Mag-log inภายในห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยยามบ่าย บรรยากาศเงียบสงัดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของปัญญา ความเย็นของเครื่องปรับอากาศแผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้างที่มีชั้นหนังสือไม้สูงชะลูดวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงลงมาตกกระทบฝุ่นผงที่ลอยล่องอยู่ในอากาศยิ่งส่งเสริมให้สถานที่แห่งนี้ดู เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาด
นี่คือพื้นที่ที่พระพายรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุดหญิงสาวในชุดทำงานที่ดูเรียบร้อยสะดุดตาเดินไปตามชั้นหนังสือไม้ด้วยฝีเท้าเงียบกริบ มือเรียวประคองเล่มหนังสือนวนิยายคลาสสิกที่เพิ่งรับคืนมาอย่างเบามือ เธอใช้นิ้วชี้ไล่ไปตามสันหนังสือเพื่อหาตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนจะสอดมันกลับเข้าที่อย่างบรรจง
การทำงานเป็นบรรณารักษ์ที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการคีย์ข้อมูลหรือจัดเรียงหนังสือให้ตรงตามหมวดหมู่ แต่มันคือการรักษาสิ่งของที่บรรจุความทรงจำและจินตนาการเอาไว้สำหรับพระพายหนังสือทุกเล่มมีชีวิตและเธอคือผู้ดูแลชีวิตเหล่านั้นเธอขยับแว่นสายตากรอบบางที่เธอมักจะหยิบมาใส่เฉพาะตอนทำงานเพื่อให้มองเห็นรหัสที่สัน หนังสือได้ถนัดตา แม้จะรู้ดีว่า 'ใครบางคน' ไม่ชอบให้เธอใส่ แต่มันก็เป็นอาวุธสำคัญในที่ทำงานของเธอ
"คุณพายครับ เล่มนี้ผมหาในระบบไม่เจอ ไม่ทราบว่าอยู่โซนไหนเหรอครับ?"
เสียงทุ้มสุภาพที่คุ้นหูดังขึ้นข้างตัว พระพายสะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มบางๆ ให้ตามมารยาท 'อาจารย์กวิน' อาจารย์หนุ่มหน้าตาดีจากคณะอักษรศาสตร์ยืนอยู่ตรงนั้น เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนดูสะอาดตาและมีรอยยิ้มที่มักจะทำให้บรรณารักษ์สาวๆ ในแผนกพากันเขินอายเสมอ
"อ๋อ เล่มนี้อยู่ในหมวดประวัติศาสตร์หายากค่ะคุณกวิน พายเพิ่งแยกออกมาซ่อมบำรุงเมื่อเช้าพอดี ตัวเล่มมันเริ่มชำรุดนิดหน่อย พายเลยยังไม่ได้เอาขึ้นชั้น เดี๋ยวพายไปหยิบที่เคาน์เตอร์ให้นะคะ"
"ขอบคุณครับ... จริงๆ ผมเกรงใจจัง เห็นคุณพายยุ่งๆ ทั้งวันเลย เดินจัดชั้นหนังสือคนเดียวไม่เหนื่อยแย่เหรอครับ?" กวินพูดพลางเดินเคียงข้างหญิงสาวไปที่เคาน์เตอร์บริการ สายตาของเขามองใบหน้าหวานของพระพายด้วยความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง
"ผมเห็นคุณพายทำงานหนักตลอดเลยนะ ตั้งแต่เช้ายันเย็น"
"ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ พายชอบอยู่กับหนังสือ มันเงียบดี"
"ถ้าอย่างนั้น..." กวินลดเสียงลงเล็กน้อยเมื่อเดินมาถึงหน้าเคาน์เตอร์ที่ไร้ผู้คน "เย็นนี้คุณพายพอจะมีเวลาว่างไหมครับ? พอดีมีร้านกาแฟเปิดใหม่แถวหน้ามอ บรรยากาศดีมาก ผมอยากจะชวนไป..."
ปึก!
