ชายหนุ่มมาดนิ่งผู้มีใบหน้าเรียบเฉยราวกับสลักมาจากหินอ่อน เขากำลังจดจ่ออยู่กับการกดนิ้วลงบนหน้าจอไอแพดเพื่อวิเคราะห์กราฟหุ้นและตัวเลขเศรษฐกิจด้วยท่าทางสงบนิ่ง ไม่สนใจความวุ่นวายรอบข้างแม้แต่น้อย ส่วนด้านขวาคือ 'น้ำเหนือ' หนุ่มแว่นมาดเนี้ยบที่นั่งไขว่ห้างอ่านตำราภาษาอังกฤษเล่มหนาเตอะ (ซึ่งพระพายลอบมองแล้วพบว่าเป็นตำราแพทย์ ทั้งที่เขาเรียนวิศวะ?) ดูลึกลับและเข้าถึงยากพอๆ กัน และคนที่นั่งถัดไปซึ
ท่ามกลางบรรยากาศระอุเดือดภายในโรงยิมเนเซียมกลางของมหาวิทยาลัยเสียงรองเท้าผ้าใบหลายคู่เสียดสีกับพื้นปาร์เก้ขัดมันดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเร่งเร้าสลับกับเสียงลูกบาสเกตบอลกระทบพื้นดังปึกปึกกึกก้องไปทั่ว บริเวณ กลิ่นของเหงื่อไคลและความมุ่งมั่นคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ผสานกับเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มจากอัฒจันทร์ ไม้รอบทิศทางจนหูอื้ออึงการแข่งขันบาสเกตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ บัดนี้ก้าวเข้าสู่ช่วงวิกฤต ความดุเดือดในสนามแทบจะทำให้อุณหภูมิในโรงยิมพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะในโซนที่มีร่างสูงโปร่งของ ‘แทนไท’ คอยคุมเกมในฐานะพอยต์การ์ดตัวอันตราย“ไอ้แทน! ส่งมาทางนี้!”เสียงตะโกนลั่นของ ‘เธมส์’ ดังขึ้นทลายความเงียบในเสี้ยววินาที แทนไทที่กำลังถูกผู้เล่นฝ่ายสถาปัตย์สองคนรุมล้อมหาทางสกัดกั้นกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก เขาเลี้ยงลูกหลบหลีกด้วยทักษะขั้นสูง โยกย้ายร่างกายอย่างคล่องแคล่วราวกับเสือดาวที่กำลังหยอกล้อกับเหยื่อ แทนที่จะส่งบอลตามคำขอ เขากลับตัดสินใจย่อตัวแล้วสปริงข้อเท้ากระโดดขึ้นชู้ตจากระยะวงนอกอย่างเฉียบพลันลูกบาสสีส้มหมุนคว้างลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งสวยงามท่า
ภายในห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยยามบ่าย บรรยากาศเงียบสงัดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของปัญญา ความเย็นของเครื่องปรับอากาศแผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้างที่มีชั้นหนังสือไม้สูงชะลูดวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงลงมาตกกระทบฝุ่นผงที่ลอยล่องอยู่ในอากาศยิ่งส่งเสริมให้สถานที่แห่งนี้ดู เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดนี่คือพื้นที่ที่พระพายรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุดหญิงสาวในชุดทำงานที่ดูเรียบร้อยสะดุดตาเดินไปตามชั้นหนังสือไม้ด้วยฝีเท้าเงียบกริบ มือเรียวประคองเล่มหนังสือนวนิยายคลาสสิกที่เพิ่งรับคืนมาอย่างเบามือ เธอใช้นิ้วชี้ไล่ไปตามสันหนังสือเพื่อหาตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนจะสอดมันกลับเข้าที่อย่างบรรจงการทำงานเป็นบรรณารักษ์ที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการคีย์ข้อมูลหรือจัดเรียงหนังสือให้ตรงตามหมวดหมู่ แต่มันคือการรักษาสิ่งของที่บรรจุความทรงจำและจินตนาการเอาไว้สำหรับพระพายหนังสือทุกเล่มมีชีวิตและเธอคือผู้ดูแลชีวิตเหล่านั้นเธอขยับแว่นสายตากรอบบางที่เธอมักจะหยิบมาใส่เฉพาะตอนทำงานเพื่อให้มองเห็นรหัสที่สัน หนังสือได้ถนัดตา แม้จะรู้ดีว่า 'ใครบางคน' ไม่ชอบให้เธอใส่ แต่มันก็เป็นอาวุธสำคัญในที่ทำงา
บรรยากาศใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ในช่วงเวลาสายของวันคลาคล่ำไปด้วยเหล่านักศึกษาในเสื้อช็อปสี แดงเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะดัง สะท้อนไปมาตาม โถงทางเดิน อันกว้างขวางแต่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้นกลับมีอยู่โต๊ะหนึ่งที่ดูเหมือนจะมี 'อาณาเขต' พิเศษกั้นเอาไว้ราวกับเป็นเขตอาถรรพ์โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้จามจุรีใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมสุดของลานกิจกรรมเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดเข้าไป ใกล้เกินรัศมีสามเมตร รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มสี่คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นรุนแรงและเย็นเยียบ จนแม้แต่รุ่นน้องปีหนึ่งที่รีบไปเรียนยังต้องยอมเดินอ้อมไกลๆ ก้มหน้าตัวลีบเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตา"ยิ้มบ้าอะไรของมึงวะไอ้แทน... เห็นแล้วขนลุกฉิบหาย"'เธมส์' หนุ่มหน้าตี๋มาดกวน เจ้าของนัยน์ตาเจ้าเสน่ห์และลูกชายคนเดียวของเจ้าของเครือโรงแรมหรู เอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญใจพลางเคาะขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยอย่างส่งเดช เขาหรี่ตามองเพื่อนรักที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ด้วยความหมั่นไส้ เพราะตั้งแต่มาถึงคณะ แทนไทก็เอาแต่นั่งจ้องปลายเนกไทสีกรมท่าของตัวเองพลาง ลูบปมผ้าไปมาด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มผิดมนุษย์มนา"เส
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้ากรองผ่านผ้าม่านสีครีมที่เริ่มเก่าคร่ำครึเข้ามาภายในเรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ท้ายสวน กลิ่นอายของไม้เก่าผสมกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่พระพายชอบใช้สร้างบรรยากาศที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง ภายในบ้านเช่าที่มีเพียงหนึ่งห้องนอนและหนึ่งห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสะท้อนนิสัยของเจ้าของบ้านพระพาย ยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกเงาบานยาวในห้องนอน หญิงสาวในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวที่รีดจนเรียบกริบสอดชายเสื้อไว้ในกระโปรงทรงสอบสีดำยาวคลุมเข่า แม้จะเป็นชุดที่ดูพื้นๆ แต่มันกลับขับเน้นส่วนโค้งเว้าตามธรรมชาติให้ดูน่ามองอย่างประหลาด เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนถูกปล่อยสยายคลอเคลียแผ่นหลัง ใบหน้าหวานหยดที่ไร้เครื่องสำอางหนาเตอะมีเพียงลิปมันระเรื่อดูอ่อนวัยกว่าความเป็นจริงดวงตากลมโตคู่สวยนั่นไม่มีแว่นตากรอบหนามาบดบังอีกต่อไปเธอยังจำได้ดีว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน เธอเป็นคนติดแว่นมากแค่ไหน แต่เพราะ 'ใครบางคน' ที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าชีวิตเคยบอกเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจว่า 'พี่พายถอดแว่นแล้วน่ารักกว่าตั้งเยอะ ผมอยากเห็นตาพี่ชัดๆ' เพียงแค่นั้น เ







