LOGINแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้ากรองผ่านผ้าม่านสีครีมที่เริ่มเก่าคร่ำครึเข้ามาภายในเรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ท้ายสวน กลิ่นอายของไม้เก่าผสมกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่พระพายชอบใช้สร้างบรรยากาศที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง ภายในบ้านเช่าที่มีเพียงหนึ่งห้องนอนและหนึ่งห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสะท้อนนิสัยของเจ้าของบ้าน
พระพาย ยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกเงาบานยาวในห้องนอน หญิงสาวในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวที่รีดจนเรียบกริบสอดชายเสื้อไว้ในกระโปรงทรงสอบสีดำยาวคลุมเข่า แม้จะเป็นชุดที่ดูพื้นๆ แต่มันกลับขับเน้นส่วนโค้งเว้าตามธรรมชาติให้ดูน่ามองอย่างประหลาด เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนถูกปล่อยสยายคลอเคลียแผ่นหลัง ใบหน้าหวานหยดที่ไร้เครื่องสำอางหนาเตอะมีเพียงลิปมันระเรื่อดูอ่อนวัยกว่าความเป็นจริง
ดวงตากลมโตคู่สวยนั่นไม่มีแว่นตากรอบหนามาบดบังอีกต่อไป
เธอยังจำได้ดีว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน เธอเป็นคนติดแว่นมากแค่ไหน แต่เพราะ 'ใครบางคน' ที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าชีวิตเคยบอกเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจว่า 'พี่พายถอดแว่นแล้วน่ารักกว่าตั้งเยอะ ผมอยากเห็นตาพี่ชัดๆ' เพียงแค่นั้น เธอก็เผลอทำตามคำพูดของเด็กคนนั้นมาโดยตลอดจนกลายเป็นความเคยชิน
"หอม..." เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นที่ข้างหูอย่างกะทันหัน พร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอระหง พระพายสะดุ้งเฮือกจนตัวโยน รีบหันขวับไปมองผู้บุกรุกที่เข้ามาในห้องนอนของเธอเงียบเชียบราวกับแมว
แทนไท ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางผ่อนคลายและมาดมั่น วันนี้เขาอยู่ในชุดนักศึกษาชายที่ดู 'หลุดลุ่ย' ตามสไตล์เด็กคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เป็นตัวท็อปของรุ่น
ชายเสื้อเชิ้ตสีขาวหลุดรุ่ยออกมานอกกางเกงยีนส์สีซีดที่ดูเท่แบบดิบๆ ที่หูข้างซ้ายสวมจิวห่วงสีเงินวาววับรับกับใบหน้าคมคายที่พระเจ้าดูจะตั้งใจปั้นเป็นพิเศษ และที่สะดุดตาที่สุดคือสร้อยเงินห้อยจี้รูป 'เกียร์' สัญลักษณ์ประจำคณะที่วางเด่นอยู่บนแผงอกกว้างที่โผล่พ้นกระดุมเสื้อเม็ดบนที่ถูกปลดออก
"แทน! เข้ามาทำไมไม่ให้สุ้มให้เสียง พี่ตกใจหมด" พระพายเอ็ดเบาๆ ยกมือลูบอกเพื่อปลอบขวัญตัวเอง
"ผมเคาะแล้ว ประตูห้องพี่ไม่ได้ล็อกเองนะ" คนตัวโตยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ แววตาคมกริบสีรัตติกาลกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาพึงพอใจ "วันนี้สวยนะครับ... แต่กระโปรงสั้นไปหน่อยมั้ง"