เสียงกระแทกกระเป๋าเป้ผ้าใบใหญ่ลงบนเคาน์เตอร์ไม้ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณที่ควรจะเงียบสงบ พระพายสะดุ้งสุดตัวจนไหล่สั่นบทสนทนาที่กำลังจะนำไปสู่การนัดหมายถูกตัดขาดลงทันทีราวกับมีกำแพงหนามาคั่นกลาง
"ผมมาคืนหนังสือครับ... 'พี่พาย'"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เน้นคำว่า 'พี่พาย' อย่างจงใจและเยือกเย็นทำเอาพระพายต้องรีบหันขวับไปมอง และก็เป็นอย่างที่เธอคาดไว้ไม่มีผิด แทนไท ในชุดช็อปวิศวะสีแดงเข้มที่ดูดุดันยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติจะประดับด้วยรอยยิ้มอ้อนวอนบัดนี้กลับบึ้งตึงและเย็นชาจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบสีนิลจ้องเขม็งไปที่อาจารย์กวินราวกับจะใช้สายตาเชือดเฉือนอีกฝ่ายให้เป็นชิ้นๆ
"แทน? มาได้ยังไงเนี่ย แล้วนี่ทำไมทำเสียงดังแบบนี้ ที่นี่ห้องสมุดนะ" พระพายเอ็ดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงตำหนิ แต่หัวใจกลับเต้นรัวด้วยความประหม่าเมื่อเห็นท่าทางคุกคามที่เขาแสดงออกอย่างไม่ปิดบัง
"ก็ผมกลัวพี่ 'ลืม' ไงครับว่ามีนัดดูผมแข่งบาสเย็นนี้"
แทนไทไม่เพียงแค่พูดแต่เขาขยับตัวเข้ามาแทรกกลางระหว่างพระพายกับอาจารย์กวินอย่างอุกอาจแผ่น หลังกว้างของเขาบดบังอาจารย์หนุ่มจนมิด เขาเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์ไม้ จงใจแสดงอาณาเขตและความเป็นเจ้าของพื้นที่อย่างชัดเจน
"แล้วนี่... ใครเหรอครับพี่พาย? จีบพี่อยู่เหรอ?"
"แทน! พูดอะไรน่ะ นี่อาจารย์กวินค่ะ เป็นอาจารย์คณะอักษรฯ" พระพายหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย เธอหันไปก้มหัวขอโทษอาจารย์หนุ่มที่ยืนหน้าเสียและทำตัวไม่ถูกอยู่ข้างๆ
"ขอโทษด้วยนะคะคุณกวิน นี่... น้องชายพายเองค่ะ เขาค่อนข้างจะวู่วามไปหน่อย"
คำว่า 'น้องชาย' เหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของแทนไท เขาขบกรามแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับสั่นระริก แววตาที่มองกวินไม่ได้ลดราวาศอกลงเลยแม้แต่นิดเดียว
"ยินดีที่ได้รู้จักครับอาจารย์... ผมชื่อแทนไท เป็น 'น้อง' ที่ดูแลพี่พาย 'ทุกเรื่อง' มาตลอดแปดปี" เขาเน้นคำว่าดูแลเป็นพิเศษและเน้นคำว่าแปดปีราวกับจะประกาศว่าเขามีสิทธิ์เหนือผู้ชายหน้าไหนก็ตามที่เพิ่ง จะก้าวเข้ามา
"พอดีพี่พายเขาต้องไปดูผมแข่งบาสตอนนี้เลยครับ คงไปร้านกาแฟกับอาจารย์ไม่ได้... เนอะพี่พาย?" มือหนาแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดตามแบบฉบับคนออกกำลังกายหนักเอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กของพระพายไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านมาไม่ได้รุนแรงจนทำให้เจ็บ แต่มันหนักแน่นและมั่นคงพอที่จะสื่อว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยมือนี้ให้ใคร
"พายต้องทำงานต่ออีกนิดนะแทน เอกสารยังค้างอยู่เลย..."
"เพื่อนผมมันโทรตามแล้วครับ" แทนไทโกหกคำโตด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"มันบอกว่าถ้าพี่ไม่ไป ผมคงไม่มีสมาธิแข่งจนอาจจะโดนฝั่งตรงข้ามเล่นงานเอาได้ พี่อยากเห็นผมเจ็บตัวเหมือนคราวก่อนเหรอครับ?"
มุกออดอ้อนเดิมๆ ถูกนำมาใช้ และมันก็ได้ผลกับพระพายทุกครั้ง หญิงสาวถอนหายใจยาวด้วยความอ่อนใจ เธอหันไปลาอาจารย์กวินด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มอก ก่อนจะถูกแทนไทกึ่งลากกึ่งจูงออกมาจากห้องสมุดโดยไม่สนใจสายตาของบรรณารักษ์คนอื่นๆ
ทันทีที่พ้นเขตห้องสมุดและสายตาของผู้คนออกมาสู่ทางเดินริมสวน แทนไทก็หยุดเดินกะทันหันแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเธอ แผ่นหลังกว้างของเขาสูงสง่าจนบดบังแสงแดดที่ส่องมา ทำให้พระพายตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของเขาโดยสมบูรณ์
"พี่พาย... อย่ามองผู้ชายคนอื่นแบบนั้นอีกนะ"
"แบบไหนแทน? พี่ก็แค่มองแบบเพื่อนร่วมงานทั่วไป"
"ผมไม่ชอบ!" เขาคำรามต่ำๆ ในลำคอ แววตาสั่นระริกด้วยความหึงหวงที่เกือบจะระเบิดออก
"พี่เป็นของผม พี่พายเป็นคนเดียวที่อยู่กับผมในวันที่ผมไม่มีใคร เพราะฉะนั้นอย่าให้ใครหน้าไหนมาวอแวกับพี่เด็ดขาด ขืนผมเห็นไอ้อาจารย์นั่นมายุ่งกับพี่อีก ผมไม่รับประกันความปลอดภัยของมันแน่"
"แทนไท! ทำไมพูดจานักเลงแบบนี้ พี่ไม่ชอบเลยนะ" พระพายพยายามจะชักมือกลับ แต่เขากลับยิ่งกุมไว้แน่น แทนไทชะงักไปเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังของพระพาย เขาฉลาดพอที่จะรู้ว่าการใช้ความรุนแรงกับเธอจะทำให้เขาพ่ายแพ้ เขาจึงค่อยๆ ลดท่าทางแข็งกร้าวลง เปลี่ยนโหมดเป็นเด็กหนุ่มขี้น้อยใจในพริบตา เขาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาซบที่ไหล่ของเธออย่างออดอ้อน
"ก็ผมหวง... ผมกลัวพี่ทิ้งผมไปหาคนอื่น" เสียงทุ้มสั่นเครือเล็กน้อยราวกับเด็กที่กำลังจะถูกแย่ง ของเล่นชิ้นสำคัญ
"เย็นนี้พี่ต้องอยู่เชียร์ผมข้างสนามเท่านั้นนะ ห้ามมองใครนอกจากผมเด็ดขาดนะพี่พาย"
พระพายมองดูคนตัวโตที่เปลี่ยนจากเสือร้ายกลายเป็นลูกหมาขี้อ้อนในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ความโกรธที่มีเมื่อครู่มลายหายไปเกือบหมดสิ้น เธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะยกมือเรียวขึ้นลูบกลุ่มผมสีเข้มของเขาอย่างปลอบประโลม
"ไปเถอะ... เดี๋ยวไปแข่งไม่ทัน จะได้ไปเอาชนะคนอื่น ไม่ใช่มาชนะพี่"
แทนไทลอบยิ้มร้ายในมุมที่พระพายไม่มีวันมองเห็น... เขาชนะอีกครั้ง และเขามั่นใจว่าจะชนะตลอดไปตราบใดที่เขายังรักษาหน้ากาก 'น้องชายผู้แสนเปราะบาง' นี้เอาไว้ได้ แต่ในใจของเขาบัดนี้กลับร้อนรุ่มราวกับถูกไฟสุมเขาตัดสินใจแล้วว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้อาจารย์กวิน หายไปจากชีวิตของพระพายถาวร และเขาต้องเริ่มแผนการนั้นทันทีที่การแข่งบาสจบลง
"พี่พายสัญญาแล้วนะ... ว่าจะมองแค่ผม"
"จ้ะๆ ไปได้แล้วเจ้าเด็กขี้หวง"
เสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโรงยิมเนเซียมพร้อมกับการกะพริบของสกอร์บอร์ด ขนาดใหญ่ที่ แสดงผลคะแนนสุดท้าย: คณะวิศวกรรมศาสตร์ 89 - 75 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สิ้นเสียงสัญญาณสุดท้าย บรรยากาศรอบข้างที่เคยตึงเครียดก็ระเบิดออกเป็นความโกลาหล เหล่านักศึกษาและแฟนคลับสาวๆ ที่รอจังหวะอยู่แล้วต่างกรูลงมาที่ขอบสนามราวกับฝูงผึ้งแตกรัง ทุกคนมีเป้าหมายเดียวคือการเข้าถึงตัวดาวเด่นเบอร์ 9 แห่งคณะวิศวะผู้ที่เพิ่งจะโชว์ฟอร์มการเล่นอันดุดัน ประทับใจ คนทั้งมหาวิทยาลัย'แทนไท' ยืนหอบหายใจหนักๆอยู่กลางวงล้อมของผู้คนร่างสูงใหญ่ของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจนเสื้อบาส สีเข้มแนบสนิทไปกับแผ่นอกแกร่งและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องทุกสัดส่วนหยดเหงื่อใสไหลอาบใบหน้าคมคายสไลด์ ลงมาตามลำคอและลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจภาพลักษณ์ที่ดูดิบเถื่อนและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ทำเอาสาวๆ รอบข้างแทบจะลมจับ"พี่แทนคะ! ขอกรี๊ดหน่อยค่ะ เก่งมากเลย ถ่ายรูปคู่ด้วยหน่อยได้ไหมคะ!""พี่แทนขา รับน้ำเย็นๆ ไหมคะ หนูเตรียมมาให้พี่โดยเฉพาะเลยนะ!""พี่แทนครับ รบกวนเซ็นชื่อบนเสื้อตัวนี้ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ!"เสี
ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมและการเชียร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในควอเตอร์สุดท้าย สำหรับ 'พระพาย' แล้วพื้นที่บริเวณม้านั่งสำรองของทีมวิศวกรรมศาสตร์ช่างเป็นจุดที่น่าอึดอัดพิลึก เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาอยู่ในรังของฝูงหมาป่าที่ทรงพลังที่สุดในมหาวิทยาลัย เธอนั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินท่ามกลางวงล้อมของหนุ่มวิศวะหน้าตาดีระดับพรีเมียมสามคนที่นั่งประกบอยู่ราวกับเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวบรรยากาศรอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชนชั้นสูงและความ เป็นผู้นำที่ทำให้คนทั่วไปไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ด้านซ้ายมือของเธอคือ 'ฟาโรห์' ชายหนุ่มมาดนิ่งผู้มีใบหน้าเรียบเฉยราวกับสลักมาจากหินอ่อน เขากำลังจดจ่ออยู่กับการกดนิ้วลงบนหน้าจอไอแพดเพื่อวิเคราะห์กราฟหุ้นและตัวเลขเศรษฐกิจด้วยท่าทางสงบนิ่ง ไม่สนใจความวุ่นวายรอบข้างแม้แต่น้อย ส่วนด้านขวาคือ 'น้ำเหนือ' หนุ่มแว่นมาดเนี้ยบที่นั่งไขว่ห้างอ่านตำราภาษาอังกฤษเล่มหนาเตอะ (ซึ่งพระพายลอบมองแล้วพบว่าเป็นตำราแพทย์ ทั้งที่เขาเรียนวิศวะ?) ดูลึกลับและเข้าถึงยากพอๆ กัน และคนที่นั่งถัดไปซึ
ท่ามกลางบรรยากาศระอุเดือดภายในโรงยิมเนเซียมกลางของมหาวิทยาลัยเสียงรองเท้าผ้าใบหลายคู่เสียดสีกับพื้นปาร์เก้ขัดมันดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเร่งเร้าสลับกับเสียงลูกบาสเกตบอลกระทบพื้นดังปึกปึกกึกก้องไปทั่ว บริเวณ กลิ่นของเหงื่อไคลและความมุ่งมั่นคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ผสานกับเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มจากอัฒจันทร์ ไม้รอบทิศทางจนหูอื้ออึงการแข่งขันบาสเกตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ บัดนี้ก้าวเข้าสู่ช่วงวิกฤต ความดุเดือดในสนามแทบจะทำให้อุณหภูมิในโรงยิมพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะในโซนที่มีร่างสูงโปร่งของ ‘แทนไท’ คอยคุมเกมในฐานะพอยต์การ์ดตัวอันตราย“ไอ้แทน! ส่งมาทางนี้!”เสียงตะโกนลั่นของ ‘เธมส์’ ดังขึ้นทลายความเงียบในเสี้ยววินาที แทนไทที่กำลังถูกผู้เล่นฝ่ายสถาปัตย์สองคนรุมล้อมหาทางสกัดกั้นกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก เขาเลี้ยงลูกหลบหลีกด้วยทักษะขั้นสูง โยกย้ายร่างกายอย่างคล่องแคล่วราวกับเสือดาวที่กำลังหยอกล้อกับเหยื่อ แทนที่จะส่งบอลตามคำขอ เขากลับตัดสินใจย่อตัวแล้วสปริงข้อเท้ากระโดดขึ้นชู้ตจากระยะวงนอกอย่างเฉียบพลันลูกบาสสีส้มหมุนคว้างลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งสวยงามท่า
ภายในห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยยามบ่าย บรรยากาศเงียบสงัดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของปัญญา ความเย็นของเครื่องปรับอากาศแผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้างที่มีชั้นหนังสือไม้สูงชะลูดวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงลงมาตกกระทบฝุ่นผงที่ลอยล่องอยู่ในอากาศยิ่งส่งเสริมให้สถานที่แห่งนี้ดู เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดนี่คือพื้นที่ที่พระพายรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุดหญิงสาวในชุดทำงานที่ดูเรียบร้อยสะดุดตาเดินไปตามชั้นหนังสือไม้ด้วยฝีเท้าเงียบกริบ มือเรียวประคองเล่มหนังสือนวนิยายคลาสสิกที่เพิ่งรับคืนมาอย่างเบามือ เธอใช้นิ้วชี้ไล่ไปตามสันหนังสือเพื่อหาตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนจะสอดมันกลับเข้าที่อย่างบรรจงการทำงานเป็นบรรณารักษ์ที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการคีย์ข้อมูลหรือจัดเรียงหนังสือให้ตรงตามหมวดหมู่ แต่มันคือการรักษาสิ่งของที่บรรจุความทรงจำและจินตนาการเอาไว้สำหรับพระพายหนังสือทุกเล่มมีชีวิตและเธอคือผู้ดูแลชีวิตเหล่านั้นเธอขยับแว่นสายตากรอบบางที่เธอมักจะหยิบมาใส่เฉพาะตอนทำงานเพื่อให้มองเห็นรหัสที่สัน หนังสือได้ถนัดตา แม้จะรู้ดีว่า 'ใครบางคน' ไม่ชอบให้เธอใส่ แต่มันก็เป็นอาวุธสำคัญในที่ทำงา
บรรยากาศใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ในช่วงเวลาสายของวันคลาคล่ำไปด้วยเหล่านักศึกษาในเสื้อช็อปสี แดงเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะดัง สะท้อนไปมาตาม โถงทางเดิน อันกว้างขวางแต่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้นกลับมีอยู่โต๊ะหนึ่งที่ดูเหมือนจะมี 'อาณาเขต' พิเศษกั้นเอาไว้ราวกับเป็นเขตอาถรรพ์โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้จามจุรีใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมสุดของลานกิจกรรมเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดเข้าไป ใกล้เกินรัศมีสามเมตร รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มสี่คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นรุนแรงและเย็นเยียบ จนแม้แต่รุ่นน้องปีหนึ่งที่รีบไปเรียนยังต้องยอมเดินอ้อมไกลๆ ก้มหน้าตัวลีบเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตา"ยิ้มบ้าอะไรของมึงวะไอ้แทน... เห็นแล้วขนลุกฉิบหาย"'เธมส์' หนุ่มหน้าตี๋มาดกวน เจ้าของนัยน์ตาเจ้าเสน่ห์และลูกชายคนเดียวของเจ้าของเครือโรงแรมหรู เอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญใจพลางเคาะขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยอย่างส่งเดช เขาหรี่ตามองเพื่อนรักที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ด้วยความหมั่นไส้ เพราะตั้งแต่มาถึงคณะ แทนไทก็เอาแต่นั่งจ้องปลายเนกไทสีกรมท่าของตัวเองพลาง ลูบปมผ้าไปมาด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มผิดมนุษย์มนา"เส
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้ากรองผ่านผ้าม่านสีครีมที่เริ่มเก่าคร่ำครึเข้ามาภายในเรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ท้ายสวน กลิ่นอายของไม้เก่าผสมกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่พระพายชอบใช้สร้างบรรยากาศที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง ภายในบ้านเช่าที่มีเพียงหนึ่งห้องนอนและหนึ่งห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสะท้อนนิสัยของเจ้าของบ้านพระพาย ยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกเงาบานยาวในห้องนอน หญิงสาวในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวที่รีดจนเรียบกริบสอดชายเสื้อไว้ในกระโปรงทรงสอบสีดำยาวคลุมเข่า แม้จะเป็นชุดที่ดูพื้นๆ แต่มันกลับขับเน้นส่วนโค้งเว้าตามธรรมชาติให้ดูน่ามองอย่างประหลาด เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนถูกปล่อยสยายคลอเคลียแผ่นหลัง ใบหน้าหวานหยดที่ไร้เครื่องสำอางหนาเตอะมีเพียงลิปมันระเรื่อดูอ่อนวัยกว่าความเป็นจริงดวงตากลมโตคู่สวยนั่นไม่มีแว่นตากรอบหนามาบดบังอีกต่อไปเธอยังจำได้ดีว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน เธอเป็นคนติดแว่นมากแค่ไหน แต่เพราะ 'ใครบางคน' ที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าชีวิตเคยบอกเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจว่า 'พี่พายถอดแว่นแล้วน่ารักกว่าตั้งเยอะ ผมอยากเห็นตาพี่ชัดๆ' เพียงแค่นั้น เ