"สั้นตรงไหน ยาวคลุมเข่าขนาดนี้" พระพายรีบเถียงพลางจัดระเบียบกระโปรง "แล้วนี่เราจะไปเรียนสภาพนี้เหรอ? เสื้อก็ไม่ใส่ในกางเกง เนกไทก็ไม่ผูก พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้แต่งตัวให้มันเรียบร้อยหน่อย"
แทนไทไม่ตอบแต่กลับแสยะยิ้มมุมปากที่สาวๆ ทั้งมหาวิทยาลัยยอมพลีกายให้ เขาเดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เข้ามายืนประชิดตัวเธอ จนพระพายต้องเผลอถอยหลังหนีจนแผ่นหลังไปพิงเข้ากับขอบโต๊ะเครื่องแป้ง ความสูงที่ต่างกันเกือบยี่สิบเซนติเมตรทำให้เธอต้องแหงนหน้ามองเขาจนคอตั้งบ่า
ในจังหวะที่ระยะห่างลดน้อยลง พระพายเผลอคิดขึ้นมาในใจ เด็กชายตัวผอมแห้งที่เคยตัวร้อนจนนอนร้องไห้ในคืนฝนตกคนนั้น โตมาหล่อวัวตายควายล้มขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ
"ก็รอคนแถวนี้ผูกให้อยู่นี่ไง"
ชายหนุ่มล้วงหยิบเนกไทสีกรมท่าที่มีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยออกมาจากกระเป๋ากางเกง ยัดใส่มือเธอหน้าตาเฉยพลางโน้มตัวลงมาหาเพื่อเป็นการกดดัน
"โตจนป่านนี้แล้วนะแทน เรื่องแค่นี้ทำเองไม่ได้หรือไง" พระพายบ่นอุบอิบ แต่ปลายนิ้วเรียวกลับขยับไปหยิบเนกไทมาคล้องคอเขาอย่างยอมจำนนเหมือนที่ทำอยู่ทุกเช้า แทนไทจงใจโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน เขาพยายามรักษาระดับสายตาให้อยู่ในระนาบเดียวกับเธอ กลิ่นหอมจางๆ จากยาสระผมที่เขาคุ้นเคยทำเอาคนตัวโตลอบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เขามองดูแพขนตายาวงอนที่สั่นไหวน้อยๆ ยามที่เธอตั้งใจจัดปมผ้า และผิวแก้มเนียนใสที่บัดนี้เริ่มขึ้นสีระเรื่อเพราะความใกล้ชิด
"พี่พายครับ..."
"หือ?" เธอขานรับในลำคอ สายตายังจดจ่ออยู่กับการจัดปมเนกไทให้เข้าที่เข้าทาง
"เย็นนี้ไปดูผมแข่งบาสหน่อยสิ"
"เย็นนี้พี่ต้องเคลียร์บัญชีหนังสือเข้าใหม่ที่หอสมุด น่าจะดึกเลย" พระพายตอบโดยไม่เงยหน้า เธอพยายามรักษาสมาธิไม่ให้กระเจิงไปกับสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างอุกอาจ
"ไปเถอะน่า..." แทนไทเริ่มใช้ไม้ตายด้วยการปรับน้ำเสียงให้ดูออดอ้อน "ถ้าพี่ไม่ไป ใครจะถือน้ำให้ผม ใครจะเช็ดเหงื่อให้ผม... เพื่อนผมคนอื่นมันก็มีสาวๆ ไปเชียร์กันหมด ผมยืนเหงาอยู่คนเดียว พี่ไม่สงสารน้องชายคนนี้เหรอครับ?"
พระพายชะงักมือที่กำลังจัดปกเสื้อเชิ้ตให้เขา เธอเงยหน้าสบตากับดวงตาคู่สวยที่กำลังส่งสายตาวิบวับเหมือนลูกหมาอ้อนเจ้าของ รู้ทั้งรู้ว่าคำว่า 'ยืนเหงาอยู่คนเดียว' ของเขามันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ เพราะแค่เขาเดินเข้าสนามบาส สาวๆ ครึ่งมหาวิทยาลัยก็แทบจะถล่มอัฒจันทร์ลงมาเชียร์เขาอยู่แล้ว แต่พอเห็นท่าทางอ้อนๆ แบบนี้ทีไร เธอก็พ่ายแพ้ทุกที
"เออๆ ไปก็ไป... แต่แค่แป๊บเดียวนะ พี่ต้องกลับมาทำงานต่อ"
"น่ารักที่สุด!" ยังไม่ทันที่พระพายจะตั้งตัว แทนไทก็ฉวยโอกาสก้มลงหอมกลุ่มผมนุ่มๆ ของเธอฟอดใหญ่จนเสียงดังชัดเจน แล้วผละออกอย่างรวดเร็วก่อนที่ฝ่ามือพิฆาตของพี่สาวจะฟาดลงบนแขน
"แทนไท! เล่นอะไรเนี่ย!"
"ไปเรียนแล้วนะค้าบเมีย... เอ้ย พี่สาว! เย็นนี้เจอกันที่สนามนะ ห้ามสายล่ะ!" ร่างสูงวิ่งตึงตังออกจากเรือนไม้ไปพร้อมเสียงหัวเราะร่าเริงอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้พระพายยืนหน้าแดงก่ำอยู่หน้ากระจกเพียงลำพัง มือเรียวยกขึ้นจัดผมตัวเองแก้เก้อพลางพยายามปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ ทั้งที่ในกระจกเงาสะท้อนภาพหญิงสาวที่กำลังยิ้มละมุนและมีดวงตาที่เป็นประกายอย่างปิดไม่มิด
ให้ตายเถอะ เธอรำพึงในใจพลางหยิบกระเป๋าเตรียมตัวออกไปทำงาน สงสัยเธอคงจะแพ้ทางไอ้เด็กวิศวะจอมวอแวคนนี้ไปตลอดชีวิตจริงๆ
เสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโรงยิมเนเซียมพร้อมกับการกะพริบของสกอร์บอร์ด ขนาดใหญ่ที่ แสดงผลคะแนนสุดท้าย: คณะวิศวกรรมศาสตร์ 89 - 75 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สิ้นเสียงสัญญาณสุดท้าย บรรยากาศรอบข้างที่เคยตึงเครียดก็ระเบิดออกเป็นความโกลาหล เหล่านักศึกษาและแฟนคลับสาวๆ ที่รอจังหวะอยู่แล้วต่างกรูลงมาที่ขอบสนามราวกับฝูงผึ้งแตกรัง ทุกคนมีเป้าหมายเดียวคือการเข้าถึงตัวดาวเด่นเบอร์ 9 แห่งคณะวิศวะผู้ที่เพิ่งจะโชว์ฟอร์มการเล่นอันดุดัน ประทับใจ คนทั้งมหาวิทยาลัย'แทนไท' ยืนหอบหายใจหนักๆอยู่กลางวงล้อมของผู้คนร่างสูงใหญ่ของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจนเสื้อบาส สีเข้มแนบสนิทไปกับแผ่นอกแกร่งและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องทุกสัดส่วนหยดเหงื่อใสไหลอาบใบหน้าคมคายสไลด์ ลงมาตามลำคอและลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจภาพลักษณ์ที่ดูดิบเถื่อนและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ทำเอาสาวๆ รอบข้างแทบจะลมจับ"พี่แทนคะ! ขอกรี๊ดหน่อยค่ะ เก่งมากเลย ถ่ายรูปคู่ด้วยหน่อยได้ไหมคะ!""พี่แทนขา รับน้ำเย็นๆ ไหมคะ หนูเตรียมมาให้พี่โดยเฉพาะเลยนะ!""พี่แทนครับ รบกวนเซ็นชื่อบนเสื้อตัวนี้ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ!"เสี
ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมและการเชียร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในควอเตอร์สุดท้าย สำหรับ 'พระพาย' แล้วพื้นที่บริเวณม้านั่งสำรองของทีมวิศวกรรมศาสตร์ช่างเป็นจุดที่น่าอึดอัดพิลึก เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาอยู่ในรังของฝูงหมาป่าที่ทรงพลังที่สุดในมหาวิทยาลัย เธอนั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินท่ามกลางวงล้อมของหนุ่มวิศวะหน้าตาดีระดับพรีเมียมสามคนที่นั่งประกบอยู่ราวกับเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวบรรยากาศรอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชนชั้นสูงและความ เป็นผู้นำที่ทำให้คนทั่วไปไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ด้านซ้ายมือของเธอคือ 'ฟาโรห์' ชายหนุ่มมาดนิ่งผู้มีใบหน้าเรียบเฉยราวกับสลักมาจากหินอ่อน เขากำลังจดจ่ออยู่กับการกดนิ้วลงบนหน้าจอไอแพดเพื่อวิเคราะห์กราฟหุ้นและตัวเลขเศรษฐกิจด้วยท่าทางสงบนิ่ง ไม่สนใจความวุ่นวายรอบข้างแม้แต่น้อย ส่วนด้านขวาคือ 'น้ำเหนือ' หนุ่มแว่นมาดเนี้ยบที่นั่งไขว่ห้างอ่านตำราภาษาอังกฤษเล่มหนาเตอะ (ซึ่งพระพายลอบมองแล้วพบว่าเป็นตำราแพทย์ ทั้งที่เขาเรียนวิศวะ?) ดูลึกลับและเข้าถึงยากพอๆ กัน และคนที่นั่งถัดไปซึ
ท่ามกลางบรรยากาศระอุเดือดภายในโรงยิมเนเซียมกลางของมหาวิทยาลัยเสียงรองเท้าผ้าใบหลายคู่เสียดสีกับพื้นปาร์เก้ขัดมันดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเร่งเร้าสลับกับเสียงลูกบาสเกตบอลกระทบพื้นดังปึกปึกกึกก้องไปทั่ว บริเวณ กลิ่นของเหงื่อไคลและความมุ่งมั่นคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ผสานกับเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มจากอัฒจันทร์ ไม้รอบทิศทางจนหูอื้ออึงการแข่งขันบาสเกตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ บัดนี้ก้าวเข้าสู่ช่วงวิกฤต ความดุเดือดในสนามแทบจะทำให้อุณหภูมิในโรงยิมพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะในโซนที่มีร่างสูงโปร่งของ ‘แทนไท’ คอยคุมเกมในฐานะพอยต์การ์ดตัวอันตราย“ไอ้แทน! ส่งมาทางนี้!”เสียงตะโกนลั่นของ ‘เธมส์’ ดังขึ้นทลายความเงียบในเสี้ยววินาที แทนไทที่กำลังถูกผู้เล่นฝ่ายสถาปัตย์สองคนรุมล้อมหาทางสกัดกั้นกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก เขาเลี้ยงลูกหลบหลีกด้วยทักษะขั้นสูง โยกย้ายร่างกายอย่างคล่องแคล่วราวกับเสือดาวที่กำลังหยอกล้อกับเหยื่อ แทนที่จะส่งบอลตามคำขอ เขากลับตัดสินใจย่อตัวแล้วสปริงข้อเท้ากระโดดขึ้นชู้ตจากระยะวงนอกอย่างเฉียบพลันลูกบาสสีส้มหมุนคว้างลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งสวยงามท่า
ภายในห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยยามบ่าย บรรยากาศเงียบสงัดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของปัญญา ความเย็นของเครื่องปรับอากาศแผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้างที่มีชั้นหนังสือไม้สูงชะลูดวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงลงมาตกกระทบฝุ่นผงที่ลอยล่องอยู่ในอากาศยิ่งส่งเสริมให้สถานที่แห่งนี้ดู เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดนี่คือพื้นที่ที่พระพายรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุดหญิงสาวในชุดทำงานที่ดูเรียบร้อยสะดุดตาเดินไปตามชั้นหนังสือไม้ด้วยฝีเท้าเงียบกริบ มือเรียวประคองเล่มหนังสือนวนิยายคลาสสิกที่เพิ่งรับคืนมาอย่างเบามือ เธอใช้นิ้วชี้ไล่ไปตามสันหนังสือเพื่อหาตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนจะสอดมันกลับเข้าที่อย่างบรรจงการทำงานเป็นบรรณารักษ์ที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการคีย์ข้อมูลหรือจัดเรียงหนังสือให้ตรงตามหมวดหมู่ แต่มันคือการรักษาสิ่งของที่บรรจุความทรงจำและจินตนาการเอาไว้สำหรับพระพายหนังสือทุกเล่มมีชีวิตและเธอคือผู้ดูแลชีวิตเหล่านั้นเธอขยับแว่นสายตากรอบบางที่เธอมักจะหยิบมาใส่เฉพาะตอนทำงานเพื่อให้มองเห็นรหัสที่สัน หนังสือได้ถนัดตา แม้จะรู้ดีว่า 'ใครบางคน' ไม่ชอบให้เธอใส่ แต่มันก็เป็นอาวุธสำคัญในที่ทำงา
บรรยากาศใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ในช่วงเวลาสายของวันคลาคล่ำไปด้วยเหล่านักศึกษาในเสื้อช็อปสี แดงเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะดัง สะท้อนไปมาตาม โถงทางเดิน อันกว้างขวางแต่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้นกลับมีอยู่โต๊ะหนึ่งที่ดูเหมือนจะมี 'อาณาเขต' พิเศษกั้นเอาไว้ราวกับเป็นเขตอาถรรพ์โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้จามจุรีใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมสุดของลานกิจกรรมเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดเข้าไป ใกล้เกินรัศมีสามเมตร รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มสี่คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นรุนแรงและเย็นเยียบ จนแม้แต่รุ่นน้องปีหนึ่งที่รีบไปเรียนยังต้องยอมเดินอ้อมไกลๆ ก้มหน้าตัวลีบเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตา"ยิ้มบ้าอะไรของมึงวะไอ้แทน... เห็นแล้วขนลุกฉิบหาย"'เธมส์' หนุ่มหน้าตี๋มาดกวน เจ้าของนัยน์ตาเจ้าเสน่ห์และลูกชายคนเดียวของเจ้าของเครือโรงแรมหรู เอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญใจพลางเคาะขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยอย่างส่งเดช เขาหรี่ตามองเพื่อนรักที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ด้วยความหมั่นไส้ เพราะตั้งแต่มาถึงคณะ แทนไทก็เอาแต่นั่งจ้องปลายเนกไทสีกรมท่าของตัวเองพลาง ลูบปมผ้าไปมาด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มผิดมนุษย์มนา"เส
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้ากรองผ่านผ้าม่านสีครีมที่เริ่มเก่าคร่ำครึเข้ามาภายในเรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ท้ายสวน กลิ่นอายของไม้เก่าผสมกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่พระพายชอบใช้สร้างบรรยากาศที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง ภายในบ้านเช่าที่มีเพียงหนึ่งห้องนอนและหนึ่งห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสะท้อนนิสัยของเจ้าของบ้านพระพาย ยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกเงาบานยาวในห้องนอน หญิงสาวในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวที่รีดจนเรียบกริบสอดชายเสื้อไว้ในกระโปรงทรงสอบสีดำยาวคลุมเข่า แม้จะเป็นชุดที่ดูพื้นๆ แต่มันกลับขับเน้นส่วนโค้งเว้าตามธรรมชาติให้ดูน่ามองอย่างประหลาด เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนถูกปล่อยสยายคลอเคลียแผ่นหลัง ใบหน้าหวานหยดที่ไร้เครื่องสำอางหนาเตอะมีเพียงลิปมันระเรื่อดูอ่อนวัยกว่าความเป็นจริงดวงตากลมโตคู่สวยนั่นไม่มีแว่นตากรอบหนามาบดบังอีกต่อไปเธอยังจำได้ดีว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน เธอเป็นคนติดแว่นมากแค่ไหน แต่เพราะ 'ใครบางคน' ที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าชีวิตเคยบอกเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจว่า 'พี่พายถอดแว่นแล้วน่ารักกว่าตั้งเยอะ ผมอยากเห็นตาพี่ชัดๆ' เพียงแค่นั้น เ







